Hello People ... !!!

ข้าวยำ@น้ำบูดู
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




บนท้องฟ้าไม่มีอะไรแน่นอน
ถ้ามองจากตรงนี้
เดี๋ยวก็มืด แล้วก็สว่าง
อาจจะมีฝนก่อเป็นพายุ
หรือลมลอยปลิวอยู่แค่นั้น
สุขที่เคยเดินทางตามหามานาน
ไม่ได้ไกลที่ไหน อยู่แค่นี้เอง

อยู่แค่นี้เอง
อยู่แค่นี้เอง
อยู่แค่นี้เอง
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ข้าวยำ@น้ำบูดู's blog to your web]
Links
 

 

คนเราเปลี่ยนแปลงได้ถ้าตั้งใจพอ :)

อันนี้คู่ควรมาเก็บไว้ที่นี่ เพราะถือเป็นปรากฏการณ์พิเศษ ของคนขี้เกียจออกกำลังกายที่สุดในโลก มาค่อนชีวิต ไม่เคยทำได้สำเร็จ ไม่คิดว่าจะทำได้ ไม่แม่แต่จะหวัง..

เดือน กรกฏาคม

วันที่20 กรกฏาคม  ทดลองลุกมาออกกำลังกายด้วยการเดินเร็วบนสายพานที่ 5.5 สลับกับการวิ่งสั้นๆ (Sprint) 1นาที ที่ 8.5
วันที่ขี้เกียจจัดๆก็ได้30นาที วันที่ขยันๆก็ได้ 60 นาที โดยเฉลี่ย ทำได้ราวๆ 45นาที

ยากที่สุดคือการปรับการตื่นนอน พอพ้นเรื่องตื่นไปได้ ก็ดูจะดีขึ้น


ถ้าถามว่าจากคนขี้เกียจออกกำลังกายขั้นสุด สุด สุดมากเชื่อเหอะ แล้วแรงจูงใจคืออะไร ... ก็คิดอยู่นานมากเลยนะ แล้วก็รู้ว่า ไม่มีอ่ะ ไม่มีแรงจูงใจ 55 แค่มีความสงสัยว่าจะทำได้ป่าววะ ลองดูซะหน่อย อุตส่าห์น้ำหนักลงเพราะทริปอินเดียไปได้ตั้ง1ไซส์เสื้อผ้า

ว่าแล้วก็อาศัยแรงกระตุ้นจากการมาโพสท์ที่ facebook เพื่อจะได้เหมือนมี commitment กับกำแพงบ้านตัวเองซะหน่อย ว่าประกาศไปแล้วจะลอง21วัน ก็บอกตัวเองว่า ทำให้ได้นะเว้ย
แต่จริงๆก็ทำไปลังเลไปแหละ ทำได้เหรอวะ ทำได้เหรอวะ ทำ ได้ เหรอ ว๊า ถามตัวเองไปเรื่อยๆ แล้วพอผ่านไปได้ครึ่งทาง ตานี้มันเลิกไม่ได้ เพราะ เพราะอะไรรู้ไม๊ เพราะกลัวเสียสถิติ 5555555 เออ ไม่รู้สถิติเก็บไปทำไรได้ แต่กลัวเสียมันไป บ้าที่สุด ก็แบบ ลุกก็ลุกวะ ทำก็ทำๆไปเหอะ ให้มันครบๆ 5555 

เดือน สิงหาคม

มันก็ครบจนได้ 21วัน ให้รางวัลตัวเองด้วยการไปตัดผมสั้นๆแบบที่สบายหัว จะได้สระผมที่โชกเหงื่อได้ง่ายหน่อย แล้วก็แถมอีกหน่อย30วัน ตั้งเป้าไว้ว่าจะซื้อรองเท้าออกกำลังกายถ้าครบ30วัน
ก็ครบในวันที่ 18สิงหาคมที่ผ่านมา

จากนั้นก็เบรคไปได้วันนึง เริ่มคิด ว่าเออ ทำไรอีกดี หาไรทำเหอะ อย่าเพิ่งเสีย momentum ไป ไหนๆ ก็ทำได้แล้ว หาเป้าหมายใหม่ดีก่า หลังจากดูท่าทีว่าการปรับพฤติกรรมมีความเป็นไปได้ เลยมาลองเริ่มเขียนแผนเป็นจริงเป็นจังดู อย่างน้อยก็อาศัยช่วงที่ไม่ได้เดินทางไปไหน น่าจะจากตอนนี้ถึงปีใหม่ ปรับการออกกำลังกายจริงจังขึ้นแบบมีเป้าหมาย

เพราะถ้าไม่กำหนดเป้าหมายย่อยๆให้ตัวเอง ก็จะหยุดไปเฉยๆ แล้วหาอะไรอย่างอื่นเล่นไปเรื่อยเปื่อยแทน  ช้าไม่ได้ ไม่งั้นปีศางูหลามมันต้องกลับมาแน่ๆ ผสานพลังกับปีศาจเตียงนอน โอ๊ยยย ไม่ต้องคิดก็รู้ผลลัพธ์

สุดท้ายก็ยืนคิด แล้วดูพุงห้อยๆ แขนย้วยๆ ขาใหญ่ๆ เอาวะ ลองดูหน่อย แพลนออกกำลังกายเพื่อลดเป็นส่วนๆดีก่า ถ้าทำได้อีก 30วัน จะซื้อ Fit Bit หรือนาฬิกาออกกำลังแล้ว  

และถ้าทำต่อไปอีกสองเดือน ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จะซื้อบิกินี่ไปว่ายน้ำในทะเลพม่ามันซะเลย ว๊อยยยยย ไม่ต้องตื่นเต้น ปรกติก็ใส่นี่แหละ แต่อยู่แค่ pool villa ไม่กล้าทำร้ายชาวบ้านในการเอาร่างย้วยๆในบิกินี่ออกไปสู่สระน้ำสาธารณะ มาๆ น่าสนุก เดี๋ยวหาบิกินี่ลายนกฟลามิงโก้ทัดดอกชบาคาบสัปปะรดไว้รอเลย 5555  

คิดได้ก็เสิร์ชหาข้อมูล เริ่มไงวะ ... โอ๊ยย เยอะมากอ่ะ ข้อมูล อ่านจนงง กะจะก๊อปปี้ซะหน่อย สุดท้ายไม่เอาละ ไล่ดูคลิปที่เหมาะกับเราดีกว่า หลายคลิปนะ ดีมาก แต่ป้าไม่ไหวจริมๆลูกเอ๊ย กระโดดเบอร์นั้น ข้อเสื่อมถาวรแน่นอน ทำตามบางคลิปนะ แทบเห็นดาว วิ๊งงง มากเลย แล้วรู้สันขวานตัวเองด้วย ว่าถ้าทำยากๆอ่ะเหรอ เลิก!!!

ว่าแล้วก็บรรลุ ว่าต้องเตรียมคลิปที่จะใช้ให้ดี ต้องลองทำตามดูทีละคลิป อันไหนพอไหว ก็เลือกมาไว้ก่อน เลือกไปเลือกมาได้4 คลิป กำหนดละว่า30วันนี้จะเล่นคลิปที่เลือกไว้ก่อน ถ้าร่างกายปรับตัว มีแรง และยืดหยุ่นพอแล้ว จะหาคลิปที่เล่นหนักขึ้น  แบ่งวันเล่นเฉพาะส่วนไปเรื่อยๆ มีความคิดจ้างครูโยคะมาสอนที่ห้องเฉพาะเสาร์อาทิตย์ คือย้ายห้องแล้วมี space มากขึ้น น่าจะสะดวกดี และจะได้มีอะไรทำจูงใจให้ยอมตื่นเช้า

ได้คลิปแล้วก็แพลนเรื่องเวลา ได้ออกมาว่า ต้องตื่นตีห้าครึ่งทุกวัน เพราะต้องออกเดินทางจากคอนโด 7.00

จันทร์+พฤหัส จริงๆคือวันพัก แต่กลัวร่างกายปรับตัวยากเรื่องตื่น เลยต้องตื่นเวลาเดียวกันทุกวัน ไหนๆก็ต้องตื่นแล้ว เลือกออกกำลังเเบเบาๆ ใช้เวลาแค่ 40นาทีพอ  เดิน5.5 30 นาที +Clipบริหารแขน 10นาที  เลือกวันนี้เป็นวันพักร่าง ใช้เวลาออกกำลังไม่มากนัก เพราะเช้าวันจันทร์รถติด จะได้มีเวลาไปทำงานสบายๆไม่รีบ

วันที่เหลือในอาทิตย์นั้น กะว่า ใช้เวลาราวๆ 60นาที
-วอร์มสัก 5 นาที
-clip10นาทีเบิร์นเร่งด่วนแบบไม่กระโดด 
-clip 20นาทีออกกำลังกายลดหน้าท้องแบบยืน (2 clipนี้จาก Booky HealthyWorld ใครสนใจเสิร์ชแล้วเปิดดุนะคะ)
-ต่อด้วย Cardio Dance By bye Belly 5 นาที (clipนี้จาก BEBE FIT ROUTINE อันนี้เลือกจากท่าเหมือนกัน บางอันนะเต้นสนุ๊ก สนุก แต่เต้นตามไม่ได้ ให้ฟีลเหมือนป้าที่อยู่สนามแอโรบิคท้ายแถวมาก ที่ยักแย่ยักยันตามครูฝึก ฮ่าๆ เลยเลือกอันนี้เพราะคิดว่าลอไปสักพักยังมีฟามหวังว่าน่าจะเต้นได้ใกล้เคียงกับคลิปละ)
-Clipบริหารแขน 10นาที ยืดเส้น 5 นาที

เสาร์ อาทิตย์ คงได้ทำตามคลิปด้านบน +เพิ่มโยคะคลาสสัก1ชั่วโมงต่อวัน

อาหารยังคงคุม carb เหมือนเดิม กินแป้งอ่ะ กินทุกวัน แต่กินน้อยลง เอาแบบที่คิดว่าจะทำได้เรื่อยๆ

แล้วกะว่าครบ 15วันจะลองวัดส่วนต่างๆดู แล้ว เดือนถัดมา ค่อยแพลนใหม่ว่าส่วนไหนมันไม่ค่อยลง แล้ว อยากเน้นเป็นพิเศษ ก็จะเริ่มกำหนดวันให้ออกส่วนนั้นโดยเฉพาะ

คืออันนี้จะไหวไหม ต้องลองดู เพราะแค่ตอนเลือกคลิปเนี่ย ลองทำตาม ระบมเลยง่า T__T  เดี๋ยวแปะรูปนกฟลามิงโก้ไว้เป็นแรงจูงใจก่อนนะ

อ้อ วัดส่วนต่างๆทิ้งไว้เทียบกันหน่อย
ต้นแขน 32cm
ต้นขา 59cm
เอว 82 cm
พุง(ส่วนที่ป่องสุด)87cm

เดี๋ยว 15วันมาดูกันอีกที อะไรลด หรืออะไรมันจะเพิ่มเพิ่ม 5555555 คนขี้เกียจและเกลียดการออกกำลังกายมากที่สุดในโลก จะทำได้ไหม (ก็ยังคงสงสัยตัวเองอยู่ดีนะ) ลุ้น15วันแรกให้ผ่านก่อนละกันนะ




 

Create Date : 21 สิงหาคม 2563    
Last Update : 21 สิงหาคม 2563 16:40:20 น.
Counter : 63 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

สรุปปี2019

ทุกปีเลยยย ช่วงอากาศดีๆ มีลมหนาวทีไร 
เป็นอันต้องกดเข้ามาอ่าน blog ตัวเองทุกที ..
แล้วก็เป็นช่วงเวลาที่อยาก update อะไรในนี้ขึ้นมา 

ครั้งนี้ก็อยาก recap ชีวิตปีที่ผ่านมาทิ้งไว้ ว่าไปไหน ทำอะไรมาบ้าง เท่าที่จำได้น่ะนะ
และก็อาศัย Facebook Timeline กับ Google map timeline ช่วย 
เปิดดูก็พบว่า เจ้าโปรแกรมบันทึกว่าเดินทางไป4ประเทศ 57เมือง 
ญี่ปุ่น*อินเดีย*จีน*ฮ่องกง*พม่า
ที่สุดท้ายนี่คงไม่ใช่แค่แวะมาเยี่ยม .. แต่เป็นการย้ายมาอยู่..
เป็นการย้ายที่อยู่เพราะการทำงาน (อีกแล้ว)

จากที่แกะ timeline ตัวเองออกมาได้คือ
มกราคม : พาทั้งครอบครัวไปเที่ยว Hokkaido เพราะเดินทางไปเองมาแล้วถึง2ครั้ง
ครั้งแรกฉลามพาไป ครั้งที่สองไปเองคนเดียวเมื่อปลายปีก่อนนู้นสนุกมาก ชอบบรรยากาศเหงาๆ 
และก็เก็บสตางค์เพื่อพาที่บ้านมารวมกัน4คน แบบจัดเต็มมาก กินของอร่อยๆกันเต็มพิกัด ไปเล่นเลื่อนเล่นหิมะ ได้เห็นรอยยิ้มพ่อแม่ก็มึความสุขมากๆ เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตอีกเรื่องนึง
ได้เห็นพ่อกับแม่เล่นหิมะกับหลาน ได้ทานอาหารอร่อยๆ พักในที่ดีๆด้วยกัน
เป็นความทรงจำที่มีค่ามากๆ

กุมภาพันธ์ :

มีนาคม: พี่ชายป่วยแบบ Coma เลยทีเดียว คิดว่าไม่รอดชีวิตแน่เลยในตอนนั้น sleep test 

เมษายน: การลาออกที่ล้มเหลว และตอนนี้ได้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ที่น่ารักมากๆมาคันนึง เป็น Honda Monkey เป็นรถคลัชท์ที่น่ารักมากจริงๆ เลือกสีดำขาวและเอาไปติดแทงค์มาด้วย น่ารักสุดๆไปเลย มีไปเรียนตัดกางเกงฮาเร็มมาด้วยนะ จนปีนึงผ่านไปก็ยังไม่ได้ตัดใหม่อีกเลย 555
น้องๆจัดงาน farewellให้แต่ไม่ยอมเรียกว่างาน farewell เพราะกลัวเราไม่กลับมาอีก เลยเลี่ยงเป็นงานวันเกิด 

พฤษภาคม: Self Healing นัดเพื่อนๆที่สนิทกันไปทานข้าวที่ Little Tree กัน supermanพาแฟนไปด้วย นั่ลลัคอ่ะ จากนั้นก็ไปวัดป่าสุคะโต เป็นที่ๆสงบและได้ปฏิบัติในรูปแบบต่างจากที่คุ้นเคย มีเพื่อนรักพาลูกตามไปปฏิบัติธรรมด้วย เพื่อนอีกคนสมทบแบบขับรถตู้ไปรับ เมื่อเสร็จจากการปฏิบัติแล้ว และได้เจอเพื่อนสนิทอีกหลายคน ได้พักบ้านเพื่อนแบบรู้สึกสบายใจ แวดล้อมไปด้วยคนที่รักกัน เป็นเดือนที่เริ่มจัดระเบียบตัวเองใหม่ เป็นความรู้สึกดีที่ตื่นมาแล้วไม่มีเรื่องงานวิ่งวนในหัว ไม่ปวดคอบ่าไหล่ ไม่หนักหัว ไม่เพลียอีกแล้ว นอนได้เท่าที่อยากนอน สดชื่นเวลาตื่น

มิถุนายน: Once in a life time journey has started อินเดียจ๋า พี่มาแล้ววว  ไป Leh เพื่อขี่ big bike กันกับเพื่อนผู้ชายที่สนิทๆกัน ก่อนไปก็ไปเตรียมความพร้อมในการขี่รถ เรียน big bike course กันซะก่อน ทริปเลห์ เรานับเป็นที่สุดในชีวิต Tripนึงเลยทีเดียว ไม่นับที่เราเพิ่งจับรถมีคลัชได้ไม่นาน เราก็หาญไปขี่บนถนนที่สูงที่สุดในโลกกัน อากาศบางมากๆ เพื่อนป่วยเป็น AMS กันหลายคน ก็แทบทุกคนที่ป่วย ขี่กันภูเขาสูงเสียดฟ้าลูกต่อลูก จากเหวขึ้นยอดเขาแล้วต่อเหว เจอตั้งแต่สภาพทรายละเอียดทำให้รถล้มตรงก้นทะเลสาป หินก้อนใหญ่ในลำธาร การขี่ 120 กม:ชม บนถนนยาวสุดลูกหูลูกตา การขี่ไต่เหวไปเรื่อยๆบนทางแคบและโค้งหักศอกเป็นร้อยๆโค้ง บนถนนที่เป็นโคลน หิมะจับแข็ง หลุม บ่อ กรวด ทราย อากาศที่หายใจกนไม่พอ  อากาศหนาวในหุบเขา หิมะตก และการดูแลทำอาหารให้เพื่อนๆกิน เพื่อนผู้เป็นไข้สูง เพื่อนผู้สั่นเป็นติดแบตในอากาศหนาว เพื่อนที่ดึงผ้านวมตรูออกแล้วเอาไฟฉายส่องหน้าในเวลาตี2ที่มันสร่างเมาแล้วมาปลุกเรา เพราะจำได้ว่าเราอยากส่องทางช้างเผือก ออกไปดุกันสองคนท่ามกลางลมยะเยือกแบบติดลบ ดูทางช้างเผือกเป็นทางสีขาวบางๆบนฟ้าที่มืดสนิท
อีพวกเพื่อนๆที่ช่วยยกรถมันทุกวัน เพราะเราล้มแมร่งทุกวัน 5555 ไม่เข็ดเว้ยยย เราที่ไม่ป่วยอยู่คนเดียว แข็งแรงพอที่จะเยาะเย้ยเพื่อน บรรยากาศเก่าๆที่นอนสุมหัวกัน มีเพื่อนผู้ชาย3คนที่สนิทกันมากได้ไปคุยไปเมาท์ไปสุมหัวนอนด้วยกัน บนความบันเทิงในความลำบาก เสียดายขาดไปหลายหน่อ .. นี่เป็นทริปประทับใจไปชั่วชีวิตจริงๆ จากนั้นคั่นทริปด้วยการบินกลับมาเพื่อร่วมงานแต่งของน้องรัก ก่อนที่จะบินกลับไปเที่ยวอินเดียต่อกับแพลน แคชเมียร์-ราชาสถาน 

กรกฏาคม: ไปทริปแคชเมียร์ เพื่อเที่ยวศรีนาการ์ แล้วก็ต่อด้วย solo trip ปีนเขาหิมาลัยเพื่อไป ดู Kashmir Great lake ได้ประสบการณ์การปีนเขาครั้งแรก ได้รู้ว่าเหนื่อยแทบตายมันเป็นยังไง ได้ไปค้างในบ้านยิปซี ได้ลองเขียนบันทึกการเดินทาง จากนั้นก็ลงเดลี มารอพี่มด น้าไก่และฝัน คน3คนที่ไม่รู้จักกันเลย แต่แต่ละคนรู้จักเรา เราเอามารวมทริปกัน ให้มาเที่ยวอินเดียกับเรา 14วัน 555 สนุกมาก ได้ตระเวนไปทั่วราชาสถาน ได้เข้าไปทะเลทรายธาร์ ได้ดูทัชมาฮาล ได้บุกสำเพ็งอินเดียในเมืองสีฟ้า ได้ทำอะไรหลายสิ่งที่มีคุณค่าควรแก่ความทรงจำอันผาสุก ปิดท้ายทริปในเมืองโรแมนติกเหมือนฝันที่ udaipur ได้รู้ว่าบางทีโชคชะตาก็สามารถพัดพาอะไรมาแบบที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว :) เก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี

สิงหาคม: กลับมายืนที่เดิม กลับมาเมืองไทยเพื่อพบกับความอบอุ่นของพี่ๆที่ทำงาน ที่ช่วยหาทางเดินใหม่ๆที่คาดว่าเราน่าจะสนใจ พูดคุยพอลงตัว ก็ออกจากความคุ้นเคยเดิมๆ แล้วก้าวออกมา ที่ assignment เมืองกวางโจว

กันยายน: อยู่ที่กวางโจวตลอดทั้งเดือน แวะไปต่อวีซ่าที่ฮ่องกง ไหว้พระและผูกด้ายแดง อันนี้ขอบอกว่าศักดิ์สิทธิ์จริงๆนะ!! คราวนี้ทำงานกับนายคนเก่าที่เคยทำด้วยกันเมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้มาเป็นทั้งนาย ทั้งพี่ เป็นทั้งโคชในการออกกำลังกาย ถึงสิ้นเดือนก็มี assignment ใหม่เข้ามา แวะกลับเมืองไทยเพื่อเตรียมตัวเพราะคราวนี้ดูท่าจะเป็น long term assignment 

ตุลาคม: 7ตุลาคม ย้ายมาที่ย่างกุ้ง พร้อมความคาดหวังจากพี่ๆ รู้สึกยังไม่เข้าที่เข้าทาง ไม่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรได้มากเท่าไหร่ เป็นภาวะสูญญากาศที่น่าอึดอัด แต่ก็เบาสบายตรงยังไม่ได้รับ KPI ใดๆของตัวเอง

พฤศจิกายน: เริ่มหา mission ที่จะทำของตัวเอง แต่ยังคงอึดอัดมากอยู่ ทั้งกระบวนทัพด้านล่าง และอื่นๆ 

ธันวาคม : ลมหนาวแรกที่พม่า อากาศเย็น สบายมาก มีหลายวันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ทางเหนือของไทย มีหมอกตอนเช้า อากาศหนาวสดชื่น ผ่านไปสามเดือนแล้ว ยังไม่คุ้นกับเมืองนี้เท่าไหร่เลย


 




 

Create Date : 10 มกราคม 2563    
Last Update : 21 สิงหาคม 2563 16:31:51 น.
Counter : 5 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.