Live a good, honorable life. Then when you get older and think back, you'll be able to enjoy it a second time.
Group Blog
 
All Blogs
 

หนุ่มน้อยผมทองกับเจ้าหนูหัวหยิก

เมื่อมาถึงบ้านของโฮสแฟมีลี่ ฉันก็ทำความรู้จักกับแม่ของเด็กน้อยทั้งสองคน ความสง่าของหญิงสาวร่างสูงโปร่งของโฮสแม่ทำให้ฉันถึงกับตะลึงเพราะเธอเป็นฝรั่งที่สวยมากในสายตาฉัน และเจ้าหนุ่มผมทองและเจ้าหนูน้อยผมหยิก เราทักทายกันด้วยรอยยิ้ม เด็กทั้งสองคนดูน่ารักมาก ผมหยิกและเป็นสีทองทั้งคู่ ฉันเริ่มอยากทำความรู้จักกับเพื่อนตัวน้อยของฉันเป็นอย่างมาก แต่เอาน่าเรายังมีเวลาอีกหนึ่งปีที่จะรู้จักกันมากขึ้น โฮสพ่อได้พาฉันเดินชมตัวบ้าน และสุดท้ายที่ห้องนอนสีแดงที่อยู่ใต้หลังคาของฉัน ห้องนี้ล่ะที่ฉันจะใช้ชีวิตหนึ่งปีเต็มที่นี่ ฉันใช้เวลาทำความรู้จักห้องนอนใต้หลังคาของฉันอยู่ห้านาที ให้ตายสิ ทำไมฉันไม่รู้สึกเหนื่อยเอาซะเลย ทั้งที่ทั้งคืนแทบจะไม่ได้นอน แทนที่จะนอนพักสึกงีบแต่ดันตอบรับปากที่จะไปทำความรู้จักกับครอบครัวที่เป็นคุณปู่คุณย่าของโฮสแฟมีลี่ และภาระกิจของฉันก็เริ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกที่มาถึง โดยการเดินทางไปกับโฮสเพื่อไปทำความรู้จักกับคุณปู่คุณย่าของโฮสแฟมีลี่ที่อัมเตอร์ดัม ทุกคนน่ารักกับฉัน เว้นเสียแต่เจ้าหนูน้อยผมหยิกเธอชื่อมูเรียล ดูท่าทางจะไม่อยากรู้จักฉันสักเท่าไหร่สำหรับฉันไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้เด็กเปิดประตูหัวใจต้อนรับฉันเข้าไปนั่งอยู่ในนั้น แต่มันก็ต้องใช้เวลาสักหน่อย ส่วนคนพี่ชื่อโจนาธาน เป็นหนุ่มน้อยอายุห้าขวบ ผมทอง หน้าตาละหม้ายคล้ายแม่ ท่าทางเป็นมิตรและอยากรู้จักฉันเอามากๆ แต่ก็ต้องขอตัวไปเล่นกับสตอมซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน โดยเกมส์นี้มีกฏว่าเป็นเขตหวงห้ามเฉพาะเด็กเท่านั้น ผู้ใหญ่ห้ามเข้า เอากับเค้าสิ นี่ละโลกส่วนตัวของเด็ก

ฉันทานอาหารเย็นที่นั่น เป็นอาหารดัทช์ซึ่งปรุงโดยคุณย่า ฉันจำไม่ได้ว่าชื่ออะไรแต่ก็ทำเอาอิ่มท้องไปหลายวัน

ความรู้สึกของฉันในฐานะผู้มาเยือน อัมเตอร์ดัมเป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ ทุกพื้นที่ถึงใช้สอยอย่างคุ้มค่า ส่วนใหญ่ในเมืองจะเป็นบ้านเรือน ร้านค้า สวนสาธารณะ ผู้คนส่วนใหญ่ใช้จักรยานในการเดินทาง ดูแล้วเป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย เนเธอร์แลนด์ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะ แต่คืนนี้ฉันขอหลับตาพักผ่อน ส่วนวันพรุ่งค่อยมาว่ากันอีกที














 

Create Date : 05 ตุลาคม 2551    
Last Update : 11 มกราคม 2554 18:44:37 น.
Counter : 353 Pageviews.  

ความรู้สึกแรก

หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย แทบไม่น่าเชื่อว่ากว่าจะมาถึงสนามบินได้ สำหรับฉันมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลาตั้งแต่สมัครการเป็นออร์แพร์ ติดต่อครอบครัวที่จะไปทำงานด้วย รวมไปจนถึงวีซ่าที่ใครๆ เค้าบอกว่ายากเย็นนักหนานั้น ฉันเชื่อแล้วว่ามันต้องใช้ความพยายามและความพร้อมจริงๆ

วันนั้นฉันอดขำตัวเองไม่ได้ ที่ในกระเป๋ามีสัมภาระครบทุกอย่างสำหรับหนึ่งปีที่จำเป็นต้องใช้ในต่างประเทศ แต่ด้วยจำกัดของน้ำหนักกระเป๋า ทำให้ฉันต้องถ่ายของออกทิ้งไว้ที่้บ้านเป็นจำนวนมาก รู้อย่างนี้เชื่อแม่ตั้งแต่แรกก็ดี แม่ของฉันถึงแม้จะไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ แต่ก่อนที่ฉันจะเดินทางแม่ก็ไปหาข้อมูลจากคนโน้น คนนี้ เตรียมความพร้อมเหมือนกับจะเดินทางไปกับฉันด้วยอย่างไงอย่างนั้น

ฉันพกรอยยิ้ม และความตื่นเต้น ที่จะได้ออกเดินทางไกลไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก การมาสนามบินครั้งแรก การที่จะได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก นี่ล่ะมันคือเสน่ห์ของการเดินทาง ฉันไม่รู้ว่าวันข้างหน้าที่กำลังจะมาถึงจะเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าเมื่อไปถึงสนามบิน Amsterdam แล้วต้องทำอะไรบ้าง ฉันไม่รู้ว่าเมื่อขึ้นเครื่องบินแล้วเค้าต้องทำอะไรกัน แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ด้วยการสังเกตุหรือลอกการบ้านของคนรอบข้าง ทุกคนบนเครื่องล้วนแต่นอนหลับพักผ่อน ก็มีแต่ฉันที่นั่งอมยิ้มกับความสำเร็จอันน้อยนิดแต่ยิ่งใหญ่สำหรับฉันที่ได้ออกสำรวจโลกเป็นครั้งแรก

เมื่อมาถึงสนามบิน เจ้าหน้าที่ได้เช็คพาสปอตส์อย่างเคร่งครัด แต่ฉันก็ผ่านมาด้วยดี ไม่มีปัญหา สองชั่วโมงที่สนามบินที่ฉันไม่สามารถมองหาโฮสแฟมีลี่ที่มารับฉัน สิ่งที่ทำได้คือการเดินสำรวจสนามบิน มองดูผู้คนมากมายต่างก็ออกเดินทางเหมือนฉัน ต่างกันก็ตรงจุดหมายปลายทางที่ต่างกันไป
ฉันคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างมากกว่าการเดินไปเดินมา โดยการหยุดอยู่กับที่และมองไปรอบๆ ตัว นั่นแหละได้ผลแฮะ ฉันเจอโฮสแฟมี่ลี่ของฉันแล้ว นั่นก็คือผู้ชายร่างอ้วนกับหนุ่มน้อยผมหยิกพร้อมด้วยดอกทิวลิปช่อโต ฉันจำพวกเค้าได้หน้าตาไม่ต่างจากรูปถ่ายนัก ฉันจึงเดินเข้าไปทักทาย ชายร่างอ้วนชื่อว่าอีริคบอกกับฉันว่ามารอสองชั่วโมงแล้ว แต่หาฉันไม่เจอ แต่ไม่เป็นไรตอนนี้เจอตัวแล้ว ส่วนหนุ่มน้อยผมหยิก ก็ทักทายฉันด้วยรอยยิ้มแบบอายๆ เราไม่ได้พูดคุยอะไรมากนัก แต่ฉันรู้สึกเพลิดเพลินกับความงามของประเทศเนเธอร์แลนด์ รู้สึกตัวว่าตัวเองไม่ได้ฝันก็ตอนมาถึงบ้านของโฮสแฟมี่ลี่ที่ฉันมาทำงานด้วย




 

Create Date : 05 ตุลาคม 2551    
Last Update : 5 ตุลาคม 2551 20:37:39 น.
Counter : 208 Pageviews.  

จุดเปลี่ยน

ปีที่แล้วฉันได้มีโอกาสทำงานเป็นออร์แพร์หรือพี่เลี้ยงเด็กที่ประเทศเนเธอร์แลนด์หนึ่งปีเต็ม กับประสบการณ์การใช้ชีวิตต่างแดน ฉันเลือกที่จะแบ่งปันประสบการณ์ความประทับใจให้กับน้องๆ ที่เข้ามาอ่าน เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายๆ คนที่อยากออกเดินทางอย่างฉัน

หลังจากที่ค้นคว้าหาข้อมูล เตรียมความพร้อมให้กับตัวเอง โดยเริ่มต้นด้วยการฝึกฝนภาษาอังกฤษให้กับตัวเองโดยการเป็นอาสาสมัครโครงการแลกเปลี่ยนอาสาสมัครระหว่างประเทศ ในระยะเวลาหกเดือนภาษาอังกฤษของฉันเริ่มพบแสงสว่างมากขึ้น เริ่มพูด ฟัง อ่าน เขียน ได้คล่องมากขึ้น ใครจะเชื่อเด็กจบปริญญาตรี เรียนภาษาอังกฤษมาเป็นสิบปีไม่สามารถสื่อสารได้อย่างฉัน จะพบแสงสว่างด้วยการฟัง พูด อ่าน เขียน ทุกวัน พกดิกชันนารีติดตัวตลอดเวลา ได้ผลแฮะ เมื่อปีกเริ่มแข็ง ก็อยากจะบิน อยากลองวิชา ทั้งภาษาอังกฤษ และวิชาการที่ร่ำเรียนมา เลยมุ่งหน้าสมัครงานที่ภูเก็ต งานที่ได้ก็ตรงกับสายที่เรียนมา สนุก และท้าทายความสามารถยิ่งนัก ต่อมาบริษัทจึงย้ายให้มาช่วยงานการตลาดที่เกาะสมุย ด้วยความหลากหลายของเกาะสมุยทำให้ฉันอยู่ไม่นิ่ง ทำโน่น ทำนี่ตลอดเวลา จึงทำงานสองบริษัทควบคู่กันไปกลางวันทำงานบริษัท กลางคืนทำร้านดำน้ำ ได้ทั้งเงิน ทั้งฝึกฝนภาษาและประสบการณ์ในการทำงาน ทำได้สักพักเมื่อทุกอย่างพร้อม วันนั้นเป็นวันที่ฉันต้องเลือกระหว่าง โอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เงินเดือนที่ดี ทำให้ฉันเริ่มลังเลที่จะสานต่อความฝันของตัวเอง แน่นอนครอบครัวของฉันไม่เห็นด้วยที่จะให้ฉันออกเดินทางไปไกลซะขนาดนั้น ลูกสาวทั้งคน ด้วยความที่เป็นคนหัวดื้อมาแต่ไหนแต่ไร ใครก็ห้ามไม่อยู่
และแล้วความฝันที่จะออกเดินทางรอบโลก และศึกษาต่างประเทศของฉันก็เริ่มต้นขึ้น










 

Create Date : 05 ตุลาคม 2551    
Last Update : 5 ตุลาคม 2551 20:29:14 น.
Counter : 234 Pageviews.  


parakongirl
Location :
สงขลา Finland

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Live a good, honorable life. Then when you get older and think back, you'll be able to enjoy it a second time.
New Comments
Friends' blogs
[Add parakongirl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.