Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า

ตามสุดฟ้า ล่าสุดรัก ตอนที่ 6 รหัสลับสิ่งนั้นคืออะไร



6

“มีอักษรตัวเดียวก็คือ‘S’ แต่ไอ้เครื่องหมายสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามด้วยวงกลมสองวงซ้อนกันที่อยู่ด้านหลังกับเครื่องหมายกากบาทที่อยู่ด้านหน้ามันคืออะไร?”กรัณย์เพ่งมองสัญลักษณ์ประหลาดในกระดาษที่คัดมาจากการพิมพ์ภาพถ่ายทางโทรศัพท์นำมาเรียงลำดับอีกทีด้วยความไม่เข้าใจ“แน่ใจนะว่านี่คือสัญลักษณ์ที่สายข่าวของเราทิ้งเอาไว้ก่อนเสียชีวิต”

“ผมมั่นใจครับ”นภจรยืนยัน“รอยนี้เขียนด้วยเลือด คงไม่มีใคร พิเรนทร์เอาเลือดมาเขียนเล่นแบบนี้หรอกครับ”

“เราสามารถยืนยันได้ด้วยการนำรอยเลือดนี้ไปตรวจหาดีเอ็นเอ ผมเก็บหลักฐานมาด้วยท่านจะให้ส่งกองพิสูจน์หลักฐานเลยไหมครับ” นายแพทย์คิมหันต์เสริมขึ้น

“ก็ดีเหมือนกัน...จัดการตามนั้นเลย”ผู้การกรัณย์สนับสนุน ก่อนจะหันมาสนใจแผ่นกระดาษในมืออีกรอบ“จะมีใครรู้จักสัญลักษณ์นี้บ้างนะ”

“ลองให้คุณนายช่วยดูดีไหมครับบางทีเธออาจเข้าใจสัญลักษณ์แปลก ๆ อันนี้ได้” คิมหันต์เสนอความคิดอีกครั้งซึ่งคุณนายที่เขาหมายถึงก็คือไอรีนภรรยาสุดที่รักของท่านผู้การที่มีดีกรีระดับด็อกเตอร์วิทยาศาสตร์สาขาเคมี

“ภรรยาผมจบเคมีนะคุณเขาไม่เคยเรียนรู้เรื่องรหัสพิเศษพวกนี้ คุณเองก็เป็นถึงนายแพทย์ระดับสติปัญญาน่าจะพอ ๆ กับภรรยาผม แถมยังผ่านการเรียนรู้เรื่องสัญลักษณ์พิเศษมาคุณยังคิดไม่ออก แล้วไอรีนจะคิดออกได้ยังไง”

“ผมดูไม่ออกเลยจริงๆ” คิมหันต์ยอมรับ เพราะเท่าที่ประเมิน สัญลักษณ์พวกนี้ถูกสร้างขึ้นแบบไร้หลักการดูคล้ายว่าเขียนขึ้นอย่างเร่งด่วน ไม่ได้เตรียมการมาก่อนการหาความหมายก็ต้องอาศัยการเดาใจของผู้สร้างเพียงอย่างเดียว

กรัณย์หันไปมองผู้ใต้บังคับบัญชาอีกคนที่กำลังคัดลอกสัญลักษณ์ปริศนาลงบนกระดาษอีกแผ่นโดยไม่ผิดเพี้ยนแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าสภาพร่างกายเขายังไม่ปกติดี “อาการบาดเจ็บของคุณเป็นไงมั่งผู้กองนภ”

ยังไม่ทันที่ผู้กองนภนภจะตอบคำถามผู้บังคับบัญชาเสียงโทรศัพท์ก็ดังแทรกขึ้นมาก่อน ทำให้บทสนทนาต้องชะงักกลางครัน

นายแพทย์คิมหันต์ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูเบอร์ที่โชว์หน้าจอ“ขออนุญาตครับผม” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะขยับถอยห่างออกไปหลายก้าวเพื่อกดรับสายเพียงไม่นานก็เดินกลับมายืนอยู่ที่เดิม“ผมเห็นจะต้องขออนุญาตกลับไปที่โรงพยาบาลก่อนนะครับตอนนี้มีเคสฉุกเฉินจากอุบัติเหตุที่ต้องการกำลังแพทย์เสริม พวกเขาโทรเรียกผมไปช่วย”

“เอาเป็นว่าพวกคุณแยกย้ายกันไปก่อนช่วยกันคิดหาคำตอบ ได้คำตอบแล้วโทรหาผมอย่าเพิ่งผลีผลามทำงานเกินคำสั่งเข้าใจไหม?”

“รับทราบครับ”สองหนุ่มนายทหารเอ่ยออกมาด้วยท่าทีแข็งขันทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกันก่อนที่หนึ่งในนั้นจะผลุนผลันออกไปอย่างรีบเร่งด้วยภาระงานที่รออยู่ตรงหน้า

“อ้อ...เดี๋ยวก่อนครับผู้กองนภจร...”

เสียงท่านผู้การเรียกเอาไว้เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนที่นภจรจะก้าวพ้นประตูออกไปชายหนุ่มจึงหันกลับมารอรับคำสั่งอีกครั้ง

“เชิญนั่งก่อนครับ...ผมมีบางอย่างให้คุณดู” ผู้การกรัณย์เอ่ยพลางลุกเดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลเดินมายื่นให้ถึงมือคนป่วยที่นั่งลงตามคำสั่งเรียบร้อย

“อะไรครับ”นภจรเอ่ยถาม เมื่อรับมาพลิกดูภายนอก ไม่พบข้อความใดระบุให้ทราบถึงของที่อยู่ภายใน

“ประวัติเจ้าของห้องชุดในคอนโดฯหรูที่คุณพักอยู่ตอนนี้”

“ด็อกเตอร์คริสต์รติ ริกเกอร์ นักวิทยาศาสตร์ผู้มีดีกรีปริญญาเอกด้านฟิสิกส์และวิศวกรรมเครื่องกล”นภจรอ่านประวัติคร่าว ๆ ทั้งยังเพ่งมองใบหน้าในรูปถ่ายที่แนบมาอย่างไม่คิดเชื่อว่าจะเป็นคนเดียวกันกับเจ้าของรสจูบที่เย้ายวนใจคนนั้น “เป็นไปได้เหรอครับก็ในเมื่อเธอเป็นคนไทยชัด ๆ หรือว่าเธอจะมีเชื้อชาติสิงคโปร์หรือเธอจะเป็นคนฟิลิปปินส์”

“เธอเป็นคนไทยเชื้อชาติไทย สัญชาติอเมริกัน ผมเองเพิ่งตามข่าวการรับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นระดับโลกเมื่อไม่นานมานี้เห็นรูปถ่ายแล้วก็ค่อยนึกออก”

“เธอน่าจะอยู่ที่อเมริกานี่ครับแล้วไหงมาโผล่ในไทย จะว่ากลับมาเยี่ยมบ้านเกิดก็ไม่น่าเป็นไปได้”

“เธอกลับมาประเทศไทยก็เพื่อร่วมงานวิจัยกับสถาบันวิจัยกองทัพอากาศของเรา”

“แล้วนี่ผมต้องบอกฐานะของผมให้เธอทราบไหมครับ”นภจรมองภาพถ่าย ทั้งกวาดตาอ่านเนื้อหาบนกระดาษในมืออย่างคร่าว ๆ ด้วยอาการหวามในอกไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันที่เกิดความรู้สึกเช่นนี้ หรือจะเพราะจูบนั้นจูบที่เขาทำไปเพียงเพราะอยากแกล้งคนที่ส่งสายตาให้ร้ายเขาก็เท่านั้น

“นี่เธอยังไม่รู้เหรอว่าคุณทำงานอะไร”กรัณย์ถามด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ

“เท่าที่สังเกตดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจเกี่ยวกับงานของผมไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ผมเคยเปิดโอกาสให้เธอถามหลายครั้งแต่เหมือนเธอจะไม่สนใจใคร่รู้และไม่คิดที่จะถามเรื่องราวของผมเลย”

“แต่กระนั้นก็ยังยอมให้คุณพักอาศัยอยู่ด้วย...มันก็แปลกอยู่เหมือนกันนะ”ใบหน้าคมคายของท่านผู้การหนุ่มใหญ่แม้ไม่แสดงออกอะไรมากมายตามลักษณะนิสัยของเสือยิ้มยากทว่าในใจนั้นคำนวณผลได้ผลเสียเอาไว้แล้วเสร็จสรรพ “เหตุการณ์ตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนแน่นอนเอาเป็นว่าคุณทำตัวตามปกติที่เคยทำไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นไว้ให้เป็นไปตามสถานการณ์ชี้นำก็แล้วกัน”

“ครับผม”ผู้กองหนุ่มรับคำ

“เอาล่ะคุณกลับไปพักเถอะ ยังบาดเจ็บอยู่ก็ควรรักษาตัวให้ดีจะได้หายไว ๆ”หัวหน้าหน่วยคอมมานโดหันมาให้ใส่ใจสุขภาพลูกน้องผู้ปฏิบัติงานเสี่ยงอันตรายอยู่เป็นนิจจนมีเหตุพลาดพลั้งเสียท่าคนร้ายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

“อาการดีขึ้นมากแล้วครับพักฟื้นไม่เกินสิบวันผมจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ”

“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ”กรัณย์กวาดมองประเมินสภาพร่างกายของผู้ใต้บังคับบัญชา

“ครับท่าน...หมอคิมเลาะรอยไหม้จากการถากของกระสุนออกแล้วเย็บใหม่บอกว่าตัดไหมหลังเย็บแผลเจ็ดวัน รอดูอาการต่ออีกสามวันก็ขับเครื่องบินได้แล้ว”

“ได้ข่าวว่าเสียเลือดไปเยอะไม่ใช่เหรอ”

“ช่วงพักฟื้นผมบำรุงร่างกายเต็มที่แล้วครับไม่มีอาการข้างเคียงอะไรแล้ว”

“ได้ยินแบบนี้ผมก็เบาใจ...”ท่านผู้การพยักหน้าเข้าใจ “คุณไปเถอะ แต่หลบดี ๆ ล่ะอย่าให้ใครเห็น ผู้กองเพิ่งจะมีข่าวว่าเสียชีวิตไปแล้วเกิดคนรู้จักเห็นเข้าเขาจะวิ่งป่าราบเอาง่าย ๆ” รอยยิ้มผุดขึ้นเล็กน้อยที่มุมปากในขณะที่อีกคนปล่อยเสียงหัวเราะออกมาได้อย่างอิสระ

“ครับ...ถ้างั้นผมขอตัวนะครับ”นภจรลุกขึ้นทำความเคารพอีกรอบ ก่อนจะเดินพ้นประตูไปเงียบ ๆทิ้งหนุ่มใหญ่ไว้กับปริศนาบนแผ่นกระดาษที่มีสัญลักษณ์พิเศษให้ต้องขบคิดต่อ

ณห้องวิจัยในกองทัพอากาศ ดร.ภาคภูมิกำลังนำเสนอผลงานที่คิดค้นของสถาบันโดยความร่วมมือจากหน่วยงานหลายฝ่ายให้ผู้ร่วมงานทางวิทยาศาสตร์คนใหม่ที่หน่วยงานของรัฐได้มีหนังสือเชื้อเชิญมาร่วมทีมในการค้นคว้าวิจัยได้ประจักษ์ถึงศักยภาพที่มีของสถาบันซึ่งผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการต้านภัยพิบัติทางธรรมชาติ

“แม้กองทัพอากาศจะไม่ค่อยมีข่าวออกสื่อครึกโครมโด่งดังเหมือนเหล่าทัพอื่นแต่ยามเราที่อยู่ในสภาวะประเทศชาติสงบ หน้าที่ของเรา กองทัพอากาศคือการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการพัฒนาประเทศและนี่คือผลงานชิ้นเอกของเรา” ดร.ภาคภูมิชี้ไปยังกล่องที่ทำเป็นช่องเล็ก ๆประมาณยี่สิบช่อง ภายในบรรจุวัสดุที่มีลักษณะเป็นแท่งกลมๆ สีเงินคล้ายปลอกกระสุน

“คืออะไรคะ”คริสต์ถามด้วยความสนใจ

“พลุซิลเวอร์ไอโอไดด์สารเคมีสำคัญที่ใช้ในการทำฝนเทียม... ทางกองทัพอากาศร่วมมือกับสำนักฝนหลวงการบินเกษตร และสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำการวิจัยและจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการทำฝนหลวง”“พลุพวกนี้เมื่อนำไปติดตั้งกับเครื่องบินอัลฟ่าเจ็ตก็สามารถทำฝนเทียมให้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“เท่าที่เคยศึกษามาภารกิจหลักของเครื่องบินอัลฟ่าเจ็ตก็คือการโจมตีทางอากาศการค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบไม่ใช่เหรอคะทางกองทัพมีแนวคิดยังไงถึงได้นำมาใช้กับการทำฝนหลวง” คริสต์เอ่ยถามด้วยความสนใจ

“ก็เพราะว่าอัลฟ่าเจ็ตเป็นเครื่องบินที่มีสมรรถนะสูงมีความคล่องตัว ปฏิบัติการได้ในที่ความสูงกว่าสี่หมื่นฟุตการบำรุงรักษาก็ง่ายไม่ซับซ้อน มันอยู่กับเรามากว่าสิบปีคุ้นเคยกันดีกับนักบินเกือบทุกรุ่น และเราได้ทำการทดสอบโดยการปฏิบัติงานจริงทั้งภาคพื้นและภาคอากาศพบว่าเครื่องบินอัลฟ่าเจ็ตสามารถปฏิบัติทำฝนหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“นอกจากการทำฝนเทียมแล้วยังมีหน้าที่อย่างอื่นอีกไหมคะด็อกเตอร์”

“ก็มีอีกภารกิจหนึ่งที่ค่อนข้างเสี่ยงอันตรายอยู่ไม่น้อยสำหรับตัวนักบินที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่นั่นก็คือการสลายพายุลูกเห็บที่หากเกิดขึ้นจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก” ดร.ภาคภูมิเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“อันตรายยังไงคะ”คริสต์ขยับเข้าไปใกล้ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่เริ่มก่อตัวขึ้น

“นักบินต้องขับเครื่องบินเข้าไปเผชิญหน้ากับสภาวะอากาศที่แปรปรวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หากไม่มีความพร้อมอันตรายย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ” ดร.ไกรสรเอ่ยขึ้นบ้าง

“นักบินจะต้องฝึกฝน ซักซ้อมความเข้าใจร่วมกันวางแผนการปฏิบัติงานและเตรียมความพร้อมอยู่เสมอเพราะทันทีที่ได้รับแจ้งข่าวการก่อตัวของพายุพวกเขาก็จะต้องไปจัดการกับเป้าหมายให้เร็วที่สุด”ดร.ภาคภูมิเสริมขึ้น

“อืม...อันตรายอย่างว่าจริงๆ นี่ถ้าการสลายพายุลูกเห็บสามารถทำการได้ในระยะไกลหรือทำได้ในภาคพื้นดินคงจะดีไม่น้อยนะคะ”

“ทำไงได้ล่ะครับพายุลูกเห็บก็ไม่ต่างจากข้าศึกที่เข้ามารุกรานสร้างความเสียหายจะป้องกันภัยก็ต้องเข้าประจานบาน โจมตีกันซึ่ง ๆ หน้าถึงจะได้ผล เรายังคงยึดมั่นตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ที่ว่า ‘การทำฝนหลวงจำเป็นต้องทุ่มเทเสียสละ ร่วมมือร่วมใจ ถึงแม้เสี่ยงภัยบ้างก็ต้องทำ อย่าให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา’”

“แต่ถ้ามีวิธีการสักอย่างที่จะสามารถเซฟความปลอดภัยของนักบินในการปฏิบัติภารกิจพวกนี้ได้คงจะดีไม่น้อยนะคะ”

“เพราะเหตุนี้ทางทีมวิจัยได้ปรึกษาหารือกันจนได้ข้อสรุปจึงได้เสนอไปยังทางกองทัพให้เชิญด็อกเตอร์มาช่วยวิจัยในเรื่องนี้” ดร.ภากภูมิโยงเข้าเรื่องการเชิญตัวด็อกเตอร์สาวเข้าร่วมทีมวิจัยได้อย่างรวบรัดหมดจด

“พวกคุณกำลังคิดค้นเรื่องเกี่ยวกับการสลายพายุลูกเห็บแบบที่นักบินไม่ต้องเสี่ยงอันตรายอยู่เหรอคะ”

คริสต์กวาดตามองไปยังผู้ร่วมทีมวิจัยแต่ละคนที่ดูเหมือนแววตาเหล่านั้นจะบ่งบอกชัดเจนว่าได้ฝากความหวังไว้ที่ตัวเธออย่างหมดสิ้นทว่าการที่จะคิดค้นวิจัยงานสำคัญสักชิ้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในเวลาเพียงวันสองวันหรือจะพูดให้ชัดเจนก็คือการประดิษฐ์คิดค้นในเรื่องเหล่านี้ไม่สามารถระบุวันเวลาแห่งความสำเร็จได้แน่นอนหากพวกเขาไม่มีโครงสร้าง หรือต้นแบบให้เรียนรู้ หรืออาศัยในการใช้เป็นทฤษฎีอ้างอิงอีกอย่าง ถึงเธอจะเรียบจบสาขาวิทยาศาสตร์ด้านฟิสิกส์ พ่วงด้วยวิศวกรรมเครื่องกลและอาจมีเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เข้ามาเสริมความรู้ในสมองอยู่บ้างแต่เรื่องในแนวนี้ยังไม่เคยบรรจุเข้าไปอยู่ในหัวสมองแม้แต่น้อยหากต้องทำเห็นทีจะเป็นเรื่องยาก

“อ๋อ...เปล่าหรอกครับ”ภาคภูมิยิ้มตาหยี

“อ้าว...”

“ด็อกเตอร์อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นครับ...จะว่าไปเรายังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่มีอยู่ในมือจะประดิษฐ์ของที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์อย่างใดได้...ผมมีบางอย่างให้ด็อกเตอร์ดูตามมาทางนี้ครับ บางทีด็อกเตอร์อาจจะมีไอเดียร์ดี ๆ ผุดขึ้นมาเปิดโลกทัศน์ให้พวกเราได้บ้าง...เชิญทางนี้เลยครับ”ดร.ภาคภูมิเอ่ยอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะแหวกสมาชิกทีม เดินนำอัจฉริยะสาวไปยังอีกสถานที่หนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่พิเศษที่สุดในอาคารแห่งนี้ก็ว่าได้

ดร.ภาคภูมินำพิมพ์เขียวที่พวกเก็บรักษาไว้นานกว่าสามปีมากางออกเต็มโต๊ะทำงานให้ผู้ที่เขาฝากความหวังเอาไว้ได้พิจารณา

“นี่เป็นพิมพ์เขียวที่เราได้มาจากกองทัพบกเมื่อสามปีก่อนดูจากโครงสร้างก็พอรู้ว่ามันเป็นแบบแปลนในการสร้างอาวุธสงครามที่มีอานุภาพร้ายแรงมากชิ้นหนึ่ง”

“ทัพบกได้มาจากไหนคะไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนที่สามารถเขียนแปลนอาวุธออกมาร้ายกาจแบบนี้ได้”

“ถ้าจะให้เล่าถึงที่มาที่ไปของพิมพ์เขียวฉบับนี้ตั้งแต่ต้นก็คงต้องเล่าไกลไปถึงชายแดนและความขัดแย้งของชนกลุ่มน้อยประเทศเพื่อนบ้านล่ะครับคาดว่าคงต้องเล่าไปสิบตอน เฮ้ย...สิบวันเชียว”

“ถ้างั้นเอาแบบย่อก็ได้ค่ะ”ดร.คริสต์อะลุ้มอล่วย

“ผู้พันภูริชแห่งกองทัพบกชิงพิมพ์เขียวฉบับนี้มาจากกลุ่มค้าอาวุธสงครามในระหว่างปฏิบัติภารกิจพิเศษที่ชายแดนเมื่อห้าปีก่อนครับ ทางทัพบกไม่อยากทิ้งให้เสียประโยชน์มันจึงถูกส่งมาที่นี่ให้ทัพอากาศค้นหาประโยชน์ที่ซ่อนอยู่...ผมดูแล้วพิมพ์เขียวหัวจรวดฉบับนี้เป็นอาวุธที่มีอานุภาพมากถ้าประกอบได้สำเร็จคงอันตรายไม่น้อย”

“อันตรายจริงๆ ไม่ต่างจากอาวุธปรมาณูที่สามารถทำลายล้างเมืองได้ทั้งเมืองเลยนะคะนี่” สายตากวาดมองไปยังพิมพ์เขียวที่อยู่ตรงหน้าในขณะที่สมองก็ประมวลหาเรื่องราวเกี่ยวข้องหรือใกล้เคียงที่เคยเรียนรู้ผ่านสายตามา

“อะไรนะครับ...มันร้ายแรงเกินกว่าที่ผมคิดไว้อีกเหรอครับ...เท่าที่เห็นแปลนหัวจรวดแผ่นนี้ก็ว่ามันไม่ได้เป็นเพียงแค่หัวจรวดมิสไซล์ทั่วไปแต่เป็นอาวุธสงครามที่พิเศษกว่าอาวุธชนิดอื่นอยู่มากก็ตรงที่มีการผสมผสานระบบTargetacquire ในการค้นหาเป้าหมาย Target trackingใช้ติดตามล็อกเป้าหมาย และ Flight controlคือการบังคับให้จรวดเข้าโจมตีที่จุด posterior สูงสุดเข้าไว้ด้วยกันถ้าจะว่าไปแล้ว มันก็คือหัวจรวดนำวิถีเราดี ๆ นี่เอง”

“ถูกต้องค่ะมันผสมผสานทั้งสามระบบไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน มีการวางระบบอิเลคทรอนิกส์ในการบังคับทิศทางเพื่อความแม่นยำวางระบบค้นหาด้วยระบบจับความร้อนในคลื่นความถี่ที่มีเพียงไอพ่นจากเครื่องบินเท่านั้นที่ปล่อยออกมา แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นหัวจรวดตรงจุดนี้มันสามารถติดตั้งระบบนิวเคลียร์ที่เมื่อยิ่งออกไปพร้อมปรับระดับการตรวจจับระดับของคลื่นความร้อนอนุภาคที่เป็นโครงสร้างของระเบิดขนาดจิ๋วก็จะแตกตัวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีเมื่อมันค้นพบความร้อนตามที่ต้องการแม้แต่ระดับอุณหภูมิของสิ่งมีชีวิตก็หลีกเลี่ยงได้พ้น”

“โอ้”บรรดาสมาชิกทีมวิจัยถึงกับอ้าปากค้างกับอันตรายที่ได้รับรู้

“อีกทั้งเจ้าจรวดลำนี้ยังมีขนาดเล็กสามารถพรางตัวหลบซ่อนจากการตรวจจับของเรดาห์กองทัพได้เป็นอย่างดี คิดดูเถอะว่า หากแบบแปลนแผ่นนี้เล็ดลอดออกไปจากกองทัพและมีคนอื่นที่สามารถมองเห็นถึงศักยภาพทำลายล้างของมันได้เต็มรูปแบบ สามารถประดิษฐ์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์จะเกิดภัยพิบัติมากมายมหาศาลแค่ไหน”คริสต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แค่พิมพ์เขียวขนาดโปสเตอร์ดาราแผ่นเดียวมันมีอานุภาพทำลายล้างได้มากมายขนาดนี้เชียวเหรอครับ”ไกรสรหันไปมองหญิงสาวที่เพิ่งจะอธิบายในสิ่งที่พวกเขาและทีมงานค้นหาศักยภาพของมันมาหลายปีแต่เธอกลับมองภาพตรงหน้าและล่วงรู้รายละเอียดของมันได้ในเวลาไม่ถึงสิบนาที ด้วยความทึ่งที่ยิ่งกว่าทึ่งไม่ผิดเลยจริง ๆ ที่เธอถูกยกย่องให้เป็นอัจฉริยะ

“ถ้ามันถูกสร้างออกมาได้ตามแบบที่ระบุไว้อย่างสมบูรณ์แบบนะคะ”คริสต์บอกทั้งหันมามองหัวหน้าทีมวิจัยอาวุธผู้ที่น่าจะเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจที่สำคัญได้

ดร.ภาคภูมิถึงกับใช้หลังมือปาดเหงื่อที่เหมือนมันจะซึมแทรกขมับออกมา ก่อนจะหันไปมองผู้ร่วมทีมคนอื่นๆ สุดท้ายก็หยุดลงตรงใบหน้าสวยเก๋ของด็อกเตอร์สาวผู้ให้ความกระจ่างแก่เขาในเวลาเพียงแค่เธอมองผ่านพิมพ์เขียวไม่ถึงสิบนาที“ถ้าด็อกเตอร์จะเสนอให้ทางกองทัพทำลายมันซะ เห็นทีจะเป็นไปได้ยากและหากจะเสนอให้เก็บดองมันไว้ก็คงทำไม่ได้เช่นกันเพราะทางเราได้รับคำสั่งจากทางเบื้องบนมาว่าต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขระบบอาวุธชิ้นนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

“ถ้าเกิดมันหายไปล่ะครับหัวหน้า”

“หรือถ้าไม่หายไปแต่บังเอิญมันมีสำเนาอีกฉบับที่อยู่ข้างนอกล่ะคะ”เสียงสมาชิกร่วมวิจัยเอ่ยถามกันอึกทึก

“ทำยังไงได้เราทำอะไรนอกเหนือคำสั่งได้ซะที่ไหน...แต่ผมเชื่อว่าพิมพ์เขียวฉบับนี้ไม่มีสำเนาแน่เพราะถ้าหากมี เวลาผ่านมาตั้งแต่พบพิมพ์เขียวฉบับนี้กว่าห้าปีแล้วต้องมีข่าวจากสายข่าวของกองทัพหลุดออกมาบ้างล่ะ”

คริสต์ถึงกับอึ้งในสิ่งที่ได้ยินเธอพยายามทำความเข้าใจในความต้องการของกองทัพความคิดในทางบวกจึงก่อเกิดขึ้น...เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชากรในประเทศก็ได้แต่หวังว่าการคิดค้นดัดแปลงครั้งนี้จะไม่มีบทสรุปเหมือนโครงการวิจัยนาเดียร์เกี่ยวกับการคิดค้นยารักษามะเร็งของด็อกเตอร์ไอรีนเมื่อห้าปีก่อนที่สร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นและโด่งดังไปทั่วโลก

“เอาล่ะค่ะ...ถึงแปลนอาวุธฉบับนี้จะเป็นอาวุธที่อันตรายยิ่งแต่มีอย่างหนึ่งที่เราพอจะเบาใจได้อยู่บ้างหากมันไม่ได้มีอยู่ในห้องเก็บรักษาห้องนี้เพียงชิ้นเดียว” คริสต์หยุดคำปลอบโยนสร้างขวัญและกำลังใจแก่ทีมงานสายตากวาดมองสมการที่เขียนกำกับอยู่ในแบบแปลนนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะพูดต่ออย่างคนใจเย็นว่า“สมการที่เห็นนี้มันซับซ้อนอยู่ไม่น้อยเชียว แก้ยาก...”

“ด็อกเตอร์แก้ไม่ได้เหรอครับ”ไกรสรเอ่ยถาม

“ไม่แน่ใจเหมือนกันคะรูปสมการแบบนี้บอกตามตรงว่าเพิ่งเคยเห็น ถ้าจะให้แก้คงต้องใช้เวลานานพอควร แต่ในเมื่อวัตถุประสงค์ของงานวิจัยครั้งนี้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ดิฉันก็จะพยายามช่วยคิดหาวิธีว่ามันจะสามารถดัดแปลงหรือเปลี่ยนโครงสร้างสมการซับซ้อนนี้ให้ง่ายขึ้นโดยวิธีใดได้บ้างเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่มนุษยชาติ”

“พวกเราหวังว่าด็อกเตอร์จะคิดออกนะครับ”ด็อกเตอร์ไกรสรเอ่ยแทนความรู้สึกของผู้ร่วมงานทุกคน

งานใช้สมองใครว่าไม่เหนื่อย...คริสต์คนหนึ่งล่ะที่ขอปฏิเสธในการยอมรับประโยคนี้ ยิ่งอากาศที่ร้อนระอุแม้อยู่ในช่วงบ่ายแก่ ๆของประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรเช่นนี้จากความเคยชินกับอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปีมาเจอแบบนี้เข้าก็เล่นเอาสภาพร่างกายแทบไปไม่เป็นเหมือนกันทว่าเหนื่อยกายยังพอทนไหวแต่เหนื่อยกับคนที่อาศัยอยู่ร่วมห้องโดยไม่ได้รับเชิญคนนี้นี่สิ...จนใจเหลือเกินที่เธอจะหาวิธีรับมือเพราะทันทีที่เปิดประตูเข้าที่พัก ก็ได้รับข่าวใหม่ทันที

“ผมยกเลิกการจ้างแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดห้องของคุณเรียบร้อยแล้วนะครับ”

นภบอกเธอด้วยสีหน้าเริงร่าขณะกำลังเอนตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ในที่ประจำมีทีวีที่กำลังดำเนินรายการใดรายการหนึ่งอยู่ตรงหน้า ส่วนโต๊ะเล็ก ๆ ใกล้ ๆวางจานอาหารว่างที่เหลือไว้เพียงเศษขนมปังชิ้นเล็ก ๆ ติดก้นจาน ใกล้ขวดน้ำดื่ม

“คุณหมายถึงยกเลิกแม่บ้านที่ฉันจ้างให้เข้ามาทำความสะอาดห้องทุก ๆ สองวันน่ะเหรอ”คริสต์ถามซ้ำอย่างไม่เชื่อหู เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับ เธอก็แทบจะตีหน้าผากตัวเองให้สลบ“ไม่จ้างแม่บ้านแล้วใครจะทำความสะอาดบ้าน...คุณนี่นะ...ชักจะทำอะไรล้ำเส้นเกินไปแล้ว...”

ชายหนุ่มละความสนใจจากหน้าจอทีวีหันมาสบตาสวยซึ้งที่กำลังขึงเขม็งจ้องมองมาราวกับจะปล่อยไฟบรรลัยกัลป์ออกมาด้วย ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาคว้ามือนุ่มของเจ้าของห้องไว้แน่นไม่ยอมให้อีกฝ่ายสะบัดหลุดจับจูงมานั่งแทนที่บนโซฟาตัวนุ่มอย่างเอาใจพร้อมรอยยิ้มที่คิดว่าจะทำให้เธอลืมความขุ่นมัวในจิตใจลงไปได้ ไม่บ่อยนักที่เขาจะงัดแผนชายงามออกมาใช้...

“มาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำหน่อย อารมณ์จะได้เย็น ๆ เรื่องงานบ้านพวกนี้คุณไม่ต้องห่วงเดี๋ยวผมทำเอง...” นภจรเอ่ย ทั้งรินน้ำใส่แก้วยกมาแทบจ่อปากป้อนอย่างเอาใจ

คริสต์รีบรับแก้วน้ำกลับไปวางไว้ที่เดิมทว่าสายตาที่มองคนใกล้ ๆ กลับไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย“คุณน่ะเหรอจะทำงานบ้านเอง” ถามแล้วก็กวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าก็ว่าได้“แค่ตัวคุณกับบาดแผลอันนี้ ก็ดูแลตัวเองให้ดีซะก่อนเถอะ”

“ขอบคุณที่เป็นห่วง”

“ฉันไม่ได้ห่วงแต่อยากให้คุณรีบหาย แล้วก็รีบไปซะที นั่นจะเป็นพระคุณซะยิ่งกว่า” คริสต์เอ่ยทั้งยังเมินมองไปทิศทางที่ไม่มีดวงตาคมวาวที่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่มีความกล้าพอที่จะสบตาคู่นั้นมันเกิดอาการแบบนี้ขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

นภจรทรุดตัวลงนั่งข้างๆ หญิงสาว นึกขำอาการสะดุ้งโหยงขยับตัวออกห่างโดยอัตโนมัติใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นโดยฉับพลัน ดูเหมือนสาวน้อยไร้เดียงสาที่อ่อนต่อโลกเห็นแล้วให้รู้สึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย ไม่น่าเชื่อว่านี่คือคนที่เรียนจบด็อกเตอร์สายเครื่องจักรกลและฟิสิกส์ทั้งๆ ที่เธอออกจะอ่อนหวาน อายุของเธอเองยังไม่ถึงสามสิบซะด้วยซ้ำ

“เรื่องที่อยู่อาศัยของผมจำเป็นอย่างยิ่งที่ไม่อาจให้คนนอกรู้ได้ หรือถ้ารู้ก็ต้องให้รู้น้อยที่สุดส่วนร่างกายของผมตอนนี้ก็กำลังฟื้นตัว งานบ้านเล็กน้อยพวกนี้ผมสามารถทำได้ถือว่าตอบแทนเป็นค่าที่พักอาศัยนะครับ”

เสียงทุ้มๆ เงียบไปครู่ กลับไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่นั่งเมินมองรายการทีวีเหมือนมันจะน่าสนใจซะยิ่งกว่าการเสนอบริการของชายหนุ่ม ทว่าจริง ๆแล้วคริสต์ไม่ได้รู้เรื่องเลยว่ารายการตรงหน้าคือรายการอะไร เมื่อหูของเธอรอฟังคนข้างๆ ว่าเขาจะพูดอะไรต่อ

“ไม่ใช่เฉพาะงานบ้านเท่านั้นแต่รวมไปถึงอาหารเช้ากับอาหารเย็น ผมจะดูแลคุณเป็นพิเศษ...ถ้าต้องการให้รับใช้เรื่องอื่นด้วยหากไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงผมพร้อมทำให้คุณมีความสุข”

คริสต์หันกลับมามองคนที่เพิ่งจะเสนอบริการแถมทิ้งท้ายด้วยประโยชน์กำกวมนั้นด้วยน้ำเสียงทุ้ม ๆ แผ่ว ๆ แล้วก็ต้องเมินกลับไปทางหน้าจอทีวีอีกรอบ เมื่อสบตาแวววาวคู่นั้นที่ผสานรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม ทำเอาเธอถึงกับยกมือขึ้นมาโบกพัดใบหน้าร้อนฉ่าให้เย็นลงเห็นทีจะนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ไหวแล้ว...

“ฉันจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า...คุณอยากจะทำอะไรก็เชิญ”คริสต์เอ่ยตัดบท ก่อนจะลุกขึ้น ทว่าข้อมือเล็ก ๆ ของเธอกลับถูกอีกฝ่ายยึดเอาไว้แล้วดึงกลับลงมาอีกครั้ง ซึ่งแรงดึงนั้นมากพอที่จะให้ร่างอวบอิ่มสมส่วนเซเข้าประชิดอกเขาได้ง่ายดาย

“จริงเหรอที่บอกว่า...ผมอยากทำอะไรก็ได้น่ะ...ถ้าเกิดผมอยากจะ...”

เสียงกระซิบถามแผ่วๆ ที่ริมหู ทำเอาคริสต์ถึงกับขนลุกเกรียว รีบตอบตะกุกตะกัก ปฏิเสธ “มะ...ไม่นะ!”

หญิงสาวรีบสะบัดเบี่ยงตัวออกไปจากอกกว้างนั้นทันที ทั้งยังรีบเร่งฝีเท้าตรงไปยังห้องอย่างเร็วพอเข้าห้องก็รีบปิดประตูล็อกอย่างแน่นหนาด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนได้ยินออกมานอกอกนึกสงสัยว่าเขายังจะตามเธอมาหรือไม่ ใบหูขาวผ่องแนบฟังที่ประตูก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินเสียงในระยะที่พอจะคาดได้ว่าเขายังนั่งอยู่ที่เดิมว่า

“แล้วอย่าลืมออกมากินข้าวด้วยกันล่ะเร็ว ๆ ด้วยนะผมเริ่มจะหิวแล้ว”

ปล.1 เนื่องจากเป็นนิยายที่ไม่ค่อยจะได้เขียนในแนวนี้บ่อยนัก การเปลี่ยนในรายละเอียดของเรื่องจึงมีอยู่ตลอด ซึ่งบางทีผลสำเร็จของนิยายเรื่องนี้เมื่อวางแผงในรูปเล่มอาจไม่ได้เป็นไปตามนี้ก็เป็นได้

ปล.2  คนเขียนก็ยังอยากได้ข้อชี้แนะจากเพื่อน ๆ นักอ่านอยู่เช่นเคย ใครพอมีเวลาว่าง ก็ทักทายกันได้นะคะ




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2561
1 comments
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2561 8:44:21 น.
Counter : 273 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

รหัสมอสอย่าบอกนะว่า ดร.สาวแมนสวยอ่านออกอ่ะ

 

โดย: panon40 IP: 203.158.141.18 6 พฤศจิกายน 2561 9:20:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#14


 
นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
6 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.