W H I T E A M U L E T
Group Blog
 
All blogs
 
[Aug2010 @หัวหิน] Time Machine: รำลึกความหลังเที่ยวกับครอบครัวสมัยเด็กๆ


>> คลิกเพื่อดูอัลบั้มภาพใน OneDrive

อัพบล็อคย้อนหลังที่กลับไทยไปเมื่อเดือนก่อน แบบว่าที่แล็บ(ที่โตเกียว)ช่วงนี้บรรยากาศปิดเทอมยังไม่จางหายดี แต่ละคน(รวมทั้งอาจารย์ด้วย)กลับบ้านกันเร๊วเร็ว พลอยทำให้ จขบ ขี้เกียจไปด้วย เห็นกลับกันหมดแล็บก็เอามั่งสิ กลับมานั่งเล่นอู้งานที่บ้านกะเค้าเหมือนกัน อีกอย่างคือเหลือเวลาทำ research จริงๆจังๆแค่ประมาณครึ่งปีเอง(ไหนจะมีต้องเตรียมตัวไปพรีเซนต์งานต่างประเทศอีก) จะมาเริ่มคิดเริ่มทำอะไรใหม่ๆแหวกแนวมันก็คงทำได้แค่ครึ่งๆกลางๆ เวลาเหลือแค่นี้ก็คงได้แต่จิ้มๆเขี่ยๆ ปรับปรุงงานปัจจุบันไปเท่านั้นถึงแม้จะเบื่อแสนเบื่อกับหัวข้อวิจัยนี้ที่ทำมากว่าสี่ปีแล้วก็ตาม

หนีร้อนจากหน้าร้อนญี่ปุ่นกลับไปไทยคราวนี้ไม่มีผิดหวัง เดินออกนอกตัวสนามบินสุวรรณภูมิแล้วรู้สึกว่าเย็นสบายกว่าโตเกียวตั้งเยอะ ช่วงต้น สค ที่ผ่านมาที่โตเกียวทั้งแดดแรงทั้งความชื้นสูงมากๆ ไม่ได้ร้อนแบบลมโกรกเย็นสบายเหมือนที่กรุงเทพหรอก (แถมช่วงที่กลับ กรุงเทพก็ฝนชุกซะด้วย) จะว่าแปลกก็แปลกนะ แต่ที่ได้ยินบ่นกระปอดกระแปดว่าร้อนๆๆเนี่ย เป็นเหล่าคนไทยจากประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรด้วยกันเกือบทั้งนั้น(จขบ ก็คนนึงล่ะที่บ่น) คนญี่ปุ่นเองไม่ยักกะบ่นเท่าไหร่เรื่องร้อนเลยแฮะ

กลับไทยหนนี้ที่บ้านตั้งใจแพลนเอาไว้เลยว่าจะไปเที่ยวหัวหินกันทั้งครอบครัว(คือ ตั้งใจไปช่วงนั้นเพื่อให้ จขบ ได้ไปด้วยนั่นเอง) ครั้งสุดท้ายที่ไปหัวหินนี่กี่ปีแล้วจำแทบไม่ได้เลย จขบ อยู่ญี่ปุ่นมาเกือบสี่ปี ในช่วงนี้ก็ไม่เคยได้ออกต่างจังหวัดกับที่บ้านเลย ช่วงก่อนที่เรียนตรีอยู่ที่ไทยก็รู้สึกว่าไปพัทยาเป็นหลัก หัวหินนี่เป็นอะไรที่ห่างหายไปนานมากจริงๆ (สมัยเด็กๆประมาณประถม จะเป็นช่วงที่มาต่างจังหวัดบ่อย พัทยาบ้าง หัวหินบ้าง สลับๆกันไป)

ออกเดินทางกันตอนเย็นๆวันศุกร์ ที่แรกที่มาให้ จขบ ได้รำลึกความหลังก็คือ ร้านอาหารโกทิ ตรงหัวหิน 57 นั่นเอง เนื่องด้วย จขบ เป็นพวกแพ้แมลง(แพ้จริงๆนะ โดนกัดนิดเดียวผิวจะกลายเป็นวงแดงปื้นใหญ่มาก)และไม่ชอบทรายมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ก่อนเวลามาเที่ยวทะเลก็นอนอืดอยู่แต่ในห้องโรงแรม สิ่งที่ถือเป็นหนึ่งในความชอบในการมาหัวหินก็คือการได้มาทานอาหารที่ร้านนี้นี่ล่ะ (สารภาพเลยว่า ผ่านมาเป็นสิบยี่สิบปี เพิ่งรู้ชื่อร้านเอาปีนี้เอง)


ที่บ้านของ จขบ มาหัวหินทีไรต้องแวะมากินอาหารที่ร้านนี้ทุกครั้ง (ถ้าไปพัทยาก็ต้องแวะกินร้านเลือดหมูคุณศรี และ จั๊วะหลี) จากความทรงจำอันเลือนลาง จำได้แค่ว่าอาหารอร่อย แซ่บ คุ้นๆว่ามาติดใจไข่เจียวที่นี่ด้วยว่าทำได้อร่อยกว่าที่อื่นๆ นานหลายปีผ่านไปได้กลับมาอีกครั้ง เมนูแรก จขบ สั่งเองเป็นแกงป่า จริงๆคืออยากกินกุ้งผัดแกงป่าแห้งๆแบบที่กินที่ จั๊วะหลี(พัทยา) ด้วยความเข้าใจผิดนึกว่าแกงป่ามันแห้งๆแบบนั้นเลยได้เป็นชามนี้มา ผิดคอนเซปต์อันที่อยากกินไปแต่ก็โอเคน่ะ ผักเยอะดีด้วย ไม่ได้กินมะเขือเปราะแบบไทยๆมานานแล้ว


ปลาทอดอะไรสักอย่าง แปลกดีว่าทำไมต้องเอาผักมายัดไว้ในปากปลาด้วย สงสัยกลัวผักโดนน้ำในจานรึเปล่า


เนื้อปูผัดผงกะหรี่ สำหรับ จขบ เฉยๆอ่ะ ชอบกินแบบที่ส่วนไข่เหลวๆแบบที่กินที่ร้านเจริญตรงตลาดสามย่านมากกว่า อันนี้แห้งไปหน่อยมิค่อยถูกสเป็ค


กุ้งอบวุ้นเส้น หม้อนี้คุ้นๆว่า จขบ ไม่ได้กินเลยสักคำ นอกจากตอนถ่ายรูปตอนมันถูกวางเสริฟแล้วก็ไม่ได้เห็นหม้อนี้อีกเลย ใครกินหมดไปตอนไหนก็ไม่รู้


ปลาทอดอีกหนึ่งตัว ตั้งแต่ไปใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่นก็แทบไม่ได้กินปลาแบบสุกๆเลย ซัดแต่ปลาดิบเป็นหลัก อย่างแซลมอนนี่ก่อนไปญี่ปุ่นชอบกินเป็นแซลมอนสเต๊ก แต่พอกินแซลมอนซาชิมิจนชินแล้วกลายเป็นรู้สึกว่าแซลมอนสเต๊กมันไม่ค่อยอร่อยไปซะงั้น (แต่ถ้าอย่างปลาทอดพวกนี้ ก็ยังอร่อยอยู่นะ)


ไข่เจียวในตำนาน (ตำนานส่วนตัวของ จขบ เองล่ะ) มาคราวนี้ทำไมไม่รู้สึกว่ามันอร่อยเป็นพิเศษเหมือนที่จำได้สมัยก่อนแฮะ คนละเมนูกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่จำได้มันต้องหอมๆกว่านี้ มีหัวหอมกับมะเขือเทศปนอยู่ในเนื้อไข่ด้วยนี่นา (ถามที่บ้านว่าพวกเราเคยมากินร้านอื่นในหัวหินหรือเปล่า คำตอบก็คือไม่มี มาทีไรก็กินแต่ร้านนี้นี่ล่ะ ไม่ผิดร้านแน่นอน)


แกงจืดหม้อไฟ อาหารจำพวกหม้อๆแบบนี้นี่เป็นอาหารเพื่อความสามัคคีโดยแท้ พวกใช้ชีวิตอยู่คนเดียวที่ญี่ปุ่นอย่าง จขบ แทบหาโอกาสกินของเป็นหม้อๆแบบนี้ไม่ได้เลย ส่วนใหญ่จะได้กินก็ตอนปาร์ตี้ที่แล็บนี่ล่ะ ก็เป็นหม้อๆแนวญี่ปุ่น สุกี้ยากี้บ้าง ชาบูชาบูบ้าง นาเบะบ้าง (ทำกันง่ายๆ ซื้อน้ำซุปสำเร็จจากซุปเปอร์ แล้วหั่นผักหั่นเนื้อลงไป)


ความรู้สึกหลังทานเสร็จอย่างแรกคือ ทำไมมันไม่แซ่บเหมือนที่จำได้อ้ะ ก็สั่งเมนูเผ็ดๆมาหลายอันแล้ว แต่ จขบ กินแล้วก็เฉยๆไม่ได้เผ็ดอะไรเท่าไหร่ หรือว่าผ่านมาหลายปี ฝึกฝนวิทยายุทธกินเผ็ดมานานจนลิ้นมันชินกับความเผ็ดไปแล้วก็ไม่รู้ (อยู่ญี่ปุ่นทำกับข้าวกินเองนี่แทบไม่ขาดพริกสักเมนู)


สรุปว่ายังอร่อยโอเคอยู่นะร้านนี้ แต่แค่อาจไม่เท่าที่จำได้เท่านั้นเอง(ซึ่งก็จำถูกๆผิดๆบ้าง เพราะมันนานมาแล้วววววววว) อ้อ วันที่ครอบครัว จขบ ไปกินที่ร้านนี้น่ะ เจอสุทธิชัย หยุ่นอยู่โต๊ะข้างหลังด้วย ตอนทานอยู่ไม่มีใครรู้กันสักคน ตักกินกันหนุบหนับๆ เพิ่งจะมาเห็นหน้าเค้าติดมาในรูปถ่ายนี่เอง

คืนแรกกินเสร็จก็เช็คอินเข้าโรงแรม ก็โรงแรมเดิมๆอีกแล้ว จขบ กับพี่น้องนี่เรียกได้ว่าโตมากับโรงแรมนี้เลย สงสัยอีกหน่อยรุ่นลูกของ จขบ ก็คงต้องให้มาพักที่นี่เหมือนกันซะล่ะมั้งเนี่ย ผูกพันกันมายาวนานจริงๆ (แบบว่าคุณพ่อ จขบ ชอบที่นี่อ่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าดีกว่าที่อื่นยังไง แต่ก็เห็นมาแต่โรงแรมนี้แทบจะทุกที)


ตื่นมาเช้าวันถัดไปได้เวลาขึ้น Time Machine กันต่อกับบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าของทางโรงแรม


พูดถึงบุฟเฟ่ต์สมัยเด็กๆก็จะถูกสอนว่าต้องกินให้เยอะให้คุ้มที่สุด จำได้ว่ามาเที่ยวโรงแรมทีไร มื้อไหนเป็นบุฟเฟ่ต์จะต้องกินจนจุกแทบกลิ้งได้ทุกทีเลย แต่พอโตมาความคิดก็เปลี่ยนไป มีโอกาสได้ไปงานและไปเที่ยวมาหลายๆที่ที่เค้ามีแถมบุฟเฟ่ต์อาหารให้ ไหนๆเค้าก็แถมมาให้ฟรีๆก็เลยกินแค่พออิ่มก็พอแล้ว กินเยอะไปอาจคุ้มเงินแต่ทรมานกระเพาะตัวเองเปล่าๆ (ถึงจะเป็นมื้อเช้า ก็ต้องขอตักแต่อะไรที่พริกเยอะๆไว้ก่อน ;-)


บุฟเฟ่ต์หนนี้รู้สึกเหมือนจะอร่อยกว่าแต่ก่อนนะเนี่ย หรืออาจเพราะกินแต่พอดีก็เป็นได้ อยากกินอะไรก็ตักอันนั้น แค่ได้นั่งกิน นั่งคุยกับครอบครัวไป ก็โอเคแล้วล่ะ ไม่ซีเรียสว่ากินไม่คุ้ม มีคนให้กินไปคุยไปด้วยยังไงก็ดีและสนุกกว่าเวลาไปงานต่างประเทศคนเดียวแล้วต้องไปนั่งใบ้กินข้าวเงียบๆเหงาๆคนเดียวตั้งเยอะ (คนอื่นเค้ามักมีคนมาด้วยกัน แต่ จขบ ไงไม่รู้ได้ไปลุยเดี่ยวประจำเลย)


บรรยากาศด้านนอกกระจกของห้องอาหาร ตรงนี้แทบไม่เปลี่ยนไปจากที่จำได้เลย ยังเขียวขจีร่มรื่นเหมือนเดิม


น้ำในสระก็ยังใสเหมือนที่เคยจำได้ ปลาคาร์พในน้ำเอย ดอกไม้ที่ร่วงหล่นมาลอยบนผิวน้ำเอย บางทีการที่เค้าไม่เปลี่ยนแปลงบรรยากาศในโรงแรมไปจากเดิมมากมันก็เป็นข้อดีเหมือนกันนะ อย่างเนี้ยะ บรรยากาศมันเหมือนกับว่าถูกหยุดเวลาไว้ตั้งแต่สมัย จขบ เด็กๆเลย กลับมาอีกทีก็เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสมัยนั้นใหม่


อีกหนึ่งสิ่งที่ผ่านไปกี่ปีก็ยังเหมือนเดิมก็คือสระว่ายน้ำของโรงแรม เด็กๆนี่มักจะชอบว่ายน้ำกันเนอะ แต่ไงไม่รู้พอโตมาแล้วการว่ายน้ำนี่เป็นอะไรที่ จขบ มักจะเอาไว้ท้ายสุดของลิสต์เลย สงสัยว่าโตมาเริ่มอายเป็น ชักไม่เซลฟ์ที่จะใส่ชุดว่ายน้ำโดดลงสระซะแล้ว


จำได้แม่นเลยว่าตอนเด็กๆว่ายน้ำสระนี้ไป ก็มีขึ้นมานั่งพักตรงเกาะกลางสีน้ำตาลๆนั่นเป็นระยะๆ แล้วก็จบลงด้วยการที่ชุดว่ายน้ำกลายเป็นขุยๆจากการนั่งตรงนั้นทุกที


จองห้องครั้งนี้มาแบบฉุกละหุก พอรู้กำหนดที่ จขบ จะกลับไทยก็รีบจองกันเลย ได้ห้องที่ชั้นหนึ่งมองไปเห็นสระว่ายน้ำอยู่ตรงหน้า


ฟังเผินๆก็อาจจะดีอยู่ ใครอยากว่ายน้ำก็ออกไปทางระเบียงโดดลงสระได้เลย แต่ถ้าคราวหน้าคราวหลังมาอีก จขบ จะไม่ขอห้องชั้นหนึ่งอีกแน่ๆ แบบว่ายุงเยอะมากๆ ตอนกลางคืนตบกันไปได้คนละสี่ห้าตัว(ไม่ได้นอนเปิดหน้าต่างเลยนะเนี่ย) ก็ยังไม่แคล้วโดนยุงกัดจนขาลาย (อย่างที่บอก จขบ แพ้แมลง จนป่านนี้รอยที่โดนกัดยังไม่จางหายสนิทเลย ขาลายพร้อยน่าเกลียดมาก T_T )


ดอกไม้สัญลักษณ์ของโรงแรมถ่ายระหว่างเดินไปที่ Fitness เพื่อไปเล่นปิงปอง เทนนิส และอะไรต่างๆ (เล่นฟรี) จริงๆไม่รู้นะว่าดอกนี้คือสัญลักษณ์ของโรงแรมหรือเปล่า แต่ไม่ว่าจะสาขาพัทยาหรือสาขาหัวหิน โรงแรมนี้จะต้องเห็นดอกนี้ถูกปลูกอยู่รายทางตลอดเลย เดาเอาว่าใช่ละกัน


บรรยากาศตอนกลางคืนที่ทางเดินจากระเบียงห้องออกไปยังสระน้ำ ก็เพราะบรรยากาศร่มรื่นเขียวขจีอย่างนี้ล่ะทำให้ยุงเพียบเลย เข็ดไปอีกนานแสนนาน


บรรยากาศสระว่ายน้ำร้างยามค่ำคืน


สุดท้ายก็คือบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นของทางโรงแรม จริงๆเป็นบุฟเฟ่ต์ที่ไฮไลท์คือของทะเลปิ้งๆย่างๆ(ปู กุ้ง กั้ง) แต่ จขบ ไม่ชอบแกะเปลือก และเท่าที่ดูๆก็รู้สึกย่างไม่ค่อยน่ากินด้วย ก็ลงท้ายด้วยการเลี่ยงไปกินอย่างอื่นแทน ถ้าตีมาเป็นเงินรับรองว่า จขบ กินไม่คุ้มแน่นอน (สมัยเด็กๆที่้บ้านมักบอกให้กินกุ้งเยอะๆเข้าไว้ เพราะมันคุ้มสุด) แต่ถ้าตีเป็นความรู้สึกล่ะก็สำหรับ จขบ มันสุดแสนจะคุ้ม การที่ต้องไปใช้ชีวิตคนเดียวต่างประเทศนี่มันทำให้แบบว่า โหยหา แล้วก็คิดถึงบรรยากาศแบบครอบครัวๆเอามากๆเลยล่ะ


เรื่องสไตล์การกินนั้น จขบ ยังคงยึดคอนเซ็ปของตัวเองอย่างเหนียวแน่นคือ กินแค่เท่าที่อยากจะกิน อิ่มแล้วก็จิ้มผักกินรอคนอื่นไป แต่เท่าที่ดูๆ นอกจาก จขบ ที่เปลี่ยนแนวคิดไปจากการได้เดินทางบ่อยๆจนเบื่อ คนอื่นๆรู้สึกจะยังยึดคอนเซปต์เดิมกันอย่างเหนียวแน่น เห็นกินกันคนละ(หลาย)จานเบ้อเริ่มๆ เรารึก็นึกว่าอร่อยมากมาย ที่ไหนได้พอถามกลับตอบว่าไม่ค่อยอร่อยซะงั้น นี่เค้าตอบมาว่างี้ "ก็เพราะมันไม่ค่อยอร่อยไง ก็เลยกินไปเรื่อยๆเผื่อจะเจออันที่อร่อย" .....อืมนะ -"- ..... แล้วถ้ามันอร่อยล่ะจะทำไง อันนี้ไม่ได้ถามแต่ช่วยตอบแทนให้ได้เลยว่า "ถ้าอร่อยก็ยิ่งต้องกินเยอะๆน่ะสิ" (555 น่าชวนไปโปรโมทร้านอาหารเนอะ ท่าทางจะเป็นหน้าม้าที่ใช้ได้)

บล็อค Time Machine นี้ขอจบด้วยภาพของประดับโรงแรมเล็กๆน้อยๆ กลับไปอ่านดู จขบ บ่นเหมือนคนแก่เลย >.< แต่หัวหินนี่ก็เป็นอะไรที่มันนานมากจริงๆ ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเป็นสิบปีเลยที่ไม่ได้มาที่นี่ ยิ่งช่วงนี้ห่างหายจากเมืองไทยไปอยู่ญี่ปุ่นซะหลายปี ได้กลับมาที่ๆเคยไปสมัยก่อนยิ่งอดรู้สึกหวนคิดถึงไม่ได้จริงๆ


บอกตามตรงว่าถ้าไม่ได้มีช่วงเวลาที่ต้องห่างครอบครัวไปนานๆอย่างนี้ ก็คงไม่ได้รู้สึกตัวขนาดนี้หรอกว่า ไอ้เวลาธรรมดาๆที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ได้กินข้าวกันไปนั่งคุยกันไปแบบนี้น่ะมันมีค่าและมีความสุขแค่ไหน ยิ่งการได้รู้ว่ามีคนคอยห่วงใยใส่ใจและรอเราอยู่ที่บ้านน่ะมันเป็นอะไรที่แบบว่า อธิบายไม่ถูกจริงๆ ตอนที่ยังไม่ขาดก็รู้สึกเฉยๆเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาๆ ไม่รู้สึกว่ามันมีตัวตนอยู่ในชีวิตประจำวันเราเท่าไหร่ แต่พอลองได้ขาดมันไปปุ๊บมันรู้สึกเลยจริงๆนะ ว่ามีอะไรบางอย่างหายไปจากชีวิต อะไรบางอย่างที่เราไม่อยากจะให้มันหายไปไหนอีกเลย .....

----------------------------------------

ภาพทั้งหมดถ่ายมาเป็น JPEG ด้วย Canon EOS KissX3 + EF 35mm f/1.4L USM ส่วนใหญ่แค่คร็อปและย่อ USM เท่านั้นเนื่องจากเลนส์นี้ให้สีสันถูกใจอยู่แล้วเลยไม่ค่อยต้องปรับแก้อะไรเพิ่ม ภาพต้นฉบับจะอยู่ใน multiply แล้วใช้การ share link มาที่นี่อีกที ภาพที่แสดงในนี้ถูกย่อเลยอาจไม่คมชัดเท่าที่ควร

>> คลิกเพื่อดูอัลบั้มภาพใน OneDrive
>> คลิกเพื่อดูรายการบล็อคอัพใหม่ทั้งหมด



Create Date : 07 กันยายน 2553
Last Update : 14 เมษายน 2558 2:01:01 น. 1 comments
Counter : 756 Pageviews.

 
ขำเรื่องกินบุฟเฟท์อะครับ 55


โดย: kirofsky วันที่: 18 กันยายน 2553 เวลา:9:55:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




บล็อคนี้ถึงไม่ค่อยมีอะไรแต่ถ้าจะก๊อปปี้ข้อความหรือรูปอะไรไปโพสที่อื่น ก็รบกวนช่วยใส่เครดิตลิงค์บล็อคนี้ไว้ด้วยนะคะ

เราไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำภาพและข้อความในบล็อคไปเผยแพร่(ในแบบที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์)แต่สงวนลิขสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพถ่ายและเนื้อหาค่ะ

ค้นหาทุกสิ่งอย่างในบล็อคนี้

New Comments
Friends' blogs
[Add White Amulet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.