..

ในหลวง"พระราชทานพรปีใหม่ 2557




ในหลวง"พระราชทานพรปีใหม่ 2557






พระราชดำรัส "ในหลวง" พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย


ส.ค.ส. พระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


ภาพโดยCosovo Mathuros

"ในหลวง"พระราชทานพรปีใหม่ 2557 ให้ประชาชนนึกถึงส่วนรวมและความเป็นไทยเพื่อให้งานบรรลุผลวันนี้




(31ธ.ค.56)พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพรปีใหม่ ใจความว่า

ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน ให้มีความสุข ความเจริญ และความสำเร็จ สมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา

ความปรารถนาของทุกๆ คนคงไม่แตกต่างกันนัก คือ ต้องการให้ตนเองมีความสุข ความเจริญ และให้บ้านเมืองมีความสงบ ร่มเย็นในปีใหม่นี้ ขอให้ท่านทั้งหลายรักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิต ให้สมบูรณ์ แข็งแรง เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มกำลัง ข้อสำคัญ จะคิด จะทำสิ่งใด ให้นึกถึงส่วนรวม และความเป็นไทยไว้เสมอ งานของตน และงานของชาติ จะได้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยถูกต้อง เที่ยงตรง ไม่ติดขัด และบรรลุถึงประโยชน์ เป็นความสุข ความเจริญ และความสงบร่มเย็น ดังที่ทุกคนตั้งใจ ปรารถนา

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครอง รักษาท่านทุกคนให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ ตลอดศกหน้านี้ โดยทั่วกัน


█▓░ทรงพระเจริญ░▓██▓░
█▓▒░.ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.░▒▓█









█▓░ทรงพระเจริญ░▓██▓░
█▓▒░.ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.░▒▓█


















ข้าพพระพุทธเจ้า มีความสุขมากที่เห็นพระองค์วันนี้ ทรงแจ่มใส พระสุขภาพดูแข็งแรงขึ้น
นั่งมองพระองค์ด้วยความสุขยิ่ง
ขอน้อมถวายพระพรในวันปีใหม่


ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน




 

Create Date : 31 ธันวาคม 2556    
Last Update : 1 มกราคม 2557 8:34:36 น.
Counter : 2280 Pageviews.  

5 ธันวาคม 2556 นับเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกมหาสมาคม ณ ท้องพระโ









✿ ✿ ❀¸¸¸.•*´¯`❀ ✿ ✿❀¸¸¸.•*´¯`❀ ✿ ✿
ทรงบำเพ็ญพระบารมีจักรีรัตน์
สืบกษัตริย์ประเพณีทุกแห่งหน
พระกรณียกิจยากทรงอดทน
ยืนพระชนม์ร้อยกว่าพรรษาเทอญฯ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ...
✿ ✿ ❀¸¸¸.•*´¯`❀ ✿ ✿❀¸¸¸.•*´¯`❀ ✿ ✿



█▓░ทรงพระเจริญ░▓██▓░
█▓▒░.ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.░▒▓█


พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม 2556 นับเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกมหาสมาคม ณ ท้องพระโรงศาลาราชประชาสมาคม วังไกลวังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


กำหนดการวันที่ 5 ธันวา “ในหลวง-ราชินี” เสด็จออกท้องพระโรง วังไกลกังวล





โดยTiger Andersen


█▓░ทรงพระเจริญ░▓██▓░
█▓▒░.ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.░▒▓█






เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2556 สำนักพระราชวัง ออกหมายกำหนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2556 ซึ่งจะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 5-6 ธันวาคม และวันที่ 8 ธันวาคม 2556 ระบุว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออกท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ภายในนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการเฝ้าฯ

ครั้นสุดเสียงประโคมแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลตามลำดับ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กราบบังคมทูลพระกรุณากล่าวนำทหารรักษาพระองค์ ถวายคำสัตย์ปฏิญาณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบผู้เฝ้าฯ ในมหาสมาคมทั้งหมดถวายความเคารพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินกลับ

จากนั้น เวลา 17.00 น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยในการพิธี ทรงตั้งสมณศักดิ์ และเจริญพระพุทธมนต์ อนึ่ง ในวันนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. สำนักพระราชวังได้จัดที่สำหรับลงพระนาม ลงนามถวายพระพรไว้ในพระบรมมหาราชวัง ที่วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์

ส่วนในวันที่ 6 ธันวาคม 2556 เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในพระบรมมหาราชวัง ในการพิธีเลี้ยงพระ

และวันที่ 8 ธันวาคม 2556 เวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ เสด็จออก ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา คณะทูตต่างประเทศและผู้แทนฝ่ายกงสุล เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา


█▓░ทรงพระเจริญ░▓██▓░
█▓▒░.ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.░▒▓█



HM The Queen's birthday message

Her Majesty Queen Elizabeth II has sent the following birthday message to His Majesty King Bhumibol Adulyadej.

I have much pleasure sending Your Majesty my warmest congratulations on the occasion of your 86th Birthday. I have been very pleased to see relations between our two countries and our people grow even stronger over the past year. I send you my very best wishes for continued happiness and prosperity.

Elizabeth R.

สมเด็จพระราชีนีนาถเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักรทรงส่งพระราชสาส์นมาถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ

พระราชสาส์นมีใจความว่า

หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 86 พรรษาของฝ่าพระบาท หม่อมฉันมีความยินดีที่ได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทย ตลอดจนประชาชนทั้งสองประเทศ แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นในปีที่ผ่านมา หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลแด่ฝ่าพระบาทและพระราชินี ให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระชนมายุยิ่งยืนนาน และทรงพระเกษมสำราญ และขอส่งความสุขสวัสดี มายังประชาชนชาวไทยทั้งปวง
█▓░ทรงพระเจริญ░▓██▓░
█▓▒░.ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.░▒▓█



โอบามา .... ถวายพระพร พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม

เว็บไซด์และแฟนแพจ U.S. Embassy Bangkok ได้เผยแพร่ภาพ และคำถวายพระพรของประธานาธิบดี โอบามา มีใจความว่า

ขอเดชะฝ่าละอองธุลี พระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

ในนามของประชาชน ชาวสหรัฐอเมริกา ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทาน พระบรมราชวโรกาส ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ วันที่ ๕ ธันวาคมนี้

ดังที่ข้าพระพุทธเจ้าได้ กราบบังคมทูลพระกรุณา ในคราวที่ได้รับ พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้เข้าเฝ้าใต้ฝ่าละออง ธุลีพระบาทที่ กรุงเทพมหานคร เมื่อปีที่แล้ว สหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อพันธไมตรี และความร่วมมือกับประเทศไทย ในปีนี้ ทั้งสองประเทศ ได้เฉลิมฉลองปีที่ ๑๘๐ แห่งมิตรภาพอันมั่นคงระหว่างกัน นับตั้งแต่การลงนาม สนธิสัญญาทางไมตรีและพาณิชย์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๖ ในภาคอารัมภบท ของสนธิสัญญา ระบุไว้ว่า มิตรภาพอันบริสุทธิ์จริงใจ ของทั้งสองชาติจะ อภิบาลสายสัมพันธ์นี้ “สืบไปชั่วฟ้าแลดิน” จิตวิญญาณนี้ ได้กำหนดแนวทางความร่วมมือ ระหว่างสหรัฐฯ และไทยเรื่อยมา โดยเป็นความร่วมมือ ที่กว้างขวาง หยั่งลึก และมิอาจสั่นคลอนได้ ทั้งสองประเทศ ยังคงเสริมสร้างความร่วมมือ อย่างต่อเนื่องในด้านความมั่นคง การค้าการลงทุน และการพัฒนามนุษย์ ด้วยเหตุนี้ ข้าพระพุทธเจ้าจึงเชื่อว่า อนาคตของความสัมพันธ์ ระหว่างสหรัฐฯ และไทย จะสดใสโชติช่วง

ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระบรม ราชวโรกาส ถวายพระพรชัยมงคลให้ใต้ฝ่าละอองธุลี พระบาททรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และขออวยพร ให้ประชาชนชาวไทยประสบแต่สิ่งดีงามในวันพิเศษเช่นนี้



█▓░ทรงพระเจริญ░▓██▓░
█▓▒░.ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.░▒▓█



จัดพิธีบวงสรวงพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์





สำนักพระราชวังจัดพิธีบวงสรวงพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พร้อมเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องราชูโภค ซึ่งได้อัญเชิญมาสำหรับการเสด็จออกมหาสมาคมของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล

ทางสำนักพระราชวัง ได้จัดให้มีพิธีบวงสรวงพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พร้อมเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องราชูโภค ซึ่งเป็นเครื่องประกอบในพระราชพิธีสำคัญ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องในโอกาสเสด็จออกมหาสมาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556

รองเลขาธิการพระราชวังเป็นประธานในพิธีบวงสรวง พระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พร้อมเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์
วันนี้ (3 ธ.ค.) เวลา 10.19 น. นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง พร้อมด้วยนายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายณรงค์ฤทธิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองเลขาธิการพระราชวังฝ่ายที่ประทับร่วมในพิธีบวงสรวงพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตรพร้อมเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ประกอบด้วยพระมหาพิชัยมงกุฏ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร วาลวิชนี และฉลองพระบาทเชิงงอน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์





โดยมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณวิบูลย์เวทย์บรมหงส์พรหมพงศ์ พฤฒาจาริย์ ประธานพระครูพราหมณ์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 ซึ่งในปีนี้เป็นครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เสด็จออกมหาสมาคมในต่างจังหวัด จึงได้จัดพิธีดังกล่าวเพื่อความเป็นสิริมงคล




เป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ ทหารรักษาพระองค์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ณ ศาลาราชประชาสมาคม เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 โดยเช้าวันนี้ พลตรีวราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ในฐานะผู้บังคับกองผสม ได้ซ้อมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ ทั้ง 3 เหล่าทัพที่ประกอบกำลังเป็นกองผสม 12 กองพัน โดยรวมทหารม้า 1 กองพัน

สำหรับพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ครั้งนี้ เป็นการปรับรูปแบบจากการสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตน บริเวณลานพระราชวังดุสิต แถวทหารจะเริ่มเดินจากวังไกลกังวล เข้าถนนเพชรเกษม สี่แยกสำนักงานวังไกลกังวล เลี้ยวขวาเข้าถนนด้านหน้าสำนักงานวังไกลกังวล แล้วเลี้ยวขวาเข้าประตูสวนสุขภาพและเข้าประจำจุดที่บริเวณศาลาราชประชาสมาคม มีพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้นำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตนและน้อมรับพระบรมราโชวาท ซึ่งพิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี และความเป็นหนึ่งเดียวของทหารรักษาพระองค์ทั้ง 3 เหล่าทัพ
พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ทั้ง 3 เหล่าทัพ จำนวน 13 กองพัน ที่ซ้อมสวนสนามเมื่อเช้าก็ใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆ เพื่อไม่ให้กระทบกับการจราจรในเมืองหัวหินมากนัก โดยพลตรีวราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ในฐานะผู้บังคับกองผสม กล่าวว่า มีการปรับรูปแบบจากการสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนบริเวณลานพระราชวังดุสิต ซึ่งแถวทหารจะเริ่มเดินจากวังไกลกังวล เข้าถนนเพชรเกษม ไปยังสี่แยกสำนักงานวังไกลกังวล เลี้ยวขวาเข้าถนนด้านหน้าสำนักงาน และเลี้ยวเข้าสู่สวนสุขภาพ เพื่อประจำจุดที่ศาลาราชประชาสมาคม โดยมีพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้นำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตน และน้อมรับพระบรมราโชวาท และในช่วงบ่าย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาพร้อมกับ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เพื่อร่วมซักซ้อมในการเสด็จออกมหาสมาคมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม








ขณะที่การจัดเตรียมสถานที่บริเวณโดยรอบศาลาประชาสมาคม วังไกลกังวล มีการปรับภูมิทัศน์ให้เหมาะสมกับงานพระราชพิธี รวมทั้งจัดประดับตกแต่งด้วยดอกดาวเรืองกว่า 30,000 ต้น และไม้ดอก ไม้ประดับ อีกนานาชนิด
ด้านการจัดการจราจร พลตำรวจโทเรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจความพร้อมด้านการจราจรในเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน และเส้นทางสำหรับพสกนิกร ที่จะมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 2,000 นาย สำหรับถวายความปลอดภัย รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางมา พร้อมกันนี้ยังจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วเพิ่มอีก 10 ชุด ดูแลเส้นทางเสด็จตลอดเวลา
ทั้งนี้จะมีการปิดการจราจรบนถนนเพชรเกษม ตั้งแต่ซอยหัวหิน 23 ถึงซอยหัวหิน 68 ตั้งแต่เวลา 03.00 น.วันที่ 5 ธันวาคม ไปจนถึงประมาณ 12.00 น. โดยเตรียมสถานที่จอดรถไว้ทั้งสิ้น 30 จุด ซึ่งรองรับรถได้มากกว่า 20,000 คัน ส่วนประชาชนสามารถใช้ถนนเส้นเลี่ยงเมืองในช่วงที่ปิดการจราจร คือ ถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี
ด้านนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เรียกประชุมเจ้าหน้าที่เตรียมงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม ว่า ขณะนี้การเตรียมงานเกือบเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดแล้ว วันนี้เป็นการประชุมเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อย อย่างการติดตั้งไฟเฉลิมพระเกียรติบางจุดเพิ่มเติม และเตรียมรถสุขาเคลื่อนที่จำนวน 7 คัน พร้อมธงตราสัญลักษณ์ จำนวน 60,000 ชุด ที่จะแจกให้กับพสกนิกรชาวไทยที่จะเฝ้ารับเสด็จฯ

นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือพี่น้องชาวหัวหิน หน่วยงานเอกชน และราชการ ในการอำนวยความสะดวก ทั้งที่จอดรถ และห้องน้ำให้กับประชาชนที่เดินทางมา โดยทางเทศบาลจะมีตราสัญลักษณ์ติดไว้ พร้อมกันนี้ทางเทศบาลยังได้จัดเทียนกว่า 3 หมื่นเล่มสำหรับจุดเทียนชัยถวายพระพรในช่วงเย็น
เช่นเดียวกับภาครัฐและเอกชนในจังหวัดเชียงราย และนครสวรรค์ ร่วมบรรพชา และอุปสมบทหมู่ถวายเป็นพระราชกุศล ขณะที่ชาวอ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ร่วมสร้างฝายสนองแนวพระราชดำริ ซึ่งฝายดังกล่าวสามารถกักเก็บน้ำใช้ 4 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรกว่า 2,000 ไร่

ด้านตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และยโสธร ประกอบพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยจะยึดมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และปกป้องประเทศชาติให้มีความสงบร่มเย็น

พุทธศาสนิกชนจังหวัดสงขลา ปฏิบัติธรรม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง อยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป

ส่วนทหารค่ายพระยารัษฎานถประดิษฐ์ จังหวัดตรัง ถวายสัตย์ปฏิญาณ ต่อพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ





█▓░ทรงพระเจริญ░▓██▓░
█▓▒░.ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.░▒▓█







 

Create Date : 05 ธันวาคม 2556    
Last Update : 5 ธันวาคม 2556 12:28:26 น.
Counter : 5002 Pageviews.  

สุริยาแสงส่อง ที่วังไกลกังวล ประชาส่งใจถวายพระพร 12 สิงหาคม2556













ถวายพระพร



๏สิบสองสิงหานบไหว้ พระชนนี
งามเจิดจำรัสผ่องฉวี แผ่ล้น
หทัยเทพเปี่ยมปราณี ทั่วหล้า
เกียรติขจรท่วมท้น ร่มเกล้าชาวไทยฯ
๏ยอกรน้อมสิบนิ้ว อภิวาท
ก้มแนบชิดเบื้องบาท เทิดไว้
จอมราชินีผุดผาด งามยิ่ง
เหนือสิ่งทั้งปวงไซร้ อยู่ใต้ร่มเงาฯ
๏แสงเทียนทองส่องทั้ง เมืองไทย
ทรงย่าง ณ ที่ใด อุ่นหล้า
อีสานจรดเหนือใต้ ร่มรื่น
กระจ่างจิตไพร่ฟ้า ซาบซึ้งบารมี
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
( แต่งโดยคุณแก้วประภัสสร
10/08/09)


ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ



นับตั้งแต่ พวกเราชาวไทยเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคด้วยเรือพระที่นั่งอังสนา ทรงทำพิธีเปิดโครงการชลประทาน 5 แห่ง ในโครงการพระราชดำริ ท่ามกลางพสกนิกรรอเฝ้าฯรับเสด็จเต็ม 2 ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 7 ก.ค.55 เราชาวไทยได้เข้าเฝ้นทั้งสองพระองค์ก็ในวันที่ 1 สิงหาคม 2556 นี้ เป็นที่ปลื้มปิติยิ่ง ที่เป็นข่าวที่จะเสด็จไปประทับ ณ วังไกลกังวล ที่หัวหิน ประจวบคีรีขัน

จึงรวบรวมภาพต่างๆๆ ข่าว เกล็ดต่างๆๆ เพื่อเก็บความทรงจำอันเป็นมงคลนี้ไว้ดูตลอดไป






ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
ในหลวงเสด็จวังไกลกังวล


โดย bankthanachai•


ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ จาก รพ.ศิริราชประทับวังไกลกังวล


โดยGun rose



ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
"ในหลวง พระราชินี" เสด็จฯ จาก รพ.ศิริราช แปรพระราชฐานวังไกลกังวล 1 ส.ค. 56



โดย Cosovo Mathuros




ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
“ในหลวง-ราชินี” เสด็จฯ ออกจาก รพ.ศิริราช ประทับวังไกลกังวล









ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
“ในหลวง-ราชินี” เสด็จฯ ออกจาก รพ.ศิริราช ประทับวังไกลกังวล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราช เพื่อประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์แล้ว ท่ามกลางพสกนิกรเฝ้าฯ ส่งเสด็จพร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง แพทย์เผยทั้งสองพระองค์พระอาการดีขึ้นมาก มีพระราชประสงค์อยากเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ

วันนี้ (1 ส.ค. 56) เวลา 16.25 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จากชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเสด็จฯ ไปประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองพระองค์ผ้าไหมสีส้ม และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฉลองพระองค์ผ้าไหมสีฟ้า ทั้งสองพระองค์ทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวลให้แก่พสกนิกรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ

โดยขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนฯ จากชั้นใต้ดินอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลศิริราชอย่างช้าๆ ตลอดเส้นทางเสด็จฯ มีพสกนิกรเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างเนืองแน่นพร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องและโบกธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ ภปร.และ สก. บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจเมื่อรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน

และเมื่อเวลา 18.49 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงพยาบาลศิริราชถึงยังวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยตลอดเส้นทางถนนเพชรเกษมจนถึงหน้าวังไกลกังวล มีพสกนิกรจำนวนมาก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พร้อมโบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธย ภปร. และธงพระนามาภิไธย สก.ท่ามกลางเสียงถวายพระพร ทรงพระเจริญอย่างกึกก้องตลอดเส้นทาง ที่รถยนต์พระที่นั่งผ่าน โดยเฉพาะบริเวณวังไกลกังวล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการส่วนต่างๆ รวมถึงพสกนิกร และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จกันอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะพสกนิกรที่ต่างใจจดใจจ่อ รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ด้วยการเสด็จพระราชดำเนินไปยังวังไกลกังวลเป็นครั้งแรก ในรอบเกือบ 4 ปี หลังจากประทับ ณ วังไกลกังวลครั้งล่าสุด เมื่อปี 2552

นับได้ว่าเป็นวันแห่งความปลื้มปีติของพสกนิกรเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ จนเสด็จพระราชดำเนินไปยังวังไกลกังวล รวมระยะเวลาที่ประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อทรงรักษาพระวรกายเป็นเวลา 3 ปี 10 เดือนเศษ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2556 18:09 น.






ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
กองทัพเรือยิงสลุตหลวง,ถวายคำนับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


โดย iSnapNationPhoto


ผบ.ทร.สั่งจัด “หมู่เรือรักษาการณ์ไกลกังวล” ถวายความปลอดภัย “ในหลวง-ราชินี” พร้อมยิงสลุตหลวงเทิดพระเกียรติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน เพื่อทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถนั้น ทาง พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งให้จัดหมู่เรือรักษาการณ์วังไกลกังวลขึ้น โดยมี พล.ร.ต.สมชาย ณ บางช้าง ผู้บัญชาการกองเรือฟรีเกต ที่ 1 เป็นผู้บัญชาการหมู่เรือรักษาการณ์วังไกลกังวล โดยหมู่เรือนี้ประกอบไปด้วย เรือหลวงปิ่นเกล้า เรือหลวงสงขลา เรือหลวงจิก เรือตรวจการณ์ 995 เรือตรวจการณ์ 229 ซึ่งทุกลำมีความพร้อมและเรือหลวงปิ่นเกล้าพร้อมทุกระบบ ที่จะไปลอยลำถวายการรักษาความปลอดภัยที่วังไกลกังวล หัวหิน โดยจะมีการยิงสลุตหลวงเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ตามประเพณี โดยหมู่เรือรักษาการณ์ 5 ลำมีกำลังพลรวมทั้งหมด 200 นายมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ที่จะถวายการรักษาความปลอดภัยทางทะเลครั้งนี้ ทั้งนี้ การยิงสลุตหลวงในการแปรพระราชฐานของทั้ง 2 พระองค์ในครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการขอพระบรมราชานุญาต และการจัดทำหนังสือกราบขอบังคมทูล ผ่านทางราชเลขาฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตจึงจะสามารถปฏิบัติได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการยิงสลุตหลวง ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทุกอารยประเทศทั่วโลกยึดถือสืบทอดกันมา เพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ หรือธง หรือบุคคล โดยการยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำ หรือดินไม่มีควัน โดยมีประเทศอังกฤษเป็นชาติแรกในการวางกฎระเบียบการยิงสลุต 21 นัด จากนั้นได้ถือเป็นกติกาสากลสืบต่อกันมาเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ชาติ และพระมหากษัตริย์ โดยประเทศไทยมีการยิงสลุตครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2556 18:09 น.











ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ










“วังไกลกังวล” สถานที่ประทับแปรพระราชฐานอันเปี่ยมสุข


พระราชวัง และวังในประเทศไทย วังไกลกังวล และภูพิงค์ราชนิเวศน์



โดย
KhonLukChat


“วังไกลกังวล” เป็นพระราชฐานส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี และเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานไปทรงพักผ่อน ทรงจับจองที่ดิน ณ ตำบลบ่อฝ้าย เนื้อที่หลายสิบไร่และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ม.จ.อิทธิเทพสรร กฤดากร เป็นนายช่างใหญ่ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างพระที่นั่งและตำหนักต่างๆ ในปี 2470-2471 โดยโปรดให้เรียกว่า “สวนไกลกังวล”
สิ่งก่อสร้างสำคัญคือ“พระตำหนักเปี่ยมสุข” ซึ่งเป็นตำหนักที่ประทับ สร้างขึ้นตามลักษณะบ้านพักตากอากาศในยุโรปตอนใต้ เป็นอาคารคอนกรีต 3 ชั้น มีดาดฟ้าและหอคอยทรงสี่เหลี่ยม ตัวอาคารทาสีขาว หันหน้าออกสู่ชายทะเล ฐานผนังด้านนอกประดับด้วยหินก้อนใหญ่ เหนือหน้าต่างมีลายปูนปั้นซึ่งมีลักษณะผสมผสานระหว่างตราพระราชลัญจกรของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และตราประจำองค์สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ด้วยรูปศร เมฆและลำแสงพระอาทิตย์

นอกจากนั้น ภายในวังไกลกังวลยังมีตำหนักอื่นๆ ที่มีชื่อคล้องจองกัน นอกจากพระตำหนักเปี่ยมสุขแล้ว ยังมีพระตำหนักปลุกเกษม พระตำหนักเอิบเปรม เอมปรีดิ์ อีกทั้งยังมีพระตำหนักน้อย และศาลาเริงซึ่งทำหน้าที่เป็นดังท้องพระโรงของวังไกลกังวล อยู่ทางด้านซ้ายของพระที่นั่งเปี่ยมสุขอีกด้วย

เมื่อการก่อสร้างพระราชวังเสร็จเรียบร้อย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยข้าราชบริพารมาประทับแรมครั้งแรกเมื่อปี 2473 อีกทั้งยังมีการสมโภชขึ้นพระราชวัง (ขึ้นบ้านใหม่) ด้วย ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จแปรพระราชฐานมายังวังไกลกังวลเป็นประจำ ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี 2476
เนื่องจากในรัชกาลที่ 7 ทรงออกพระนามเรียกวังแห่งนี้ว่า “สวนไกลกังวล”และเนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีพระบรมราชโองการประกาศยกเป็นพระราชวัง ดังนั้น จึงยังคงเรียกว่า “วังไกลกังวล”

ปัจจุบัน วังไกลกังวลเป็นที่เสด็จแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ เพื่อทรงพักผ่อนพระราชอิริยาบถ นอกจากนั้นยังถือได้ว่าวังไกลกังวลเป็นสถานที่ “ฮันนีมูน” ของทั้งสองพระองค์อีกด้วย โดยหลังจากวันพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จไปที่วังไกลกังวลเพื่อพักผ่อนพระราชอิริยาบถ นอกจากนั้นยังโปรดเกล้าฯ ให้ซื้อที่ดินและก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมขึ้น รวมทั้งให้จัดตั้งโรงเรียนไกลกังวลขึ้นเป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2556 15:00 น.


ภาพวังไกลกังวลในอดีต


ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
การเสด็จ ฯ เยือนหัวหินครั้งแรก

เมื่อวันเสาร์ ที่ 29 เมษายน 2493 หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว* และสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์** เสด็จ ฯ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังสถานีรถไฟบางกอกน้อย ณ ที่นั้น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร ทรงรอเฝ้า ฯ รับเสด็จ เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เสด็จ ฯ ถึงสถานีรถไฟบางกอกน้อยแล้ว ประทับรถไฟพระที่นั่ง เสด็จ ฯ ไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา ๓ วัน เพื่อเป็นการ "ฮันนีมูน" ตามสมัยนิยมในขณะนั้น การเสด็จ ฯ ไปยังอำเภอหัวหินของทั้งสองพระองค์นั้น จึงนับเป็นการเสด็จ ฯ ไปประทับแรมที่หัวหินครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบัน

-------------------------------------------------------
*คำว่า "พระบาท" นั้น ใช้นำหน้า "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ที่ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว

** "สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์" นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนา หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น "สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์" ในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 และต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาให้อ่านประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พระอัครมเหสี ขึ้นเป็น "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี" หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493

ที่มา : ศูนย์สารสนเทศ สำนักราชเลขาธิการ



การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบททั่วทุกภูมิภาคนับแต่ พุทธศักราช 2498 โดยเริ่มที่ตำบลห้วยมงคล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นจุดแรกนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมพรรษา 28 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระชนมพรรษา 22 พรรษาเท่านั้น แต่ทั้งสองพระองค์ทรงมุ่งมั่นที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ประเสริฐ ที่สำคัญคือ ทรงมีโอกาสได้ศึกษาสภาพท้องถิ่น ชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี และศิลปวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นด้วยพระองค์เอง ทรงวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว แล้วพระราชทานพระราชดำริริเริ่มโครงการที่หลากหลาย โดยในขณะที่ พระบาทสมเด็จ-พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการพัฒนาด้านการเกษตร และการทำมาหากินของราษฎรในพื้นที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็ทรงมีคำแนะนำพระราชทานเพื่อการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของ ชาวบ้านควบคู่กันไปเสมอ เป็นที่ประจักษ์ได้ว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นคู่ พระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยแท้

ที่มา //queen.kapook.com/queen_other04.php









ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
บทเพลงพระราชนิพนธ์ ไกลกังวล


เพลงพระราชนิพนธ์ ไกลกังวล วุฒิเวทย์ พัฒนะคุณนาม


โดยChanat Pattanakunnum


โดยChao Punnoi•


โดยortopet519




เกร็ดประวัติ



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขณะประทับอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเพลงประจำวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ โดยบรรเลงเป็นเพลงสุดท้ายทุกครั้งก่อนเลิกเล่นดนตรี

เพลงพระราชนิพนธ์นี้มีเนื้อร้อง 3 สำนวน ผู้ประพันธ์เนื้อร้องภาษาไทย “ไกลกังวล” เมื่อ พ.ศ. 2500 คือ วิชัย โกกิละกนิษฐ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2506 จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ Raul Manglapus อดีตสมาชิกวุฒิสภาของประเทศฟิลิปปินส์ประพันธ์เนื้อร้องภาษาอังกฤษชื่อ “When” จนกระทั่ง พ.ศ. 2514 ซึ่งเป็นช่วงที่เพลงปลุกใจเป็นที่นิยม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ประพันธ์เนื้อร้องภาษาไทยชื่อ “เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย”

เนื้อร้องทั้ง 3 สำนวนมีเนื้อหาที่สื่ออารมณ์ได้ต่างกันไป เพลง “ไกลกังวล” พรรณนาถึงความประทับใจขณะอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล ซึ่งมีแต่ความสนุกสนานเพลิดเพลิน อารมณ์เพลง “When” กล่าวถึงธรรมชาติที่มีสิ่งชดเชยกัน เช่น เมื่อมืดลงดวงดาวก็ปรากฏ เมื่อพายุผ่านไปฟ้าก็สดใส ฯลฯ แล้วจึงเว้าวอนว่าเมื่อใดจะได้กลับมาพบกับผู้เป็นที่รัก ส่วนเพลง “เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย” นั้นปลุกสำนึกให้คนไทยรักและหวงแหนแผ่นดินไทย อารมณ์เพลงจึงคึกคัก ฮึกเหิม และเร้าใจ ความหมายของเนื้อร้องทั้ง 3 สำนวนแม้จะต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่สามารถประสานกับทำนองหลักเดียวกันได้อย่างกลมกลืน ซึ่งอาจเป็นเพราะทำนองเพลงมีจังหวะกระชับในแนวดิกซีแลนด์แจส กับทั้งอยู่ในเมเจอร์สเกล จึงทำให้เข้ากันได้ดีกับใจความทั้ง 3 แบบ



รวบรวมและเรียบเรียงจากหนังสือ "งานช่างของในหลวง" โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรและ "ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์" โดยโรงเรียนจิตรลดา


ไกลกังวล


ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: วิชัย โกละกนิษฐ์


อยู่ไกลกังวลชนม์ชื่นฉ่ำ
หาดทรายและน้ำนำไกลเศร้า
ไม่มีหาดไหนงามเทียมเท่า
คลื่นครวญคลอเคล้าวอนรักฝั่ง
ค่ำคืนไม่เหงาเราเริงสุข
ไม่มีความทุกข์ใดมาบัง
ได้ยินแต่เสียงดนตรียัง
สนุกกันทั้งยามค่ำคืน

รุ่งอรุณแล้วฟ้าเรืองเรื่อ
แต่ใจยังเหลือความเริงรื่น
สนุกจริงหนอคลอเสียงคลื่น
โต้ลมฉ่ำชื้นยามพลิ้วผ่าน
โน่นเดือนยังค้างฟ้าลอยเด่น
แต่เราไม่เว้นความสำราญ
แข่งกันคอยรับทิวาวาร
สนุกสนานกันเถิดเอย

เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย


ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค


เกิดเป็นไทยแล้วใจต้องสู้
ถิ่นไทยเรารู้เรารักยิ่ง
ศัตรูหน้าไหนไม่เกรงกริ่ง
หากมาช่วงชิงตายเสียเถิด
เผ่าไทยเดิมล้วนคนใจเด็ด
แกร่งดังเหล็กเพชรชูชาติเชิด
ต่างรักษาไว้แดนกำเนิด
เกิดเป็นไทยแล้วจำใส่ใจ

ปกครองรักษาทำหน้าที่
ห่วงเมืองไทยนี้ให้ยิ่งใหญ่
สิ้นเมืองไทยแล้วใครอยู่ได้
ชาติไทยคงไร้ความเสรี
เผ่าไทยเราพร้อมอาสาสมัคร
เด็ดเดี่ยวยิ่งนักยอมชีพพลี
เสี่ยงภัยทั้งผองปองความดี
ปกป้องปฐพีตายเพื่อไทย



When

Music: H.M.K. Bhumibol Adulyadej
Lyric: Raul Manglapus


When twilight falls, stars appear;
When winter ends, spring is here;
When storm clouds pass, skies are clear,
When I'm alone you are near.

When breezes blow, birds fly high;
Where flowers bloom, bees are night;
Whenever rainbows fill the sky.
In my lone heart you pass by.

Oh won't you please tell me when,
We two would meet once again.
I miss your sweet lovely face,
The thrill of your warm embrace.

You left me feeling so blue,
Now that I've cried over you.
I've got the blues now and then,
So won't you please tell me when.


ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ

แผ่นดินของเรา 1/2



โดย NatMyriadotcom
. แผ่นดินของเรา - ยุทธนา มุกดาสนิท
“แผ่นดินของเรา” เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จะมีการอัญเชิญพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระองค์ ท่าน จากบทเพลงพระราชนิพนธ์สู่ภาพยนตร์เพลงเต็มรูปแบบ นำแสดงโดย “เจมส์” เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์, นัท มีเรีย, ธงไชย แมคอินไตย์, “บี้” สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว, “สิงโตThe star 5” สิงหรัตน์ จันทร์ภักดี , “นัททิว AF 5” ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม , สุนารี ราชสีมา เป็นต้น

แผ่นดินของเรา หรือ Alexandra
เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในลำดับที่ 34 (ทรงพระราชนิพนธ์เนื่องในโอกาสที่เจ้าหญิงอเล็กซานดรา แห่งเคนต์ สหราชอาณาจักร เสด็จเยือนประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2502 ) ปี 2516 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นว่าท่วงทำนองไพเราะ น่าจะใส่คำร้องภาษาไทยได้ จึงกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ประพันธ์คำร้องภาษาไทย

เพลงพระราชนิพนธ์ ใกล้รุ่ง
เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 4 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2489 ขณะทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทย ส่วนคำร้องภาษาอังกฤษ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ประพันธ์ พระราชทานให้วงดนตรีสุนทราภรณ์ นำออกบรรเลงครั้งแรก ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกรมโฆษณาการ (ปัจจุบันคือกรมประชาสัมพันธ์) เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2489

การทำภาพยนตร์เพลงเรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นความถนัดของ ยุทธนา มุกดาสนิทอยู่แล้ว เนื่องจากในอดีตเขาเคยทำหนังเพลงอย่าง เทพธิดาบาร์ 21 (พ.ศ. 2521) และ เงิน เงิน เงิน (พ.ศ. 2526) รวมถึงละครเวทีอย่าง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ และจุมพิตนางแมงมุม มาแล้ว ผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายเมื่อปี 2543 คือ “ยุวชนทหาร เปิดเทอมไปรบ” จนเมื่อ 2 ปีที่แล้วเขาได้กลับมารีเมกละครเวทีเรื่อง “สู่ฝันอันยิ่งใหญ่” อีกครั้งตามคำเชื้อเชิญของ “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ


หนัง สั้น เรื่อง แผ่นดินของเรา เปิดมาจะเป็นการแสดงคล้ายๆMVเพลงครับ แต่เป็นเพลงที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นมาชื่อเพลงว่า เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง เมื่อปีก่อนตอนอยู่ ม.2 ก็ร้องเป็นกันทั้งนั้นแหละครับ^^ เพราะว่าเคยสอบเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง จะเป็นการแสดงเป็นแบบ ชายหญิงรักกันและก็จีบกัน(จากที่ผมคิดนะครับ) และต่อมา จะมีแม่คนหนึ่งได้นึกถึงอดีต คือ แต่ก่อนที่สมัยนี้เป็นพื้นที่แห้งแล้ง เพาะปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น เป็นหนี้เป็นสินกับคนอื่นเยอะแยะ แต่เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงเสด็จมาที่พื้นที่นี้ ท่านก็ทรงช่วยฟื้นฟูพื้นที่ที่มีสภาพแห้งแล้ง ให้เป็นที่อุดมสมบูรณ์ จากที่ไม่เคยมีฝนตกเลยท่านก็ทรงคิดโครงการฝนหลวงขึ้นมาทำให้มีฝนตกลงมา และต้นข้าวที่ปลูกนั้นก็สามารเจริญเติมโตได้ ทำให้มีเงินสามารถใช้หนี้สินจากคนอื่นคืนได้ ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถ้าท่านไม่มาช่วยในตอนนั้น ป่านนี้พื้นที่บริเวณนี้ก็คงยังเป็นพื้นที่แห้งแล้งเหมือนเดิม ถ้าคนไทยช่วยกันคนละเล็กคนละน้อยประเทศไทยก็จะเจริญขึ้นไปอีกครับ ควรลดการใช้ของนำเข้าจากประเทศอื่น ให้น้อยลงหน่อยนะครับ มาช่วยอุดหนุนสินค้าไทยดีกว่า ..<<พูดๆอยู่มาเรื่องนี้ได้ไงเนี่ย? อ่ะยังไงก็ช่าง เรื่อง แผ่นดินของเรา มี 3 ตอนนะครับ






ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ



/p>




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2556    
Last Update : 10 สิงหาคม 2556 23:09:50 น.
Counter : 3192 Pageviews.  

5 ธันวาคม 2555 ดังน้ำทิพย์ชุบชีวิตชาวไทย










5 ธันวาคม 2555 ดังน้ำทิพย์ชุบชีวิตชาวไทย




นับแต่วินาที่แรกที่ทรงเสด็จลงมา รอยแย้มพระสรวล




โดยDuangAesthetic

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย









โดยThaiPBSClip
























พอมีข่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อพระราชทาน พระบรมราชวโรกาสให้พระบรมวงศานุวงศ์ และประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล
พระองค์ท่านจะเสด็จมาให้เราชาวไทยได้เฝ้า ข่าวดีมากเลย ปีนี้เป็นปีที่คนไทยได้เห็นพระองค์ท่าน หลายครั้ง พระองค์ท่านเสด็จออกก็ด้วยงานโครงการ ที่พระองค์ท่านทำให้เราชาวไทย ทั้งสิ้น เช่น ณ.ทุ่งมะขามหย่อม อยุธยา ประชาชนแห่เข้าเฝ้าชมพระบารมี เพราะเป็นการเสด็จออกจากกรุงเทพ จาก รพ.ศิริราช ครั้งแรกนับแต่ทรงเข้าประทับรักษา พระองค์ที่นั้น พอวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2555 ปีนี้

ทุกคนเตรียมตัว เตรียมงาน














ไปจองพื้นที่ก่อน



โดยThaitruthleak















วันที่ 5 ธันวาคม 2555 มาถึงแล้ว ถนนทุกสายสู่ ลานพระรูป
ด้วยรอยยิ้ม ปิติ เด็ก คนแ่ก่ คนไทย ต่างชาติ ธงติดมือ


Journey On The Earth สีหบัญชร 5 ธันวาคม 2555-5 December 2012



โดยsrckt1·



โดยAkarachable














































































ที่ รพ.ศิริราช





ทหารมาแล้ว
















เสด็จแล้ว





สัตย์ปฏิญาณตนและของทหารรักษาพระองค์


โดยcosovo999

พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและของทหารรักษาพระองค์ ประจำปี ๒๕๕๕ พระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ จัดเตรียมกำลังทหารรักษาพระองค์ จาก ๓ เหล่าทัพ ซึ่งประกอบด้วย ๔ กรม ๑๒ กองพัน และอีก ๑ กองพันทหารม้า รวมเป็น ๑๓ กองพัน ใช้กำลังพลทั้งหมด ๒,๑๖๒ นาย

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กราบบังคมทูลพระกรุณา นำทหารรักษาพระองค์กล่าวนำทหารรักษาพระองค์ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน

คำถวายสัตย์ปฏิญาณตน ของทหารรักษาพระองค์
- ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม
- ข้าพระพุทธเจ้า (ยศ-ชื่อ-นามสกุล) ขอถวายคำสัตย์ปฏิญาณ
ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า
- ข้าพระพุทธเจ้า จะยอมตายเพื่อรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ
แห่งพระมหากษัตริย์เจ้า
- ข้าพระพุทธเจ้า จะจงรักภักดี และถวายความปลอดภัย
ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จนชีวิตหาไม่
- ข้าพระพุทธเจ้า จะเชิดชูและรักษาไว้ ซึ่งเกียรติยศ เกียรติศักดิ์
ของทหารรักษาพระองค์ ทั้งจะปฏิบัติตน ให้เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย
ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททุกประ­การ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์
: //goo.gl/WqGBS
ทหารรักษาพระองค์ wikipedia : //goo.gl/Yt2aD


สัตย์ปฏิญาณตนและของประชาชนรักษาพระองค์

น้องใบพลู กล่าวตามคำปฏิญาณตนอย่างสุดเสียง



โดย Chittiwat Panprom·

เสียงทรงพระเจริง พร้อม ธงที่สะบัด

ด้วยรักจากใจลูกของพ่อ 5 ธ.ค.2555



โดยDiary1



โดยthaitvnewstube






















ข่าว






//www.krobkruakao.com/html

ประชาชนแห่เก็บภาพประวัติศาสตร์ 5 ธันวามหาราช
แม้ว่าภาพแห่งความประทับใจในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2555 จะผ่านพ้นไป แต่คนไทยทั่วประเทศก็ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจ ทำให้วันนี้หลายคนได้หาซื้อภาพประวัติศาสตร์แห่งความประทับใจนี้จากสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ที่ร้านหนังสือในเขตอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่เช้าก็มีประชาชนออกมาเลือกซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ ที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม โดยประชาชนได้ซื้อทั้งฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ก็เพื่อเก็บภาพประวัติศาสตร์นี้ ทำให้ตามแผงหนังสือในเขตอำเภอเมือง วันนี้ดูจะขายดีเป็นพิเศษ และก็ยังเป็นความต้องการของประชาชน ที่ยังจะเก็บภาพบรรยากาศนี้ไว้อีก

ส่วนกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายจังหวัดก็ยังคงจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมเพื่อบำเพ็ญประโยชน์สาธารณกุศล /นายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี บอกว่า เมื่อวานนี้ชาวบ้าน 2 ฝั่งแม่น้ำลพบุรี ได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาและกุ้ง จำนวนถึง 150,000 ตัว ซึ่งทุกคนได้น้อมนำแนวพระราชดำริ เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำ ที่สำคัญเป็นการแสดงพลังสามัคคี รู้จักอยู่อย่างพอเพียง

ขณะที่จังหวัดระนอง ผู้สื่อข่าวยังคงติดตามคุณแม่มือใหม่ ที่คลอดบุตรในวันมหามงคล 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าที่โรงพยาบาลระนอง คุณแม่คลอดในเวลาไล่เลี่ยกันถึง 5 คน หนึ่งในนั้นคือ นางอัญเกตุ ปาละบุตร อายุ 19 ปี ซึ่งได้บุตรชาย ประกอบกับตนเองเป็นแฟนของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ตั้งใจจะตั้งชื่อลูกชายว่า "น้องไบท์


----------
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว "ในหลวง" เสด็จฯออก ณ สีหบัญชร ไปทั่วโลก

//news.springnewstv.tv/22323/

สื่อต่างชาติทั่วโลกนำเสนอภาพความประทับใจ ที่พสกนิกรร่วมเฝ้าถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร สร้างความปลาบปลื้มและปิติในหัวใจคนไทยทั้งประเทศ
วันนี้ (5ธ.ค.55) สำนักข่าวต่างประเทศ เช่น เอพี,เอเอฟพี,รอยเตอร์ส ต่างรายงานข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินออกมหาสมาคมในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555 ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม

โดยรายงานว่าพระราชพิธีนี้ มีความยิ่งใหญ่คล้ายการจัดงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อปี 2549 และยังระบุถึงความสำคัญของพระราชพิธีนี้ว่า เป็นพระราชพิธีที่คนไทยต่างรอคอยและเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งสำหรับชาวไทย ที่ได้มีโอกาสได้เฝ้าชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งยังรายงานด้วยว่ามีพสกนิกรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างล้นหลามจนไม่สามารถประเมินจำนวนที่แน่ชัดได้

สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานด้วยว่า มีพสกนิกรชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากไปปักหลักจับจองพื้นที่ในจุดที่ใกล้กับ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม เพื่อหวังได้ชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด และยังได้รายงานถึงความพร้อมใจกันของชาวไทยทั่วประเทศ ในการแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นอกจากนี้สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า วันนี้องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ เอฟเอโอ จะจัดงานเฉลิมฉลองวันดินโลก ปีแรก ที่สำนักงานใหญ่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ตามที่ได้กำหนดให้ทุกวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่พระองค์ทรงได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม และทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ทรงได้รับรางวัลนี้ โดยคณะกรรมการของเอฟเอโอทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปแล้วเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา

ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น เผยแพร่ข่าวพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาในวันนี้ โดยระบุว่า ประเทศไทยจัดเฉลิมฉลองระดับชาติและมีพิธีที่ยิ่งใหญ่ พร้อมยังออกหนังสือฉลอง 70 ทศวรรษของการครองราชย์ ซึ่งมีนาย อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธานที่ปรึกษากองบรรณาธิการ รวมถึงการกล่าวคำถวายพระพรและถวายสัตย์ปฏิญาณของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รวมถึงการพระราชทานอภัยโทษให้กับนักโทษกว่า 26,000 คน

ผู้สื่อข่าว : ทีมข่าวท้องถิ่น
ข่าวจริง สปริงนิวส์ ทันเหตุการณ์ เห็นอนาคต



๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙


สภาพบ้านเมือง ปัจจุบันเป็นอย่างไร ยิ่งโดยเฉพาะสถาบันสูงสุด ที่ค้ำจุน ประเทศไทยมาหลายร้อยปี
ทั้งในรัชกาลที่9 ตลอด 65 ปีกว่า นี้ พระองค์ท่าน น้อมลงมาหาประชาชนของพระองค์ท่าน
ในพระหัตถ์ทรงถือแผนที่ประเทศไทย
ข้าราชการในท้องถิ่น ยังรู้จักพื้นที่ ลำคลอง คู ภูเขา ป่า ไม่เท่าพระองค์ท่านเลย ท่านทรงลงนั่งคุยกับประชาชนตัวดำๆๆ มอมแมม
ด้วยดินทราย ไปทุกบ้านที่ตั้งตารอคอยพระองค์ แม้จะฝนตกมืดค่ำ จนสว่างตา ทรงตรัสกับพระราชินี ไม่ให้ยืนค้ำหัวประชาชนให้
นั่งลงพูดกับประชาชน
ขอถามพวกที่ว่าเราคลั่งเจ้าว่า แล้วไอ้คนที่พูด ไอ้นักการเมืองพ่อค้าขายประเทศ ที่เอาภาษีของเราไป
จ่ายประชานิยมเอาความดีใส่ตัว เคยที่จะทำอย่างพระองค์ไหม ทรงสละพระราชทรัพย์ทำโครงการส่วนพระองค์ 6000กว่าโครงการ
ก่อนจะทำอะไรที่ไหน พระองค์ท่านก็ต้องไปถามชาวบ้านก่อนว่าจะเอาไหม ถ้าไม่เอาท่านก็ไม่ทำพระองค์ท่านไม่ยัดเยียด โครงการ
แบบโครงการหมู่บ้านที่รัฐทำที่รู้กันกับพ่อค้า เอาของให้หมู่บ้านโดยไม่ถามสักคำว่าต้องการหรือไม่ ทรงเสียภาษี เช่นเดียวกับ
ประชาชน ชาวไทย ไม่เหมือนเศรษฐี ขี้โกง บางคน ตั้งแต่เศรษฐีขี้คอกมา ประเทศชาติบ้านเมืองก็ปั่นป่วน คนไทยกลายเป็น
พวกเห็นแก่ตัวไร้ศักดิ์ศรี เห็นข้าราชการผู้ใหญ่ นักการเมืองเก่ากะโหลกะลา จะเข้าโลงอยู่แล้ว แทนที่จะทำความดีให้บ้านเมือง เอา
ความดีใส่หลุมตามลงไป มีเงินทองลาภยศ กินจนลูกหลานก็ไม่หมด แต่กลับ ละโมบโลภมาก เครื่องราชที่ได้รับพระราชทานมาแล้ว
เป็นเรื่องเตือนสติ ว่าควรทำให้ประชาชน หายจากทุกข์อย่างที่พระองค์ทำมา ไอ้พวกนักการเมืองแก่ ข้าราชการมูมมาม ทั้งหลาย
ที่น่าสมเพช เวทนา ยืนก้มหัว ตามหลัง ยกยอ สอพอ กับผู้นำประเทศ ที่ไม่ได้มีคุณาประการ อะไรนองจากพี่รวย สติปัญญา พูดจา
ไม่รู้เรื่องรู้ภาษา ปีหนึ่งออกทัวร์ 30 ครั้ง เหมาเครื่องบิน เที่ยว ละเป็น10 ล้าน ไม่เห็นจะได้อะไรให้ประเทศ นอกจากไปตามเก็บ
ผลประโยชน์ ที่พี่ชายไปวางไว้ล่วงหน้า หน้าบานรับมหาประเทศ แลกทรัพย์พยากรของชาติ กู้เงินจนเป็นหนี้ ต่อหัวคนละ
สองแสนแล้ว กู้ทีพวกมันก็ได้ค่านายหน้า2% เอาไอ้ปลิงมาเป็นที่ปรึกษา กินเงินต่ำแหน่ง ปีละเป็นแสนเป็นล้าน รับหมาก่อสร้าง
โครงการต่างๆๆกินกันหมุบหมับ อยากกินอยากสบาย ก็อย่าขวางบอกให้ยกมือแล้วจะโยนเศษอาหารให้ พูดมากแข็งข้อส่ง ไอ้พวก
ไปจัดงานอีเว้นสีสด หน้าบ้านให้

พอข่าวพระองค์ท่านออกมาก็ดังน้ำทิพย์ ลดลงบนใจประชาชน พระองค์เป็นหลักประเทศ เป็นทุกสิ่งอย่าง เป็นแผ่นดิน
เป็นสายน้ำ เป็นร่มเงาใหญ่ให้ความร่มเย็น ไม่เคยสักครั้งที่จะเป็นไฟ เผาประเทศ มีแต่จะออกมาดับทุกข์ของประชาชน
คราวนี้ก็เช่นกัน พระองค์ดังน้ำทิพย์ ชโลมใจ ให้ได้มีกำลังใจ จึงเห็นเป็นคลื่นสีเหลือง เต็มทุกทีทุกทางที่เสด็จผ่าน
คนที่มาเพื่อรับมงคลแห่งชีวิต
นาที่แรกที่ปรากฏพระองค์ รอยพระสรวล ทำให้ดวงใจประชาชนผ่องแผ้ว พอคำปฏิญาณตนของ ทหารรักษาพระองค์
ดังขึ้น ประชาชนก็ปฏิญาณตน ขอเป็น ประชาชนรักษาพระองค์ และคำ ทรงพระเจริญ ที่เริ่มกล่าวตั้งแต่แรกตอนเสด็จลงที่
รพ.ศิริราช ก็ดังตลอด เป็นล้านๆๆคำ



แม้รัฐบาล จะทำการที่เลวร้าย เป็นครั้งที่2 จากปีที่แล้วที่ลดวันจัดแสงสีเสียง
ที่กำแพงพระบรมมหาราชวัง ลงเพราะว่าสิ้นเปลือง ทั้งที่คนเขาเตรียมงานกันไว้ก่อนรัฐบาลขี้คอกจะมาสักอีก
ปีนี้รัฐบาลชุดนี้อีกสั่งห้ามจุดพลุทั่วประเทศ บอกสิ้นเปลือง แล้วไอ้ที่เหมาเครื่องบินไป ไอ้ป้าย บอกทางไปประชุม
แบบป้ายถาวรทางหลวง ที่ถี่จนนึกว่าคนขับปัญญาอ่อนแบบคนที่เป็นประธาน ครม สักอีก ป้ายสนับสนุน คนปัญญาอ่อนเป็นรัฐบาล
นี่นะไม่ได้สิ้นเปลืองภาษีของฉันหรือ เงินตั้งกี่ล้าน ที่ไปประกัน ตัวไอ้คนที่มันหมิ่นสถาบัน เผาศาลากลาง ยิงวัดพระแก้ว ถามฉันยัง

เปิดพฤติกรรมขบวนการหมิ่นสถาบัน
https://www.youtube.com/watch?v=-IZNRr7j1V8&feature=plcp



ถ้าจะจุดพลุเฉลิมพระเกียรติ มันก็ภาษีของฉันคนไทยที่จะที่ทำทุกปี รัฐบาลหน้าไหว้หลังหลอก ปากว่าจงรักภัคดี
แต่กลับสนับสนุนเลี้ยงดู ให้ตำแหน่ง กับไอ้คนที่ขึ้นเวทีเหยียย่ำหัวใจคนไทย ให้ไอ้หนังสือพิมพิมพ์สื่อของตัวทำเนียน

รายละเอียดคำถามที่นักข่าวมติชนถามปธน.โอบามา (แค่ถามให้เป็นประเด็นแต่ไม่ต้องการคำตอบจริงจังอะไร)
//www.oknation.net/blog/attawut08/2012/11/23/entry-2



Q Good evening. This question goes to both of you, Mr. President and Mrs. Prime Minister. You both talked about democracy in Thailand, but my question is this: Are you both satisfied with how democracies -- I mean, this restoration of democracy right now in Thailand? I’m talking about the situation that those who are responsible for 2010 crackdown is still not pursued by laws, and usually you have these laws that criminalize any criticism against the King very harshly, including an American citizen -- Joe Gordon. You have many political prisoners and recorded human rights abuse. I mean, in your opinion, I mean, how could you call this situation satisfying? And, Mr. President, which Thai cuisine dish is your favorite again? Could you be more specific? (Laughter.) Thank you, sir.

ผมขอถามท่านประธานาธิบดี และท่านนายกรัฐมนตรี

ท่านพูดถึงประชาธิปไตย ท่านพอใจกับประชาธิปไตยในเมืองไทยไหม ?

ผมหมายถึงการฟื้นฟูประชาธิปไตยในไทย ที่คนที่รับผิดชอบในเหตุการณ์ปี 2553 ยังไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

และการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (ม.112) ที่มีผู้ถูกจับจำนวนมากรวมทั้ง คนอเมริกัน โจ กอร์ดอน

มีรายงานสิทธิมนุษยชนว่ามีนักโทษการเมืองถูกคุมขังจำนวนมาก

ท่านประธานาธิบดีเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นความน่าพอใจได้อย่างไร ?

//www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1353480009&grpid=03&catid=00&subcatid=0000


ปชป.จับผิดรัฐวางตัวนักข่าวถาม"โอบามา" ซัดวางแผนโลกล้อมสถาบัน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้รัฐบาลส่อพฤติกรรมไม่ปกป้องสถาบัน โดยเห็นได้ชัดจากการปล่อยให้ผู้ที่แอบอ้างว่าเป็นนักข่าวคนหนึ่งไปสอบถามนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ เกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งไม่ใช่เวทีที่เหมาะสมและคำถามเหล่านั้น ถูกกลั่นกรองจากสำนักเลขาธิการนายกฯแล้ว เหตุใดคำถามนั้นจึงถูกปล่อยปละละเลยให้ถามไปยังประธานาธิบดีสหรัฐและผู้ที่ตั้งคำถามคือนายธีรนัย จารุวัสตร์ เมื่อ 5 ปีก่อน เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวในการต่อต้านตุลาการรัฐธรรมนูญ มีการเขียนบทความในนามแฝงที่ชื่อ half blood prince ต่อมาเปลี่ยนเป็นสหายดอกหญ้า มีบทความหลายประการที่หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเหตุใดจึงคัดเลือกบุคคลนี้มาเป็นตัวแทนหนึ่งในสองนักข่าวไทยที่ทำเนียบรัฐบาลอนุญาตให้ถามประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่ทราบว่า มีการตกลงกันไว้ล่วงหน้าหรือไม่ มีเจตนาที่จะให้โลกมาล้อมสถาบันของประเทศไทยหรือไม่
----------

สมควรแล้วที่ประชาชน จะทนกันการหน้าไหว้หลังหลอกไม่ได้
ประชาชนโห่นายกยิ่งลักษณ์ 5 ธ.ค.2555



พวกเสื้อแดงยังนึกว่าการที่ประชาชนออกมามากเพราะ สองคนพี่น้องนั้นจัด

แต่จริงๆๆแล้วเขาออกมาถวายพระกำลังใจ ในหลวงของเขาให้ทรงมีพระพลังสู้กับพวกเลวๆๆ








 

Create Date : 09 ธันวาคม 2555    
Last Update : 21 มีนาคม 2556 10:53:57 น.
Counter : 4183 Pageviews.  

ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ในการเสด็จออกมหาสมาคม



เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2555

ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมถวายพระพรชัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่รักยิ่ง ของเราชาวไทย





ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน




๕ ธันวาคม เวลา ๑๐.๓๐ น. ไม่มีสี ไม่มีข้าง เตรียมหาเสื้อเหลืองให้พร้อม ไปร่วมถวายพระพรครั้งยิ่งใหญ่นี้กัน

โดยพสกนิกรนับแสน นับล้านคน ร่วมถวายพระพร เชิญชวนประชาชนสวมเสื้อสีเหลือง และเฝ้ารับเสด็จฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จออกมหาสมาคม พระที่นั่งอนันตสมาคม เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม เวลา ๑๐.๓๐ น.
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง และนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวถึงการจัดงาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. 2555 โดยระบุว่า
ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ในการเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต พระบรมรูปทรงม้า เนื่องในโอกาส มหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนให้พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง ซึ่งเป็นสีวันพระราชสมภพ และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีดังกล่าว ในวันพุธที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๑๐.๓๐ น.
จากภาพเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2549 ทรงเสด็จออกมหาสมาคม รับการถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต เรื่องในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙






(ขอพระราชทานอภัยในการใช้ภาษาธรรมดา ในการเล่า ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ)



มาร่วมกัน " จุดเทียนออนไลน์ จากใจไทยถวายในหลวง " ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้กัน







//www.thaiblessking.com/#/

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ช

ปีนี้พวกเราชาวไทย จะได้ชื่นชม พระบารมีกัน ในหลวงทรงห่วงคนไทย ถ้าใครตามข่าว ดร.สุเมธเผย "ในหลวง" ทรงตั้งพระราชหฤทัยนำทัพพาพสนิกรพ้นยากจน จาก//www.thairath.co.th/content/pol/309491ไทยรัฐ

"สุเมธ" เผย "ในหลวง" ทรงตั้งพระราชหฤทัยขอนำทัพสู้ศึกเพื่อให้พสกนิกรพ้นจากความยากจน เชื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยถ้าหมดคนจน แนะทำให้ประชาชนมีที่ดินเป็นของตัวเองยุติปัญหาแบ่งสี วอนรัฐบาลดูแลคนให้ทั่วประเทศ ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต "หยุดโกง-คอรัปชัน"...
วันที่ 28 พ.ย. ที่โรงแรมแม็กซ์ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการการนำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปขยายผลในพื้นที่ความมั่นคง โดยมีนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาร่วมบรรยายตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยคนไหนมีเงินก็ยึดไว้หมด ประชาชนเป็นแค่แรงงาน เงินค่าแรง 300 ไม่รู้ว่าตอนนี้ขึ้นค่าแรงครบหรือยัง และตอนนี้ข้าวแกงขึ้นไปเท่าไร ถ้าทำให้ประชาชนมีที่ดิน เป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติที่แท้จริง การฝักใฝ่ฝ่ายใดคงไม่มีและไม่มีแบ่งสีนั้นสีนี้เหมือนปัจจุบัน ซึ่งปัญหาทุกอย่างเกิดขึ้นมีพื้นฐานมาจากด้านเศรษฐกิจทั้งหมด หากปากท้องอิ่ม ชีวิตไม่ต้องทนลำบาก ไม่ต้องเจอวิกฤติ เมื่อนั้นจะมีประชาธิปไตยเกิดขึ้น
นายสุเมธ กล่าวต่อว่า ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงงานอยู่ เพราะประชาชนยังยากจนอยู่ เมื่อยังมีความยากจนจึงไม่มีเสรีภาพ เขาจึงเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ ซึ่งปัญหาความยากจนไม่ใช่เป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่โยงไปถึงการเมืองด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีโครงการทั้งหมดประมาณ 6,000 โครงการ ซึ่งไม่ซ้ำกับโครงการรัฐบาล เพื่ออุดช่องโหว่ช่วยเหลือประชาชน แต่เมื่อราชการเข้ามาถึงจึงถอนออกมา จะเห็นได้ว่าโครงการต่างๆ ของพระองค์เน้นรักษา ดิน น้ำ ลม ไฟ หรือทรัพยากรธรรมชาติ เพราะถ้าไม่มีแผ่นดินจะมีประเทศได้อย่างไร แผ่นดินนี้ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งหมายถึง ชีวิต ที่ผ่านมาทุกคนใช้แผ่นดินนี้ด้วยความโลภ ทำลายแผ่นดิน ทั้งนี้ พระองค์ทรงทำได้ด้วยการให้คำแนะนำหรือสอนเท่านั้น เพราะคนที่ดูแลคนทั่วประเทศ คือ รัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ หากพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดี มีความสงบ ไม่ถูกข่มเหง ไม่ถูกโกง ทำได้เช่นนี้ประเทศมีความมั่นคง และไม่เป็นลัทธิบริโภคนิยม ไม่ใช้ทุกอย่างเกินตัว ต้องใช้อย่างพอประมาณ ต้องรู้ต้นทุนตัวเองคนรวยแล้วต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ไม่คดโกง ไม่คอรัปชัน
ทั้งนี้ ปัญหาด้านความมั่นคงต้องตีให้แตกว่า มีสาเหตุจากอะไร เพราะปัญหาซ่อนเร้น ไม่เหมือนที่ผ่านมา เมื่อหาสาเหตุได้แล้ว ให้หาต้นเหตุการแก้ไขปัญหา ตามหลักชาวพุทธที่ให้แก้ปัญหาที่ต้นตอ ตราบใดที่หาต้นตอไม่ได้อย่าเพิ่งหมดหวัง ซึ่งเครื่องมือสำคัญที่แก้ไขปัญหา คือ การพัฒนา และการปกครองต้องมีความยุติธรรม มีความรัก เมตตา ความรับผิดชอบ การแก้ไขปัญหาง่ายๆ คือให้ประชาชนพ้นจากความยากจน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีหน้าที่แนะนำใครจะทำตามก็ได้แต่เราต้องหาสาเหตุและต้นเหตุให้ได้จึงจะแก้ไขปัญหาได้

มูลนิธิชัยพัฒนาหมายความว่าเราจะต้องใช้การพัฒนาเพื่อนำไปสู่ชัยชนะ และศึกครั้งนี้พระองค์ท่านจะนำทัพเอง.

ไทยรัฐ

๙๙๙๙๙๙๙๙


“ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงงานอยู่ เพราะประชาชนยังยากจนอยู่ เมื่อยังมีความยากจนจึงไม่มีเสรีภาพ เขาจึงเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ ซึ่งปัญหาความยากจนไม่ใช่เป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่โยงไปถึงการเมืองด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีโครงการทั้งหมดประมาณ 6,000 โครงการ ซึ่งไม่ซ้ำกับโครงการรัฐบาล เพื่ออุดช่องโหว่ช่วยเหลือประชาชน แต่เมื่อราชการเข้ามาถึงจึงถอนออกมา จะเห็นได้ว่าโครงการต่างๆ ของพระองค์เน้นรักษา ดิน น้ำ ลม ไฟ หรือ ทรัพยากรธรรมชาติ เพราะถ้าไม่มีแผ่นดินจะมีประเทศได้อย่างไร แผ่นดินนี้ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งหมายถึง ชีวิต ที่ผ่านมาทุกคนใช้แผ่นดินนี้ด้วยความโลภ ทำลายแผ่นดิน ทั้งนี้พระองค์ทรงทำได้ด้วยการให้คำแนะนำหรือสอนเท่านั้น เพราะคนที่ดูแลคนทั่วประเทศ คือ รัฐบาล กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ หากพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดี มีความสงบ ไม่ถูกข่มเหง ไม่ถูกโกง ทำได้เช่นนี้ประเทศมีความมั่นคง และไม่เป็นลัทธิบริโภคนิยม ไม่ใช้ทุกอย่างเกินตัว ต้องใช้อย่างพอประมาณ ต้องรู้ต้นทุนตัวเอง คนรวยแล้วต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ไม่คดโกง ไม่คอร์รัปชัน” นายสุเมธกล่าว

นายสุเมธกล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาด้านความมั่นคงต้องตีให้แตกว่ามีสาเหตุจากอะไร เพราะปัญหาซ่อนเร้นไม่เหมือนที่ผ่านมา เมื่อหาสาเหตุได้แล้วให้หาต้นเหตุการแก้ไขปัญหา ตามหลักชาวพุทธที่ให้แก้ปัญหาที่ต้นตอ ตราบใดที่หาต้นตอไม่ได้อย่าเพิ่งหมดหวัง ซึ่งเครื่องมือสำคัญที่แก้ไขปัญหา คือ การพัฒนา และการปกครองต้องมีความยุติธรรม มีความรัก เมตตา ความรับผิดชอบ การแก้ไขปัญหาง่ายๆ คือให้ประชาชนพ้นจากความยากจน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีหน้าที่แนะนำใครจะทำตามก็ได้แต่เราต้องหาสาเหตุและต้นเหตุให้ได้จึงจะแก้ไขปัญหาได้ มูลนิธิชัยพัฒนาหมายความว่าเราจะต้องใช้การพัฒนาเพื่อนำไปสู่ชัยชนะ และศึกครั้งนี้พระองค์ท่านจะนำทัพเอง

นอกจากนี้ นายสุเมธยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า สมัยก่อนประเทศรอบๆ บ้านเราเกิดสงคราม และประเทศเรามีสงครามกองโจร แนวทางการแก้ไขปัญหาในประเทศ หากใช้อาวุธไม่มีทางสำเร็จ เพราะไม่มีสงครามไหนที่รบกับประชาชนแล้วชนะ อย่างในภาคใต้ส่งทหารลงไปกี่กองพลก็ไม่ชนะ การที่บอกว่ารบกับประชาชนหมายความว่า เราแยกไม่ออกว่าใครเป็นคนก่อการร้ายหรือใครเป็นคนปกติ เพราะอยู่ปนๆ กัน จึงเป็นความยากลำบากในการทำสงคราม ดังนั้นต้องมีแนวทางพิเศษแก้ไขปัญหา เพราะปัญหามีความสลับซับซ้อนและละเอียดอ่อน จำเป็นต้องตามเกมให้ทัน เพราะแต่ละครั้งหากยิงคนหนึ่งจะทำให้ญาติของเขาเป็นศัตรูกับเราหมด

ผู้จัดการ



ขอบคุณข้อมูลจาก//www.oknation.net/blog/canthai/2012/11/28/entry-5แคน ไทเมือง

๙๙๙๙๙๙๙๙

“สุเมธ” ชี้ในหลวงทรงงานเหนื่อยตลอด 65 ปีเพื่อประเทศจนประชวร แต่คนไทยเทิดทูนพระองค์แต่ปาก

“ดร.สุเมธ” เผยในหลวงทรงงานเหน็ดเหนื่อยตลอด 65 ปี เพื่อประเทศจนทรงพระอาการประชวร และยังดูแลพสกนิกรด้วยความรัก ความเมตตา มีทศพิธรราชธรรม อยู่ภายใต้ รธน.ไม่มีอำนาจ ขณะที่คนไทยเทิดทูนในหลวงแต่ปาก ใส่ใจวัตถุ ลืมคุณธรรม จริยธรรม จนบ้านเมืองวุ่นวาย เตือนเกิดวิกฤตเหมือนสหรัฐฯ ยุโรป หนี้ล้นระบบ สร้างคนไทยนิสัยไม่ดีก่อหนี้ ขณะเดียวกันคนไทยยังเก่งการโกง เอื้อพวกพ้อง ทุนนิยม
ที่กระทรวงกลาโหม วันนี้ (8 ส.ค.) นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา บรรยายพิเศษ เรื่อง “คุณธรรมสร้างชาติ” ให้แก่ข้าราชการของกระทรวงกลาโหม เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 ส.ค. 2555 ว่า ประเทศไทยเคยมีคุณธรรม จริยธรรม ประเทศไทยเคยบูชาความดี มีความเอื้ออารีต่อกัน บ้าน ใครทุกร้อนใครหนีมาเพิ่งพระบรมโพธิสมภาร ประเทศไทยเคยมีแต่ขณะนี้เป็นของที่เราสูญสิ้นไปหมดแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเหน็ดเหนื่อยมา 65 ปี เพื่อดูแลประเทศรอดมาถึงทุกวันนี้เป็นงานที่เหนื่อยยากอย่างยิ่ง ในฐานะที่ท่านเป็นประมุขของประเทศ ท่านได้พูดประโยคว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” การที่ไม่ใช่ว่าปกครองแต่ใช้คำว่าครอง แสดงให้เห็นว่าไม่มีเรื่องอำนาจแม้แต่น้อย พระองค์ท่านอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจ ดูแลพสกนิกรเหมือนคนในครอบครัว ซึ่งการครองนั้นเป็นเรื่องของความรัก ความเมตตา ความรับผิดชอบ โดยยึดเรื่องของธรรมทศพิธราชธรรมในการยึดถือในการครอง และยึดถือเรื่องทศพิธราชธรรม คนไทยชอบเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ แต่ไม่เคยมอง พอพระองค์ท่านทรงรับสั่งอะไรก็ทำให้ทุกคนชื่นใจ แต่เวลาผ่านไปเพียง 5 นาที ทุกคนก็ลืมไปหมดแล้ว พระองค์ท่านทรงพระอาการประชวรทุกวันนี้เพราะใช้พระวรกายประกอบพระราชกรณียกิจอย่างเหน็ดเหนื่อยจนถึงทุกวันนี้ พระองค์ท่านทรงทำให้แผ่นดินอยู่ได้จนมาถึงทุกวันนี้

“พระองค์ท่านทรงดูแลแผ่นดินมาถึงทุกวันนี้ ผ่านความรัก ผ่านความเมตตา ผ่านความรับผิดชอบ แผ่นดินจับต้องได้ ไม่ได้เป็นนามธรรม คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นปัจจัยแห่งชีวิตของเรา อยู่ได้ทุกวันนี้เพราะพระองค์ท่าน โดยรับสั่งในเรื่องของธรรมะ คือ ความดี และความถูกต้อง พระองค์ให้ใช้ความดี และความถูกต้องในการปฏิบัติงาน เราท่องมาแต่ไม่เคยใส่ใจ และไม่เคยนำมาปฏิบัติ ในหลวงทรงเน้นเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ทั้งนี้ มองว่างบประมาณแผ่นดินจะมีเท่าไหร่ไม่สำคัญ มันสำคัญอยู่ที่ว่าใช้เงินนั้นอย่างไร พระองค์ท่านมุ่งไปถึงประโยชน์ หากทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้อย่างมีประโยชน์ก็มีความสุข แต่ใช้ไม่ถูกต้องก็เกิดความทุกข์ และถ้าเอาเงินของแผ่นดินไปถลุง หรือใช่ไม่ถูกต้องก็จะยิ่งทำให้เกิดความทุกข์ ทั้งนี้ ใครมาอาศัยบุญแผ่นดินนี้จะได้รับความยุติธรรม ความถูกต้องเหมือนกันหมด พระองค์ท่านทรงเป็นพระมหาบรมครู บูชาในหลวงเหมือนเป็นการบูชาพระ เหมือนเวลาไปฟังพระสวดก็พนมมือไปแต่ก็ไม่ได้ฟังว่าสวดอะไร สรุปคือสนใจในพิธีการเท่านั้น”

ดร.สุเมธกล่าวอีกว่า เรื่องทุจริตคอร์รัปชันแก้ไขง่าย แต่ทำไมดูมันยาก ถ้าหากมีการโกงเงินนั้น คนสั่งให้โกงก็อยู่ในห้องนั้น คนสั่งการก็อยู่ในห้องนั้น รวมถึงฝ่ายพ่อค้าต่างๆ ก็อยู่ในนั้น ทำไมมันยาก มาประชุมเอาแต่กายมาหรือเปล่า ไม่ได้เอาใจมาด้วย แต่หากเอาใจและความปรารถนาที่จะแก้ไขก็ไม่ใช่เรื่องยาก ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ทำงานร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม พื้นฐานด้านการพัฒนาประเทศ ตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 และมาถึงฉบับที่ 11 เรามุ่งพัฒนาด้านวัตถุ มุ่งสร้างความร่ำรวย ความเจริญเติบโตเศรษฐกิจ ในแต่ละปีรายงานซ้ำซากว่ามีการรายความเจริญเติบโตของบ้านเมืองเท่านั้น แต่เราไม่เคยประกาศว่าเราเสียคนเท่าไหร่ นึกถึงแต่วัตถุอย่างเดียวเท่านั้น และไม่เคยมองในแง่สังคมให้มีคุณภาพ ไม่เคยมองคุณธรรม จริยธรรม แต่มองแต่ปัจจัยการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว ตนโมโหเจ้าหน้าที่สภาพัฒน์ ที่ใข้ ค.ควาย สะกดคำว่า ค.คน ตนไม่เข้าใจว่าทำไมไม่เอาอักษร ค.คน มาสะกด แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ค.คนเป็นมนุษย์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เหลือแต่ ค.ควาย ซึ่งมันก็จะสะท้อนให้เห็นว่าคนเป็นปัจจัยในการผลิต มันซ้ำซ้อนมิติ การพัฒนาประเทศ เราลอกรูปแบบเศรษฐกิจสังคมการเมืองของฝรั่งมาใช้เลยทำให้ยุ่งมาถึงทุกวันนี้ เพราะไม่เข้ากับวิถีของเราพฤติกรรมแปลกๆ พิลึกๆ เพราะเราออกกฎระเบียบไม่เข้ากับวิถีชีวิตของคนไทย

ดร.สุเมธกล่าวว่า การคอร์รัปชันเกิดขึ้นเพราะสังคมเรานับถือความร่ำรวย ความโลภ บริโภคนิยม ความฟุ้งเฟื้อทุนนิยม มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่ มีระบบอุปถัมภ์ หรือความนิยมพวกพ้อง การเมืองมีการแข่งขันช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์ สิ่งที่ทุกคนจะต้องตระหนักคือวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และยุโรปในขณะนี้ ซึ่งทำให้เงินล้นระบบทำให้คนเข้าสู่ระบบการกู้ เช่นที่ผ่านมามีการสนับสนุนให้คนผ่อนบ้าน ผ่อนรถ มีหนี้ก้อนใหญ่ แต่เมื่อเกิดปัญหาเศรษฐกิจรัฐบาลจะไปขอให้คนรัดเข็มขัดประชาชนก็จะไม่ยอม เพราะถูกสร้างให้เคยตัวใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่ากลัว ซึ่งเป็นวัฏจักรที่จะวนมาทุกครั้ง หรือ 12 ปี ไม่ว่าจะในประเทศไทย หรือต่างประเทศ


ขอบคุณข้อมูลจาก//www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000097481&TabID=3& ผู้จัดการ


๙๙๙๙๙๙๙๙

ปีนี้จึงขอนำภาพ พระราชดำรัส ที่ทรงงานมากมายตลอด 65ปี
ภาพต่างๆๆได้มาจากเพื่อนๆที่ทำลง fb ทั้งคำกลอน ข้อมูล มากมายหลายท่านที่แชร์กันมาเก็บมาแบ่งกันชื่นชม






พระเสโทหยาดรินทุกถิ่นด้าว
คือทิพย์พราวพรมสุขดับทุกข์สิ้น
จึงร่มรัฐรุ่งหล้าเรืองธานินทร์
ทุกชีวินน้อมชีวาตม์เป็นราชพลี.


พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2524
วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม 2523

“…ทางปฏิบัติที่จำเป็นสำหรับทุกคนในขณะนี้ นอกจากจะต้องตั้งใจพยายามทำตัวงานให้มีระเบียบโดยเต็มความสามารถ และเป็นอยู่โดยประหยัดแล้ว ยังจะต้องพยายามตั้งจิตตั้งใจไว้ให้ถูกด้วย การตั้งใจให้ถูกนั้น คือทำจิตใจให้สงบหนักแน่น ไม่วู่วาม ไม่ปล่อยให้อคติต่าง ๆ เข้าครอบงำได้โดยง่าย ฝึกหัดคิดพิจารณาเรื่องราวและปัญหาทั้งปวงด้วยความละเอียดรอบครอบและด้วยใจบริสุทธิ์เป็นกลางเสมอทุกครั้งให้เป็นนิสัย อันเป็นวิธีที่จะช่วยให้เกิดปัญญา สามารถคิดวินิจฉัยได้โดยกระจ่างแจ่มแจ้ง และปฏิบัติแก้ไขได้ถูกต้องเที่ยงตรง การมีความคิดจิตใจอันกระจ่างแจ่มแจ้งและหนักแน่นอยู่เสมอดังกล่าว จัดเป็นคุณธรรมสำคัญประการหนึ่งของแต่ละบุคคล เป็นเครื่องนำพาบุคคลไปให้ประสบความเจริญสวัสดี และคุณธรรมของแต่ละคนนี้ เมื่อรวมกันเข้า ย่อมจะเกิดเป็นคุณธรรมของชาติ และย่อมจะนำพาชาติให้บรรลุถึงความเจริญสวัสดีได้ดุจเดียวกัน…”






































ทรงลำบากตรากตรำเพื่อประชาชนผู้ยากไร้...(1)


“...เวลาเสด็จฯ ไปที่ไหน พระองค์จะเสด็จฯ พระราชดำเนินนำไปก่อน เราก็วิ่ง
คนในขบวนก็วิ่งกันกระเจิง ตามเสด็จฯ ไม่ค่อยทัน พระองค์ทรงพระราชดำเนินเก่ง...”

“...เวลาเสด็จพระราชดำเนินก็จะทรงนำ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
และบางครั้งก็ต้องทรงช่วยให้เสด็จฯ ขึ้นเขา แล้วก็ ทรงร้องเพลงลูกทุ่งอยู่บนเขา
’ตายแน่คราวนี้ต้องตายแน่ ๆ“

เวลาตามเสด็จฯ จึงลำบาก จะวิ่งหนีเข้าร่ม
หรือแอบไปกินอะไรอย่างนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าพระองค์ทรงห้ามไม่ให้เรากิน
ไม่ให้เราหลบแดด
พระองค์ก็ทรงไม่หลบแดด ไม่ได้เสวยด้วยเหมือนกัน

บางครั้งพระองค์เองทรงประสงค์ให้คนที่ตามเสด็จฯ ได้รับประทานด้วยซ้ำ
เมื่อรับประทานเสร็จแล้วจะได้พร้อมที่จะทำงาน
แต่ส่วนใหญ่เจ้าภาพจะบอกว่า พวกนี้ไม่สุภาพ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังไม่เสวย แล้วทำไมถึงกินก่อน
เป็นบาปกรรม คนเขาก็คิดอย่างนั้น พระองค์เองทรงลำบากกว่าคนอื่นเสียด้วยซ้ำ
ตากแดดก็ตากด้วยกัน เพราะฉะนั้น ฉันนี่มีวิตามินดีเยอะมากเลย กระดูกแข็งแรง...”




ทรงลำบากตรากตรำเพื่อประชาชนผู้ยากไร้...(2)

“...เวลาตามเสด็จฯ นั้น หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นเขา
เราก็ต้องปีนเขาด้วย พระองค์ทรงรับสั่งว่า การทำงานพัฒนา ร่างกายเราต้องแข็งแรง...”
“...ฉันเคยฝึกให้แบกของเดินขึ้นเขา
เพราะถ้าเกษตรกรพื้นที่สูงอยากให้เราเดินขึ้นไปดูไร่ของเขาบนภูเขา ก็ควรพยายามไป
เขาชี้ให้ไปดูอะไรก็ต้องไป ถึงแม้บนยอดเขาจะมีกาแฟเพียงต้นเดียวก็ต้องขึ้นไป
บางครั้งปีนเขาตั้งหลายลูก เราก็ต้องไป เพื่อเป็นกำลังใจให้เกษตรกร และผูกมิตรด้วย
ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน พระองค์เสด็จฯ ไปทุกที่ที่เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ในหนังสือ
ที่ พระองค์ทรงขับรถพระที่นั่งลงไปอยู่กลางน้ำ แถวจังหวัดนราธิวาส
พอเปิดประตูออกไปเป็นพงหนามพอดี นอกจากลงน้ำแล้วยังมีพงหนามอยู่ในน้ำด้วย
และพอเวลาเสด็จฯ ไปถึงที่ไหนก็จะทรงมีพระราชปฏิสันถารกับทุกคน
จนมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกว่า ถ้าขืนทรงทักคนทุกจุดอย่างนี้กว่าจะถึงวังก็ Good Morning

และไปทีไรก็ Good Morning ทุกที...”.

(เรื่องเล่าจากพระเทพฯ ‘หลักทรงงาน’ ในหลวงของคนไทย)




“…. ผมเคยอยู่มาแล้วหลายแผ่นดิน แต่ก็ไม่เคยเห็นว่าพระเจ้าอยู่หัวแผ่นดินใดที่คนทั้งเมืองเขาเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ให้ความเคารพบูชาอย่างสนิทสนมอย่างทุกวันนี้… พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลก่อน ๆ ทรงครองแผ่นดิน แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลนี้ทรง “ครองใจคน..”
.. หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ..














มีหลายหนที่ทรงงานติดพันจนมืดสนิท ท่ามกลางฝูงยุงที่รุมตอมเข้ามากัดบริเวณพระวรกาย รอบพระศอ พระกร พระพักตร์ รวมทั้งแมลงตางๆ ที่เข้ามารุมรบกวนพระองค์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวจะยังทรงทอดพระเนตรแผนที่อยู่ภายใต้แสงไฟฉายที่มีผ้ส่องถวายอยางไม่สะ ดุ้นสะเทือน อย่างมากที่ทรงทำคือโบกพระหัตถ์ปัดไล่เบาๆ เท่านั้น

ครั้งหนึ่งทรงมีรับสั่งเล่าเรื่อง “ยุง”
ด้วยพระอารมณ์ขันว่า “.. ที่บางจาก แต่ไม่มีจากหรอกนะ ยุงชุมมากเลย ไปยืนดูแผนที่ เลยโดนยุงรุมกัดขาทั้งสองข้าง กลับมาขาบวมแดง ไปสกลนครกลับมาแล้วถึงได้ยุบลง มองเห็นเป็นตุ่มแตง ลองนับดูได้ข้างละร้อยห้าสิบตุ่ม สองข้างรวมสามร้อยพอดี..”





































--
เรื่อง " เดิมพันของเรา "


ครั้งหนึ่ง เมื่อหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า

" เคยทรงเหนื่อย ทรงท้อบ้างหรือไม่ "


ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสตอบว่า

" ความจริงมันน่าท้อถอยหรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้
เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านคือเมือง
คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ "



ข้อมูลจาก ไทยรัฐ ฉบับ 5 ธ.ค. 32

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙




คุณความดีที่พระองค์ทรงงานหนัก
ผลประจักษ์ลือกระฉ่อนสุนทรไข
บันทึกถ้อยรักพ่อหลวงทุกดวงใจ
อยู่คู่ไทยทรงพระเจริญเกินร้อยปี





..✫¸.•°*”˜˜”*°•.✫
/ღ˚ •。*  ˚ ˚✰˚ ˛★* 。 ღ˛° 。* ° ˚ • ★ *˚ .ღ 。
/▌*˛˚ ░L░O░N░G░░L░ I░V░E░░T░H░E░░K░I░ N░G░ ˚ ✰*
/ ˚. ★ *˛ ˚* ✰。˚ ˚ღ。* ˛˚  。✰˚* ˚ ★ღ ˚ 。✰ •* ˚ "..




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2555    
Last Update : 4 ธันวาคม 2555 9:04:36 น.
Counter : 5987 Pageviews.  

1  2  3  

หนึ่งคิด
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




เพลง

..*

หนึ่งในความห่วงใยของพ่อหลวง.....

เยลลี่พระราชทาน แจกฟรี สำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก

หรือผู้กลืนอาหารไม่ได้

มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระราชูปถัมภ์

หน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ร่วมกันพัฒนาเยลลี่โภชนาการ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก

ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีภาวะโภชนาการและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นเจลกึ่งแข็งกึ่งเหลว

มีเนื้อสัมผัสที่พอดีไม่อ่อนหรือแข็งเกินไป

ง่ายต่อการเคี้ยวและการกลืน ผลิตจากนมที่ผ่านกรรม

วิธีย่อยแลคโต๊สซึ่งเป็นสาเหตุของการดื่มนมแล้ว

ไม่สบายท้อง ท้องเสียแล้ว ทำให้ผู้ที่มีปัญหา

เรื่องดื่มนมแล้วไม่สบายท้อง สามารถกินได้โดยไม่มีปัญหา

และเมื่อนำไปทดลองใช้กับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก

พบว่าผู้ป่วยไม่ต้องให้อาหารทางสายยาง

ผู้ป่วยสามารถกินได้เอง และผู้ป่วยที่กินเยลลี่โภชนา

การมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 

ผู้สนใจที่มีปัญหาเรื่องมะเร็งช่องปากหรือ

มีญาติมิตรเป็นโรคดังกล่าว สามารถติดต่อขอรับได้

โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดใด ได้ที่ต่างๆ ดังนี้คือ

1. โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา 044-235582, 081-955-9002

2. สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรุงเทพฯ 02-3547025-35

3. ศูนย์มหาวชิราลงกรณ ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 02-5461960-6

4. ศูนย์มะเร็งชลบุรี 038-784001-5

5. ศูนย์มะเร็งลพบุรี 036-621800

6. ศูนย์มะเร็งลำปาง 054-335262-8

7. ศูนย์มะเร็งอุดรธานี 042-207375-80

8. ศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี 045-285610-5, 045-285637-40

9. ศูนย์มะเร็งสุราษฎร์ธานี 077-211625-8 ต่อ 1006

10.สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล 02-889-3489

ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถานพยาบาล ดังกล่าว

หรือ ติดต่อสอบถามมูลนิธิทันตนวัตกรรม

ได้ที่ คุณบัวขาว หงษาชุม โทรศัพท์ 089-664-4634, 02-218-9027

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ :http://bit.ly/UFCrZa

ขอขอบคุณภาพจาก: ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร Fan page

๙๙๙๙๙๙๙

----


widgeo
------------ โครงการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคล 60 ปีราชาภิเษก และ 84 พรรษามหาราชา
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add หนึ่งคิด's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.