Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า

ตามสุดฟ้าล่าสุดรัก ตอนที่12 เมาย้อมใจ

12
 
แสงไฟสลัวส่องกระทบร่างชายหนุ่มบนเก้าอี้หน้าบาร์ที่แม้จะอยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ แต่เพราะแว่นตากรอบหนาที่เขาสวมใส่ กลิ่นอายของความเป็นเนิร์ด จึงแผ่กระจายออกมารอบตัว ทำให้ไม่เป็นจุดสนใจของใคร ซึ่งจะว่าไปแล้วผับของคนชั้นสูงแห่งนี้ ผู้ที่เข้ามาใช้บริการต่างก็ไม่ได้ให้ความสนใจใครมากไปกว่ากลุ่มเพื่อนพ้อง

“ขอวิสกี้อีกแก้ว...” เขาหันไปสั่งบริกร ก่อนกวาดสายตาไปรอบ ๆ

แม้ยังอยู่ในช่วงมรสุมที่ทำให้อากาศฉ่ำชื้นเฉอะแฉะ แต่สถานบันเทิงในเมืองใหญ่ก็ยังคงมีนักเที่ยวเข้าไปใช้บริการกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง โดยเฉพาะผับชื่อดังค่าบริการแพงลิ่วแห่งนี้ สถานที่ที่คนชั้นสูงหรือคนในแวดวงธุรกิจ มักจะใช้เป็นที่เลี้ยงรับรองลูกค้าหรือมิตรสหายผู้ทรงเกียรติอยู่เสมอ

วิสกี้ถูกวางไว้ตรงหน้าเขายกขึ้นจิบ ทั้งหันไปมองบริเวณทางเข้าผับ เหมือนรอคอยใครสักคน แล้วก็เผยรอยยิ้มที่มุมปากออกมานิด ๆ เมื่อสายตาพลันพบคนคนนั้น ที่คงกำลังยืนมองหาเขาอยู่เช่นกัน จึงมือโบกไหว ๆ ไปมาในอากาศ ส่งสัญญาณให้ผู้มาใหม่ได้มองเห็นถนัดตา

“สวัสดีครับด็อกเตอร์ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งเชียวครับที่ด็อกเตอร์ตอบรับคำเชิญของผม” ไกรสรเอ่ยทักทายทันทีที่ร่างสมส่วนในชุดเดรสลูกไม้ยาวคลุมเข่า คอจีน สีกะปิ ที่ดูเหมือนจะเสริมสร้างความอ่อนหวานให้ผู้สวนใส่เป็นเท่าตัว

“สวัสดีค่ะด็อกเตอร์ เป็นเพื่อนร่วมงานกัน อย่าถือเกียรติถือศักดิ์เลยค่ะ” คริสต์ทักทายกลับ ทั้งกวาดตามองไปโดยรอบ นึกแปลกใจที่ไม่พบเพื่อนร่วมงานคนอื่นเลย นอกจากคนตรงหน้า แถมเขายังเลือกที่จะนั่งเก้าอี้หน้าบาร์เครื่องดื่ม แทนที่จะเป็นโต๊ะมุมใดมุมหนึ่งของผับ

“รับอะไรดีครับ วิสกี้นะครับ อากาศเย็น ๆ แบบนี้ จะได้รู้สึกอุ่นขึ้นมาหน่อย”

ไกรสรหันไปสั่งเครื่องดื่มที่เขาถือวิสาสะเลือกให้หญิงสาว ก่อนจะหันมายิ้มกลบเกลื่อน แล้วเครื่องดื่มที่สั่งก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าหญิงสาวในทันที เขาชูแก้วเครื่องดื่มขึ้น รอให้อีกฝ่ายชนแก้ว ก่อนจะเชิญชวนให้ดื่มไปพร้อมกัน

นานมากที่คริสต์ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มร้อนแรงแบบนี้ พอแอลกอฮอล์ตกถึงท้องความรู้สึกร้อนวาบก็เกิดขึ้น แต่แค่วิสกี้แก้วเดียว คงไม่ถึงกับทำให้เมาจนตาลายกระมัง แต่แล้วคิ้วเรียวบางก็ต้องขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นชายหนุ่มหันไปสั่งเพิ่มอีกคนละแก้ว

“นี่คงไม่ได้คิดจะมอมเหล้านะคะ”

“โอ๊ะ! เปล่าครับ...ขอโทษที คงเพราะเคยชินกับการมาเที่ยวพร้อมเพื่อนผู้ชาย ถ้าด็อกเตอร์ไม่ชอบวิสกี้ เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแทนก็ได้ครับ...น้อง ๆ” ไกรสรหันไปเรียกบริกร

“ช่างเถอะค่ะ สั่งแล้วก็สั่งเลยเถอะ เหล้าสองแก้วคงไม่ถึงกับทำให้กลับบ้านไม่ถูกหรอก จริงไหมคะ” คริสต์ห้ามไว้ เพราะไม่อยากทำให้เพื่อนร่วมงานเสียน้ำใจ

“ครับ...ไม่แน่นอนครับ แต่ถ้าด็อกเตอร์กลับบ้านไม่ถูกจริง ๆ ผมยินดีไปส่งถึงที่”

คริสต์นึกแปลกใจตัวเองบอกไม่ถูกที่รู้สึกว่ารอยยิ้มของคนตรงหน้านี้ช่างให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากรอยยิ้มที่เธอเคยสัมผัสในระหว่างการทำงานที่สัมผัสได้ถึงความจริงใจ ทว่าวันนี้เธอกลับมองหามันไม่พบ

 “คนอื่น ๆ ล่ะคะ ไหนบอกว่าเป็นงานเลี้ยงต้อนรับสมาชิกใหม่” เสมองไปรอบ ๆ พยายามบอกตัวเองว่าเธอคงคิดไปเอง

“ผมชวนทุกคนแล้วครับ แต่พวกเขาต่างก็บอกว่าติดธุระมาไม่ได้”

นี่เป็นอีกหนึ่งคำตอบของชายหนุ่มที่คริสต์ถึงกับฉายความฉงนออกมาทางสีหน้าและแววตา“คุณบอกว่านี่คือการเลี้ยงต้อนรับดิฉัน แต่เพื่อนร่วมงานอื่น ๆ ที่นัดหมายกันกลับติดธุระทั้งหมด มันยังไงกันแน่คะ”

ไกรสรมองเธอแล้วก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “คงเป็นข้ออ้างน่ะครับ ช่วงฤดูมรสุมแบบนี้ใคร ๆ ต่างก็ไม่อยากออกจากบ้าน”

คริสต์พยักหน้า เธอเข้าใจและสามารถยอมรับได้กับเหตุผลนี้ ที่แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่ค่อยอยากจะออกจากห้องพักสักเท่าไหร่ หากไม่เพราะเกรงใจเพื่อนร่วมงาน เวลานี้เธอคงนอนซุกอยู่ในผ้าห่มอุ่น ๆ อ่านหนังสือนิยาย รอใครบางคนกลับมาจากการปฏิบัติภารกิจ พอคิดมาถึงตรงนี้เธอก็เกิดอาการชะงักชั่วครู่ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปคิดถึงคนที่ไม่วางใจ เห็นเธอเป็นนักโทษที่กำลังถูกคุมประพฤติถึงขนาดลากเธอฝ่าพายุฝนไปฝากไว้ที่บ้านรุ่นพี่ไอรีน แต่เหตุผลแบบนี้มันก็ยังอ่อนเกินไปสำหรับคำว่าจัดเลี้ยงต้อนรับ

“ขอความจริงค่ะด็อกเตอร์” แววตาที่มองตรงใส่การคาดคั้นเอาไว้ไม่น้อย ซึ่งมันก็ทำให้อีกฝ่ายถึงกับปาดเหงื่อ ทั้ง ๆ ที่บรรยากาศรอบตัวเวลานี้ค่อนข้างเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ

“เอ่อ...คือว่า...”

“พูดมาเถอะค่ะ...ถ้ามีเหตุผลพอ ดิฉันก็ไม่คิดจะถือสา” คริสต์เปิดโอกาสอีกครั้ง

“ไม่มีงานเลี้ยงต้อนรับอะไรหรอกครับ ผมกรุเรื่องขึ้นมาเอง” ไกรสรยอมรับในที่สุด

“ทำไมคะ”

“ผมแค่อยากทำความรู้จักคุณให้ใกล้ชิดสนิทสนมมากขึ้นก็เท่านั้นครับ ผมชื่นชมผลงานของคุณ รู้สึกภาคภูมิใจแทนคนไทยทั้งประเทศที่มีอัจฉริยะเชื่อชาติไทยอย่างคุณ มีหลายอย่างที่ผมอยากจะขอคำชี้แนะเป็นการส่วนตัว แต่หาโอกาสยากเหลือเกิน”

“ชมเกินไปแล้วค่ะ ดิฉันไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้น ดิฉันแค่โชคดีมีโอกาสที่เอื้ออำนวยมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง” คริสต์ยิ้มกว้าง “อันที่จริง ดิฉันอยากให้มาร่วมสนุกกันพร้อมหน้าพร้อมตากับเพื่อนร่วมงานทุก ๆ คนมากกว่า แต่สภาพอากาศแบบนี้ ดีแล้วค่ะที่ไม่ได้เชิญใคร ไม่เช่นนั้นดิฉันคงเกรงใจแย่”

“แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะครับ” ไกรสรเอ่ยออกมา แต่เพราะสายตาค้นคว้าคู่นั้นที่จ้องมองมา ทำเอาเขาถึงกับลูบท้ายทอยหัวเราะเก้อ “คือผมอยากขอคำชี้แนะบางอย่างจากคุณน่ะครับ...”

“ขอคำชี้แนะ?”

“ครับ” ไกรสรพยักหน้ายืนยัน “ถึงผมจะจบปริญญาเอก แต่ก็เป็นปริญญาของสถาบันในประเทศ จบแล้วทำงานเลย ไม่ค่อยได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ในต่างแดน โดยเฉพาะแถบยุโรป อเมริกา ที่มีวิวัฒนาการก้าวล้ำมากกว่าประเทศแถบเอเชีย ผมอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่บางอย่างอาจอยู่นอกเหนือตำรา สิ่งที่บางทีคุณอาจจะเคยผ่านมันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จนกลายเป็นเรื่องที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร”

“อย่าถ่อมตัวเลยค่ะด็อกเตอร์ นักวิทยาศาสตร์ไทยที่มีผลงานระดับโลกมีอยู่มากมาย แม้แต่ตัวคุณเอง เรียนจบระดับปริญญาเอกสาขาทางวิทยาศาสตร์ได้ อย่างนี้ไม่เรียกว่าธรรมดาหรอกนะคะ”

รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากของด็อกเตอร์หนุ่ม เหมือนเขาจะพอใจกับคำชมของคริสต์ แต่พอเธอพิศมองอย่างตั้งใจในแววตาคู่นั้น มันกลับให้ความรู้สึกที่ค้านกัน

“ยังไงก็สู้อัจฉริยะด้านฟิสิกส์ที่อายุน้อยที่สุดอย่างคุณไม่ได้หรอกครับ ทั้งสวยทั้งเก่งแบบนี้ คงมีคนแย่งกันยื่นใบสมัครจนรับแทบไม่ทันสินะครับ”

“ยื่นใบสมัคร?” คริสต์ทำหน้างง

“ใบสมัครขอเป็นแฟนไงครับ” ไกรสรเฉลยพลางหัวเราะ ทำให้หญิงสาวพลอยหัวเราะตามไปด้วย

“ไม่มีเลยสักใบ...”

“เพื่อนร่วมคลาสไม่มีท่าทีสนใจคนสักคนเลยเหรอครับ”

“ไม่มีค่ะ...”

“ทำไมครับ”

“จะเพราะอะไรผมว่าไม่ได้เกี่ยวกับคุณเลยนะครับด็อกเตอร์ไกรสร”

เสียงที่ดังผ่านแทรกเสียงเพลงของนักร้องผู้กำลังให้ความเพลิดเพลินแก่นักท่องราตรี หากไม่เอ่ยนามด็อกเตอร์ไกรสร  เสียงนี้คงไม่ได้รับการใส่ใจของหนุ่มสาวทั้งสอง

“ผู้กองนพ!” คริสต์เรียกขานราวกับเพ้อ ในหัวใจจุดประกายความดีใจขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
นพจรเดินเข้ามาสมทบด้วยสีหน้าเคร่งขรึมดำมืด สายตากวาดมองแก้วเครื่องดื่มเปล่าตรงหน้าหญิงสาวที่ผ่านการใช้งานไปแล้วและที่ยังเหลืออยู่อีกไม่ถึงครึ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ

“นี่คุณดื่มของพวกนี้ด้วยเหรอ?”

“ทำไมล่ะคะ ฉันไม่ใช่เด็กสาวอายุสิบหกสิบเจ็ดสักหน่อยทำไมจะดื่มไม่ได้” ถึงจะรู้สึกดีใจที่ได้เห็นเขา แต่เธอก็ยังต้องการอิสระทั้งความคิด และความเป็นอยู่ ไม่ต้องการให้ใครเข้ามาควบคุมแม้แต่การดำเนินชีวิตเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้

“ดื่มได้ แต่ต้องมีผมอยู่ด้วยเท่านั้น” นภจรเอ่ย

“เหรอคะ ถ้าอย่างนั้นก็...” คริสต์หันไปคว้าแก้วเหล้าที่เพิ่งจิบไปได้ไม่เท่าไหร่ จัดการมันต่อไปจนไม่เหลือ ทั้งยังหันไปสั่งเพิ่มอีกแก้ว

“นี่คุณ! ยังจะดื่มอีก”

“ทำไมคะ ฉันดื่มได้ไม่ใช่เหรอ ในเมื่อคุณเองก็ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้” ไม่เพียงแต่เอ่ยประชด เธอยังจัดการวิสกี้แก้วใหม่จนเกลี้ยง ทั้งยังหันไปสั่งอีกแก้ว

“พอแล้ว...เมาแล้ว”

“ไม่เกี่ยวกับคุณ” หญิงสาวสวนขึ้นมาทันควัน

“ไม่เกี่ยวได้ยังไง ก็ในเมื่อคุณเป็นแฟนผม...” นภจรเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่สีหน้าแววตาที่มองมานั้นไม่ได้ราบเรียบเลยสักนิด ดูเหมือนจะพร้อมจัดการนางเมรีขี้เมา[1]ตรงหน้าได้ทุกเมื่อหากเธอยังขืนดื้อดึงไม่เชื่อฟัง

“อะไรนะ...ฟะ...ฟะ...แฟน?” คริสต์ถึงกับติดอ่าง มองคนที่เพิ่งประกาศในสิ่งที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้ออกมา อะไรกัน วิสกี้แค่ไม่กี่แก้วทำให้เธอเมาจนหูเพี้ยนได้ถึงแบบนี้เชียวเหรอ

“ต้องขอโทษด้วยนะครับด็อกเตอร์ แฟนผมดูท่าจะเมา ผมคงต้องพาเธอกลับบ้านแล้วล่ะ ขอบคุณที่พาเธอออกมาเปิดหูเปิดตาคลายเหงาระหว่างที่ผมไม่อยู่ แต่ขอให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ แฟนผม ผมหึง”

คำพูดเหล่านั้นยิ่งทำให้คริสต์เกิดอาการมึนเข้าไปใหญ่ มึนจนถึงขั้นกระดกเหล้าลงคอรวดเดียวจนหมดแก้วโดยไม่รู้ตัว รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แล่นลิ่วไปทั่วร่างกาย

“พอแล้ว...ยังจะดื่มอีก...ไป...กลับบ้าน”

นภจรวางธนบัตรลงบนเคาน์เตอร์เป็นค่าเครื่องดื่ม ก่อนจะคว้าร่างงามเข้าสู่อ้อมแขน พยุงเธอออกไป ไม่ได้สนใจสายตาของชายหนุ่มอีกคนที่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว นอกจากคว้าโทรศัพท์ออกมากดหมายเลขปลายทางที่ต้องการติดต่อ

“ขอโทษครับ...ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะครับ คราวหน้าไม่พลาดแน่นอน”

ทว่าระหว่างที่กำลังเดินไปตามช่องทางสู่ประตูทางออก เขากลับหันไปมองใครบางคนที่นั่งปะปนอยู่กับนักเที่ยว ชายคนนั้นชูแก้วเครื่องดื่มให้เขา ส่วนเขาก็แค่พยักหน้าตอบรับโดยไม่รู้ว่า พอคล้อยหลังไป เรื่องนินทาก็เกิดขึ้นมาทันที

“ผู้กองนะผู้กอง นี่ถึงกับประกาศความเป็นเจ้าของกันซึ่ง ๆ หน้าเลยนะ ดูท่าคนนี้จะไม่ใช่แค่งานแล้วล่ะ เล่นสั่งเฝ้าไม่ให้คาดสายตาแบบนี้ คนป่งคนป่วยที่นอนรออยู่โรงพยาบาลไม่เป็นอันรักษากันพอดี”

นายแพทย์คิมหันต์วางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะก่อนจะกวักมือเรียกพนักงาน ปริมาณเหล้าในแก้วยังเท่าเดิมเพราะเขาไม่ชอบดื่ม นึกเสียดายเงินที่จ่ายไปอยู่เหมือนกัน แก้วเล็กแค่นี้ราคาถูกซะที่ไหน แต่เข้ามาในผับทั้งทีจะสั่งน้ำหวานก็คงจะดูแปลกเกินไปสำหรับผู้ชายตัวโต ๆ อย่างเขา “ช่างเถอะ ไว้เบิกค่าเหล้าแก้วนี้กับผู้กองนพก็แล้วกัน”

 
คอนโดมิเนียมหรูของด็อกเตอร์คริสต์ก็ยังคงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการพาคนขี้เมาเข้ามาพักฟื้น เพราะที่นี่มีความเป็นส่วนตัวสูงซะยิ่งกว่าบ้านพักนายทหารของนภจร คริสต์จึงถูกพยุงให้เข้าไปยังส่วนของห้องนอนด้วยความคุ้นเคย

“เอาล่ะ ได้เวลานอนแล้วนะแม่สาวขี้เมา” นภจรเอ่ยก่อนจะโน้มร่างอ่อนระทวยลงบนเตียงขนาดห้าฟุต ทว่าลำแขนเรียวนั้นกลับเกี่ยวลำคอเขาจนเสียหลักล้มลงไปด้วยกัน แถมยังยึดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

ใบหน้าห่างกันแค่คืบ กลิ่นกายหอมกรุ่นเย้ายวนปนกลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยผ่านลมหายใจออกมาเหมือนกระตุ้นเลือดในกายให้ร้อนฉ่า วิ่งพล่านไปทั้งตัว

“คริสต์...” เขาเรียกเธอเบา ๆ เพื่อหวังให้อีกฝ่ายคืนสติขึ้นมาบ้าง แต่นั่นกลับทำให้ตัวเขากลายเป็นคนขาดสติซะเองเมื่อได้ยินเสียงขานรับของเธอ

“คะ?...คุณจะจูบฉันเหรอ”

ด็อกเตอร์สาวยิ้มหวานไปถึงดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มจนแทบคั้นเป็นน้ำ เพราะเมาหูถึงเพี้ยนไป จึงเข้าใจเป็นอีกความหมายของคำเรียกขานนั้น แต่จะว่าไปเธอเองก็ชอบจูบของเขา ชอบอ้อมกอดของเขา หลายปีที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงถือเป็นเรื่องอิสระ แต่กลับมีหลายสาเหตุที่ทำให้เธอไปกล้าพอที่จะหลงระเริงไปกับขนบธรรมเนียม ทั้ง ๆ ที่สงสัยใคร่อยากเรียนรู้อยู่ไม่น้อย จะเป็นไรไปหากเธอจะอาศัยน้ำเมาเป็นข้ออ้างที่จะได้ดื่มด่ำความหอมหวานนั้นกับผู้ชายที่เธอบอกตัวเองได้อย่างไม่มีข้อกังขาว่าเธอชอบเขา

“ว่าไงคะ...” คริสต์ถามซ้ำ ทั้งยังเพิ่มรอยยิ้มให้เย้ายวนขึ้นไปอีกเท่าตัว

“อะไรครับ?” นภจรเผลอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก

“จูบ”

“อยากทำมากกว่านั้น”ชายหนุ่มตอบตามตรง

“อันนี้ก็...” เธอยิ้มตาหยีก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าใกล้ใบหูขาวสะอาดนั้น ตอบในสิ่งที่ไม่ต่างจากสายลมที่โหมพัดไฟปรารถนาให้ลุกโชน “ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณแล้วล่ะ...”

นภจรไม่คิดที่จะให้อีกฝ่ายท้าทายเขามากไปกว่านี้ ริมฝีปากนุ่มถูกปิดลงในทันทีด้วยริมฝีปากของเขาแตะนิ่งอยู่อย่างนั้นเหมือนกำลังชั่งใจ ทว่าความชั่งใจก็มีอันขาดผึ่งลงไปในเวลาไม่ถึงนาที ด้วยความที่อีกฝ่ายอาศัยความเมาเป็นข้ออ้างในการก่อเรื่องการเปิดฉากรุกก่อน นั่นทำให้กล้ามเนื้อตลอดทั้งร่างเกร็งเขม็ง และนี่คือสิ่งที่เขายอมไม่ได้จริง ๆ
คริสต์เป็นผู้หญิงที่สวยมาก และเขาก็ยังเป็นปุถุชนคนธรรมดา ในใจอัดแน่นไปด้วยกิเลส หวังจะใช้ความมุ่งมั่นชนะอารมณ์ดิบที่กำลังก่อตัวขึ้น แต่เมื่อสบตาเลื่อนลอยของคนตรงหน้าแล้วตัวเขาก็ยิ่งแข็งทื่อ

“คุณบอกว่าฉันเป็นแฟนคุณใช่ไหม” น้ำเสียงถามค่อนข้างอ้อแอ้ คริสต์ก็รู้ตัวดีว่าถามอะไรออกไป ถึงจะไม่รู้ว่าความกล้านั้นมาจากไหน แต่เธอก็อยากจะรู้จริง ๆ รู้เรื่องในหัวใจของเขาที่หลายครั้งก่อนหน้านี้สิ่งที่เขาปฏิบัติต่อเธอเกินธรรมดานั้นมันคืออะไร จริงจังหรือแค่หมาหยอกไก่

“ทำไมเงียบไปคะ...หรือว่าตอนนี้คุณกำลังสละตัวแทนคุณ” พูดไปแล้วเธอก็หัวเราะออกมา เมื่อคิดไปถึงประโยคเด็ดในนิยายจีนที่กำลังติดหนึบ “ใช่สิ ฉันเป็นคนช่วยชีวิตคุณ คุณก็ต้องเป็นของฉัน เข้าใจไหม”

“คุณรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอยู่กับใคร” นภจรกัดฟันถาม เพื่อการตัดสินใจว่าจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ หรือกินขนมหวานตรงไหนไม่ให้เหลือ

“ก็จะใครซะอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่พ่อหนุ่มรูปงามนามนภจร...อย่าบอกนะว่า แม้แต่ตัวคนเองก็กำลังเมาเหมือนฉัน”

“ใช่แล้วล่ะ...ตอนนี้ผมกำลังเมาจริง ๆ นั่นแหละ” พูดจบร่างสูงก็ขยับตัวขึ้นทาบทับบนร่างที่กำลังเรียกร้องให้เขาทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา

ริมฝีปากสีแดงสดเผยอนิด ๆ ถอนหายใจอย่างเคลิบเคลิ้ม ลำแขนขาวผ่องรั้งศีรษะของชายหนุ่มเข้ามาใกล้ ริมฝีปากของเขาได้รูปสวย เหมาะแก่การถูกจูบเป็นอย่างยิ่ง และเธอก็ไม่พลาดที่จะทำตามอำเภอใจ

จะว่าคริสต์เมาแล้วก็พอได้ แต่จะเรียกว่าขาดสติก็เห็นจะไม่ใช่ เพราะเธอแค่ใช้น้ำเมาเป็นข้ออ้างกระทำในเรื่องที่ปกติเธอไม่กล้าทำก็เท่านั้น การแกล้งทำเป็นเมาก็มีข้อดีอยู่อย่าง นั่นก็คือไม่ต้องรับผิดชอบอะไรให้ยุ่งยาก พอสร่างแล้วก็บอกปัดไปให้หมดทำทีเป็นจำอะไรไม่ได้แล้ว พอมีความคิดแบบนี้ คริสต์ก็ยิ่งเหิมเกริม จูบเขาอย่างเร่าร้อน ตวัดเรียวขาสวยรัดเอวแข็งแรงนั้นเอาไว้แนบชิดความต้องการของอีกฝ่ายที่ค่อย ๆ ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ  

นภจรผลักเธอออกห่างกวาดตามองความหวานฉ่ำที่อยู่ตรงหน้ารู้สึกขัดหูขัดตากับชุดที่สวมใส่เขาต้องกำจัดมันออกไปให้พ้นโดยเร็วที่สุด สติเสี้ยวสุดท้ายของเขาดับวูบลงไปพร้อมกับร่างงดงามราวหยกขาวสลักถูกเปิดเผยตรงหน้า มือแข็งแกร่งได้รูปกุมเอวคอดกิ่วแทบจะโอบได้รอบ เขาโน้มตัวเอาจุมพิตอย่างที่ไม่สู้จะอ่อนโยนนัก ในขณะที่มือไม้ของอีกฝ่ายยังสาละวนอยู่กับการแกะกระดุม และดึงรั้งเสื้อผ้าของเขาให้พ้นตัวเช่นกัน

ดวงตาฉ่ำเยิ้มลุกวาวเมื่อเห็นความงามของมวลกล้ามเนื้อตึงแน่น เธอครางออกมาด้วยความชื่นชมรูปสลักเทพบุตรกรีกที่สมบูรณ์แบบ ใช้ทั้งมือทั้งริมฝีปากบูชาความแข็งแกร่งงดงามตรงหน้าต่อไป กระทั่งสองขาเรียวถูกแยกห่างออกจากกันอย่างห้ามใจไม่อยู่ ทำท่าจะล่วงล้ำเข้าสู่เขตหวงห้ามอย่างอดใจทนรอไม่ไหว

“เดี๋ยวๆๆ”

เสียงอ้อแอ้ที่ร้องห้ามอย่างกะทันหันทำให้นภจรถึงกับชะงักค้าง หยาดเหงื่อไหลจากหน้าผากหยดลงกลางอกอวบขาวสล้าง สายตาหรี่มองคนตรงหน้าส่อแววอันตรายที่น่ากลัว ผู้หญิงบ้า...คงไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจเอาตอนนี้หรอกนะ

“คุณไม่มีเลือดบวกใช่ไหม?”

 
[1] เมรีจากเรื่องพระรถเมรี นางเมรีเป็นลูกครึ่งยักษ์กับมนุษย์ถูกพระรถเสนผู้เป็นสามีมอมเหล้าจนนางหลับ แล้วหลบหนีไปพร้อมยาวิเศษและดวงตาเพื่อนำไปช่วยมารดาที่ถูกควักลูกตาไป




 

Create Date : 02 เมษายน 2562
2 comments
Last Update : 2 เมษายน 2562 10:36:38 น.
Counter : 411 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku

 

ขอตอนต่อไปพรุ่งนี้นะจ๊ะ เราจะไปรออยู่ใต้เตียง

 

โดย: panon40 IP: 203.158.141.2 3 เมษายน 2562 16:29:21 น.  

 

กำลังสนุกเลยค่าา รอตอนต่อไปค่ะ

 

โดย: Modtanhoy IP: 182.232.182.3 15 เมษายน 2562 11:18:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Group Blog
 
<<
เมษายน 2562
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
2 เมษายน 2562
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.