รวมลิงค์พาเที่ยว อยู่ที่นี่นะเจ๊า

เข้าไปที่เวบหลักของลี่ก็ได้ค่ะ แล้วเลือกหัวข้อ Benelux Diary //www.thai-dutch.net/tour

ใครจะตามอ่านพาเที่ยวฉบับรถโดยสารสาธารณะ มาอ่านกันเล้ย



เดี๋ยวสปริงนี้ ลี่ไปไหนมาอีก จะมาอัพเดทให้อีกค่ะ




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2549   
Last Update : 6 ธันวาคม 2549 7:23:16 น.   
Counter : 451 Pageviews.  


ไปเที่ยวนอกเมืองกันเถอะค่ะ #6 Vlaardingen

วันนี้ได้ฤกษ์ไปเที่ยวแถวใกล้ๆบ้านอีกเมืองหนึ่ง ก็เพื่อนทีทำงานชาวพม่า (พม่านะแคะไม่ใช่กระเหรี่ยง) เธอเกิดชีพจรลงเท้าขึ้นมาเพราะรอตเตอร์ดัมมีรถรางสายใหม่ สาย 23 ที่ไปถึงฟลาดิงเงิ่น เราก็เลยเอากะเขาเสียหน่อย สนองเจตนารมณ์คุณป้าเท้าคัน เอ้ย ชอบเที่ยว



วันนี้อากาศหนาวมากๆ เห็นว่าแดดดีๆ ยังงี้ยิ่งไว้ใจไม่ได้ Vlaardingen เป็นเมืองท่าเรือ ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าเป็นหนึ่งในเมืองเก่ากึ๊กกั๊กของเนเธอร์แลนด์ ตั้งแต่สมัยปลายยุคหินโน่น เฮ้ย อะไรกันเนี่ย ว่าแล้วก็ต้องตามไปดูให้ถึงที่ มันจะสักแค่ไหนกันเชี๊ยะ ได้ข่าวว่ามีการขุดค้บพบเขื่อนแรกของประวัติศาสตร์ฮอลแลนด์ที่นี่ด้วย



ใครๆมักคิดว่า Vlaardingen เป็นส่วนหนึ่งของรอตเตอร์ดัม เช่นเดียวกับ Schiedam (ซึ่งจริงๆแล้วทั้งสองเมืองนี้เป็นเมืองที่มี Gemeente เป็นของตัวเอง มิได้ขึ้นกับรอตเตอร์ดัมแต่อย่างใด)



Vlaardingen จากแผนที่ ฝั่งขวาติดกับ Schiedam ตอนเหนือติดกับ Delft ซึ่งสองเมืองนี้เราไปแวะมาแล้ว ทางซ้ายคือ Maasluis อันนี้ถ้าว่างก็คงมีโอกาสได้ไปเหยียบกันอีกครั้งนึง สำหรับภาคสองของ Vlaardingen ด้วยรถแทรมสาย 23 จาก Macroniplein เราใช้สตริปเปินการ์ดสองโซนเพื่อเดินทางไปยัง Holy Noord เขตหนึ่งของ Vlaardingen ก่อนจะขึ้นรถบัสสาย 56 เข้าสู่ตัว centrum



วันนี้ได้ไปดูกังหันลมประจำเมือง Vlaardingen มา กังหันนี้ชื่อ Aeolus เก่าแก่ตั้งแต่ปี 1790 เนื่องจากวันที่เราไปนี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาวแล้ว ฟ้าก็เลยมืดเร็ว ทำให้ได้ดูอะไรไม่มาก เดี๋ยวลี่จะมาอัพเดทภาคสองให้ดูกันต่อเร็วๆนี้ค่ะ ตรงส่วนก่อนเซ็นเตอร์จะมีบ้านเดี่ยวที่เป็นวิลล่าอยู่มากมายเลย สวยมากจริงๆ คราวหน้าจะปั่นจักรยานไปถ่ายรูปซะให้เข็ด อยากสวยล่อตากรรมการนัก



เมืองนี้เป็นเมืองไม่ใหญ่ บ้านเมืองรอบนอก ส่วนมากจะเป็นแฟลตสูงๆ ในส่วนของตัวเมือง centrum นั้นมีแต่บ้านเก่าหลังเล็กหลังน้อย สวยงามเป็นเอกลักษณ์สไตล์ย่านพ่อค้าและท่าเรือจริง เสียดายที่รอตเตอร์ดัมพังเสียหมด ไม่งั้นก็คงพอมีให้เห็นบ้าง



รูปข้างล่างนี้เห็นมีอยู่ในโปสเตอร์ประจำเมืองที่ขายอยู่ที่สำนักงาน VVV ลี่ก็เลยไปเดินหาถ่ายมาบ้าง เดี๋ยวจะเชย



ดูรูปพอหอมปากหอมคอแล้วก็คงต้องให้เวลาคนหัวเป็นน็อตพักผ่อนบ้างนะคะ แต่ละวันแค่ไปทำงานกะกลับมาทำเวบเพื่อสาธารณชนแล้วก็แทบไม่เหลือเวลาให้คุณซะมีและลูกๆ หากว่าวันหน้าไปเที่ยวไหนมา จะแวะมาแปะรูป พร้อมเกร็ดเล็กๆน้อยๆ ฝากผู้อ่านอีกแน่นอนค่ะ




 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2548   
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2548 6:46:48 น.   
Counter : 477 Pageviews.  


ไปเที่ยวนอกเมืองกันเถอะค่ะ #5 Delft

วันนี้พาไปอีกเมืองใกล้ๆ ค่ะ เลย Schiedam ไปเล็กน้อย Delft เป็นเมืองที่มีสองสีค่ะ สีน้ำเงิน Delfts Blauw และสีส้ม Oranje เพราะเป็นเมืองแห่งราชวงศ์เนเธอร์แลนด์




Delft เป็นเมืองเก่าแก่ไม่น้อยเลยค่ะ Delft มีสินค้าหลัก เีบียร์ เป็นหนึ่งในเมืองท่าเรือ ซึ่งมีการขุดลอกลำน้ำ Schie ไปออกยังแม่น้ำมาส จากเดฟลท์ไปถึง Delfshaven ในรอตเตอร์ดัม



Prins Willem van Oranje พระบิดาของดินแดนเนเธอร์แลนด์ เคยใช้ชีวิตอยู่ในเดลฟท์ในส่วนที่เป็น Sint-Agathaklooster ทุกวันนี้ได้ชื่อใหม่เป็น Prinsenhof ในสถานที่เดียวกันนี้ Prins Willem ก็ถูกลอบสังหารด้วยลูกปืนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 10 กรกฏาคมปี 1584 โดย Balthasar Gerards



ต้นศตวรรษที่ 17 เดลฟท์เป็นที่ตั้งของบริษัท VOC ที่เดินเรือไปรอบโลก และช่วงนั้นเอง ที่ผลิตภัณท์เครื่องปั้นดินเผาของ Delft กลายเป็นสินค้าโด่งดังขึ้นมา (จากการไปได้ต้นแบบมาจากประเทศจีน) ในปี 1672 เกิดอุบัติภัยขึ้นในเนเธอร์แลนด์ เศรษฐกิจของเดฟลท์ซบเซาลงไปมาก แถมยังถูกเดนฮากและรอตเตอร์ดัม ขนาบข้าง ธุรกิจด้านเครื่องลายครามก็ไม่รุ่งเรืองอย่างเคย พอถึงศตวรรษที่ 19 นี้ก็มีบริษัทใหญ่ๆเหลืออยู่เพียงสองสามแห่งเท่านั้น De Delftse Pauw และ De kandelaar 



ช่วงปี 1847 เป็นปีที่รถไฟเริ่มวิ่งเข้าในในเมืองเดลฟท์ได้ เดลฟท์กลับเจริญขึ้นมาด้วยอุตสาหกรรมยีสต์และเครื่องดึ่มแอลกอฮอล์   Delft เป็นบ้านเกิดของศิลปินดัชต์ชื่อดังอีกคนหนึ่งคือ Johannes Vermeer เจ้าของรูปวาด Girl with a pearl earring นอกจากนั้นศิลปินชื่อดังอีกคนหนึ่งคือ Karel Fabritius ก็ได้ใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่นี่จนถึงวาระสุดท้าย



เดลฟท์ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเทคนิคที่มีชื่อเสียงของประเทศและในยุโรป TU Delft ในปัจจุบันนี้ระบบขนส่ง ของเมืองได้ขยายขึ้น ถ้าคุณไปเที่ยวเดลฟท์ คุณสามารถนั่งรถแทรมสาย 1 ไปยังเดนฮาก และสเคเวอนิ่งเกิ้นได้เลยโดยตรงด้วยค่ะ จากเมืองอื่นๆ มี Stoptrein และ Sneltrein หลายสายที่ผ่านสถานี Delft



วันนี้ลี่ก็ไม่ได้แวะเข้าไปในโบสถ์ทั้ง nieuwe kerk และ oude kerk ที่เดลฟท์ แต่ก็หวังว่าดูรูปกะเรื่องแล้ว หลายๆคนคงจะอยากไปแวะเยี่ยมเมืองเล็กๆ ที่ไม่เงียบเหงานี้นะคะ ไว้โอกาสหน้า ฤดูใบไม้ผลิจะกลับไปเยี่ยมเมืองเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงนี้อีกแน่นอน




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2548   
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2548 6:10:01 น.   
Counter : 505 Pageviews.  


ไปเที่ยวนอกเมืองกันเถอะค่ะ #4 Schiedam

วันนี้ไม่ไปไหนไกลล่ะคะ อากาศมันร้อนเหลือเกิน ไปใกล้ๆบ้านนี่ก่อนก็แล้วกัน ปั่นจักรยานไปได้เลย สะดวกและปลอดภัย เมืองที่เราจะไปชื่อ Schiedam คนที่เคยอ่านกระทู้พาเที่ยวแรกๆ ของลี่ไปแล้ว ต้องเดาได้แน่เลย ว่าเมืองนี้มีเขื่อนกั้นน้ำและตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Schie ค่ะ ตอบถูกใช่เปล่า เอาไปสิบคะแนนค่ะ


Schiedam เป็นอีกเมืองเก่า เป็นเมืองพี่ของรอตเตอร์ดัมเสียอีก ชกีดัม ได้รับการตั้งเป็นเมืองอย่างเป็นทางการในปี จาก Aleida van Avesnes พี่สาวของ Willem II van Holland ผู้ครองอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ในขณะนั้น ชกีดัมเป็นเมืองที่มีทั้งย่านอุตสาหกรรม โรงงาน ป้อมปราการเมืองเก่า ปาร์ค กังหันลมและพิพิธภัณท์เก่าๆที่สวยงาม สรุปคือมีทุกอย่างที่คุณต้องการอยู่ในเมืองเล็กๆ

การเดินทางของลี่วันนี้ก็ปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำ Schie ขึ้นไปทางตอนเหนือ เป็นเขตหนึ่งของรอตเตอร์ดัม เรียกว่า Overschie แหม จะตั้งชื่อทั้งที่ก็เอาให้มันวนๆ อยู่ตรงนี้ละ เหอๆๆ เอาแหละเดี๋ยวลี่พาไปดูกังหันลมที่สกีดัมกัน เพราะกังหันลมที่นี่มันไม่ธรรมดา ตรงที่มันเป็นกังหันลมที่สูงที่สุดในโลกน่ะสิคะ ที่นี่มีเหลืออยู่ด้วยกันทั้งหมด ห้าตัว ตามชื่อต่อไปนี้ค่า De walvisch, De driekoornbloemen, De vrijheid, De noord, และสุดท้ายที่เหลืออยู่ De nieuwe palmboom ถ้าอยากดูกังหันพวกนี้หมุน ต้องมาดูในวันเสาร์ค่ะ


วันนี้โชคร้าย ลี่ไปถึงโบสถ์ก็ปิดกันหมดแล้ว ได้ผ่านไปโบสถ์ Liduina basiliek อยู่ใกล้ๆตัวเมือง ใกล้ๆกันนั้นก็มีปราสาทเก่าซึ่งตอนนี้เหลือแต่โครงชั้นพื้นดินเท่านั้นเอง เมืองสกีดัมนี้มีชื่อเสียงตั้งแต่ยุคโบราณในด้านการทำเจเนเฟอร์ หรืออังกฤษเรียกว่า Gin ค่ะ ผลิตเพื่อการจำหน่ายภายในและส่งขายไปทั่วประเทศ ถ้าใครมีเวลาแวะนานๆ ต้องไม่พลาดเข้าชมพิพิธภัณท์โรงกลั่นที่นี่นะคะ แวะซื้อไปด้วยก็ดีนะคะ ระวังอย่าให้เมาจนปั่นจักรยานกลับบ้านไม่ถูกก็ละกันค่ะ

สำหรับคนที่ชื่นชอบในศิลปะและการออกแบบ ที่ย่าน Korenbeurs ย่านท่าเรือเก่า มีเรือออกทะเลลำใหญ่ๆ และบ้านเรืออยู่บ้างประปราย นอกจากนั้นในถนนนี้ก็มีตึกเก่าที่ออกแบบโดยศิลปินชาวอิตาเลี่ยนชื่อดัง Ian Giudici ไม่ว่าใครก็ต้องแวะถ่ายรุป ดูรูปกันเองนะคะ สวยไม๊เอ่ย



การเที่ยวเองในเมืองสกีดัมนี่ ง่ายมากๆค่ะ ปั่นจักรยานจากรอตเตอร์ดัมเลียบรางรถเมโทรมาตลอดแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเมือง พอเห็นโบสถ์ ก็ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม (ระวังรถแทรมสาย 1) จริงๆแล้วถ้าคุณไม่มากับจักรยาน จะนั่งรถแทรมสาย 1 จากรอตเตอร์ดัมก็เสียค่าเดินทางแค่สตริปเปินการ์ดไม่เกินสี่ช่องค่ะ อ้าวนอกเรื่องอีก เฮ้อ ไปต่อๆค่ะ จากหน้าโบสถ์ตรงนี้พอข้ามถนนไปแล้วจะมองเห็นป้ายบอกทางเลยค่ะ ตรงเข้าไปใจกลางเมืองเป็น Grote kerk ไอ้ชื่อนี้ นี่มีกันทุกเมืองนะคะ ไม่ใช่ว่ามีแต่ Grote kerk-Grand place ที่บรัสเซลส์ซะเมื่อไหร่ ก.ไก่ กุ๊กๆ สิ่งที่ควรสังเกตไว้ก็คือ ถ้าอยากหาร้านขายของละก็ มันก็จะสุมหัวอยู่กันตรงลานหน้าโบสถ์ประจำเมืองนี่แหละค่ะ



เอ้า เดี๋ยวมาเล่าต่อ ขอไปนอนก่อนแล้ว ตีสองครึ่งแล้วย่ะ ก่อนไปแปะรูปยัยแก่ขี้บ่นคนเล่าเรื่องหน่อยเซ่ะ




 

Create Date : 09 กันยายน 2548   
Last Update : 3 ตุลาคม 2548 7:37:35 น.   
Counter : 259 Pageviews.  


ไปเที่ยวนอกเมืองกันเถอะค่ะ #3 Middelburg

Middelburg เป็นเมืองหลวงของรัฐ Zeeland หนึ่งใน 12 รัฐของเนเธอร์แลนด์ จะเดินทางไป Middelburg สามารถไปได้ด้วยรถไฟปลายทาง Vlissingen ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที เมืองนี้มี City Hall เก่าแก่ที่สวยมาก และยังสะพวกในการเดินทางไปดู Delta Work เขื่อนกั้นน้ำทะเลที่มีชื่อเสียงของฮอลแลนด์ด้วยค่ะ


วันที่เราออกเดินทางฝนตกพรำๆมาตั้งแต่เช้า แถมพอถึงสถานี รถไฟก็เลทอีก วันนี้ดีหน่อย เลทแค่ 5 นาทีเท่านั้น แต่ปัญหาหนักคือ พอไปถึง Dordrecht รถไฟดันไม่วิ่ง เราจึงจำใจต้องลงจากรถไฟแล้วเดินทางต่อไปโดยรถโค้ชคันใหญ่ที่ทางการรถไฟเตรียมมาไว้ให้ งานนี้มีตั๋วหรือไม่มีตั๋วก็ขึ้นฟรีทั้งหมด เป็นบริการจากการรถไฟแห่งประเทศฮอลแลนด์ค่ะ แหม๊ ประทับใจจริงจริ๊ง แทนที่จะไปถึงที่หมายตอนเที่ยงครึ่งก็ปาเข้าไปบ่ายสองโมง แต่ไม่ต้องห่วงเพราะพอถึงสถานีรถไฟที่ต้องต่อรถเข้าเมือง Middelburg เราก็ควักข้าวห่อขึ้นมากินกันในรถ เป็นที่อิ่มหนำสำราญ รถไฟฮอลแลนด์นี่ กินอาหารได้ค่ะ มีถังขยะให้ แต่รถโดยสารชนิดอื่นๆภายในเมือง ห้ามเอาของกินขึ้นมากินเด็ดขาด


เมือง Middelburg นี้มีชื่อเสียงเป็นอันดับห้าของเมืองที่มีอนุสาวรีย์มากที่สุด มีถึงพันสองร้อยแห่ง (ฟังแล้วก็ไม่น่าเชื่อเท่าไหร่ ต้องไปพิสูจน์ก่อนคะ) ตามมาเลยค่ะ มิดเดิ้ลเบิร์กนั้นเป็นเมืองใหญ่ก็สมกะเป็นเมืองหลวงของเซลันด์ เมืองอื่นๆนั้นเล็กมาก แหละหลายๆเมืองห้องสมุดก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ ไปรษณีย์มีอยู่แค่สำนักงานเดียว ใครที่คิดว่าเมืองนอกการเดินทางสะดวกสบาย ต้องมาดูเมืองบ้านนอกๆ พวกนี้ จะไปไหนที ลำบากน่าดูค่ะ แต่คนที่นี่เขามีรถยนต์กันทุกคน จึงไม่ค่อยมีปัญหาถ้ายังไม่มีก็ใช้จักรยานคันเก่งคู่ชีพนี่แหละค่ะ เมืองแต่ละเมืองห่างกันไม่มากนัก ปั่นจักรยานพอไหว ยิ่งในช่วงฤดูร้อนนี่เห็นคนปั่นจักรยานกันเต็มไปหมด ทั้งนักท่องเที่ยวและคนในจังหวัดเอง พวกเราก็เช่าจักรยานออกปั่นค่ะ เช่าได้จากที่ร้าน ข้างๆสถานีนั่นเอง เป็นบริการคู่ของการรถไฟ เป็นทั้งที่เก็บจักรยาน มีล็อคเรียบร้อยมีคนเฝ้าให้ด้วย แล้วก็มีจักรยานสำหรับให้นักท่องเที่ยวเช่า ในสนนราคาตั้งแต่ 6.50 ยูโร ถ้าเป็นแบบมีเกียร์ก็เพิ่มเงินอีกหนึ่งยูโร แต่ทั้งนี้ คุณก็ต้องเตรียมเงินไปด้วยเป็นค่ามัดจำรถ ราคา 50 ยูโรต่อคันอีกต่างหาก พอคืนรถแล้วถึงจะได้เงินคืน ร้านเช่ารถที่ Middelburg นี่เปิดถึงสี่ทุ่มเลยค่ะ เช่าแล้วก็ปั่นซะให้สะใจนะลูกนะ หึหึ



จะไปไหนกันดี ปั่นเข้าเมืองปั๊บแวะหาซุปเปอร์มาร์เก็ต หาอะไรใส่ท้องอีกรอบก่อน ที่นี่มีร้าน Albert Heijn ด้วยค่ะ แต่มีอยู่ร้านเดียวละมัง ทั้งเมือง เศร้าจริงๆ ร้านใหญ่และมีสินค้าครบครันทีเดียว ไปถึงได้ของกินติดมือแบกกันหลังเกือบหักเลยค่ะ จากนั้นเราก็ขี่จักรยานเข้าเซ็นเตอร์ไปดู City Hall ที่มีชื่อเสียงกัน ทำไมน่ะหรือค่ะ เพราะว่า City Hall หรือที่ภาษาดัชต์เรียกว่า Stadhuis ที่นี่คือ ที่ที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในเนเธอร์แลนด์ เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1452 แน่ะค่ะ มาโดนทำลายเสียหายไปอย่างร้ายแรงช่วงสงครามโลกปี 1940 จึงต้องมาเริ่มสร้างกันใหม่ ซึ่งก็ทำอย่างประณีตบรรจง จนออกมาเป็น Stadhuis ชื่อดังดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งจากฮอลแลนด์และที่อื่นอย่างมากมายทุกวันนี้ไงคะ


ตรงหน้าสตัดเฮาส์ที่นี่น่ารักมาก มีรูปจำลองเมืองตั้งไว้ มีโถเจาะรู ถ้าคุณอยากดูระบบน้ำเสียของเมืองในสมัยโบราณก็ไปจ้องดูได้ ฮ่าๆๆๆ ลี่ก็เกือบโดนหลอกไปเหมือนกันค่ะ เก้าอี้ที่จะไปนั่ง พอนั่งปั๊บฉี่ราดเลย น้ำไหลจ๊อกออกมา เรารึกระโดดตัวลอยเลยค่ะ ชาวบ้านหัวเราะกันเฮฮา แหมน่าอายจริงๆ แต่พวกเด็กๆเขาไม่กลัว กลับเข้าไปเล่นกันใหญ่ เป็นที่สนุกสนาน ย่ำน้ำกันจนเปียกเลอะเทอะไปเลย นี่เดินกันมาเกือบชั่วโมงนึงแล้ว ฝนก็ยังไม่หยุดตกเลยค่ะ ดีนะที่พกเสื้อแจ็คเก็ตกันฝนมาพร้อมร่มอีกหนึ่งคัน อยู่ฮอลแลนด์นี่คะ ต้องพกของอย่างนี้ไว้เสมอคะ ฟ้าฝนไม่ค่อยเป็นใจกะการเที่ยวสักเท่าไหร่เลย

ข้างๆลานนี้เป็นที่ตั้งของร้าน TouristShop ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวของเซลันด์ แล้วก็มีขายตั๋วเข้าชมสถานที่ต่างๆใน Middelburg ด้วยราคาพิเศษลด 10 เปอร์เซ็นต์จากราคาปกติที่เราไปซื้อที่หน้าทางเข้าธรรมดาด้วยค่ะ แผนที่ก็หาซื้อได้ที่นี่ ราคาประมาณ 2 ยูโร เราสองคนหาแผนที่ได้ก็รีบไปบุกเมืองต่อกันเลยค่ะ เพราะเดี๋ยวจะออกไปเที่ยวชายทะเลดูเขื่อนกั้นพายุ ที่เรียกว่า Deltawerk กันแล้ว จริงๆแล้วมันไม่ได้มีแค่เขื่อนเดียวหรอกนะคะ Deltawerk เรียกซีรี่ส์ของเขื่อนหลายตัวที่สร้างอยู่ร่วมกันในจังหวัดเซลันด์นี้เพื่อปิดกั้นระหว่างทะเลเหนือกับดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำของฮอลแลนด์ไว้ ป้องกันน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมพื้นที่เหล่านี้ในหน้าน้ำหลากค่ะ อีกหน่อยเมืองไทยน่าจะเอาไปทำตามบ้างนะคะ กรุงเทพจะได้ไม่น้ำท่วม เรื่องนี้คงต้องฝันไปอีกสักพัก เพราะ Deltawerk นี่ใช้เงินมหาศาลมากค่ะ ช่วงนี้เขากำลังทำการทาสีด้วย เพราะเหล็กที่ใช้ไม่ใช่สเตนเลส จึงเกิดสนิมขึ้นบ่อยบังทำให้ตัวเขื่อนจะผุผังเร็วกว่าปกติ การทาสีและซ่อมแซมจึงต้องทำอย่างสม่ำเสมอค่ะ ว่าแต่เดี๋ยวเราแวะรอบเมืองกันก่อนปั่นออกนอกเมืองไปยังเมืองต่อไปคือ St. Laurens นะคะ ชื่อเหมือนแฟนลี่เลยแหละเมืองนี้ อ้อ เฮียเราไปชื่อเหมือนเขามากกว่า



เพราะว่า Middelburg เป็นเมืองใหญ่และเป็นเมืองป้อมปราการด้วย จึงมีคูขุดรอบเมืองและมีสะพานเชื่อมเข้าต้วเมืองเป็นจุดๆ เข้าแก็ปในหนังยุคอัศวินเด๊ะเลยค่ะ รูปถ่ายมีไม่มากนักเพราะปั่นแต่จักรยาน ฝนก็ตกค่ะ มือจับแฮนด์รถไป กางร่มไปอีกมือ ไม่ว่างจับกล้องเลยค่ะ เศร้าแท้ๆ ระหว่างที่ที่ไปยังเกาะคนสร้าง ซึ่งเป็นที่ตั้งเขื่อนกั้นพายุ Stormvloedkering นั้น ใช้เวลาปั่นทั้งสิ้นสิบสองกิโลเมตรค่ะ ระหว่างข้างทางก็มีวิวทิวทัศน์แบบเซลันด์แท้ๆให้ดู คือทุ่งดอกไม้สีเหลือง เลี้ยงวัว ทุ่งหญ้าบาเลย์ และสวนผึ้ง ซึ่งเป็นทุ่งดอกไม้ป่าหลากสี ปลูกไว้เอาน้ำหวานเลี้ยงผึ้ง


ระหว่างทางปั่นขึ้นฝายกั้นระหว่างทะเลกับตัวพื้นที่ราบด้านหลังนั้น ลมแรงมากค่ะ ลี่อยากจะร้องไห้ เกิดไม่สบอารมณ์อยากจะเขวี้ยงจักรยานทิ้งก็หลายสิบรอบค่ะ สู้แรงลมไม่ไหว แต่กังหันลมที่เอาไว้ปั่นผลิตไฟฟ้าเนี่ยหมุนกันฟิ้วเลยค่ะ เฮ้อ ขอให้ค่าไฟมันถูกๆลงบ้างเหอะ (คนแก่ก็เงี้ยเห็นไรบ่นไปหมด) ปั่นไปดึ่มน้ำ แวะพักกินขนมไป ในที่สุดก็เห็นเขื่อนกั้นน้ำทะเล หรือ Oosterscheldedam อยู่ตรงหน้า (ชื่อยาวหน่อยนะคะ) เขื่อนนี้ตั้งอยู่โดยมีเกาะที่สร้างเทียมขึ้น ชื่อ Neeltje Jans เป็นหลักไว้ให้เกาะ เขื่อนกั้นน้ำทะเลเช่นนี้ไม่ได้มีอยู่แค่เขื่อนนี้แห่งเดียว แต่มีหลายตัวด้วยกัน ประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อยึดยื้อแรงน้ำทะเลจำนวนมหาศาล ไม่ให้หลั่งไหลเข้ามาท่วมทันประเทศใต้ทะเลน้อยๆ แห่งนี้ได้ทัน ปั๊มแต่ละตัวต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ยี่สิบสี่ชั่วโมง 365 วันต่อปี เมื่อให้ชาวดัชต์และคนในประเทศทุกคนอยู่ได้อย่างแห้ง และปลอดภัย



ระหว่างทางขากลับ เราไม่ต้องกลับทางเดิมก็ได้ ถ้าปั่นไปเรื่อยๆ จะมีเรือเฟอรี่ข้ามฝากไปลงที่เมือง Veere ซึ่งอยู่ห่างจาก Middelburg ไม่เท่าไหร่ ก็เท่ากับทุ่นระยะเวลาไปได้เยอะ แล้วยังมีโอกาสได้ชมเมืองเล็กๆ ริมทะเลนี้ด้วย เมืองต่างๆแถบนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยจากเยอรมันนีแวะเข้ามา ระหว่างทางทีปั่นจักรยาน ลี่นับรถยนต์ป้ายทะเบียนเยอรมันนี ได้มากกว่าจากฮอลแลนด์เสียอีกค่ะ


เรากลับเข้ามาถึงตัวเมืองในเวลาทุ่มครึ่งพอดี ยังมีเวลาเหลือก่อนจะต้องคืนจักรยานแต่เนื่องจากเราสองคนทุ่มเงินไปในส่วนของเงินมัดจำเสียร้อยยูโรเลยเงินหมด จะไปกินดินเนอร์ในเมืองก็ไม่ได้เลยต้องคืนจักรยานก่อนแล้วเดินต่อเข้าเมืองไป ใช้เวลาสิบนาทีก็กลับไปโผล่ที่จตุรัสหน้า City Hall อีกครั้ง มาถึงที่นี่แล้วก็ต้องมาแวะกินหอยแมลงภู่เซลันด์ให้ได้ค่ะ ร้านที่เราเลือกเป็นร้านระดับธรรมดา ราคาพอควักกระเป๋าจ่ายได้ คืนนี้เดินทางกลับจากมิดเดิ้ลเบิร์กก็หลับสลบไสลกันมา (แหงละ ปั่นไปเกือบห้าสิบกิโล) ไว้ใครอยากพิสูจน์แรงม้าความอึดในการปั่นจักรยานของตัวเองล่ะก็ มาเล้ย เส้นทางที่ลี่ไปนี่แหละ ใครอยากทราบ ขอแผนที่การเดินทางและ schedule ได้ฟรีหลังไมค์โลดค่า




 

Create Date : 06 กันยายน 2548   
Last Update : 3 ตุลาคม 2548 7:09:06 น.   
Counter : 519 Pageviews.  


1  2  

Smiley & Laurens
 
Location :
Rotterdam oude-west Netherlands

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add Smiley & Laurens's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com