Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 ธันวาคม 2557
 
All Blogs
 
นิยายรัก ตอนที่ 6 เดตแรก

COPY WRIGHT : สงวนลิขสิทธิ์ทั้ง ปกหนังสือ และ เนื้อหาค่ะ

ดวงใจมัท

ผู้เขียน: วรรณรวี

พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง: มกราคม ๒๕๕๗

พิมพ์ครั้งที่สอง: กันยายน ๒๕๕๗

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. ๒๕๓๗

ไม่อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเอกสารรูปเล่ม หรือเพื่อการใดๆเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น

ISBN : ๙๗๘ - ๖๑๖ - ๓๔๘ - ๔๔๙ -

ราคา ๓๐๐บาท


***************************************************************************************

ตัวอย่างค่ะ


๖.

เดตแรก ?

“ปลาไม่ชอบให้คุณมองยายมัทแบบนั้นปลาหึงถึงยายมัทจะมั่ว ง่าย เละเทะแค่ไหน คุณก็ไม่มีสิทธิ์จะไปสนยายเด็กใจแตกนั่น” มัจฉาบอกแฟนหนุ่มหมาดๆบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ในคอนโดฯ หรูของเขาด้วยร่างเปลือยเปล่าทั้งคู่

“ผมไม่ได้คิดอะไรนะครับที่รักผมเห็นว่าน้องมัทเป็นน้องสาวของปลา ก็เลยเอ็นดูก็เท่านั้นเอง ผมมีปลาอยู่แล้วทั้งคนนี่ครับทูนหัวสองตาคู่นี้กับหัวใจทั้งสี่ห้องของผมโดนปลาจับจองไปหมดแล้วนะครับ”มือหนาของชายหนุ่มรวบร่างเปลือยเปล่าของแฟนสาวเข้ามาแนบชิดแล้วพูดเอาใจ

“ให้มันจริงเถอะค่ะนพปลาเองก็ไม่อยากจะเป็นพี่เป็นน้องกับยายเด็กใจแตกนั่นเท่าไหร่นักหรอกนะคะถ้าวันนึงเกิดไปทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงขึ้นมา ปลาไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”มัจฉาพูดถึงน้องสาวเสียงเย็น มือบางกอดร่างของแฟนหนุ่มแน่นไม่แพ้กัน

“แต่เอ...ปลาล้อผมเล่นหรือเปล่าครับที่ปลาบอกว่าน้องมัทมั่ว ท่าทางไม่ให้เลยนะครับ” นพพลถามหยั่งเชิงอย่างมีความหวัง

“ก็จริงน่ะสิคะนพคุณคิดว่าปลาใส่ความยายเด็กนั่นหรือไง ยายมัทน่ะใจแตกตั้งแต่ตอนเรียนแล้วบ้านช่องไม่ค่อยกลับหรอกค่ะ ชอบออกไปค้างคืนนอกบ้านบ่อยๆบอกคุณแม่ว่าไปทำงานหอเพื่อน ที่ไหนได้ไปค้างกับผู้ชายล่ะสิไม่ว่ายิ่งตอนนี้ด้วยแล้วขอไปทำงานพิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟกระจอกๆ นั่น คุณพ่อคุณแม่ก็ห้ามนะคะบอกว่าเลิกดึกดื่นมันอันตรายค่าจ้างนิดเดียวก็ไม่ยอมฟัง คงอยากจะออกไปเจอผู้ชายล่ะสิไม่ว่าตอนนี้ถึงกับมีผู้ชายมาส่งถึงหน้าบ้านทุกคืน ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นแฟนหรือเป็นแค่คู่ขาปลาล่ะกลุ้มใจจริงๆ ค่ะกลัวยายเด็กนั่นจะทำเรื่องฉาวโฉ่เสื่อมเสียมาถึงวงศ์ตระกูล”เสียงหวานปนแหลมของมัจฉาได้ทีตีไข่ใส่สี

“เด็กๆเดี๋ยวนี้ดูยากจังเลยนะครับ แต่แฟนที่เป็นเจ้าของร้านของน้องคุณดูจะหวงน่าดูเมื่อวันก่อนผมก็แค่เรียกน้องมัทมาสั่งเครื่องดื่มเท่านั้น เขาลงมาเห็นเข้าก็รีบบอกให้น้องคุณขึ้นไปรอบนห้องเลยนะครับทูนหัวผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถึงขั้นไหนกันแล้ว แต่จากท่าทางคงจะลึกซึ้งน่าดูผมก็แค่เล่าให้ปลาฟังในสิ่งที่ผมเห็นมาเท่านั้น”

นพพลบิดเบือนความจริงเพราะเขาเล่าข้ามเรื่องที่ตัวเองทำรุ่มร่ามกับมัทนีจนเจ้าของร้านหนุ่มมาช่วยเธอออกไปแล้วยังกล้าไล่เขาออกจากร้านให้รู้สึกแค้นและเสียหน้าคนเล่าคิดแม้กระทั่งจะใช้อิทธิพลของบิดาสั่งปิดร้านนั้นหากมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะรู้ข้อมูลมาจากแวดวงสีกากีว่าร้านนี้ประวัติดีและทำถูกต้องตามกฏระเบียบซึ่งเขาเองก็เพิ่งจะจำได้ว่าเจ้าของร้านปากดีคนนั้นคือใคร...ไอ้โป๊ะ!

ก่อนที่ความแค้นในอดีตจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกับปัจจุบันคนที่บิดเบือนความจริงก็ได้ยินเสียงหวานของแฟนสาวเอ่ยขึ้นข้างหู

“มีเรื่องแบบนั้นอีกแล้วเหรอคะนพแต่ปลาไม่แปลกใจหรอกนะคะ ก็ปลาบอกคุณแล้วว่ายายมัทน่ะธรรมดาเสียที่ไหนกัน”มัจฉาเอ่ยเสียงหวาน หากในใจไม่ปฏิเสธว่าอยากรู้จักแฟนหนุ่มของมัทนี ‘คงจะสนุกถ้าจะลงเล่นเกมแย่งแฟนของยายเด็กนั่นให้มันช้ำใจเล่นๆ แย่งมาได้แล้วค่อยทิ้ง อยากรู้นักว่ายายมัทจะทำยังไง’

ความคิดชั่วร้ายที่ไม่ต่างจากคำพูดก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในใจของคนที่เป็นพี่สาวอย่างเงียบๆ

“เราอย่าพูดเรื่องคนอื่นกันเลยนะครับทูนหัวมาสนุกเรื่องของเรากันต่อดีกว่า”

สิ้นเสียงของนพพลมือหนาของเขาเริ่มเล้าโลมลูบไล้เพื่อปลุกเปลวเพลิงแห่งราคะให้คุโชนขึ้นอีกครั้งทั้งที่มันเพิ่งผ่านมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หนแล้วในคืนนี้

“ก็แล้วแต่คุณสิคะนพปลาตามใจคุณอยู่แล้วคุณก็รู้” เสียงหวานสุดท้ายของหญิงสาวก่อนที่บทรักร้อนแรงดุเดือดของคู่รักที่มีรสนิยมในเพศรสที่เข้ากันได้ดีจะเริ่มต้นบรรเลงเพลงรักต่อกันยาวนานครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนหลับไปด้วยพลังที่แทบจะหมดตัวของทั้งคู่

เป็นอีกวันที่มัทนีออกจากบ้านเร็วเหมือนทุกวันร่างเล็กกับกางเกงยีนและเสื้อยืดในรองเท้าผ้าใบคู่เดิมวันนี้เธอมีนัดกับชายหนุ่มเจ้าของร้านเพื่อไปเดินเป็นเพื่อนเขาซื้อหนังสือที่ห้างใหญ่ใกล้ๆ

“ไปเดินเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะมัทมัทจะได้รู้ไงว่าพี่ชอบงานแบบไหน มีใครเป็นแรงบันดาลใจบ้าง อีกหน่อยมัทจะมาเป็นผู้ช่วยพี่แล้วไงพี่ไม่อยากไปเดินห้างคนเดียว...เหงา! ” นั่นคือคำชวนตรงๆของชายหนุ่มเมื่อคืนที่ผ่านมาทำเธอยิ้มกว้างในขณะเดียวกันเธอก็ต้องเป็นสารถีเพื่อไปรับเขาให้ทันในอีกชั่วโมงตามเวลานัด...

มินิโรเวอร์มาจอดที่หน้าร้านก่อนเวลานัดแล้วคนขับก็เดินลงมาเปิดประตู เธอมีกุญแจสำรองหนึ่งชุดที่ชายหนุ่มให้ไว้รวมทั้งกุญแจห้องนอนของเขาด้วยเช่นกัน “ถ้ามัทมาแล้วบังเอิญพี่ไม่อยู่ก็ใช้กุญแจเปิดเขาไปนั่งเล่นบนห้องได้เลยนะ พี่อนุญาตจ้ะ” เสียงทุ้มนุ่มของเขาผ่านโทรศัพท์ตรงเคาน์เตอร์แคชเชียร์เรียกให้เธอขึ้นไปพบแล้วเขาก็จับมือเล็กของเธอขึ้นมาเพื่อวางกุญแจสำรองลงไปแล้วมือของเขาก็กำมือเธอจนมิดภาพในห้วงความจำเมื่อวันก่อนทำให้คนที่กำลังมองกุญแจในมือยิ้มหวานจนดวงตายิบหยีอีกครั้ง

ก๊อกๆๆ “มัทเองค่ะพี่โป๊ะตื่นหรือยัง”

เพียงชั่วครู่ประตูไม้สีเขียวก็เปิดออกคนเรียกถึงกับตาพร่าอีกครั้งกับรูปลักษณ์เตรียมพร้อมของเขากางเกงยีนเดนิมสีเข้มกับเสื้อยืดบางๆสีขาวซึ่งถูกสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีดำที่ปลดกระดุมทุกเม็ดบนศีรษะสวมหมวกแก๊ปสีน้ำเงินเข้ม โดยมัดผมยาวเอาไว้หลวมๆเธอไม่เคยเห็นลุคนี้ของเขามาก่อน หากเคยเห็นนักแสดงฮอลลีวูดขวัญใจที่เธอชอบตามนิตยสารบันเทิงต่างประเทศเธอชอบในความธรรมดาหากดูดีและไม่คิดว่าชายหนุ่มเอเชียอย่างเขาจะดูดีมากไม่แพ้กัน

“มัท...ตะลึงอีกแล้วเห็นพี่หล่อหน่อยไม่ได้เลยใช่มั้ยเรา” เขาก้มลงมาเอ่ยแล้วยิ้มให้เมื่อเห็นดวงตากลมของเธอโตกว่าปกติ ปากสีชมพูค้างน้อยๆของเธอดูน่ารักจนเขาอยากจะก้มลงไปประทับที่ริมฝีปากจิ้มลิ้มของเธอเสียเดี๋ยวนี้เป็นความตั้งใจของเขาที่พยายามแต่งตัวดีเพื่อแผนพิชิตใจเธอ ซึ่งมันก็ได้ผลเกินคาดเพราะเขาเห็นหลักฐาน จนอยากจะรวบร่างเล็กเข้ามากอดแล้วหอมแก้มแดงๆกับท่าทางที่เธอพยายามทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนทุกครั้งที่เขาจับได้

“เปล่าสักหน่อยก็มัทไม่เคยเห็นพี่โป๊ะแต่งตัวแบบนี้นี่นา” ร่างเล็กรีบปฏิเสธอย่างเขินๆขณะที่เธอยืนหมุนนิ้วไปมาอยู่ใกล้ประตูหน้าห้อง

“แล้วมัทชอบหรือเปล่า”ร่างสูงเพรียวก้มลงมาถาม เมื่อเขาเดินเข้ามายืนใกล้เธอมากกว่าเดิม

“เอ่อ...พี่โป๊ะแต่งแบบไหนก็ดูดีทั้งนั้นแหล่ะค่ะมัทเห็นสาวๆ จ้องพี่โป๊ะตาเป็นมัน” สาวน้อยตอบตามจริง เพราะเธอมองตามเขาทีไรเป็นต้องเห็นสายตาแขกสาวๆ มากกว่าหนึ่งคู่มองตามเขาทุกครั้ง จนเธอรู้สึกไม่ชอบใจเธอหวง !? ! ?

“เราไปกันเถอะค่ะเดี๋ยวมัทกลับมาไม่ทันเปิดร้าน จะโดนพี่เก๋บ่นเอา” สาวน้อยรีบเปลี่ยนเรื่องแก้เขิน

“ได้เลยครับผม”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยอย่างหนักแน่น พร้อมมือเรียวข้างขวากางออกแล้วยกขึ้นจรดหางคิ้วราวกับรับคำสั่งผู้บังคับบัญชามือของเขาจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอให้หันหลังแล้วรุนเบาๆ ให้ผ่านพ้นประตู เขาหมุนตัวกลับไปล็อกประตูห้องก่อนเดินลงมาปิดประตูร้าน แล้วเดินไปขึ้นรถโดยมีสาวน้อยเป็นคนขับ

ทั้งคู่มาถึงห้างใหญ่กลางเมืองเลยเที่ยงมาไม่กี่นาทีคนที่เป็นสารถีก็หาที่จอดรถได้ง่ายเพราะเวลานี้มีรถไม่มากและเป็นวันทำงานชายหนุ่มก้าวลงมาก่อนแล้วยืนรอจนสาวน้อยหยิบกระเป๋าเป้ใบโตขึ้นสะพายหลังเขาเห็นเธอล็อกประตูรถยนต์เรียบร้อยจึงก้าวเร็วๆ เดินเข้าไปในห้างโดยมีเธอเดินตามมาห่างๆ

ชายหนุ่มชะงักแล้วหันกลับไปมองร่างเล็กที่พยายามก้าวตามมาเร็วๆดวงตาเรียวรีของเขาหยุดมองภาพนั้นชั่วครู่ก่อนก้าวกลับไปรับเธอ

“มัท ให้พี่จูงมือนะส่วนเรื่องค่าเสียหาย เอาไว้มัทกรอกตัวเลขลงในเช็คทีหลัง” เขาเอ่ยยิ้ม ๆ

“อ้าวทำไมละคะ”สาวน้อยเงยหน้าถาม

“ก็มัทตัวเล็กนิดเดียวส่วนพี่ก็ขายาว ต่างคนต่างเดิน มัทจะตามพี่ไม่ทันน่ะสิ ให้พี่จูงก็แล้วกัน จะได้ไม่คลาดกันโอเคมั้ยพี่ขี้เกียจให้ประชาสัมพันธ์ประกาศเด็กหาย โอเคนะครับ”เหตุผลหน้าเชื่อถือหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักปกปิดความคิดเจ้าเล่ห์ที่เขาอยากจับจูงมือเล็กของเธอคล้ายกับที่เขาเคยทำมาแล้วไม่กี่ครั้ง มันให้ความรู้สึกหมือนกับตอนที่เขาเคยจูงมือของน้องสาวคนเดียวเมื่อนานมาแล้ว

เมื่อคิดถึงน้องสาวแววตาหม่นแสงของเขาก็ปรากฏเพียงชั่วครู่แล้วรีบปรับสีหน้าเสียก่อนที่ร่างเล็กจะเห็น

“...”สาวน้อยพยักหน้าแทนคำตอบตกลงเพราะเธอเห็นแววตาหม่นแสงของเขาซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ความหมายหากไม่ปฎิเสธว่าสงสารเขาจับใจ แล้วเธอก็เอ่ยบอกเขาอีกครั้ง

“เอางั้นก็ได้ค่ะแต่พี่โป๊ะไม่ต้องจ่ายมัทหรอกนะ มัทไม่อยากได้ยินชื่อตัวเองถูกประกาศคนหาย มัทอายเขา”เสียงเล็กเอ่ยเบาๆ ซึ่งเหตุผลที่แท้จริงคือเธอรู้สึกไว้ใจเขา

“โอเคครับถ้างั้น... ” เขาบอกเธอยิ้มๆ แล้วยื่นมือขวาออกไปรวบมือเล็กข้างซ้ายของเธอกำเอาไว้มิดเขาก้าวเข้าไปรับเธอให้มายืนคู่ก่อนจะเดินไปด้วยกัน...

เป็นการเดินห้างที่แสนอบอุ่นชายหนุ่มพาสาวน้อยไปยังร้านอาหารเพื่อจัดการมื้อเที่ยงเสียก่อนโดยมีจุดหมายปลายทางคือร้านกาแฟที่มีอาหารขายหลากหลายชนิด เขาสั่งอาหารเพื่อรับประทานด้วยกันสาวน้อยมอบหน้าที่นี้ให้เขาด้วยเหตุผลว่าเธอกินง่าย เขาจึงสั่ง ซีซาร์สลัด สเต็กปลาแซลม่อนสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาทะเลและไก่ทอดอีกหนึ่งอย่าง กับกาแฟดำและน้ำส้ม โดยเธอสั่งน้ำมะนาวปั่นและน้ำเปล่าให้ตัวเอง

ทั้งคู่ไม่เสียเวลาไปกับมื้อเที่ยงมากนักเมื่อเรียบร้อยจึงรีบมุ่งหน้าไปยังร้านหนังสือสัญชาติญี่ปุ่น เพราะชายหนุ่มมักจะใช้เวลาที่นี่หลายชั่วโมงเสมอ

ชายหนุ่มจูงมือสาวน้อยให้เดินคู่กันไปเช่นเดิมหากเปลี่ยนการกุมมือเป็นค่อยๆ สอดนิ้วเรียวประสานกับนิ้วเล็กเอาไว้หลวมๆอย่างเป็นธรรมชาติ

“นี่ไง...ถึงแล้วจ้ะถ้ามัทดูเล่มไหนแล้วอยากได้หรือสนใจเป็นพิเศษบอกนะ พี่ซื้อให้”เขาก้มลงมาบอกคนที่เงยหน้ายิ้มหวานมองตาเขาโดยที่มือของทั้งคู่ยังคงประสานกันเช่นเดิม

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะมัทยืมดูจากพี่โป๊ะก็ได้ ดูท่าวันนี้พี่โป๊ะคงจะต้องเสียทรัพย์หมดตัวแน่ๆ พี่โป๊ะไม่ได้ออกมาเดินห้างแบบนี้นานเท่าไหร่แล้วคะ”

“ก็สักพักใหญ่แล้วล่ะปกติพี่จะสั่งออนไลน์สะดวกดี แต่วันนี้อยากออกข้างนอกบ้างเพราะมีมัทมาเดินเป็นเพื่อนไปกันเถอะครับ” เสียงหนุ่มของคนที่ก้มลงมาตอบพร้อมรอยยิ้มแล้วหยุดมองคนที่กำลังยิ้มหวานมองเขาอยู่ชั่วครู่ก่อนจูงมือเธอเดินเข้าไปในร้าน

ทั้งคู่ใช้เวลายาวนานที่ร้านหนังสือแห่งนี้ชายหนุ่มคล่องแคล่วมากกว่าเพราะรู้ว่าโซนหนังสือที่เขาต้องการอยู่ส่วนไหนของร้านเมื่อเดินเข้ามาด้านใน เขาจึงปล่อยมือเธอออกบอกให้เธอเลือกดูหนังสือที่สนใจแล้วบอกจุดนัดพบหากเป็นเธอเองที่ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ตัวเขา แล้วบางช่วงศีรษะเล็กๆก็ชะเง้อมองเนื้อหาของหนังสือที่อยู่ในมือเขาด้วยท่าทางสนอกสนใจ น่ารักไร้เดียงสาและเป็นธรรมชาติเสียจนเขาคิดว่านี่คือตัวตนแท้จริงของเธอ

การได้รับรู้ว่าสาวน้อยคนนี้เป็นบุตรที่เกิดจากภรรยาอีกคนอาจซ่อนปมปัญหาที่ไม่สามารถบอกใครได้ จนเธอต้องพยายามสร้างเกราะบางๆ เพื่อปกป้องตัวเองเหมือนกับความห้าวหาญที่เขาเคยเห็นก่อนหน้า และมันค่อยๆ ถูกทลายลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเธออยู่กับเขา

“เห็นมั้ยมัทบอกแล้วว่าพี่โป๊ะจะต้องหมดตัวแน่ๆ”เสียงเล็กเย้าเขาหลังจากเห็นบิลจำนวนเงินหลายหมื่นบาทจากหนังสือหลายเล่มที่เขาใช้เวลาเลือกหลายชั่วโมง ตอนนี้หนังสือบางส่วนถูกบรรจุลงในกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่เขายึดมาสะพายหลังเสียเองและถือบางส่วนเอาไว้ในมือที่ว่างจากการเกี่ยวประสานกับมือเล็กของเธอโดยเธอถือถุงที่มีหนังสือเล่มเล็กสองสามเล่ม ซึ่งเป็นนวนิยายต่างประเทศของนักเขียนคนดังที่เขาซื้อให้เขาเห็นสาวน้อยหยิบมันมาเปิดอ่านด้วยความสนใจแล้ววางกลับไว้ที่เดิม เขาจึงเดินกลับไปหยิบมันมาแล้วชำระเงินไปพร้อมกันแล้วส่งให้คนที่รับมันอย่างไม่อิดออดพร้อมรอยยิ้มและยกมือไหว้เขา ในใจนึกชื่นชมในความรอบคอบที่เธอสะพายเป้ใบเปล่ามาเพื่อเตรียมไว้สำหรับบรรจุสิ่งของในวันนี้

“ก็พี่ซื้อเผื่อมัทไงครับจะได้เก็บไว้เป็นคลังความรู้” ชายหนุ่มก้มลงมาบอกเธอ ยิ้มให้

เขาเลือกซื้อหนังสือของศิลปินและครีเอทีฟชื่อดังระดับโลกมากมายแม้กระทั่งหนังสืออัตชีวประวัติของบุคคลสำคัญเพื่อศึกษาเส้นทางการก้าวถึงจุดสูงสุดของพวกเขารวมทั้งหนังสือที่รวบรวมเทคนิคและแนวความคิดในการพัฒนาผลงาน ในเมื่อเขาตั้งใจจะเป็นผู้สนับสนุนสาวน้อยคนนี้อย่างเป็นทางการแล้วก็ต้องลงทุนอย่างเต็มที่ให้เหมือนหรือมากกว่าสิ่งที่เขาทุ่มเทในเรื่องงาน

“แล้วเมื่อไหร่มัทจะอ่านหมดล่ะคะตั้งเยอะแหน่ะ แถมเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย มัทยิ่งเก่งๆ อยู่ด้วย”

สาวน้อยเงยหน้าถามชายหนุ่มด้วยสีหน้าและน้ำเสียงน่ารักจนคนที่ก้มลงมาอยากจะประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากสีชมพูเสียเดี๋ยวนั้นหากเขาทำได้เพียงแค่ในห้วงความคิด โดยสิ่งที่แสดงออกมาคือกระซิบข้างหูเธอ

“อยู่กับพี่จะกลัวอะไรพี่อยู่ให้มัทถามได้ทั้งชีวิตนั่นแหล่ะ”

คำตอบของชายหนุ่มช่างไม่รู้เลยว่ามีความหมายยิ่งใหญ่กับประโยค ‘อยู่ให้เธอถามได้ทั้งชีวิต’ของเขา ทำให้คนฟังที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าความสุขและความอบอุ่นนั้นมีความหมายแท้จริงเช่นไรคนฟังเงยหน้าขึ้นมองคนพูดแล้วเผยรอยยิ้มกว้างจนดวงตายิบหยีบนใบหน้าขาวนวลระบายไปด้วยสีชมพู...

“ไหนบอกว่าออกไปทำงานยังไงล่ะยายมัท”

เสียงคุ้นหูหยุดทั้งคู่ให้ชะงักร่างเล็กหันกลับไปมองที่มาของเสียงก่อนที่ร่างสูงเพรียวจะหันตามมาแล้วปรากฏภาพพี่สาวต่างมารดาในชุดสวยสุดหรูสีครีมสั้นเหนือเข่า เธอควงคู่มากับนพพล

“พี่ปลามาทำอะไรที่นี่คะ”มัทนีเอ่ยถามด้วยความตกใจ เพราะเธอไม่คิดว่าโลกจะกลมเช่นนี้

“ฉันก็มาคุยเรื่องขอเช่าพื้นที่แล้วเธอล่ะนี่มากับใคร” มัจฉาถามเสียงหวาน ลดสายตามองมือของทั้งคู่เธอเห็นชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างสูงเพรียว สวมหมวกแก๊ปในชุดลำลองที่เธอรู้ดีว่าเป็นของมีราคาหญิงสาวไม่ปฏิเสธว่าชายหนุ่มคนนี้ดูดีมากในแบบของเขาซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแฟนหนุ่มของเธอโดยมือของเขายังกุมมือของมัทนีเอาไว้เช่นเดิม

“มัทมาซื้อหนังสือเป็นเพื่อนพี่โป๊ะค่ะพี่ปลากำลังจะกลับไปทำงานแล้วค่ะ” มัทนีตอบพี่สาวด้วยท่าทางไม่ปกติ

“พี่โป๊ะคะนี่พี่ปลาพี่สาวมัท พี่ปลาคะ นี่พี่โป๊ะเป็นเจ้านายมัท”สาวน้อยแนะนำทั้งคู่อย่างลนๆ ก่อนที่เธอจะรีบดึงมือเล็กออกจากมือเรียวของคนข้างตัวหากไม่สำเร็จ

“แน่ใจเหรอจ้ะว่าแค่เจ้านายกับลูกน้อง”

มัจฉาเอ่ยถามเสียงหวานโดยเธอไม่ละสายตาจากมือของทั้งคู่ แล้วหญิงสาวก็ค่อยๆไล่สายตาขึ้นมามองใบหน้าของชายหนุ่มสลับกับร่างเล็กของมัทนี

“...” ความเงียบก่อตัวเพียงชั่วครู่ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณปลา”

เสียงทุ้มนุ่มสุภาพของเขาทำให้มัจฉาแทบจะกรี๊ดออกมาหากต้องเก็บอาการเอาไว้เพราะเธอควงแขนมากับแฟนหนุ่มที่จ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มคู่อริ

“ยินดีเช่นกันค่ะคุณโป๊ะปลาไม่ยักรู้ว่าเจ้านายกับลูกน้องเขาดูแลกันดีแบบนี้ ว่ามั้ยคะนพ”หญิงสาวเอ่ยพลางหันไปขอเสียงสนับสนุน

“กับเฉพาะบางคนเท่านั้นละครับ”ชายหนุ่มตอบแล้วก้มลงมองร่างเล็กของสาวน้อยข้างตัวที่กำลังก้มหน้าก้มตา

“เอาไว้ว่างๆปลาจะไปอุดหนุนนะคะคุณโป๊ะ วันนี้ปลาคงต้องขอตัวก่อน” มัจฉาเอ่ยขอตัวเมื่อเห็นแฟนหนุ่มส่งสายตากรุ้มกริ่มให้มัทนีจนเธอรู้สึกเสียหน้า

ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มหมาดๆเจ้าชู้แค่ไหน ก็เพราะเธอเพิ่งจะแย่งเขามาได้ง่ายๆ จากแฟนเก่าของเขาเช่นกันด้วยกลยุทธ์อ่อยเหยื่อและหว่านเสน่ห์ตามความถนัด จนได้เขามาควงหากสายตาของแฟนหนุ่มที่ราวกับจะกลืนมัทนีลงท้องจนชายหนุ่มอีกคนต้องกุมมือเหยื่อแน่นขึ้นก่อนจะดึงร่างเล็กของมัทนีเข้าไปแนบตัวเขานั้นทำให้เธอทนไม่ได้ ด้วยความริษยาแสดงออกชัดเจนในห้วงความคิดในเวลานี้ ‘ใครๆ ก็อยากจะกินยายเด็กนั่นทั้งที่มันไม่ต้องลงมืออ่อยใครให้เหนื่อยเลยสักนิด’

หลังจากแยกย้ายกับบุคคลที่เจอกันโดยบังเอิญเพียงชั่วครู่ชายหนุ่มและสาวน้อยก็เดินจูงมือกันมาที่รถเพื่อมุ่งหน้ากลับร้านในขณะที่หนุ่มสาวอีกคู่ที่ยังคงอยู่ในบริเวณห้าง มีหนึ่งคนที่ไม่สามารถเก็บอารมณ์

“นพคะ คุณมองมันแบบนั้นอีกแล้วนะคะ”มัจฉาแหวใส่แฟนหนุ่ม

“มองอะไรกันละครับก็น้องสาวของคุณส่งยิ้มให้ผมก่อนนะครับทูนหัว”นพพลบิดเบือนความจริงไปไกลลิบอีกครั้ง

“ตอนไหนกันคะปลาเห็นมันมัวแต่ก้มหน้าก้มตา ไม่เห็นยายมัทจะมองหน้าคุณสักนิดขนาดหน้าของปลามันยังไม่มองเลยนะคะนพ”

“ก็ตอนที่ปลาคุยกับนายโป๊ะนั่นยังไงละครับทูนหัว”นพพลแก้ตัวอย่างมืออาชีพ แล้วยิ้มชั่วร้ายเมื่อได้ยินเสียงสูงของแฟนสาว

“หึ! ร้ายนักนะยายเด็กแสบคิดจะอ่อยคุณล่ะสิ อย่าให้ปลารู้นะว่าคุณไปยุ่งกับมัน มากับแฟนของตัวเองแท้ๆยังเจียดเวลาอ่อยแฟนพี่สาว คุณคิดดูเอาเองก็แล้วกันนะคะนพ ว่ายายมัทน่ะแค่ไหน” มัจฉาได้ทีเหน็บน้องสาวลับหลังหากความจริงแล้วเธอไม่ได้เชื่อคำแก้ตัวของแฟนหนุ่มมากนัก

“อย่าคิดมากไปเลยนะครับทูนหัวไม่มีอะไรหรอก คุณนัดคุยงานร้านไหนครับที่รักใกล้จะถึงเวลานัดแล้ว”

นพพลเบี่ยงประเด็นเพราะไม่เช่นนั้นเขาอาจจะแสดงพิรุธให้มัจฉาจับได้ว่ามีแผนจะเคลมน้องสาวเธอจริง ‘รอให้มีโอกาสเหมาะๆก่อนเถอะแม่หนูน้อย พ่อจะเคี้ยวให้ไม่เหลือเลยคอยดู’

ความคิดและรอยยิ้มชั่วร้ายเกิดขึ้นในใจนพพลเงียบๆ..

*******************************************************

มีวางจำหน่ายแล้วในรูปแบบ E-BOOK ค่ะ ตามลิ้งก์ค่ะ


https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=7962


ส่วนรูปเล่มรอฉบับรีปริ้นครั้งที่ 3ใครสนใจอยากได้เล่ม "ดวงใจมัท" ในรูปเล่ม แจ้งเข้ามาได้ที่ E-Mail : wikky7ster@gmail.com ค่ะ

หรือแฟนเพจ 




Create Date : 01 ธันวาคม 2557
Last Update : 3 ธันวาคม 2557 16:41:05 น. 0 comments
Counter : 147 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wikky_78
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add wikky_78's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.