4 | | | ตำนานอาถรรพ์ อาชญากรโลกไม่ลืม ฆาตกรรมบันลือโลก ประวัติศาสตร์ทั่วมุมโลก | | |

Group Blog
 
 
สิงหาคม 2560
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
26 สิงหาคม 2560
 
All Blogs
 

ขุนเหล็ก ทหารเอกคู่ใจแห่งเจ้าฟ้านารายณ์






ขุนเหล็ก คือ ทหารเอกคู่ใจแห่งเจ้าฟ้านารายณ์พระโอรสองค์รองของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ขุนเหล็กเป็นบุตรชายคนโตของพระสนมบัวซึ่งมีชื่อสายวงศ์พระร่วงและเป็นพระสนมเอกในเจ้าฟ้านารายณ์ ขุนเหล็กมีน้องสาวคนรองชื่อ คุณแจ่ม และมีน้องชายคนเล็กชื่อ คุณปาน

เมื่อครั้งยังเยาว์วัย ขุนเหล็กเป็นพระสหายสนิทที่ร่วมเรียน ร่วมเล่น และร่วมซ้อมดาบ ร่วมซ้อมขี่ม้ากับพระนารายณ์ และสหายคนอื่น ซึ่งต่อมาก็คือ ทหารเอกทั้ง ๙ ของเจ้าฟ้านารายณ์ ประกอบด้วย คุณทองคำ บุตรชายของพระนมเปรม เจ้าน้อย เจ้าชู และเจ้าสังข์ จนกระทั่งเข้าสู่วัยหนุ่ม ขุนเหล็กต้องเดินทางไปฝึกดาบและร่ำเรียนวิชาต่าง ๆ กับครูเดช และเจ้าคุณชุ่มที่เมืองสวรรค์โลก จนเวลาล่วงเลยไปถึง 7 ปี ขุนเหล็กได้ร่ำเรียนวิชาต่าง ๆ จนสำเร็จดีแล้ว และเมื่อได้รับสาส์นเรื่องที่พระสุธรรมราชาหมายที่จักชิงพระราชบัลลังก์จากการส่งข่าวของเจ้าปานแล้ว ขุนเหล็กจึงต้องเดินทางกลับกรุงศรีอยุธยาโดยทันที พร้อมด้วย เจ้าทิป บุตรชายออกยาเมืองสวรรคโลกที่มีความสามารถในเชิงทวนและเจ้าสอนเพื่อมาถวายตัวเป็นข้าในเจ้าฟ้านารายณ์

ต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าปราสาททองได้เสด็จสู่สวรรคาลัยและได้มอบพระขรรค์แสงไชยศรีให้เจ้าฟ้าไชยพระโอรสองค์โตเป็นกษัตริย์ปกครองแผ่นดินต่อจากพระองค์นั้น ก็สร้างความไม่พอพระทัยแก่พระสุธรรมราชาผู้เป็นพระอนุชาของพ่อเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก เช่นนั้นพระสุธรรมราชาจึงได้หารือกับเจ้าฟ้านารายณ์เรื่องที่จะชิงพระราชสมบัติจากเจ้าฟ้าไชยซึ่งในการครานั้นขุนเหล็กและข้าในเจ้าฟ้านารายณ์คนอื่นๆก็ร่วมปฏิบัติกิจในครั้งนี้จนสำเร็จ

เมื่อพระสุธรรมราชาได้เป็นกษัตริย์องค์ต่อมา พระองค์ก็ทรงไม่สามารถปกครองแผ่นดินโดยธรรมได้และยังได้กระทำการอันไม่สมควรต่อพระราชกัลยาณีผู้ที่เป็นพระนัดดาในสายโลหิตเดียวกัน ซึ่งสร้างความไม่พอพระทัยต่อเจ้าฟ้านารายณ์เป็นอย่างมาก พระองค์จึงได้รับสั่งให้ ขุนเหล็กเรียกประชุมเหล่าขุนนางข้าราชการ เพื่อที่จะยกไพร่พลเข้าต่อตีชิงพระราชบัลลังก์จากพระศรีสุธรรมมาราชาคืน โดยที่พระองค์ได้ทรงเป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยาแทนสืบต่อมา เมื่อกิจครานั้นผ่านไป เหล่าขุนนางข้าราชาการและขุนศึกทั้งหลายก็ได้เลื่อนยศด้วยกันทั้งสิ้น คือ พระนมบัวได้เลือนยศเป็น เจ้าแม่วัดดุสิต พระนมเปรมเป็น ท้าวศรีสัจจา คุณทองคำ เป็นพระเพทราชา เจ้าสอนเป็น พระยาสุรสงคราม เจ้าทิปเป็น พระยาศรีหราชเดโชชัย มีเพียงขุนเหล็กเท่านั้นที่ยังไม่ได้รับการเลื่อนยศแต่อย่างใด แต่ขุนเหล็กก็ยังคงเป็นที่ปรึกษาของเจ้าฟ้านารายณ์เสมอมา ขุนเหล็กมีภรรยา1คนคือ คุณนิ่มซึ่งเป็นพี่สาวของคุณทิป และเป็นบุตรีของท่านพระยาเกษมสงคราม เจ้าเมืองสวรรคโลก

ต่อมาขุนเหล็กได้ควบคุมให้ทหารซ้อมกลศึกและสั่งให้ทหารนำไม้ไผ่ที่มีปลายแหลมปักลงดินแต่มีทหารนายหนึ่งขัดคำสั่งไม่นำปลายแหลมของไม่ไผ่ปักลงดิน ขุนเหล็กจึงสั่งให้เอาทหารนายนั้นไปตัดหัวเสียบประจารเนื่องจากไม่ยอมทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ด้วยความเที่ยงตรงและรอบรู้ทุกด้าน ต่อมาเมื่อ อัครมหาเสนาบดี อับดูร์ ลัคซัค ได้กระทำผิด โดยที่ไม่ได้ตั้งใจทำราชการอย่างจริงจัง กลับใช้อำนาจข่มแหงรังแกขุนนางน้อยใหญ่ชอบอวดอำนาจพกปืนไฟเป็นนิตย์หากไม่พอใจใครก็ใช้ปืนไฟสังหาร สมเด็ดพระนารายณ์จึงทรงให้นำไปลงทัณฐ์ แล้วแต่งตั้งให้ เจ้าคุณเหล็กเป็นพระยาโกษาธิบดีคนใหม่แทน ต่อมากรุงอังวะได้ยกทัพมาต่อตีกับทัพกรุงศรีอยุธยา

โดยในครานั้นกองทัพกรุงศรีอโยธยามีเจ้าพระยาโกษาธิบดีเหล็ก เป็นแม่ทัพใหญ่ได้ต่อตีทัพอังวะพ่ายไปกลับไป ทัพพระยาสีหราชเดโชไชยที่ดักรออยู่ด้านหลังก็เข้าตีซ้ำ จนไพร่พลทัพหน้าของอังวะล้มตายเสียเป็นอันมาก เมื่อกองทัพเจ้าพระยาโกษาธิบดีแลทัพพระยาสีหราชเดโชไชยเข้ามาสมทบกันแล้ว จึงร่วมกันตามตีทัพอังวะไปจนถึงทัพหลวง มังสุรราชาแม่ทัพใหญ่พม่าจึงนำพลออกต่อสู้ แต่ด้วยไพร่พลเสียกระบวนทัพไปเสียแล้ว ประกอบกับมังสุรราชาถูกปืนไฟบาดเจ็บ กองทัพหลวงอังวะจึงแตกพ่าย เจ้าพระยาโกษาธิบดีเหล็กแลพระยาสีหราชเดโชไชยเห็นเป็นทีจึงเข้าตีซ้ำแลร่วมกันขับไล่กองทัพอังวะออกไปจนสุดขอบเขตขัณฑสีมา สมเด็ดพระนารายณ์ทรงโปรดให้เกณฑ์ไพร่พลจำนวนหกหมื่น ยกทัพขึ้นไปตีตอบโต้พม่าเยี่ยงสมเด็จพระบูรพกษัตริย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรงกระทำไว้เป็นแบบอย่าง

ในครานั้นทรงโปรดให้กองทัพกรุงศรีอยุธยายกทัพไปเป็น๔ทาง คือ พระยารามเดโชคุมกองทัพเชียงใหม่ไปทางเมืองผาปูนทางหนึ่ง พระยากำแพงเพชรคุมกองทัพหัวเมืองเหนือยกไปทางด่านแม่ละเมาทางหนึ่ง เจ้าพระยาโกษาธิบดีเหล็กเป็นแม่ทัพใหญ่ พระยาสีหราชเดโชไชยเป็นแม่ทัพหน้า พระยาวิชิตภักดีคุมยกกระบัตรทัพ พระยาสุรินทรภักดีคุมทัพเกียกกาย แลพระยาสุรสงครามคุมทัพเป็นกองหลังยกไปทางด่านพระเจดีย์สามองค์ทางหนึ่ง แลให้พระยาเกียรติแลสมิงพระราม คุมกองมอญยกไปทางเมืองทวาย เพื่อป้องกันมิให้เมืองทวายตีโอบหลังอีกทางหนึ่ง เจ้าพระยาโกษาธิบดีเหล็ก จึงเรียกให้กองทัพทั้งหมดมาประชุมทัพกันที่เมืองเมาะตะมะก่อนยกทัพเข้าตีเมืองรายทางจนสำเร็จแล้วยกทัพไปต่อตีเมืองอังวะ

แต่เจ้าเมืองอังวะไม่ยอมออกมาต่อตีด้วย ไม่ว่าพระยาโกษาธิบดีเหล็กจักเขียนจดหมายไปท้ารบเพียงใดก็ไม่ยอมออกมา ท่านพระยาโกษาฯจึงได้สั่งทหารให้ล่าทัพกลับกรุงศรีอยุธยา แต่ก่อนที่จะล่าทัพกลับนั้นท่านพระยาโกษาธิบดีเหล็กก็ได้ให้เชลยพม่า นำหนังสือของท่านอีกฉบับหนึ่งเข้าไปส่งในเมืองให้พวกพม่าอ่านเล่นกัน จักได้เข็ดขยาด มิกล้าตามไปต่อตีถึงกรุงศรีอโยธยาอีกต่อไป และหลังจากเสร็จการศึกในกรุงอังวะและคืนกรุงศรีอยุธยามาแล้ว พระยาโกษาธิบดีเหล็กทหารเอกแห่งพระนารายณ์ก็ได้พบหน้าบุตรชาย ซึ่งเกิดจากภรรยาคนเดียวคือ คุณหญิงนิ่ม และท่านได้กลับมารับราชการเป็นออกญาพระคลัง และกรุงศรีอโยธยาก็ปลอดจากการรุกรานของทัพพม่าต่อมาอีกเจ็ดสิบปี

เมื่อเจ้าพระยาโกษาธิบดีเหล็กได้นำทัพขึ้นไปตีหักเอาเมืองจิตตอง สิเรียม ย่างกุ้ง หงสาวดี แปร จนมาถึงพุกามเมืองหน้าด่านสุดท้ายของกรุงอังวะ มังจาเลราชบุตรแห่งพระเจ้ากรุงอังวะ ก็ได้เกณฑ์ไพร่พลจากกรุงอังวะมาตั้งรับทัพกรุงศรีอโยธยาเสียสิ้นแลได้ให้แม่ทัพนายกองยกทัพออกมาต่อรบ กองทัพไทยพยายามตีเอาเมืองพุกามหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถตีหักเอาเมืองได้ เนื่องด้วยชาวเมืองต่างก็ช่วยกันป้องกันกันเป็นสามารถ เจ้าพระยาโกษาธิบดีเห็นไพร่พลต่างก็อดอยากล้มเจ็บเสียเป็นอันมากแล้ว จึงถอยทัพกลับกรุงศรี เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) จึงให้ทัพชาวเชียงใหม่ที่ติดตามไปด้วย เดินรั้งทัพอยู่เบื้องหลัง แลได้ให้เลิกทัพกลับไปโดยลำดับมารควิถี ตราบเท่าถึงเมืองหงสาวดี ก็ให้หยุดยั้งทัพอยู่ที่นั้น 

ในเพลานั้นเอง ฝ่ายแสนท้าวพระยาเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเดินรั้งทัพหลังเห็นว่าทัพกรุงศรีอโยธยาตีเมืองอังวะมิได้อย่างเด็ดขาด ก็บังเกิดความเกรงกลัวพระเจ้าอังวะ จึงปลีกตัวแยกทัพหนีไปทางเมืองเชียงใหม่ เมื่อความทราบถึงเจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ จึงได้บัญชาให้พระยากำแพงเพชรแลพระยารามเดโช (ชู) นำไพร่พลเมืองเหนือจำนวนสองหมื่นคน ยกติดตามไปตีตอบใต้ถึงเมืองเชียงใหม่เมื่อสำเร็จจึงยกทัพกลับและได้นำตัวเครือฟ้าคนรักของเจ้าคุณทิปเดินทางกลับมายังกรุงศรีอยุธยาหลังจากนั้น ๑๐ ปีต่อมาที่เมืองตะนาวศรี ฟอลคอนเดิมเป็นชาวกรีกเมื่ออายุ ๑๖ ปีได้ถูกพ่อนำมาขายให้เป็นกลาสีเรือของชาวอังกฤษถึง ๑๒ ปี ต่อมาได้รับการชักชวนจากสหาย คือ ริชาร์ดและไวท์ให้เข้ามาค้าขายและได้ลักลอบขายศาสตราวุธ ปืนไฟ และกระสุนดินดำให้กับพวกขบฏทางใต้ แต่เรือได้เจอกับพายุจนเรือแตก ต่อมาพระยาสุรสงครามและฮาจิจึงมาพบเข้าและได้ช่วยเหลือเอาไว้และพาทั้งสามมาพบกับเจ้าพระยาโกษาฯ (เหล็ก) ท่านเห็นว่าฟอลคอนผู้นี้เป็นกลาสีเรือของชาวอังกฤษมาหลายปีน่าจะรู้เล่ห์เหลี่ยมของชาววิลาสที่มาค้าขายน่าจะเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินจึงนำตัวเข้ามาช่วยดูแลบัญชีต่าง ๆ จนได้รับความดีความชอบเนื่องด้วยสามารถจับผิดเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของพวกแขกมัวส์ได้

สมเด็จพระนารายณ์จึงทรงแต่งตั้งให้ฟอลคอลเป็นออกหลวงคอยช่วยงานเจ้าพระยาโกษาฯ (เหล็ก) และเป็นคนโปรดของสมเด็จพระนารายณ์ถึงกับได้ตามเสด็จพระองค์พร้อมด้วย เจ้าฟ้าน้อย (พระอนุชา) กรมหลวงโยธาเทพ (พระราชธิดา) ไปทอดพระเนตรการสร้างพระราชวังที่เมืองลพบุรีด้วย ต่อมาได้เกิดเรื่องมิงามขึ้นเมื่อศรีปราชญ์ได้แต่งโคลงเกี้ยวพาราสีท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (พระสนมเอกของสมเด็จพระนารายณ์) จนต้องถูกเนรเทศไปอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราช และต่อมาก็เกิดเรื่องที่ริชาร์ดและไวท์ได้ก่อเรื่องฉุดหญิงชาวบ้าน (กลิ่น) แต่คุณหลวงสรศักดิ์ (ดื่อ) มาพบเข้าและช่วยเหลือไว้จนมีเรื่องชกต่อยกัน 
เมื่อเจ้าพระยาโกษาฯ (เหล็ก) สวนความแล้วพบว่าทั้งสองมีความผิดจริงจึงสั่งให้นำไปจำขังแต่ต่อมาทั้งสองก็ถูกปล่อยตัวเพราะฟอลคอนเป็นผู้ช่วยเหลือออกมา

หลังจากนั้นก็เกิดเหตุที่ฮาจิและพวกแขกมัวส์แอบเอาเครื่องราชบรรณาการจากพระเจ้าสุไลมานและสมเด็จพระนารายณ์ไปขายและถูกจับได้โดยการทูลฟ้องจากฟอนคอล สมเด็จพระนารายณ์จึงทรงสั่งให้ลงราชทัณฑ์ฮาจิและพวกแขกมัวร์ และทรงแต่งตั้งให้ฟอลคอลเป็นเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ที่พระสมุหนายกแทน ซึ่งต่อมาฟอลคอนก็ถูกคุณหลวงสรศักดิ์ชกต่อยจนสลบด้วยเหตุที่ไม่พอใจที่ฟอลคอนเกณฑ์เหล่าพระภิกษุสงฆ์มาสร้างป้อมปราการ ซึ่งเมื่อฟอลคอนเดินทางไปทูลฟ้องสมเด็จพระนารายณ์ถึงเมืองลพบุรี แต่พระองค์ก็ไม่ทรงลงทัณฑ์อันใดคุณหลวงสรศักดิ์ 

หลังจากนั้นมินานเจ้าฟ้าน้อยทรงถูกใส่ร้ายว่าแอบเป็นชู้กับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (โดยการร่วมมือกันของพระปีย์และคนสนิทของท้าวศรีจุฬาลักษณ์) จนถูกลงพระราชทัณฑ์โบยโดยพระปีย์จนสลบ แลเมื่อฟื้นขึ้นมาพระองค์ก็ถึงกับพิการส่วนท้าวศรีจุฬาลักษณ์ถูกนำตัวไปถ่วงน้ำโดยการตัดสินผิดโดยพระเพทราชา และต่อมาเจ้าพระยาโกษาฯ (เหล็ก) ก็ถูกสมเด็จพระนารายณ์สั่งให้ลงราชทัณฑ์ เนื่องด้วยฟอลคอนมาเท็จทูลฟ้องว่าเจ้าพระยาโกษาฯ (เหล็ก) ได้รับสินบนจากชาวบ้านให้มาทูลขอให้ยกเลิกการสร้างป้อมปราการจนอาการสาหัสซึ่งในระหว่างนั้นได้มีคณะราชฑูตจากพระเจ้ากรุงปารีสเข้ามาถวายพระราชสาส์นเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีด้วย หลังจากนั้นเจ้าพระยาโกษาฯ ก็สิ้นชีวิตักษัยลงเนื่องจากแผลติดเชื้อและในเพลาต่อมาเจ้าคุณทิปก็ตรอมใจตายตามไปอีกคน

เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้สูญเสียแม่ทัพเหล็กผู้เป็นเสาหลักแห่งกรุงศรีอโยธยาไปแล้ว ก็ทรงเศร้าโศกพระทัยเป็นยิ่งนัก ใคร่จักระงับพระราชหฤทัยด้วยทิพย์รสแห่งการกวี เป็นเหตุให้ทรงรำลึกถึงศรีปราชญ์รัตนกวีคู่พระทัยขึ้นมาได้ จึงทรงโปรดให้นำตัวเจ้าศรีปราชญ์คืนมายังกรุงศรีอโยธยา แต่หาได้ตัวกลับคืนมาไม่ ด้วยศรีปราชญ์ ได้ถูกเจ้าพระยานครกุมเอาตัวไปประหารเสียแล้ว จึงทรงพิโรธ ตรัสสั่งให้พระยารามเดโช นำทัพไปกุมเอาตัวเจ้าพระยานครล้างเสียด้วยดาบเล่มเดียวกันกับที่ใช้ประหารศรีปราชญ์เพื่อให้ตายตกไปตามกัน แลทรงโปรดให้พระยารามเดโช ได้ขึ้นเป็นที่เจ้าพระยารามเดโช อยู่รั้งเมืองศิริธรรมโศกราชนับแต่นั้น 

เถิงปีพุทธศักราช ๒๒๒๘ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงโปรดแต่งตั้งให้ออกพระวิสูตรสุนทร หรือออกพระวิสูตรโกษา เป็นอัครราชฑูต ออกหลวงกัลยาราชไมตรี เป็นอุปฑูต ออกขุนศรีวิสารวาจา เป็นตรีฑูต พร้อมด้วยผู้ติดตามอีก ๒๐ คน เชิญพระราชสาสน์แลเครื่องราชบรรณาการไปเจริญทางพระราชไมตรีตอบแทนพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ซึ่งนับได้ว่า เป็นคณะราชฑูตแห่งกรุงศรีอโยธยา ที่ออกเดินทางไปฝรั่งเศสเป็นครั้งที่ ๓ แต่ครานี้เป็นการจำเริญทางพระราชไมตรีได้สมบูรณ์ที่สุด ด้วยมิเพียงแต่พระเจ้าหลุยส์เลอครังแห่งกรุงฝรั่งเศสจักทรงโปรดปรานในตัวอัครราชฑูต จนถึงกับโปรดให้เขียนรูปราชฑูตแลบันทึกถ้อยคำเป็นจดหมายไว้ทุกประการแล้วบรรดาเสนาบดีแลขุนนางน้อยใหญ่ รวมถึงบุตรธิดาของเสนาบดีทั้งหลาย ยังชื่นชอบในอัธยาศัยของพระวิสูตรสุนทรเป็นอันมาก การจำเริญทางพระราชไมตรีระหว่างกรุงศรีอโยธยาแลกรุงฝรั่งเศสในครานั้น จึงอาจถือได้ว่าเป็นการจำเริญทางพระราชไมตรีที่สำคัญที่สุดคราหนึ่งแห่งกรุงศรีอโยธยา........



ที่มา 

//www.rungsimun.com/_m/article/content/content.php?aid=263990

//www.rungsimun.com/_m/article/content/content.php?aid=365509










 

Create Date : 26 สิงหาคม 2560
0 comments
Last Update : 23 กันยายน 2560 9:49:10 น.
Counter : 12751 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


hathairat2011
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]










Google

ขอบคุณที่แวะมา
อย่าลืมคอมเม้นท์นะจ้ะ

Flag Counter

ส่งอีเมล์

Facebook ของ Hathairat



New Comments
Friends' blogs
[Add hathairat2011's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.