นักเขียนนามปากกา "จันทร์ทอแสง" เขียนนิยายแนว 20+ ทั้งโลกสวยและโลกไม่สวย

<<
พฤศจิกายน 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
17 พฤศจิกายน 2560
 

เ พ ช ร ใ น เ ง า # 12



ตอนที่ 12



ในห้องส่งตัว ธีรภัทรกับภรรยาให้พรบ่าวสาวตามธรรมเนียม ทั้งเรื่องการให้อภัยและการอยู่ร่วมกัน กระทั่งถึงเวลาอันเหมาะสม พวกท่านก็ปล่อยให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพัง ก่อนไปก็ไม่วายย้ำกับลูกชายให้อยู่ในห้อง อย่าออกไปข้างนอก เดี๋ยวจะเสียฤกษ์ ซึ่งเขาก็รับปาก

แต่เมื่ออยู่ตามลำพังแล้ว ธีรัตม์ก็ออกไปนั่งที่ห้องรับแขก ในห้องสูทขนาดใหญ่มีการแบ่งสัดส่วนของห้องนั่งเล่นกับห้องนอนออกจากกัน เขาออกมานั่งดื่มเงียบ ๆ ขณะที่อัญพัชร์อยู่ในห้องนอน เธอเปลี่ยนชุด ลบเครื่องสำอางและอาบน้ำในห้องนอนใหญ่ เมื่อเรียบร้อยและอยู่ในชุดนอนเสื้อแขนยาวแล้ว เธอก็แง้มประตูออกมาดูธีรัตม์ เขายังนั่งอยู่ที่เดิม เครื่องดื่มสีอำพันหมดไปกว่าครึ่งขวดแล้ว

อัญพัชร์จะเดินไปหาเพื่อบอกให้เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำ แต่ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดและโทรออกก่อนทำให้เธอต้องถอยกลับเข้าห้องดังเดิมและขอเสียมารยาทแอบฟังเงียบ ๆ

คนที่ธีรัตม์โทรหาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือดาวิกานั่นเอง แต่ติดต่อเท่าไหร่ ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอมรับสาย

“คุณไม่สนใจผมแล้วจริง ๆ หรือเดียร์ คุณเลิกรักผมแล้วจริง ๆ เหรอ ทำไมล่ะ” เขาถามเสียงดังใส่โทรศัพท์ ระหว่างนั้นก็กรอกน้ำเมาเข้าปากรวดเดียวจนหมดแก้ว เขารินใส่แก้วอีกแล้วกรอกเข้าปากติด ๆ กันหลายแก้ว อัญพัชร์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบออกไปห้าม

“พี่ธี พอเถอะค่ะ แค่นี้ก็เมาแล้ว” หญิงสาวเอ่ยแล้วดึงแขนเขาไว้ แต่ธีรัตม์สะบัดออกและมองตาขวาง

“ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมาเข้าใกล้ฉัน ผู้หญิงแบบนี้น่ะเหรอที่จะมายืนข้าง ๆ หึ! น่าอายชะมัด” เขาพูดแบบไม่ไว้หน้าพร้อมทั้งแสดงสีหน้าแบบดูแคลน ทำเอาอัญพัชร์หน้าชา ไม่คิดว่าเขาจะพูดถึงขนาดนี้

“จืดชืด ไร้เสน่ห์ น่าเบื่อ ควงไปออกงานก็มีแต่จะทำให้ขายหน้า”

“พี่ธี!” หญิงสาวตกใจอีกคำรบ

“เธอไม่มีอะไรสู้เดียร์ได้เลย เทียบกันไม่ติด ไม่เห็นฝุ่น คงสะใจเธอแล้วสิที่ทำให้คนรักกันเลิกกันได้...ออกไปได้แล้ว ฉันอยากอยู่คนเดียว แล้วไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายอีก ออกไป” เขาโบกมือไล่แล้วผลักเธออกให้พ้นตัวก่อนคว้าขวดเหล้ามารินใส่แก้วจนเต็มแล้วกรอกเข้าปากแบบเพียว ๆ

อัญพัชร์กำมือจนสั่นเกร็ง ดวงตาหวานสั่นระริกด้วยน้ำใส ๆ ที่เอ่อคลอ เธอมองธีรัตม์ด้วยความเสียใจและน้อยใจ

“ฉันอยากอยู่คนเดียว ไม่ได้ยินหรือไง หรือเธออยากจะกินกับฉัน มาสิ มากินด้วยกัน” เขาถามแล้วเดินโอนเอนมาใกล้ กลิ่นเหล้าโชยมาแต่ไกลจนอัญพัชร์ต้องขยับหนีแล้วยกมือขึ้นปิดจมูก ธีรัตม์คว้าตัวเธอไว้แล้วยื่นแก้วไปใกล้ ๆ

“กินสิ กินเข้าไป กินให้เมากันไปเลย กินสิ ฉันบอกให้กินไง กินให้หมด” เขาบอกและพยายามจะกรอกเหล้าใส่ปาก แต่หญิงสาวเบี่ยงหน้าเต็มกำลัง

“ไม่ค่ะพี่ธี หยุด ไม่เอา ปล่อยไอซ์ค่ะ ปล่อย!” เธอรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักเขาออกเต็มกำลังจนธีรัตม์เซกลับไปนั่งที่โซฟาดังเดิม เขาแค่นยิ้มและหัวเราะอยากถูกใจก่อนกรอกเหล้าเข้าปากและไม่สนใจหญิงสาวที่ยืนอยู่ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง อัญพัชร์ทั้งโมโหทั้งอาย และไม่คิดว่าเขาจะก้าวร้าวถึงขนาดนี้

“ถ้าพี่ธีอยากดื่ม ก็เชิญเถอะค่ะ ไอซ์ไม่สนใจแล้ว” เธอว่าแล้วรีบเดินเข้าห้องไปโดยเร็ว พร้อมทั้งล็อกประตูไม่ให้เข้ามาได้อีกด้วย


......................................


หญิงสาวไปยืนสงบอารมณ์หน้ากระจก น้ำใส ๆ เอ่อกลบตาคู่สวยจนมองเห็นตัวเองเป็นภาพเลือน เธอปาดน้ำตาออกแล้วจ้องภาพที่สะท้อนในกระจกนิ่ง และเห็นหญิงสาวในชุดเสื้อนอนแขนยาวแบบกระดุม ไม่ใช่สาวในชุดนอนสายเดี่ยวเนื้อผ้าบางเบา เธอมันก็แค่เด็กน้อยไร้เดียงสา ไม่รู้จักโต จะไปสู้สาวสวยหุ่นดีแฟนเขาได้อย่างไร

‘จืดชืด ไร้เสน่ห์ น่าเบื่อ’

คำพูดของเขายังดังอยู่ในหู หญิงสาวเม้มปากและกำมือแน่นด้วยความโกรธ เธอผิดด้วยหรือที่ไม่ชอบแต่งหน้า เธอผิดด้วยหรือที่ไม่ชอบแต่งตัว เธอผิดด้วยหรือที่ไม่ชอบเที่ยวไม่ชอบดื่ม...ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเธอใช่ไหมที่ไม่มีอะไรตรงใจเขาเลย

แล้วถ้าเธอแต่งหน้าแต่งตัว เขาจะชอบหรือเปล่า เขาจะมองเธอในแง่ดีบ้างไหม

อัญพัชร์หลับตาอย่างเหนื่อยล้า และเมื่อลืมตาขึ้น สายตาของเธอก็ปะทะกับกล่องของขวัญที่เพิ่งได้รับจากช่างแต่งหน้า เธอรู้ว่าด้านในเป็นอะไร เพราะช่างที่มีความสนิทสนมกัน ได้บอกเธอก่อนแล้ว

ด้านในคือชุดเครื่องสำอางยี่ห้อดัง ซึ่งมีแบบครบเซตไม่ว่าจะเป็นแป้งรองพื้น บลัชออนที่มีหลายโทนสีให้เลือก ลิปสติกที่มีสีมากกว่ายี่สิบสี อายส์ชาโดว์ ที่เขียนขอบตา นอกจากนี้ยังมีแปรงปัดหลายขนาดให้เลือกอีกด้วย ทำเอาอัญพัชร์หยิบไม่ถูกว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี

“ถ้าน้องไอซ์ไม่อยากแต่งหน้าเยอะแค่ปัดหน้านิดหน่อย จะเลือกสีชมพู สีส้มหรือสีอมน้ำตาลนิด ๆ ก็ได้ แค่นี้ก็ดูเป็นสาวสุขภาพดีแล้วค่ะ แล้วก็เติมลิปอีกสักนิด คิ้วของน้องไอซ์โก่งสวยและเป็นเส้นอยู่แล้ว ไม่ต้องเติมอะไรก็ได้ หรือถ้าน้องไอซ์มีเวลาจะใส่บิ๊กอายส์และติดขนตาเพิ่มก็ได้นะคะ รับรองว่าเกิดสุด ๆ ค่ะ” ช่างแต่งหน้าแนะนำแบบรวดเดียวตอนที่ให้ของขวัญชิ้นนี้

“นี่นิดเดียวแล้วหรือคะ” หญิงสาวถามแล้วยิ้มแห้ง

“นิดเดียวจริง ๆ ค่ะ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เรียบร้อยแล้ว แต่แรก ๆ อาจจะเสียเวลาหน่อยแต่พอนาน ๆ ไปเดี๋ยวก็ชินค่ะ หรือถ้าไม่อยากเสียเวลาก็แค่ปัดแก้มกับทาลิปสีก็ได้ค่ะ น้องไอซ์หน้าหวานหน้าสวยอยู่แล้วไม่ต้องแต่งเยอะก็ดีดูค่ะ”

“ค่ะ ขอบคุณพี่ปิงมากนะคะ” เธอเอ่ยแล้วยกมือไหว้ช่างแต่งหน้า

“ไม่เป็นไรค่ะ อย่าลืมทำตามที่พี่แนะนำนะคะ”

“ค่ะ”

อัญพัชร์เลือกลงแป้งพัฟฟ์ก่อนเป็นลำดับแรก เมื่อเรียบร้อยเธอก็เลือกใช้บลัชออนสีชมพูเข้ม เธอปัดจากแก้มซ้ายไปแก้มขวาและปัดเป็นวงเหมือนที่ช่างแต่งหน้าทำ ใบหน้าเธอเริ่มออกสีเรื่อย ๆ หญิงสาวหยุดแล้วหันไปหยิบพู่กันอันเล็กมาแตะลิปสติก โดยเลือกสีแดงสด

ริมฝีปากอิ่มที่เคยเป็นสีชมพูอ่อนเปลี่ยนเป็นสีแดงสด ดูอวบอิ่มและเซ็กซี่ไม่หยอกทีเดียว เธอเติมสีให้แดงขึ้นอีก จากนั้นก็ปัดแก้มเพิ่มอีกนิดเพื่อให้เข้ากับสีปาก

“ต้องแบบนี้ใช่ไหมคะถึงจะไม่จืดชืด ต้องแต่งแบบนี้เลยใช่ไหมคะถึงจะเรียกว่ามีเสน่ห์” เธอถามคนในกระจก ซึ่งดูแปลกตาและไม่ใช่ตัวเธอเลย

เหมือนตัวตลกมากกว่า! หญิงสาวหัวเราะหึอย่างนึกสมเพชตัวเอง

เธอคงไม่เหมาะกับการแต่งหน้าหรอก และคงเหมาะที่จะเป็นผู้หญิงจืด ๆ ต่อไป

อัญพัชร์ยกหลังมือขึ้นปาดริมฝีปากจนข้างแก้มเป็นสีแดงสด เธอปาดซ้ายปาดขวาเช็ดลิปสติกออกจนใบหน้าเลอะไปหมด จากนั้นก็ใช้สำลีชุบคลีนซิ่งมาเช็ดเครื่องสำอางออกแต่ก็ยังหมด ทำให้เธอต้องเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ

กว่าจะสะอาดหมดจดก็กินเวลาหลายนาที แต่งหน้าว่านานแล้ว ลบออกนานกว่าอีก ปกติเธอก็แต่งหน้าอยู่แล้วแต่แต่งบาง ๆ อ่อน ๆ ใช้เบบี้ออยล์เช็ดก็สะอาดเพียงพอ ส่วนการแต่งหน้าแบบนี้จะแต่งก็ต่อเมื่อต้องออกงานเท่านั้น และคนที่แต่งให้ก็คือช่างมืออาชีพ เธอไม่เคยต้องแต่งเองสักที

ยากเกินไปและเธอคงไม่มานั่งเสียเวลาแต่งหรอก...หญิงสาวคิดก่อนล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง เธอหันไปมองหมอนอีกใบที่ว่างเปล่า ตอนนี้ธีรัตม์จะเป็นอย่างไรบ้าง เขายังนั่งดื่มอยู่ไหม หรือได้คุยกับแฟนเก่าหรือยัง อีกฝ่ายจะคุยกับเขารู้เรื่องไหม และเขาจะโวยวายใส่แฟนเก่าอย่างไรบ้าง

คิดแล้วอัญพัชร์ก็อยากรู้ เธอลุกจากเตียงแล้วเดินไปเปิดประตูอย่างแผ่วเบา ด้านนอกเงียบสงบ หญิงสาวเงี่ยหูฟังและได้ยินเสียงกรนเบา ๆ ดังมา เธอจึงเดินไปดูเพื่อให้แน่ใจ
บนโซฟาตัวยาว ร่างของธีรัตม์เอนพิงพนักแบบคอพับคออ่อน แก้วเปล่าในมือตกลงพื้นแต่เขาก็ยังไม่รู้สึกตัว ดวงตาของเขาหลับสนิท เขาครางอืออาในลำคอแล้วเอนตัวลงนอนเหยียดยาว

“พี่ธี พี่ธีคะ” หญิงสาวเรียกเบา ๆ แล้วเขย่าตัวปลุก

“อย่ามายุ่ง คนจะนอน” เขาบอกเสียงอู้อี้แล้วปัดมือออกก่อนนิ่งไป

“ไปนอนในห้องเถอะค่ะ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนอนนะคะ ใส่แบบนี้อึดอัดแย่” เธอเป็นห่วง แต่ธีรัตม์หลับไปแล้ว ทำเอาอัญพัชร์ถอนใจยาว เธอนั่งคุกเข่าข้างโซฟาแล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกเพื่อให้เขาสบายตัว ซึ่งก็ทุลักทุเลพอสมควรเพราะธีรัตม์ไม่ยอมให้ความร่วมมือ เขาปัดมืออย่างรำคาญ แต่ในที่สุด อัญพัชร์ก็สามารถถอดเสื้อเขาออกจนได้ เนื้อตัวของเขามีรอยแดงเป็นปื้น คงเพราะจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำ หญิงสาวลองแตะหน้าผากและพบว่าหน้าเขาร้อนเหมือนไฟ

ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ มีหวังเขาต้องป่วยแน่ ๆ...เธอคิดก่อนตัดสินใจกลับเข้าห้องนอน ไม่นานก็ออกมาพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ เธอเดินเข้าครัวแล้วใช้ถ้วยใบใหญ่แทนกะละมัง จากนั้นก็กลับมาเช็ดหน้าให้เขา ธีรัตม์ปัดออกอีกตามเคย แต่อัญพัชร์จับมือเขา และเมื่อเรียบร้อยแล้ว เธอก็เอาเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมให้เขา

หมดจากเสื้อไปแล้ว ก็ยังเหลือกางเกง อัญพัชร์ลังเลอยู่นานว่าจะทำอย่างไรดี จะให้เขานอนแบบนี้ต่อไปหรือถอดมันออกดี เพราะเขาเมาหนักแบบนี้ต่อให้อึดอัดแค่ไหน เขาก็คงไม่รู้สึกตัว แต่มันก็ไม่สบายตัว เธอคิดอีก และถ้าจะถอดให้ก็คงไม่น่าจะมีอะไร เพราะตอนนี้เขาก็ใส่เสื้อคลุมที่ยาวถึงเข่า เธอก็แค่สอดมือเข้าไปปลดตะขอแล้วดึงมันออกมา แค่นี้เขาก็ไม่ต้องทนอึดอัดแล้ว

เอาเถอะ ทำให้เขาหน่อยแล้วกันถือว่าช่วยคนเมา...หญิงสาวตัดสินใจก่อนคุกเข่าข้างโซฟาแล้วเมินไปทางอื่น มือเล็กเอื้อมไปปลดเข็มขัด เธอใช้วิธีคลำทางเอา เมื่อปลดได้แล้วก็รูดมันออกมา โดยที่ไม่โป๊ไม่เห็นอะไรเลย และเธอยังเอาผ้าขนหนูมาห่มกายให้เขาด้วยเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

ใบหน้ายามหลับของเขายังหล่อเหลา อัญพัชร์นั่งมองแล้วเอื้อมมือไปสัมผัสหน้าเขาแบบแผ่วเบา ดวงตาหวานจ้องเขานิ่ง

“ไอซ์ผิดใช่ไหมคะที่เป็นอย่างที่พี่ธีต้องการไม่ได้ ไอซ์แต่งหน้าไม่ได้ แต่งตัวไม่เป็น ไม่เปรี้ยวจี๊ดเหมือนผู้หญิงที่พี่ธีชอบ” เธอเอ่ยแบบน้อยใจ “แต่จะให้ไอซ์เปลี่ยนตัวเองไปเป็นแบบนั้นก็คงไม่ได้ ไอซ์เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดและพี่ธีก็เคยบอกว่าชอบเด็กผู้หญิงใส ๆ เพราะน่ารัก ตอนนี้เด็กผู้ชายคนนั้นไปไหนแล้วคะ หรือพี่ธีแค่พูดเอาใจไอซ์เท่านั้น” เธอถาม

เหตุการณ์ในวัยเด็กยังฝังใจเธออยู่ ตอนที่ไปเที่ยวด้วยกัน เขาเอาใจเธอสารพัด และชมว่าเธอน่ารักไม่ขาดปาก แต่ตอนนี้เขากลับบอกว่าน่าเบื่อ ไร้เสน่ห์ เขาเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้เชียวหรือ

“ถึงไอซ์จะเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ แต่ไอซ์จะค่อย ๆ ปรับนะคะ เผื่อว่ามันจะถูกใจพี่ธีขึ้นมาบ้าง พี่ธีจะได้ไม่อายเวลาไอซ์ยืนใกล้ ๆ และไอซ์จะทำให้พี่ธีเปลี่ยนความคิดให้ได้ ไอซ์จะทำให้พี่ธีรู้ว่าคนไม่แต่งหน้าก็มีเสน่ห์เหมือนกันและคนไม่แต่งตัวก็ไม่ได้น่าเบื่อด้วย” เธอเอ่ยอย่างหมายมั่นก่อนกลับเข้าห้องนอนและปล่อยให้เขานอนอยู่ที่โซฟาดังเดิม


.......................................



เช้าวันใหม่ ธีรัตม์รู้สึกตัวด้วยอาการงง ๆ เขาขยับตัวและพบว่าตัวเองอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ ทำเอาชายหนุ่มตกใจรีบลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะยกมือขึ้นกุมศีรษะด้วยอาการปวดตึงและหนักอึ้ง

“อะไรกัน” น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยแบบมึนงง เขาจำได้ว่าตัวเองนั่งดื่มเหล้าตรงนี้ตั้งแต่พ่อกับแม่ออกไปห้อง และเขาไม่ได้ลุกไปไหนเลย แล้วทำไมเสื้อผ้าของเขาถึงลงไปกองที่พื้น เสื้อคลุมอาบน้ำมาอยู่บนตัวเขาได้ยังไง

“ตื่นแล้วหรือคะพี่ธี” อัญพัชร์ทักก่อนเดินมาใกล้ เธอวางน้ำอุ่นบนโต๊ะแล้วขยับออกห่างอย่างเว้นระยะ

“นี่มันอะไร” เขาถาม

“เมื่อคืนพี่ธีเมามากค่ะ ไอซ์เป็นคนเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อให้ แต่ไม่มีอะไรนะคะ ไอซ์ไม่ได้มองอะไรเลยค่ะ” เธอรีบออกตัว ธีรัตม์เอนตัวไปนั่งพิงพนังพร้อมนวดต้นคอไปด้วย

“งั้นเหรอ แต่วันหลังไม่ต้องก็ได้นะ ฉันนอนทั้งที่อยู่ในชุดแบบนั้นได้” เขาเอ่ยแบบห่างเหิน ไม่มีการขอบใจสักคำแถมเขายังพูดเหมือนตำหนิเธออีกด้วย

“ตอนนี้ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว พี่ธีรีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะค่ะ เดี๋ยวต้องลงไปพบคุณอาอีก นัดกันไว้เก้าโมงค่ะ ตอนนี้ใกล้แปดโมงแล้ว”

“ไม่เรียกคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะ เธออยากเรียกแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” เขาถามแล้วยิ้มมุมปาก ท่าทางแสดงออกชัดถึงการเยาะเย้ย อัญพัชร์ไม่โต้ตอบ

“ไอซ์เตรียมเสื้อผ้าให้แล้วนะคะ อยู่ในห้องค่ะ แล้วพี่ธีจะกินอะไรตอนเช้าคะ ในห้องมีกาแฟสำเร็จรูปค่ะ พี่ธีกินไหมคะหรือว่าจะรับเป็นมื้อเช้า ไอซ์จะได้โทรไปบอกข้างล่าง”

“ไม่ต้อง” เขาบอกเสียงห้วนก่อนเดินเข้าห้องเพื่อจัดการตัวเอง


............................................


ธีรัตม์วุ่นวายกับการจัดการหลังงานแต่งถึงสองวันกว่าจะมีเวลาว่างเป็นของตัวเอง พ่อกับแม่เสนอสถานที่ฮันนีมูนไว้หลายที่แต่เขาไม่เลือกสักที่ อ้างว่ามีงานต้องเคลียร์เยอะแยะและเรื่องเที่ยวหลังแต่งก็ไม่ใช่นิสัยของเขา ขณะที่อัญพัชร์เห็นพ้องกับเขา

และเมื่อมีเวลาว่างแล้ว สิ่งแรกที่ธีรัตม์ทำก็คือ โทรติดต่อดาวิกา แต่โทรเท่าไหร่ก็ติดต่อไม่ได้ เขาจึงลองใช้เบอร์อื่นโทรดู และติดต่อกับเธอได้ และเมื่อเธอรู้ว่าเขาโทรไป ดาวิกาก็พูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายและย้ำกับเขาว่าอย่าโทรหาอีก เธอเบื่อจะแย่อยู่แล้วและเธอไม่อยากมีปัญหากับคนใหม่ ขอให้เขาเข้าใจด้วย ทำเอาธีรัตม์ซึมไป เมื่อไม่สามารถง้อดาวิกาให้กลับมาคืนดีกันได้

เขากลายเป็นคนเงียบขรึม และไม่มีจิตใจจะทำงาน บ้านช่องก็ไม่ยอมกลับ เอาแต่ขลุกตัวอยู่ที่คอนโด ปล่อยให้ภรรยาหมาด ๆ อยู่บ้านเพียงลำพัง โดยบ้านหลังนั้นอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกับบ้านหลังใหญ่ ระยะห่างกันราวหนึ่งร้อยเมตร มีสวนคั่นกลาง และสามารถเข้าได้สองทางคือจะเข้าทางบ้านหลังใหญ่ก็ได้ หรือจะเข้าอีกทางแบบส่วนตัวก็ได้ บ้านหลังนี้พันวัสสาปลูกไว้สำหรับอยู่ในบั่นปลายชีวิต เป็นบ้านหลังเล็กแบบชั้นครึ่งเล่นระดับมีสองห้องนอน มีห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ รูปแบบบ้านเหมือนกระท่อมสไตล์ยุโรป

ตอนแรก พันวัสสาจะให้ลูกกับสะใภ้อยู่ด้วยกันที่บ้านหลังใหญ่ แต่ธีรัตม์ทักท้วงว่าเขาอยากใช้ชีวิตแบบคู่สามีภรรยาที่จัดการอะไร ๆ กันเองมากกว่า ฟังเหตุผลแล้วมารดาก็เห็นด้วย จึงยกบ้านหลังนั้นให้ทั้งสองอยู่ชั่วคราว

สามวันผ่านไป พันวัสสาก็รู้ว่าลูกชายไม่เคยกลับบ้านเลย ตั้งแต่ย้ายเข้าไปอยู่ ทำให้ต้องโทรหาเป็นการด่วนและสั่งให้เขากลับเจอกันที่บ้านเพื่อพูดคุย

ธีรัตม์กลับถึงบ้านเกือบหกโมงเย็น เขาตรงไปหามารดาที่บ้านหลังใหญ่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักเพราะรู้ว่าต้องโดนต่อว่าแน่ ๆ และเป็นอย่างที่คิด เมื่อเห็นมารดานั่งทำหน้าขรึมอยู่ในห้องรับแขก มีอัญพัชร์นั่งอยู่ด้วย สีหน้าของเธอเรียบเฉย เมื่อเห็นเขา เธอก็ก้มศีรษะเป็นเชิงทักทาย

“คุณแม่มีอะไรหรือครับ” เขาถามเมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว ขณะที่มารดาค้อนขวับ

“ยังจะมาถาม เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยล่ะ ไป ไปคุยกันในห้อง” มารดาพูดเสียงขรึม ก่อนหันไปทางลูกสะใภ้คนโปรด แล้วยิ้มอ่อนโยน สีหน้าที่แสดงออกผิดกับตอนที่คุยกับเขาลิบลับ

“หนูไอซ์นั่งรอตรงนี้ก่อนนะ แม่อยากคุยแบบส่วนตัวกับพี่ธี”

“ค่ะ คุณแม่” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเขิน ๆ เพราะยังไม่ชิน

พันวัสสายิ้มให้อย่างเอ็นดูก่อนหันไปทำหน้าขรึมใส่ลูกชายแล้วลุกขึ้นตรงไปยังห้องนั่งเล่น
แบบส่วนตัว ธีรัตม์ลุกตาม เขาหันไปมองภรรยาแวบหนึ่งและเห็นเธอยิ้มให้ แต่ชายหนุ่มไม่ยิ้มตอบ เขามองว่าเธอกำลังยิ้มเยาะเขา จากนั้นก็เดินตามมารดาไป

ในห้องแบบส่วนตัว เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว พันวัสสาก็เปิดฉากต่อว่าลูกชายทันที

“ทำไมถึงไม่กลับบ้าน ปล่อยให้น้องอยู่บ้านคนเดียวได้ยังไง” มารดาถาม

“อยู่คนเดียวอะไรครับ มีป้าจูอยู่เป็นเพื่อนทั้งคน” เขาท้วง ป้าจูคือแม่บ้านเก่าแก่ของอัญพัชร์ที่ตามมาดูแลเจ้านาย

“เหมือนกันที่ไหน นั่นแม่บ้าน ส่วนเราเป็นสามี หนูไอซ์ก็กระไร ธีไม่กลับมานอนบ้านเลยก็ไม่ยอมบอกแม่ นี่ถ้าแม่ไม่บังเอิญเห็นว่าน้องขับรถไปทำงานเอง แม่ก็คงไม่รู้ว่าเราไปนอนที่อื่น”

“เห็นเองหรือว่าเขาตั้งใจให้คุณแม่เห็นครับ” ธีรัตม์ถามเสียงเยาะ

“ทำไมธีพูดแบบนี้ ไม่ดีเลยนะ” พันวัสสาว่า “น้องไม่ได้พูดอะไรเลย แถมยังปกป้องเราอีกด้วยว่างานเยอะ เลยไม่อยากขับรถถย้อนไปย้อนมา”

“ครับ” เขารับสมอ้างแล้วหลบตาไปด้วย

“คงงานยุ่งมากเลยใช่ไหม ยุ่งถึงขนาดไม่เข้าบริษัทถึงสองวัน” น้ำเสียงของมารดามีแววตำหนิและคาดคั้นอยู่ในที ขณะที่ธีรัตม์ก้มหน้า

ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เขาไม่มีใจทำงานเพราะรู้สึกเบื่อไปหมดและไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร เพื่อให้บริษัทของคนที่เขาไม่ชอบได้กำไรอย่างนั้นหรือ
สู้ไม่ทำเสียดีกว่า

“ผมเหนื่อยไม่อยากทำแล้วครับ คุณแม่ขายหุ้นทิ้งได้ไหมครับ” เขาเสนอ

“ไม่ได้” มารดาพูดทันที โดยไม่หยุดคิด

“แต่ผมไม่อยากทำแล้ว”

“ถ้าธีเหนื่อย แม่จะให้น้องไปช่วยงาน ดีไหม เป็นสามีภรรยากัน ต้องช่วยกันทำงาน”

“ไม่ครับ” เขาปฏิเสธเสียงแข็งก่อนปรับสีหน้าให้อ่อนลงแล้วชี้แจงเหตุผล

“ไอซ์เขาจบบัญชีมา เขาทำงานเลขาไม่ได้หรอกครับ เขาก็เคยบอกว่าไม่ชอบงานเลขา” ชายหนุ่มบอก เรื่องนี้เขาตกลงกับอัญพัชร์แล้วว่าถ้าใครจะย้ายเธอมาทำงานใกล้เขา ให้เธอปฏิเสธแล้วอ้างว่าไม่ชอบ ซึ่งหญิงสาวก็รับปาก

“ถ้าอย่างนั้นก็ให้น้องทำบัญชีต่อไปแล้วกัน” มารดาไม่ขัด “และต่อไปธีต้องไปทำงานพร้อมน้องและกลับพร้อมกัน”

“แต่ผมไม่อยากทำแล้วจริง ๆ นะครับ ถ้าทำต่อคงขาดทุนมากกว่านี้แน่ ๆ คุณแม่ก็ทราบว่าตอนนี้บริษัทกำลังแย่” เขาโอดครวญ

“ก็เพราะมันกำลังแย่ไงล่ะ แม่ถึงให้ธีเข้าไปจัดการ” นางบอกเหตุผล ซึ่งกิจการของวัชระเริ่มย่ำแย่ตั้งแต่เขานอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว กระทั่งวัชระเสียชีวิต ธีรภัทรก็เข้าไปนั่งเป็นประธาน แต่เขาก็ให้เกียรติคนทำงานเดิม โดยไม่เข้าไปก้าวก่ายและให้ทุกคนบริหารงานกันเหมือนเดิม แต่บริษัทที่ขาดเสาหลักก็เหมือนเรือที่ไร้หางเสือลอยเคว้งอยู่กลางทะเล ไม่นานหนี้สินก็พอกพูน จนธีรภัทรต้องเรียกลูกชายเข้ามาดูแลต่อ เพราะตัวเขาเองก็งานล้นมืออยู่แล้ว

ซึ่งธีรัตม์ก็จัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยดี จะมีก็ช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ลูกชายเริ่มทำตัวเกเรไม่สนใจงาน

“แต่ผมอยากกลับไปดูแลห้างมากกว่านะครับ” เขายังยืนยัน ขณะที่มารดานิ่งคิด

“ถ้าธีไม่อยากทำก็ไม่เป็นไร” นางพูดในที่สุด สร้างความประหลาดใจแกมดีใจให้ธีรัตม์เป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่ามารดาจะยอมง่าย ๆ แบบนี้

“จริงหรือครับ” เขาย้ำ

“จริง แม่จะให้ธีหยุดแล้วให้คนอื่นเข้าไปดูแลแทนและแม่จะให้น้องขึ้นมาเป็นกรรมการด้วย”

“อะไรนะครับ” คราวนี้สีหน้าของลูกชายเปลี่ยนไป

“แม่จะให้หนูไอซ์ขึ้นมาเป็นประธานกรรมการผู้จัดการ” มารดาย้ำอีกครั้งแบบชัดถ้อยชัดคำ

“ไม่ได้ครับ” เขาพูดทันที

“ทำไมล่ะ ในเมื่อธีไม่อยากดูแลแล้วนี่”

“แต่บริษัทนั่นไม่ใช่ของไอซ์อีกแล้วนะครับ เราซื้อหุ้นมาแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์อีกแล้ว”

“แต่น้องแต่งงานเข้ามาใช้นามสกุลเดียวกับเราแล้ว ก็ต้องมีสิทธิ์และแม่ตั้งใจจะยกบริษัทให้เป็นของขวัญแต่งงานอยู่แล้ว”

“ผมไม่ยอม” เขาบอก

“แล้วธีจะทำยังไง ในเมื่อธีไม่อยากดูแลแล้ว” มารดาถาม ทำเอาธีรัตม์นิ่งไป

ถ้าเธอได้ขึ้นมาเป็นประธานกรรมการ ก็เท่ากับเขาแพ้น่ะสิ เรื่องอะไรจะยอมให้เธอได้บริษัทไปง่าย ๆ ล่ะ เขาลงทุน ลงแรงไปเท่าไหร่เพื่อรักษาบริษัทนั่นให้อยู่รอด แล้วจู่ ๆ จะให้เจ้าของเก่ามาชุบมือเปิบไปน่ะเหรอ ไม่มีทางหรอก

“ผมทำต่อก็ได้ครับ” ชายหนุ่มตัดสินใจ

“ห้ามให้ขาดทุนนะเพราะถึงยังไงแม่ก็ไม่มีวันขายบริษัทเด็ดขาด และถ้ามันขาดทุนมาก ๆ เข้า แม่ก็จะเพิ่มทุนเข้าไปอีกและก็จะจ้างคนที่มีประสบการณ์เข้าไปดูแลต่อ และแม่ก็จะไม่มีวันปิดบริษัทด้วย” มารดาดักทาง ทำเอาธีรัตม์อึ้งกับความทุนเทของมารดา และเขาคงไม่ถามว่าเพราะอะไร

พ่อกับแม่ของเขาเป็นเพื่อนสนิทของวัชระและเอ็นดูอัญพัชร์เหมือนลูกสาว แน่นอนว่าพวกท่านต้องช่วยเหลือเพื่อนสนิทอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้อัญพัชร์เข้ามาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกับเขา มารดาก็ยิ่งต้องช่วยเข้าไปใหญ่

ภาระจึงมาตกอยู่ที่เขาในแบบที่หนีไปทางไหนไม่ได้

“ได้ครับ ผมจะทำให้บริษัทมีกำไรภายในสองปีให้ได้” เขารับปาก

“ดีมาก แม่เชื่อว่าธีทำได้” มารดามีสีหน้าพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นบ่งบอกว่าการคุยวันนี้ยุติแล้ว “เอาล่ะ เรากลับบ้านได้แล้ว และห้ามไปนอนที่อื่นเด็ดขาด และดูแลน้องให้ดีด้วย” นางสั่ง ธีรัตม์ทำอะไรไม่ได้ นอกจากพยักหน้ารับ

และเมื่อออกมาที่โถงรับแขก อัญพัชร์ก็ยืนขึ้นรับทั้งสอง พันวัสสาเข้าไปจับไม้จับมือและพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดูรักใคร่ว่าต่อไปให้เธอไปทำงานพร้อมเขาไม่ต้องขับรถไปเอง และขากลับก็ให้กลับมาพร้อมกันด้วย หญิงสาวพยักหน้ารับพร้อมทั้งเหลือบมองธีรัตม์ด้วยสีหน้าเกรงใจ ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไร นอกจากขอตัวกลับบ้าน โดยมีอัญพัชร์เดินตามไป



.....................................




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2560
0 comments
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2560 21:04:23 น.
Counter : 20 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นักเขียนสีเทา
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]








ผลงานที่เว็บอีบุ๊กส์ :






. . . . . . . . . . . .


ผลงานทั้งหมดที่เว็บเมพ :



[Add นักเขียนสีเทา's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com