Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 ธันวาคม 2557
 
All Blogs
 
นิยายรัก ตอนที่ 7 ค่าปรับ

COPY WRIGHT : สงวนลิขสิทธิ์ทั้ง ปกหนังสือ และ เนื้อหาค่ะ


ดวงใจมัท

ผู้เขียน: วรรณรวี

พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง: มกราคม ๒๕๕๗

พิมพ์ครั้งที่สอง: กันยายน ๒๕๕๗

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. ๒๕๓๗

ไม่อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเอกสารรูปเล่ม หรือเพื่อการใดๆเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น

ISBN : ๙๗๘ - ๖๑๖ - ๓๔๘ - ๔๔๙ -

ราคา ๓๐๐บาท


***************************************************************************************

ตัวอย่างค่ะ



๗.

ค่าปรับ !

“เรื่องร้านไปถึงไหนแล้วล่ะลูกปลา”เสียงทุ้มต่ำของบิดาถามลูกสาวคนโตที่โต๊ะอาหารในตอนเช้า

“กำลังจะเซ็นสัญญาค่ะคุณพ่อขาปลารอเจรจาขั้นสุดท้ายกับทางห้างเรื่องราคากับโซนอีกนิด ถ้าเป็นไปทำตามที่ตกลงกันอาทิตย์หน้าก็เซ็นสัญญาได้เลยค่ะ ปลาอยากได้โซนด้านหน้า จะได้อยู่ใกล้กับแบรนด์ดังๆร้านของปลาจะได้เด่นไปด้วย ติดตรงพื้นที่ตรงนั้นมีคนเช่าไปแล้วปลาก็เลยขอความช่วยเหลือจากคุณนพค่ะคุณพ่อขาเมื่อวานคุณนพเขาก็ไปช่วยเจรจาให้ด้วยนะคะ” มัจฉาแจ้งบิดาด้วยท่าทางมั่นใจแล้วยังส่งผ่านความดีความชอบไปยังแฟนหนุ่มหมาดๆ เพื่อช่วยเรียกคะแนนให้เขา

“ดีแล้วล่ะลูกจะทำอะไรก็คิดให้มันรอบคอบ ถ้าสินค้าของเราดีจริง อยู่โซนไหนลูกค้าก็ตาม”คนเป็นบิดาเอ่ยเสียงเรียบ หากในใจของเขาไม่ปลื้มวิธีการใช้เส้นสายมากนัก

“มันก็จริงค่ะคุณพ่อขาแต่กว่าลูกค้าจะหลงเข้ามามันก็ต้องใช้เวลา ปลาอยากให้ร้านโตแล้วก็เป็นที่รู้จักในวงกว้างเร็วๆเรายอมลงทุนจ่ายมากกว่าคนอื่น เราก็ได้เปรียบคู่แข่งไปกว่าครึ่ง” มัจฉาแย้งอย่างมีเหตุผลกับเจ้าของเงินลงทุน

“ที่ลูกพูดมาก็ถูกนะคะคุณรอให้ห้างโปรโมท สู้เรายอมจ่ายแล้วเลือกโซนดีๆ ไปเลยประหยัดค่าโฆษณาไปได้ตั้งมาก”คนที่นั่งฟังอยู่นานให้เหตุผลสนับสนุน แล้วเธอก็หันศีรษะในทรงผมคล้ายสิงโตเพื่อส่งยิ้มให้ลูกสาวสุดที่รัก

“ก็ลองดูแล้วกันดูงบด้วย อย่าให้มันเกินตัวนัก แล้วนี่ยายมัทออกไปทำงานแล้วหรือยังพ่อไม่เห็นหน้าเห็นตามาหลายวันแล้ว”บิดาถามถึงลูกสาวคนเล็กที่ไม่เคยร่วมโต๊ะอาหารเช้าด้วยกัน ด้วยท่าทางราวกับพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศขณะที่มือของเขาเปิดหนังสือพิมพ์ไปด้วย

“คงออกไปแล้วล่ะมั้งคะเมื่อวานปลาเจอยายมัทที่ห้างด้วยนะคะคุณพ่อขาคุณแม่ขา มากับผู้ชาย คงจะเป็นแฟนกัน เห็นเดินจับมือถือแขนผู้ชายก็แทบจะอุ้มยายมัทเข้าเอวแหน่ะค่ะ ปลาล่ะอ๊ายอายคุณนพจะแย่” มัจฉาแต่งเติมเรื่องราวเพียงเล็กน้อยเพราะภาพที่เธอเห็นก็คล้ายๆ จะเป็นเช่นนั้น

“มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอลูกปลาแล้วผู้ชายคนนั้นดูเป็นยังไงหวังว่ายายมัทคงจะไม่ตาต่ำไปคว้ากุ๊ยที่ไหนมาเป็นแฟนให้เสียชื่อหรอกนะคงต้องอบรมกันหน่อย ทุกวันนี้ก็กลับบ้านดึกดื่นแอบไปทำเรื่องเสื่อมเสียอะไรเอาไว้บ้างก็ไม่รู้ ป่องขึ้นมาจะแย่กันไปหมด” เสียงดังกังวานได้ทีบ่นลูกเลี้ยงต่อหน้าสามีที่นั่งฟังเงียบๆ

“ก็ดูไม่เลวร้ายนะคะคุณแม่ขาแต่ยายมัทแนะนำว่าเป็นเจ้านายชื่อโป๊ะแต่ถ้าคุณแม่เห็นท่าทางของเขาที่แทบจะเหน็บยายมัทเข้าเอวคุณแม่ก็คงจะไม่เชื่อว่าเป็นแค่เจ้านายลูกน้องกันธรรมดา ปลาล่ะอ๊าย อาย!”

“คงต้องเรียกมาอบรมกันบ้างละไม่รู้ว่าตอนนี้จะใจแตกไปถึงไหนแล้ว เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ อิ่มแล้วเหรอคะคุณพูดถึงลูกสาวคนโปรดหน่อยถึงกับกินข้าวไม่ลงเลยเหรอคะ” ภรรยาหันมาถามสามีเสียงสูง

“ผมอิ่มแล้วล่ะวันนี้มีประชุมเช้านุ้ยให้นายผลเอารถออก” คนที่นั่งหัวโต๊ะหันไปบอกเด็กรับใช้แล้วลุกขึ้นยืนพลางเอื้อมมือหนาไปหยิบสูทที่วางพาดไว้ตรงพนัก แล้วก้าวเดินออกไปเร็วๆ ซึ่งเขามักจะเลี่ยงด้วยวิธีนี้ทุกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดเกินจริงถึงลูกสาวอีกคนโดยที่คนเป็นพ่ออย่างเขาไม่เคยเอ่ยปกป้องเลยสักครั้ง...

ประมุขของบ้านขึ้นมานั่งบนรถยนต์โดยมีชายวัยเกษียณเป็นคนขับเขาจึงเอ่ยถามเสียงเบา

“ยายมัทออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแบบนี้ทุกวันเลยเหรอนายผลแล้วเวลากลับดึกๆ มีใครอยู่รอหาข้าวหาปลาให้ลูกฉันหรือเปล่า”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามโดยไม่มีคำตอบ นั่นสามารถตีความหมายของคำตอบได้ว่าอย่างไรความเงียบแสนอึดอัดหากภายในดังกระหึ่มด้วยความรู้สึกบางอย่างทำให้คนถามหันออกไปมองข้างทาง เพื่อต้องการหลบแววตาหม่นแสงของตัวเองออกจากคนขับรถที่มองผ่านกระจกหลัง

เช้านี้มัทนีไม่ต้องกดโทรศัพท์หาเพื่อนรุ่นพี่เหมือนเช่นทุกวันเพราะตกลงกันว่าต่างคนต่างไปทำงานและจะกลับพร้อมกัน โดยเธอจะไปส่งเขาในซอยถัดไปตอนนี้เธอเตรียมตัวพร้อม แล้วรีบเดินออกไปหามื้อเช้าของตัวเองเหมือนทุกวันทว่าเมื่อเดินผ่านห้องรับแขกก็ได้ยินเสียงของใครบางหยุดเธอไว้

“จะรีบไปทำงานเหรอครับน้องมัทให้พี่นพไปส่งดีมั้ยครับ” ชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกเอ่ยทักพร้อมส่งสายตากรุ้มกริ่ม

“ไปทำงานค่ะขอบคุณคุณมาก แต่คงไม่เป็นไรเพราะดิฉันขับรถไปเองจะสะดวกกว่าค่ะ” สาวน้อยหยุดเดินแล้วหันไปตอบ

“รีบไปทำงานแต่หัววันแบบนี้คงจะคิดถึงแฟนใช่มั้ยครับ พี่นพอิจฉาแฟนน้องมัทจัง”

นพพลเอ่ยเสียงหวานพลางกวาดสายตาโลมเลียมัทนีไปทั่วร่างก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนแล้วสาวเท้าเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังอย่างไม่เกรงว่าใครจะมาเห็นจนสาวน้อยรู้สึกรังเกียจและกลัว หากเธอพยายามบังคับน้ำเสียงแห่งความกลัวเอาไว้ก่อนเอ่ยออกไปเรียบๆ

“คุณเข้าใจถูกต้องแล้วล่ะค่ะดิฉันจะรีบไปหาแฟน คงจะไม่ดีแน่ถ้าพี่ปลาลงมาเห็นว่าคุณกำลังทำรุ่มร่ามกับดิฉัน”ร่างเล็กตอบแล้วเบี่ยงตัวหลบ

“มายั่วอะไรแฟนฉันอีกล่ะยายมัท”เสียงสูงของพี่สาวที่เดินลงมาพร้อมกับมารดาของเธอ

“มัทเปล่านะคะพี่ปลาคุณแม่ใหญ่ มัทกำลังจะไปทำงาน บังเอิญเจอคุณเขาเข้า ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลยด้วยซ้ำ”มัทนีตอบอย่างร้อนรนเพราะเธอกลัวว่าพี่สาวจะโกรธบ่อยครั้งที่เธอต้องเจ็บตัวแม้กระทั่งอยู่ต่อหน้าแขก

“คราวหน้าคราวหลังก็ใช้ประตูครัวโน่นไม่ต้องเดินผ่านห้องนี้ ไม่รู้หรือไงว่าฉันมีแขก” มัจฉาสั่งน้องสาวเสียงเรียบพร้อมส่งสายตาพิฆาตทำไมเธอจะไม่เห็นภาพที่นพพลเดินไปล้อมหน้าล้อมหลังมัทนีจนต้องรีบวิ่งออกไปภาพนั้นยิ่งตอกย้ำความริษยาที่คนร่างเล็กมีเสน่ห์ดึงดูดมากกว่าเธอ

“ค่ะพี่ปลาต่อไปมัทจะใช้ประตูครัว จะไม่เดินผ่านห้องนี้อีกแล้ว มัทขอตัวก่อนนะคะคุณแม่ใหญ่”เสียงเล็กเอ่ยเบาๆ ก้มหน้า แล้วยกมือไหว้มารดาเลี้ยง

“จะไปไหนก็ไปเถอะย่ะจะทำอะไรรักษาหน้าวงศ์ตระกูลด้วยแล้วกัน นามสกุลนี้ไม่ได้มีเธอใช้คนเดียว”

เสียงกังวานหากและเย็นยะเยียบให้ความรู้สึกไม่ต่างกับน้ำเสียงของพี่สาว

สาวน้อยขับรถยนต์คันเล็กไปทำงานพร้อมความสดใสแทบไม่เหลือทั้งที่ก่อนหน้านั้นเธอยังร่าเริงเพราะคนเป็นเจ้านายรับงานชิ้นใหม่แล้วอยากให้เธอลองแสดงฝีมือซึ่งเขาจะบรรยายสรุปงานให้เธอฟังเช้านี้แต่แล้วสถานการณ์เพียงไม่กี่นาทีนั้นเพิ่มความน้อยใจและไร้ค่าให้กับตัวเองแม้จะพยายามพูดปลอบใจตัวเองบ่อยครั้งว่าต้องชินหากความเป็นจริงมันไม่เคยชินเลยสักครั้ง

ดวงตากลมโตที่เคยใสแจ๋วในเวลานี้แค่เพียงมองถนนแทบลำบากเพราะมีม่านน้ำบางๆ ปกคลุมไว้ น้ำตาอุ่นๆ มันรื้นกลบดวงตาหากไม่ได้ปล่อยโฮออกมาอย่างที่ใจอยาก เพราะเจ้าตัวไม่ต้องการแสดงออกถึงความอ่อนแอนิ้วเล็กค่อยๆ กรีดน้ำตาออกจากหางตา พลางก้มหน้าลงซับกับเสื้อยืดแล้วสูดหายใจเข้าออกลึกๆสองสามครั้งเพื่อให้ลืม ก่อนพูดปลอบใจตัวเองเบาๆ

“แค่นี้เองยายตัวเล็กไม่ตายหรอกน่า ใครไม่รู้แต่เรารู้ดีที่สุดนี่นาเราไม่ได้ทำอย่างที่พี่ปลากับคุณแม่ใหญ่ว่าเสียหน่อย”

คนที่กำลังน้อยใจมาถึงร้านมือเล็กควานหากุญแจในกระเป๋าเป้เพื่อไขประตูเข้ามาก่อนปิดกลับเอาไว้ดังเดิมสาวน้อยยกเก้าอี้ลงมานั่งเงียบๆ หลายนาทีเพื่อพยายามขับความน้อยใจที่ยังคงพอหลงเหลือให้หมดเมื่อเธอพอทำใจได้บ้างแล้ว จึงใช้สองมือเล็กตบแก้มเรียกขวัญเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพียงน้อยนิดเพื่อเดินขึ้นไปยังชั้นสาม

ประตูไม้สีเขียวเปิดรอไว้เพราะเจ้าของห้องรู้ว่าคนที่เขารออยู่มาถึงแล้วดวงตาเรียวรีของเขาเห็นภาพเธอนั่งทำใจราวกับมีเรื่องในใจความคมชัดของภาพหน้าจอทำให้เขาเห็นแม้กระทั่งความเศร้าสร้อยในดวงตาของเธอ

“มัทกินอะไรมาหรือยัง”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามด้วยความห่วงใย

“กินมาแล้วค่ะพี่โป๊ะละคะ ถ้ายังเดี๋ยวมัททำให้มั้ย”เสียงเล็กตอบและถามเขากลับอย่างห่วงใยไม่แพ้กัน

“ถ้างั้นมัทเวฟแซนวิชให้พี่สักสองชิ้นสิกับกาแฟดำแก้วเดียวก็พอจ้ะ” ชายหนุ่มในเสื้อยืดสีขาวที่มีสัญลักษณ์รูปนกกางปีกปักอยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายเอ่ยขอ

สาวน้อยยิ้มให้พร้อมพยักหน้าก่อนเดินไปเตรียมอาหารให้เขาแล้วเธอก็ยกแซนวิชกับกาแฟดำมาวางลงที่โต๊ะเล็กๆ ภายในเวลาไม่นานนัก

“มัท...เป็นอะไรหรือเปล่าโดนใครรังแกมาหืม ไหนบอกพี่สิ” ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะจัดการกับแซนวิชด้วยท่าทางปกติ

“...”เธอไม่ตอบหากศีรษะเล็กส่ายหน้าน้อยๆ โดยไม่มองหน้าเขา

“มัทไม่บอกแล้วพี่จะรู้ได้ยังไงว่ามัทเป็นอะไร พี่ไม่รู้จะปลอบมัทยังไงนะครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเดิม

“...”เธอไม่ตอบหากเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง ถ้าหากเธอไม่ได้คิดไปเองเธอเห็นแววตาอ่อนโยนและห่วงใยของเขาอย่างที่เคยเห็นมาแล้วหลายๆ ครั้งก่อนก้มลงส่ายหน้าเพราะไม่อยากเล่าเรื่องราวในครอบครัว

“ไม่อยากบอกตอนนี้ก็ไม่เป็นไรแต่สัญญากับพี่นะถ้ามัทพร้อมเมื่อไหร่เล่าให้พี่ฟังเป็นคนแรกโอเคนะ”

ชายหนุ่มเอื้อมมือออกไปลูบศีรษะเล็กของคนที่ก้มหน้าอย่างอ่อนโยนแล้วยิ้มเมื่อสาวน้อยเงยหน้าขึ้นแล้วจ้องตาเขาชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะเอ่ยออกมาเบาๆ

“มัท...มัทโดนพี่ปลาดุค่ะพี่ปลาว่ามัทไปอ่อยแฟนเขา ทั้งที่เขามาทำรุ่มร่ามกับมัทก่อน แฟนพี่ปลานิสัยไม่ดีเขาพูดจาไม่ดีกับมัท มัทไม่ชอบเขา”

“นายนพพลนั่นใช่มั้ย”ชายหนุ่มมองตาเธอแล้วถาม ก่อนที่เขาจะวางแซนวิชลงในจาน

“ใช่ค่ะพี่โป๊ะเมื่อเช้าเขามาที่บ้าน” เธอบอกเขาแค่นั้น โดยเล่าข้ามพฤติกรรมน่ารังเกียจ

“...”ชายหนุ่มพยักหน้า

“ถ้าเป็นไปได้มัทควรจะเลี่ยงไม่เจอเขา ไม่ว่าจะที่ไหน ผู้ชายคนนั้นประวัติเรื่องผู้หญิงไม่ดีพี่ปลาของมัทก็กำลังน่าเป็นห่วงเหมือนกัน” ชายหนุ่มเอ่ยเตือนเสียงนุ่มหากสายตาของเขาจริงจัง

“มัทควรจะบอกพี่ปลาดีมั้ยคะพี่โป๊ะ”เสียงเล็กถามพร้อมแววตากังวล

“บอกไปแล้วพี่ปลาของมัทจะเชื่อเหรอ เขาจะได้หาเรื่องดุมัทเอาอีก หาว่ามัทใส่ไฟแฟนเขาน่ะสิพี่ปลาของมัทโตแล้ว ประสบการณ์จะบอกเขาเองแต่สำหรับมัทอยู่ให้ห่างผู้ชายคนนั้นรู้มั้ย พี่เป็นห่วง แล้วถ้ามีอะไรมัทรีบบอกพี่เป็นคนแรกเลยนะไม่ต้องเกรงใจรู้มั้ย”เสียงนุ่มกว่าที่เคยบอกเธอ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือออกไปลูบศีรษะเล็กแล้วไล้นิ้วเรียวลงมาหยิกแก้มของเธอเบาๆ

“ที่นี้มาฟังเรื่องงานของเราดีกว่ามานั่งนี่มา”เขาชวนสาวน้อยให้ลุกขึ้น แล้วเดินตามไปนั่งลงด้วยกันบนโซฟาเบ๊ดที่มีแฟ้มงานวางไว้สองสามแฟ้มพร้อมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่เปิดค้างเอาไว้

“มัทรู้จักสินค้ายี่ห้อนี้หรือเปล่า”เขาถามขณะหันหน้าจอเบี่ยงหาเธอ

“รู้จักสิคะสินค้าของคนไทยดังมากที่เมืองนอก” เสียงเล็กตอบอย่างรู้ข้อมูล เพราะเธอก็เป็นหนึ่งในลูกค้าเช่นกัน

“ใช่แล้วจ้ะแบรนด์นี้เขากำลังจะออกสินค้าตัวใหม่ เจาะกลุ่มวัยรุ่นอายุประมาณสิบแปดถึงยี่สิบสามปีวัยเดียวกับมัทเลยมัทลองไปคิดมาสิว่ามัทจะนำเสนอรูปลักษณ์ใหม่ของสินค้ายังไงเพื่อตอบโจทย์แนวความคิดที่ลูกค้าให้มาคร่าวๆ คือ ‘สดใส ทันสมัยและสร้างสรรค์’ มัทมีเวลาประมาณสองเดือนไหวมั้ยครับ”ชายหนุ่มบรรยายสรุปงานสั้นๆ ให้คนที่นั่งฟังอย่างตั้งใจงานชิ้นนี้เป็นสินค้าแบรนด์เดียวกับที่เขาทำและมีแผนที่จะออกโฆษณาไปทั่วโลกตามหลังโฆษณาที่เขาทำในอีกไม่นานเช่นกัน

“มัทไหวค่ะมัทจะพยายาม” เสียงเล็กตอบอย่างกระตือรือร้น สาวน้อยรู้สึกราวกับโดนเติมเชื้อไฟเธอลืมอาการเศร้าสร้อยก่อนหน้าเสียสนิทเพราะงานท้าทายเช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกมีคุณค่า

“ดีมากจ้ะมัทมีพี่กับคลังหนังสือที่นี่เป็นข้อมูล ใช้มันได้แล้วพี่ก็ว่างสำหรับมัทตลอดเวลา” เขาก้มลงมองดวงตาเธอก่อนเอ่ยเสียงนุ่มพลางยกมือขึ้นมาจับแก้มแล้วไล้นิ้วเรียวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเปลี่ยนไปจับจมูกเล็กบีบเบาๆด้วยความเอ็นดูแกมหมั่นเขี้ยว แล้วเอ่ยถามเพราะเขายังไม่ลืมเนื้อหาในสัญญา

“แก้มกับจมูกพี่ต้องจ่ายกี่หมื่นจ๊ะลูกแมวน้อย” ร่างสูงเพรียวโน้มใบหน้าเข้ามาถามเกือบชิดกับใบหน้าเธอ

“ต้องดูที่เจตนาของคนจับว่าบริสุทธิ์ใจหรือเปล่านะคะถ้าบริสุทธิ์ใจก็ไม่ต้องจ่าย แต่ถ้าตั้งใจจะเอาเปรียบมัทก็ต้องจ่ายมาตามตัวเลขที่ระบุไว้ในสัญญาแล้วพี่โป๊ะคิดว่าบริสุทธิ์ใจหรือเปล่าล่ะคะ” สาวน้อยถามขณะช้อนสายตาขึ้นมองเขาเธอลืมไปเลยว่าขยับร่างเล็กเข้ามาแนบชิดเขามากขึ้น

“แล้วถ้าพี่บอกมัทว่าพี่บริสุทธิ์ใจมัทจะเชื่อหรือเปล่าล่ะ”

เขาถามจบแล้วจ้องดวงตาของเธออยู่นานเพื่อส่งความหมายของคำว่ารักใคร่ เอ็นดู ห่วงใยเจือหวามไหวบางๆจนสาวน้อยต้องรีบก้มหน้าซ่อนความอาย เพราะเธอรู้ดีว่าเขาไม่บริสุทธิ์ใจ

ชายหนุ่มไม่รอฟังคำตอบแล้วเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงในระดับปกติ

“พี่ยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืนของีบสักสองสามชั่วโมงนะ กว่าร้านจะเปิดก็อีกหลายชั่วโมงมัทใช้ห้องพี่ทำงานได้เลย”

พูดจบแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืนก่อนเอื้อมมือออกไปขยี้ศีรษะเล็กของเธอสองสามครั้งแล้วก้าวขาพาร่างสูงเพรียวไปทิ้งตัวลงบนเตียงนอนหน้าตาเฉยปล่อยให้สาวน้อยมองความเป็นธรรมชาติของเขาด้วยแววตาหวานฉ่ำ พร้อมเผยรอยยิ้มบางๆ

สาวน้อยยึดโซฟาเบ๊ดนั่งทำงานมือเล็กค่อยๆ เปิดแฟ้มทีละหน้าช้าๆ เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วเธอก็เปิดอินเตอร์เน็ตเข้าไปดูผลงานเก่าๆ มากมายเพื่อนำมาเป็นแนวทางนิ้วชี้คลิกเม้าส์เพื่อเปิดเว็บไซต์ต่างๆ ที่สามารถลิ้งค์ไปถึงแหล่งข้อมูลเธอเปิดดูแม้กระทั่งเว็บไซต์ยูทูปที่รวบรวมผลงานโฆษณาเก่าๆของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เอาไว้ เพราะรู้ว่าการได้ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างรู้จริงจะช่วยให้ทำงานอย่างมีข้อมูลเชิงลึกและตอบโจทย์ได้มากขึ้น

ร่างเล็กลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยิบหนังสือบนชั้นวางซึ่งอยู่ด้านหลังของโซฟาเบ๊ดที่เธอนั่งมันมีหนังสือวางเรียงเต็มทุกชั้น โดยที่เขาได้จัดเรียงเอาไว้เป็นหมวดหมู่เธอแปลกใจในความเป็นระเบียบของเขาสาวน้อยหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดดูเล่มแล้วเล่มเล่าแล้วเก็บมันไปวางไว้ที่เดิมจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง

มัทนีหาวสองสามครั้งในความเงียบหลังจากที่เธอศึกษางานอยู่นานแล้วเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนฝาผนังสวยงามด้วยดีไซน์แนวเรทโทร(Retro)[1] ที่มีภาพวาดของมาริลีน มอนโรซึ่งเป็นอดีตนักแสดง นักร้องและนางแบบชื่อดังชาวอเมริกันเปลือยกาย นาฬิกาเรือนนั้นบอกเธอว่ายังเหลือเวลาอีกกว่าชั่วโมงก่อนจะเปิดร้านแล้วเธอก็หันไปมองคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง เธอจึงทิ้งตัวนอนลงบนโซฟาเบ๊ดเงียบๆ

ในฝันเธอรับรู้ถึงความสุขอันแสนหวานราวกับมีใครบางคนจุมพิตด้วยริมฝีปากอุ่นๆไปทั่วไปหน้า เธอรู้สึกถึงนิ้วเรียวที่คุ้นเคยไล้ลงบนแก้มแผ่วเบาหลายๆ ครั้งแล้วมือนั้นยังคงลูบผมเธออย่างอ่อนโยนจนเธอไม่สามารถปกปิดรอยยิ้มขณะเปลือกตายังคงหลับ อิ่มเอมไปกับภาพของความสุขในความฝันอันแสนหวานและอบอุ่น

“หกโมงแล้วจ้ะ”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นข้างหู

“ขอนอนอีกแป๊บนะ”เธอเอ่ยพลางยิ้มน้อยๆให้กับใครบางคนในความฝัน

“เด็กขี้เซาตื่นได้แล้วจ้ะ เก๋กับแจ๊ดมาถึงแล้วนะ”

เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มและลมหายใจอุ่นๆเป่ารดข้างแก้มของเธอ ทำให้ร่างเล็กที่นอนอยู่ค่อยๆ ขยับตัวแล้วลืมตาขึ้น ก่อนจะพบว่าภาพที่เธอรู้สึกในความฝันนั้นเป็นความจริงมือเรียวของเขายังคงไล้แก้มของเธอแผ่วเบาโดยระยะห่างระหว่างใบหน้ากับแววตาหวานฉ่ำและอ่อนโยนของทั้งคู่ห่างกันไม่กี่เซนต์จนคนที่นอนอยู่กระจ่างชัดว่าริมฝีปากอุ่นๆที่พรมจูบไปทั่วใบหน้าของเธอนั้นคือของจริง

“จมูกแก้ม ริมฝีปาก หน้าผาก ตา ห้าหมื่น” สาวน้อยเอ่ยอย่างเขินอายเธอรับรู้ว่าการกระทำของเขาไม่บริสุทธิ์ใจ จับแก้มยังพอเข้าใจได้ แต่พรมจูบไปทั่วใบหน้าแบบนี้มันเกินความเอ็นดูหากเมื่อเอ่ยจำนวนตัวเลข ชายหนุ่มที่นั่งลงหน้าโซฟาเบ๊ดก็หัวเราะออกมาเบาๆแล้วเขาก็เอ่ยกำชับเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังหากยังคงความทุ้มนุ่มดังเดิม

“ต่อไป มัทห้ามไปนอนแบบนี้ที่ไหนอีกนะพี่ไม่ไว้ใจใครรู้มั้ย”

“พี่โป๊ะนั่นแหล่ะที่ไม่น่าไว้ใจกว่าใคร”เธอตอบเบาๆ เรียกเสียงหัวเราะดังลั่นจากเขาได้อีกครั้ง

“เลิกงานแล้วขึ้นมารับเช็คไปกรอกตัวเลขแล้วเอาไปขึ้นเงินได้เลยพี่รักษาสัญญาอยู่แล้ว ตื่นได้แล้วยายเด็กขี้เซา ลงไปช้าเดี๋ยวโดนเก๋แซวเอาอีกพี่ไม่ช่วยนะครับ”

เพียงแค่นั้นมัทนีก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเป็นจริงอย่างที่เขาบอกเมื่อเธอลงมาด้านล่าง ก็ได้เห็นสายตาสงสัยของเพื่อนรุ่นพี่และพนักงานคนอื่นๆชัด หากไม่มีใครกล้าถามออกมาเพราะถูกคนเป็นลูกพี่ไล่ไปทำงานเสียก่อนหลังจากที่เขาเดินตามลงมาเพียงไม่กี่นาทีแล้วเขาก็สั่งงานเสียงดังด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานจนทุกคนต้องแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง...



[1] เรทโทร ( Retro ) คือการหวนคืนสู่อดีต เช่นการนำของใช้ในอดีตมาใช้โดยไม่ดัดแปลงใดๆ



**************************************************

มีวางจำหน่ายแล้วในรูปแบบ E-BOOK ค่ะ ตามลิ้งก์ค่ะ


https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=7962


ส่วนรูปเล่มรอฉบับรีปริ้นครั้งที่ 3ใครสนใจอยากได้เล่ม "ดวงใจมัท" ในรูปเล่ม แจ้งเข้ามาได้ที่ E-Mail : wikky7ster@gmail.com ค่ะ

หรือแฟนเพจ 




Create Date : 02 ธันวาคม 2557
Last Update : 3 ธันวาคม 2557 16:40:32 น. 0 comments
Counter : 153 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wikky_78
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add wikky_78's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.