All Blog
Slow Time in Singapore...Day1 Chinatown - Clarke Quay
ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวต่างประเทศ AEC สิงคโปร์ เซนโตซา แบ็คแพ็คเกอร์ ทริปนี้เป็นการbackpackไปต่างประเทศด้วยตัวเองครั้งแรกค่ะ จริงๆ แล้วทริปนี้มีครั้งแรกหลายต่อหลายอย่างด้วยกัน ทั้งบินLow-costครั้งแรก  เที่ยวตปท.กะแฟนครั้งแรก(ฮิ้วววว)   เดินทางโดยใช้Thai Passport ครั้งแรก  ดังนั้นเราจึงเตรียมตัวเยอะมากกกกกกเป็นพิเศษ  

แม้จะเคยไปเรียนที่สิงคโปร์มา2ปีก็จริง  แต่ระยะเวลา5ปีก็ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างในสิงคโปร์เปลี่ยนไปมากเหมือนกันนะ(สำหรับเราเอง) อีกอย่างนึง นิสัยที่หลงทางได้ทุกที่ทุกเวลาของเรามันก็ซึมรากลึกเกินกว่าจะหายได้แล้วด้วย  อิอิ

ทริป4วัน4คืนที่สิงคโปร์รอบนี้ เราจะแบ่งรีวิวที่ละวันนะคะ  แม้จะไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมายแต่ก็อยากให้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเมืองน่ารักแห่งนี้ด้วยค่ะ  ผิดพลาดหรือขาดตกบกพร่องยังไง ต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยนะคะ


Day1 BKK-CHANGI-Chinatown-Mustafa-Clarke Quay

เดินทางสูสิงคโปร์ด้วยเที่ยวบินTR2115 ของTiger Air เที่ยวสุดท้าย 3ทุ่ม45นาที ของศุกร์ที่7 ธ.ค.ที่ผ่านมา  เรียกว่าเลิกงานก็เปลี่ยนชุด สะพายเป้ แล้วออกเดินทางกันเลย (ที่ออฟฟิศตกใจกันพอสมควร แบบว่าที่นี่เค้าไม่รู้จักการBackpack กันเลย)  วันนี้น้องเสือไม่งอแงไม่เกเร แม้จะเลื่อนเวลาเปิดgate เล็กน้อย  แต่ไฟลท์นี้ไม่มีDelay อิอิ  สภาพในเครื่องก็ประมาณนี้ค่ะ 

จริงๆ เตรียมใจมาพอสมควรเพราะเพื่อนเล่าให้ฟังว่าTiger น้อยไม่ค่อยสะอาดเท่าไร  แต่เท่าที่ดูแล้วเราโอเคมากๆ ล่ะ  กัปตันบินนิ่ม พนักงานน่ารัก ไม่พูดเยอะจนเรานอนไม่ได้ด้วยค่ะ เราก็หลับสบายยาวๆ ไป คร่อกกกกก (ภาพยืนยันจากที่วางขา ไม่แย่นะขอบอก)


ถึงสิงคโปร์ประมาณตีหนึ่งเศษที่T2  ทำเรื่องและผ่านต.ม.ในเวลาไม่นาน หลังจากนั้นก็ตะเวนหาที่นอนหลับพักผ่อน จนมาลงตัวที่โซนทางลงMRTเข้าเมือง ตรงนี้จะมืดๆ หน่อยและมีที่ว่างมากพอสมควร มีBackpackerนอนเป็นหลักให้ก่อนแล้ว เราก็ไม่รอช้าวางเป้แล้วเอาหัวพาดหลับโลด


แต่....บุญมีแต่กรรมบังเล็กน้อย พอถึงตี5 เค้าก็เปิดไฟสว่างจ้าจนต้องลุก เลยตกลงว่าจะไปถ่ายรูปเล่นที่T3กันก่อนเข้าเมือง  คิดแล้วก็แจ้นไปขึ้นรถไฟที่เดินทางระหว่างT2 และT3  ซึ่่งเป็นTerminalล่าสุดของสนามบินนานาชาติชางกี และเรายังไม่เคยขึ้นเครื่องที่นี่มาก่อน ใหญ่โตอู้ฟู่สุดพลัง ได้ภาพมาประมาณนี้...








หลังจากถ่ายรูปจนหนำใจแล้ว เราก็นั่งรถไฟกลับสู่T2 เพื่อขึ้นMRTเข้าเมืองกัน ซึ่งตลอดทางก็ทำให้เราได้เห็นวิวยามเช้าของสิงคโปร์ที่เงียบสงบ(แน่ล่ะ เช้าวันเสาร์ใครเค้าจะแหกขี้ตาตื่นล่ะ!!) และในที่สุดก็ถึงจุดมุ่งหมายที่สถานีChinatown นั่นเอง





เดินเล่นถ่ายรูปจนหนำใจแล้วก็เข้าที่พักกันค่ะ ทีพักของเราในคราวนี้คือ5 FootwayInn Project Chinatown1 ซึ่งอยู่บนถนนPagoda เอาง่ายๆ เลยก็ออกจากMRT Chinatown มาปุ๊บ เดินออกมาซัก30 ก้าวก็ถึงแล้วค่ะ 5555+++  เป็นHostel เล็กๆ สะอาดสะอ้านดี เมื่อก่อนเราทำงานพิเศษที่ร้านอาหารจีนในChinatown เคยเดินมาส่งอาหารที่นี่บ่อยๆ Smiley



หลังจากพยายามอ้อนวอนขอเช็คอินก่อนเวลาเพราะง่วงมากๆ (ที่จริงเมลมาแจ้งไว้กอนแล้ว) พนักงานที่น่ารักก็ไม่สามารถให้เราเข้าห้องพักได้ เนื่องจากห้องพักเต็มแน่นมาก ต้องรอเช็คอินบ่ายสามเท่านั้น เศร้าจริงๆ Smiley แต่ไม่เป็นไรยังไหวอยู่  เอาเป้ฝากไว้แล้วไปทานข้าวเช้ากันดีกว่า




Nanyang Old Coffee ร้านกาแฟและของว่างชื่อดัง ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องแวะมาทาน ของขึ้นชื่อได้แก่Kopi(กาแฟโบราณแบบสิงคโปร์แท้ๆ ) และKaya(สังขยาทาขนมปัง) แต่บังเอิญว่าแฟนเราไม่ทานทั้งสองอย่าง เราเลยเปลี่ยนมื้อเช้าเป็นพวกนี้แทน...

Bak Kuh Teh น้ำสีออกดำรสเครื่องยาจีนเข้มๆ (แต่ไม่เข้มเท่าที่มาเลย์นะ)  พร้อมข้าวสวยร้อนๆ



Bau ไส้หมูสับลูกบิ๊กเบิ้มไส้เยิ้มๆ  Swee Kueh แป้งก้อนโตทานคู่กับไชโป๊วเค็มๆ (อันนี้แฟนอยากลองของแปลก)



และShu Mai ไส้หมูลูกโต (กินไปจนเหลือถ่ายรูปอันเดียวเอง) และIced Roselle น้ำกระเจี๊ยบเย็นๆ เพราะไม่ดื่มกาแฟกันทั้งคู่เลยเลี่ยงมาดืมอะไรเปรี้ยวๆ จะได้ตื่น อิอิ


อิ่มแล้วก็เดินเตร็ดเตร่ต่อ เริ่มจากBuddha Tooth Relic Temple กันก่อนเลย เป็นวัดที่สวยมากๆ





หลังจากนั้นก็ไปช้อปที่มุตตาฟาให้ตาสว่างเล็กน้อย(ไม่ได้ถ่ายรูปเพราะคนเยอะเกิ๊นนน) ก่อนกลับมาเตร็ดเตร่ที่Chinatown ประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆ เพื่อฆ่าเวลาก่อนเช็คอินตอนบ่ายสาม บรรยากาศคึกคักมาก คนเยอะร้านค้าก็เปิดกันแน่นเต็มถนนเลย








และแล้วในเวลาบ่ายสามโมงครึ่งเราก็ได้เข้าห้องพักจนได้ เย้!!! ครั้งนี้เราจองห้องDormแบบ 6 เตียงเอาไว้ค่ะ ห้องสะอาดสะอ้านดีมาก คู่เราได้นอนเตียงตรงประตู  ซึ่งทางพนง.จัดให้เองโยที่เลือกไม่ได้ค่ะ  ตอนแรกเราแอบไม่พอใจนะเพราะอยากนอนเตียงด้านในซึ่งใกล้หน้าต่าง แต่มารู้ทีหลังว่านอนเตียงตรงประตูทำให้ไม่มีคนนอนเตียงตรงข้ามและแอบดูเรานอนไม่ได้ด้วย (ที่จริงคนที่มาพักห้องเดียวกันเล่าว่า พนง.แจ้งเลยว่าในห้องมีผู้หญิงนะ ให้เกียรติเธอด้วย อะไรแบบนี้) ถือว่าใส่ใจกันเกินร้อยเลยล่ะ





ข้างๆ เตียงเป็นประตูเข้าห้องและกระจกแบบนี้


มีล็อกเกอร์ใส่ของให้ด้วยนะคะ โดยทางพนง.จะเก็บมัดจำตู้ละ10เหรียญ พร้อมกับเงินมัดจำคีย์การ์ดอีกอันละ10เหรียญ และจะคืนเงินให้ตอนเราเช็คเอาท์ค่ะ


วิวนอกหน้าต่าง...


หลังจากนั้นเป้นมหากพย์นอนยาวววววว ของเราค่ะ อิอิ  ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวอีกทีก็ทุ่มนึงโน่นนน ซึ่งพวกเราเลือกจะไปเดินตะลอนๆ ริมแม่น้ำที่Clarke Quay โดยข้ามไปขึ้นรถที่หน้าตึกPeople Complex  นั่งรถสาย124 ไปป้ายนึงก็ถึงแล้ว!! มีวิวสวยๆ ให้ดูระหว่างเดินด้วย





แล้วก็ถึงClarke Quay ในที่สุด เดินสำรวจและเก็บภาพสวยๆ ไปเรื่อย เหนื่อยก็นั่งรับลมริมแม่น้ำกันไป









แล้วก็เจอกับของโปรด นั่นคือไอติมตัดอันละ1เหรียญ วิธีก็คือคุณลุงคนขายจะตัดไอติมเป็นชิ้นแล้วประกบบน-ล่างด้วยเวเฟอร์ อร่อยอย่าบอกใครเลย มาสิงคโปร์แล้วไมได้หม่ำเจ้านี เราว่าเหมือนมาไม่ถึงเลยล่ะ Smiley


mint choc


สักสี่ทุ่มเราก็นั่งMRTกลับมายังChinatown แล้วเดินย้อนไปที่Smith Street เพื่อทานมื้อค่ำกัน เพราะทริปนี้เราเน้นกินเที่ยวชิลๆ ไม่ได้ทานหรู+นอนห้องแพงๆ แต่อย่างใด มื้อนี้เราก็เลยทานMini Pot ร้อนๆ พร้อมข้าว+บะหมี่ผัดซอส สนนราคาก็8.50 เหรียญด้วยกัน (ไม่ได้ถ่ายของกินมาเลย.....)  ปิดท้ายคืนแรกที่สิงคโปร์ด้วยภาพถนนอาหารSmith Street นะคะ Smiley






Create Date : 05 มกราคม 2556
Last Update : 26 พฤษภาคม 2556 18:39:21 น.
Counter : 2399 Pageviews.

1 comments
  
ภาพชัดจังค่ะ สวย
โดย: mariabamboo วันที่: 13 เมษายน 2556 เวลา:23:39:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ต๊องต๊อง กะ บ๊องบ๊อง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



Just a little step in the Big World
โลกกว้างใหญ่ มีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก

ต๊องต๊อง กะ บ๊องบ๊อง
All rights reserved
[สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539]