Group Blog
 
 
มิถุนายน 2558
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
29 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 

รีวิว First Trip Taiwan 2015 ตอนที่ 5.1 Taroko national Park


มินิรีวิว First Trip Taiwan 2015 ตอนที่ 5.1  ปีนเขา เดินทน ชมธรรมชาติตระการตาที่ ทาโรโกะ หรือ ไทหลู่เก๋อ 



เช้าวันที่ 3 ที่ไทเป  ไต้หวัน 


เราตื่นกันแต่เช้าเพราะมีโปรแกรมเดินทางไกล  
ร่างที่แหลกไปแล้วตั้งแต่วันแรกนั้น จากการเพียรอาบเคาน์เตอร์เพนจนหลอดแทบลีบ 
และแยกทางกับน้องดาว แล้วหันไปซบแตะหนึ่งวันถ้วน ตามสโลแกน "ทางใครทางมัน" 
เช้านี้กล้ามเนื้อน่องและฝ่าเท้าไม่ค่อยล้า เริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมากบ้างแล้ว  
จึงหวนไปงอนง้อ  ขอคืนดีกับน้องดาวอีกครั้ง  รวมทั้งเก็บเฮจัง(กล้อง)ใส่กระเป๋า
..............เราจะไปอุทยานแห่งชาติทาโรโกะกันค่ะ



ที่ไต้หวัน กลางคืนสั้น  กลางวันยาว   หนึ่งทุ่มแล้วฟ้ายังไม่มืดดี แต่ตีห้าฟ้ากลับสว่างจ้า
ดังนั้นเมื่อเราตื่นและทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย ออกจากห้องในเวลาหกโมงเช้า 
แดดจึงจ้าราวกับสายมากแล้ว ทำให้ต้องเร่งเดินมากขึ้น


เราไม่ได้แวะ 7-11 หรือ Family Mart  เพราะคุยกันไว้ว่าจะไปซื้อ Sushi Take-out 
ที่สถานีไทเปเมนสเตชั่น แม้จะแอบหวั่นใจกับเรื่องเวลาของชาวไต้หวัน ที่เปิดร้านรวง
ราวสิบเอ็ดโมงเช้า  แต่ก็ยังหวังเอาไว้ว่าร้านค้าในสถานีน่าจะเปิดเร็วกว่านั้น

หวังไว้ ใช่ว่าจะเป็นดังหวัง  
ตลอดทางจนถึงชานชลา TRA ของเรา
ไม่มีร้านข้าวเปิดเลยสักร้าน  เราทั้งสองคนจึงได้แต่หิ้วท้อง และหวังน้ำบ่อหน้า
ซึ่งก็คือข้าวกล่องรถไฟนั่นเอง  

จาก Ximen เราใช้บริการ MRT ไปยัง Taipei Main Station 
เพื่อเปลี่ยนจาก MRT ไปเป็น TRA ไปยังไทหลู่เก๋อ (Taroko) ค่ะ
Taipei Main Station เป็นจุดรวมรถไฟทั้งสามประเภทที่ให้บริการในไต้หวัน
ทั้ง MRT (รถไฟฟ้าใต้ดิน)  TRA (รถไฟ)  และ THSR (รถไฟความเร็วสูง) 
โดยแต่ละประเภท จะแยก platform มีป้ายบอกเส้นทาง และสีของรถไฟทุกระยะ
เช่น สายที่เราเดินทางเป็นประจำ คือ สาย 5 สีฟ้า  เวลาดูป้ายก็หาสีฟ้าเป็นหลัก


note : อ่านตั๋วให้ละเอียด เดินตามป้ายให้ดีค่ะ  แล้วจะไม่หลง 
เผื่อเวลาให้มากในการเดินทางครั้งแรก  ดูหน้าตั๋วว่าเราต้องไปขบวนไหน 
platform (ชานชลา) ใด   เรากับน้องเดินตามป้ายไปจนถึง platform4 แล้วยังพลาด
หาชานชลาที่ 10 ไม่เจอ เหมือนเส้นผมบังภูเขา เดินเฉียดไป เลยมา อยู่หลายรอบเลยค่ะ




จากตั๋ว เราจะเดินทางด้วยรถไฟ (TRA) จาก Taipei Main Station ไปยังสถานี Xincheng
platform 4 ขบวนที่ 72 ตู้ที่ 10 ที่นั่งหมายเลข 28 เที่ยวเวลา 06.50น. เดินทางถึงสถานี
Xincheng เวลา 09.36น. (ตรงเวลาเป้ะ ไม่ขาด ไม่เกิน) (เราซื้อตั๋วไป-กลับไปแล้วตั้งแต่วันแรก
ที่เดินทางมาถึงไทเป)





รถไฟมาแล้วค่ะ  ตรงเวลา สะอาด เบาะกว้าง นั่งสบาย และที่สำคัญ ว่างมากกก (เป็นวันจันทร์)
สงบ เย็น น่านอนเป็นที่สุด... แต่ช้าก่อน  สองชั่วโมงเศษบนรถไฟขบวนนี้ สิ่งที่ไม่ควรพลาด
ก็คือวิวสองข้างทางนั่นเองค่ะ

ห่างหายจากการเดินทางด้วยรถไฟในเวลากลางวันมานาน  นานจนลืมบรรยากาศนั้นไปแล้ว
จำไม่ได้ว่าครั้งล่าสุดเราเดินทางด้วยรถไฟไปกรุงเทพเมื่อไหร่  แต่ส่วนใหญ่ก็เดินทางกลางคืน
ดังนั้น สองข้างทางที่เห็นในวันนี้จึงตื่นตา ตื่นใจ ดึงดูด ให้ลุกเดินไปมาสองฝั่งซ้ายขวาไม่หยุดหย่อน
(ก็รถมันว่าง  ที่นั่งข้างหน้ายังลุกไปถ่ายรูปเลย 55555)

note ทางรถไฟเป็นเส้นทางเลียบทะเล  ฝั่งซ้ายจะมองเห็นทะเลแปซิฟิกอันสวยงาม
ฝั่งขวาเป็นชุมชน หมู่บ้าน และภูเขาที่ปกคลุมด้วยก้อนเมฆเป็นระยะ  ชั่งน้ำหนักเองนะคะ
ว่าอยากมองฝั่งไหน  ตอนที่ซื้อตั๋วจะได้ระบุให้ชัดเจน  ผังที่นั่งบนรถไฟจะเป็นเลขสลับค่ะ
แถวที่เรานั่งฝั่งขวา คือเลขที่ 26, 28  ฝั่งซ้ายจะเป็น 25, 27










หากคุณเลือกนั่งฝั่งขวา  เมื่อเห็นสะพานขนาดใหญ่สีขาวอันนี้แล้ว ก็เตรียมตัวลงได้เลยค่ะ  
สถานีข้างหน้าคือ Xincheng เราจะลงสถานีนี้เพื่อไปต่อ Taxi กัน


note การเดินไปทาง Taroko national park (ทาโรโกะ หรือ ไทหลู่เก๋อ) นั้นสามารถลงได้สองสถานี
คือ Xincheng และ Hualien โดยส่วนมากนักท่องเที่ยวนิยมลงที่สถานี Hualien (ฮั่วเหลียน)
เนื่องจาก ไทหลู่เก๋อ ตั้งอยู่ในเขตเมืองฮั่วเหลียนค่ะ  แต่จากการหาข้อมูลของน้องสาว
ตรงกับเจ้าหน้าที่ของสถานี  ออกตั๋วให้เราลงที่ Xincheng เราจึงได้ตั๋วรถไฟ TRA ที่ถูกกว่าเล็กน้อย
เนื่องจาก Xincheng อยู่ก่อนถึง Hualien  ค่ะ


สถานี Xincheng เป็นสถานีเล็ก ๆ อยู่ในระหว่างปรับปรุง และต่อเติมตัวสถานี  
สะอาดดีค่ะ  คนไม่พลุกพล่าน  ออกจากสถานีมาแล้วมองขวา จะมีห้องน้ำ
ทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยเลยนะคะ จะได้ไม่ต้องไปหาห้องน้ำที่ทาโรโกะ



ขวามือในภาพค่ะ  จะเห็น Taxi สีเหลืองจอดรอให้บริการอยู่หลายคัน
เราสอบถามชายหนุ่มคนหนึ่งที่โดยสารรถไฟมาด้วยกัน
ว่าเราจะหารถไป taroko ได้ที่ไหนบ้าง
ปรากฏว่าชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นไม่สามารถช่วยเหลือเราได้มากนัก
เพราะเขาพูดภาษาอังกฤษได้น้อย เช่นเดียวกับเราที่พูดภาษาจีนได้แค่บางคำ
เราจึงตัดสินใจเดินไปตรงจุดบริการ Taxi 


อุปสรรคสำคัญของการสื่อสารคือภาษา
คุณลุง Taxi ของเรานั้นพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ค่ะ
หลังจากที่รัวจีนกับเราแล้วมองเห็นสีหน้า แววตาไม่เข้าใจ  
คุณลุงก็เดินเข้าไปหยิบตารางค่าบริการและสถานที่ท่องเที่ยว
ฉบับภาษาอังกฤษมาให้เราแทน


ถึงตอนนี้ความรู้ภาษาจีน(ที่น้องสาวบอกว่ามีน้อยนั้น)ได้ถูกนำมาใช้พร้อม ๆ กับภาษากาย
คือใช้มือชี้ ๆ จิ้ม ๆ เราได้เห็นน้ำใจของคนที่นี่  คือ บรรดาคุณลุงTaxi หลายคน
ต่างขยับเข้ามาช่วยกันเพื่อจะสื่อสารกับเรา  ต่างคนต่างพยายามพูดภาษาจีนช้าๆ
พอๆ กับเราที่ยืนคิ้วยุ่ง จ้องปาก และเพ่งสมาธิในการฟังคุณลุงทั้งหลาย
อธิบายอัตราค่าบริการ ซึ่งแน่นอนว่าน้องสาวอาจจะเข้าใจ แต่เราไม่เข้าใจเลยสักคำ
สุดท้าย เราตัดสินใจกันที่แพ็คเกจเช่า 4 ชั่วโมง ไปครบทุกจุดใน taroko 
สนนราคา 2,000NT  (ถ้าเกิน +เพิ่ม ชม. ละ 200NT)

note  อัตราค่าบริการมีหลายแพ็คเกจค่ะ เริ่มตั้งแต่ไปจุดเดียว 200NT จนถึง
ไปครบทุกจุด (ประมาณ 7จุด) 2,500 NT  ในตารางมีบอกชัดเจนค่ะ 
ชี้ ๆ จิ้ม ๆ เลยก็ได้ค่ะ  



คุณลุงที่พาเราเที่ยวนั้น อารมณ์ดี ร่าเริงมากค่ะ  
รู้นะว่าเราไม่เข้าใจ แต่ยังพยายามรัวภาษาจีนใส่ ชักชวนคุย ประหนึ่งพูดกันรู้เรื่อง
พอเราทำหน้างงใส่ก็หัวเราะ  พอเราเงียบก็รัวจีนอีก 55555 
ซื้อน้ำเย็นให้เราด้วยคนละหนึ่งขวด (ไม่รู้ว่าเป็นบริการเสริมที่ให้ทุกครั้งหรือเปล่า 
แต่เรารู้สึกประทับใจนะ)


จากสถานี Xincheng ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็ถึง Taroko หรือ ไท่หลู่เก๋อ 

Taroko National Park หรือ ไทหลู่เก๋อ  หรือที่คนไทยเรียกว่า ทาโรโกะ
เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่อันดับสองของไต้หวัน ตั้งอยู่ในเขตเมืองฮั่วเหลียน (Hualien)
เข้าชมฟรีค่ะ  

การเดินทางท่องเที่ยวใน Taroko สามารถทำได้ทั้งการเช่าเหมา Taxi ในอัตราที่กำหนด
หรือลงที่สถานี Hualien จะมีรถบัสให้บริการ 


note ค่ารถบัสถูกกว่า แต่เดินทางเป็นหมู่คณะ/Taxi อิสระกว่า แต่ก็แพงกว่าค่ะ






จุดแรกที่คุณลุงจอดให้เราคือทางเข้าอุทยานแห่งชาตินั่นเอง
เราวางแผนเที่ยวทาโรโกะกันในวันจันทร์ เพราะไม่อยากเจอคนเยอะ ๆ 
จะได้มีเวลาเดินชิล และถ่ายรูปกันสักหน่อยค่ะ















แดดจ้า ฟ้าใส  เป็นใจให้กับการท่องเที่ยวของเราเหลือเกิน จนอยากจะควักกันแดด
ออกมาอาบรัว ๆ  .... เอาน่า ร้อนไปหน่อย ก็ดีกว่าเจอฝน










จุดที่สองคือทางรถไฟเก่าค่ะ
คุณลุงยังคงมีน้ำใจ และพยายามจะอธิบายด้วยภาษาจีนอยู่เนือง ๆ 
ตัวเราเองฟังไม่ออกสักคำ แต่แปลภาษามือของคุณลุงได้ว่า
"เดินลงกระไดตรงนี้ ไปดูข้างล่าง  ลุงจะไปรออยู่โน่นนนนนนน *ชี้ๆ"  

... ก็ OK ค่ะลุง ลงก็ลง





บนสะพานลิบ ๆ  คือจุดที่คุณลุงส่งเรา ไต่ ๆ ตามบันไดลงมาด้านล่างเพื่อชมความสวยงาม
และความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ


แดดแรง อากาศร้อนมากค่ะ  แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เราแทบลืมความร้อนของอากาศ
จุดที่เรายืน  เราใช้ทั้งกล้อง และโทรศัพท์มือถือเพื่อบันทึกภาพ  ทำสลับกันไปมา
เพื่อจะพบว่า  ไม่มีกล้องไหนที่ 'เก็บ' สิ่งที่ดวงตาเรามองเห็นลงมาสู่ภาพถ่ายได้อย่างชัดเจน







บริเวณนี้เป็นเส้นทางรถไฟเก่าค่ะ  มีเส้นทางวนรอบเขาสำหรับศึกษาธรรมชาติ
จากป้าย เส้นทางนี้ยาวราว 4 Km. อืมมมมมมมม  .... 4km.









จุดบริการนักท่องเที่ยว (Taroko Visitor Center) อยู่ห่างจากจุดนี้ 1,300 M 
... อืมมมม 1.3 กิโล  

ชั่งใจตนเองไม่นาน  ไม่ถึงหนึ่งนาที  เวลานี้ต่อให้อยากได้ข้อมูล อยากได้โบรชัวร์ 
แผ่นพับมากแค่ไหน ... แต่เราเลือกจะไม่ไปค่ะ  
เพราะเราไม่รู้ว่าเส้นทางข้างหน้า จะเป็นอย่างไร ขอเลือกถนอมน้องน่องและขาอวบๆ ไว้ก่อน















Eternal Spring Shrine  หรือ Changchun Shrine 
เป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่เชิงเขา  สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารผ่านศึกกว่า 226 คนที่เสียชีวิตระหว่างการ
สร้างถนนในปี 1956-1960 




ที่เห็นอยู่ลิบ ๆ  คล้ายเล็ก ๆ นั่นแหละค่ะ คือศาลเจ้า
ภาพที่เห็นว่าเล็ก จริง ๆ แล้วไม่เล็ก เพราะจุดที่รถจอดอยู่ไกลพอประมาณ
และน่าเสียดายที่วันที่เราไปเที่ยว ไม่มีน้ำตกค่ะ  มีเพียงร่องรอยบนหน้าผาให้ได้ชม



ในภาพจะเห็นทางเดินเล็กๆ และมนุษย์ตัวน้อย ๆ ใส่เสื้อหลากสีเดินอยู่ตรงนั้น
นั่นแหละค่ะ ที่จะบอกเราได้ว่า ภูเขา ศาลเจ้า และธรรมชาติแห่งนี้ใหญ่โตขนาดไหน
และอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เราก็จะกลายเป็นมนุษย์ตัวเล็ก ๆ เดินเรียงแถวอยู่ตรงนั้นเช่นกัน



ตรงจุดจอดรถ ด้านล่างเป็นร้านกาแฟ  มีเครื่องดื่ม  อาหาร และขนมจำหน่าย  
ด้านล่างมีแม่น้ำไหลผ่าน  ซึ่งแม่น้ำนี้จะไหลมาจากน้ำตก และสายธารเล็ก ๆ ในหุบเขา
กัดเซาะตามร่อง ก้อนหิน  ก่อนจะรวมกันเป็นสายใหญ่ แล้วไหลลงสู่ทะเล
จากข้อมูลที่ได้เซิร์จหา  แม่น้ำสายนี้มีสีเขียวมรกตค่ะ  แต่น่าเสียดายนัก
อาจเพราะฤดู  วัน  หรือสิ่งใดก็ตาม  ในวันที่เราไปเยือน แม่น้ำกลับเป็นสีเทา
คล้ายกับว่าน้ำพัดพาเอาแร่ธาตุ  ตะกอนหิน จนมีสีเทา บางจุดคล้ายน้ำผสมซีเมนต์ด้วยซ้ำ
แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติค่ะ  







ทุกสิ่งที่นี่ ล้วน 'ใหญ่'  
ทั้ง ใหญ่โต  และกว้างใหญ่  จริง ๆ 
บอกเพียงคำเดิม ซ้ำ ๆ ว่าภาพที่เก็บมานี้ เป็นแค่เสี้ยวของความสวยงามและอลังการ
ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพียงเท่านั้น  ใจหนึ่งอดเสียดายไม่ได้  หากเราถ่ายภาพเก่งกว่านี้
มีอุปกรณ์ที่พร้อมกว่านี้ เราอาจเก็บสิ่งสวยงามตรงหน้า กลับมาให้เพื่อนเราได้ชมมากกว่า
แต่ในขณะเดียวกัน  เราก็คิดว่าได้มาเพียงเท่านี้ก็นับว่าดีมากแล้ว หากใครอยากสัมผัสจริงๆ
อยากให้ลองไปที่ไทหลู่เก๋อดูสักครั้งค่ะ  รับรองจะไม่ผิดหวังเลยจริงๆ




หลังจากข้ามสะพานสีแดงสดมาแล้ว  เราจะเข้าถ้ำกันค่ะ ^^
ทางเดินไปยังศาลเจ้า  เป็นทางลอดในหุบเขา และไหล่เขา 











ทางเดินลอดหุบเขามีการปรับปรุงให้เดินได้อย่างสะดวกค่ะ  มีช่องเจาะให้แสงสว่างเข้ามาได้เป็นระยะ
ตลอดทางมีน้ำเย็น ๆ หยดจากผนังถ้ำด้านบนให้ชุ่มฉ่ำ  และระหว่างทางนี้เราได้เห็นอุโมงค์น้ำเล็กๆ ด้วยค่ะ













ก่อนเดินทางออกจากจุดนี้ ขอแวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกสักหน่อย
สวยงามตามสภาพค่ะ  ตอนนี้ยังพอดูได้ แต่ต่อๆ ไป หากไม่มีภาพเรา
ก็เป็นอันรู้กันนะคะ ว่าเกินกว่าจะออกสื่อแล้ว 5555



จุดต่อมา ระยะการเดินค่อนข้างยาวค่ะ  
คุณลุงรัวภาษาจีนและหัวเราะอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าเหนื่อยอ่อนร้อนแดดของเรา
ก่อนจะจอดรถแล้วลงไปรับหมวกนิรภัยมาให้เราสวมคนละใบ 
เพราะเส้นทางจากจุดนี้ไป เป็นจุดที่ต้องระมัดระวังก้อนหินที่อาจหล่นลงมาจากด้านบน
หมวกนิรภัยฟรีนะคะ  ไม่มีค่าบริการใด ๆ  มีป้ายเตือนนักท่องเที่ยวไว้ด้วย



รับหมวก  พร้อมโบกมือบ๊ายบายให้คุณลุง ที่ชี้มือรัว ๆ อีกครั้งว่าจะไปรอที่ข้างหน้าโน่นนนนน
เราก็เริ่มออกเดินกันค่ะ  ทางเดินบริเวณนี้เป็นทางเท้า ลัดเลาะตามขอบเขา ติดกับถนน
ที่รถใช้สัญจรไปมา  





ภาพหุบเขาและเทือกเขาสลับซับซ้อน
ลวดลายบนหินที่หุบเหวสูงชันที่เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำนานนับล้านปี
ไทหลู่เก๋อ ประกอบด้วยหุบเขาน้อยใหญ่  มีทั้งหินแกรนิตและหินอ่อน
ที่นี่เราจะพบรูปสลักทำจากหินอ่อนขนาดใหญ่  สิ่งก่อสร้างทำจากหิน 
ผนัง เพดานถ้ำที่เดินลอดผ่าน มีลวดลาย และแสงสะท้อนของหินระยิบระยับ




















เหงื่อไหลเป็นสายจนแผ่นหลังชุ่ม  แต่ไม่นานนักสายลมเย็นของหุบเขาก็หอบพัดให้เริ่มแห้งหาย
เมื่่อเริ่มก้าวเท้า ก้าวใหม่  เพียงไม่กี่ก้าว แผ่นหลังก็กลับมาชุ่มอีกครั้ง


ทว่าภาพหุบเขาซ้อนสลับเบื้องหน้า  ลวดริ้วลายบนหน้าผาสูงชัน
ยอดเขาสูงลิบที่กลุ่มเมฆลอยเอื่อยบดบัง  เทาของแม่น้ำและก้อนหิน
ก็ทำเอาเรา...ไม่กล้าแม้จะละสายตา ไม่กล้าแม้จะหยุดเดิน 
มีแต่จะเร่งให้ก้าวไปข้างหน้า มอง และกดชัตเตอร์ให้มากที่สุด





เรามากันสองคน แต่เหมือนไม่ได้มาด้วยกันค่ะ
ไม่ได้ทิ้งกันไปไหน  แต่เราต่างเดินตรงไปข้างหน้า
และหยิบอุปกรณ์ออกมาบันทึกภาพที่ตนเองชอบ
ใครใคร่ใช้กล้องก็รัวไป  บ้างก็มือถือบ้างจะได้อัพลงโซเชี่ยลได้ง่าย
มาคนเดียวอย่าลืมไม้เซลฟี่นะคะ ขาดไม่ได้จริงๆ  
















เส้นทางสายยาว  จะบอกว่าไม่เหนื่อย ไม่ล้า ... ก็โกหก




เสียงหอบหายใจเริ่มดังขึ้น พร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ผุดออกมาเรื่อย ๆ 
สภาพร่างกายของมนุษย์เงินเดือนที่นั่งโต๊ะทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน
ขาดการออกกำลังกายมาเป็นเวลานาน (ไม่รวมไขมันนุ่มนิ่มที่สู้อุตส่าห์สะสมไว้ทั่วตัว)
เริ่มแสดงความอ่อนแอ และอ่อนล้า ด้วยกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงจนแทบยกไม่ขึ้น


มาถึงนี่แล้วนะ  คุณลุง Taxi ก็ไม่รู้ไปนั่งหัวเราะรออยู่ที่ไหน
ได้แต่ถามตัวเองว่าไหวไหม..... อ่าฮะ  ไหวเหรอ

น้องน่องอวบ ๆ บอกว่าไหว... งั้นก็.. ไปต่อกันค่ะ









ที่สุดปลายทางสายนี้ เราเจอคุณลุงแล้วค่ะ 
แต่เราเดินผ่านคุณลุง Taxi (แบบงอน เชิด และไม่มีสาเหตุ)
เพื่อจะไปที่จุดบริการนักท่องเที่ยวเสียก่อน

หากเทียบกับภูกระดึง  จุดนี้คือซำต่าง ๆ  ที่มีเก้าอี้นั่งพัก มีเครื่องดื่ม ขนม สำหรับจำหน่าย
ขนมหวาน น้ำหวาน ดูเป็นทางเลือกที่ยั่วเย้า  แต่ราคาช่างไม่ปราณีเงินในกระเป๋า
ว่าแล้วเราก็เดินชมบรรยากาศจุดพักกันสักเล็กน้อย  แล้วค่อยกลับไปดื่มน้ำบนรถกัน






ที่ชายคาของจุดพัก จะพ่นไอน้ำเป็นฝอย ๆ ออกมาแบบนี้ค่ะ
นอกจากช่วยให้คลายร้อนแล้ว เราคิดว่าทำให้บริเวณนี้ชุ่มชื้นมาก  ดีจัง..ชอบค่ะ










มองย้อนไปที่อุโมงค์ด้านขวา  นั่นคือจุดที่เราเดินผ่านมาค่ะ... เฮ้ออ ไกลน้อ  




เดี๋ยวมาต่อตอน 5.2 ค่ะ  
เราโดนคุณลุง Taxi จอดส่งที่เชิงเขา เพื่ออะไร? ... รอติดตามกันนะคะ 





 

Create Date : 29 มิถุนายน 2558
2 comments
Last Update : 7 กรกฎาคม 2558 12:53:36 น.
Counter : 7896 Pageviews.

 

สวย อยากไปค่ะ

 

โดย: mariabamboo 29 มิถุนายน 2558 19:46:49 น.  

 

thx u crab

 

โดย: Kavanich96 30 มิถุนายน 2558 2:54:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


maru
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้หญิงธรรมดา
ที่นั่งเหงาเป็นงานอดิเรก




ภาพทุกภาพในนี้
เก็บมาจากปลายนิ้วแค่เสี้ยววินาที
ที่ไม่รู้จะมีโอกาสอีกมั้ย
เพราะฉะนั้น ถ้าถูกใจแล้วต้องการนำไปใช้
ขอความกรุณาบอกกันบ้างและอย่าเอาเครดิตออกนะคะ
~เพราะมันอาจไม่สวยนัก แต่มาจากใจทั้งหมดค่ะ~



สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์
หากลอกเลียนแบบส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด
โดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการตามที่กฏหมาย
บัญญัติไว้สูงสุดค่ะ




กระซิบถึงกันได้ที่นี่ค่ะ
Friends' blogs
[Add maru's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.