<<
กันยายน 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
18 กันยายน 2552
 

"การสละออกจากใจ"

"การสละออกจากใจ"

จาโค ปฏินิสสัคโค สละคืนถอนออกจากใจนี้เสีย

คนเรามันรักสุข เกลียดทุกข์นี่ หนักก็หนักอยู่ตรงนี้แหละ ไม่รับความจริง

เราเกิดมา นินทา สรรเสริญก็ดี อย่าไปรับเอามาหมักไว้ใจ ปล่อยผ่านไปเสีย

ความรัก ความชัง ความโลภ ความหลง เกิดขึ้น เพราะกิเลสมันเสวนากันอยู่

กาม
ตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหาทั้งหลาย ก็ไหลมาจากเหตุ ให้ละเสียให้หมด
ให้ตั้งอยู่ในศีล ตั้งอยู่ในทาน ตั้งอยู่ในการบำเพ็ญกุศล ละบาปทางกาย
ทางวาจา ทางใจ บาปอันใดยังอยู่ละเสียให้หมด กายทุจริต วาจาทุจริต ใจทุจริต
นำออกให้หมด แล้วรักษากายสุจริต วาจาสุจริต ใจสุจริตไว้
เมื่อนำทุจริตออกหมดแล้วจะเหลือแต่สุจริตธรรม ตั้งอยู่ในศีล กายก็เป็นศีล
วาจาก็เป็นศีล ใจก็เป็นศีล เป็นธรรม เป็นมรรค เป็นผล ตั้งขึ้นในจิตในใจ
ละวางทุจริตธรรม สุจริตธรรมตั้งอยู่แล้ว จิตก็เบาสบาย

อดีตที่ล่วงไปแล้ว ยังหอบเอามาหมักไว้ในใจก็เดือดร้อน ต้องเอาศีลนั่นแหละนำออกให้หมด

ธรรมปฏิบัติ เรื่องต้องน้อมเข้ามาสู่ใจ

ให้
รักษาพระไตรสรณคมน์ให้แน่นหนา รักษาพระไตรสรคมน์ให้ตลอดชีวิต รักษากาย
วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ อย่าลืมตัว เอาใจนี้แหละเป็นผู้รู้ ให้พิจารณากาย
ใจนี้ให้รู้แจ้ง

หมายเหตุ: จากหนังสือ "ธรรมโอวาท 9 หลวงปู่อริยสงฆ์"





Free TextEditor




 

Create Date : 18 กันยายน 2552
3 comments
Last Update : 18 กันยายน 2552 13:16:34 น.
Counter : 1932 Pageviews.

 
 
 
 
ขอบคุณค่ะ
 
 

โดย: บ้านน้อยริมสวน วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:16:33:14 น.  

 
 
 
ดีครับ ท่านผู้ที่สนใจใฝ่ในธรรมทุกท่าน
ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบนั่งสมาธใหม่ก็ไม่ชอบ แต่เวลานั่งไปทุกวันรู้สึกว่าเราเหมือเป็นการได้พักผ่อนกายและใจทำให้สบายกาย
ผมไม่มีครูบาร์อาจารย์ที่คอยชี้แนะได้แต่หาข้อมูลจากอิเทอร์เน็ตแล้วไปปฏิบัติครับ
ได้มีเพื่อนพาไปหาพระหนุ่มรูปหนึ่งผมก็ได้ถามท่านถึงวิธีการปฏิบัติ ท่านก็ตอบได้คำเดียวว่าปฏิบัติธรรมก็เหมือนกับเรากินข้าวกินไปทุกๆวันเดี่ยวอิ่มเอง
ผมก็เลยทำให้ผมเข้าใจใการปฎิบัติขึ้นมาและก็ฝึกทุกวัครับ มีอยู่วัหนึ่งผมนั่งรู้สึกว่าสงบมากรู้ว่ามีเฉพาะกายที่นั่งและลมหายใจเข้าออกอยู่อย่างนั้นซึ่งั่งไปนานก็เกิดอาการเบื่อลมหายใจแต่เราสงบ่ะ
ดูกายได้เห็ยกายเห็นอารมณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ก่อให้เกิดปัญญาเลยพอสักพักผมก็ได้พิจารณาถึงการเบื่อของลมหายใจเข้าออกอยู่อย่างนั้นจึงทำให้ผมเกิดปัญญาขึ้นมาทันทีว่าเราต้องพิจารณาอะไรต่อ
เห็นอารมณ์ที่มาสัมผัสทางอายตนะอย่างชัดเจนจึงทำให้ผมรู้ว่าเราต้องถอนซึ่งเหล่านี้ว่าไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนและไม่ใช้ของเรา
ผมจึงมีปัญญาเกิดขึ้นอีกครังว่าอ้อออ ถึงบางอ้อเลยครับหลังจากนั้นก็ได้พิจารณาความสงบของสมาถะว่าไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนอีกครังแต่ครั้งนี้เหมือนว่าเราได้หลุดออกจากอะไรสักอย่างที่ติดอยู่กับเรามาน
รู้สึกโ่ลงสงบสบายสว่างและเข้าใจหลายอย่างที่เกิดขึ้นและก็หายสงสัยในคืนนั้นครับ
สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผมก็ขอฝากท่านที่มีปัญญามากกว่าชี้แนะหนทางให้กับผมด้วยว่าใช้วิปัสสนูหรือเปล่าคือความเห็นที่ผิดครับ ผมจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้องครับ
ขอบคุณทุกท่านที่ตั้งใจอ่านจนจบครับ
 
 

โดย: ดนัย IP: 58.10.87.132 วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:15:19:31 น.  

 
 
 
อนุโมทนาบุญค่ะ
 
 

โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 30 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:45:16 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พฤติภาพแห่งจิต
 
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สนใจศึกษาธรรมะ ยินดีและน้อมรับคำชี้แน่ะจากทุกท่าน
[Add พฤติภาพแห่งจิต's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com