pinestand = stand of pine
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
29 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
เช่ามอ'ไซด์เที่ยวเชียงใหม่กันเถอะ 4

เอาหละครับ หลังจากกินข้าวเที่ยงเรียบร้อยแล้ว(จริงๆก็ไม่ค่อยเที่ยงเท่าไหร่หรอกครับ ประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ เพราะต้องรอเจ้าหน้าที่มาจัดการเรื่องเอกสารกับค่าธรรมเนียมต่างๆ)
ผมเดินสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่ติดบอร์ดให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมได้อ่านกัน มีหลายอย่างครับ (ผมไม่ทันได้จำครับ แค่ติดตาอยู่ 2 อันก็คือ ขุนน้ำรู กับน้ำตกทุ่งแก้ว )

"พี่ครับน้ำตกทุ่งแก้วสวยมั้ย ไปยากมั้ยครับ"ผมถามพี่เจ้าหน้าที่ผู้หญิง

"เอ่อไม่ทราบเหมือนกันนะคะ พอดีไม่เคยเข้าไป เดี๋ยวยังไงตอนบ่ายเข้ามาถามพี่เจ้าหน้าที่อีกคนนึงก็แล้วกันนะ" พี่เจ้าหน้าที่ตอบกลับมา

"ได้ครับ งั้นผมออกไปหาข้าวกินก่อน ยังไงขอฝากกระเป๋าไว้ก่อนนะครับ" ผมแจ้งเจ้าหน้าที่ไว้

"ตามสบายคะ"

เอาหละครับ ออกไปหาอะไรใส่ท้องซะหน่อย หิว ขับรถออกไปที่ถนนใหญ่(ลืมบอกไปครับ ที่ทำการของอุทยานอยู่ห่างจากถนนใหญ่ซํกประมาร 100 เมตรได้มั้งใครขับรถผ่านยังไงก็มองเห็นครับไม่มีหลงแน่นอน)

แล้วก็แวะหาข้าวซอยกินซักหน่อย(ไปเที่ยวเมืองเหนือจะมามัวหาข้าวผัดหมู ผัดไท ราดหน้ากิน ก็ยังไงอยู่)

เสร็จจากการจัดการมื้อเที่ยงผมก็กลับเข้ามาที่ทำการอุทยานอีกที

"พี่ครับผมอยากจะไปน้ำตกทุ่งแก้วกับ ขุนน้ำรู ไปยากมั้ยครับ เอาฮอนด้าดรีมไปได้หรือเปล่า" ผมถาม

"สบายมากครับไม่มีปัญหา แต่แถวนั้นอาจจะรกนิดนึง เพราะยังไม่ได้ปรับพื้นที่สำหรับรองรับการท่องเที่ยว แต่สามารถเข้าไปเที่ยวได้ครับ"เจ้าหน้าที่ตอบมา

"พี่ครับ งั้นเดี๋ยวผมไปเที่ยวเลยก็แล้วกัน" ผมแจ้งพี่เจ้าหน้าที่

"กลับมาพอดีก็คงกางเตนท์เสร็จครับ อ้อ ค่าธรรมเนียมเช่าเตนท์และพักค้าง 150 บาทครับ "พี่เจ้าหน้าที่แจ้งกลับมา

"ได้ครับ งั้นนี่ครับ ค่าธรรมเนียม " แล้วผมก็เดินกลับไปที่ฮอนด้าดรีมคันเก่ง เพื่อเตรียมตัวไปเที่ยวต่อ

เอาหละครับ ไปเที่ยวน้ำตกกันดีกว่า

น้ำตกทุ่งแก้วเป็นน้ำตกหินปูนขนาดเล็กครับ(ผมนิยามเองครับ) อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 10 กิโลเมตรได้(ผมก็เลยจะฆ่าเวลาด้วยการขับรถเข้าไปเที่ยวดู)การเดินทางเริ่มจากที่ทำการอุทยาน เมื่อมาถึงทางหลวง 1178 ให้เลี้ยวขวากลับไปทางเชียงดาวเมื่อไปได้ประมาณ 3 กิโลเมตรบริเวณบ้าน โล๊ะป่าหาญ จะมีป้ายบอกทางครับ ให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าไป จุดสังเกตก็คือจะมีร้านขายอาหารตามสั่งตั้งอยู่ตรงปากทางเข้า ร้านท่าทางสะอาดดีครับ







เมื่อเลี้ยวเข้าไปก็จะเป็นถนนลาดยางอย่างดี ขนาดเล็กซึ่งใช้เป็นเส้นทางภายในของหมู่บ้านในละแวกนั้นครับ

เอาหละครับมาถึงปากทางแล้วก็เข้าไปกันเลยดีกว่า

ถนนที่พาเราเข้าไปที่ตัวน้ำตกไปเป็นเส้นทางคมนาคมของหมู่บ้านแถวๆนั้นครับ บริเวณที่ผ่านชุมชนก็จะต้นไม้ดอกไม้ครับ พอออกนอกพื้นที่ชุมชนก็จะกลายเป็น นา สวนลำไย แปลงถั่ว แล้วก็แปลงกระเทียม(มั้ง)



ถนนพาเราเลี้ยวไปเลี้ยวมาตามเนินเขา ครับ แล้วก็มาถึงทางเข้าน้ำตก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เอ่อ มันจะมีน้ำมั้ยเนี่ย ??????? แล้วมันจะเป็นยังไงหว่า ??????



เอาน่า มาถึงแล้ว เข้าไปดูเลยดีกว่า



เข้าไปกัน ครับ กับสภาพทางเข้า (ในใจก็คิดว่า เอาน่าๆ มาแล้วเข้าไปดูกัน ไม่ต้องกลัวอะไร)

อะจึ๋ย อะไรเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย



จะมีงูมั้ยเนี่ย ??????????????

เดินเข้าไปกันต่อครับ มาแล้วต้องไปให้ถึง(เดินอีกไกลมั้ยเนี่ย)ผ่านสวนมะเขือที่ลูกสีม่วงๆ ใหญ่ (แฮะๆ ไม่ได้ถ่ายมานะครับ)



ได้ยินเสียงน้ำตกแล้วครับ หุหุใกล้แล้วๆครับ



อะจึ๋ยเดินลงเหรอเนี่ย

เอาหละอยู่ข้างล่างแแค่นั้นเอง ลงไปกัน



เอาหละครับมาถึงบริเวณน้ำตกแล้วครับ



ด้วยสภาพพื้นที่ซึ่งค่อนข้างรกครับ ถ่ายมุมไหนก็ติดต้นไม้ ผมก็เลยจะถ่ายเจาะมาเป็นมุมๆ ก็แล้วกันครับ

ตัวลักษณะน้ำตกเองเป็นน้ำตกที่ไหลจากห้วยลงไปในหุบครับ เวลาจะไปที่ตัวน้ำตกจึงต้องเดินลงนิดหน่อยครับ



อีกมุมครับ



น้ำตกที่นี่สภาพที่ผมไป ลงเล่นไม่ได้นะครับ รกแล้วก็น้ำไม่เยอะครับ

อ้อ ปล.น้ำในน้ำตกชาวบ้านเค้าแบ่งไปใช้ด้วยครับ



แฮะๆ ถ่ายรูปเสร็จก็เตรียมตัวไปเที่ยวกันต่อครับ กลับออกจากน้ำตกก็มุ่งหน้าต่อครับ "สถานีถัดไป ขุนน้ำรู"

เอาหละครับ ออกจากน้ำตกกลับไป ที่ถนนลาดยางเพื่อที่จะเดินทางไปต่อกันครับ

ผมเดินทางลึกเข้าไปอีกครับ(น้ำตกอยู่ใกล้สุดครับ ห้วยน้ำรูกับถ้ำต่างๆอยู่ถัดไปข้างในครับ)

หลังจากขับลึกเข้าไปอีกซักประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงทางแยกครับ

ตรงไป ไปถ้ำ 2 ถ้ำ ครับ ส่วนขุนน้ำรูแยกเข้าไปทางลูกรังครับ



ส่วนทางไปห้วยน้ำรูแฮะๆๆๆๆ ทางลูกรัง



เข้าไปได้อีกซักประมาณ 2 กิโลเมตร(ก็ตามป้ายหละครับ)

ก็จะถึงขุนน้ำรูครับ

ตรงนี้เป็นศาลาพักครับ ตาน้ำของขุนน้ำรูอยู่ด้านขวามือครับ ต้องเดินเข้าไปหน่อยนึง



ส่วนบ่อที่รองรับน้ำก็เป็นอย่างที่เห็นครับ น้ำใสดีมาก(นี่ถ้าเป็นหน้าร้อนแล้วน้ำมีเยอะแบบที่เห็นสงสัยผมคงโดดเล่นน้ำแล้วหละครับ)



ลองดูครับน้ำที่ออกมาจากตาน้ำครับ

ใสมากๆ ใสจนเห็นตะไคร่น้ำ(หรือสาหร่ายก็ไม่รู้)เลยหละครับ



เดินไปดูต้นน้ำกันครับ

น้ำใสมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



ใสมั้ยครับ มองเห็นตะไคร่น้ำ(หรือสาหร่าย)เลย



เอาหละครับเดินไปเดินมาจนเหงื่อออก เสร็จแล้วผมก็เดินกลับมาพักที่ศาลาครับ ล้างหน้าล้างตา ให้สดชื่นเตรียมเดินทางกลับครับ ก็พอสมควรกับ ที่เที่ยวของที่นี่

(ตอนกลับมาที่ทำการอุทยานฯ ได้คุยกับพี่เจ้าหน้าที่เค้า เค้าบอกว่าหน้าฝนน้ำเยอะกว่านี้อีกครับ ทั้งน้ำตก ทั้งตาน้ำ)

หลังจากเหงื่อแห้งล้างหน้าล้างตาแล้วก็เดินกลับครับ กลับไปที่ทำการเตรียมเก็บของเข้าเตนท์ครับ

แฮะๆ ช่วงนี้ของแยกเป็น หลายส่วนหน่อยนะครับ โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายรูป

เพราะว่ามีรูปเยอะพอสมควร (ยังไม่รวมช่วงที่เดินทางไปดอยอ่างข่างในเช้าวันรุ่งขึ้นด้วยครับ)

เดี๋ยวตอนต่อไปจะเกี่ยวกับตรงที่ทำการอุทยานฯมากหน่อยครับ

เอาหละครับเที่ยวน้ำตก/ตาน้ำ ก็คงจบแค่นี้ก่อนนะครับ

------------------------------------------------------------------------------------------

อ๋อมีแถมอีกหน่อยครับ



พอดีผมเอะใจเรื่องชาวบ้านกับหน่วยงานราชการ ประกาศเขตทับซ้อนกันซะงั้น เดี๋ยวจะไม่ทะเลาะกันเหรอเนี่ย ????????

เห็นแล้วก็หนักใจแทนจริงๆ ครับ แล้วยังมีอีกอย่างนึงจากรูปน้ำตกนะครับ

อย่างผมเนี่ยอยากไปเที่ยวน้ำตกใ่ช่มั้ยครับ ก็อยากให้น้ำตกมีน้ำเต็มๆ หน้าผาจะได้สวยๆ

แต่พื้นที่รอบๆที่เห็นส่วนมากชาวบ้านเค้าจะชักน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรซึ่งจะทำให้น้ำที่จะไหลไปลงน้ำตกมันน้อยลงนะ

ความต้องการของเรากับความต้องการของคนท้องถิ่นมันสวนทางกันจริงๆเล๊ย





Create Date : 29 ตุลาคม 2550
Last Update : 29 ตุลาคม 2550 14:28:00 น. 7 comments
Counter : 1582 Pageviews.

 
สวย ๆ อ่ะคะ

ตอนแรกดูจาก พื้นที่แล้วไม่น่าจะมีน้ำตกเลย

แต่เห็นแล้วสวยดีแฮะ ภาพเส้นน้ำตกลงมา เหมือนภาพวาดเลย

และอีกที่นึงก็สวย ตะใคร่น้ำเขียวดีจัง ลงไปคงลื่น ๆ เน๊อะ

กางเต้นนอนก็แค่ 150 เอง น่าไปอยู่สัก 2-3 วันแฮะ...

อยากไปแบบนี้มั่งจัง


โดย: ขอชื่อธุลีสามสี่ชาติ วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:17:12:39 น.  

 
เห็นแล้ว อยากไปเที่ยวมั่งจัง


โดย: CheLover วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:18:21:00 น.  

 
สุดยอคเลยครับ อิจฉาอ่ะอยากไปเที่ยวแบบนี้มากมาก


โดย: L-twin วันที่: 31 ตุลาคม 2550 เวลา:11:45:00 น.  

 


โดย: boatboat วันที่: 31 ตุลาคม 2550 เวลา:14:17:14 น.  

 
สุดยอดเลยพี่ เจ้าถิ่นไม่รู้จักเลยนะเนี่ย


โดย: varissaporn327 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:54:05 น.  

 
ฮาดีตรงทางเข้าไปน้ำตก เป็นผมคงจะคิดหนักเลยกล้วงู5555


โดย: ตู่ (sutiwattu ) วันที่: 16 สิงหาคม 2551 เวลา:12:18:25 น.  

 
ฮาดีตรงทางเข้าไปน้ำตก เป็นผมคงจะคิดหนักเลยกล้วงู5555


โดย: ตู่ (sutiwattu ) วันที่: 16 สิงหาคม 2551 เวลา:12:18:55 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

pinestand
Location :
กาญจนบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




pinestand = stand of pine
แปลว่า ดงสนครับ
หลายคนที่เคยไปเที่ยวภูกระดึงหรือว่้าน้ำหนาว หรือป่าสนวัดจันทร์คงจะเคยเห็นต้้นสน(สนสองใบหรือสามใบ)ที่ขึ้นเป็นป่าโดยไม่มี ไม้ใหญ่ชนิดอื่นขึ้นเลย
> ข้อมูลส่วนตัว Facebook ของ Lam Merison
Friends' blogs
[Add pinestand's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.