Group Blog
 
 
มิถุนายน 2558
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
16 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 

รีวิว First Trip Taiwan 2015 ตอนที่ 2 Ximen-ที่พัก..และภารกิจติ่งๆ

#FirstTripinTaiwan2015  


ตอนที่ 1 : ไม่ใกล้ไม่ไกล...ไต้หวัน //www.bloggang.com/mainblog.php?id=bluesand&month=14-06-2015&group=5&gblog=8


จากตอนที่ 1 เราได้เดินทางถึง Taipei Main Station อันเป็นจุดศูนย์กลางรถไฟฟ้าของไทเป
รถไฟฟ้าในไต้หวัน 

การเดินทางในไต้หวันสะดวกสบายค่ะ ประกอบไปด้วย
รถไฟฟ้าใต้ดิน  (MRT)
รถไฟ (TRA)
รถไฟความเร็วสูง THSR (Taiwan High Speed Rail)
และรถเมล 

ขอบคุณข้อมูลจาก การเดินทางในไต้หวัน

ทริปของเราจะใช้บัตร Easy Card เป็นหลักค่ะ  ซึ่งสามารถใช้จ่ายเป็นค่าตั๋วรถไฟ MRT รถเมล 
รวมไปถึงซื้อของในมินิมาร์ตได้อีกด้วย 

ดูรายละเอียดบัตร Easy Card ประเภทต่างๆ ได้ที่ //events.rti.org.tw/thai/special/transportation_in_taiwan/public_transportation.htm

ต้องขอขอบคุณน้องสาวอีกแล้ว  ที่จัดหาบัตร Easy Card ให้ยืมใช้ตลอดทริป 
เราจึงไม่ได้จ่ายค่าบัตรประมาณ 100 NT



(ภาพนี้จิ๊กน้องสาวมาอีกทีนะคะ)

หลังจากซื้อตั๋วรถไฟสำหรับเดินทางไป Taroko National Park แล้วเราก็หาตู้อัตโนมัติ
สำหรับเติมเงินในบัตร Easy Card กันค่ะ  เติมไม่ยาก  แต่เราแอบงงนิดหน่อย
จริงๆ แล้วนี่งงทุกอย่างนะ  เพราะเป็นคนต่างจังหวัด ไปไหนมาไหนด้วยรถส่วนตัวตลอด
รถเมลในจังหวัดตัวเองยังขึ้นไม่ถูกค่ะ  ไปเมืองกรุงทีไรก็โบกแท็กซี่
ดังนั้นจึงทำตัวค่อนข้างเป็นภาระให้สมาชิกในทริปตั้งแต่ทริปเกาหลีแล้ว
แต่เราก็พยายามศึกษาเส้นทางรถ กับบรรดาเครื่องอัตโนมัติทั้งหลายอยู่นะ
ไม่รู้อีกกี่ทริปจะชำนาญพอฉายเดี่ยวเองได้บ้าง ^^ 

เติมกันไปคนละ 1000NT ค่ะ 

จาก Taipei Main Station  เราจะเดินทางด้วย MRT สายสีน้ำเงิน สาย 5 ไปที่ Ximen 
เพื่อเอากระเป๋าไปเก็บ

เส้นทางการเดินรถไฟฟ้าในไต้หวันค่ะ (ดูแบบเต็มๆ ได้ที่ link การเดินทางในไต้หวัน ขอบคุณ //thai.rti.org.tw/ สำหรับข้อมูลค่ะ)




(กระซิบว่าตอนอยู่ที่ไต้หวัน เราไม่ได้เตรียมข้อมูลพวกนี้ไปเลย เนื่องจากน้องสาวที่ไปด้วยกันนั้น
ได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยว  การเดินทาง รวมถึงประตูทางออกของแต่ละสถานี จัดทำเป็นรูปเล่ม
คู่มือการท่องเที่ยวเล่มเล็กให้พกพา พร้อมเปิดดูได้ตลอด ... ขอบคุณนะคะ ^^)



จาก Taipe Main Station ใช้เวลาแค่อึดใจใน 1สถานี  เราก็มายืนอยู่ที่ Ximen Station Exit 6 ค่ะ
ที่นี่เรานัดกับ Mr.Lin เรื่องห้องพักเอาไว้  เนื่องจากเราจะเช็คอินเข้าที่พักได้เวลาบ่ายโมง
แต่เรามาถึงที่นี่ตั้งแต่ยังไม่แปดโมงค่ะ  ดังนั้นจึงจะขอฝากกระเป๋าเดินทางของเราสองคนเอาไว้
ก่อนจะไปเดินเที่ยวกันสักหน่อย แล้วกลับมาเข้าที่พักกันในเวลาบ่ายโมง






บรรยากาศยามเช้าเกือบแปดโมงที่ Ximen ยังดูโปร่ง โล่ง และน่าง่วงเป็นที่สุด
ประเด็นหลังคงเป็นเพราะพวกเราขึ้นเครื่องกันตอนห้าทุ่มเศษถึงไต้หวันตี4 บนเครื่องบินแทบไม่ได้งีบ
ประกอบกับวันนั้นฟ้าครึ้มค่ะ  ฟ้าไม่ใส  แต่แววร้อนเริ่มมารำไรแล้วล่ะ

เรารอ MR.Lin กันอยู่ครู่ใหญ่  ชายรูปร่างท้วมนิดๆ อายุไม่มากนัก ก็เดินมาหาเราพร้อมกับเอ่ยทัก
ก่อนจะเรียกเราให้ตามไปเพื่อเก็บกระเป๋า "Follow me"   ... OK ค่ะ ฟอลโลว์ ก็ฟอลโลว์
ว่าแล้วพี่ท่านก็พาเราเดินข้ามฝั่งไปทางตึกแดงในภาพล่างด้านซ้าย  ก่อนจะพาเราลัดเลาะ
เข้าซอยเล็กน้อย เลี้ยวอีกสองสามครั้ง  เรียกว่าทดสอบศักยภาพการจำเส้นทางกันแต่เช้า
ผ่านร้านโจ้ก ร้านก๋วยเตี๋ยว(คิดว่า) ร้านต้มเลือดหมู(คิดว่า..อีกแล้ว) จึงถึงอาคารแห่งหนึ่ง
ขึ้นลิฟต์แล้วจัดวางกระเป๋า  ก่อนจะแจ้งกับเราว่าตึกที่เราจองห้องไว้ไม่ใช่ที่นี่ 
แต่เขาให้ฝากกระเป๋าไว้ตรงนี้  โดยนัดเจอกับเราบ่ายโมง  

ก่อนออกเดินทาง (โดยที่ยังไม่ได้ล้างหน้าล้างตาแบบเป็นทางการ)  
เราถามถึงร้านจำหน่ายซิมโทรศัพท์ เนื่องจากได้ตกลงกันก่อนมาว่าจะซื้อซิมของไต้หวัน
สำหรับใช้อินเตอร์เน็ตเหมาจ่าย 3 วัน /350 บาท แบ่งกันใช้ จ่ายช่วยกันสองคน
ก็ถูกกว่าเปิดโรมมิ่งจากเมืองไทย สำหรับใช้หาข้อมูลต่าง ๆ ใช้แอพพลิเคชั่นเช็คสถานีรถไฟฟ้า
ของน้องสาว  รวมถึงอัพเดตข่าวคราวในโซเชี่ยล บลา ๆ 

MR.Lin ทำสีหน้าไม่สู้ดีนักเมื่อบอกเราว่าร้านจำหน่ายโทรศัพท์ที่นี่เปิดสิบเอ็ดนาฬิกา
แม่เจ้า.... โอเคค่ะ แล้วเราจะติดต่อ MR.Lin ได้อย่างไรเมื่อกลับมาถึงที่พัก
ผู้ชายไต้หวันที่ไม่รู้ว่ามีแฟน มีครอบครัวหรือยังคนนี้ก็ใจดีอีกครั้ง  ด้วยการบอกว่า
จะให้เรายืมซิมของเขาก่อนเพื่อใช้โปรโมชั่นเน็ต สำหรับติดต่อกับเขาทางไลน์ 
คุยไปคุยมา ลองใส่ซิมก็แล้ว... ก็ไม่สำเร็จ  สุดท้าย MR.Lin  ให้โทรศัพท์เรามา 1 เครื่อง
เพื่อใช้เป็น hot spot กระจายสัญญาณให้พวกเราทั้งสองคน

แม่เจ้า.. อีกครั้ง.....  ทำไมเขาใจดีขนาดนี้  
เพราะเราเป็นหญิงสาว  เพราะเราหน้าตาดี(อันนี้ไม่น่าใช่) หรือเพราะเราเป็นลูกค้าของเขา
.. จะอะไรก็แล้วแต่  อิชั้นซาบซึ้งมาก  จนกลายเป็นวลีที่เอ่ยกันตลอดเช้านั้นว่า
"ชีวิตดี๊ดี มีไวไฟฟรี เล่นเน็ตตรงไหนก็ได้"



หลังจากบอกลาชั่วคราวกับ MR.Lin  เราได้เริ่มภารกิจติ่งเล็ก ๆ ในช่วงเช้าเพื่อรอเวลาบ่ายโมง
เราใช้บริการ MRT ตามข้อมูลที่เตรียมมาเพื่อจะไปช็อปหนึ่งซึ่งมาเปิดร้านชั่วคราวในสองวันนี้
ปกติร้านนี้เปิดที่เกาหลีค่ะ  เราโชคดีที่มาตรงกับวันที่ร้านมาเปิด  จึงต้องเดินทางไปเยี่ยมชม



เชื่อว่าติ่งหลายคนคงรู้จักร้านนี้ค่ะ แต่หากหากใครไม่เคยผ่านหูผ่านตาก็จะเล่าให้ฟังว่า 
แบรนด์นี้มีเจ้าของเป็นพี่ชายไอดอลของเกาหลี (ตัวน้องชายทำหน้าที่เป็นแบรนแอมบาสเดอร์)
จำหน่ายเครื่องประดับ กระเป๋า ของกระจุกกระจิก ฯลฯ

เมื่อเราไปถึง ปรากฏว่ามีคิวมารอยาวเหยียดตั้งแต่ร้านยังไม่เปิดค่ะ 
อิชั้นจึงขอชื่นชม เมียงมองจากหน้าร้านเท่านั้น และไม่ลืมที่จะถ่ายภาพเป็นที่ระทึก
ว่านี่นะ... มาแล้วนะ  ทวีตเตอร์แจ้งพิกัดเสร็จสรรพ แต่ไม่ได้ติดมือมาสักชิ้นหรอกค่ะ

สายแล้ว  หาอะไรรองท้องกันหน่อย   
หากใครไม่อ่านข้ามมาจนถึงบรรทัดนี้ จะผ่านตาว่าร้านขายซิมโทรศัพท์เปิด 11.00 นาฬิกา 
นั่นคือชีวิตของคนที่นี่ เริ่มต้นราว 11.00 นาฬิกาเป็นส่วนใหญ่  ตลอดเส้นทางที่เราเดินผ่าน
จึงมีเพียงร้านแซนด์วิชสองสามร้านเท่านั้น และมินิมาร์ต  (ไม่นับรวมโจ้กที่ Ximen)
ณ เวลานี้ เราต้องการนั่งหย่อนก้น  ยืดเหยียดขา พักร่างสักนิด  จึงตัดสินใจรับประทานมื้อเช้า
เป็นอาหารฟาสฟู้ดก็แล้วกัน



อิ่มท้อง เหยียดขา เอนหลังกันพอประมาณ  เราอ้อยอิ่งกันสักพัก  ก่อนจะหยิบกระเป๋า
เดินเก็บบรรยากาศรายทางกันสักหน่อยเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวของเช้านี้








บันไดลงไปสถานีค่ะ.... เห็นแล้วเหมือนแดจาวูสถานีที่เกาหลี.... พาลให้อยากม้วนตัวกลิ้งลงแทน T__T





จากนั้นเราเดินทางไปที่วัดหลงซานค่ะ

วัดหลงซาน (龍山寺 / Longshan Temple)
เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในไทเป สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1738 อายุตอนนี้ก็สองร้อยกว่าปีแล้วค่ะ
บางครั้งได้ยินว่า หลงซานซื่อ ชื่อไทย ชื่อว่าวัดเขามังกร
วัดนี้เสียหายอย่างหนักจากการทิ้งระเบิดพลาดเป้าเมื่อตอนสงครามโลก
หลังจากนั้นจึงได้บูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่  รายละเอียดในวัดเยอะมากค่ะ
ทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นเสา กระถาง  หลังคา ล้วนประกอบด้วยงานแกะสลักไม้ที่ประณีต ละเอียดอ่อน
นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมศรัทธาของชาวไต้หวัน ที่นั่นเราจะพบผู้คนที่มาไหว้ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
อย่างจริงจัง  เราไหว้พระแบบจีนไม่เป็นค่ะ ได้แต่ลอบสังเกตเห็นว่าเมื่อเข้ามาในวัดจะได้รับธูปหลายดอก
และเริ่มไหว้ทีละจุดจนครบ นอกจากนั้นยังพบผู้มีจิตศรัทธาที่มานั่งสวดมนต์ นัั่งสมาธิ ภาวนา ตามจุดต่างๆ
รวมจนถึงผู้สุงอายุ  หรือผู้ป่วยที่มาไหว้ราวกับต้องการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์

(Cr. ข้อมูลวัดหลงซาน ilovetogo.com ดูข้อมูลพร้อมภาพเพิ่มเติมใน link น่ี้ได้เลยค่ะ)


































จากวัดหลงซาน  เราไปเดินเล่นบริเวณนั้นอีกนิดหน่อยเพื่อหาร้านขายซิมโทรศัพท์
แต่ร้านเปิด 12.00 นาฬิกา  ทำเอาเราทั้งคุู่นัับชั่วโมงกันยกใหญ่ 
เปิด 12.00 นาฬิกา แล้วปิดตอนไหน?  ในหนึ่งวันเขาค้าขายกี่ชั่วโมง
เป็นเพียงข้อสงสัยค่ะ  เพราะหากขาดทุน อยู่ไม่ได้ เขาต้องปรับเวลาแล้ว
แต่นี่แสดงว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับค้าขายของไต้หวันแล้ว  
เราก็ได้แต่เดินคอตกหาร้านอื่นกันต่อไป

ใกล้ ๆ กันนั้นมีตลาดสดค่ะ  
ตลาดสดที่นี่เป็นตลาดติดแอร์  จำหน่ายตั้งแต่เนื้อสด ผักสด  อาหารทานเล่น  และเสื้อผ้า
เดินเพลินจนลืมถ่ายรูปกันเลยทีเดียว (จริงๆ  ก็เกรงใจคนในตลาดด้วยค่ะ  เดินกันเยอะ)







บ่ายโมงเศษ เรากลับไปหา Mr.Lin อีกครั้งและครั้งนี้ Mr.Lin แจ้งเราว่า ได้เปลี่ยนห้องพักให้ใหม่ค่ะ
เนื่องจากห้องเดิมที่จองไว้นั้นแอร์ไม่เย็น  ห้องเดิมเป็น Double Bed+Single Bed  
ห้องที่อัพใหม่เป็น Double Bed ทั้งสองเตียงค่ะ  ...... หายหอบแฮ่กแล้วก็ "Follow me"
OK ค่ะ  ฟอลโลว์ ก็ฟอลโลว์

ว่าแล้ว MR.Lin ก็ออกเสต็ปเหมือนตอนเช้า คือพาเราเดินอ้อม.. หรือไม่อ้อม?
แต่เรารู้สึกว่าอ้อมค่ะ  เลี้ยวซ้าย โค้งขวา สาม สี่ ห้า... หรือมากกว่านั้นสำหรับแยกไฟแดง
จนกระทั่งมาถึงตึกหนึ่งซึ่งเป็นที่พักของเรา


















เราพักผ่อน เอนกาย  อาบน้ำ ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หายเหนื่อยล้าค่ะ
แต่.... ที่คุยกันไว้ว่า จะนอนสัก 1 ชม. แล้วค่อยไปตะลุยภารกิจติ่งรอบค่ำ
ปรากฏว่าเวลาเรามีไม่พอ....  จึงตัดสินใจออกไปรันโปรแกรมต่อไปกันเลยค่ะ


เราเดินทางด้วย MRT โดยใช้บัตร Easy Card เช่นเคย จนถึง Xinzhuang gymnasium new taipei city
เพื่อชมการแสดงของบอยแบนด์ชื่อดัง อิมพอร์ตมาจากเกาหลีค่ะ 
อ๋า~~~ ... มาถึงไต้หวันแล้วยังได้เจอ   นี่ไม่ได้ตั้งใจมาชมนะคะ  
แวะเวียนมาผ่านหน้าฮอล์  บังเอิญได้บัตรราคาถูกค่ะ  ประหยัดไปได้โข
จะรออะไรอยู่ล่ะ... Let's Go .. ไปทรมานสังขารกันอีก 2 ชั่วโมง 30 นาที






คืนนั้น ในขณะที่การแสดงยังไม่จบ คอนเสิร์ตสนุกมาก เพลินมาก 
พร้อม ๆ กับที่เรารู้สึกเหมือนร่างจะหลุดกองเป็นชิ้นๆ ที่พื้น  
หลังเสร็จสิ้นการแสดงเรารวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อจะจ้ำเดินไปให้ถึงสถานีรถไฟฟ้า
ซึ่งอยู่ห่างไปสักน่าจะ.... หลายร้อยเมตรอยู่  เพื่อหวังว่าจะกลับถึงห้องให้เร็วขึ้นสักสิบนาทีก็ยังดี

ก่อนไปเราคุยกันว่าจะกลับมากินชาบูบุฟเฟต์ไต้หวันที่ใกล้ๆ ที่พัก 
แต่หลังจากไปฟินพร้อม ๆ กับทรมานตนมาแล้ว  ชาบูก็แปลงร่างเป็น...สิ่งนี้ค่ะ





เจ้านี่ก็คือ มาม่าไต้หวัน. เรียกให้ดีกว่านั้น มันคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 
ซื้อจาก Familymart ใกล้ที่พัก (ซึ่ีงในตอนหลังเป็นเหมือนแลนด์มาร์ก ต้องแวะทุกวันก่อนเข้าห้อง)
ในราคา 2 ถ้วยบิ๊ก ๆ  85 NT ใช้บัตร Easy Card จ่ายแทนเงินสดได้เลยค่ะ

.... ช้าก่อน อย่าเพิ่งเบะปากใส่กันว่าไปถึงไต้หวันยังกินมาม่า




คุณคะ มาม่า เอ้ย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่นี่  เขามีชิ้นเนื้อค่ะ!!!!!!!
ถ้วยนี้ "Super Hot Pot Beef Flavor instant Noodle"  ค่ะ  คือกะให้ร้อนและเผ็ด
มันทะลุทะลวงสมองให้กลวงโล่ง  ให้อุ่นแสบไส้ถึงท้อง  ให้เมื่อยปลิดหาย   .... 

เหนื่อย ๆ เพลียๆ สารร่างแทบแหลก ได้ซดร้อน ๆ บอกเลยค่ะ ว่าชื่นใจหาไหนจะเปรียบ

(ที่พักมีตู้เย็น เหยือกน้ำให้   ส่วนน้ำร้อน น้ำเย็น กดได้ที่โถงกลางค่ะ  ไม่อั้น)

แอบหยิบไส้กรอกไต้หวันมาชิม  รสชาติคล้ายกุนเชียงค่ะ อันเล็ก ๆ ให้มาร์ต เวฟร้อนให้ แซ่บนะ




ลาตอนที่ 2 ของทริปไต้หวันไปด้วยสารร่างปุเปื่อยคล้ายผุพัง
เราตกลงกันว่าจะปิดนาฬิกาปลุก เพื่อหวังพึ่งนาฬิกาชีวิตแทน
นัยว่าขอนอนตื่นสายนิดๆ  เพื่อให้ร่างได้พัก หลังจากไม่ได้เอนหลังและนอนหลับ
ตั้งแต่ 08.00น. ของวันที่ 5 มิถุนายน  นับรวมแล้วอีกไม่กี่นาทีจะครบ 40 ชั่วโมง

ตอนต่อไป จิ่วเฟิ่น เมืองโบราณ และตลาดกลางคืน ^^ ค่ะ

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ค่ะ







 

Create Date : 16 มิถุนายน 2558
1 comments
Last Update : 7 กรกฎาคม 2558 12:54:25 น.
Counter : 1759 Pageviews.

 

thx u crab

 

โดย: Kavanich96 17 มิถุนายน 2558 3:34:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


maru
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้หญิงธรรมดา
ที่นั่งเหงาเป็นงานอดิเรก




ภาพทุกภาพในนี้
เก็บมาจากปลายนิ้วแค่เสี้ยววินาที
ที่ไม่รู้จะมีโอกาสอีกมั้ย
เพราะฉะนั้น ถ้าถูกใจแล้วต้องการนำไปใช้
ขอความกรุณาบอกกันบ้างและอย่าเอาเครดิตออกนะคะ
~เพราะมันอาจไม่สวยนัก แต่มาจากใจทั้งหมดค่ะ~



สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์
หากลอกเลียนแบบส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด
โดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการตามที่กฏหมาย
บัญญัติไว้สูงสุดค่ะ




กระซิบถึงกันได้ที่นี่ค่ะ
Friends' blogs
[Add maru's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.