การเข้าใจธรรมะที่แท้จริงจากพระพุทธเจ้านั้น ทำให้จิตเปลี่ยนไปอย่างไร
 อยากให้เข้าไปลองฟังกันเยอะ ๆ เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจในธรรมะอย่างแท้จริง ความเห็นส่วนตัวคือ
" ตอนแรกๆ ที่ฟังรู้สึกว่าฟังให้เกิดความเข้าใจมันยาก มากๆ แต่ใช้การฟังให้บ่อย ๆ ตอนนี้ดีขึ้นเยอะค่ะ
ฟังพอเข้าใจ จึงอยากแนะนำให้ลองเข้าไปฟังกันดู
ว่าสิ่งที่ผู้พูดแนะนำเพจนี้ มีดีจริงมั้ย อย่างไร "

ฟังแล้วมาแชร์ หรือ สนทนาธรรมกันได้นะคะ ยินดีมากๆ

 บอกเลยว่าฟังดีจึงบอกต่อ
มูลนิธศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา
รับฟังธรรมและพระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ เพื่อเกิดความเข้าใจ
//www.dhammahome.com/






Create Date : 05 ธันวาคม 2557
Last Update : 5 ธันวาคม 2557 15:42:09 น.
Counter : 679 Pageviews.

1 comment
สติ สมาธิ ภาวนา






การภาวนาคือการรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
ในร่างกายของเราในความรู้สึกของเรา
ในจิตใจของเรา และในโลกด้วย
สมาธิภาวนาไม่ใช่นั่งเฉยๆ อย่างเงียบๆ
หากนั่งอย่างรู้ตัวทั่วพร้อม
ปลอดจากการปล่อยใจให้ส่งไปอื่น
โดยเข้าถึงความเข้าใจอย่างแจ่มชัด
ซึ่งเกิดจากจิตที่ทั้งมั่น

การนั่งภาวนาคือ
การสร้างให้เกิดสันติสุขและปีติสุข
ไม่ใช่เป็นการทรมานร่างกาย
ไม่ว่าเราจะกวาดอะไร ที่ไหน ถ้ามีสติมั่น
ที่นั้นๆ ก็จะเป็นดินแดนแห่งการตรัสรู้
สมาธิภาวนาที่แท้จริงย่อมนำไปให้เกิดปัญญา

การเป็นผู้อยู่ในทำนองคลองธรรม
เป็นผู้มีกุศลเท่านั้นยังไม่เพียงพอ
ที่จะทำให้บุคคลเกิดปัญญาอันแท้จริงได้
หากจำต้องอาศัยสติในการดำรงกายและจิตไว้อย่างแน่วแน่ด้วย

ภายในวัดเซ็นนั้น
สมณะผู้ปฏิบัติธรรมจะประกอบการงานทุกชนิด
ท่านจะไปตักน้ำ ผ่าฟืน หุงต้มอาหาร เพาะปลูกพืชผัก
ถึงแม้ว่าพระทุกรูปจะได้เรียนการนั่งสมาธแบบเซ็น
และปฏิบัติสมาธิในท่านั่งแล้ว
แต่ทุกท่านจะต้องพยายามมีสติในกิจที่ตนทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ

หากผู้ฝึกหัดรู้สึกว่าตนได้ขาดการ  ลิ้มรสแห่งเซ็น
ในขณะที่ตนกำลังพูดกำลังทำการงานแล้วละก็
ผู้ฝึกหัดควรจะตระหนักไว้ด้วยว่า
ตนได้ใช้ชีวิตให้ผ่านไป โดยขาดสติเสียแล้ว

ผู้มีความประพฤติตรงแน่ว
การปฏิบัติในทางฌานมันจะมีมาเอง(แม้จะไม่ตั้งใจทำ)
ฝนอิฐไม่สำเร็จเป็นกระจกได้
การนั่งสมาธิจักสำเร็จเป็นพระพุทธะได้อย่างไร


การขจัดความคิดปรุงแต่งนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ สติ
สติคือเครื่องมืออย่างเดียวของมนุษย์
ที่จะเจาะทะลวงความคิดปรุงแต่งและอวิชชา ให้พังทลายลงมา
การมีประสบการณ์คือ การเป็นผู้มีสติสำนึกในตัวเอง
และประสบการณ์อย่างเซ็น
จะบริบูรณ์ได้ต่อเมือได้รับการสนับสนุนการความมีสติสำนึกอย่างเซ็น
และได้มีการแสดงออกในทางหนึ่งทางใดด้วย

คนเป็น ไม่นั่งไม่นอนตลอดเวลา
คนตาย นอนแต่ไม่นั่ง
ร่างกายขอเรานี้ ไฉนต้องนั่งสมาธิ
การเพ่งยิ่งลึก
ก็ยิ่งเป็ฯการปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

นักปฏิบัติสมาธิที่ดี
จะน้อมนำสมาธิเข้ามาเกี่ยวข้อง
กับชีวิตประจำวันของเข้าในทุก ๆ ด้าน
ไม่ยอมให้โอกาสอันใดแม้หนึ่งเดียวผ่านไป
ทั่งนี้เพื่อจะเห็นถึงธรรมชาติของสิ่งต่างๆ
ที่ต้องอิงอาศัยซึ่งกันและกันอยู่

คนทั่วไปเวลากินข้าวมักจะเลือกกัน
เลือกแต่เนื้อไม่กินมันบ้าง ไม่ยอมกินให้อิ่มบ้าง
เวลานอนก็มักจะคิดฟุ้งซ่าน จุกจิกร้อยแปด
เมื่อไม่มีสติก็จะไม่รู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป
พูดออกไปแล้วก็ยังเข้าใจ ว่าไม่ได้พูด 
เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ยังเป็นถึงขนาดนี้
จงมีสติกันเถิด แล้วโลก (ในใจเรา)จะร่มเย็นตลอดเวลา

เซ็น












Create Date : 04 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 22 กรกฎาคม 2559 9:53:45 น.
Counter : 395 Pageviews.

0 comment
รวมข้อคิด-ธรรมะ จากท่าน ว.วชิรเมธี (W.Vajiramedhi)







  • จงแสวงหาความเป็นเลิศจากงานที่ทำ อย่าแสวงหาการยอมรับจากปากคน เพราะปากคนไม่มีบรรทัดฐานอะไร ปากเดียวกันด่าก็ได้ ชมก็ได้ แต่ความเป็นเลิศจากผลงานที่รังสรรค์ไว้ให้แก่โลก ไม่มีใครสามารถหักล้างได้
  • ผู้รู้บอกว่า ศิลปินอย่าดูหมิ่นศิลปะ กองขยะดูดีๆ ยังมีศิลป์ ดังนั้น ในสิ่งที่คุณไม่ชอบ ย่อมมีแง่มุมที่คุณชอบอย่างแน่นอน มองอย่างพินิจจะพบว่า ในดีมีเสีย ในเสียมีดี
  • จิตของเรามีลักษณะพิเศษ จะรับอารมณ์ได้เพียงทีละอย่าง ช่วงไหนที่จิตของเรามีสติตลอดเวลา กิเลสจะไม่มีทางแทรกซึมเข้ามา หากช่วงไหนจิตไม่มีสติ "กิเลส" ไม่ว่าโลภ โกรธ หลง จะเข้าสัมปทานพื้นที่ในใจเราทั้งหมด
  • บริหารจัดการชีวิตนี้ ชาตินี้ให้ได้ ก็ไม่ต้องไปกังวลชาติไหนเลย เพราะฉะนั้นทำดีลูกเดียว
    แล้วจะกำไรทุกชาติ
  • ความผิดพลาดคือเรื่องราวคราวอดีต ปล่อยให้กรีดปัจจุบันจนหวั่นไหว ผลิตซ้ำความทุกข์มาซุกใจ คนอะไรช่างขลาดเขลาเบาปัญญา
  • คนฉลาดชอบแกล้งโง่ คนโง่ชอบเสแสร้งว่าฉลาด ส่วนนักปราชญ์เรียนรู้ที่จะฉลาดและเรียนรู้ที่จะโง่
  • ความเลวร้ายประดาในชีวิตเรา ไม่ได้เกิดจากมือที่มองไม่เห็นดลบันดาลให้เป็นไป แต่เกิดจากตัวเราพาตัวเข้าไปแส่หาด้วยความขลาดเขลาเบาปัญญาทั้งสิ้น
  • อยากโชคดี ไม่ใช่ไปหาวิธีลอดท้องช้าง แต่อยากโชคดี เริ่มกันที่การมีสติปัญญาในการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • ความสำเร็จเป็นของกลาง ใครมีความมุ่งมั่นมากพอ คนนั้นย่อมมีโอกาสครอบครอง
  • ความสุขที่ยิ่งใหญ่ อาจซ่อนอยู่ในความทุกข์ที่หนักหนาสาหัส
  • คนเรายิ่งเป็นคนธรรมดายิ่งมีเวลาได้อยู่อย่างมีความสุขมากขึ้น ยิ่งตัวตนของเราเล็กลงเท่าไร พื้นที่แห่งความสุขในดวงใจของเรา จะกลับขยายเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีตรีคูณ
  • การมีชัยชนะไม่ได้หมายถึงการพิชิตคนอื่นได้เสมอไป การถอดถอนความรู้สึกอยากเป็นผู้ชนะนั่นต่างหากคือการมีชัยในความหมายที่แท้จริง
  • ที่ใดมีปัญหา ที่นั่นย่อมมีทางออก
    ปัญหาและทางออกจึงเป็นเสมือนสองด้าน
    ของเหรียญกษาปณ์อันเดียวกัน
    เพียงมีสติรู้จักพลิกปัญหา
    ก็จะพบว่ามีภูมิปัญญาอันเลิศล้ำ
    รอให้ค้นพบอยู่อย่างท้าทาย







Create Date : 30 มิถุนายน 2554
Last Update : 23 กรกฎาคม 2559 9:28:01 น.
Counter : 1096 Pageviews.

1 comment
เครื่องกลั่นกรองของธรรม

*ข้าศึกใดๆ ในโลกนี้...ไม่มีอำนาจลึกลับร้ายกาจ แหลมคม เหมือนข้าศึกภายในใจเรา*


*ศีลห้า..เป็นรากฐานของการกระทำกรรมต่างๆ ไม่ว่ากรรมดีและกรรมชั่วกรรมดีต้องเว้นจากโทษห้าข้อนี้ ข้ออื่นๆ เป็นเรื่องปลีกย่อยออกไปจากศีลห้าทั้งนั้น...เมื่อไม่มีศีลห้าข้อนี้กำกับอยู่กับใจแล้ว ความชั่วนอกนั้นทั้งหมดจะหลั่งเข้ามาครองใจ ความดีทั้งปวงไม่สามารถจะทำให้เกิดมีขึ้นมาได้...ถึงทำให้เกิดมีขึ้นมาได้ ก็ไม่สามารถจะตั้งอยู่ได้นาน ไม่ต้องพูดถึงสมาธิ สมาบัติ ปัญญาหรอก...เครื่องกลั่งกรองของธรรม เพื่อให้ใสสะอาดจากโลกนั้นนอกเหนือไปจาก ศีล สมาธิ ปัญญา แล้วไม่มี*


*ศาสนา...ตั้งต้นที่กายกับใจ เทวดา อินทร์ พรหม ไม่สามารถที่จะบรรลุมรรคผลนิพพานได้ เพราะเหตุว่ามันสุขเกินไป...เราเกิดมาเป็นมนุษย์นับว่าดีอักโขแล้ว ขอให้รักษามนุษยธรรมไว้ก็แล้วกัน ถ้ารักษาไว้ไม่ได้ มันจะเลวลงไปกว่ามนุษย์นี้อีก ไปเกิดเป็นสิงห์สาราสัตว์ แต่ละภพชาติมันนานแสนนาน...*


*ผู้ไม่เข้าใจในเหตุผลของความตาย เมื่อถึงความตายจึงเป็นทุกข์ เพราะอาลัยในความตายแต่ผู้ตายกลับสบายแฮ เพราะไม่ต้องตายอีก...คนที่ตายไปแล้วเท่านั้นเป็นผีที่น่าเกลียด? แต่หาได้รู้ไม่ว่า *ตัวของเราก็เป็นผีสดศพหนึ่งดีๆ นี่เอง*นอกจากจะป็นผีสดแล้ว ยังเป็นป่าช้าที่ฝังผีของสัตว์ต่างๆ มีหมู วัว เป็ด ไก่ เป็นต้น ซึ่งเราขนมาฝังอยู่ทุกๆ วัน...คนที่ตายแล้ว เขาไม่ได้เป็นป่าช้าของสัตว์อื่นอีกต่อไปแล้ว...*



ธรรมจากหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
(พระราชนิโรธรังสี คัมภีรปัญญาวิศิษฎ์)วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย













Create Date : 28 มิถุนายน 2554
Last Update : 27 พฤษภาคม 2556 9:35:54 น.
Counter : 382 Pageviews.

0 comment
เกิดเป็นคนมีปัญญามาก

 


เกิดเป็นคนมีปัญญามาก

     สตรีหรือบุรุษก็ตาม เป็นผู้เข้าไปพบสมณะอันเป็นผู้สงบจากกิเลสแล้วสอบถามว่า



  • อะไรเป็นกุศล

  • อะไรเป็นอกุศล

  • อะไรมีโทษ

  • อะไรไม่มีโทษ

  • อะไรควรเสพ

  • อะไรม่ควรเสพ

  • อะไรทำไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุขสิ้นกาลนาน

  • อะไรทำไปเพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์สิ้นกาลนาน


เพราะการสอบถามนั้น


เขาทำให้พรั่งพร้อม ถือเอารับไว้อย่างนี้ หากตายไปเข้าถึงความสุขสบายในสวรรค์


ถ้ามาเกิดเป็นมนุษย์อีก จะเป็นคนมีปัญญามาก


(เรียบเรียงจากพระไตรปิฏก ภาษาไทยฉบับหลวง เล่มที่ 14 "จูฬกัมมวิภังคสูตร" ข้อที่ 595)















Create Date : 28 มิถุนายน 2554
Last Update : 28 มิถุนายน 2554 15:30:23 น.
Counter : 358 Pageviews.

1 comment
1  2  

bowkavi
Location :
ลำปาง  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สติ เป็นอาหารชั้นเลิศ