Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า

ตอนที่ 28(ต่อ)



  สวัสดีแฟนนิยายทองหลางทุกท่าน


อันดับแรกต้องกราบขออภัยงามๆ ที่ห่างเหินการอัพนิยายไปนาน เกือบครึ่งปี ด้วยภารกิจบางอย่าง ทำให้หาเวลาเขียนแทบจะไม่มี จึงตัดสินใจพักยกไว้ชั่วคราว  และตอนนี้เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ก็ได้เวลามาติดตามความสนุกกันต่อ ซึ่ง ก่อนจะเขียนเพิ่มเติมไปจนจบเรื่อง ทองหลางได้กลับไปอ่านเนื้อหาที่เคยอัพไปแล้้้วก่อนหน้า พบว่า ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วน (มั่วมากมาย ผิดทั้งคำผิดทั้งประโยค) จริงขอเวลารีไรท์ตอนที่ผ่านๆมาก่อนนะคะ
ใครสนใจจะย้อนกลับไปอ่านตอนแรกใหม่ก็ไม่ว่ากันค่ะ เพราะบางช่วงจะมีการเพิ่มเติมเนื้อเรื่องให้สอดคล้องกันเพื่อความสมบูรณ์
หวังว่านักอ่านที่รักทุกท่านจะยังไม่ทิ้งกันนะคะ...

28(ต่อจากตอนที่แล้ว)

เช้านี้เป็นเช้าวันทำงานที่หัวสมองของเขมขวัญค่อนข้างว้าวุ่นโดยเฉพาะเมื่อเธอต้องร่วมเดินทางมาสำนักงานพร้อมเจ้านายที่เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมาเขาพยายามสร้างเหตุการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกไว้กับเธอแต่ยังโชคดีอยู่บ้างที่โต๊ะทำงานของเธออยู่หน้าห้องท่านประธานจึงไม่ต้องเผชิญหน้าเขาให้รู้สึกลำบากใจ

“สวัสดีครับคุณขวัญ”

เสียงทุ้ม ๆ ทักทายอย่างเป็นกันเองเรียกให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มบัญชีที่เธอยังต้องค้นหาความผิดปกติตามคำสั่งของเจ้านายอยู่

“สวัสดีค่ะคุณธนัญชัย...มาพบเจ้านายหรือคะ”เขมขวัญส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร “ว่าแต่...คุณธนัญชัยนัดเอาไว้หรือเปล่า”

“แหม...ถามตามสูตรสำเร็จของเลขาฯ เชียวนะครับ” ธนัญชัยเอ่ยพลางหัวเราะ“นัดเอาไว้แล้วครับผม”

“ถ้าอย่างนั้นก็รอสักครู่ค่ะ ดิฉันขอเวลาแจ้งให้ท่านประธานทราบก่อน”

เขมขวัญรายงานเจ้านายผ่านเครื่องติดต่อภายในก่อนเชิญผู้มาเยือนแต่เช้าให้ผ่านประตูเข้าสู่ห้องส่วนตัวของท่านประธานไปเมื่อได้รับคำอนุญาตจากนั้นเธอก็รีบลุกออกไปจัดหาเครื่องดื่มต้อนรับแขกตามหน้าที่

กาแฟร้อน ๆ พร้อมน้ำดื่มเย็นเจี๊ยบสองแก้วถูกนำเข้าไปวางในห้องเรียบร้อยโดยปราศจากคำพูดคำถาม หรือแม้แต่จะเงยหน้าสบตาเจ้าของห้องยกเว้นการส่งยิ้มไมตรีให้แก่ผู้มาเยือน ที่กริชนะรู้สึกว่า มันจะหวานเกินความจำเป็นไปซะหน่อยจนทำให้เขาต้องทำเสียงชนิดหนึ่งในลำคอเป็นการเตือนให้รู้ถึงสถานภาพที่เป็นอยู่

เขมขวัญหันหน้ามาขึงตาดุให้เจ้านายจอมชีกอ ก่อนจะเมิน เดินออกไปเงียบๆ

“แหม...แค่รอยยิ้มเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังหวง จะเกินไปแล้วนะเพื่อน” ธนัญชัยเอ่ยยิ้มๆ สีหน้าไม่ได้รู้สึกถือสาอะไรนอกจากความรู้สึกขบขัน

“กลัวนายจะลืมว่าเขมขวัญมีเจ้าของแล้ว” กริชนะเอ่ยตรง ๆทำเอาอีกฝ่ายถึงกับชะงักในคำตอบที่ได้ยิน ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน

“เออ...มีเจ้าของขี้หวงแล้ว ฉันรู้หรอกน่า” ธนัญชัยยกกาแฟขึ้นจิบ

“มีอะไรก็ว่ามา” กริชนะดึงเข้าเรื่องทันที

“อืม...ก็เรื่องคุณป้าของนายนั่นแหละ...ก่อนหน้าที่จะเอารูปพวกนั้นให้นายดูฉันส่งหลักฐานพวกนั้นไปให้ทางตำรวจที่รับผิดชอบรื้อคดีของคุณป้าแล้ว พวกเขาบอกจะส่งคนไปสืบหาคนในรูปให้ได้คิดว่าเราน่าจะหาเบาะแสเพิ่มเติม เพื่อโยงใยไปสู่ผู้บงการได้ในไม่ช้า”

“ปิดหน้าปิดตาแบบนั้นจะรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นใคร”กริชนะไม่ค่อยจะเชื่อฝีมือการสอบสวนคดีของตำรวจไทยสักเท่าไหร่ แต่ก็ช่วยไม่ได้เมื่อมันเป็นที่พึ่งเดียวที่มีอยู่

“ทางตำรวจบอก ไม่ต้องห่วง พวกเขามีวิธี วางใจได้ เขาว่าอย่างนั้น”

“ฉันกลัวจะช้าเกินไปจนคนร้ายไหวตัวหนีไปซะก่อนนี่สิ...มีวิธีไหนที่จะทำให้พวกมันโพล่หัวโผล่หางออกมาเร็วกว่านี้มั้ย”กริชนะถามความคิดเห็นด้วยสีหน้าแสดงความกังวล

“ถ้าต้องการความรวดเร็วก็พอมีวิธี”

“วิธีไหน”

“ใช้เหยื่อล่อ...หรือไม่ก็ใช้วิธีจุดพลุไล่ ให้พวกมันตื่นกลัวเดี๋ยวก็ลนลานโผล่หัวออกมาเอง แต่ผลที่ได้มันอาจไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจนายจะเสี่ยงหรือเปล่าล่ะ”

“ปัญหาคือ เรายังหาผู้ต้องสงสัยไม่ได้นี่สิก็เลยไม่รู้จะพุ่งเป้าไปที่ไหน”

กริชนะถอนหายใจเฮือก “คุณป้าครับ...ถ้าคุณป้าไม่ช่วยไขปริศนาพวกนี้ผมคงไม่สบายใจไปตลอดชีวิต” ในใจคิดถึงคุณป้าที่เวลานี้คงวนเวียนอยู่ใกล้ ๆคุณป้าน่าจะรู้ผู้บงการ แต่เขาไม่อาจสื่อสารกับท่านได้...ได้แต่หวังว่าคำร้องขอของเขาจะถูกส่งไปให้ผู้ที่เขารักและเคารพได้รับรู้ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบกลับมานั้น มีเพียงมวลความเย็นยะเยือกหนึ่งที่ลูบผ่านผิวแผ่วเบาจนขนลุกเกรียว

“ฉันว่านายเปิดแอร์เย็นเกินไปแล้วนะเพื่อน...ถึงนายจะเป็นอภิมหาเศรษฐีพันล้านแต่เรื่องการประหยัดพลังงานก็ไม่ควรเพิกเฉยนะเพื่อน” ธนัญชัยถึงกับลูบแขนปอยๆ

ที่หน้าห้องท่านประธาน เขมขวัญกำลังเคร่งเครียดอยู่กับตัวเลขในแฟ้มบัญชีการเงินของบริษัทที่ตั้งแต่เริ่มเข้ารับตำแหน่งดูเหมือนงานตรวจบัญชีอันนี้จะกลายเป็นงานหลักของเธอไปซะแล้วแต่ดีหน่อยที่เธอจบมาทางด้านนี้โดยตรงจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำความเข้าใจกับตัวเลขพวกนี้...

“เย้...เจอแล้ว...” หญิงสาวเผลอร้องออกมาด้วยควรดีใจเมื่อเธอใช้ดินสอวงกลมล้อมรอบตัวเลขจำนวนหนึ่งที่ค่อนข้างมั่นใจว่ามันคือความผิดปกติ

“อะไรกันครับคุณขวัญ...ท่าทางดีใจยังกับคนถูกหวย”

เสียงทักทายดังขึ้นที่หน้าโต๊ะทำงานเป็นเสริมชัยนั่นเองที่กำลังยืนมองเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสายตาของเขาเพ็งมองไปยังแฟ้มบัญชีในมือหญิงสาวด้วยความสนใจ

“ไม่มีอะไรค่ะ...พอดีว่าเจ้านายให้งานมาใช้ทดสอบว่าจะผ่านการทดลองงานหรือป่าวตอนนี้ขวัญแก้โจทย์ได้แล้ว...ขออนุญาตเอาไปให้เจ้านายดูก่อนนะคะ” เขมขวัญเอ่ยเธอลุกขึ้นคว้าแฟ้มงานนั้นแนบอก แล้วก็ชะงักเมื่อนึกอะไรได้ “เอ่อ...ขอโทษค่ะลืมถามไป...คุณเสริมชัยมีธุระอะไรติดต่อกับท่านประธานหรือเปล่าคะ”

“ผมเข้าใจครับคนกำลังดีใจที่จะได้เป็นพนักงานเต็มตัวย่อมดีใจมากเป็นธรรมดา...ผมมีธุระจะเรียนท่านนิดหน่อยเอาเป็นว่า เราเข้าไปพบท่านพร้อมกันเลยก็แล้วกัน” เสริมชัยเอ่ยยิ้ม ๆ

แม้เสริมชัยจะบอกอย่างนั้น แต่เขมขวัญกลับทรุดตัวลงนั่งตามเดิมทำให้คิ้วเข้มของหัวหน้าแผนกบัญชีต้องขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย“ไปเข้าไปแล้วเหรอครับ”

“ขวัญลืมไปค่ะว่าตอนนี้ท่านประธานกำลังมีแขก...ว่าแต่ธุระของคุณเสริมชัยด่วนหรือเปล่าคะหรือจะฝากเรื่องไว้”

“เป็นเรื่องค่อนข้างส่วนตัวหน่อยครับ”

“งั้นเดี๋ยวขวัญจะลองแจ้งให้ท่านทราบก่อนว่าท่านจะอนุญาตให้พบตอนนี้ได้ไหม”

“แขกคนไหนครับ...มาพบท่านแต่เช้าเชียว”

“คุณธนัญชัยค่ะ...เป็นเพื่อนสนิทของท่านประธาน”

“ถ้าอย่างนั้นไว้ผมมาใหม่ก็แล้วกัน...ธุระของผมไม่ใช่เรื่องด่วนอะไรนัก...ผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะครับ”เสริมชัยเอ่ยทั้งส่งยิ้มไปให้เลขานุการหน้าห้องท่านประธานที่นับวันจะดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา

“ถ้าท่านว่างแล้ว ขวัญจะโทรไปบอกนะคะ” เขมขวัญยิ้มตอบทว่าก็ต้องหุบยิ้มฉับเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นใครอีกคนกำลังเดินตรงมาด้วยสีหน้าแววตาที่ดูจะไม่อยากเป็นมิตรกับใครทั้งโลก

“ฉันมาขอพบพี่กริช พี่กริชอยู่หรือเปล่า” เสียงแหลมสูงดังมาก่อนที่เจ้าตัวจะมาถึงซะอีก

“ผมกลับก่อนนะครับ” เสริมชัยเอ่ยเบา ๆราวกับเสียงกระซิบก่อนจะปลีกตัวไป ทิ้งให้เขมขวัญเผชิญหน้ากับลูกสาวคนสวยกรรมการผู้ถือหุ้นเป็นอันดับสองของบริษัทในเครือ

“ท่านมีแขกค่ะ...” เขมขวัญตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“มีแขกแสดงว่าอยู่”

พิมพ์ชนกไม่รอให้แม่เมียเลขาฯของชายหนุ่มผู้ที่เธอหมายปองได้ตั้งตัวขัดขวางเธอเดินตรงไปเคาะประตูพอเป็นพิธีแล้วทำการเปิดเข้าไปโดยไม่จำเป็นต้องรอการอนุญาตจากใครหากคนข้างในจะตำหนิก็ต้องตำหนิความบกพร่องในหน้าที่ของแม่เลขาฯหน้าจืดคนนี้ไม่ใช่ตำหนิเธอที่เคาะประตูขออนุญาตเรียบร้อย

“เดี๋ยวค่ะคุณ...” เขมขวัญวิ่งตามเข้าไปติด ๆ ทั้งมองสบตาเจ้านายด้วยสีหน้าลุแก่โทษเมื่อเห็นฝ่ายนั้นโบกมือแสดงให้รู้ว่าไม่ถือสาอะไรเธอก็ค่อยถอนหายใจด้วยความรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

“คนอะไรจะเนื้อหอมขนาดนี้...”

“นั่นสินะ...ขนาดมีเมียแล้ว สาว ๆ ยังทอดสะพานให้ไม่ขาดมาขอพบซะหัวกะไดไม่แห้ง”

เสียงแผ่ว ๆ เบาหวิว ลอยเข้าโสตประสาท ให้คนฟังเกิดอาการหน้าแดงอย่างห้ามไม่อยู่จะตอบโต้ก็ไม่รู้จะตอบโต้ยังไง...แต่สิ่งหนึ่งที่เขมขวัญเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งนั่นก็คือป้าหลานคู่นี้ นิสัยถอดแบบออกมาเหมือนกันไม่มีผิด ทั้งในเรื่องความดื้อรั้นเอาแต่ใจอย่างที่ยากจะหาใครเปรียบ...





 

Create Date : 10 ธันวาคม 2560
0 comments
Last Update : 10 ธันวาคม 2560 6:19:03 น.
Counter : 88 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2560
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 ธันวาคม 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.