จะ สุข หรือ ทุกข์ ไม่ได้อยู่ที่ คนอื่น ทำ แต่อยู่ที่ เรา เลือก ^ 0 ^

<<
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
25 กันยายน 2555
 

► ►►. . .สุมหัวนินทาชาวบ้าน ก๊ะ อิตั้วเจ้นู๋บี - บัวเหล่าที่ 5 ( โครงการ 10 ). . .◄ ◄◄




หวัดดีเจ้าค่ะ ทั่นผู้มีเกือกทุกทั่น
ที่หลวมตัวแวะเข้ามาในบล็อค ของอิฉัน หุหุ

( อ้อ..ไหน ๆ ก็เผลอแวะมาแล้ว นิ )
ไงก็อย่าลืมโพสทักทายกันมั่งนะเจ้าคะ
จะได้ช่วยเสริมสิริมงคลให้กับ บล็อคของอิฉัน
ที่สำคัญ เรทติ้งจะได้ วิ่ง ๆ อิอิ

( เราเน้น ปริมาณ ไม่เน้น คุณภาพ แหะ ๆ )

มิตรภาพ      เกิดขึ้น      ที่ตรงไหน
ไม่สำคัญ     เท่าไร        อย่าไปสน
สิ่งสำคัญ       อยู่ที่ใจ     ในตัวตน
จะรับรู้         ค่าแห่งคน   ค่าแห่งคำ


ด้วยจิตคาราวะ และ มิตรภาพ  จริ๊ง....จริง  เหอ ....เหอ....



ปอลิง

หน้านี้เอาไว้ พูดคุยทักทาย กันจ้า
มีไร เม้าส์ได้ตามสะดวกปาก นะเจ้าคะ
อิฉันชอบฟังเสียงชาวบ้านเข้ามาคุยให้ฟัง  แหะ ๆ ^ - ^

อ้อ ขออนุญาตแนะนำ

สมาคม สูงกินลม ไว้ไม่มีหงอย ... แห่งประเทศไทย
ไว้ในอ้อมใจของทุก ๆ ท่านด้วยเจ้าคะ

//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=itoursab&group=6

ครายว่าง ๆ ก็แวะไปกรอกใบสมัคร เข้าสมาคม ได้นะเจ้าคะ
ช่วงนี้ สมาคม ของเราเรามี โปรโมชั่น พิเศษ
แพคเกจกินลมชมวิวบนคาน พร้อม น้ำเต้าหู้กะไข่ลวก

เสิร์ฟโดยทั่นประธานชมรม คนล่าสุด ไอ้แสบ หลานอิฉันเอ๊ง อิอิ




หมายเหตุ

บล็อกนี้ แบ่งเป็น 3 โซน นะเจ้าคะ
คือ

1. สุมหัวคุยกัน 

//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&group=1

ส่วนนี้เอาไว้เม้าส์เรื่อยเปื่อย ก๊ะ ชาวบ้านฮ่ะ
( เขตนี้เป็นเขตกรีน โซน )
แพล่มได้โดยไม่ต้องกัว จขกท. กัด เหอๆ




2 ตัวหนังสือธรรมโม๊ะ เอ๊ย ทำมะทำโม ของอิน้องบัวผ่อง

//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&group=3

ส่วนนี้เอาไว้โชว์ รัศมี ธรรมโม๊ะ ของ อิน้องบัวผ่อง เค้าง่ะ
จัดเป็น พิ้งค์ โซน ที่ หวานแหวว สะแด่วแห้ว
เหมาะสำหรับ ผู้ที่อยากบริโภคธรรมะแนวน้ำแข็งใส
ย่อยง่าย ๆ โดยไม่ เสาะท้องเพราะ อาหารเป็นพิษ งิงิ





3.ตัวหนังสืออื้อฉาวววว ของ เจ้าป้าบัวเกรียน !

//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&group=2

อืม...อันนี้ เรด โซน ง่ะ เขตมหันตภัย น้อง ๆ ซึนามิ
ถ้าเป็น ไออ่อน อิอ่อน มิสมควร เข้าไปเพ่นพ่านเด็ดขาดดด
เพราะอาจ หงายเงิบ สำลักน้ำลายอิฉันตายได้โดยมิลู้ตัว
โซนนี้เหมาะสำหรับ ตัวพ่อ แอนด์ ตัวแม่
ผู้ พิสมัย ธรรมะแนว อินดี้ + ฮาร์ดคอร์










Create Date : 25 กันยายน 2555
Last Update : 25 กันยายน 2555 19:07:33 น. 108 comments
Counter : 5159 Pageviews.  
 
 
 
 

......

"ที่บ้านผมมีปลาหางนกยูงสัก 100 ตัวได้ใส่ในอ่างซีเมนต์
วันหนึ่งก็ซื้อปลาทองตัวอ้วนๆสวยๆ 7-8 ตัวมาใส่ ตายเกลี้ยงเหลือไออุ้ยตัวเดียว ปลาหางนกยูงก็ไล่กัดไออุ้ยตลอดเวลา ไออุ้ยเป็นความผ่าเหล่าผ่ากอในอาณาจักรเล็กๆ นั้น โดนกัด โดนตอดเล็กตอดน้อยตลอด แต่ช่างเถอะ ควรจะมีอย่างนี้บ้าง





อืม...บล็อกนี้ ทะลุ ร้อยกว่าดอกส์ เริ่ม โหลดช้าอีก แระ
เกรงว่า แควน ๆ จะงุงิ เพราะรอนาน
เวลาแวะมาเชค คอมเม้นต์ในบล็อก
เรยต้อง ขออนุญาต แควน ๆ ขึ้น โปรเจค 10 คร้าาาา

ปอลิง

อ้อ อันนี้ ความเดิม โปเจคที่แล้ว

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=bsonjb&month=28-08-2012&group=1&gblog=12

......
 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 25 กันยายน 2555 เวลา:19:24:02 น.  

 
 
 
ส่วนอันนี้แถมจร้าาาา กระทู้ล่าสุดของอาเหล่าม่า ณ เวบพังจิต
ที่ โดน อิพวกมอด มันแอบอุ้มไปทิ้งงงงง อิอิ

หากทั่นถูกย่ำยี...เฉกเช่น...พระอุบลวรรณาเถรี แล้วไซร้ ทั่นจะทำอย่างไร

//board.palungjit.com/f181/โพสเรื่อยเปื่อย-เมื่อยก็พัก-^-0-^-322353-7.html#post673297



อืม... ถ้าใครผ่านไปผ่านมา แถวนี้
ก็ขอเชิญเม้าส์กันได้ตามฉะบายคร้าาา
แต่ว่า อิตั้วเจ้นู๋บี คงต้องขออนุญาต หุบไปจำศีลกะลา
เพื่อรักษาอาการบอบช้ำในหัวใจจาก ใบแดงแรงฤทธิ ก่อนน้าาาาา
บ๊ายบายยย จร้าาาาา หุบแระน้าาาาา
แแหะ...แหะ...




 
 

โดย: บัวหุบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 25 กันยายน 2555 เวลา:19:46:47 น.  

 
 
 
พูดถึงเรื่องปลาทอง ก็มีเรื่องมาเล่าเหมือนกัน
เลี้ยงปลาโกเมท(ปลาคาร์ฟผสมปลาทอง) 2ตัว
และมีปลาทอง 1 คู่ สีเงินขาว 1 ตัว สีทอง อีก1 ตัว
เลี้ยงตั้งกะตัวเล็กๆ จนอ้วนกลมเลยนะ ต่อมาไปซื้อ
ลูกปลาโกเมทมาอีก 6 ตัว จะได้เป็นเพื่อนปลากันเยอะๆ
อยู่มาวันหนึ่ง พออีลูกปลาโกเมทชุดใหม่มันเริ่มโตวัน
โตคืน ก็สังเกตเห็นปลาทองสีเงินขาวหางแหว่งกุด หลุดลุ่ย
ซะงั้น เราก็นึกว่ามีตัวอะไรไปยุ่งในตู้ปลา ก็ไล่สังเกต
ก่าจะเข้าใจหางปลาสวยๆกุดซะเกือบไม่เหลือ
คือมันโดนปลาตัวอื่นตอดกินหางซะกุดเลยง่ะ
อยู่ด้วยกันมาตั้งนานไม่เป็นไร
วันดีคืนดีมันก็ลุกมาตอดกินหางเพื่อนปลาที่มีสีไม่เหมือน
ตัวเองซะงั้น ไม่รู้ว่าไอ้อ้วนที่เป็นปลาทองมัน
ร่วมด้วยช่วยตอดกะเขารึปล่าว ก็เลยแยกไอ้อ้วนขาว
หางกุดไปเลี้ยงในอ่างปลาบอลลูนสีขาวคือคิดว่ามันสีขาว
เหมือนกันน่าจะอยู่กันได้ ก็สังเกตว่าไม่มีปลาไล่ตอดไอ้อ้วน
แล้วคิดว่าโอล่ะ วันหนึ่งไปเที่ยว ตจว 2 วัน กลับมาถึงบ้าน
ไอ้อ้วนขาวนอนหงายท้องซะแล้ว สงสารมันจัง
แต่ก็จัดการฝังและอุทิศบุญกุศลให้ไอ้อ้วนขาวไปสู่
สุคติภพแระ หมดเวรหมดกรรม ไปอีกชาติหนึ่ง
ยังเหลือไอ้อ้วนสีทองโดเดี่ยวกะปลาโกเมทอีกฝูง
ในตู้ปลา ที่ยังสงบสุขอยู่ในโลกของเขา
ไม่มีใครตอดใครไม่มีใครคิดว่ามีใครผ่าเหล่าผ่ากอละมั้ง อิอิ
ถึงคนละเผ่าแต่สีเหมือนกันมันก็หยวนๆกันได้แฮะ แปลกดี

ปลาเขาก็มีหัวใจเหมือนกันนะ หุหุ
ตอนนี้ไม่ค่อยเลี้ยงปลาซี้ซั้วแระ เลี้ยงแค่นี้แหละ
กัวมันอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้วคนเลี้ยงจะัไม่สงบสุข
อิอิ ปลามันไม่รู้อะไรกะเรานี่นา มันกัดกันตอดกันก็เป็น
ธรรมชาติของมันไม่ได้โวยวายอะไรเรยนะ อยู่ได้ก็อยู่
อยู่ไม่ได้ไม่เหมาะสมก็ตายไป มีแต่เรานี่แหละ
ไปคอยสังเกตสังกา ดูแลว่ามันจะสุขไหม หิวไหม
เป็นอะไรไหม ดูว่ามีลูกยัง อิอิ มีลูกออกมาชุดใหม่อีกกี่ตัว
ไปวุ่นวายกะมันเกิดเป็นสุขเป็นทุกข์ซะงั้น หุหุ
อยู่ดีดีก็ไปหาห่วงหาภาระมาใส่ตัว เนอะ!!! คนเรา


 
 

โดย: มาเจิม หุหุ IP: 110.169.216.154 วันที่: 26 กันยายน 2555 เวลา:8:53:51 น.  

 
 
 
มารอ เอ็มฯ
ถ้าเอ็มฯมา ก็ทิ้งร่องลอยไว้แระกัน ว่ามาถึงแล้ว
ดีใจ ที่เอ็มฯ แวะมานะ
 
 

โดย: มะม๋า IP: 58.11.246.66 วันที่: 26 กันยายน 2555 เวลา:14:07:55 น.  

 
 
 
อืม...เอ็ม ยังไม่มา งั้น บี มาขัดตาทัพ
แทนก็แระกันเนาะ ( ช่วงนี้ กะลังว่างาน บ่มีคนไข้ อิอิ )

อ่ะเอามาฝาก มะม๋า จร้าาาาาาาาาาา อิอิ














 
 

โดย: Bs (นู๋บี ) วันที่: 26 กันยายน 2555 เวลา:15:01:13 น.  

 
 
 
 
 

โดย: Bs (นู๋บี ) วันที่: 26 กันยายน 2555 เวลา:15:23:54 น.  

 
 
 
ส่วนอันนี้ เอามาฝาก ฮาร์ทจัง สุดที่ร้ากกกก ของ อาเหล่าม่า



ฮาร์ทจังจ๋าาา เลี้ยงง่าย ๆ โตเร็ว ๆ
ความ จำสั้น แต่ รัก ฉันยาววววว
เหมือน ปลาทอง ซะมั่งก็ดีนะลูก
อาเหล่าม่า ร้ากกก ฮาร์ทจังที่ซู๊ดดดดด
( อยากจับตรูดดดด จะแย่อยู่แร้ววว อะจึ๋ย ! )



 
 

โดย: อาเหล่าม่า พยายามจาหุ๊บบบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 26 กันยายน 2555 เวลา:15:27:57 น.  

 
 
 
หุหุ
ฮาร์ทจัง ถึงจะฟามจำสั้น แต่บางอย่างก็จำแม๊นแม่น นะเธอว์
ตอนนี้ตัวโต๊โต สูงปรี๊ดดดดด ไม่รู้จะสูงไปไหน หุหุ
แปร๊บๆๆๆๆ จะเป็นหนุ่มละเธอว์
ฟันหน้าก็ขึ้นครบแร้ว!!! ไม่เป็นหลอลี่ แล้วนะเออ
แถมยังซื้อซื่อ ใซ้ใส และนิสัยก็ ดี๊ดี ไม่มีขี้วีน
หม่ามิ๊สุดแสนจะดีใจมีลูกชายนิสัยดี๊ดี!!!
หุหุ (จะมีคนมาว่าไหมเนี่ย ว่าหลงชมลูกตัวเองเหลือเกิ๊น)
พอดีหน้าบานเป็นกระด้ง คุณครูน้องฮาร์ทชมให้ฟังว่า
ไม่ทำให้คุณครูหนักใจ ถึงจะเรียนรู้ช้าแต่นิสัยดีมว๊ากก!!!
ไม่มีโกหก ไม่เกะกะเกเร เชื่อฟังคุณครูดี๊ดี
ถึงจะฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่รวมๆแล้วก็ถือว่าดี
ถึงจะเรียนไม่เก่งก็ไม่เป็นไร ขอให้นิสัยสันดานดีก็โอเค ละ
อิอิ


 
 

โดย: มะม๋า มาแว้ว..อะจึ๋ย!!! IP: 58.11.246.66 วันที่: 26 กันยายน 2555 เวลา:16:17:59 น.  

 
 
 
มีบลอกเรื่องหุ้นมาฝากนู๋บี อะจะ
....น้ำจิ้ม หุหุ...
จะเห็นว่าประสบการณ์การลงทุน การลองถูกลองผิดในตลาด มีโอกาสที่จะทำให้เราพลาด และหลงทางจากสิ่งที่เราเคยเรียนรู้มา
แล้วจริงๆ หุ้นเคลื่อนไหวด้วยอะไร?
คำตอบคือ เคลื่อนไหวด้วยกิเลสมนุษย์ครับ ความต้องการซื้อ ความต้องการขาย ความโลภ ความกลัว สิ่งเหล่านี้ ไม่มีเหตุผลอธิบายได้ 100% ที่เราโดนลากไปลากมา ขาดทุน ติดดอย ขายหมู อยู่เรื่อยๆ ก็เพราะเราอยู่ในกระแสแห่งความคาดหวังซึ่งมันประกอบไปด้วยกลุ่มคนมากหน้าหลายตา ไม่มีทางที่เราจะเดาล่วงหน้าได้ถูกเป๊ะๆว่าอนาคตอันใกล้จะเกิดอะไรกับหุ้นที่เราลงทุน

ที่มา //www.iammrmessenger.com/?p=121
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.122.71.222 วันที่: 27 กันยายน 2555 เวลา:12:41:17 น.  

 
 
 
ถึง MS 13
อิอ่อน นี่ก็ มะม๋าเองน้า ....
ไม่รู้ว่า MS 13 จะกลับมาอีกไหม หรือจะไปแล้วไปลับ หุหุ

คิดถึง เอ็ม มว๊ากกกกก....
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.122.71.222 วันที่: 27 กันยายน 2555 เวลา:12:43:01 น.  

 
 
 
ช่วยนู๋บีปั่นบลอก....หุหุ

ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดา หรือว่าเป็นนักลงทุน สิ่งสำคัญที่เราต้องรู้ก็คือ “รู้จักตัวเอง” เพราะถ้าคุณไม่รู้จักตัวเอง คุณก็จะเที่ยวแสวงหาสิ่งที่ทำให้คุณพอใจเพียงอย่างเดียว โดยหารู้ไม่ว่า สิ่งที่พอใจ มันไม่ได้หมายความว่ามันจะเหมาะกับคุณ แต่ถ้าเราเจอสิ่งที่เหมาะกับจริต นิสัยเรา มันจะเหมาะกับเราไปตลอด เพราะนิสัยมันเป็นเรื่องแก้ยากที่สุด เปลี่ยนยากที่สุด คุณว่าจริงไหม

ที่มา //www.iammrmessenger.com/?p=136


 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.122.71.222 วันที่: 27 กันยายน 2555 เวลา:12:51:19 น.  

 
 
 
^.^
กฏข้อแรก : จงอย่าขาดทุนหนัก!

Warren Buffett ได้ตั้งกฎการลงทุนไว้เป็นเหมือนลายแทงให้พวกเราเดินตาม กฎที่ว่านั้น ไม่มีใครไม่เคยได้ยิน
กฎข้อที่หนึ่ง จงอย่าขาดทุน
กฎข้อที่สอง อย่าลืมกฎข้อแรก

...
ผมขอเปลี่ยนกฎของปู่ Buffett เล็กน้อย เพราะกฎแก อาจจะโหดไป (สำหรับผม) ที่บอกว่า จงอย่าขาดทุน เพราะผมลงทุนเองมา ขาดทุนก็บ่อย แต่ไม่ยอมให้ขาดทุนหนัก
ดังนั้น ขอใช้กฎว่า “จงอย่าขาดทุนหนัก” แทนก็แล้วกัน

ที่มา //www.iammrmessenger.com/?p=175
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.122.71.222 วันที่: 27 กันยายน 2555 เวลา:13:01:50 น.  

 
 
 
นักลงทุนทุกคนมีจุดอ่อน แต่น้อยคนนักจะรู้ว่ามันก็คือจุดแข็ง!
คัดมาบางส่วน ^.^
...
คุณเคยน้อยเนื้อต่ำใจในความเป็นตัวคุณเองบ้างไหม?
ยอมรับมาซะดีๆว่าทุกคนล้วนมีบางสิ่งในตัวที่เรารู้สึกไม่พอใจ แต่บางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะปรับมันยังไง สิ่งนั้นหล่ะครับ คือ “จุดอ่อน” ของคุณ
ทุกชีวิตมีข้อบกพร่องหมดนะครับ เพราะข้อบกพร่อง เป็นส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์แบบของโลกเราอยู่แล้ว
??? งงไหม ???
...

ในโลกของการลงทุน มันไม่มีหรอกครับ จุดอ่อนหรือจุดแข็ง มันมีแต่คุณจะใช้ประโยชน์จากจุดนั้นยังไงมากกว่า วิธีการใช้ประโยชน์ก็คือ เราต้องรู้จักปรับกลยุทธ์ ปรับแนวคิดในการลงทุนให้มันเข้ากับความเป็นตัวเรา หาตัวเองให้เจอ และยอมรับในสิ่งที่เราเป็น เพราะถึงคุณจะไม่ได้เงินออกไปจากตลาดหุ้นอย่างที่หวังในตอนแรก คุณก็ได้รู้จักสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินทองแล้ว นั้นก็คือ รู้จักตัวเอง

ที่มา //www.iammrmessenger.com/?p=97
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.122.71.222 วันที่: 27 กันยายน 2555 เวลา:13:09:58 น.  

 
 
 
อาการขี้แย นี่เป็นจุดอ่อนที่จะกลายเป็นจุดแข็งได้ไง!!!
หุหุ จะใช้ประโยชน์จากอาการขี้แย ได้ไงเนี่ย - -"
ตรูยิ่งไม่ชอบใช้น้ำตาเป็นอาวุธด้วยดิ ++"
ไม่พอใจอาการขี้แยของตัวเอง ทำไงดีหว่า ติ๊กต่อกๆๆๆๆ
ต้องกำจัดจุดอ่อน ด้วยการกำจัดคนที่เป็นสาเหตุ
ที่ทำให้เราเป็น อิขี้แย...!!! (จากอิแม่มด)
หรือว่า ยอมรับฟามจริงว่าเป็นอิขี้แย (จากนังซินฯ)

เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วก็เลิกไม่พอใจ เลิกเป็นทุกข์
เวลาที่เห็นตัวเองขี้แย หุหุ

ปล. บ่นตัวเองเฉยๆ เนื่องจากอินกะบทความนิหน่อย
นะเธอว์!!! บ่อมีอะหยังแค่ฟุ้งซ่านสมกะเป็นอิอ่อน อะนะ หุหุ
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.122.71.222 วันที่: 27 กันยายน 2555 เวลา:13:26:20 น.  

 
 
 
ความแตกต่าง ระหว่าง คนรวย กับ คนจน

ต้องเป็นคนขยัน และรักในสิ่งที่ตัวเองทำ
(เข้ากะหมวด ฉันทะ วิริยะ ในอิทธิบาท4 เรยนะเนี่ย)

ที่มา //www.iammrmessenger.com/?p=161
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.122.71.222 วันที่: 27 กันยายน 2555 เวลา:13:40:58 น.  

 
 
 
"ชีวิตคนเรา มีครั้งแรกกับเรื่องใหม่ๆอยู่ตลอด อย่ากลัวที่จะเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง กับสิ่งที่คุณเริ่มไปแล้วแต่รู้ว่ามันผิด" - Mr.Messenger
1 hour ago
จากทวิตเตอร์
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.122.71.222 วันที่: 27 กันยายน 2555 เวลา:13:53:53 น.  

 
 
 
อะโหลลลลลล วันนี้ขึ้นเวรบ่าย คร้าาา
แบ่บว่า เคลียร์ธุระปะปัง เสร็จแระ อ่ะ
ระหว่าง นั่งตบยุงรอลงเวร
เก๊าะเรยแวะมา สุมหัวนินทาชาวบ้าน
เพื่อปั่นเรทติ้ง ในบล็อกตัวเอง ซะหน่อย อิอิ


นี่ ๆ ลู้แร้ว เหยียบไว้เรยน้าาาา
สาวกของป๋าบัฟเฟตต์ อย่าง อิตั้วเจ้นู๋บี
ช้อบ ชอบ กฏเหล็ก ของ ดิ ไอดอล จังว่ะ
( ม่ะอยากบอกเรยว่า ตรูเองก็ใช้กฏนี้ เหมือนกัน 555 )

---------------------------------
กฎข้อที่หนึ่ง จงอย่าขาดทุน
กฎข้อที่สอง อย่าลืมกฎข้อแรก
--------------------------------



อ้อ แล้วก็ชอบ คำพูดนี้
ของ มิสเตอร์เมสเสจเจอร์ ด้วย
++++++++++++++++++++++++++
ในโลกของการลงทุน มันไม่มีหรอกครับ จุดอ่อนหรือจุดแข็ง
มันมีแต่คุณจะใช้ประโยชน์จากจุดนั้นยังไงมากกว่า

หาตัวเองให้เจอ และยอมรับในสิ่งที่เราเป็น
เพราะถึงคุณจะไม่ได้เงินออกไปจากตลาดหุ้นอย่างที่หวังในตอนแรก
คุณก็ได้รู้จักสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินทองแล้ว นั้นก็คือ รู้จักตัวเอง

++++++++++++++++++++++++

......

เฮ้ออ ...บางที ถ้า อิตา มิสเตอร์นั่น มันมันเจ๋งพอ อ่ะนะ
ก้อคงจะ รู้จักตัวเอง รู้จักยืดได้หดได้
แอนด์ รู้จักพลิ้วไหวเป็นปลาไหล
แบบป๋าบัฟเฟตต์ ได้ แล้วล่ะ


คงจะไม่รู้สึกว่า กฏเหล็กของป๋า
มันโหดเกินไป หรอกน้าาา
ที่สำคัญ ถ้ามันทำได้อย่างป๋า
มันก็อาจจะได้เลื่อนตำแหน่ง
จาก เด็กเดินโพย
มาเป็น เจ้ามือหวยหุ้น แล้วว่ะ เอิ๊ก ๆ








 
 

โดย: อิเจ้บัวหุบ(ไม่ลง ) - -" (นู๋บี ) วันที่: 28 กันยายน 2555 เวลา:0:06:43 น.  

 
 
 
อืม...แต่ก็นั่นแหล่ะนะ ภูมิกึ๋น (และ ความ เจ๋ง)
ของคนเรา มันต่างกัน นิเน๊าะ
เก๊าะเหมือน ที่ มิสเตอร์ ทั่นเลคเชอร์ไว้นั่นแหล่ะ



อิอิ นึกถึงเรื่องนี้ จู่ ๆ ก็นึกถึง
เรื่อง เบาหวาน ก๊ะน้ำตาล และ ไขมันในเลือดแฮะ
ทำไม๊ ก็ มิลู้ เอิ๊ก ๆ
นี่ ๆ อิหม่ามี๊...รู้ป่ะ ว่า ทำไมคุณหมอส่วนใหญ่
จึง ห้าม คนไข้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง
ไม่ให้ สวาปาม อาหารจำพวกแป้ง และ น้ำตาล
ทำไมต้อง แนะนำ ให้คนไข้ ไขมันในเลือดสูงงด อาหารมันส์ ๆ


แถมยังบอกให้ แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ด้วยการ ออกกำลังกาย ละลายไขมัน
แทนที่จะ แนะนำ ให้ กินอาหาร เปรี้ยวหวานมันส์เค็ม
แบบตามใจปาก ได้ ( เพียงแต่ต้อง รู้จักการ แลกเปลี่ยนสัดส่วนอาหาร )
ก็เพราะ พวกหมอเค้ารู้ไง ว่า คนไข้ส่วนใหญ่
มี วินัย ในการสวาปามต่ำมั่ก ๆ มั้ง
ดังนั้นก็เลยต้องตั้งเป็น กฏเหล็ก เรื่องการเขมือบขึ้นมา
จาได้ ไม่ต้องเปลืองน้ำลาย อธิบายให้มากความตักน้ำรดหัวตอบ่อย ๆ
คุงหมอ ก็คงจะเมื่อยปากเหมือนกันว่ะ เอิ๊ก ๆ
 
 

โดย: อิเจ้บัวหุบ (ไม่ลง ) - -" (นู๋บี ) วันที่: 28 กันยายน 2555 เวลา:0:16:03 น.  

 
 
 
อ่ะ เอา ลิ้งค์เนี๊ยะ

www.gotoknow.org/blogs/posts/194

มาฝาก อิหม่ามี๊ ด้วยคร้าาาาา
เนี่ย ชอบ คอมเมนต์ ของ คุณวิจารณ์ ก๊ะ คุณ
ร่มไม้ใหญ่ใกล้ทาง ในลิงค์นั้นมั่ก ๆ เรยอ่ะอิอิ

----------------------------------------------------
วิจารณ์ [IP: 164.115.6.17]
15 มิถุนายน 2548 12:01
#137

แม่ของผมเป็นเบาหวานมานานกว่า ๓๐ ปี
เวลานี้อายุ ๘๔ ปี สุขภาพดีมาก
แม่กินของหวานทุกชนิด แต่กินนิดเดียว
คำตอบคือ คนเป็นเบาหวานกินหวานได้
แต่ต้องกินอย่างมีสติ

---------------------------------

ร่มไม้ใหญ่ใกล้ทาง
#635475

ปัญหาของผู้ป่วยเบาหวาน ส่วนใหญ่แล้วอยู่ที่อาหาร

เพราะ เพราะชอบรับประทานอาหารที่มีรสหวาน+ปริมาณที่มาก จึงทำให้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยรู้ว่าอาหารชนิดนี้ ประเภทนี้ มีน้ำตาลมาก ถ้ารับประทานเข้าไปแล้วจะเกิดปัญหากับตัวเขา

รู้ แต่ห้ามใจได้หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่เลย เพราะจะแพ้ใจตัวเอง ขอนิดเดียวน่า...ขอหน่อยน่า...เอ้า คำสุดท้าย...

ซึ่งก็น่าเห็นใจ เพราะติดใจในรสชาด รสหวาน

โรคนี้ก็แปลก รับประทานมากไม่ได้ น้ำตาลในเลือดสูงเกินค่าปกติ

อดอาหารไม่รับประทานเลยก็ไม่ได้ น้ำตาลในเลือดต่ำกว่าค่าปกติเดี๋ยวช็อก

แล้วรับประทานอย่างไรให้พอดี คือระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงเกิน และไม่ต่ำเกิน

นับวันจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคนี้ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น และยังเป็นสาเหตุนำไปสู่การป่วยด้วยโรคอื่นๆ ความดันโลหิตสูง หัวใจ แผล ฯลฯ ตามมาอีกมากมาย

ถึงจะมีผู้ช่วยเหลือผู้ป่วย หรือญาติผู้ป่วยคอยจัดเมนูอาหารให้ แต่ตัวผู้ป่วยก็แอบไปรับประทานอยู่ดี ก็เพราะติดใจ อย่างนี้ต้องแก้ที่ใจครับ แก้ด้วยการพิจารณาอาหารให้เป็นของปฏิกูลบูดเน่า (อาหาเรปฏิกูลสัญญา) แล้วจะทำให้รับประทานได้น้อย

......
 
 

โดย: อิเจ้บัวหุบ(ไม่ลง ) - -" (นู๋บี ) วันที่: 28 กันยายน 2555 เวลา:0:26:59 น.  

 
 
 
อิอิ...พูดถึงการ หักห้ามใจ
และ การกิน อย่างมีสติแล้วก็มีเรื่องจะเม้าส์ อ่ะ
( ก็อย่างที่บอกแหล่ะ ว่า ช่วงนี้ เอนจอยอิทติ้ง หุหุ )


เนี่ย สองสามอาทิตย์ก่อน นะ
อิการ์ฟิลด์ มันดั๊นโคจร ไปป๊ะก๊ะ รถขายไก่ย่าง มาอ่ะ
เนี่ย ๆพอได้เห็น หนังไก่ปิ้งหอมฉุย
แล้ว ก็อดใจไม่ไหว อ่ะ ตบะแตกดังโพล๊ะ


ซื้อซะ 7 ไม้รวดดดดดดดดด
ชนิด ไม่เหลือซากไว้ให้คนอื่น
ได้เอาไปกินเป็นลาภปากเล๊ยยย
เล่นเอาพ่อค้า บ่นอย่างขำ ๆ ประมาณว่า
พี่เล่นซื้อ หนังไก่ที่ผมเพิ่งจะปิ้ง เสร็จหมาด ๆ แบบยกล๊อต งี้
สงสัยผมคงต้อง เริ่มปิ้งหนังไก่ ล๊อต ใหม่ แล้วเนี่ย 555


เท่านั้นไม่พอนะ เจอ แม่ค้าปลาหมึกปิ้ง เจ้าประจำ
ก็พบว่า อี หมกเม็ด ปลาหมึกปิ้งเกรดเอ
ชนิดเนื้อนุ่ม ๆ กรุบกรอบ ( แบบที่อิการ์ฟิลด์มันชอบ )
แอบเอาไปซุกไว้อยู่ใต้ ๆ กองปลาหมึก
เพื่อซ่อนให้พ้นสายตาลูกค้าคนอื่น ๆ
จะได้เก็บไว้รอขายให้ลูกค้า วีไอพี อย่างเรา อีกแหน่ะ
อะโหยยย ซาบซึ้งมว๊ากกกกกกกกก
แล้วจะปฏิเสธให้ได้ไงล่ะ เลยต้อง ยิ้มกริ่มหวาน
แล้ว บอกไปประมาณว่า มีเท่าไรเหมาโหม๊ดดดด แหะ..แหะ....


อืม... ที่ทำงี้ ก็ใช่ว่าจะ ไม่สำเหนียก สำนึก
แล ระลึก ถึง เรื่อง การกินแบ่บมีสติ
ก๊ะ อาหาเรปฏิกูลสัญญาน้าาาาาาา
แต่ว่า ตั้งใจจะแจกโบนัส ให้ อิการ์ฟิล์ด มันว่ะ
ในฐานะที่มัน ทำตัวเป็นเด็กดี ไม่งอแง สักแอะ
เรื่อง ที่มันโดน อิคิตตี้หักดิบ บังคับให้ฉันมื้อเดียว น่ะ เอิ๊ก ๆ


อิอิ ยังจำความรู้สึก ตอนที่ อิการฟิลด์
มันทำตาละห้อยจ้อง หนังไก่ปิ้งในเตาไฟ
ที่พ่อค้ามันกำลัง ปิ้งเหย็ง ๆ ได้อยู่เลยนะ
เนี่ย อิการ์ฟิลด์ มันเก็บกิริยา ได้ดีมากมาย เลยว่ะ
ไม่มี เก็บกดแล้ว ระเบิดเป็น โกโก้ครั๊นซ์
หรือยื่น อุธรณ์ฎีกา อาละวาดสักแอะ


แต่มันกลับทำตัวหงิม ๆ ติ๋ม ๆ
เป็น ลูกแมวนอนหวด
มากระลิ้มกระเหลี่ย กะ อิคิตตี้ วุ้ย
เนี่ย อิการ์ฟิลด์ มันออดอ้อน บอกว่า
จะกิน หรือ ไม่กินก็ได้ พี่แล้วแต่น้องคิตตี้
สุดท้าย อิคิตตี้ มันเห็นแล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้ว่ะ
เรย ยอมตามใจ อิการ์ฟิลด์ มันไปซะหลายดอกส์ 555


เฮ้ออ ไม่รู้ดินะ แม้จะ ใจแตก เตลิดเปิดเปิงไปซะขนาดนี้
แต่ อิคิตตี้ มันก็ยังหลงคารม...เอ๊ย... มั่นใจ ในตัว อิการ์ฟิลด์ ว่ะ
ว่าไง ซะ ผลตรวจโคเลสเตอรอล ใน อีก 3 เดือนข้างหน้า
ก็คงจะ โอเคนะคะ อยู่ มั้ง ( แต่ถ้ายังไม่โอฯ ก็คงต้องงัดไม้แข็งมาใช้แระง่ะงิงิ )


อีกอย่างอิคิตตี้ก๊ะ อิการ์ฟิลด์
มันคงอยากจะพิสูจน์ ความสวย แจ่ม เจ๋ง ของตัวเองด้วยมั้ง
ว่า ถ้าตรูฉันมื้อเดียว (แต่กินแบบไม่บันยะบันยัง ตามใจปากงี้)
ตรูยังจะเอนจอยอีทติ้ง แอนด์ มีสติ ในการกิน ได้อยู่อีกไหม ?
( ทั้งนี้วัดจาก ระดับโคเลสเตอรอล อีก 3 เดือนข้างหน้า อ่ะนะ หุหุ )


อิอิ คิดแล้วก็ตลกดีนะ จะว่าไปอิตั้วเจ้นู๋บีนี่
เห็นทำตัวเป็นกุลสตรีแสนดีงี้
แต่ลึก ๆ แล้วมันก็ชอบแอบไปเล่นพิเรนทร์
เหมือน อาเหล่าม่า เหมือนกันว่ะ
เฮ้ออ มีอย่างที่ไหนกัน ดันเอาตัวเองเป็น หนูทดลองยา
ดูเหมือนมันจะเห็น ชีวิตตัวเองเป็นของเล่นไปซะแร้วว่ะ



แต่ก็นั่นแหล่ะนะ อิตั้วเจ้นู๋บีมันเคยชิน
กับการ คอนโทรลตัวเอง ได้ดี ถึง ดีมากที่ซู๊ดดด
ชนิดสั่งได้ เหมือนก๋วยเตี๋ยว มาตลอดอ่ะ
มันก็เลยย่ามใจมั้ง ว่า ในโลกนี้
ไม่มีอะไรที่ สาวเภสัชทำไม่ได้
( ยกเว้น ข้อสอบ ฟาร์มาโคฯ 5555 )


อิอิ ไงแควน ๆ ก็เอาใจช่วย ให้อิตั้วเจ้ นู๋บี
มันลดโคเลสเตอรอลได้ซะทีน้าาา
อิเจ้มันจะได้เลิกเล่นอะไรบ้าระห่ำ
ทำตัวเป็นหนูทดลองยาซะที
แมร่ง ! เห็นความบ้าระห่ำของมันแล้ว
มีเสียวว้อยยยยยยยยยยยยยยยย


 
 

โดย: อิเจ้บัวหุบ(ไม่ลง ) - -" (นู๋บี ) วันที่: 28 กันยายน 2555 เวลา:0:27:56 น.  

 
 
 
อิอ่อน ว่า....

อาการขี้แย นี่เป็นจุดอ่อนที่จะกลายเป็นจุดแข็งได้ไง!!!
หุหุ จะใช้ประโยชน์จากอาการขี้แย ได้ไงเนี่ย - -"
ตรูยิ่งไม่ชอบใช้น้ำตาเป็นอาวุธด้วยดิ ++"
ไม่พอใจอาการขี้แยของตัวเอง ทำไงดีหว่า ติ๊กต่อกๆๆๆๆ
ต้องกำจัดจุดอ่อน ด้วยการกำจัดคนที่เป็นสาเหตุ
ที่ทำให้เราเป็น อิขี้แย...!!! (จากอิแม่มด)
หรือว่า ยอมรับฟามจริงว่าเป็นอิขี้แย (จากนังซินฯ)

เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วก็เลิกไม่พอใจ เลิกเป็นทุกข์
เวลาที่เห็นตัวเองขี้แย หุหุ


++++++++++++++++++++++

อืม...อันหลังสุดที่อิอ่อนมันคิดจะเลือก นี่
ชักจะ แจ่มแบ่บปะแล่ม ๆ แระอ่ะ 55555
เฮ้ออ นึกถึง คำเสี้ยมสอน ของ หมานจัง
หมาน เคยเลคเชอร์ให้ อินู๋ส้ม ฟังเสมอนะ ว่า

จงพอใจในสิ่งที่ตนมี จงยินดีในสิ่งที่ตนเป็น



 
 

โดย: อิเจ้บัวหุบ(ไม่ลง ) - -" (นู๋บี ) วันที่: 28 กันยายน 2555 เวลา:0:28:35 น.  

 
 
 
อ้อ จิงดิ แวะมาส่งข่าว ถึงแควนขับป๋าหมานโตย
ป๋าหมาน ไปฉายรังสี มะรุมมะตุ้มรุมกระตื้บแม่รี่ ครบคอร์ส แระน้าาา
เช้านี้ ทั่นน้องชายบังเกิดเกล้า โทสับ มาบอกเสียงแจ้ว ๆ
นี่ก็กะว่า เด๋ววันหยุดสุดสัปดาห์นี้ จะกลับบ้านไปเม้าส์แตก
ก๊ะป๋าหมาน ก๊ะ คุณนายแก้วดี ซะหน่อย
เฮ้ออ ตะแต่ หมานไปจู๋จี๋ ก๊ะแมรี่ นี่
ก็ ไม่ได้สุมหัวคุยกันตั้งน้านนานเรยอ่ะ


นี่ครึ้ม ๆ ก็ว่า เด๋วจะ ไปสมัคร อมยิ้มที่ เวบพันติ๊ปให้ป๋า
แร้ว อาเหล่าม่า มันก็ กะว่าจะฉวยโอกาส...
ขอยื้ม ล็อกอินป๋า มาใช้ด้วยอ่ะ อิอิ
แบ่บว่า เวลาจะขอให้ชาวบ้าน
มาช่วยเป็น นอมินี ที่ พันติ๊ป ให้ ตะละทีนี่ เนี่ย
มันดูดีมีเครดิต แลเท่ห์ มากมายก็จริงอยู่


แต่แมร่ง ตรูรู้สึกว่า
มันช่างเปลืองน้ำลายโคตร ๆ เลยว่ะ
กว่าจะ โฆษณาชวนเชื่อ
ปะเหลาะให้ ชาวบ้านชาวช่อง
มาหลงคารม เป็นร่างทรงให้ เรา ได้น่ะ


เลยคิดว่า อย่ากระนั้นเยยยย
ตรูเลิกห่วง เรื่องเท่ห์แต่กินไม่ได้ ดีกว่า อ่ะ
หันไป ลับ ลวง หลอนนนนนนนนนนนนนน
หลอย ล็อกอินของ ป๊ะป๋าบังเกิดเกล้า เอามาใช้ดีกว่าอ่ะ
ไงซะ ของ ๆ พ่อ เก๊าะเหมือน ของ ๆ ลูก นินะ อิอิ

แหม๊ ช่วงนี้ยิ่งกะลังนึกครึ้ม
อยากจะไปสร้างปรากฏการณ์ ปลาทองผ่าเหล่าผ่ากอ
หยอก อิพวกปลาหางนกยูง ที่ เวบพันติ๊ป อยู่พอดีเรยยยย เหอ...เหอ.....


เอ? แต่ จะว่าไปปลาทองผ่าเหล่าฯ อย่าง อิตั้วเจ้นู๋บีเนี่ย
คงจะไม่มี ฝูงอิพวกปลาหางนกยูง ที่ไหน มันหาญกล้า
เข้ามาตอดไปตอดมาจนหางหลุดลุ่ย เหมือนไอ้อุ้ย หรอกมั้างง
เหอ...เหอ...




ปอลิง..
เอ ? ชักไม่ชัวร์ แร้วดิ
ว่า อันตัวเรานี้ มันเป็น อิปลาทองผ่าเหล่า
หรือว่า เป็นอิปลาตัวข้างล่างนี้ กันแน่ล่ะหว่า หุหุ







 
 

โดย: อิเจ้บัวหุบ(ไม่ลง ) - -" (นู๋บี ) วันที่: 28 กันยายน 2555 เวลา:0:29:35 น.  

 
 
 
บ๊ายบายยยยย จะลงเวรไปนอนแระจร้าาา
แล้วพบกันใหม่เมื่อชาติต้องการเด้ออออ
 
 

โดย: บัวหุบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 28 กันยายน 2555 เวลา:0:32:49 น.  

 
 
 
ขอให้ป๋าหมานแข็งแรงไวๆเด๊อออออออ
ขอให้ร่างกายป๋าหมานมีภูมิคุ้มกันแมรี่เยอะๆ แระกัน เนอะ

เรื่องขี้แย นี่มะรู้มันเป็นพันธุกรรมรึป่าวนะ
ลูกๆมันเชื้อแม่แร๊งส์แรง หุหุ ติดเชื้อขี้แยทั้งคู่
ไม่เห็นติดเชื้อป๋ามันมั่งเรยวุ้ยส์!!!

เมื่อเช้าก็มีเรื่องให้อดขำมะด้าย
ซื้อตลับเกมส์ให้ฮาร์ทจัง ฉลองสอบเสร็จฯ และเป็นโบนัสให้
ที่ว่านอนสอนง่ายขยันอ่านหนังสือสอบไม่มีโยกโย้หรือขี้วีน
พอได้มาปั๊บ อิน้องมันก็ขอมีเอี่ยวด้วยดิ (ตามปกติ อิอิ)
ทีนี้ก็แยกเซฟกันเล่น แระก็ตามฟอร์ม อิน้องมันก็จะเล่น
เซฟของพี่มัน ทีนี้พี่มันก็บ่นน้องทำตัวตายเหรียญทองที่อุส่า
เก็บมาก็หายจ้อย ก็เรยติวน้องใหม่ว่า ให้เล่นเซฟตัวเอง
เท่าน้านนน อย่ามาเล่นเซฟของพี่นะว้อยยยย!!!
พอพี่มันบ่นเสร็จก็ไปเล่นเซฟของตัวเองต่อ ทีนี้อิน้ิองมัน
ไม่ยอมจบอะดิ มันก็กะง้องกะแง้งอ้อนพี่มันว่านู๋จาเล่น
เซฟของพี่ ง่ะ พี่มันก็มะสนเล่นๆๆๆๆ อิน้องก็ตาแดงๆทำหน้า
หงิมๆงุดๆ พอแม่ทักว่าตาแดงอีกละ พี่มันนึกไงมะรู้กดเซฟ
ของเกมตัวเองมาเซฟเป็นอันใหม่ให้น้องแล้วเล่นเซฟของ
น้องให้ดู กะบอกน้องมันว่านี่พี่เล่นของเซฟของน้องอยู่นะ
เท่านั้นแหละพี่น้องมันก็กลับมากะหนุงหนิงหัวเราะไปเล่น
เกมไปได้เหมือนเดิม ผลัดกันเล่นคนละที
น้องมันก็อารมณ์ดี พี่มันก็โอเค
ก็ปรองดองกันได้ตามประสาเด็กๆ ง่ะ เวลาน้องไม่อยู่ก็เล่น
เซฟตัวเอง เวลาน้องอยู่ด้วยก็เซฟเกมไปเล่นตัวของน้อง
ก็สมประโยชน์พอใจกันทุกฝ่าย แบบนี้เรียกว่าใช้น้ำตา
เป็นอาวุธได้ปะเนี่ย หุหุ ฮาร์ทจังมันรู้จักประยุกต์แก้ไข
สถานการณ์ให้ win-win ได้สองฝ่าย เรยนะเนี่ย
อันนี้อิอ่อนไม่ได้ช่วยอะไรเด็กๆนะ พวกเขาทำกันเอง
อิอ่อนแค่สังเกตการณ์เฉยๆ อิอิ จะเข้าช่วยเหลือก็ต่อเมื่อ
เห็นว่ามีใครล้ำเส้นใช้ความรุนแรงหรือขี้โกงทำฟาวล์ถึงจะ
เข้าไปเป็นกรรมการตัดสินทำโทษยึดของกลางหรืองดเล่น
กันไปเป็นการชั่วคราวแล้วแต่ระดับความผิด พูดถึงโทษนี่
ที่เคยทำกับอิน้องก็แค่ยึดเครื่องเล่นเกมไม่ให้เล่น แค่นี้ก็
เหมือยยึดกล่องดวงใจแระ มันกลัวมว๊ากกกกเรยนะ
ให้อดอย่างอื่นมันไม่ค่อยรู้สึก แต่พอยึดเครื่องเล่นเกมนะ
น้ำแตกหงอยไปเรย หุหุ สงสัยมันจะรักเครื่องเล่นเกมส์
มากเรยนะ ถ้ายึดไปนี่เหมือนกับทำร้ายจิตใจอย่างแรง
เมื่อวันก่อนคุณครูอิน้องมาบอกว่าอิน้องไม่ตั้งใจทำงาน
สั่งอะไรก็ทำไม่เสร็จ ดื้อ ไม่สนใจการเรียนเขียนอ่าน
โดนมาดอกส์นี้ อิอ่อนก็ต้องใช้ไม้ตาย หุหุ เรยคุยกับอิน้อง
แบบเป็นงานเป็นการว่า เครื่องเล่นเกมส์เนี่ยเหมาะกับ
เด็กที่ขยันเรียนและตั้งใจทำงานที่ครูสั่งให้เสร็จเท่านั้น
เด็กคนไหนทำไม่ได้ก็อดได้เครื่องเล่นเกมส์นะ แม่จะยึด
ให้หมด ถ้าคุณครูบอกว่าเด็กคนไหนไม่ตั้งใจเรียน
ไม่ทำตามที่ครูบอกแล้วก็ต้องอดเล่นเกมส์โดนยึดเครื่อง
อีกด้วย ก็มองตากับอิน้องแล้วบอกว่าโอเคตามนี้นะ
เพราะพี่เขาก็เหมือนกันทำไม่ได้ตามนี้ก็อดเหมือนกัน
ตอนนี้อิน้องมันก็มีไฟขยันลดอาาการดื้อลงจิ๊ดนึงได้มั้ง
เพราะคุณครูก็ไม่ได้ว่าอะไรมาทำการบ้านก็เสร็จเร็ว
สามโมงครึ่งก็มารอป๋ามันที่โรงอาหารแระ ก็ว่ากันไป
ไม่รู้จะดีขึ้นมาได้กี่วัน เพราะอีก็ฟามจำสั้นอะนะ หุหุ
รู้เรื่องแป๊บๆ ไม่กระทุ้งต่อก็กลับไปเหมือนเดิมอีก
อาทิตย์หน้าอิน้องก็จะสอบปลายเทอมหนึ่งแล้ว
ไม่รู้จะรอดไหม พวกเก่งแต่ประมาทแล้วก็ดื้อแถมขี้เกียจ
ด้วยเนี่ย มักจะตายน้ำตื้นได้ง่ายๆเหมือนกันเนอะ

บ่นเรื่องลูกพอหอมปากหอมคอ เนอะ หุหุ
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.122.71.222 วันที่: 28 กันยายน 2555 เวลา:9:19:17 น.  

 
 
 


 
 

โดย: บัวหุ๊บ...บัวหุบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 28 กันยายน 2555 เวลา:11:53:03 น.  

 
 
 
มีเรื่องแปลกของลูกสาวมาเล่าให้ฟัง ^.^
เมื่อสองวันก่อน ป๋ามันฟิวส์ขาดเพราะลูกสาว หุหุ
เรื่องมีอยู่ว่า อิลูกสาวมันเอาแต่ใจและดื้อมว๊ากกกกก!!!
พี่ชายมันดูยูทูบอยู่เกี่ยวกับเกมส์มาริโอ้ แล้วอิน้องมัน
ก็จะแย่งมาดูเรื่องอื่น งานนี้อิพี่มันไม่ยอมด้วยละ
แม่ก็ต้องออกโรงบอกว่าให้พี่เขาดูจบก่อน
ดูกันคนละ1เรื่อง ละกัน อิน้องมันก็ดื้อว่ะ!!! มันไม่ยอม
มันจะเอาตอนนี้ พี่มันก็มองแม่อะนะ ว่าจัดการน้องให้ทีดิ
อิแพดนี้ของพี่นะ วันนี้พี่ไม่ยอมว้อย!!!
งานนี้แม่เข้าข้างน้องบ่อได้ เพราะอิพี่มันส่งสำนวนมาอุทรณ์
ว่ายอมมาหลายครั้งแร้ว ครั้งนี้ nooooooo!!!
แม่ก็ต่อรองบอกอิน้อง รอบนี้ให้พี่เขาดูพอจบแล้วก็สลับกัน
อิน้องมันก็ไม่ยอมว่ะ ทำไงดีอะ อิอ่อนก็เรย ยึดอิแพด มายื่น
ให้อิพี่มันแล้วบอกว่า เอ้าเอาไปละกัน ไม่ต้องให้น้องแล้ว
พูดกันไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องดู อิแพดของพี่ พี่ก็เอาไปละกัน
น้องมันดื้อนัก ก็อดดูไปเรยละกัน จบไม๊....อ่า
ไม่จบดิคะ อิน้องมันก็หน้างอ ไม่พอใจมว๊ากกกก!!!
อิแม่ก็ไม่สนค่ะ เพราะเด็กดื้อต้องโดนทำโทษ หุหุ
จบเรื่อง อิแพด แม่ก็ป้อนองุ่นให้อิน้องกิน
จะได้จบคอร์สอาหารเย็น จะได้อาบน้ำแล้วไปทำอย่างอื่นมั่ง
อิน้องดันแผลงฤทธิ์ เชิดใส่แม่ ไม่กิน ไม่สน เชิดสะบัดช่อ
อิแม่ก็อึ้งนิดๆ แต่อิพ่อไม่อึ้งด้วยว่ะ อิพ่อด่าเช็ด!!!
เรื่องนิสัยดื้อ เอาแต่ใจ ไม่มีน้ำใจ ไม่มีเหตุผล
ใส่แบบนอนสต๊อบ เทศนากัณฑ์บะเริ่ม ท้าวความยาวไปถึง
นอกโลก สมัยนู๊นนนน ร่ายยาวนิสัยเสียของอิน้อง ที่พ่อมัน
อุส่าห์จดจำไว้ไม่มีลืม อาทิเช่น พี่ชายอุส่ามีน้ำใจเอาเงิน
ค่าขนมตัวเองซื้อเต้าหูปลาของโปรดของน้องให้กิน
แต่อิน้องไม่มีน้ำใจเอาซะเลย จะเอาแต่ใจ ไม่สนใจคนอื่น
สั่งสอนซ้าาาา...อิแม่หูตูบ เยย
แต่ว่านะ...อิน้องตัวต้นเหตุ มันทำเป็นหลับตา ตั้งแต่เริ่มด่า
ได้สองคำแระ...อิแม่ก็ดุมันขำๆนะ มันทำเป็นหลับแต่แอบ
ลืมตามาดูแม่ สามสี่ครั้ง พอเห็นแม่จ้องดูอยู่แบบว่าเฉยๆ
ยิ้มๆ ไม่ได้ออกความเห็นใดๆ มันก็หลับไปเลยจริงๆ
นั่งหลับคอพับคออ่อน ไม่สนใจฟังคำสอนปนคำด่าของพ่อ
มันเลยนะ อิพ่อมันบอกว่ามันทำเป็นหลับแต่มันได้ยิน
อิพ่อมันเลยพูดต่อทั้งๆที่ลูกมันเข้าชานหลับไปแร้วนี่แหละ
อิแม่เห็นแร้วก็..นะ
พูดไม่ออก ไม่รู้จะจัดการไงต่อ ก็เลยตามเลย
ให้อิพ่อกินไปบ่นไปแล้วรีบให้อิพี่กินอาหารเย็นให้เสร็จ
รีบจบคอร์สอาหารเย็น พาอิพี่ไปอาบน้ำ เสร็จแล้วก็ มาปลุก
อิน้องไปอาบน้ำ พาขึ้นบ้าน เด็กมันก็นะ...พากันเล่นเกมส์
ต่อเหมือนคนละคนเลยนะ สมานฉันท์ช่วยกันเล่นเกม
ลืมอิแพดไปแระ อยู่แต่ปัจจุบันเจงๆ เหมือนหนังคนละม้วน
อิเด็กดื้อ เชิดหยิ่งเอาแต่ใจหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
อิพี่มันก็อยู่กับปัจจุบันลิมเรื่องอิแพดไปแล้วเหมือนกัน
ไม่ติดใจที่น้องมันทำงี่เง่า กวนโอ๊ย ดื้อเอาแต่ใจ
สงสัยมีแต่แม่ที่จะจำเรื่องอดีตรู้ปัจจุบันแถมยังกังวลไปถึง
อนาคตอีกว่า ต่อไปจะเป็นไงอีกวะเนี่ย
งงกะพวกมันเจงๆ หุหุ
อิพ่อมันก็อาบน้ำเสร็จฯ มาเจอกันอีกทีก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ไม่ได้ย้ำอดีต ไปทำเรื่องต่อไป แต่คงมีอารมณ์หมั่นไส้
อิลูกสาวอยู่บ้าง เห็นคอยแกล้งเอาเท้าไปทับแกล้งอิลูกอยู่
บ่อยๆ เผลอเป็นแกล้ง จนอิลูกสาวมันต้องหนีไปอยู่อีกฟาก
ให้ห่างๆ เท้าพ่อมัน หุหุ

ปล.ทึ่งที่อิลูกสาวมันทำเป็นเข้าชานหลับคร่อกฟี้ๆๆๆ
ทำได้แบบสั่งได้เจงๆ ไม่รู้ใครสั่งใครสอน
อิพ่อมันโกร๊ธโกรธ บอกว่าทำเป็นหลับกรูก็จะสั่งสอนต่อ
เขาบอกว่าเกลียดนัก คนไร้น้ำใจ หุหุ
ถ้าโตกว่านี้จะสอนไงวะเนี่ย
ต้องตามไปสั่งสอนถึงในฝันเรยรึป่าว ก็ไม่รู้
ไม่รู้ใครเป็นเจ้ากรรมนายเวรใครแระเนี่ย หุหุ
มีกลุ้มใจอาการของลูกสาวเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่รู้อนาคต
จะเป็นยังไงต่อไป กลัวจบไม่สวย หุหุ - -"
รหัสข้อความ จ๋วย อีกแระ หุหุ 9669 ซะงั้น
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.122.72.205 วันที่: 1 ตุลาคม 2555 เวลา:10:59:48 น.  

 
 
 
เจ้ พอจะเข้าใจเจ้แล้ว ข้อความโดนอุ้ม
อ่ะ ถึงกะสะอึก คุยสนทนากับพระสงฆ์ดีดี
เห้อ ว่าก็ว่านะ พูดยาก จะบ่นยังจุกปากตัวเองเลย
เห้อที่ สอง จับพระมากอดซะแล้ว จิตตินนท์ หมองมัว
 
 

โดย: จิกตรีน โดนอุ้ม IP: 113.53.205.119 วันที่: 1 ตุลาคม 2555 เวลา:14:49:38 น.  

 
 
 
......



 
 

โดย: บัวหุ๊บ...บัวหุบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 1 ตุลาคม 2555 เวลา:20:54:34 น.  

 
 
 
อยากเพ้อเจ้อ เล็กน้อย กันลืม หุหุ
ไม่ชอบ เป็นโทสะ
ชอบ เป็นโลภะ
เฉยๆ เป็นโมหะ
รู้ อาการไม่ชอบ รู้อาการชอบ รู้อาการเฉยๆ เป็นปัญญา
ปัญญา เป็น อโทสะ อโลภะ อโมหะ
สติ คือ รู้ สิ่งต่างๆตามที่เป็นจริง รู้สัจธรรมตามจริง
รู้ตามจริง คือสติ เป็นสัมมาทิฏฐิ
รู้บิดเบือน รู้ไม่จริง คือขาดสติ เป็นโมหะ เป็นมิจฉาทิฏฐิ

ปล. ยังไม่ได้รู้ถูกตามจริง เนาะ
ต้องธรรมวิจัยให้ถึงที่สุดจนเป็นรู้ตามจริง เมื่อไรก็เมื่อนั้น
2455



 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.120.216.178 วันที่: 2 ตุลาคม 2555 เวลา:8:41:29 น.  

 
 
 
สถานการณ์ทางบ้านตึงเครียดเล็กน้อยถึงปานกลาง
เนื่องจากความดื้อไม่เชื่อฟังบอกแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่งป๋า
อิลูกสาวเรยโดนทำโทษยึดเครื่องเล่นเกมส์เก็บเข้าตู้ไปแระ
เมื่อคืนมันก็นอนร้องไห้อยู่นะ ไม่รู้ว่าวันนี้จะทำข้อสอบได้ป่าว?
ลูกสาวกะพ่อ มันจะงัดข้อกันไปถึงไหนก็มะรู้นะเนี่ย หุหุ
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 110.169.236.245 วันที่: 2 ตุลาคม 2555 เวลา:16:34:09 น.  

 
 
 
สถานการณ์ ทางบ้านกลับมาปกติแระ
อิลูกสาวมันยอมรับสภาพโดนยึดเครื่องได้แระ
ไม่ได้งี่เง่าใส่ป๋ามัน
ป๋าบอกว่า พรุ่งนี้สอบเสร็จแล้วจะคืนเครื่องให้
จบไปอีก 1 ดอกส์
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 61.90.69.103 วันที่: 2 ตุลาคม 2555 เวลา:20:06:11 น.  

 
 
 
มีเรื่องมาแบ่งปัน

ฟอร์เรสต์ กัมพ์ ตัวจริง เดินเท้ารอบสหรัฐ 4,000 กม.ได้สำเร็จ

หนุ่มชาวอเมริกันวัย 25 ปีเพิ่งสามารถเดินเท้ารอบสหรัฐระยะทาง 4,000 กม.ได้สำเร็จด้วยเวลา 178 วัน คล้ายกับการวิ่งของตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง ฟอร์เรสต์ กัมพ์ อัจริยะปัญญานิ่ม ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก

นิค เคลกเนอร์ เริ่มต้นการเดินเท้าจากชายหาดทางฝั่งตะวันออกของรัฐฟลอริด้าเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ไปจนถึงท่าเรือที่หาดฮันทิงตัน รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยต้องเปลี่ยนรองเท้าถึง 5 คู่กว่าจะไปถึงจุดหมายเมื่อปลายเดือนที่แล้ว และเขาบันทึกเรื่องราวตลอดการเดินทางส่งให้แม่เพื่อให้ผู้สนใจสามารถติดตามการเดินทางของเขาได้ผ่านบล็อกของเขา

การเดินทางของเขาคล้ายกับการเดินทางของตัวละครเอกในภาพยนตร์เรื่อง ฟอร์เรสต์ กัมพ์ ที่ออกฉายในปี 2537 เรื่องนี้นำแสดงโดยทอม แฮงค์ส ที่รับบทเป็นชายไอคิวต่ำที่มีความมุ่งมั่นและสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง เช่น คว้าแชมป์ปิงปองโลก และวิ่งทางไกล จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน

เคลกเนอร์ มีอาชีพเป็นช่างไฟและคนขับรถแท็กซี่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนละทิ้งทุกอย่าง และซื้อตั๋วเดินทางเที่ยวเดียวไปฟลอริด้า ด้วยความรู้สึกว่าทนแบกรับความกดดัน ความเครียด และความวุ่นวายใจในชีวิตไม่ไหว จึงอยากหนีไปที่ไหนสักแห่ง

เขาเริ่มต้นการเดินทางด้วยเป้ใบเดียว และไอพ็อด โดยซื้อชั่วโมงอินเตอร์เน็ตไว้นานถึง 8 เดือน สำหรับใช้ไอพ็อด ทำให้เขาสามารถทวีตและส่งบันทึกการเดินทางให้แม่คอยอัพเดตลงในบล็อกของเขา โดยระหว่างการเดินทางเขาไว้หนวดเคราเหมือนฟอร์เรสต์ กัมพ์ด้วย และได้รับฉายาจากคนทั่วไปที่เรียกเขาว่า "โฮโบ นิค"

เขาบอกว่า หนึ่งในเป้าหมายของการเดินทาง คือ อยากจะให้ผู้อื่นมากกว่าสิ่งที่เขาได้รับ และเมื่อไหร่ที่มีคนให้เงิน อาหาร หรือของขวัญ เขาก็จะส่งต่อสิ่งเหล่านั้นให้คนเร่ร่อน

//www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/world/20121003/472447/%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%8C-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90.html

9299 หุหุ
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 110.169.236.245 วันที่: 3 ตุลาคม 2555 เวลา:11:13:54 น.  

 
 
 
"ผมชื่อบู ผมเป็นหมา ชีวิตนี้ดีจัง"
"บู" เซเลบหมาน้อยชื่อดังแห่งสหรัฐอเมริกา กับความน่ารักของเจ้าบู ที่บรรดาแฟนคลับชื่นชม และยกให้มันเป็นหมาที่น่ารักที่สุดในโลก

//www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/hi-life/20120823/469550/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%86-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B9.html

5580 หุหุ
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 110.169.236.245 วันที่: 3 ตุลาคม 2555 เวลา:11:27:51 น.  

 
 
 



หูยยยยยย หมา 5 อะไรฟระ น่าร๊อกกกกก อ่ะ
อิอิ แท้งกิ๋วคร้าาา หม่ามี๊ สำหรับ ลิงค์ของ น้องบู
เจ้าลูกหมาที่น่าร้ากกกที่สุดในโลกกกก...

//youtu.be/Hr8gU7yOuBQ


 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 3 ตุลาคม 2555 เวลา:21:06:35 น.  

 
 
 

อืม..และ เพื่อเป็นการตอบแทนความใจดีของคุงแม่ปั๋ว
นู๋บี เรยแวะเอา ลิ้งค์เนี๊ยะ ก๊ะ รูป เจ้าลูกหมาอัปลักษณ์
ที่ งดงาม มากที่สุดในโลกกกก
มาฝาก อิหม่ามี๊ ด้วยคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา





 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 3 ตุลาคม 2555 เวลา:21:09:01 น.  

 
 
 
เฮ้ออ นู๋บีเพิ่งเห็น หนังหน้าไอ้หมาตัวนี้
ตอนดู ทีวี รายการเนี๊ยะ เมื่อตะเช้า ง่ะ
แมร่ง หมา 5 อะไรฟระ ช่างกล้าฯ ซะเหลือเกิ๊นนน
อะโหยย กรูล่ะนับถือน้ำใจ มันจริง ๆ
เห็นหนังหน้ามันแร้วเกิดซาโตริ
เก็ทสะเทือน กับ คำพูด ที่ว่า

หมาจะงาม งามใจใช้ใบหน้า

จังเรยว่ะ

"It does not matter if she's ugly now. What is important to us is she saved our children and we cannot thank her enough for that"



 
 

โดย: บัวหุ๊บ...บัวหุบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 3 ตุลาคม 2555 เวลา:21:13:21 น.  

 
 
 
หูยยยยยยยย!!!
กาบัง ใจนายหล่อ...มว๊ากกกกกก ^.^
ขอบใจนู๋บี ที่เอามาให้อ่าน เนาะ
ตอนแรกดูแต่รูป นึกว่านู๋บีจะชวนปลงอสุภะ+ละศุภนิมิตร
แต่พอได้อ่านเรื่องราวของกาบังแร้วก็.....ปลื้มใจไปเขานะ
กาบังทำได้ยอดเยี่ยมมว๊ากกกกก แปะ แปะ แปะ !!!
รักน้องหมากาบังจัง
3019 หุหุ
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 110.168.67.238 วันที่: 4 ตุลาคม 2555 เวลา:9:04:31 น.  

 
 
 
เนื้อเพลง สิ่งที่ฉันเป็น

เป็นแค่หนึ่งคนนี้
ที่รู้ดีกับหนทางของใจ
เป็นแค่หนึ่งคนนี้
ที่รู้ตัวว่าไม่ดีเหมือนใคร

อยู่กับความเป็นจริงกับสิ่งที่เป็นไป

เธอก็หนึ่งคนนั้น
ที่หวีงดีให้ชั้นเป็นเหมือนใคร
เธอก็อยู่ตรงนี้
แต่ว่าเราช่างเหมือนไกลแสนไกล

ที่สุดต้องลากัน เจ็บปวดแจ่จำใจ

ขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพันได้ร่วมทางกัน จนสุดหนทาง
จากกันวันนี้เธอคงผิดหวังแต่ดีกว่าต้องทรมานกับสิ่งที่ฉันเป็น

ที่สุดต้องลากัน เจ็บปวดแจ่จำใจ

ขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพันได้ร่วมทางกัน จนสุดหนทาง
จากกันวันนี้เธอคงผิดหวังแต่ดีกว่าต้องทรมานกับสิ่งที่ฉันเป็น

แล้วจะเข้าใจ

9911 คิ คิ
 
 

โดย: หลบภัย IP: 58.181.134.142 วันที่: 4 ตุลาคม 2555 เวลา:13:27:38 น.  

 
 
 
แข่งกัน ด้วยเลขจ๋วยๆ หุหุ
7667 มาแบบปาท่องโก๋ อิอิ
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.120.51.94 วันที่: 4 ตุลาคม 2555 เวลา:16:18:33 น.  

 
 
 
มีรูปจ๋วยๆ มาฝาก อยากบอกว่าดีใจที่ได้อยู่บนโลกใบนี้
ได้เห็นธรรมชาติแปลกตา สวยงามจนเกินจะจินตนการได้เอง
ตามลิ้งค๋นี้ เนาะ คนเล่นหุ้นก็มีอารมณ์สุนทรีย์ดีนะ หุหุ
//www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I12741195/I12741195.html

1554 หุหุ
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.120.51.94 วันที่: 4 ตุลาคม 2555 เวลา:16:25:19 น.  

 
 
 
ตัวตน รถยนต์ และการลงทุน
พุทธศาสนา สอนเราว่า โลกเรานี้ ทุกสรรพสิ่งล้วนอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
แปลง่ายๆว่า ไม่มีอะไรในโลกที่แน่นอน ทุกสิ่งในโลกล้วนแต่ทำให้เกิดทุกข์ และความมีตัวตน ไม่ได้มีอยู่จริง
วันนี้ไม่มาแปลกนะครับ เกริ่นขึ้นมาแบบนี้ บทความนี้ก็เกี่ยวข้องกับการลงทุนอยู่ดี
ผมสะดุดตรงคำว่า “ความมีตัวตน ไม่ได้มีอยู่จริง” หากลองใช้แค่ปัญญาระดับโลกๆของตัวเองไปนึกพิจารณาดู ผมมองว่า พระพุทธเจ้าท่านลึกซึ้งมาก ถึงสามารถมองที่สุดแห่งโลกได้ละเอียดถึงเพียงนี้
เพราะตัวตน คือ การประกอบเข้าด้วยกันของสิ่งหลายสิ่งที่เราหยิบยืมมาจากธรรมชาติ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง กระดู ทั้งหลายล้วนมาจากสารอาหารที่เรารับประทานและเปลี่ยนเป็นพลังงานเพื่อสร้างเนื้อเยื่อและร่างกายนี้ขึ้นมาเป็น “ตัวเรา”
ลองนึกๆเอาตามผมนะ เวลาเราผมยาวขึ้น ไปตัดผมที่ร้านตัด ผมที๋โดนตัดแล้วร่วงลงบนพื้นนั้น ความรู้สึกว่า “เป็นเรา” กับผมที่ร่วงบนพื้นนั้น หายไป ไม่เหมือนตอนที่มันอยู่บนหัว
เล็บที่ตัด ก็เหมือนกัน ฟันที่หักก็ไม่แตกต่าง รวมความแล้ว “ตัวเรา” คือการประกอบขึ้นของสิ่งมากกว่า 1 สิ่ง แต่เมื่อเราลองใช้ใจพิจารณาแยกสิ่งต่างๆทั้งหลายออกไปเรื่อยๆ ก็จะพบว่า ตัวเรา จริงๆแล้ว ไม่มี!! เพราะมันไม่มีอยู่แต่เดิมอยู่แล้ว แต่เรานั้นละ หยิบยืมธรรมชาติขึ้นมาชั่คราวคราว ก่อนที่จะคืนมันไปในที่สุด
ยากไปใช่ไหมครับ 555

งั้นขอยกตัวอย่างง่ายๆ กับพาหนะที่ชื่อว่า รถยนต์
รถยนต์ก็อยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์ และแน่นอน ผมกำลังจะบอกว่า รถยนต์ จริงๆแล้ว ก็ไม่ได้มีอยู่จริง มันคือการประกอบกันขึ้นมาด้วยอะไหล่ไม่ต่ำกว่า 200 ชิ้น
ลองถอดพวงมาลัยรถยนต์ออก เราไม่รู้สึกว่าพวงมาลัย คือ รถยนต์ ลองถอดเอาล้อออก เราก็ไม่รู้สึกว่า ล้อ คือ รถยนต์ ลองถอดอะไหไล่แต่ละชิ้นออกมา เราก็ไม่รู้สึกว่า อะไหล่แต่ละชิ้นเป็นรถยนต์ แต่ความเป็นรถยนต์ จะเกิดขึ้นมา ก็เกิดจาก การประกอบรวมกันของอะไหล่ทุกชิ้น ในองค์ประกอบที่ลงตัวและเหมาะสม เท่านั้น (แค่เอามากองๆรวมกัน มันก็ไม่เป็นรถยนต์อยู่ดี)
แล้วในเรื่องของการลงทุนล่ะ?
การลงทุน ก็อยู่ภายใต้กฏไตรลักษ์ตามหลักพุทธศาสนาเหมือนกัน คุณจะเรียก การกระทำอะไรก็ตาม ที่ทำให้เงินทองเพิ่มขึ้น แล้วเรียกว่า การลงทุน มันก็คงไม่ง่ายอย่างนั้น
แค่นั่งอยู่หน้าจอ Streaming แล้วซื้อขายหุ้นที่วิ่งเขียวๆแดงๆอยู่ตรงหน้า นั้นก็ไม่อาจเรียกว่า การลงทุน ได้เต็มปาก
การลงทุน จะต้องประกอบไปด้วย การวิเคราะห์ข้อมูล การประเมิณสถานการณ์ ประเมิณความเสี่ยง ใช้เหตุผล หาราคาเหมาะสม มีกลยุทธ์ มีแผนการรองรับ หากขาดข้อใดซักข้อหนึ่ง หรือใช้เพียงแค่ข้อเดียว แล้วเรียกว่า การลงทุน ดูไปก็เหมือนการขับรถยนต์ โดยที่ไม่มีกระจกมองข้าง ทำอย่างนี้ ต้องเดินหน้าทางตรงอย่างเดียว จะเลี้ยวซ้ายที ขวาที คงจะเสี่ยงไปเฉี่ยวรถข้างๆเข้า หรือหนักกว่า หากคุณขาดข้อที่จำเป็นมากๆ มันอาจจะเหมือนขับรถยนต์โดยที่ล้อหายไปข้างหนึ่ง ถึงจะพอวิ่งไปได้ แต่คุณคิดหรือว่า มันจะไปได้ตลอดรอดฝั่ง??
เราเห็นเซียนหุ้นที่โต และสร้างฐานะจากการลงทุนในหุ้นมากมาย นั้นคือ สิ่งที่เรารู้จักในฉากหน้าของเขาแค่ผิวเผิน แต่เบื้องหลัง กว่าที่เขาจะลงทุนสำเร็จ นั้นผ่านกระบวนการมามากมาย ประกอบด้วยหลายปัจจัยกว่าจะมาเป็นเซเลบในโลกการลงทุนทุกวันนี้นะครับ
ตัวตน รถยนต์ และการลงทุน เหมือนกันตรงที่ เกิดจากการประกอบกัน ของอะไหล่แต่ละชิ้น ในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมลงตัว และในสัดส่วนที่พอดี
สิ่งที่สำคัญสำหรับ การลงทุน ก็คือ คุณต้องรู้ว่าส่วนผสมที่เหมาะสมกับตัวคุณมีอะไรบ้าง
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเราก็คือ อย่าลืมว่า ไม่ว่าคุณสร้างอะไรมาเท่าไหร่ สุดท้ายเราก็ต้องคืนให้โลกไปเท่านั้น อย่ามัวแต่คิดหาเงินกันนะครับ

//www.iammrmessenger.com/?p=237
2511 หุหุ
 
 

โดย: อิอ่อนสอนขัน IP: 124.120.51.94 วันที่: 5 ตุลาคม 2555 เวลา:13:34:02 น.  

 
 
 
อ่ะโหลลลล เพิ่งไป กระตุก หางหมา
ที่ห้อง สาดหนามาจร้าาาาาาาาาาาาา

//www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y12643656/Y12643656.html#353

แบ่บว่า เพิ่งไปปะเหลาะขอยื้มล็อกอินป๊ะป๋าหมาน มาใช้ได้ อิอิ
แหม๊ ?ใจจริง ตรูล่ะอยากจะ อยู่ เม้าส์มอย ที่นั่นต่ออีกสักร้อยวัน
แต่ก้อ เกรงใจ อิคิตตี้ มันว่ะ มัน ตั้ง กติกา ไว้ว่า

ถ้าอิการ์ฟิลด์ ยัง ทวนศีลทวนจิตไม่เสร็จ อ่ะนะ
ห้ามไปทำแร่ดระห่ำ ที่ไหน แบ่บเต็มตัว ๆ เด็ดขาดดด
( อนุยาด ให้ทำได้แบบ กระปิบกระปอย 55555 )
และ ในเมื่อ อาเหล่าม่า มันปฏิบัติภารกิจมิสชั่น อิมพอสซิเบิ้ล ที่ห้องสาดหนาเสร็จแระ
เมิงก็จงไสหัวกลับเข้ากะลา แล้วกลับมาบำเพ็ญเพียร ต่อได้แระว้อยยย


ก็เรยแวะมา ร่ำลาแควน ๆ คร้าาาาาา

บ๊ายบายยยย

ปอลิง
อ้อ แควน ๆ เจ้าขราาาาาาหากช่วงนี้ มีเหล่าสัมภเวสี
มาเร่ร่อน โพสนู่นโพสนี่ แปลก ๆ ใน สุสานโบราณแห่งนี้
ก็อย่าได้แปลกใจไปเลยน้าาาาาาาาา
เพราะว่ามันอาจ จะเป็น วิบากกรรม ของอาเหล่าม่า
ที่ สะแหล๋นเจ๋น ไปอาละวาด ที่พันติ๊ป ก็ได้อ่า
อาเหล่าม่า ก็ขอ อนุยาด หายหัวเข้ากะลา ก่อนเด้อออ
( ไงก็ตัวใครตัวมัน นะเธอว์ )

โบราณทั่นว่า รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอด เป็นยอดชะนี นี่นะ หุหุ



 
 

โดย: ยอดชะนีบัวหุบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 5 ตุลาคม 2555 เวลา:21:28:00 น.  

 
 
 
มาดุว่าเลขอะไร

7796
 
 

โดย: หลบภัย IP: 58.181.134.142 วันที่: 8 ตุลาคม 2555 เวลา:9:59:16 น.  

 
 
 
มาช่วยเพิ่มยอดเม้นแบบมึนๆ
 
 

โดย: เสี่ยวเฟย วันที่: 8 ตุลาคม 2555 เวลา:17:08:44 น.  

 
 
 
บัวเหล่าที่ 5 เหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
----ห่างไกลธรรมะอย่างแรงนะ
ถนัดแต่สุมหัวเจงๆ แต่สุมหัวเรื่องชาวบ้านน่ะ
เอิ้กๆๆๆ

คนหน้าตาดี
นิสัยน่ารักเว่อร์

คนมึนข้างบนนั่นแหละ
 
 

โดย: ห่ะโหห่ะเห IP: 182.52.7.135 วันที่: 9 ตุลาคม 2555 เวลา:11:06:05 น.  

 
 
 
พี่ข้างบน พูดรุนแรงจัง
นู๋กัว --" 6651
 
 

โดย: หลบภัย IP: 58.181.134.142 วันที่: 10 ตุลาคม 2555 เวลา:9:02:02 น.  

 
 
 
โฮะๆๆๆ
มีคำคมๆ มาฝาก จร้า ^.^

"คนตระหนี่ ให้ของที่ต้องใจ คนชอบพูดเหลวไหล ให้เอาความจริงไปสนทนา"

(ก๊อปมาจากคอมเม้นท์ในเว็บเมเนเจอร์ออนไลน์ นะจ๊ะ)

8041 หุหุ
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.120.225.25 วันที่: 10 ตุลาคม 2555 เวลา:10:27:19 น.  

 
 
 

อืม....แท้งกิ๋ว สำหรับทุก ๆ ฟามเห็น
ที่ อุส่า สละเวลาอันมีค่า
มาโพส เพื่อเพิ่มเรทติ้งหั้ยจร้าา
แต่ว่าช่วงนี้ คงต้องขออภัย
ที่ไม่ค่อยจะได้ ออกมาต้อนรับขับสู้
ยกขนมขะต้ม มา เลี้ยงดูแขกเหรื่อเท่าไร


การศึกมันติดพัน มัวแต่ไป แก้ผ้าโทง ๆ
อ่อยหนุ่ม ๆ ที่ เวบพันติ๊ป มาคร้าาา
เฮ้ออ จิง ๆ ตอนแรกก็ตั้งใจ
จะ ซุกหัวเข้ากะลาแระน้าาา
แต่ พอโพสใน กะทู้ของ บักระนาด
ไป แค่ ดอกส์สองดอกส์ เท่านั้นแหล่ะ

เก๊าะ ดันมี คนมาหลง ซาเหน่ อาเหล่าม่า
หลังไมค์มาแจกลูกยอ ให้แบบเนี๊ยะ
























From : ... [6 ตุลาคม 2555 02:15] เพิ่มชื่อใน Contact List Ignore
ตอบกลับข้อความ


ส่งต่อข้อความ


ถึงคุณนู๋บี อยากให้มาอยู่ประจำห้องศาสนาพันทิปจังเลย อ่านสนุก มีสาระ
ที่นี่ไม่ค่อยมีรูปลิงให้ดู มีแต่รูปแมว






อ่านแล้วเล่นเอา อาเหล่ามันระริกระรี้
ดีใจจนน้ำหมาก กระฉอกกกกกกกกกกกก
แล้วไป ออดไปอ้อน ขอ ต่อเวลา แร่ดที่ พันติ๊ป
ผลก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ใน ลิงค์เนี๊ยะ แหล่ะ อิอิ
( แต่เดี๋ยวคงต้องรีบหาช่องทางชิ่ง
วิ่งออกจากวงปฏิจ ณ ห้อง ศาสดา ว่ะ)

ก็อย่างที่บอกแหล่ะ ว่า
ถ้ายัง ทวนศีลทวนจิตไม่ครบคอร์ส
ก็ยัง ไปแร่ดระห่ำ แบ่บเต็ม ๆ ตัวมิได้
ส่วนตอนนี้ ถือว่าเป็นช่วงโปรโมรชั่น
สมนาคุณแควนขับคนสุดท้องงง อิอิ


 
 

โดย: อาเหล่าม่า พยายามจาหุ๊บบบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 10 ตุลาคม 2555 เวลา:18:01:02 น.  

 
 
 
ปอลิง 1

อ้อ จิงดิ แวะมาแจ้ง ข่าวคราว
ให้ บรรดาแควนขับรุ่นเก๋าด้วยจร้าา
ตอนนี้ ล็อกอิน blank123 ของทั่นน้องชาย
โดนแบนถาวรใน เวบพังจิต แระอ่า
เล่นเอา อาเหล่าม่า งงเป็นไก่ตาแตก เรยวุ้ย
ก้อไหนตอนแรก ป๊อป อัพ มันเด้งขึ้นมา
คุยบอกตรูว่า จะแบน ถึงวันที่ 8 นี้ฟระ
ไป ๆ มา ๆ ดั๊น แบนถาวรซะงั้น

อะซิก ๆ อิหม่ามี๊ ขราาา สงสัย คงถึงเวลา...
ที่ต้องมาปะเหลาะขอ หยิบยื้ม ล็อกอิน ของอิหม่ามี๊
ไปปู้ยี่ปู้ยำ...เอ๊ย...ไปทำเป็น นอมินี
อย่างที่ อิหม่ามี๊เคยออกปากเปิดไฟเขียว ให้แระอ่า
เฮ้ออ จิง ๆ ก็ ม่ะอยาก รบกวน อิหม่ามี๊ เรยน้าาา
เพราะ การสมัครที่ พังจิต น่ะ มันง่ายโคตร ๆ
ไม่ยุ่งยาก อะไรเหมือนพันติ๊ป เล๊ยยยยยยยย


แต่ ก็นั่นแหล่ะนะ สมัครเอง มันไม่เท่ห์ ว่ะ
แต่ถ้า ได้ อิน้องหมื่นโม มา เป็น นอมินี
นี่ เวลาไปโพสอะไร มันทำให้ รู้สึกดูดีมีคลาส ขึ้นตั้งแยะ
เอ่อ...ไม่ทราบว่า อิหม่ามี๊ พอที่จะให้ นู๋บี หยิบยื้มล็อกอิน ได้อ๊ะปล่าวคร้าา
( ถ้า อิหม่ามี๊โอเคนะคะก๊ะอาเหล่าม่า
รบกวนส่งอีเมล์บอกลายแทงพาสเวิร์ด มาหั้ยทีน้าาา แหะ..แหะ... )


อ้อ แต่ขอ เตือนไว้ก่อนนะ ว่า
ถ้า อิหม่ามี๊ ใจอ่อน ยอมหลวมตัว
ให้ใช้ ล็อกอิน มาเป็น นอมินี
นู๋บี ก็ไม่สามารถรับประกันความเสี่ยง ให้ได้น้าาา
เพราะ รู้สึก สังหรณ์ใจตะหงิด ๆ ว่า
ถ้าเป็น นอมินี เมื่อไร ล็อกอิน อิหม่ามี๊
คงจะมีชะตากรรมเดียวกับ
ล็อกอินของ อิน้องชาย แหง๋ ๆ เรยว่ะ แหะ...แหะ...


ปอลิง 2
อ้อ ก่อนที่จะ แว่บไปตบจูบ ก๊ะ หนุ่ม ๆ ที่พันติ๊ปปปปปป
ขออนุยาด ประกาศแจ้ง เรทติ้งล่าสุด ของบล็อกนี้ ให้รับแซ่บ
( เผื่อจะมีคน เอาไปตีเป็นเลขเด็ด หุหุ


จำนวนผู้ชม 12829 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 220 ครั้ง


 
 

โดย: อาเหล่าม่า พยายามจาหุ๊บบบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 10 ตุลาคม 2555 เวลา:18:02:25 น.  

 
 
 
ยินดีให้อาเหล่าม่ายิ้มล๊อคอินเว็บพังจิต จร้า
ส่งอีแมวไปบอกแระนะ
ถ้าเข้าไม่ได้ก็ส่งข่าวมาบอกแระกัน เพราะมันอาจมีผิดพลาดได้
หุหุ
ว๊าว เลขจ๋วย 6996 ซะงั้น
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.121.247.164 วันที่: 11 ตุลาคม 2555 เวลา:10:13:15 น.  

 
 
 
ก๊อปปี้บางส่วนมาจากข่าวเมเนเจอร์ออนไลน์
...
บ้านเมืองของเรามาถึงจุดที่แยกแยะไม่ออกระหว่างความดี ความชั่ว แยกแยะไม่ออกระหว่างความถูกใจ กับ ความถูกต้อง

แยกแยะไม่ออกระหว่างการรักษากฎหมาย กับ การทำความดีว่าเป็นคนละเรื่องคน

มีคนดีไม่น้อยที่พลาดทำผิดกฎหมาย แต่ไม่เคยมีสังคมไหนอนุญาตให้คนดีมีอภิสิทธิเหนือคนอื่นด้วยการทำผิดกฎหมายได้

สิ่งเดียวที่จะยึดเหนี่ยวประเทศไทยในวันนี้ได้ คงต้องขอพึ่งธรรมมะของท่านพุทธทาสจาก หนังสือธรรมสากัจฉา ระหว่างพุทธทาสกับคึกฤทธิ์ (พ.ศ.2515) ท่านพุทธทาส ความว่า

“ทุกศาสนาล้วนแต่มีธรรมะเป็นเนื้อใน ซึ่งถ้านำออกมาใช้ได้ก็จะแก้ไขวิกฤตการณ์ของโลกได้ การทำให้โลกมีศาสนาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งแห่งยุคปัจจุบัน ศาสนิกของแต่ละศาสนาจะต้องเข้าถึงแก่นแท้แห่งศาสนาของตนๆ จึงจะร่วมมือกันช่วยโลกได้

สิ่งที่ต้องระมัดระวัง ตั้งข้อสังเกตเป็นพิเศษอย่างหนึ่งก็คือ เรากำลังทำกันได้แต่เพียงรู้ธรรมะ แต่ไม่มีธรรมะ ยังไม่มีธรรมะใช้ในการแก้ปัญหานั้นๆ อย่างเพียงพอ เราไม่บังคับตัวเองให้มีธรรมะอย่างที่เราได้เรียนรู้ เรายังไม่ละอายในการที่เราไม่มีธรรมะ เรายังไม่กลัวอันตรายอันเกิดขึ้นจากการที่เราไม่มีธรรมะ

การศึกษาระบบ “สุนัขหางด้วน” แห่งโลกยุคปัจจุบันนั้น นอกจากไม่สอนธรรมะ มัวแต่สอนหนังสือกับวิชาชีพแล้ว ยังสอนไปในทางไม่ให้บังคับตัวเองด้วย โดยถือว่าเป็นการเสียอิสรภาพและผิดหลักจิตวิทยา พลโลกยุคปัจจุบันจึงอยู่ในฐานะที่ยากที่จะมีธรรมะมากยิ่งขึ้นทุกที เพราะหลงมีรสนิยมแห่งการตามใจตัวเอง อันเป็นข้าศึกต่อธรรมะ

คนในยุคปัจจุบันบูชาความอร่อยทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แทนการบูชาพระเจ้า โลกจึงอัดแออยู่ด้วยเหยื่อกามารมณ์ และวิธีการบริโภคกามารมณ์อย่างวิปริตวิตถารชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน”

ตามด้วยบทกลอนธรรมมะของท่านพุทธทาสเตือนสติคนไทยว่า “ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ”

ถ้าศีลธรรม ไม่กลับมา โลกาวินาศ มนุษย์ชาติ จะเลวร้ายกว่า เดรัจฉาน

มั่วหลงเรื่อง กินกามเกียรติ เกลียดนิพพาน ล้วนดื้อด้าน ไม่เหนี่ยวรั้ง บังคับใจ

อาชญากรรม เกิดกระหน่ำ ลงในโลก มีเลือดโชก แดงฉาน แล้วซ่านไหล

เพราะบ้ากิน บ้ากาม ทรามเกินไป บ้าเกียรติก็ พอไม่ได้ ให้เมาตน

อยากครองเมือง ครองโลก โยกกันใหญ่ ไม่มีใคร เมตตาใคร ให้สับสน

ขอศีลธรรม ได้กลับมา พาหมู่คน ให้ผ่านพ้น วิกฤตการณ์ ทันเวลา

ศีลธรรมจะกลับมาทันเวลาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคนไทยทุกคน !

//www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000124508

9254 หุหุ
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.121.247.164 วันที่: 11 ตุลาคม 2555 เวลา:11:27:40 น.  

 
 
 
อุ้ย เจอ login K.
แล้วๆ หลบจะทักยังไงเนี้ย
พี่ขวัญ เปลี๋ยนไป๋

เลขไม่สวยเท่าไร 5479
 
 

โดย: หลบภัย IP: 58.181.134.142 วันที่: 11 ตุลาคม 2555 เวลา:15:49:55 น.  

 
 
 
อ่า....พี่ขวัญ เปลี่ยนไป๋หรา
เปลี่ยนยังไงอ่า
รัศมีธรรมโมะหรือคลื่นออร่าเปลี่ยนไป๋หรา
ถ้าเจอ K. ก็ทักเนียนว่า อาเหล่าม่า ไปเร้ยยย
หุหุ

เลขจ๋วยพอได้ 8835 !!!
 
 

โดย: พี่ขวัญ IP: 115.87.185.58 วันที่: 11 ตุลาคม 2555 เวลา:21:32:07 น.  

 
 
 

Friday, October 12, 2012 12:13 AM
From: นู๋บี
To: อิหม่ามี๊

แท้งกิ๋วเจ้าค่ะอิหม่ามี๊ ที่ใจดี ยก ล็อกอิน หั้ยเอาไปใช้ ปู้ยี่ปู้ยำ
ว่าแต่ ยกล็อกอิน ให้ชาวบ้านใช้ตามใจชอบ งี้ ปรึกษา ป๋าโจ อ๊ะยังเนี่ย ?
เด๋วป๋าแกเคือง แล้วหาเรื่อง ฟ้องหย่า ขึ้นมา
จามาโทษ นู๋บี บ่ ได้ เด้ออออ อิอิ


อ้อ และถ้าไง เพื่อ ป้องกันไม่ให้ชาวบ้านสับสน
ว่า เฮ้ยย อิคนโพสเป็นใครกันแน่ฟระ
นู๋บี ขอ อนุยาด อิหม่ามี๊ เปลี่ยนแปลง ลายเซ็น ใน ล็อกอิน นะเจ้าคะ
กะจะ เขียนบอกชาวบ้านตรงลายเซ็น ว่า

"อิฉันยื้มล็อกอิน อิเจ้ขวัญ มาใช้เจ้าค่ะ"

อ่ะเจ้าค่ะ ไงก็ขออนุยาด นะคร้าาาา แหะ...แหะ....



อ่ะ ส่วนอันนี้ ล็อกอิน และ พาสเวิร์ด อมยิ้ม ของ ป๊ะป๋าหมาน
เจ้าเงาะ มันเอามาแบ่งปันอิรจนา ให้ร่วมด้วยช่วยใช้คร้าาาา

Log in : ป๊ะป๋าหมาน
password : ....
( จำง่าย ๆ .... อิอิ )


เผื่อ ว่า อิหม่ามี๊ เข้าไปอิแร่ดแต๊ดแต๋ ในพันติ๊ป
แล้วเกิดนึกครึ้ม อยากจะสะเดาะโซ่ตรวนออกจากคุกขี้ไก่แอบหนีปั๋วไปแจมกาทู้
ก็เอาไปใช้ได้ ตามฉะบาย เช่นกันจร้าาา นึกซะว่า เป็น ล็อกอิน ของตัวเอง ก็ได้
ไม่ต้องเกรงใจ ป๋าหมานหรอกน้าาาาาาาาาาาาาาาา


ไงซะ ป๊ะป๋าหมาน คงจะไม่ว่าอะไรอยู่แระ
เผลอ ๆ อาจจะชอบใจ ซะด้วยซ้ำ
ที่ มี อิน้องหมื่นโม มาช่วยทำคะแนน เพิ่มเรทติ้งให้งี้น่ะ
( คาดว่า ถ้า เจ้ไปวิ่งเล่น แถวนั้น เมื่อไรนะ
คงจะช่วยทำให้ป๊ะป๋าหมาน ได้ชุบตัวในบ่อทอง
กลายเป็น เซเลบคนดังประจำห้องศาสดา
และ ได้ กิ๊บ( เอาไว้มาติดผม ) ตรึม แหง๋ ๆ เรย


อิอิ ก็ดีเหมือนกัน ตราชั่งความชอบความชัง มันจะได้ สมดุล ขึ้นมามั่ง
เพราะ ถ้ามีแต่ อิลูกสาว มันยื้มล็อกอินมาใช้ อยู่คนเดว
เด๋ว มีหวัง ป๋า ได้นอนสะดุ้ง ไปแปดตลบ
เพราะ โดนชาวบ้านชาวช่อง ให้ศีลให้พร
สามเวลาหลังอาหาร แหง๋ ๆ เรยหุหุ



ว่าแต่ นู๋บีแอบเข้ามา ล่อลวง
ชักชวน อิหม่ามี๊ หนีลูกไปเที่ยวเล่นที่พันติ๊ปงี้
ป๋าโจ จามีมะโห อยากกระโดดเตะก้านคอ นู๋บีไหมเนี่ย ? กัว ๆๆ ซิก ๆ


อ่ะ เอากาทู้ที่ไปประเดิมโพส มาฝากด้วยจร้าาา หุหุ



......

จำนวนผู้ชม 12925 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 221 ครั้ง
 
 

โดย: อาเหล่าม่า จาหุบลงไหมวะเนี่ย ? เหอะ...เหอ... (นู๋บี ) วันที่: 12 ตุลาคม 2555 เวลา:1:03:02 น.  

 
 
 
ตามฉะบายเรยนะ อาเหล่าม่า หุหุ
ไม่ต้องไปถามป๋าโจหรอก เพราะเขาเคยบอกไว้ว่า
ให้ลืมล๊อคอินที่เว็บพังจิตไปเรยยยย!!!
ขนาดจะขอเข้าไปลบล๊อคอินทิ้ง
ป๋ายังบอกไม่ต้องเพราะให้โอกาสครั้งสุดท้ายไปแร้ว
ก็เรยยังเหลือมาถึงวันนี้ให้อาเหล่าม่าเอาไปปู้ยี่ปู้ยำได้อีก ง่ะ
หุหุ

สำหรับล๊อคอิน ป๊ะป๋าหมาน ก็ขอบใจมากเรยนะ
แต่คงไม่ได้ไปใช้ อะ เพราะรับปากป๋าโจไปแระ
ว่าจาล้างมือในอ่างทองคำ ไม่เข้าไปสิงที่เว็บไหนๆอีก
(ยกเว้นบลอกของอาเหล่าม่านู๋บีนะจ๊ะ)
หุหุ

7332 เลขจ๋วยพอได้ หุหุ


 
 

โดย: อิหม่ามิ๊ IP: 110.169.227.94 วันที่: 12 ตุลาคม 2555 เวลา:9:08:36 น.  

 
 
 
อิอิ ต้องขอบคุณ ป๋าโจ นะเนี่ยที่เป็นเหตุปัจจัย
ทำให้ นู๋บี ได้มีวาสนา ครอบครองล็อกอิน ของ อิน้อง หมืนโม ฯ
ไง ก็ฝาก อิหม่ามี๊ ไปแท้งกิ๋ว ป๊ะป๋าโจด้วยคร้าาา


เออ แต่ว่า มีขอฉงฉัย อ่า ว่า ไม ป๊ะป๋าโจ
ถึง ยังยอมให้ อิหม่ามี๊มาเพ่นพ่าน แถวสุสานโบราณ ล่ะหว่า ?
ป๋าแก ม่ะกัว นู๋บี จะล่อลวง อิหม่ามี๊ ไปทำมิดีมิร้าย
แอบชวนไปจับกลุ่ม สวิงกิ้งหรอกหรือ เจ้าคะ หุหุ ?

อ่ะ เอาคลิปแจ่ม ๆ มาฝากคร้าาาา
( ม่ะรู้เคยดูผ่านตามา รึยังน้าาา )

//www.youtube.com/watch?v=5T-BzQKFUHI

เนี่ย นั่งดู เมื่อตะวานก่อน
แล้วเกิดอาการดราม่า ขึ้นมากะทันหันเรย
รู้สึกเหมือนกับว่า มีอะไรจุกอยู่ในอก
น้ำตาร่วงงี้ ร่วงผล็อย ๆ เลยว่ะ
ยิ่ง ช็อตสุดท้าย ที่ อิคุณยายอัลไซเมอร์
มันมองแล้วถามคุณตา ว่า "เหนื่อยมั๊ย ?"
แล้ว คุณตาทั่น อมยิ้ม แล้วส่ายหัวปฏิเสธ อ่ะ


ที่สำคัญ อ่ะนะ จะบอกว่า
ตอนที่เห็น ซีนคุณตา นั่งอมยิ้ม
มองคุณยาย เคี้ยวข้าวทำหน้าบึ้ง ๆ อ่ะนะ
จู่ ๆ ดูแล้วนึกถึงคู่ทรหด เอ๊ย คู่ทุกข์คู่ยาก
อย่าง อิหม่ามี๊ ก๊ะ ป๋าโจ ชะมัด เรยอ่า อิอิ

ปอลิง
แท้งกิ๋ว อีกครั้ง สำหรับเรื่อง ล็อกอินคร้าาา
ถ้าไงก็ขออนุยาด เอาไปต้มยำทำแกง ตามใจชอบ แระน้าาา
อ้อ ตอนนี้ นู๋บี ปป. ลายเซ็นในล็อกอิน แล้วน้าาา
เปลี่ยนเป็น อันเนี๊ยะ แทนอ่า

" ล็อกอินนี้ เซ้งมา เมื่อ ต.ค.55 กรรมใดต่อจากนี้ไป
จึงไม่เกี่ยวก๊ะ k.kwan แล้วจร้าา"



อิหม่ามี๊จาได้ ไม่ต้องมาซรวยแทนนู๋บี
(เวลาที่นู๋บี ไป ดราม่า ก๊ะครายอ่า )
เด๋ว จะนอนสะดุ้งคืนละ แปดคลบ
เพราะโดนคนแอบก่นด่าโคตรพ่อโคตรแม่ แทนนู๋บี หุหุ

-----------------------------------------
จำนวนผู้ชม 13004 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 221 ครั้ง
---------------------------------------


 
 

โดย: อาเหล่าม่า พยายามจาหุ๊บบบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 14 ตุลาคม 2555 เวลา:0:13:14 น.  

 
 
 
อาเหล่าม่า รอบคอบจริงวุ้ย หุหุ
แระก็ขอบใจเรื่องคุณยายอัลไซเมอร์ ด้วยนะ
ยังไม่เคยดูอะ ก็ตลกดีอะ แต่สงสารคุณตาเนอะ
คุณตาอึดโคตรๆ อะ ที่ทนคุณยายฯได้
แต่ให้สงสัยจิ๊บๆ ว่าคุณยายทำกรรมอันใดหนอ
ถึงได้เป็นอัลไซเมอร์ และได้มาเจอคนดีๆอย่างคุณตาได้
อิอิ

แระขอให้อาเหล่าม่า มีแควนขับ(ไล่)เยอะๆนะ
จะได้สมน้ำสมเนื้อก๊ะอาเหล่าม่าหน่อย
เอ่อ- -" ว่าแต่ว่า
อาเหล่าม่าจะทำแฮตทริคติด all time new high brand
แบบว่า จะโดนอุ้ม+โดนแบนด์ล๊อคอิน K. ภายกีวันอ่า
หุหุ ดิดว่ายังไงเสียเรทติ้งของอาเหล่าม่าก็ขลังว่าชื่อ
ลีอคอิน K. อยู่แลีน มากรี๊ดดดดให้อาเหล่าม่าล่วงหน้า
เรยนะ ขอให้โชคดีติดแบรนด์ไวไว คิคิ
มีอาเหล่าที่ไหน ที่นั่นต้องมีแบรนด์ มันเท่ห์เจงๆว่ะ

1038 หุหุ
 
 

โดย: อิหม่ามิ๊ IP: 61.90.67.31 วันที่: 14 ตุลาคม 2555 เวลา:16:15:15 น.  

 
 
 
มีข่าวมาฝาก เรื่องของความรักและความผูกพันธ์
เมียอุ้มสามีป่วยไปขอทาน.. ต่างคนต่างมอง มีทั้งรักทั้งเกลียด
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - เป็นเวลาเกือบ 20 ปีที่หญิงชาวเวียดนามคนหนึ่งใน จ.นามดีง (Nam Dinh) ทางตะวันออกเฉียงใต้กรุงฮานอย ต้องให้สามีที่ป่วย และอ่อนแอขี่หลังทุกวันเพื่อไปขอทาน และปฏิบัติกิจวัตรนี้เป็นประจำแทบจะทุกวัน ท่ามกลางความเห็นอกเห็นใจของผู้ที่พบ และรู้จักเบื้องหน้าเบื้องหลัง
ผู้ที่รู้เรื่องราวอันเป็นเบื้องหน้าเบื้องหลังของคนทั้งสองกล่าวว่า ฝ่ายหญิงคือ นางเหวียนถิเตวียต (Nguyen Thu Tuyet) มีความมุ่งมั่นอย่างสูง และเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อให้มีเงินไปรักษาสามีคือ นายเหวียนวันกวาง (Nguyen Van Quang) ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจเรื้อรังจนกว่าเขาจะหาย

ทั้งคู่อายุ 45 ปีเท่ากัน แต่งงานอยู่กินกันมาตั้งแต่อายุ 20 แต่เพียงไม่กี่ปี นายกวางก็เริ่มมีอาการป่วย และการรักษาโรคนี้ทำให้สองสามีภรรยาต้องขายทรัพย์สินทุกอย่างที่มีอยู่ รวมทั้งบ้านที่ได้รับตกทอดจากบรรพบุรุษด้วย ปัจจุบัน จึงต้องอาศัยอยู่ในเพิงเล็กๆ ที่สร้างขึ้นบนที่ดินที่ถูกทิ้งให้รกร้างของญาติฝ่ายหญิง

ในปีแรกๆ เตวียตได้ดิ้นรนทุกทางเพื่อหาเงินไปรักษาสามี ตั้งแต่เป็นแม่ค้าขายของในตลาด รับจ้างทำงานบ้านกับอีกสารพัด แต่เมื่ออาการของนายกวางเริ่มรุนแรงมันทำให้เธอต้องละทิ้งทุกอย่าง เพื่ออยู่ดูแลเขาอย่างใกล้ชิด .. ชีวิตคนทั้งสองจึงลงเอยด้วยการเป็นขอทานที่ทำให้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา สำนักข่าวเวียดนามเอ็กซ์เพรสรายงาน

นางเตวียตบอกกับสำนักข่าวออนไลน์แห่งนี้ว่า เธอสามารถแบกรับความยากลำบากได้ทุกอย่างเพื่อให้สามีหายป่วย และหากเป็นไปได้เธอก็พร้อมที่จะเป็นฝ่ายรับความเจ็บปวดแทนสามีด้วย..
--------
แถมด้วยคอมเม้นท์ ที่น่าสนใจหุหุ
ความคิดเห็นที่ 1
เค้าว่าดูน้ำใจผู้หญิงให้ดูตอนที่ผู้ชายจน ดูน้ำใจผู้ชายให้ดูตอนที่มันรวย
10 minutes

//manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9550000125738

1340 หุหุ
 
 

โดย: อิหม่ามิ๊ IP: 61.90.67.31 วันที่: 14 ตุลาคม 2555 เวลา:16:42:25 น.  

 
 
 
เฮ้ย ฟามเห็น 1 แจ่ม ว่ะ อิอิ

เค้าว่าดูน้ำใจผู้หญิงให้ดูตอนที่ผู้ชายจน
ดูน้ำใจผู้ชายให้ดูตอนที่มันรวย



แล้วก็ ขอบใจ ที่อุส่า สะเดาะโซ่ล่ามขา
แอบหนีปั๋วหนีลูก มาอวยพร เรื่อง แบรนด์ ๆ
นี่ ๆๆๆ รู้แล้ว เหยียบไว้เรยน้าาาา
อิตั้วเจ้นู๋บี มันอยากให้ ติดแบรนด์ ในเร็ววัน
อาเหล่าม่า จะได้ ยอมลงรู กลับไปจำศีลในกะลา ซ้าที
หาเรื่องอู้ จนจะออกพรรษา อยู่แระ หุหุ


แต่ ม่ะรู้ ทำไม๊ ม่ะโดนแบรนด์ ซ้าที ก็ม่ะรู้
รู้แต่ว่า ทำแพทริก ที่ห้อง ศาสดา
โดนย้ายกระทู้ไปอยู่ที่ขนำน้อยปลายนา
มา 3 กระทู้รวด แระ เหอ...เหอ..


ว่าแล้ว ก็เอากาทู้ที่ถูกเนรเทศ มาอวด อิอิ

//www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y12780581/Y12780581.html

//www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y12781963/Y12781963.html

//www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y12783734/Y12783734.html


พูดแล้วจาหาว่าคุย กาทู้สุดท้ายนี่แหล่มสุด
โพสได้แค่ ไม่ถึง ครึ่ง ชม. ก็โดนย้ายซะแระ
แหม๊ ? นู๋บีก็ว่า กาทู้มันก็เกี่ยวข้องก๊ะ ห้องศาสดา อยู่น้าา
อุส่า โพสคำบาลี ตรึมเรยยยย ม่ะรู้ ใครอ่านแล้ว แสลงใจอะไร 5555


อ้อ ส่วนอันนี้ กาทู้ดราม่า ที่กะลังไปตบตี ก๊ะหนุ่ม ๆ
ที่ห้องศาสดา อ่ะจร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

//www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y12785076/Y12785076.html

ว่าแต่ อิหม่ามี๊ ถือหางข้างใครเอ่ย ?
ระหว่าง อิตา chohokun ก๊ะ อาเหล่าม่า
ทั่นด๊อก เลคเตอร์ บอก
มันถือหางข้างอาเหล่าม่า 10 เอา 1
ไอติมลุงบ้านหม้อ รึใครจะรอง !


 
 

โดย: อาเหล่าม่า พยายามจาหุ๊บบบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 14 ตุลาคม 2555 เวลา:21:46:21 น.  

 
 
 

เออ มีเรื่อง ขำ ๆ เกี่ยวก๊ะ กาทู้ ล่าซู๊ดดด มาเล่าโดย
วันนี้ ขึ้นเวร ก๊ะ น้อง ด. ( ประธานชมรม คนร้ากกก พี่นู๋บี ) อ่ะ
ครึ้ม ๆ ก็เรยเอา กาทู้เรื่อง เอี้ย ๆ มา เม้าท์มอย
แล้ว ก็ถามต่อยอด มันไป ประมาณ ว่า

แล้วถ้า สมุติ ตำนานพุทธอวตาร มันเป็นเรื่องจริง ขึ้นมา
น้อง ด. จะ ทำยังไง ยังเลือกที่จะ นับถือศาสนาพุทธ อยู่ไหม ?
ถ้า ความจริงที่รับรู้มา มันขัดแย้ง และ ไม่สอดคล้อง
กับ ความเชื่อ ความศรัทธาที่แบกเอาไว้ น้อง ด. จะทำยังไง ?


รู้ป่ะ มันตอบอิฉันว่า ไง ? มันตอบ ประมาณว่า
มันก็คงจะ กัดฟันทู้ซี้ นับถือต่อไป
และ จะพยามหาเหตุผลมาคัดง้าง
เพื่อรักษา ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ของตัวเองเอาไว้
( ก็ตามกลไกการป้องกันตัวเอง ตามหลักจิตวิทยา อ่ะนะ อิอิ )


แต่ ครั้นพอ อิฉันจี้ถามถึง เหตุผลของการกระทำ เพิ่มเติม
ว่า ทั้ง ๆ ที่ ในสถานการณ์นั้น ด. ก็รู้ทั้งรู้แล้วนะ
ว่า ตำนาน พุทธอวตาร มันมี จริง จริ๊งงงง
แล้วไง๋ยัง จะนับถือ สมณะโคดม อีกฟระ

มันเก๊าะเรย หัวเราะแหะ ๆ
และยืดอกบอกตามตรงแบบง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า
มันยอมรับก็ได้ ว่ามันกำลัง แถ เจ้าค่ะ อิอิ

ครั้นพอ อิฉันนึกครึ้ม ร่ายยาว เลคเชอร์
ถึง แนวคิด และ สิ่งที่ อิฉัน ตัดสินใจ เลือก ที่จะกระทำ
เกี่ยวกับ กรณี ตำนาน พุทธอวตาร อันจริงแท้ นี้ ให้มันฟัง มั่ง
หูยยยย รู้ป่ะ มันฟังแล้ว ก็มองหน้า อิฉันอย่างชื่นชมมากมาย
ราวกับเป็น ปูชนียบุคล ก็ไม่ปาน
( แบ่บเดวก๊ะที่ ไอ้โซ๊ยตี๋ มันเคยชื่นชมไว้ ) เด๊ะ เยย อ่า


แถมมันยังปลาบปลื้ม ในตัว ปูชนียบุคคล คนนี้
จนอดไม่ได้ ที่จะเอาไปโพทนา หั้ยชาวบ้านฟังอีก ด้วยน้าาาา ว่า

ไม่ต้องไปหาพระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบที่ไหนไกล
ถ้า อยากเจอคนที่รู้แจ้งเห็นจริง ในเรื่องการปฏิบัติ
ในโรงบาลนี้ก็มี เก๊าะ อิตั้วเจ้นู๋บี นี่แหล่ะ
เป็นผู้ที่ปฏิบัติ แล้ว รู้แจ้งเห็นจริง
พี่เค้า ภูมิสูง กว่า เรา และ พระบ้าน ๆ หลาย ๆ รูป แถวนี้ซะอีก


โฮ่...โฮ่....ฟังแล้ว อาเหล่าม่ามัน หัวเราะก้ากกกก
เฮ้ออ ไม่คิดไม่ฝันเลยว่า กะอีแค่ เสนอแนวคิด
แบ่บตามใจฉัน ไปแค่เนี๊ยะ
มันจะ ไปกระแทกต่อมศรัทธา
ทำให้ ไอ้เจ้า ด. มัน ซาบซึ้งตรึงใจ ได้ซ้าขนาดนี้

นี่ก็ม่ะรู้ว่า มันจะอิน จนไปเปลี่ยนชื่อ ชมรมคนรักพี่นู๋บี
ให้กลายเป็น ชมรมคน ชาบู ๆ เอ๊ย ศรัทธา พี่นู๋บี ไหม ?
กรูล่ะเสียวโดนมัน เอาดอกไม้ธูปเทียนมาจุดธูปไหว้ ขอหวย จริงจริ๊งงง



อิอิ ว่าแต่ อิหม่ามี๊ ลองทายซิ ว่า
อิตั้วเจ้นู๋บีไปโชว์ภูมิกึ๋นภูมิธรรม อีท่าไหนน้อออ
ทำไม ไอ้เจ้า ด. มาถึงกล้ามา ชาบู ๆ
ยกให้เป็น ปูชะนี ยะบุคคล

แหม๊ พูดแร้วจาหาว่า คุย
เนี่ย มันยังบอกอีกน้าาา ประมาณว่า
อยากจะให้ คนในห้องศาสดา
ได้ มีโอกาสมาเห็นตัวตนที่แท้จริง ของพี่บี เหมือนผมจังเยยย หุหุ

แหน่ะ ๆ อย่าเพิ่งเลี่ยนจนอยากอ้วก นะเจ้าคะ อิหม่ามี๊ขราาา
นู๋บี เปล่ายกหางตัวเอง แล้ว แสร้ง สตอเบอร์แหล๋ น้าาาาา
อิเจ้า ด. มัน พูดงั้นจิง ๆ อ่า ได้ยินเต็มสองหูเล๊ย
( แหม ๆ นู๋บีถือศีล 5 อยู่น้าาา ขี้โม้แค่ไหน ก็ขี้ตั๋ว บ่ได้ดอกคร้าา 555 )


อิอิ แร้ว เด๋วจามาฉะเหลย น้าาาา
ว่า อิตั้วเจ้ มันไปพูดอิท่าไหน ทำคุณไสยใส่ ไอ้เจ้า ด. บยังไง
ทำไมมันถึงหน้ามืด มาแอบปลื้ม เรา ซะขนาดนี้ หุหุ
แต่ ตอนนี้ ขออนุยาด แวะไป ตั้งกาทู้ ใหม่ เพิ่มเติมดีฝ่า
เพื่อว่า คนในห้องศาสดา อ่านแร้วจาได้
เกิดอาการ ซาบซึ้งตรึงใจแล้ว หลงซาเหน่ในตัว อิตั้วเจ้นู๋บี
แบบเดวก๊ะที่ ไอ้เจ้า ด. มันกำลัง พบเห็น และ เป็นอยู่ หุหุ


+++++++++++++++++++++++++++++++++
จำนวนผู้ชม 13052 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 221 ครั้ง
+++++++++++++++++++++++++++++++++

 
 

โดย: อาเหล่าม่า มันจาหุบได้ไหมเนี่ย ? เหอะ ๆ (นู๋บี ) วันที่: 14 ตุลาคม 2555 เวลา:21:56:29 น.  

 
 
 
อิอิ
อยากฟังที่อาเหล่าม่า สำแดงพลังแห่งปัญญาให้ นู๋ ด. ฟังจัง
ว่าจะแหล่มไขนขนาด หุหุ อยากฟังมว๊ากกกก..จนน้ำลายจาหก
ถ้าจะให้นึกเอง ก็ไม่ออกไม่ออกง่ะ (55)
รอฟังอาเหล่าเฉลยดีฝ่า

ที่จี้ถาม จนนู๋ ด.ยอมรับความจริงว่าแถ ได้อย่างพากภูมิจัย
ก็เจ๋งอ่า...แสดงถึงฟามมีกึ่นอันใหญ่โตโอฬาร หุหุ

แระก็ ความจริงก็คือฟามจิง อะนะ ไม่เห็นน่าอายเลยเนอะ
น่ารักดีออก แถ ก็ยอมรับว่า แถ หล่อดีวุ้ย หุหุ

9832 หุหุ
 
 

โดย: อิหม่ามิ๊ IP: 124.120.53.66 วันที่: 15 ตุลาคม 2555 เวลา:10:31:06 น.  

 
 
 
เพิ่งรู้ว่านู๋บีเกิดเดือนนี้
ไงก็ HBD ย้อนให้น้า ขอให้อาเหล่าม่านู๋บีอายุยืนหมื่นๆปี
มีหนุ่มๆสาวๆและเด็กๆ รวมทั้งคนแก่ยักแย่ยักยัน ติดใจใน
รสอาหารที่อาเหล่าม่าปรุงใส่ปากให้กินทุกมื้อๆ เรยนะ อิอิ
และมีแฟนขับตรึมๆยิ่งๆขึ้นไป มีแฟนๆถามหากันไม่ขาดปาก
ไปทุกเว็บบอร์ดเรยน้า หุหุ
แระก็สวยเช้งกระเด๊ะไปตลอดกาลนานเทอญ (อิอิ)
2430 หุหุ
 
 

โดย: อิหม่ามิ๊ IP: 124.120.53.66 วันที่: 15 ตุลาคม 2555 เวลา:10:50:30 น.  

 
 
 
ตามไปอ่านมาม่าของอาเหล่าม่ากะหนุ่มๆที่ห้องศาสดา
แระก็....แซ่บ หุหุ

ปริยัติงูพิษ งี้
ภักษาเต่าปลา งี้
คำพูดคำจาก็ดูถูกเหยียดหยามคนอื่นแบบขวานผ่าซาก
ให้เกียดอาเหล่าม่ากันจัง อ่า หุหุ
แต่สำนวนคุณchohokun นี่อ่านผ่านๆนะ เยอะเกิ๊น หุหุ
แต่ก็เดาประเด็นของเขาไว้เฉยๆนะ ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกป่าว

แระก็...
ตะละแม่ เทียวเสี้ยมมม คนนี้ เกรียน หรือ เก๋าาาาาาา

อิหม่ามิ๊ ก็...ก็เห็นว่า ทั้งเกรียนและเก๋าส์สสส เรยน้า
แต่อาเหล่าม่าจะไปหาหนวดเต่าเขากระต่ายที่ห้องศาสดา
ได้สำเร็จสมดังใจหมายหรือป่าวนี่ อิหม่ามิ๊ก็ขอเอาใจช่วย
แระกัน แต่เซี้ยวเสียวแทน เรื่องชอบควักกล่องดวงใจ
ของคนอื่นมาโยนเล่นนี่ดิ กัวม๊อบคนที่ถูกควักหัวใจ
แล้วทนมะด้ายจะเหยียบอาเหล่าม่าแบนแต๊ดแต๋
ตั้งกะไก่โห่ (ฮิฮิ) โทดฐานไปแตะต้องของรักของหวงของที่
เขาเทิดทูนบูชากัน แถมยังทำตัวเป็นตอลิบานระเบิด
พระพุทธรูปต่อหน้าต่อหน้าลูกพระพุทธรูปอิ๊ก
ชักฉงฉาน ป๊ะป๋าหมานนิดๆ มีลูกฮ๊าวห้าว แถมชอบ
เย้ยฟ้าท้าดินอีกแหนะ หุหุ

ว่าแต่ว่า ล๊อคอินป๊ะป๋าหมานจะได้ติดแบรนด์ ไวไว ปะเนี่ย
เสียวแทน หุหุ

เพื่อร่วมสนุกเรื่องโคธชาดก ก็นะ
ใจอิอ่อน นะ มันบอกว่าคำสอนมีหลายประเภทเพื่อเอาไป
ประยุกต์ใช้ตามสถานการณ์ เรื่องต้องพิสูจน์ตามก่อนการ
เชื่อตามก็มี เช่นสติปัฏฐานสูตร และคำสอนเพื่อใช้ในการ
ปฏิบัติได้เพื่อมรรคผล อันนั้นสาวกอย่างเราก็ไปพิสูจน์กัน
ได้ในชาตินี้แหละเนอะ ส่วนนิทานชาดกต่างๆก็อ่านเพื่อ
ประเทืองปัญญาไปก่อน ถ้ามีพระสัมมาสัมโพธิญาณ หรือ
สารพัดญาณต่างๆที่จะพิสูจน์ความจริงได้แล้วค่อยไปพิสูจน์
ความจริง ถ้ายังไม่มีญาณไปพิสูจน์อะไรไม่ได้ก็ต่างคน
ต่างไปทำมากินเฮอะ สร้างญาณของตัวเองดีฝ่า ไม่รู้แต่อยากจะสู่รู้แก้ตัวแก้ต่างในเรื่องคำสอนที่หมิ่นเหม่ต่อการ
พิสูจน์ทราบมันจะได้รู้จริงกันรื้อ!!!
สู้ไปทำนาทำสวนไปปฏิบัติธรรมเพื่อให้ได้อย่าง
ที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ก่อนดีฝ่า จะไปตบตีแถไถกะ
คนอื่นๆที่ศรัธทาจริตต่างกับเรา เพื่อปกป้องศรัธทาของ
ตัวเองแต่ไม่ได้ปกป้องสิ่งที่เป็นสัจธรรมของตัวเอง ซะงั้น

3738 หุหุ
ปล.ยังไม่เจ๋งนะ ก็พูดตามที่คิด มีศรัทธาของตนที่ต้องปกป้อง
อยู่เหมือนกัน เพียงแต่ยอมรับความคิดต่างของคนอื่นได้
และไม่ได้อยากให้คนอื่นมาคิดเหมือนเรา ความคิดใคร
ก็ความคิดมันเนาะ บางทีคนอื่นอาจจะพูดถูกและเราอาจจะ
พูดผิดก็ได้ ถ้าโยนิโสแบบไม่เข้าข้างตัวเองได้ ก็แจ่ม อะนะ
จะพูดจะจากับใครก็จะไม่ยึดตัวเองเป็นใหญ่เป็นโต หุหุ

แทงหวยข้างอาเหล่าม่าตะละแม่นู๋บี ง่ะ ว่าอย่างไรซะ
ก็เอาตัวรอดจากม๊อบคนห้องศาสดาได้แบบไร้รอยขีดข่วน
แต่คนอื่นนี่ดิ อาจจะติดใจจนผูกพันธ์คิดถึงแต่อาเหล่าม่า
แบบว่าเห็นหน้าอาเหล่าม่าก็คิดถึงแต่ปริยัติงูพิษไปซะแระ
หุหุ ตีตราจองอาเหล่าขังไว้ในใจเป็นแบรนด์ยี่ห้อดังไปซะงั้น
ขนาดเรื่องนู๋บี ผ่านมาหลายๆปีแระ ยังมีแควนเก่าๆมาแจก
ฟามร๊ากกกกนู๋บีกันให้ฮึ่ม ภาพพจน์มันติดตราตรึงใจ
วางกันไม่ลง จริงๆ สมกะคำว่า รู้ธรรมะ แต่ไม่มีธรรมะ รึป่าว
ขนาดเป็นห้องศาสดา นะเนี่ย หุหุ

เข้าข้างอาเหล่าม่าเนี่ย จะโดนหางจระเข้ฟาดหน้าไหมนี่
หุหุ
 
 

โดย: โว๊วๆๆๆๆๆๆโว๊ววววว!!! IP: 124.120.53.66 วันที่: 15 ตุลาคม 2555 เวลา:11:53:46 น.  

 
 
 
นึกอยู่พอประมาณว่า สำนวนอันโดดเด้งของพี่เจ้นู๋บี ละม้ายไปทางเดียวกะใคร
ฮ่าๆๆ ที่แท้ก็พี่เอกวีวี่นี่เอง
ปัด เจ๊ก กะ บุก คน จีจี
 
 

โดย: จิตตินนท์ IP: 113.53.205.9 วันที่: 15 ตุลาคม 2555 เวลา:20:16:28 น.  

 
 
 
อ่ะ เอา อาราย มาหั้ย
อิน้องหมื่นโมฯ ปากพระร่วง
ก๊ะ ไอ้ตี๋ จิกตรีน ดู อ่ะ อิอิ

ดู ๆ ให้ดี มีอะไรให้ดู
คราย ม่ะช่ายพวกเรา
ม่ะช่ายพวกเรา ( เราก็หั้ยดู ! )


https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=bsonjb&month=06-05-2011&group=2&gblog=11

ดีใจด้วยจร้าาาาา อิน้องหมื่นโมฯ
ที่ได้รับโอกาส ให้ ติดแบรนด์
เหมือนชาวบ้าน ชาวช่อง เค้า ซะที
แล้วอย่าลืมตบรางวัลหนัก ๆ ให้อาเหล่าม่า
เป็นค่าจ้าง ที่ อุส่า ไปเสาะหา แบรนด์
มาติดให้ อิน้องนู๋หมื่นโมฯ ด้วยล่ะ อิอิ

ปอลิง

เฮ้ย ไอ้ตี๋จิกตรีน อิเจ้ ฝากไปจิกหัว เอ๊ย ไปส่งข่าวคาวๆ
ถึง อาเจ่กสับสน ! ของลื้อ ให้ ช่วยมาซับน้ำตาให้ อิเจ้นู๋บี ทีดิ๊
รับประทานแบรนด์ อีกแระ กรู แง๊


++++++++++++++++++++++++++++++++
จำนวนผู้ชม 13115 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 222 ครั้ง
++++++++++++++++++++++++++++++++


 
 

โดย: ฉะมาชิก ผู้มีแบรนด์ อะซิก... อ่ะซิก.... (นู๋บี ) วันที่: 15 ตุลาคม 2555 เวลา:21:01:09 น.  

 
 
 
อันนี้แถมมมมมจร้าาาาาาาาาาาาาาาาาา
( มอบหั้ยเป็นพิเศษ แด่ อิพวกพี่มอด ณ เวบ พังจิต หุหุ )

//www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y12793992/Y12793992.html
 
 

โดย: ฉะมาชิก ผู้มีแบรนด์ อะซิก... อ่ะซิก.... (นู๋บี ) วันที่: 15 ตุลาคม 2555 เวลา:22:05:48 น.  

 
 
 
อืมนั้นดิ เห็นใบแดง รีบเข้าไปดู เลย
เท่ห์ดี ใครไม่เคยโดน ไม่รู้หรอก ปลื้มเข้าตากรรมการ
อย่างหลบภัย ได้แค่ใบเหลืองเอง พยายามอีกนิดนุง

ต้องมีสักวัน ต้องมีสักวัน
6290
 
 

โดย: หลบภัย IP: 58.181.134.142 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:9:12:38 น.  

 
 
 
คนส่วนใหญ่เขาไม่เก็ทเจตนาของอาเหล่าม่าเลยนะ หุหุ
โดนกาหัวว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิซะงั้น
ฉงฉัยพวดมอดเขาไม่ได้รับรัศมีธัมโมะและศีล6
ของอาเหล่าม่าแหงมๆ
เห็นอาเหล่าม่าเป็นมิจฉาทิฏฐิไปซะได้ กร๊ากกก!!
นี่ๆๆๆ อาเหล่าม่าว่าพวกเขาเห็นบิดเบือนไม่เห็นสัจธรรม
ของอาเหล่าม่า หรือว่าอิหม่ามิ๊มันเลอะเลือนเห็นบิดเบือน
กันแน่วะ คริ คริ (ใครเลอะเลือนกันวะ หุหุ)

ตกลง พวกเราที่เห็นดีเห็นงามในกัลและกัลเนี่ย
เป็นเพราะสติปัญญาเลอะเลือนเหมือนๆกันแน่เรยว่ะ คิคิ
ถึงได้เห็นต่างจากชาวประชาเว็บบอดและอิพวกมอดเว็บฯ
เนี่ยเห็นๆอยู่ว่าทุกเว็บเขาสามัคคีกันแจกแบรนด์ให้
อาเหล่าม่าเป็นเอกฉันท์เรยนะ มีแค่ลิโป้กะตั๋งโต๊ะแระก็
ขาเว็บฮารด์คอร์ไม่แคร์สื่อที่เป็นจำนวนน้อยนิดของ
ชาวเว็บที่เห็นดีเห็นงามในตัวหนังสือและเจตนาดี๊ดี
ของอาเหล่าม่า ขนาดคุงจ่าดราม่า ยังเมินเฉยไม่กล้าตอแย
กะอาเหล่าม่าเร้ย!!!

ปล.คนอื่นๆเขาไม่ชอบมุกแสดงกึ๋นของอาเหล่าม่ามั้ง นะ
หุหุ ดูท่าอาเหล่าม่าต้องใช้ปัญญาระดับสุดตรีนลึกซึ้งสุดหยั่ง
ซะละมั้ง ถึงจะเปล่งรัศมีธัมโมะและศีล6 (คิคิ)
ไปกระแทกตรีนนและหัวจายของแควนขับ(ไล่)
ชาวโลกไซเบอร์แอนด์มอดเว็บฯทั้งหลายให้เปิดหัวใจ
ยอมรับอาเหล่าม่าได้ หุหุ

ปล.2 คนมีศีล6 จะเป็นมิจฉาทิฏฐิได้ไงเนอะอาเหล่าม่าเนอะ
เอ๊ะ หรือว่าพวกเราเข้าใจอารัยผิด คิคิคิคิคิ
หรือว่า ปริยัติงูพิษ มันมีจริงๆ หุหุ
ไงก็ขอให้กำลังใจอาเหล่าม่าสู้เขาต่อไปเนอะ
อาเหล่าม่าสู้ๆ เขาปิดประตูบ้าน ก็ยังสู้ๆ เนอะ อิอิ
อาเหล่าม่าไม่เมื่อย อาเหล่าม่าไม่เหนื่อย อาเหล่าม่า สู้สู้ๆๆ

9878 เลขจ๋วยอีกแระ!!!


 
 

โดย: อิหม่ามิ๊ IP: 124.120.13.187 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:9:53:20 น.  

 
 
 
อิอิ นู๋หลบฯขรา เรื่องแบรนด์นะ
เป็นฟามสามารถพิเศษเฉพาะตัวของอาเหล่าม่าเขาน่ะ
ยากจะเลียนแบบได้ หุหุ
แบ่บว่า อาเหล่าม่าอีมีสารพัดพิษฯเป็นชาดตระกูล ง่ะ
ตั้งแต่ตระบองเพชร หมามุ่ย ลาบน้ำตกและซกเล็ก
อีก็แหลกล่ายหมดไม่มีท้องเสียท้องผูกท้องเฟ้อเรอเหม็นฯ
อีแหลกล่ายชิลๆทุกเม็ดไม่มีระคายเคืองกะเพาะอาหาร
เรยมั้ง หุหุ ใครจะไปกินแข่งอิตั่วเจ้และอาเหล่าม่าได้ไหว
ไม่ไหวๆ หุหุ กินไม่บันยะบันยัง กินจุ กินไม่เลือกข้าง คิคิ
แถมไม่ติดพิษไม่กระเทือนลอยตัวตล๊อดดดด ใครไปเป็น
คู่กรณีเอ๊ยคู่กัดตุนาหงันก๊ะอาเหล่าม่านี่ มีแต่ขาดทุนป่นปี้ ง่ะ
เพราะอีไม่มีจองเวรกะครายไม่มีฟามผูกพันธ์กะคราย
ปล่อยวางตล๊อด สดใสปิ๊งๆๆๆๆลอยตัวได้ตล๊อดดดด หุหุ
มีแต่ครายๆจะมารักมาจองเวรกะอิตั่วเจ่+อาเหล่าม่า อะนะ
พอจองเวรปั๊บมันก็เสื่อมถอย แต่เขาไม่รู้กันมั้งว่า
รักอาเหล่าม่าซะสุดตรีนกันปายแระ
ให้เกลียดอาเหล่าม่าตล๊อดดดดด!!!
อันนี้ชื่นชมจากอกเหี่ยวๆของอิอ่อน เรยนะวุ้ย คิคิ

อาเหล่าม่าเขาสำเร็จเคล็ดวิชาอาหาเรปฏิกูลสัญญาแร้วม้าง
นู๋หลบฯจะฝึกวิชานี้กะเค้าด้วยเหรอ คิคิ

7240 หุหุ
 
 

โดย: พี่ขวัญ IP: 124.120.13.187 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:10:11:22 น.  

 
 
 
นั้นดิพี่ สงสัยเป็นความสามารถของพี่เขาจริงๆ
ยอม นับถือ
ขนาดหลบไปกวนโอ๊ยสุดๆ แม้ก็ยังทนสีได้
ปราบเทวดา ก็โดนแบนเหมือนกัน สมน้ำหน้านัก
อิจฉา วุ้ย
4681 วันนี้ ออกเลขไรเนอะ
 
 

โดย: หลบภัย IP: 58.181.134.142 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:11:09:33 น.  

 
 
 
อ่าววววววว....เพ่ปราบฯก็เอาแบรนด์แข่งกะเขาด้วยหรา
ิึิคิคิ
วิชากะท้อนใจ ยิ่งทุบยิ่งหวาน เหอๆ
แรงส์เท่าไหร่ก็ไม่กะเทือนซาง ชิลๆ
เราไม่หลง เราไม่โมหะ เราไม่โกรธ เราไม่ชอบ
เราไม่โลภฟามรัก เราไม่โลภฟามเกลียด หุหุ
เราอยู่แบ่บพอเพียง ใครรักเราก็นิ่งรู้ ใครเกลียดเราก็นิ่งรู้
มันก็แค่พลังงานตามธรรมชาติ ธรรมดาๆของชาวโลกอะ
มีรัก มีเกลียด มีเฉย มีโลภ มีหลง มีไม่มีก็เป็นเรื่องธรรมดา
เราแค่ รู้ทันเขา รู้ทันตัวเอง รู้ทันคุณมึง รู้ๆๆๆๆไปรู้มา(อิอิ)

ปล. เรื่องหวยไม่สนทัด แต่ชอบมองเลขจ๋วย มันมีคลึ้มๆว่ะค่ะ
7946 หุหุ
 
 

โดย: พี่ขวัญ IP: 124.120.13.187 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:11:34:12 น.  

 
 
 
โพส์ทไปติดแบรนด์ ซะงั้น
รอนู๋บี มาปล่อยแบรนด์ ละกัล
หุหุ ได้แบรนด์กะเค้าเหมือนกัน อิอิ

8605 มะได้ใบ้หวยเนอะ เลขมันจ๋วยดี หุหุ
 
 

โดย: พี่ขวัญ IP: 124.122.122.170 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:13:13:44 น.  

 
 
 
โพส์ทที่ติดแบรนด์ ขึ้นมาละ ผีหลอกปะเนี่ย หุหุ
1875
 
 

โดย: เอ๊ะ ยังไง IP: 124.122.122.170 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:13:14:50 น.  

 
 
 
แวะ มา ปลดเซ็นเซอร์ หั้ย อิหม่ามี๊
แล้วเด๋ว คืนนี้จามา สำแดงปาหี่ เดอะ ลิง
ตอน ขำกลิ้ง ลิงติดตัง ให้ดูเล่น แทนละครตอนหัวค่ำ หุหุ


 
 

โดย: อาเหล่าม่า ไม่ยอมจาหุบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:13:19:01 น.  

 
 
 
ช่วงนี้ว่างๆ แต่ไม่ค่อยวาง
เรื่องหวยน่ะเหรอ ก็ไม่ได้เล่นหรอก
เมื้อกี้ไปกินก๊วยเตี๊ยวมาอีก
แม้ค้าขนเนื้อให้ใหญ่เลย สงสัยช่วงกินเจ

ไม่มีไรทำเลย
เฮ้อ อยากไปบวชชี แต่ติดตรง ใส่ผ้าถุงไม่เป็น กรำ -*-
5741
 
 

โดย: หลบภัย IP: 58.181.134.142 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:13:21:06 น.  

 
 
 
จำนวนผู้ชม 13209 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 222 ครั้ง

 
 

โดย: อาเหล่าม่า ใบ้หวยยย ก่อนสำแดงกฤษดา อภินิหาร หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:13:27:16 น.  

 
 
 
อาเหล่าม่า มีญาณฮับเบิล ปะเนี่ย หุหุ
แต๊งส์นะฮับ ที่มาปล่อยแบรนด์ให้

อาหลบฯ เรื่องผ้าถุงเรื่องเล็กน่า
เอาผ้าขาวไปจ้างเขาเย็บให้เป็นผ้าถุงสำเร็จดิคะ
ใส่ยางยืดเข้าที่เอวก็เหมือนเดรสสุ่มยาวๆแระ
แระก็ อนุโมทนาด้วยเน้อ ที่มีฟามคิดอยากบวชชี (อิอิ)
เป็นฟามฝันอันสูงสุดของพี่ขวัญเรยนะนั่น อยากบวชชี
หุหุ

2062
 
 

โดย: หุหุ IP: 124.122.122.170 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:13:32:45 น.  

 
 
 
ตื่นเต้ลลลลๆๆๆๆๆๆ
มารออาเหล่าม่าสำแดงกฤษดา อภินิหาร หุหุ
7271
^.^
 
 

โดย: หุหุ IP: 124.122.122.170 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:13:36:02 น.  

 
 
 
นี่ๆๆๆๆ
ถ้าสาวๆทั้งโลก นี่รักคานยิ่งชีพ รักอิสระไม่อยากมีปาท่องโก๋
ไม่สนเรื่องกินกามรักเกลียดและหัวโขน หรืออยากบวชชี
กันหมดเนี่ย โลกใบนี้จะเป็นยังไงต่อไปวะคะ
ขอให้โลกนี้มีฟามสงบ สมถะและสันโดษ จงเจริญ เย้ๆๆๆๆๆ

ฝันเฟื่องอีกแระช้านนนนน หุหุ
6568
 
 

โดย: หุหุ IP: 124.122.122.170 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:13:42:36 น.  

 
 
 
อ้าวเพิ่งรู้ว่า แม่ชีก็ใส่กระโปรงได้
หูยไม่น่าโง่ ตั้งนานเลยเนอะ

อยากขึ้นคานเหมือนกันแต่หมดสิทธิแระ
เมื่อคืนดู แรงเงา อิน มว๊ากกก
ทำไมยอมเอาทองพ่อ ไปจำนำชุดเจ้าสาว
เรื่องจริงมีไหมเนี้ย รักมากมายขนาดนี้
4796
 
 

โดย: หลบภัย IP: 58.181.134.142 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:13:49:33 น.  

 
 
 
แม่ชีใส่กระโปรงได้ป่าวไม่รู้
รู้แต่ว่า พี่ขวัญก็นุ่งผ้าถุงไม่เป็น มันไม่มั่นใจ หุหุ
แต่ถ้าตัดเป็นผ้าถุงสำเร็จรูป คือจับจีบด้านหน้าแบบผ้าถุง
แล้วที่เอวทำเหมือนกระโปรงติดตะขอหรือหูรูดแทน
ก็น่าจะโอ นะ แหะ แหะ คิดเองเออเอง
แต่ไม่ได้ไปถามต่อว่าแม่ชีที่วัดจะโอเค กะพี่ขวัญหรือป่าว หุหุ

เรื่องละเมงละคร นู๋ไม่รู้ ที่บ้านไม่ได้เปิดทีวี
ลูกเล่นเกมส์ แม่ดูเน็ต พ่อมันก็ดูแต่หนังไทยจีนฝรั่ง
เป็นเรื่องๆไม่มีใครที่บ้านสนใจละเม็งละคร เรยอ่า
ดูไม่เป็น เม้าท์ไม่ออก ฮิฮิ

4984 หุหุ
 
 

โดย: หุหุ IP: 124.122.122.170 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:14:15:36 น.  

 
 
 
ดูไม่เป็นก็ดี นะพี่ คนละมุนกันเลยนะที่บ้านพี่ขวัญ
ปกติหลบไม่ดูละคร ท่องแต่เนต

มาห้องอภิญญา
และ บ้า Fb
มีพี้นที่กูรู
และก็จบที่รู้ๆ กันไป

นางเอกอ่ะ ชอบผู้ชายที่เป็นสามีคนอื่น ยอมที่จะเป็นหนี้สิน
เพื่อจะเอาเงินมาแต่งตัวสวยๆ ให้ผุ้ชายมอง
และสุดท้าย ก็ฆ่าตัวตายเพราะผู้ชาย
ที่มักง่ายคนหนึ่ง มีมากมายในสังคม นี้อ่ะนะ

นู๋ดูแล้ว นาอินจัง 6740
 
 

โดย: หลบภัย IP: 58.181.134.142 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:14:39:17 น.  

 
 
 
ฟังๆดูกสงสารนางเอกเหมือนกันเนอะ
แต่ก็นะ ภาษาพระฯก็ต้องบอกว่านางเอกเข้าข่ายมิจฉาทิฏฐิ
สุดท้ายก็โดนทิฏฐิที่ผิดนั้นแหละทำลายตัวเอง
เอ่อ...ถ้านางเอกมันอยากบวชชี ^.^
หรือเห็นทุกข์ภัยของความหลงผิด
หรือโชคดีเป็นคนมีศีลมีธรรมประจำใจรู้ละอายต่อบาปนะ
หรือมีปัญญาสัมมาทิฏฐิก็ไม่ต้องเป็นทุกข์จบชีวิตแบบไม่สวย
แต่ใครจะรู้สัจธรรมได้แบบพระผู้รู้จริงละเนอะ
รักผู้ชายผิดก็ตายเหมือนกัน
รักผู้ชายที่ไม่สมควรรักก็เหมือนฆ่าตัวตาย
รักสมถะรักสันโดษแสวงหาสัจธรรม..ออกบวชชีดีฝ่าเนอะ
เรื่องทางโลกมีแต่กิเลสที่ทำลายตัวเราเอง
ถ้าใช้ทางโลกเพื่อแสวงทางธรรมเพื่อการพ้นทุกข์พ้นโลก
ถึงจะสมควรแก่การที่จะทำเนอะ
แต่ก็ต่างจิตต่างใจ ติดหลงแต่ทางโลกก็ห่างไกลทางธรรม
คนแบบนางเอกละครก็มีเต็มไปหมดในโลกนี้ไม่งั้นพวก
ดีไซด์เนอร์ออกแบบเสื้อผ้าของสวยๆงามๆก็คงขายไม่ออก
หรือว่าพวกเรามันพวกเลอะเลือนบิดเบือนขวางโลกวะคะ
ที่เห็นความสมถะและสันโดษจากกิเลสเป็นสุขอย่างยิ่ง
หุหุ
4518
 
 

โดย: พี่ขวัญ IP: 124.122.122.170 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:16:16:07 น.  

 
 
 

พบปัญหาบางอย่าง กรุณาตรวจสอบด้วยครับ

ขออภัยด้วยครับ ชื่อนามแฝงของคุณไม่สามารถโพสตั้ง-ตอบกระทู้ได้ชั่วคราวเนื่องจาก สวัสดีค่ะ คุณ ป๊ะป๋าหมาน

ทีมงานได้ทำการลบกระทู้ เช่น 12793992 เผยแพร่ความเห็นผิด ? (เมื่อ นู๋บีทวงถามฟามยุติธรรม จาก มอดเวบฯ ที่ พังจิต ! )
มัน เป็นเรื่อง ที่เลวทรามต่ำช้า
จนถึงขนาดที่ต้อง สั่ง แบนถาวร
และ ไม่ยอมให้ อิฉัน มี ที่ยืน ใน เวบพังจิต เรยเชียวหรือ ?
ศรัทธาของไอ้พวกพุทธมามกะจ๋า
มัน บอบบาง จน แตะ ไม่ได้เลยใช่ป่ะ ?
นั้น
ออกไปจากระบบ เนื่องจากท่านแสดงความคิดเห็นโดยใช้คำหยาบคายก้าวร้าว
การลบความคิดเห็นออกไปนั้นเพื่อรักษาบรรยากาศการแลกเปลี่ยนความเห็นใน
เว็บบอร์ดให้กับเพื่อนสมาชิกอื่น
ซึ่งทำให้บรรยากาศพูดคุยเสียไปถือเป็นการรบกวนการใช้งานของเพื่อนสมาชิก
ตามที่ได้ประกาศไว้ในไกด์ไลน์ ทีมงานจึงทำการลบกระทู้ดังกล่าวออกไปนะคะ
และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการที่ท่านจะถูกระงับการใช้งานทีมงานจึงขอความ
ร่วมมือจาก ท่านโปรดงดโพสต์กระทู้ที่มีเนื้อหาคำหยาบคายก้าวร้าวค่ะ


 
 

โดย: อาเหล่าม่าจำใจต้องหุบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:16:22:42 น.  

 
 
 
อนึ่งจาก ประกาศข้างบน จึงเป็นเหตุปัจจัย
ให้ อาเหล่าม่ามันฝากมาบอกแควน ๆ ว่า

ช่วงนี้ อาเหล่าม่า ถูก ทั่นมอด ขังคุกขี้ไก่กะทันหัน อ่ะจร้าาา
จึงม่ะสามารถ สำแดงกฤษดาอภินิหาร อะไรได้ ตามที่สัญญาไว้
แถม อิตั้วเจ้นู๋บี ก็ ฉวยโอกาส นี้ ได้ทีขี่แพะไล่
บังคับเสือกไส ให้อาเหล่าม่า กลับเข้าไปจำศีลในรู

อาเหล่าม่า จึงต้อง ขออภัย ด้วย
ที่ทำให้ น้อง ๆ นู๋ ๆ ผิดหวัง ที่รอเก้อ
เพราะ ไม่อาจรักษาสัญญาที่ให้ไว้ได้
( ศีลข้อ 4 ถลอกหมดเยยย ตรู อะซิก ๆ )

ว่าแล้ว อาเหล่าม่า ก็คงต้อง ขออนุยาด
คลานกลับไป เจริญสติปัฏฐาน อยู่ในคุกขี้ไก่ ตามเดิม แระ
เฮ้อออ นี่ก็ม่ะรู้ว่า ทั่นมอดใจดี จามีเมตตา
ให้อาเหล่าม่าออกมาซ่าส์หน้าเวบบอร์ด วันไหน
( โดน ขังลืม ซะละมั้งตรู อะซิก ๆ )

เอ้า เอา ลิ้งค์เนี๊ยะ มาฝากแควน ๆ ไว้ ให้ดูต่างหน้าจร้าาา

จำนวนผู้ชม 13226 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 223 ครั้ง

ปอลิง
อินู๋หลบฯเจ้าขราาาา
พอจามี ล็อกอิน เวบ พังจิต เหลือ ๆ
ที่ไม่ได้ใช้แล้ว แบ่งมาให้ อาเหล่าม่า ยื้มใช้ มั่ง อ๊ะปล่าวว จ๊ะ อิอิ ถามไปงั้นแหล่ะ ( เผื่อฟลุ๊ค อิอิ )
เนี่ย ถ้าได้ล็อกอินอันใหม่ ที่ พังจิตมาใช้ อ่ะนะ
คาดว่า อาเหล่าม่า มันน่าจะ กระดี๊กระด๊าาาาา
แล้ว เกิดอาการ สดใสซาบซ่าส์
หายจากอาการเหงื่อหงอยเซื่องซึม ซ้าที แหะ ๆ



 
 

โดย: อาเหล่าม่าจำใจต้องหุบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:16:24:50 น.  

 
 
 
โอ้ว....คิดถึงเจ๊ลูกบัวผัน จังเร้ยยย
หุหุ
เลขจ๋วย 7855
 
 

โดย: หุหุ IP: 124.122.122.170 วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา:8:53:15 น.  

 
 
 
ตามไปอ่านโพลดูเร็กซ์แระ
ชอบที่ล๊อคอิน อารยัน เขาพูดเหมือนนะ หุหุ แบ่บเนี้ยะ ^.^
อดีตไม่ว่ากัน..เพราะมันผ่านไปแล้ว
แม้จะเคยเกิดเป็นสัตว์ก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้
แต่วันนี้เรามีสิทธิ์เลือกทำได้ทุกอย่างที่อยากจะทำ
จะพูดให้คนเขาชื่นใจก็ได้..ให้เขาสะเทือนใจและด่ากลับมาก็ได้
ลืมกำพืดเดิมๆ จากอดีตที่เราเคยเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานไปซะ
หันมาเป็นสัตว์ประเสริฐเหมือนที่เราเป็นอยู่ในตอนนี้จะดีกว่า..???

หูยยยย...เลขจ๋วยมว๊ากกกก ^.^ 9449
ปล. จากชมรม(หุหุ)...แอ่นแอนแอ๊นนนนน!!! คนเลอะเลือน
แห่งจักรวาลโครตเกรียนล้างโลก - ลงชักโครกซะ !
แหะ แหะ ^.^
 
 

โดย: หุหุ IP: 124.122.122.170 วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา:8:58:56 น.  

 
 
 
เพิ่งจะรู้ ว่ามีกระทู้อวยนู๋บีจากแควนขับ(ไล่)สมัยปี52นู้นนน
ได้ขึ้นเป็นกระทู้แนะนำของเว็บพันดิ๊บ ด้วยแฮะ
มีคนให้เกลียดนู๋บีเป็นร้อยๆเม้นท์เรย ^.^ เยอะเจงๆ หุหุ
กระทู้แนะนำปี52 ขาใหญ่ๆทั้งนั้น หุหุ
//topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2009/06/Y8001484/Y8001484.html

เลขจ๋วยอีกแย้ววว 9798 หุหุ
วันนี้ระบบให้แต่เลขจ๋วยๆ แฮะ ระบบแฮงปะเนี่ย ^.^
 
 

โดย: หุหุ IP: 124.122.122.170 วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา:9:32:43 น.  

 
 
 
มีจ้า

ไม่หวงหรอกจ้า
ป้องกันการเข้าใจผิดของเพื่อนๆ ก็เปลี่ยน ลายเซ็นต์ได้เลย ถ้าไม่ได้ ดื่มแบรนด์ งอลด้วยนะ เอา ขอเพื่อน หลบอีกที อ่ะ เพราะบอกในนี้ ของหลบภัย นาอินจัง amocxy มัน
ใช้ pass เดียวกัน และมันมี PM หวานของพวกหนุ่มๆ
ที่มาขายขนมจีบกัน เดี่ยวเขาจะเสีย ให้หลบ ลบออกก่อน
จะค่อยบอกไปนะ เอาไปติดแบร์ด ทีละชื่อก่อง

พี่เมย์ฝากให้ ตอนนี้พี่เขาไม่ได้ใช้แล้ว กำลังเลี้ยงลูก
ชื่อ .....
passwords ...... จ้า


9200 โห เลขสวยมาก

โดย : หลบภัย วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา: 8:35:48 น.

++++++++++++++++++++++++++++

อิอิ แท้งกิ๋วจร้าาาา อินู๋หลบ
อ้อ ขอนุญาติ หลบโพส อินู๋ แล้วโพสใหม่
( เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน นะจ๊ะ หุหุ )

 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา:9:37:45 น.  

 
 
 
อ่านกระทู้นู๋บีโคตรเกรียนแล้วไปเจอคำพูดนึงของนู๋บีว่า
ถ้าเหล่าพุทธมามกะรู้ว่ายิ่งให้ยิ่งหมด ยิ่งแจกบุญยิ่งหด
อะไรประมาณนี้ จะมีพุทธมามกะ ทำบุญแจกจ่ายบุญกันอีกป่าว
ทุกวันนี้เพราะรู้ว่ายิ่งให้ยิ่งได้ยิ่งทำบุญเยอะก็ได้บุญเยอะ อิอิ
เอ่อ ถ้าเกิดฟามเป็นจริงมันกลับกันเนี่ย
อิอ่อนมันยัง อยากให้ อยากแจก อยากทำบุญเยอะๆอีกป่าว
- -"

ไม่อยากบอกเรยว่า อิอ่อนมันอ่านแล้วชะงัก กึกเรย
เพราะทุกวันนี้ก็ทำบุญเหมือนคนโลภในบุญ เหอๆ
ถ้ายิ่งทำบุญแล้วบุญยิ่งหด
หรือยิ่งให้ยิ่งหมดตัว ก็คงเลิกให้ แน่นอน หุหุ
(จากใจเรยนะเนี่ย งกชัดๆ คิคิ)

7800 หุหุ
 
 

โดย: หุหุ IP: 124.122.122.170 วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา:10:10:57 น.  

 
 
 
อ่านมาถึงเม้นท์นี้
ความคิดเห็นที่ 248

ถ้าเรากลัวเขาบาป เราต้องรีบทำโทษ อย่าไปส่งเสริม อย่าไปให้ความสำคัญ
เขาจะลามปาม
เจอเขาอีก ต้องสกัดยึดทันทีครับ

ในโอวาทสี่ท่านเหลี่ยวฝาน มีเรื่องประมาณนี้ว่า

มีคนเมาคนนึงมายืนด่านายอำเภอ กลางตลาด
นายอำเภอมีเมตตา ไม่ว่าอะไร
ต่อมา อีกสองวัน คนเมานั้นไปฆ่าคน เลยต้องโทษประหาร
นายอำเภอยังเสียใจ ว่า ถ้าเราจับเขามา ติดคุกสั่งสอนสักเล็กน้อย เขาก็คงไม่กำเริบไปฆ่าคน
จนโดนประหารไปได้

โดนยึดอมยิ้ม เป็นโทษเล็กน้อยกว่า กรรมที่เขาจะได้ในนรกมากนักครับ
เจออีกรีบแจ้งยึด อย่าปล่อยให้เขาบาปมากกว่านี้เลย

จากคุณ : จักรแก้ว - [ 30 มิ.ย. 52 23:06:53 ]

อ่านแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ทุกคนเขาหวังดีกะนู๋บีเจงๆนะเนี่ย
การติดแบรนด์ให้นู๋บีไม่ใช่เพราะเกลียดแต่เป็นเพราะ
พวกเขาร๊ากกกกกนู๋บีมว๊ากก ไม่อยากให้นู๋บี ตกนรก ^.^
หรือเป็นเหมือนโจรคนน้านนนนนน น่ะเอง ^.^
หุหุ ถึงว่า มิน่าอิตั่วเจ้กะอาเหล่าม่าถึงได้เอ็นดู
เหล่าพุทธมามะกะจ๋า เป็นอย่างมากถึงมากที่สุด

จากชมรมคนเลอะเลือนแห่งจักรวาลโคตรเกรียน ซะไม่มี
หุหุ 8041 ^.^
 
 

โดย: หุุห IP: 124.122.122.170 วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา:10:22:28 น.  

 
 
 
พี่ลุกบัวผัน เขาเป็นเพื่อนซี้อ่ะ
ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน จำต้อง ทำตัวไม่รุ จักกัน
หลายๆครั้งก็ใช้เครื่องเดียวกันเล่น
แต่ก็ใช้ use ของใครของมัน
แต่หลบ บางครั้งก็ยืมเขามาใช้บ้าง
หลังๆ โดนปราบจับได้แล้วบอกว่า ไม่ดี
เลยเลิกเล่นกัน แต่เราไม่ได้ ทำร้ายใครนะ
ไม่ได้เจตนาร้ายด้วย
มาสารภาพอ่ะ ว่าเบื้องหลัง ทำอะไรไว้บ้าง
แต่นู๋ ไม่คิดว่า นู๋เลว หรือดี หรอกนะ ตอนนี้ นุ๋ สนุกไปวันวัน ลั๊ลลาด้วย เพลานี้

ดังนั้น พี่บี ใช้ชื่อนี้ได้เต็มที่ พี่เมบ์เปิดทางให้แล้ว

โอย ชอบอ่ะ 9766
 
 

โดย: หลบภัย IP: 58.181.134.142 วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา:15:04:46 น.  

 
 
 
หลบไม่ต้องคิดมากหรอก เราเจตนาดีไม่คิดร้ายกะใคร
ไม่มีเจตนาจะหลอกใครนินา ก็โพส์ทไปตามอารมณ์และ
ฟามรู้สึกขณะนั้นๆ จะว่าไปมันก็เป็นคนละชาติภพกันเนอะ
คนเราตอน1นาทีที่แล้วกะตอนนี้ก็เป็นคนละชาติภพกันไป
ล๊อคอินนี้กะล๊อคอินนั้น ไม่เห็นต้องไปยึดมั่นถือมั่นเลย
ใครจะว่าไงก็เรื่องของเขา เราไม่ได้มีเจตนาจะไปทำ
มิดีมิร้ายกะใครก็ดูอย่างอาเหล่าม่าดิ ใครจะว่าจะกัดจะแทะ
อาเหล่าม่าก็ยื่นหัวไปให้เขาแทะได้ตล๊อดดดด
จนคนอื่นเขาทนไม่ได้ต้องปิดปั๊กกะตูหนีอาเหล่าม่าซะงั้น
หุหุ ^.^
คนคิดมาก คนคิดเล็กคิดน้อย เขาว่าเป็นคนแก่เนอะ
เด็กๆอย่างเราก็ซนกันปายยยย ฮุฮุ
มีคนแก่ๆมาว่าก็ทำหูทวนลมปายซะ เหอๆ
ดูดิชมรมคนเลอะเลือนชวนกันทำแต่เรื่องดีดีทั้งนั้น คิคิ
9266 wow


 
 

โดย: หุหุ IP: 110.169.236.216 วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา:16:19:37 น.  

 
 
 
พูดถึง เจ๊ลูกบัวผัน ก็ชอบสำนวนเขานะ ถึงลูกถึงคนดี
จำไม่ได้ละ แต่เหมือนจะโดนใครกัดแทะเอาบ่อยๆนะ
ฮุฮุ พวกนิสัยคล้ายๆกันนะมันมักจะถูกใจเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย
ถึงไม่รู้จักไม่ได้สนิท ก็นิยมชมชอบกันอยู่ในใจ แหละเนอะ
2468 หุหุ
 
 

โดย: หุหุ IP: 110.169.236.216 วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา:16:24:17 น.  

 
 
 
เหล่าพุทธมามกะ จ๋าาาาาาาาา หาก บุญ นี้ ยิ่งให้ยิ่งหด คุณจะเที่ยว แจกบุญ พร่ำเพรื่อไหมจ๊ะ ?

//webcache./searchcache:2KxpJFkxetkJ:board.palungjit.com


เผยแพร่ความเห็นผิด ? (เมื่อ นู๋บีทวงถามฟามยุติธรรม จาก มอดเวบฯ ที่ พังจิต ! )

//webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:UseXIGBzlnAJ.html


รบกวน ท่านผู้ใจดี ในห้องหว้ากอ
ช่วยออกแบบการทดลองเพื่อพิสูจน์ ความจริงเรื่องนี้ ให้ทีค่ะ ^ - ^

//www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X12803455/X12803455.html




จำนวนผู้ชม 13317 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 223 ครั้ง

......
 
 

โดย: อาเหล่าม่า จาหนีตามกาลิเลโอ อิอิ (นู๋บี ) วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:0:00:31 น.  

 
 
 
ช่าย สำนวนเขาก็พอๆ กับพี่หนูบี แระ คิดว่างั้ยแระ
ช่วงนี้ไม่ได้ติดต่อเขาเลย
เขาบอกแต่ว่า นานาเองน่ะ เลิกแอ๊บแบ๊วได้แล้ว
กรูรำคาญ หุหุหุ พี่เขาบอกแบบนี้
หลบ คิดจะเปลี่ยน คนรอบข้างคงตกใจพิลึกเนอะว่าไหม
จู่ๆ ผีคงเข้ามัน
แต่ทำตัวแบบพี่บัวผัน ก็ถ้าจะมันเหมือนกันนะ

ช่ายๆ ธาติเดียวกัน จะถึงมารวมกัน ยกเว้นขั้วเดียวกัน
 
 

โดย: หลบภัย IP: 58.181.134.142 วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:9:41:22 น.  

 
 
 
ห้องหว้ากอ นี่อารมณ์ขันเยอะดีนะ
แถมยังใจกว้างทางฟามคิดอีก
เอ่อ...แต่ว่ากาลิเลโอ เขาตายในคุกอะ
นู๋บีจาหนีตามกาลิเลโอ ยังไงอ่า
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น ทำลายคุกแล้วพากาลิเอโอหนี
น่าจะสนุกก่านะ เอิ๊กๆๆๆๆ
เอ...ตอนนี้ กาลิเลโอ เค้าอยู่ที่ไหนกันเนี่ย
ตามทฤษฎี เขาว่าสสารและพลังงานไม่สูญหายไปไหน
ถ้ากาลิเลโอเขาเปลี่ยนสภาพตาย5อยู่ในคุกของโลกใบนี้
เขาก็น่าจะยังอยู่ในโลกนี้ อะนะ ว่ากันตามทฤษฎีเนาะ
แต่ฟามเป็นจริง ก็ไม่รู้เหมือนกัน อ่า

ชักจาเลอะเลือนพูดจาเพ้อจ้ออีกละ จินตนาการสุดตรีน อิอิ
5621 หุหุ
 
 

โดย: หุหุ IP: 110.169.236.216 วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:10:28:29 น.  

 
 
 
นู๋หลบฯ พี่ขวัญ ก็ชอบแอ๊บสวย แอ๊บแบ๊ว เหมือนกัน ง่ะ
ถ้าปล่อยสันดานเดิมออกมา แบ่บสุดตรีน สุดๆ อะนะ
ก็อาจจะดูแย่กว่า อิตั่วเจ้ อาเหล่าม่า หรือ เจ๊ลูกบัวผันอีกนะ
หุหุ
เกรงใจคนไม่รู้จัก กัน อะจะ เรยต้องแอ๊บแบ๊วจิีดนุง
กัวคนไม่รู้จักกัน จะกระเจิงหนีหายไปโม๊ดดด หุหุ

คนที่กันเองของเรา คือคนที่เราอยู่ด้วยแล้วไม่ต้องแอ๊บแบ๊ว
เช่น คุงปั๋วพี่ขวัญ อะ เขาเห็นพี่ขวัญเป็นอิแม่มดใจร้าย
ใจจืดใจดำ งก เห็นแก่ตั๋ว ไม่มีน้ำใจให้คนอื่น
แต่นู๋หลบฯกลับเห็นพี่ขวัญเป็นนางคว้า ซะงั้น
ตัวจริงของพี่ขวัญเป็นไงนี่ พี่ขวัญก็ยังไม่แน่ใจตัวเองเร้ย
แบบว่า รักใครชอบใครก็แบ่บนึง เกลียดใครก็แสดงออก
อีกแบ่บนึง เกรงใจใครก็จะแสดงออกอีแบ่บนึง ฮู้ยยยย
ตัวตนมันเยอะแยะจัด หุหุ
แต่ตัวจริงอันไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่ได้ดัดซักอัน
มันเป็นของมันเองแบบอัตโนมัติ อิอิ เหตุและปัจจัยเกิดจาก
ฟามชอบ ไม่ชอบ เฉยๆ เกรงใจ ศรัทธา เลื่อมใจ รัก เกลียด
กิเลสฟามโลภ โกรธ และหลง ผสมร่วมๆกัน มันทำให้
เราแสดงออกต่อเรื่องๆนั้น ต่างๆกันไป ไม่ค่อยเป็นตัว
ของตัวเองเท่าไร ทิฏฐิมันชอบนำทางให้ ก็เลยเปลี่ยนไป
เปลี่ยนมา ไม่คงเส้นคงวา อิอิ

ไม่เหมือนบางคน อะ ที่เขาอย่างไรก็อย่างนั้น ไม่มีอคติ4
ตรงไปตรงมา ไม่เกี่ยงปัจจัยภายนอก
เกรียน+เก๋าส์ ได้เสมอตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ (55)
แสดงออกตรงไปตรงมา ตล๊อดดดดดด หุหุ

5579 หุหุ


 
 

โดย: หุหุ IP: 110.169.236.216 วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:10:41:21 น.  

 
 
 
คำคมสำหรับเจปีนี้

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สอนเรื่องการกินเจ... เทศน์แก่พระอาจารย์อุ่น กลฺยาณธมฺโม ซึ่งเป็นลูกศิษย์ผู้ใหญ่ของท่าน...

"คนเรามันไม่ได้วิเศษเพราะการกินผักกินเนื้อนะ
แต่มันวิเศษด้วยการกินเพราะการพินิจพิจารณาโดยแยบคาย อันผักหญ้าเนื้อนั้นมันไม่ได้รู้
เรื่องดี เรื่องชั่ว เหมือนคนเรา จิตเราดอก

พระธรรมคำสอนแง่หนักเบาต่างหาก ที่เรานำมาพินิจพิจารณา แล้วนำมาสอนตนจะทำให้เราดีขึ้นได้ เรื่องกิน อยู่หลับนอน อะไรๆ พระพุทธเจ้าพระองค์ก็ทรงบัญญัติไว้หมดแล้ว ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรกับกินเจ
ไม่กินเจ กินเนื้อ ไม่กินผัก กินแต่ผักไม่กินเนื้อ อันไหนกินได้ ฉันได้ ท่านก็บัญญัติไว้หมดแล้ว

ถ้าท่านคิดว่าการกินแต่ผักทำให้ท่านเลิศเลอเป็นผู้วิเศษขึ้นมาได้ อันนี้ผมก็สุดปัญญาที่จะสอนท่าน ถ้าการกินแต่ผักอย่างท่านว่า เป็นผู้บริสุทธิ์สิ้นกิเลส
จบพรหมจรรย์ได้ มนุษย์ไม่ได้สิ้นกิเลสหรอกวัวควายเป็นต้นนั่นแหละมันจะสิ้นก่อน เพราะมันไม่ได้กินเนื้อ มันกินแต่ผักแต่หญ้า เต็มปากเต็มพุง
มันกินแต่ผักแต่หญ้า ทำไมลูกมันถึงเต็มท้องไร่ทุ่งนา

ถ้าการกินแบบท่านว่าเป็นของเลิศ วัวควายมันเลิศก่อนแล้ว เพราะมันเกิดมามันก็กินแล้ว โดยไม่ต้องมีใครคอยสอน ถึงท่านกินยังไง มันก็ไม่เท่าวัวเท่าควายกินหรอก เพราะวัวควายมันปฏิเสธเนื้อโดยประการทั้งปวง กินแต่ผักแต่หญ้า

ถ้าจะกินเจ ฉันเจ กินผักไม่กินเนื้อ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่การไปหาตำหนิคนโน้นคนนี้ว่า กินเนื้อเป็นเปรตเป็นผี มันไม่สมควร แล้วก็มาหลงตน ยกยอตนว่าเป็นผู้ประเสริฐกว่าคนอื่นเขา ท่านดูใจของท่านเองก็ได้นี่ ว่ามันประเสริฐตรงไหนหรือยัง ถ้ายังไม่ประเสริฐให้รีบแก้ ราคะ โทสะ โมหะ ที่เผาหัวอยู่นั่นล่ะ มันเป็นสิ่งที่ท่านต้องแก้เสียโดยเร็วพลัน ไม่ใช่วัน ๆ เที่ยวแต่ชวนหาคนมากินผัก ไอ้ผักนั้นผมก็กิน

คนเรามันประเสริฐเลิศได้ด้วยความประพฤติ มิใช่เพราะการกิน ส่วนเรื่องการกินเป็นเรื่องรอง ๆ อย่าเอามาเป็นเรื่องเอก ท่านจะกินก็กินเถอะเจ ผักของท่านนั้น ผมไม่เอาด้วยหรอก"

... เมื่อท่านพูดจบลง คณะญาติโยมที่มาด้วยเงียบกริบ มองตากันปริบ ๆ ไม่มีใครกล้าพูดกล้าแสดงอะไรอีก บางคนคงจะรู้สึกว่า เหมือนฟ้ามันผ่าลงที่กบาลฤดูแล้ง บางคนก็คงจะเห็นเหตุผล ที่ท่านแสดงอย่างคมคาย แต่สำหรับบางคนที่จิตใจไม่ยอมรับความาจริง ก็ถือว่าเป็นกรรมของสัตว์ไป

ที่มา : จากประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท
พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง

Thitipong Khruthkaeo

Credit : Facebook ชมรมคนรู้ใจ / เรือนธรรม

//www.pantip.com/cafe/food/topic/D12796539/D12796539.html

1844 หุหุ
 
 

โดย: หุหุ IP: 110.169.236.216 วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:11:24:05 น.  

 
 
 
แท้งกิ๋วบรรดาแควนขับของอาเหล่ามาเจ้าค่ะ
แที่ แวะมา ร่วมด้วยช่วยแจม จน เรทติ้งกระฉูด
(อืม... สงสัย เด๋วคงต้อง ขึ้น โครงการ 11 ซะละมั้ง อิอิ )

ว่าแต่ บรรดาแควนขับ จะไม่มาเล่นเกมส์
แจม ปริศนาธรรมมะ อะไรเอ่ย ก๊ะ อาเหล่าม่า มั่ง เหยอ ?
ตอบหน่อย ซิจ๊ะ พวกเธอว์ ?

ว่า ถ้าพุทธอวตาร ตามตำนานที่เล่าขาน นั้น
มันเป็นเรื่องจริง ไม่ได้อิงนิยาย
และหาก พวกสูยังคงเชื่องมงาย
ในคำสอนของ สมณะโคดม แล้วไซร้เป็น ได้ ตกนรก ชัวร์ ๆ
ฟังแล้ว ทุกทั่นจะหวาดกลัวจนตัวสั่น
แล้วหันไป ชาบู ๆ พระวิษณุเทพ แทนอ๊ะปล่าวน๊อออ ?

หมายเหตุ :

เอาเป็นว่า เงื่อนไข กติกาที่ให้มามันเป็นงี้
และ สิ่งที่ เป็นข้อเท็จจริง เรื่อง พุทธอวตาร ที่เห็น
มันก็เป็นงี้ จริง ๆ ได้ตกนรกจริง อะไรจริง ไม่มีข้อต่อรอง
และ ความจริงในเรื่อง พุทธอวตารนี้
ไม่มีเหตุผลใด ๆ ในโลกนี้มาคัดง้างได้
แควนขับทั้งหลาย จะวางตัว และ หัวใจ
แล สงวนทีท่าเอาไว้ ยังไงดีล่ะหว่า ?

จำนวนผู้ชม 13338 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 223 ครั้ง


 
 

โดย: อาเหล่าม่า บุกมาช่วยกาลิเลโอ แหกคุก แร้วจร้าาาา หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:11:47:56 น.  

 
 
 
อ่ะ อันนี้ของฝากจากอาเหล่าม่า อิอิ

//www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y12786104/Y12786104.html#18
 
 

โดย: อาเหล่าม่า บุกมาช่วยกาลิเลโอ แหกคุก แร้วจร้าาาา หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:11:54:59 น.  

 
 
 
อะอะ มาร่วมด้วยช่วยอาเหล่าม่าทำมาหากิน ^.^

ว่า ถ้าพุทธอวตาร ตามตำนานที่เล่าขาน นั้น
มันเป็นเรื่องจริง ไม่ได้อิงนิยาย
และหาก พวกสูยังคงเชื่องมงาย
ในคำสอนของ สมณะโคดม แล้วไซร้เป็น ได้ ตกนรก ชัวร์ ๆ
ฟังแล้ว ทุกทั่นจะหวาดกลัวจนตัวสั่น
แล้วหันไป ชาบู ๆ พระวิษณุเทพ แทนอ๊ะปล่าวน๊อออ ?

ถ้าเอาตามนี้ อิอ่อนมันคงยอมตกนารก อะ
ถึงแม้จะกัวนารกจนตัวสั่น แต่มันก็บอกว่าขอสั่นสู้ หุหุ
แระก็ขอเลือกข้าง พระสมณะโคดม ตลอดไป อะจะ
เพราะอินในนิทานชาดก ไปหลายๆเรื่อง ยู้้้้ ^.^
และคงไม่ไปชาบูๆ จ้าวววอื่นๆ หรอกจร้า
ขออยู่ข้างพระ ดีฝ่า นิทานชาดกก็สนุกทุกเรื่อง อะ ฮิฮิ
ส่วนเรื่องนิทานชาดกจะเป็นจริงรึป่าว อันนี้ขอตอบว่า
กุไม่รู้ เพราะกุยังไม่มีญาณฮับเบิลเป็นของตนเอง หุหุ
เขาเล่าว่าไง ก็ฟังๆไว้ประเทืองปัญญา ก็สนุกดีอะ
แต่ถ้าได้ฟังจากปากพระสมณโคดมเองเลยเนี่ย ก็อีกเรื่องนุง
คิดว่าเชื่อแบบไม่งมงายนะ เชื่อแบ่บว่าเอามาสอนตัวเอง
เป็นอุทาหรณ์ได้ไง เหมือนเชื่อตำราไว้ก่องแล้วถึงเวลา
จำเป็นก็งัดตำราเอามาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาชีวิตตอนนั้นไป
ไม่ได้เชื่อแบบชาบูๆ อะจะ แบ่บว่าใครมาดูถูกดูหมิ่นฟาม
เชื่อของกุ จะต้องโดนกาทึ๊บให้จมดินหรือระเบิดมันทิ้งให้
สิ้นซาก หรือปิดประตูบ้านใส่หน้ามันไม่ให้มันเข้ามาได้
แม้แต่เงา อะไรเงี้ย อะจะ

3500 w๊owๆๆๆๆ

 
 

โดย: อิอิ IP: 110.168.88.9 วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:13:13:31 น.  

 
 
 
จะเข้าข่าย เลือกตำราผิดคิดจนตัวตาย+บ้านพัง อ๊ะป่าวเนี่ย หุหุ
พอดีอิอ่อน มันหัวอ่อน เชื่อคนง่ายๆ
ใครพูดอะไรก็เชื่อเขาไปหมด หุหุ ไม่ค่อยจะไปขัดขาใคร ง่ะ
ถ้าเชื่อแล้วยังไม่มีผลเสียหรือยังไม่ถึงทางตัน
ก็คงไม่เลิกเชื่ออะไรง่ายๆ อะจะ แต่ถ้าเชื่อแล้วเป็นผลเสีย
แบบว่าเชื่อปุ๊บตัวเน่าเขางอกหางโผล่ปั๊บ อะไรแบ่บเนี้ย
ก็คงจะกลับลำเปลี่ยนฟามเชื่อปุ๊บปั๊บไปเรย แหะ แหะ

6071 หุหุ
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.168.88.9 วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:13:22:44 น.  

 
 
 
ตามไปอ่านเรื่องคนที่ยังชีพด้วยการไม่เบียดเบียนพืชและสัตว์
แล้ว ก็ โอนะ ถ้าทำได้ก็น่านับถือที่มีเจตนาดีอะ กินแต่ของที่
ตกๆหล่นๆ กินของที่ไม่มีเจ้าของแล้ว กินยากนะเนี่ย หุหุ
ถ้ากินแบบนี้แล้วไม่ไปเปรียบกับคนอื่นๆว่า
กินแล้วดีกว่าเขา กินแล้วแย่กว่าเขา กินแล้วเสมอเขา
ก็ไม่เกิดมานะในตนก็ไม่มีโทษ อะเนาะ ทำดีแล้วไม่มีโทษ
ก็สมควรจะอนุโมทนา เนาะ เรื่องอื่นๆแบ่บว่าทำแบบนี้แล้ว
จะถึงนิพพานถึงฟามหลุดพ้นได้หรือไม่นี่มันก็อีกเรื่อง
แต่อาจเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ถึงได้เพราะถือว่าสั่งสมอุปนิสัย
สมถะ เลี้ยงง่าย อยู่ง่ายและไม่สั่งสมมานะไม่สะสมกิเลส

2718
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.168.88.9 วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:13:43:42 น.  

 
 
 
พระชัมพุกะเถระ สมัยที่ท่านเป็น เดียรถีย์ ชื่อ ชัมพุกะชีวก ในอดีตชาติของท่าน สมัยแห่งพระพุทธเจ้าพระนามกัสสป กุฏุมพีคนหนึ่งสร้างที่อยู่ถวายพระเถระรูปหนึ่ง แล้วบำรุงด้วยปัจจัย ๔ พระเถระรูปนั้น ฉันอาหารในเรือนกุฏุมพี เป็นเนืองนิตย์

เช้า วันหนึ่ง ภิกษุขีณาสพ (ผู้สิ้นกิเลสแล้ว) รูปหนึ่งเที่ยวบิณฑบาตมาถึงเรือนกุฏุมพีนั้น เขาเห็นพระขีณาสพ มีอิริยาบถน่าเลื่อมใส จึงนิมนต์เข้าไปในเรือน เลี้ยงดูด้วยอาการอันประณีตด้วยความเคารพ ถวายผ้าสาฏกผืนใหญ่ พลางกล่าวว่า

“ท่านผู้เจริญ ท่านพึงย้อมผ้าสาฎกผืนนี้นุ่งเถิด” และกล่าวต่อไปว่า “ผมของท่านยาวแล้ว ข้าพเจ้าจะนำช่างมาปลงผมของท่าน ข้าพเจ้าจักจัดเตียงและตั่งเพื่อท่าน”

พระเถระผู้ฉันเป็นประจำ เห็นอาการแล้วก็เกิดจิตริษยาขึ้น คิดว่า กุฏุมพีทำสักการะแก่ภิกษุที่เพิ่งพบเพียงครู่เดียวถึงเพียงนี้ ไม่เคยทำกับตนผู้สนิทสนมเลย

ภิกษุขีณาสพไปสู่วิหารพร้อมกับพระเถระ เจ้าของถิ่น ย้อมผ้าสาฎกแล้วนุ่ง กุฏุมพีพาช่างมาปลงผม ให้คนจัดเตียงตั่งถวาย แล้วนิมนต์พระเถระทั้งสองรูปเพื่อฉันในเรือนของตนในวันรุ่งขึ้น

ภิกษุเจ้าของถิ่นเดือดร้อนด้วยแรงริษยา เวลาเย็นเข้าไปหา พระขีณาสพด่าว่าด้วยอาการ ๔ อย่างว่า

“ดู ก่อนอาคันตุกะ การที่ท่านจะพึงเคี้ยวกินอุจจาระ ยังประเสริฐกว่าการบริโภคอาหารในเรือนของกุฏุมพี ท่านให้ถอนผมด้วยแปรงตาลดีกว่าปลงผมด้วยช่างกลบกที่กุฏุมพีนำมา การเปลือยกายของท่านประเสริฐกว่าการนุ่งห่มผ้าสาฎกที่กุฏุมพีถวาย การนอนเหนือแผ่นดินของท่านประเสริฐกว่าการนอนบนเตียงที่กุฏุมพีนำมา”

พระ ขีณาสพฟังแล้วก็เข้าใจความรู้สึกของเจ้าถิ่นคิดว่า “คนพาลนี่อย่าต้องวอดวายเพราะเราเลย” ดังนี้แล้ว ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ มิได้คำนึงถึงการนิมนต์ของกุฏุมพี ฝ่ายภิกษุเจ้าของถิ่นตื่นแต่เช้าทำสิ่งที่ควรทำ เช่น กวาดลานวัด เป็นต้น แล้วเคาะระฆังด้วยหลังเล็บด้วยเกรงพระขีณาสพ จะตื่นด้วยเสียงระฆัง แล้วเข้าสู่บ้านเพื่อบิณฑบาต
กุฏุมพีเมื่อไม่เห็นพระขีณาสพจึงถามพระเถระว่า ทำไมไม่มาด้วย ภิกษุของถิ่นกล่าวว่า

“อย่า ได้พูดถึงเขาเลย เมื่อวานนี้พอท่านกลับเท่านั้น เขาก็เข้านอน จนป่านนี้ยังไม่ตื่นตอนเช้าเมื่ออาตมา กวาดวิหาร กรอกน้ำฉันใส่หม้อ ตีระฆังด้วยเสียงอันดัง เขายังไม่รู้สึก ยังนอนหลับอยู่”

กุฏุมพี พิจารณาคำของพระเถระและท่าทางที่พูดแล้วไม่เชื่อว่าเป็นจริงดังนั้น เพราะผู้มีอิริยาบถเช่นนั้น ย่อมไม่นอนมากอย่างพระภิกษุนั้นกล่าวอย่างแน่นอน ภิกษุนี้คงจะไม่ยินดีในสักการะที่เราทำแล้วแก่พระขีณาสพ

เขาล้างบาตรของพระเถระ บรรจุอาหารประณีตเต็ม ฝากไปถวายพระขีณาสพ และเลี้ยงภิกษุนั้นให้อิ่มหนำในเรือนตนด้วยความเคารพ

ภิกษุ เจ้าถิ่นคิดว่า “ถ้าพระอาคันตุกะได้ฉันอาหารอันประณีตปานนี้ เธอจะติดรสอาหารแล้วไม่ยอมไปที่อื่น” ดังนี้แล้วทิ้งบิณฑบาตนั้นเสียระหว่างทาง ไปสู่ที่อยู่ของพระขีณาสพ แต่ไม่เห็นท่าน (เพราะท่านไปเสียแล้วแต่เช้ามืด)

สมณธรรมอันภิกษุ นั้นทำมาเป็นเวลานานก็ไม่อาจช่วยได้ เพราะการเบียดเบียนพระอรหันต์นั้น เมื่อสิ้นชีพแล้วไปเกิดในนรกอเวจี เสวยทุกข์เป็นอันมากสิ้นพุทธันดรหนึ่ง (คือ ช่วงระหว่างพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งถึงอีกองค์หนึ่ง) มาถึงพุทธกาลนี้ เขาเกิดในตระกูลมั่งคั่งในเมืองราชคฤห์

เด็กนั้น ตั้งแต่พอเดินได้ ไม่ต้องการนอนบนที่นอน ไม่ต้องการบริโภคอาหาร กินแต่อุจจาระตนเอง มารดาบิดาเข้าใจว่า ลูกประพฤติเช่นนั้น เพราะยังเด็กอยู่

แม้เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาก็ไม่ละความประพฤตินั้น คือไม่นุ่งผ้า ชอบเปลือยกาย ชอบนอนบนพื้นดิน กินอุจจาระของตนเอง

มารดา บิดาคิดว่าลูกคนนี้จะทำให้ตระกูลเสื่อม เขาไม่ควรครองเรือน ควรบวชในสำนักของอาชีวกทั้งหลาย แล้วนำไปฝากให้บวชในสำนักของอาชีวก (นักบวชลัทธิหนึ่ง)

เมื่อบวชแล้ว เขาถอนผมด้วยแปลงตาล เมื่อมารดา เชิญอาชีวกทั้งหลายไปบริโภคอาหารที่เรือนตน เขาก็ไม่ไป พออาชีวกทั้งหลายไปแล้ว เขารีบไปเปิดประตูส้วมปั้นอุจจาระบริโภค มีคนนำอาหารมาจากบ้านของเขา เขาก็ไม่กิน เมื่อพวกเขาอาชีวกทั้งหลายกลับมา ถามเขาว่าได้อาหารที่ใด เขาบอกว่าได้ที่นี่เอง

วันต่อมา ๆ ก็เหมือนกัน จนคนสงสัยว่าได้อาหารจากที่ไหนอย่างไร วันหนึ่งจึงแอบตามดู เมื่อทราบเรื่องแล้วก็พากันคิดว่า “กรรมนี้หนักหนอ หากสาวกของพระสมณโคดมรู้ ความเสื่อมจะบังเกิดแก่พวกเรา” จึงขับไล่ชัมพุกะออกจากสำนัก

ชัมพุ กาไปอาศัยอยู่ที่หินดาดแห่งหนึ่ง สำหรับประชาชนมาถ่ายอุจจาระ กินอุจจาระที่ประชาชนถ่ายไว้ เวลาปกติเอามือข้างหนึ่งเหนี่ยวก้อนหิน ยกเท้าหนึ่งพาดบนเข่า ยืนเงยหน้าอ้าปากอยู่

มหาชนคนโง่เข้าไปไหว้แล้วถามถึงอาการที่เห็นนั้น เขาตอบว่า

“เรา มีตบะสูง ตบะกล้า หากเราเหยียบแผ่นดินด้วยเท้าทั้งสองข้าง แผ่นดินจะไหว จะยกข้างหนึ่งเสีย ส่วนที่อ้าปากนั้น เพราะเรามีลมเป็นอาหาร เราอยู่อย่างนี้ทั้งวันทั้งคืน ไม่นั่งไม่นอน”

คนโง่ได้ฟังก็ เลื่อมใส เล่าลือกันไปทั่วแคว้นอังคะและมคธ มหาชนเอาสักการะมาเป็นอันมาก อาชีวกจึงเอาปลายหญ้าคาวางบนอาหารแล้วแตะปลายลิ้น ส่งคืนเจ้าของ กล่าวว่า “เอาคืนไปเถิด เท่านี้พอแล้วสำหรับความสุข ความเจริญของท่านทั้งหลาย”

เขาประพฤติเช่นนี้ถึง๕๕ ปี

เช้า วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงตรวจดูสัตว์โลก ทรงเห็นอุปนิสัยของชัมพุกาชีวก เวลาบ่ายจึงเสด็จไปยังที่อยู่ของเขา ขออาศัยอยู่ด้วย แต่เขาบอกว่าไม่มีที่ พระศาสดาตรัสว่า

“ชัมพุกะ ธรรมดาบรรพชิตย่อมมาสู่สำนักของบรรพชิตด้วยกัน พวกสัตว์ย่อมไปสู่สำนักของสัตว์ ท่านจงให้ที่อยู่แก่เราเถิด”

“ก็ท่านเป็นบรรพชิตหรือ” ชัมพุกะทูลถาม

“ใช่แล้ว ชัมพุกะ เราเป็นบรรพชิต”

“ถ้าท่านเป็นบรรพชิต เต้าน้ำของท่านอยูที่ไหน ทัพพีสำหรับโบกควันของท่านอยู่ที่ไหน ด้ายสำหรับบูชายัญอยู่ที่ไหน”

พระศาสดาตอบว่า “น้ำเต้าเป็นต้น ของเรามีอยู่ แต่เราเก็บไว้ภายในด้วยเห็นว่าถือไปไหนแต่ละอย่างรุงรังลำบาก”

ชัมพุกะโกรธ ถามพระศาสดาว่า

“ท่านเป็นบรรพชิตอย่างไร น้ำเต้าก็ไม่ถือ อะไร ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ก็ไม่มี จะเชื่อได้อย่างไร ว่าเป็นบรรพชิตจริง”

พระศาสดาตรัสว่า “ชัมพุกะ ช่างเถิด อย่าโกรธเราเลย ขอจงบอกที่อยู่แก่เราเถิด”

“สมณะ ที่อยู่ในที่นี้ไม่มี”

“ที่เงื้อมนั้น ใครอยู่ชัมพุกะ”

“ไม่มีใครอยู่”

“ถ้าอย่างนั้น เราขอเงื้อมนั้น”

“ตามใจท่าน” ชัมพุกะพูดปัดความรำคาญ

พระ ศาสดาไปประทับที่เงื้อมนั้น ตกกลางคืนมีเทวดามาเฝ้าพระพุทธเจ้ากันมากมีแสงสว่างอยู่ตลอดคืน ด้วยอานุภาพของเทวดาเหล่านั้น ชัมพุกาชีวกก็ได้เห็นแสงสว่างนั้น

รุ่งขึ้นชัมพุกะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าทูลถามว่าเหตุใดเมื่อคืนจึงมีแสงสว่างในที่ประทับตลอดราตรี

“พวกเทพพากันมา ชัมพุกะ” พระศาสดาตรัสตอบ

“เทพเหล่านั้นเป็นเทพเหล่าไหนบ้าง” ชัมพุกะทูลถาม

“มีท้าวมหาราชทั้ง ๔ ,ท้าวสักกะ และท้าวมหาพรหม เป็นต้น”

“เทพเหล่านั้นมาทำอะไร”

“มาเพื่อบำรุงเรา”

“ท่านเป็นผู้ยอดเยี่ยมกว่า ท้าวสักกะ เป็นต้นหรือ”

“แน่ นอน ชัมพุกะ เรายอดเยี่ยมกว่าเทพทั้งปวง ท้าวสักกะนั้นเมื่อเราป่วยก็มาปฏิบัติบำรุงเราเหมือนสามเณรน้อย แม้ท้าวมหาพรหมก็มาสู่ที่บำรุงเรา เราเป็นพรหมยิ่งกว่าพรหม”

ชัมพุกะกล่าวว่า

“มหา สมณะ ท่านเป็นผู้อัศจรรย์แท้ ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่มา ๕๕ ปีแล้ว ไม่เคยมีเทพใด ๆ มาปฏิบัติบำรุงเราแม้แต่องค์เดียว ข้าพเจ้ามีลมเป็นภักษาอยู่ด้วยอิริยาบถยืนอย่างเดียวไม่นั่งไม่นอน สิ้นเวลานานปานนี้ เทวดามิได้เลื่อมใสเลย ไม่เคยบำรุง”

“ชัมพุกะ ท่านนั้นหลอกลวงมหาชนผู้โง่เขลามานานแล้ว ยังลอกลวงเราอีกหรือ แม้ในกาลก่อนท่านเคยมีทิฐิชั่ว จึงต้องมาอยู่ในสภาพอย่างนี้ คือต้องกินอุจจาระ นอนบนแผ่นดิน เปลือยกาย ถอนผมด้วยแปรงตาล เพราะทิฐิชั่วในปางก่อน มาบัดนี้ท่านถือทิฐิอันชั่วอยู่อีก”

“มหาสมณะ ข้าพเจ้าได้ทำกรรมอะไรไว้”

พระ ศาสดาตรัสเล่ากรรมที่เขาทำไว้ในอดีต สมัยเป็นภิกษุเจ้าถิ่น เบียดเบียนพระขีณาสพ ความสังเวชเกิดขึ้นกับชัมพุกะเป็นอันมาก หิริโอตตัปปะปะก็เกิดขึ้น ลุกขึ้นนั่งโย่งประนมมือ พระศาสดายื่นผ้าสาฎกสำหรับอาบน้ำใช้อาบน้ำให้ไป เขานุ่งผ้านั้น ถวายบังคมพระศาสดาแล้วนั่งอยู่

พระผู้มีพระภาคตรัสอนุปุพพิกถา และธรรมเทศนาอื่น ๆ โดยอเนกปริยาย เมื่อจบเทศนา เขาได้บรรลุอรหัตผลนั้นด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย ทูลขอบรรพชากรรมในปางก่อนสิ้นแล้วเพราะอนุภาพแห่งอรหัตผลนั้น สมณธรรมอันเธอได้ทำมา ๒ หมื่นปียังมีผลอยู่ ไม่มีสิ่งใดทำลายได้ สิ่งนั้นเป็นอุปนิสัยปัจจัยให้เธอสำเร็จอรหันต์โดยพลัน พระศาสดาทรงประทานเอหิภิกขุอุปสมบทแก่เธอ

วันนั้น ชาวอังคะและมคธมาถวายสักการะอย่างเคย ได้เห็นพระตถาคตและชัมพุกะซึ่งเปลี่ยนแปลงไปแล้ว สงสัยว่า “ใครหนอเป็นใหญ่ หากพระสมณโคดมเป็นใหญ่ ชัมพุกะก็น่าจะไปสู่สำนักพระสมณโคดม นี่สมณโคดมมาสู่สำนักของชัมพุกะ ชัมพุกะต้องเป็นใหญ่กว่าสมณโคดมเป็นแน่แท้”

พระศาสดาทราบความคิด ของมหาชนแล้ว รับสั่งให้ชัมพุกะแก้ข้อสงสัย พระชัมพุกะเเข้าฌานสี่ แล้วเหาะขี้นไปประกาศให้คนทั้งหลายทราบว่าพระศาสดาเป็นครูของตน ตนเป็นสาวก

มหาชนทราบความแล้วเปล่งอุทานออกมาว่า

“โอ้ พระพุทธเจ้ามีพระคุณเป็นอัศจรรย์จริง ๆ”

พระพุทธเจ้าประสงค์จะประกาศธรรมอันถูกต้องแก่มหาชนจึงตรัสว่า

“ท่าน ทั้งหลาย ชัมพุกะวางสักการะที่ท่านนำมาแล้วไว้ที่ปลายลิ้นด้วยปลายหญ้าคา เพราะเข้าใจว่าตนประพฤติบำเพ็ญตบะ การกระทำเช่นนั้นของเธอแม้ ๑๐๐ ปี ก็สู้กุศลเจตนาอย่างที่เธอมีอยู่ในบัดนี้ไม่ได้ เธอไม่มีเจตนาบริโภคด้วยความหลอกลวงอีกต่อไป”

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หน้าที่ 218 - หน้าที่ 230

จากคุณ : กอบัวสวรรค์
//www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y12719543/Y12719543.html

1435 หุหุ
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 110.168.88.9 วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:13:55:19 น.  

 
 
 
พระเถระที่อาภัพ เพราะกรรม จากเหตุความริษยา คือ พระโลสกติสสะเถระ ศิษย์พระสารีบุตร


พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภ
พระโลสกติสสเถระ ท่านเป็นบุตรของชาวประมงคนหนึ่ง ในแคว้นโกศล เป็นผู้ทำลายตระกูลวงศ์ของตน ไม่มีลาภ มาบวชในหมู่ภิกษุ. ได้ยินมาว่า ท่านจุติจากที่ที่ท่านเกิดแล้ว ถือปฏิสนธิในท้องของหญิงชาวประมงนางหนึ่ง ณ หมู่บ้านชาวประมงตำบลหนึ่ง ซึ่งอยู่ร่วมกันถึงพันครอบครัว ในแคว้นโกศล.

ในวันที่ท่านถือปฏิสนธิ ชาวประมงทั้งพันครอบครัวนั้น พากันถือข่ายเที่ยวหาปลา ในลำน้ำและบ่อบึง ไม่ได้แม้แต่ปลาตัวเล็กๆ สักตัวหนึ่ง. และนับแต่วันนั้นมา พวกชาวประมงเหล่านั้น ก็พากันเสื่อมโทรมทีเดียว.

เมื่ออยู่ในท้องมารดานั้นเล่า บ้านชาวประมงเหล่านั้นก็ถูกไฟไหม้ถึง ๗ ครั้ง
ถูกพระราชาปรับสินไหมเจ็ดครั้ง. โดยนัยนี้ ชาวประมงเหล่านั้นจึงถึงความลำบากโดยลำดับ.

พวกเขาคิดกันว่า เมื่อก่อนเรื่องทำนองนี้ ไม่เคยมีแก่พวกเราเลย แต่บัดนี้ พวกเราพากันย่ำแย่ ในระหว่างพวกเราต้องมีตัวกาลกิณีคนหนึ่ง พวกเราจงแบ่งเป็นสองพวกเถิด.
ดังนี้แล้ว แยกกันอยู่ฝ่ายละ ๕๐๐ ครอบครัว. แต่นั้น มารดาบิดาของเขาอยู่กลุ่มใด กลุ่มนั้นก็แย่ กลุ่มนอกนี้เจริญ. พวกที่แย่นั้น ก็แยกกลุ่มกันอีก โดยแยกกันออกเป็น ๒ กลุ่มอีก แยกกันไปโดยทำนองนี้ กระทั่งตระกูล(ของเขา) นั่นแหละ เหลือโดดเดี่ยว(เพียงตระกูลเดียว).

เขาทั้งหลายจึงรู้ว่า คนเหล่านั้นเป็นกาลกรรณี ก็รุมกันโบยตีไล่ออกไป.

ครั้งนั้น มารดาบิดาของเขาเลี้ยงชีพมาโดยแร้นแค้น พอท้องแก่ก็คลอด ณ ที่แห่งหนึ่ง. ธรรมดา ท่านผู้เป็นสัตว์เกิดมาในภพสุดท้าย ใครไม่อาจทำลายได้ เพราะมีอุปนิสัยแห่งอรหัตผลรุ่งเรือง อยู่ในหทัยของท่าน เหมือนดวงประทีปภายในหม้อ

ฉะนั้น. มารดาเลี้ยงเขามาจนถึง ในเวลาที่เขาวิ่งเที่ยวไปมาได้ ก็เอากะโล่ดินเผาใบหนึ่งใส่มือให้ พลาง:-)ไส ด้วยคำว่า ลูกเอ๋ย เจ้าจงไปสู่เรือนหลังนั้นเถิด ดังนี้แล้วหลบหนีไป. จำเดิมแต่นั้นมา เขาก็อยู่อย่างเดียวดาย เที่ยวหากินไปตามประสา หลับนอน ณ ที่แห่งหนึ่ง ไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้ปรนนิบัติร่างกาย ดูเหมือนปีศาจคลุกฝุ่นเลี้ยงชีวิตมาได้โดยลำเค็ญ.

เขามีอายุครบ ๗ ขวบ โดยลำดับ เลือกเม็ดข้าวกินทีละเม็ด เหมือนกา ในที่สำหรับเทน้ำล้างหม้อ ใกล้ประตูเรือนแห่งหนึ่ง. ครั้งนั้น พระธรรมเสนาบดีเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในเมืองสาวัตถี เห็นแล้วรำพึงว่า

“เด็กคนนี้น่าสงสารนัก เป็นชาวบ้านไหนหนอ แผ่เมตตาจิตไปในเขาเพิ่มยิ่งขึ้น จึงเรียกว่า มานี่เถิด เด็กน้อย”.

เขามาไหว้พระเถระแล้วยืนอยู่. ลำดับนั้น พระเถระถามเขาว่า “เจ้าเป็นชาวบ้านไหน พ่อแม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน?”

เขาตอบว่า “ท่านขอรับ กระผมไร้ที่พึ่ง”

“พ่อแม่ของกระผม พูดว่า เพราะกระผมทำให้ท่านต้องลำบาก จึงทิ้งกระผมหนีไป”.

พระเถระถามว่า “เออ ก็เจ้าจักบวชไหมละ?”

เขาตอบว่า “ท่านขอรับ กระผมอยากบวชนัก แต่คนกำพร้าอย่างกระผม ใครจักบวชให้.”

พระเถระกล่าวว่า “เราจักบวชให้.”

เขากล่าวว่า “สาธุ ท่านขอรับ โปรดอนุเคราะห์ให้กระผมบวชเถิด.”

พระเถระจึงให้ของเคี้ยว ของบริโภคแก่เขา แล้วพาไปวิหาร อาบน้ำให้เอง ให้บรรพชา จนอายุครบ จึงให้อุปสมบท. ในตอนแก่ท่านมีชื่อว่า "โลสกติสสเถระ" เป็นพระไม่มีบุญ มีลาภน้อย.

เล่ากันว่า แม้ในคราวอสทิสทาน ท่านก็ไม่เคยได้ฉันเต็มท้อง ได้ขบฉันเพียงพอจะสืบต่อชีวิตไปได้เท่านั้น เพราะเมื่อใครใส่บาตรท่านเพียงข้าวต้มกระบวยเดียว บาตรก็ปรากฏเหมือนเต็มเสมอขอบแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้น คนทั้งหลายก็สำคัญว่า บาตรของภิกษุรูปนี้เต็มแล้ว เลยถวายองค์หลังๆ.

บางอาจารย์กล่าวว่า ในเวลาถวายยาคูในบาตรของท่าน ข้าวยาคูในภาชนะของคนทั้งหลาย ก็หายไป ดังนี้ก็มี. แม้ในปัจจัยอื่นมีของควรเคี้ยวเป็นต้น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

โดยสมัยต่อมา ท่านเจริญวิปัสสนา แม้จะดำรงในพระอรหัตต์อันเป็นผลชั้นยอด ก็ยังคงมีลาภน้อย. ครั้นเมื่ออายุสังขารของท่านล่วงโรยทรุดโทรมลง โดยลำดับ ก็ถึงวันเป็นที่ปรินิพพาน. ท่านพระธรรมเสนาบดีคำนึงอยู่ ก็รู้ถึงการปรินิพพานของท่าน จึงดำริว่า
“วันนี้ พระโลสกติสสเถระ นี้จักปรินิพพาน ในวันนี้ เราควรให้อาหารแก่เธอจนพอ”

ดังนี้ แล้วพาท่านเข้าไปสู่เมืองสาวัตถี เพื่อบิณฑบาต เพราะพาท่านไปด้วย พระเถระเลยไม่ได้ แม้เพียงการยกมือไหว้ ในเมืองสาวัตถี อันมีผู้คนมากมาย.

พระเถระจึงกล่าวว่า “อาวุโส เธอจงไปนั่งคอยอยู่ที่โรงฉันเถิด ดังนี้ แล้วส่งท่านกลับ.”

พอพระเถระมาจากที่นั้นเท่านั้น พวกมนุษย์ก็พูดกันว่า “พระผู้เป็นเจ้ามาแล้ว นิมนต์ให้นั่งเหนืออาสนะ ให้ฉันภัตตาหาร. พระเถระก็ส่งอาหารที่ได้แล้วนั้นไป โดยกล่าวกับคนเหล่านั้นว่า พวกเธอจงให้ภัตรนี้ แก่พระโลสกติสสเถระ.”

คนที่รับภัตร์นั้นไป ก็ลืมพระโลสกติสสเถระ พากันกินเสียเรียบ. จนเวลาที่พระเถระเดินไปถึงวิหาร พระโลสกติสสเถระ ก็ไปนมัสการพระเถระ.

พระเถระหันกลับมายืนถามว่า “อาวุโส คุณได้อาหารแล้ว หรือ?”

ท่านตอบว่า “ไม่ได้ดอกครับ.”

พระเถระถึงความสลดใจ ดูเวลา กาลก็ยังไม่ล่วงเลย.

พระเถระจึงกล่าวว่า “ช่างเถิดผู้มีอายุ คุณจงนั่งอยู่ที่เดิมนั่นแหละ”

ครั้นให้พระโลสกติสสเถระนั่งรอในโรงฉันแล้ว ก็ไปสู่พระราชวังของพระเจ้าโกศล.
พระราชารับสั่งให้รับบาตรของพระเถระ ทรงกำหนดว่า มิใช่กาลแห่งภัตร จึงรับสั่งให้ถวายของหวาน ๔ อย่าง จนเต็มบาตร.

พระเถระรับบาตรกลับไปถึง จึงเรียกพระโลสกติสสเถระว่า
“มาเถิด ผู้มีอายุติสสะ ฉันของหวาน ๔ อย่างนี้เถิด” แล้วถือบาตรยืนอยู่.

ท่านพระโลสกติสสเถระ แสนยำเกรงพระเถระ จึงไม่ฉัน.
ลำดับนั้น พระเถระกล่าวกะท่านว่า “มาเถิดน่า ท่านผู้มีอายุติสสะ ผมจะยืนถือบาตรไว้ คุณจงนั่งฉัน ถ้าผมปล่อยบาตรจากมือ บาตรต้องไม่มีอะไร.”

ลำดับนั้น ท่านพระโลสกติสสเถระ เมื่อพระธรรมเสนาบดีผู้เป็นอรรคสาวกยืนถือบาตรไว้ให้ จึงนั่งฉันของหวาน ๔ อย่าง. ของหวาน ๔ อย่างนั้น ไม่ถึงความหมดสิ้น ด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ของพระเถระ.
พระโลสกติสสเถระ ฉันจนเต็มความต้องการ ในเวลานั้น. ในวันนั้นเอง ท่านก็ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับในสำนักของท่าน ทรงรับสั่งให้กระทำการปลงสรีระ เก็บเอาธาตุทั้งหลายก่อพระเจดีย์บรรจุไว้.
ในเวลานั้น ภิกษุทั้งหลาย ประชุมกันในธรรมสภา นั่งสนทนากันว่า “ผู้มีอายุทั้งหลาย น่าอัศจรรย์จริง ท่านพระโลสกติสสเถระ มีบุญน้อย มีลาภน้อย อันผู้มีบุญน้อย มีลาภน้อย เห็นปานดังนี้ บรรลุอริยธรรมได้อย่างไร.”

พระบรมศาสดาเสด็จไปธรรมสภา มีพระดำรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลาย

“เมื่อกี้ พวกเธอประชุมกันด้วยเรื่องอะไรเล่า?”

เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว. จึงตรัสว่า

“ภิกษุทั้งหลาย โลสกติสสะผู้นี้ได้ประกอบกรรม คือความเป็นผู้มีลาภน้อย และความเป็นผู้ได้อริยธรรมของตน ด้วยตนเอง”

“เนื่องด้วย ครั้งก่อน เธอกระทำอันตรายลาภของผู้อื่น จึงเป็นผู้มีลาภน้อย แต่เป็นผู้บรรลุอริยธรรมได้ด้วยผลที่บำเพ็ญวิปัสสนา คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ดังนี้.” แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล ครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กัสสปะ. ภิกษุรูปหนึ่งอาศัยกุฏุมพีผู้หนึ่ง อยู่ในอาวาสประจำหมู่บ้าน เป็นผู้เรียบร้อย มีศีล หมั่นบำเพ็ญวิปัสสนา.

ครั้งนั้น มีพระขีณาสพองค์หนึ่งอยู่ในป่าหิมพานต์ ได้มาถึงบ้านที่อยู่ของกุฏุมพีผู้อุปัฏฐากภิกษุนั้น โดยลำดับ.

กุฏุมพีเลื่อมใสในอิริยาบถของพระเถระ จึงรับบาตร นิมนต์เข้าสู่เรือน ให้ฉันภัตตาหารโดยเคารพ สดับพระธรรมกถาเล็กน้อย แล้วไหว้พระเถระ กล่าวว่า
“ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ นิมนต์พระคุณเจ้าไปสู่ วิหารใกล้บ้านของกระผมก่อนเถิด ต่อเวลาเย็น พวกกระผมจึงจะไปเยี่ยม.”

พระเถระจึงไปสู่วิหาร นมัสการพระเถระเจ้าอาวาส ทักถามกันแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร.

ท่านเจ้าอาวาสก็ทำปฏิสันถารกับท่าน แล้วถามว่า “ผู้มีอายุ คุณได้รับภัตตาหารแล้ว หรือ?”

ท่านตอบว่า “ได้แล้วครับ.”

“คุณได้ที่ไหนเล่า?”

“ ได้ที่เรือนกุฏุมพีใกล้ๆ วิหารนี้แหละ.”

ครั้นบอกอย่างนี้แล้ว ก็ถามถึงเสนาสนะของตน จัดแจงปัดกวาด เก็บบาตรจีวรไว้เรียบร้อย พลางก็นั่งระงับยับยั้งอยู่ด้วยความสุขในฌาน ด้วยความสุขในผลสมาบัติ.

พอเวลาเย็น กุฏุมพีก็ให้คนถือเอาพวงดอกไม้ และน้ำมันเติมประทีปไปวิหาร นมัสการพระเถระเจ้าอาวาส แล้วถามว่า

“พระคุณเจ้าผู้เจริญ มีพระเถระอาคันตุกะมาพักรูปหนึ่ง มิใช่หรือ?”

ท่านตอบว่า “จ้ะ มีมาพัก.”

คฤหบดีถามว่า “เดี๋ยวนี้ ท่านพักอยู่ที่ไหน ขอรับ?”

ตอบว่า “ที่เสนาสนะโน้น.”

กุฏุมพีไปสู่สำนักของท่าน นั่ง ณ ที่สมควร ฟังธรรมกถาจนถึงค่ำ จึงบูชาพระเจดีย์ และต้นโพธิ์ จุดประทีปสว่างไสว แล้วนิมนต์ภิกษุทั้งสองให้รับบาตรในวันรุ่งขึ้น แล้วกลับไป.

ฝ่ายพระเถระผู้เป็นเจ้าอาวาส คิดว่า
‘กุฏุมพีนี้ถูกพระอาคันตุกะ ยุให้แตกกับเราเสียแล้ว ถ้าเธอจักอยู่ในวิหารนี้ไซร้ ที่ไหน กุฏุมพีจะนับถือเรา’
เกิดความไม่พอใจในพระเถระ คิดว่า
‘เราควรแสดงอาการ ไม่ให้เธออยู่ในวิหารนี้ ดังนี้แล้ว ในเวลาที่ท่านมาปรนนิบัติ ก็ไม่พูดด้วย.’

พระเถระผู้ขีณาสพทราบอัธยาศัยของภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส แล้วคำนึงว่า
‘พระเถระนี้ไม่ได้ทราบถึง การที่เราไม่มีความห่วงใยในตระกูล ในลาภ หรือในหมู่ แล้วกลับไปที่อยู่ของตน ยับยั้งอยู่ด้วยความสุขในฌาน และความสุขในผลสมาบัติ.’

ถึงวันรุ่งขึ้น ท่านเจ้าอาวาสก็ตีระฆังด้วยหลังเล็บ เคาะประตูด้วยเล็บ แล้วไปสู่เรือนของกุฏุมพี.

กุฏุมพีรับบาตร นิมนต์ให้นั่งเหนืออาสนะที่ปูลาดไว้ แล้วถามว่า

“ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พระอาคันตุกะเถระไปไหนเสียเล่า?”

ท่านเจ้าอาวาสตอบว่า “ข้าพเจ้าไม่ทราบความประพฤติของพระผู้ใกล้ชิดสนิทสนมของคุณ ฉันตีระฆัง เคาะประตู ก็ไม่อาจปลุกให้ตื่นได้ เมื่อวาน ฉันโภชนะอันประณีตในเรือนของคุณแล้ว คงอิ่มอยู่จนวันนี้ บัดนี้ ก็ยังนอนหลับอยู่นั่นเอง เมื่อท่านจะเลื่อมใส ก็เลื่อมใสในภิกษุผู้มีสภาพ เห็นปานนี้ทีเดียว.”

ฝ่ายพระเถระผู้ขีณาสพกำหนดเวลาภิกษาจารของตนแล้ว ก็ชำระสรีระของตนแล้ว ทรงบาตรจีวร เหาะไปในอากาศ (แต่) ได้ไปเสียในที่อื่น.

กุฏุมพีนิมนต์พระเถระเจ้าอาวาส ฉันข้าวปายาสที่ปรุงด้วยเนยใส น้ำผึ้ง น้ำตาลกรวดแล้ว รมบาตรด้วยของหอม ใส่ข้าวปายาสจนเต็ม แล้วกล่าวว่า

“ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พระเถระนั้นเห็นจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า พระคุณเจ้าจงนำข้าวปายาสนี้ไปให้ท่านด้วยเถิด.”

แล้วถวายบาตรไป. พระเถระเจ้าอาวาสไม่ห้ามเสียทันที คงรับบาตรมา เดินไปคิดไป

‘ถ้าภิกษุนั้นได้ข้าวปายาสนี้ไซร้ ถึงเราจะจับคอฉุดให้ไป ก็จักไม่ไป ก็ถ้าเราจักให้ข้าวปายาสนี้แก่มนุษย์ กรรมของเราก็จักปรากฏ. หากเททิ้งลงในน้ำเล่า เนยใสก็จักปรากฏเหนือน้ำได้. ถ้าทิ้งบนแผ่นดิน ฝูงกาจักรุมกันกิน กรรมของเราก็จักปรากฏ. ควรทิ้งข้าวปายาสนี้ที่ไหนดีหนอ’

เห็นนากำลังไหม้อยู่แห่งหนึ่ง ก็คุ้ยถ่านขึ้น เทข้าวปายาสลงไป กลบด้วยก้อนถ่าน แล้วจึงไปวิหาร. ครั้นไม่เห็นภิกษุรูปนั้น จึงคิดได้ว่า

‘ชะรอย ภิกษุนั้นจักเป็นพระขีณาสพ รู้อัธยาศัยของเราแล้ว จักไปเสียที่อื่นเป็นแน่ โอ เพราะท้องเป็นเหตุ เราทำกรรมไม่สมควรเลย.’

ทันใดนั้นเอง ความเสียใจอย่างใหญ่หลวงก็เกิดขึ้นแก่ภิกษุนั้น. จำเดิมแต่วันนั้นไปทีเดียว ท่านก็กลายเป็นมนุษย์เปรต อยู่มาไม่นาน ก็ตายไปเกิดในนรก.

ภิกษุนั้นหมกไหม้อยู่ในนรกหลายแสนปี เศษของผลกรรมยังนำให้ไปเกิดเป็นยักษ์ถึง ๕๐๐ ชาติ ไม่เคยได้กินอาหารเต็มท้องสักวันเดียว. (จนถึงวันจะตายจึงได้กินอิ่ม) คือได้กินรกคนเต็มท้องอยู่วันหนึ่ง.

(ถัดจากเกิดเป็นยักษ์) ก็ไปเกิดเป็นหมา ๕๐๐ ชาติ. แม้ในกาลที่เป็นหมานั้น ก็ได้กินรากเต็มท้องวันเดียวเท่านั้น. ส่วนในกาลที่เหลือไม่เคยได้กินเต็มท้องเลย ตลอดเวลาที่เป็นหมา ๕๐๐ ชาติ.

จุติจากเกิดเป็นหมา ก็มาเกิดในตระกูลคนเข็ญใจตระกูลหนึ่ง ในแคว้นกาสี. ตั้งแต่วันที่เขาเกิด ตระกูลนั้นก็ยิ่งยากจนหนักลงไปทีเดียว. แม้แต่น้ำและปลายข้าวครึ่งท้อง ก็ไม่เคยได้.
เขาได้มีนามว่า มิตตพินทุกะ. พ่อแม่ของเขาไม่สามารถจะทนทุกข์ อันเกิดแต่ความอดอยากได้ ก็พูดว่า

“ไปเถิด อ้ายลูกกาลกรรณี ไล่ตีเขาให้ออกไป. มิตตพินทุกะไม่มีที่พำนัก”

ท่องเที่ยวไปจนถึงเมืองพาราณสี. ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ บอกศิลปะแก่มาณพ ๕๐๐.

ในเวลานั้น ชาวเมืองพาราณสีให้ทุนแก่คนเข็ญใจ ให้ศึกษาศิลปะ แม้เด็ก
มิตตพินทุกะนี้ ก็ได้ศึกษาศิลปะในสำนักของพระโพธิสัตว์.

มิตตพินทุกะเป็นเด็กหยาบคาย ไม่เชื่อฟังโอวาท เที่ยวชกต่อย เกะกะไป แม้พระโพธิสัตว์จะสั่งสอนก็ไม่เชื่อฟังโอวาท. อาศัยเหตุนั้น ความเจริญเติบโตของเขาจึงเป็นความโง่เขลา.

ครั้งนั้น เขาเกิดทะเลาะกับพวกเด็กๆ ทั้งไม่เชื่อฟังคำสอน เลยหนีเที่ยวไปถึงบ้านชายแดนตำบลหนึ่ง รับจ้างเขาเลี้ยงชีวิต. เขาได้เสียกับหญิงเข็ญใจคนหนึ่ง ในหมู่บ้านนั้น. นางเกิดบุตรกับเขา ๒ คน. พวกชาวบ้านได้มอบงานส่งข่าวให้ทำว่า เจ้าพึงบอกข่าวดี ข่าวร้ายแก่พวกเรา ให้ค่าจ้างและปลูกกระท่อมให้อยู่ที่ประตูบ้าน. ก็เพราะอาศัยมิตตพินทุกะนั้น เป็นต้นเหตุให้พวกชาวบ้านชายแดนนั้น ถูกราชทัณฑ์เจ็ดครั้ง ไฟไหม้บ้านเจ็ดครั้ง. บ่อน้ำพังเจ็ดครั้ง.

พวกเขาจึงปรึกษากันว่า
‘แต่ก่อน เมื่อมิตตพินทุกะผู้นี้ยังไม่มา พวกเราไม่เคยมีเรื่องอย่างนี้เลย บัดนี้ นับแต่มิตตพินทุกะมาอยู่แล้ว พวกเราแย่ลงไปตามๆ กัน’
จึงช่วยกันรุมตี ขับเขาออกไป. เขาก็พาลูก ๒ คน (และเมีย) ไปที่อื่น ผ่านเข้าไปสู่ดงที่อมนุษย์ยึดครองแห่งหนึ่ง พวกอมนุษย์รุมกันจับลูกและเมียของเขา ฆ่ากินเนื้อเสียในดง นั้นเอง.

ตัวเขาเองหนีรอดไปได้ ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ลุถึงท่าเรือแห่งหนึ่ง ชื่อคัมภีระ ประจวบเป็นวันที่เขาจะปล่อยเรือทีเดียว ก็สมัครเป็นกรรมกรลงเรือไป

เรือแล่นไปในสมุทรได้ ๗ วัน ถึงวันที่ ๗ หยุดอยู่กลางทะเล เหมือนใครมาฉุดดึงไว้. ชาวเรือเหล่านั้นก็จับสลากกาลกรรณีกัน สลากกาลกรรณีตกถึงมิตตพินทุกะคนเดียว ถึงเจ็ดครั้ง.
พวกชาวเรือจึงโยนลูกบวบไม้ไผ่ ให้เขาแพหนึ่ง แล้วช่วยกันจับมือมิตตพินทุกะโยนลงทะเลเสีย พอโยนมิตตพินทุกะลงทะเลแล้ว เรือก็แล่นต่อไปได้.

มิตตพินทุกะนอนเหนือแพไม้ไผ่ลอยไปในทะเล ด้วยผลที่ได้รักษาศีลไว้ในศาสนาของพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้พบเทพธิดา ๔ นาง อันอยู่ในวิมานแก้วผลึกหลังหนึ่งในทะเล เสวยสุขสำราญอยู่ในสำนักเทพธิดาเหล่านั้นตลอด ๗ วัน. ก็นางเหล่านั้นเป็นเปรตมีวิมานอยู่ เสวยสุขได้ ๗ วัน เสวยทุกข์ ๗ วันหมุนเวียนไป.

เมื่อนางจะไปเสวยทุกข์ ๗ วัน ก็สั่งมิตตพินทุกะไว้ว่า
“ท่านจงอยู่ที่นี่ อย่าไปไหน จนกว่าพวกฉันจะมา” แล้วก็พากันไป.

ครั้นนางพากันไปแล้ว มิตตพินทุกะก็ลงนอนในแพไม้ไผ่ ลอยต่อไปข้างหน้า ได้เทพธิดา ๘ นางในวิมานเงิน เทพธิดาเหล่านั้นก็เป็นเปรตมีวิมานเช่นเดียวกัน.

มิตตพินทุกะลอยต่อไปได้เทพธิดา ๑๖ นางในวิมานแก้วมณี แล้วก็ลอยต่อไป ได้เทพธิดา ๓๒ นางในวิมานทอง เขามิได้ฟังคำของเทพธิดาเช่นเดียวกัน. จึงลอยต่อไปข้างหน้า ก็ได้พบเมืองยักษ์เมืองหนึ่งอยู่ในระหว่างเกาะ

ในเมืองนั้น มียักษินีตนหนึ่งแปลงกายเป็นแม่แพะเที่ยวอยู่. มิตตพินทุกะไม่ทราบว่า แม่แพะเป็นยักษินี คิดแต่ว่า เราจักกินเนื้อแพะ โดดจับมันที่เท้า. นางยักษ์ก็ยกมิตตพินทุกะขึ้นสลัดไป ด้วยอานุภาพของยักษ์. มิตตพินทุกะถูกนางยักษ์สลัดข้ามทะเลไป ตกที่พุ่มไม้หนามพุ่มหนึ่ง ข้างคูเมืองพาราณสี แล้วก็กลิ้งตกลงไปที่แผ่นดิน.

ก็ในครั้งนั้น แม่แพะของพระราชาหลายตัวเที่ยวหากินอยู่ เหนือคันคูนั้น ถูกพวกโจรลักไป
พวกคนเลี้ยงคิดกันว่า ‘พวกเราต้องจับโจรให้ได้’ พากันซุ่มอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง.

มิตตพินทุกะกลิ้งตกลงมา ยืนอยู่ที่พื้นดินได้แล้ว เห็นแม่แพะเหล่านั้น ก็คิดว่า
‘เราจับแม่แพะตัวหนึ่งในเกาะแห่งหนึ่ง กลางทะเล ถูกมันดีดกระเด็นมาตกที่นี่ คราวนี้ ถ้าเราจับแม่แพะตัวหนึ่งที่เท้า มันคงดีดเรากระเด็นกลับไปถึงสำนักเทพธิดา ผู้มีวิมานอยู่ในทะเล ดังก่อน’

เขาเข้าใจเอาเองอย่างนี้ โดยไม่ไตร่ตรองให้แยบคาย ดังนี้ แล้วก็โดดจับแม่แพะตัวหนึ่งที่เท้า พอมันถูกเขาจับเท้าเท่านั้น ก็ร้องเอ็ดอึง

พวกคนเลี้ยงแพะก็พากันกรูเข้ามาโดยรอบ ต่างร้องว่า
“คอยมานานแล้ว ไอ้ขโมยกินแม่แพะในราชสกุลนี้ ไอ้นี่เอง”

ดังนี้ แล้วรุมซ้อม แล้วจับมัดพาไปสู่พระราชวัง.

ในขณะนั้น พระโพธิสัตว์แวดล้อมไปด้วยมาณพ ๕๐๐ ออกจากเมืองไปอาบน้ำ เห็นมิตตพินทุกะก็จำได้ จึงพูดกะคนเหล่านั้นว่า
“พ่อคุณทั้งหลาย คนผู้นี้เป็นลูกศิษย์ของเรา พวกท่านจับเขา เพราะเหตุไร?”

คนเหล่านั้นตอบว่า
“พระคุณท่านขอรับ เขาเป็นคนร้าย ขโมยแม่แพะของหลวง จับแม่แพะตัวหนึ่งที่เท้า เหตุนั้น พวกผมจึงจับเขา.”

พระโพธิสัตว์ขอร้องว่า
“ถ้าเช่นนั้น จงให้เขาเป็นทาสของพวกเราเถิด เขาจักได้อาศัย พวกเราเลี้ยงชีวิตไป.”

คนเหล่านั้นรับคำว่า “ดีแล้วขอรับ พระคุณท่าน”
พลางปล่อยเขา แล้วก็พากันไป.


ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์จึงไต่ถามมิตตพินทุกะว่า “ตลอดเวลาที่หายหน้าไปนั้น เจ้าไปอยู่ที่ไหนเล่า?”

มิตตพินทุกะก็เล่าเรื่องที่ตนกระทำทั้งหมดให้ฟัง.

พระโพธิสัตว์จึงกล่าวว่า “คนที่ไม่กระทำตามถ้อยคำของผู้ที่หวังดี ย่อมได้ทุกข์อย่างนี้.”

แล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า
“ บุคคลผู้ใด เมื่อท่านผู้หวังดี เอ็นดูจะเกื้อกูล สั่งสอน มิได้กระทำตามที่ท่านสอน บุคคลนั้นย่อมเศร้าโศก เหมือนมิตตพินทุกะจับขาแพะ แล้วเศร้าโศกอยู่ ฉะนั้น ”


ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น

บทว่า อตฺถกามสฺส ความว่า ผู้ปรารถนาอยู่ซึ่งความเจริญ.

บทว่า หิตานุกมฺปิโน ความว่า ผู้อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล.

บทว่า โอวชฺชมาโน ความว่า ตักเตือนสั่งสอนอยู่ ด้วยจิตอันอ่อนโยน.

บทว่า น กโรติ สาสนํ ความว่า ไม่กระทำตามคำสั่งสอน คือเป็นคนว่ายาก ว่ากล่าวไม่ได้.

บทว่า มิตฺตโก วิย โสจติ ความว่า ผู้นั้นย่อมเศร้าโศก ตลอดกาลเป็นนิตย์ เหมือนมิตตพินทุกะผู้นี้ จับขาแพะแล้ว ย่อมเศร้าโศก คือลำบากอยู่

ฉะนั้น. พระโพธิสัตว์แสดงธรรมด้วยคาถานี้ ซึ่งมีอรรถาธิบายดังพรรณนามานี้.

พระเถระนั้น เคยได้อาหารเต็มท้องในอัตภาพทั้ง ๓ อย่างนี้ คือ

ครั้งเป็นยักษ์ได้กินรกอิ่มวันหนึ่ง

ครั้งเป็นหมาได้กินอาเจียนอิ่มวันหนึ่ง

ครั้งสุดท้ายในวันปรินิพพาน ได้ฉันของหวาน ๔ อย่างอิ่ม ด้วยอานุภาพของพระธรรมเสนาบดี ขึ้นชื่อว่า การกระทำอันตรายแก่ลาภของผู้อื่น พึงทราบว่า มีโทษใหญ่หลวง อย่างนี้.

ก็พระโพธิสัตว์ผู้เป็นอาจารย์ และมิตตพินทุกะในครั้งนั้น ก็ไปตามกรรม.

พระบรมศาสดา ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

“พระโลสกติสสเถระนั้นได้กระทำความเป็นคนมีลาภน้อย และความเป็นผู้ได้อริยธรรมให้แก่ตนด้วยตนเอง อย่างนี้แล.”


ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงสืบอนุสนธิ ประชุมชาดก ว่า
"มิตตพินทุกะในกาลนั้น ได้มาเป็น พระโลสกติสสเถระ ในกาลนี้ อาจารย์ทิศาปาโมกข์ในกาลนั้น คือ เราตถาคต ฉะนี้แล... "

อรรถกถา โลสกชาดก จบ.

4094 หุหุ
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 110.168.88.9 วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:14:16:19 น.  

 
 
 
ขออนุญาต แควน ๆ ขึ้น โปรเจค 11 คร้าาาา

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&month=10-2012&group=1&date=18&gblog=14


 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:20:41:46 น.  

 
 
 
Good information. Lucky me I discovered your website by accident (stumbleupon).
I have saved as a favorite for later! Maglia
Bayern Munchen Poco Prezzo
 
 

โดย: Mabel IP: 174.139.21.156 วันที่: 19 ตุลาคม 2564 เวลา:18:54:31 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

นู๋บี
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
[Add นู๋บี's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com