Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
18 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
[[[[ Blog Tag: เมื่ออิชั้นติดเชื้อแถก]]]]









ช่วงนี้ชีวิตจขบ.เริ่มวิกฤต หลังจากไปเที่ยวลัลลาฉลองปีใหม่ซะหลายวัน ก็ถึงเวลากลับสู่ความจริงอันโหดร้าย ต้องเก็บตัวเข้าถ้ำตั้งใจอ่านหนังสือ เตรียมสอบ
งดสังสรรค์ งดเขียน blog แต่... แต่แล้วก็เจอโรคระบาด โรคแถกเข้าไป จากเพื่อนร่วม blog แสนน่าร๊ากกกกสองคน โดยได้รับโรคครั้งแรก(ฟังแล้วเหมือนติดเชื้อ เลือดบวกเลยแฮะ อิอิ ไม่ใช่นะค้าาาา)ทาง msn จาก เจ้าโมโม่ ตอนวันพุธที่แล้ว หลังจากนั้นก็ได้หลังไมค์จาก คุณนัทแจ้งข่าวว่า
โดนแท็กแล้วนะ ทั้งที่ตอนจขบ.รู้ตัวครั้งแรกว่าแถก/แท๊ก/tag คืออะไร จขบ.หมายมั่นปั้นมือมากว่า คุณนัทต้องเป็นหนึ่งในผู้โดย tag คนต่อไป ฮึ (คิด)ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัวจริง ๆ เลย



*~tag คืออะไร?? ~*
tag เป็นคำทักทายย่อ ๆ จากคำเต็ม Guten Tag ในภาษาเยอรมัน
ความหมายคล้าย hello อ้าว เจ๊ย ไม่ช่ายยยย ผิดคิว ๆ
tag เป็นคำย่อ ๆ มาจากคำเต็ม blog tag เปรียบเสมือนจดหมายลูกโซ่ในโลกไซเบอร์ ใครได้รับก็ต้องส่งต่อให้คนอื่น ๆ เป็นทอด ๆ ใครสนใจความหมายที่มา ที่แท้จริง ลองอ่านด้านล่างเลยค่ะ คัดลอกมาจากเจ้าโมโม่ (ซึ่งก็ก็อปเค้ามาอีกต่อหนึ่ง อิอิ)


Blog Tag ก็คือ กิจกรรมแนะนำตัวของ เจ้าของ blog เริ่มต้นโดย The Jeff Pulver Blog
โดยเมื่อได้รับ tag แล้ว จขบ. จะเขียนแนะนำตัวเอง แล้วก็ tag ให้อีก 5 คนถัดไป โดยเรื่องที่ให้เขียนก้อคือ Five things about you that relatively few people know

.
.
.
ถึงจะเจอ tag จากคนถึงสองคน แต่ว่า เอ่อ จขบ.ขอเขียนแค่ห้าเรื่อง เท่านั้นหล่ะค่ะ ตอนแรกว่าคิดเอง(เออเอง)ว่าเจอ tag จากสองคน ก็แปลว่าลบล้างหักลบกันได้เหลือศูนย์ ไม่ต้องเขียนสักข้อเลย อิอิ แต่เอาหน่อยน่า เดี๋ยวไม่อินเทรนด์เหมือน คนอื่นเค้า เขียนหน่อยละกัน ห้าเรื่องที่คนไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับชิวเทียน อืม เอาเรื่องอะไรดีน้าาา





ลองเริ่มแรกด้วย เรื่องชื่อดีกว่า ขอเตือนก่อนว่าเขียนยาวมั่ก ๆ ไร้สาระด้วย อิอิ ใครไม่มีเวลามาก โปรดกลับมาอ่านใหม่เมื่อท่านมีเวลาเถิดดด
1. ชื่อชิวเทียนที่คุณไม่รู้
หลายคนที่ได้ยินชื่อ มักนึกเอาเองจากชื่อว่า เจ้าของชื่อเป็นสาวหมวย ขาว (มีคนคิดงี้จิง ๆ แบบเห็นชื่อจีน ๆ ง่า)ความเป็นจริงแล้วชิวเทียน-จขบ.นั้น- เป็นในทางตรงข้ามกับที่ว่ามาทุกอย่าง (อย่าจิ้นให้หน้าตาเลวร้ายมากนะค้าาา ได้โปรด)

ชื่อนี้เกิดขึ้นในวันหนี่งที่ชิวเทียนเริ่มอยากมีอมยิ้มเป็นของตัวเอง หลังจากที่ซุ่มอ่านพันทิปมานาน คิดว่าตั้งแต่ปลายปี 2000 โน้นแหน่ะตอนเริ่มอ่าน ตอนนั้นชิวเทียนเน้นอ่านถนนนักเขียน พวกอาศรมชาวโคลง แต่ไม่เคยตอบ เพราะไม่มีคอมเป็นของตัวเอง แล้วก็ยังไร้ความสามารถเกินกว่าจะทำให้ Netscape ของห้องคอม/ห้องสมุดพิมพ์ภาษาไทยได้ (ถึงสามารถก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม Admin คงฆ่าทิ้ง) อ่านอย่างเดียวจนติดนิสัย ตอนหลังถึงจะมีคอม เป็นของตัวเองแล้วพิมพ์ไทยได้แล้ว แต่ก็ยังไม่ตอบเหมือนเดิม เอาแต่อ่าน

พอเริ่มอยากมีตัวตนกะเค้าในสังคมพันทิปบ้าง ก็ต้องตั้งชื่อสมัครอมยิ้ม ด้วยความชอบสีส้มทอง ๆ ของฤดูใบไม้ร่วง ก็เลยนึกเนื้อเพลงโปรดท่อนหนึ่ง
The falling leaves drift by the window. The autumn leaves of red and gold
เสียงเท่ ๆ นุ่ม ๆ อบอุ่นของลุงแนท Nat King Cole กับเพลง Autumn Leaves ลอยมาแต่ไกลเลย

ตอนนั้นก็เลยพิมพ์สมัครอมยิ้มด้วยชื่อ Autumn Leaves ซึ่งแน่นอน... ชื่อซ้ำ* พอรู้ว่าชื่อซ้ำก็เครียด ๆ นั่งคิดหาชื่อใหม่ ตอนนั้นก็ยังอ่อน ต่อโลกนัก -*- ไม่ทันคิดว่าแค่ใส่เลขเพิ่มเข้าไป เปลี่ยนตัวอักษร เป็นตัวเล็กตัวใหญ่ก็สมัครได้แล้ว นั่งคิด ๆ ยังไงก็อยากได้ ชื่อพร้อมความหมายใบไม้ร่วงเหมือนเดิม

ตอนแรกจะเอาคำภาษาเยอรมัน Herbst แต่ว่า เอ่อ ฟังแล้วไม่เพราะเลย แล้วก็เรียกยากเกินไปอีก ต้องเรียกว่า แฮ๊ร์บแล้วตามด้วยเสียง st ต่อท้าย
โอ๊ย ยุ่งยากเกินไป เดี๋ยวคนเรียกเพี้ยน ชื่อเราก็หมดสวยกันพอดี (เป็นเอามากจริง ๆ)...คิดไปมา คิดยังไงไม่รู้ ปิ๊ง! ขึ้นมาว่า เอาชื่อฤดูในหนังสือจีนกำลังภายในดีกว่า ชิวเทียน อ๊า เพราะมั่ก ๆ
ลองพูดทวนไปทวนมายิ่งเพราะ กดสมัครอมยิ้มทันที พร้อมภาวนาไม่ใช่ชื่อซ้ำ...

ตั้งแต่วันนั้นก็เลยมีสาวหน้าไม่หมวยแต่ใช้ชื่อชิวเทียนอยู่ในพันทิปนี่หล่ะค่ะ
*ตอนหลังมีอมยิ้ม เริ่มอ่านพันทิปหลายห้องมากขึ้น ถึงได้รู้จักชื่อคุณ Autumn Leaves แห่งห้องไกลบ้าน ชื่อที่ใครจะไปเรียนต่อ ทำงาน ไปเที่ยวที่นิวซีแลนด์แล้วเข้าห้องไกลบ้านไม่มีใครไม่รู้จัก




2. ชิวเทียนบ้า CSI มาก เคยดูมาก ๆ ถึงขั้นเก็บไปฝัน
CSI: Crime Scene Investigation ทีวีซีรีย์ชื่อดังจบในตอนจากช่อง CBS ของเมกา
นำเสนอการสืบสวนสอบสวนคดีของหน่วยงานหนึ่งของตำรวจ ที่ใช้หลักฐาน ร่องรอยที่คนร้ายทิ้งไว้สืบหาตัวคนผิดมาดำเนินคดี จำได้ว่าแรก ๆ ที่ CSI ถูกนำมาฉายทางฟรีทีวีในเยอรมัน น่าจะช่วงปี 01-เอ หรือ 02 ชักไม่แน่ใจ –ชิวเทียนไม่รู้จักไม่เคยได้ยินชื่อ ไม่รู้ว่าเป็นตัวย่อ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย รู้แต่เปิดเจอทีไรต้องรีบเปลี่ยนช่องหนีทุกที

เนื่องจาก เอ่อ เป็นคนไม่ชอบดูหนังผี หนังบรรยากาศสยองขวัญ แล้วเข้าใจผิดว่า CSI เป็นหนังแนวนั้น เลยไม่เคยดู จนวันหนึ่ง เปลี่ยนช่องมาเจอ CSI ตอนกลาง ๆ เรื่อง อ้าว เจ๊ยบรรยากาศ ไม่สยองแล้วแฮะ ทั้งทีมทำงานอยู่ในห้อง lab (ใครเคยดู จะนึกภาพออกว่า CSI มักจะเปิดตัวด้วยบรรยากาศอึมครึมหรือไม่ก็ เหตุการณ์อะไรสักอย่างที่ไม่ปกติ หลังจากนั้นก็จะมีศพ แล้วทีม CSI ก็จะเริ่มเก็บร่องรอยสืบหาคนร้ายช่วงกลาง ๆ เรื่องไปจนจบตอน)ดู ๆ ไป
โอ้ มีเครื่อง PCR ด้วย มี Gas Chromatography ด้วย เริ่มสงสัยว่า เนี่ยมันซีรีย์อะไรกันแน่ เลยนั่งดูจนจบตอน ตั้งแต่นั้นมาไม่เคยพลาด CSI ทางทีวีแม้แต่อาทิตย์ เดียว ต้องพยายามหาทางดูให้ได้

ไม่นานหลังจากนั้น นอกจาก CSI ต้นฉบับ ทีมเริ่มแรกอย่าง CSI LasVegas แล้วก็เริ่มมี CSI Miami เริ่มมี CSI NewYork มาให้ดู ซึ่งแน่นอนค่ะ ชิวเทียนก็ดูมันหมดทุกทีม ไม่เคยพลาด แถมยังอิน เป็นจริงเป็นจังมั่ก ๆ บางทีเหยื่อโดนฆ่าแบบทารุณ หรือฆาตรกร ทำผิดเพราะเข้าใจผิด ชิวเทียนก็เอาแล้วนั่งร้องห่มร้องไห้ ไปกับเค้าด้วย หรืออาการหนักหน่อยตัวละครหลักใน CSI ตาย (เอ่อ มัน spoil ไหมเนี่ย คงไม่เนอะ) ชิวเทียนร้องไห้ไม่พอ เขียน space msn ส่งข้อความถึงตัวละคร บรรยายความเศร้าเสียใจอีกต่างหาก (เป็นเอามากเนอะ -*-) CSI บางตอนดูจบแล้วเกิดไอเดีย ปิ๊ง ๆ คิดอะไรต่อยอดได้ ก็เอามานั่งเขียนเป็นบทความซะงั้น (ว่าง ๆ จะเอามาลงบล็อก เปิดกรุรื้อกล่องบันทึกริมทาง ^^)

แถมฟรีทีวีเยอรมันก็เอาใจเหลือเกิน นอกจาก CSI แล้ว ก็เริ่มหา ซีรีย์สืบสวนสอบสวน เรื่องอื่นมาฉายให้ดูด้วย ซึ่งก็เข้าทางปืนสุด ๆ เพราะถึงชิวเทียนจะเป็นสาวตัวเล็ก เรียบร้อย รักเด็กและเสียงเพลง
(อิอิ พิมพ์เองยังแอบอยากอ๊วกก) แต่ดั๊นชอบเรื่องราวจำพวกสืบสวน สายลับ สปาย นักสืบ อะไรแนวๆ นี้มาก ชอบมาตั้งแต่เด็ก
สรุป...เลยดูซีรีย์เกือบทุกเรื่อง จากที่ติดแค่ CSI ก็ขยับขยายไปติดซีรี่ย์ เรื่องอื่นด้วย ฮ่าๆ
ขอยกตัวอย่างบางเรื่อง เผื่อจะเจอคอเดียวกันชอบดูเหมือนกัน: The Closer, Mr.Monk, Columbo, Crossing Jordan, Law&Order, Profiler, Criminal Intent, Without a Trace, Cold Case, Criminal Mind etc.

อาทิตย์หนึ่งมีเจ็ดวันชิวเทียนดูทีวีหนังแนวสืบสวนสอบสวนไปซะห้าวัน แถมบางวันคึกมากดู CSI ติดต่อกันห้าตอนรวด ดูตั้งแต่ตีหนึ่งถึงตีห้า มีอยู่คืนหนึ่งดูมาราธอนแบบนี้หล่ะแล้วเข้านอน ปรากฏว่าฝันว่าตัวเอง กลายเป็นหนึ่งในทีม CSI ถือปืนไล่ล่าคนร้าย มีฉากกลิ้งหลบระเบิดด้วยนะ ปวดเมื่อยตามตัวเลยตอนตื่นมา แต่สนุกคุ้มค่ามาก ๆ ได้เป็น CSI หนึ่งวัน อิอิ เสียอย่างเดียว ไม่ทันเห็นหน้าหัวหน้าทีม ว่าเป็นลุง Gil หรือเฮีย Horatio เฮ้อ เสียดายจังงง





3.ชิวเทียนเคยใส่รองเท้าคนละสีไปเรียนหนังสือ
ชิวเทียนก็เป็นเหมือนคนทั่ว ๆ ไป ที่มีรองเท้าเยอะมาก หลากสีหลายแบบ กอง ๆ ตามชั้น ตามมุมห้อง หลายคู่ในนั้นเป็นรองเท้าผ้าใบซึ่งชิวเทียน มักใช้ใส่ไปเรียนหนังสือ เวลาไปเรียนชิวเทียนชอบแบบสะดวกลุย ๆ เน้นยีนส์+ผ้าใบเพราะมันช่างเป็นอะไรที่เหมาะมากสำหรับการวิ่งไปขึ้นรถเมล์ เนื่องจากตื่นไม่ค่อยทันไปเข้าเรียน

เช้าวันหนึ่งในเดือนพฤศจิกา ชิวเทียนต้องออกจากบ้านตอนเจ็ดโมงครึ่ง เพื่อไปเรียนชั่วโมงแรกแปดโมงเช้าให้ทัน แถมวันนี้จะมีทำ lab ตอนบ่ายด้วย ซึ่งก็แน่นอนต้องมีการสอบปากเปล่าก่อนทำ lab ถ้าอาจารย์ถามแล้วตอบไม่ได้ หึ หึ ชิวเทียนก็จะได้รับเลือก ให้กลับบ้านไปนอนตีพุงซะ -_-“ ซึ่งชิวเทียนไม่ต้องการ

เป็นที่รู้กันว่า หน้าหนาวตอนเช้า ๆ นั้นทั้งมืดทั้งหนาว ชิวเทียนตื่นมารีบหม่ำ ล้างหน้า แต่งตัว ใส่รองเท้าได้แล้วก็วิ่งออกจากบ้าน ฟ้ายังมืดอยู่มาก ถนนเปียก ๆ คงเพราะน้ำค้างจากตอนกลางคืน จำได้ว่าก่อนจะเริ่มออก วิ่งร้อยเมตร ชิวเทียนก้มลงพับขากางเกงยีนส์ขึ้นเล็กน้อยเพราะไม่อยากให้ เปียกน้ำตอนวิ่ง หลังจากใช้เวลาห้านาทีกว่า ๆ ชิวเทียนก็ไปถึงป้ายรถเมล์ ยืนรอรถเมล์แว๊บหนึ่ง พอ 07:39 รถเมล์ก็มา นั่งประมาณสิบนาที แล้วลงเดินต่ออีกเล็กน้อย เวลา 07:55 ชิวเทียนก็ไปปรากฏตัวในห้องเรียน

2 ชั่วโมงแรกของการเรียนผ่านไปอย่างเร็ว ชิวเทียนมีเวลาว่างเหลืออีก 3 ชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาสอบ lab เพื่อน ๆ ก็เลยลากกันเข้าห้องสมุด ไปอ่านและท่องหนังสือเตรียมสอบกันที่ชั้นสอง จำได้เลยว่าเตรียมสอบ เกี่ยวกับ Mass Spectroscopy นั่ง ๆ อ่านไป งงเล็กน้อย เพื่อนชิวเลยบอกว่า เดี๋ยวลงไปถามพ่อมด google ตรงมุมคอม ชั้นล่างดีกว่า ลงไปเจอเพื่อนคนอื่นก็เลยยืนเม้าท์กันเล็กน้อย

ทันใดนั้น ชิวเทียนก็รู้สึกแปลก ๆ รู้สึกว่าพื้นที่ยืนเหยียบอยู่มันเอียง ๆ เลยบอกเพื่อนว่า
“แปลกจัง ทำไมพื้นตรงนี้สูงไม่เท่ากันเนี่ย”
ขณะที่พูดชิวเทียนก็กวาดตามองพื้น แล้วก็ร้องกร๊ดขึ้นมาทันที โอ้ ถึงว่าทำไมพื้นมันสูงไม่เท่ากานนนนนนนนนนน ก็รองเท้าที่ใส่มาหน่ะซิ มันไม่ใช่คู่เดียวกัน!

ถึงจะเป็นผ้าใบสีน้ำตาลทั้งคู่ แต่คู่(เอ๊ะ หรือเรียกข้างดี)หนึ่งเป็นน้ำตาลเข้ม พื้นสูงหน่อยหนึ่ง ส่วนอีกคู่เป็นสีน้ำตาลอ่อนเกือบเหลืองเตี้ยติดดิน ไม่เหมือนกันอย่างมาก >,<
ด้วยความตกใจ(ในความก่งก๊งของตัวเอง) ชิวเทียนก็ชี้ให้เพื่อนดูว่า ใส่รองเท้าผิดคู่ผิดข้างมา (เป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์ ฮ่า น่าจะเงียบไว้ เพราะหลังจากนั้นรู้กันทั้งคณะเล้ยย)

ตอนนั้นบอกตรง ๆ อายมากเซ็งด้วย อารมณ์แบบว่าจะกลับบ้านแล้ววววว ชั้นอยู่ไม่ได้ ต้องไปเปลี่ยนรองเท้า แต่ก็เหลือเวลาประมาณสองชั่วโมง ก่อนถึงเวลาสอบ lab แถมยังอ่านหนังสือกันไม่เข้าใจ เพื่อนสนิทก็รั้งไว้บอก ว่าอยู่อ่านท่องให้เข้าใจนี่หล่ะ อยากถูกส่งกลับบ้านเวลาตอบคำถาม ไม่ได้หรือไง รองเท้าช่างมันเหอะไม่มีใครสังเกตหรอก(แต่มันก็บอกเองว่า ดูก็รู้ว่าคนละคู่ ฮ่วย) ชิวเทียนเลยต้องนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบต่อไป ด้วยจิตใจเป็นกังวล ทนอ่านจนจบเข้าใจแต่ยังท่องไม่เข้าหัวมากนัก แล้วก็ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป

เหลือบมองนาฬิกาเวลาสวยมาก เหลืออีก 40 นาทีก่อนสอบ บอกเพื่อนว่า ไม่ได้เด็ดขาดจะไม่เข้า lab ด้วยรองเท้าสีน้ำตาลคนละคู่กันแบบนี้เด็ด ๆ เกิดอาจารย์ให้ออกไปเขียนสมการเขียนอธิบายบนกระดาน ออกไปยืนเด่น ขนาดนั้นก็ต้องมีคนมองรองเท้า แล้วเค้าต้องรู้กันหมดเลยซิว่า ชั้นโก๊ะมาก ใส่รองเท้าผิดคู่ ไม่ยอมเด็ดขาด ยังไงชิวเทียนก็จะกลับบ้านไปเปลี่ยน รองเท้า เพื่อนเห็นว่ายังไงก็จะกลับให้ได้ เลยบอกให้รีบไปรีบกลับเดี๋ยวมาสอบ ไม่ทัน

ชิวเทียนก็เลยเดินออกมาที่ป้ายรถเมล์ อืมคำนวณเวลาแล้วกลับบ้านไม่ทันแน่ ๆ คือกลับบ้านหน่ะทันแต่กลับมาสอบไม่ทันแน่ คิดอยู่นานแล้วก็ปิ๊ง ๆ เกิดไอเดีย นั่งรถเข้าเมืองไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ดีกว่า ดูเวลา อ้าว รถเมล์เพิ่งผ่านไป เอ๋า ทำไงละนี่ สุดท้ายก็เลยคิดว่าเอาฟะ!เดินเข้าเมือง นี่หล่ะ เวลาปกติเดินประมาณ 15 นาที แต่วันนั้นคิดแล้วว่าถ้าวิ่งหน่อย ก็จะใช้เวลาไปกลับรวมซื้อรองเท้าเสร็จได้ภายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแน่ ๆ

สรุปวันนั้นชิวเทียนก็เลยมีรองเท้าคู่ใหม่สีชมพูสดใสใส่ไปสอบ อิ อิ โดยมีรองเท้าเก่าสองสีน้ำตาลวางซ่อนอยู่ในตู้ล็อกเกอร์หน้าห้องสมุด คราวนั้่นถือเป็นการซื้อรองเท้าที่เร็วที่สุดเป็นสถิติของชีวิตเลยทีเดียว เพราะเข้าร้านปุ๊บมองหาคู่ถูกใจ หยิบเบอร์ที่คิดว่าใส่ได้แน่ ๆ แล้วเอาไป จ่ายเงินทันที (ตอนนั้นไม่สนจริง ๆ นะว่ารองเท้าจะใหญ่ไป เล็กไป ใส่แล้วกัดไหม จะสวยเหมาะกับตัวเองหรือเปล่า คิดแต่จะซื้อเพราะคิดแล้วว่า รองเท้าต่อให้แย่แค่ไหนยังไงก็ยังเข้าคู่กันและย่อมดีกว่ารองเท้าสีน้ำตาล เข้มข้างและน้ำตาลอ่อนข้างอย่างที่ใส่อยู่แน่นอน




โอ้ เขียนไปสามหน้าแล้ว เพิ่งได้สามเรื่องเอง เอ่อ ต้องเขียนห้าเรื่องจริง ๆ หรือเนี่ย ในหัวมีเป็นร้อยเรื่องเลย เอ๊ย ไม่ช่ายยย ห้าเรื่องสงสัยห้าหน้าแน่ ๆ เอาหล่ะจะเขียนสั้น ๆ แล้ว...ที่เหลือต้องเขียนย่อ ๆ เท่านั้น!!!

4. เมื่อก่อนชิวเทียนเป็นคนไม่ช่างพูด
สมัยเรียนประถมและมัธยมนั้นชิวเทียนเป็นคนเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จา ต้องคนสนิทกันจริง ๆ ถึงจะรู้ว่าชิวเทียนก็พูดได้นะ -*- ยิ่งถ้าคนไม่รู้จักกัน มาก่อน คนแปลกหน้า(ไม่เคยเจอกันมาก่อน)อะไรเนี่ยชิวเทียนไม่พูดด้วยเลย เพราะไม่รู้จะพูดอะไรด้วย แป่ว!

มาเรียนภาษาเยอรมันแรก ๆ รู้สึกตัวเองมีปัญหายังไงไม่รู้ภาษาพัฒนาช้า จะว่าเพราะเป็นเด็กสายวิทย์จ๋าก็ไม่น่าเกี่ยว มานั่งคิด ๆ ดูก็ได้คำตอบว่า คงเพราะไม่ค่อยได้ใช้พูดนอกห้องเรียน ทางแก้ปัญหาที่นึกได้ตอนนั้น ก็คือต้องออกไปสังสรรค์ปาร์ต้งปาร์ตี้กะเด็กเรียนภาษาชาติอื่น ๆ บ้าง แต่เพราะชิวเทียนไม่ใช่คนช่างพูดเลยเป็นปัญหาใหญ่ จะไปเข้าเรียน คอร์สสอนพูดคอร์สเข้าสังคมก็ไม่มีให้เรียน คิดไม่ตกสักทีเลยไปปรึกษา เพื่อนที่เรียนด้วยกัน ไปถามเค้าอยู่นานถามอย่างละเอียดเลยนะว่า เจอคนแปลกหน้าครั้งแรกต้อง คุยยังไง ต้องมองยังไง มองหน้า มองมือ เริ่มบทสนทนาแบบไหน หัวข้อเรื่องไหนคุยได้เรื่องไหนคุยไม่ได้ จำได้ว่าตอนนั้นถึงขั้นนั่งลิสต์เป็นข้อ ๆ เลยว่า ถ้าจะพูดเรื่องนี้ต้องเล่าอะไรบ้างเสร็จแล้วจะพูดถึงเรื่องอะไรต่อไป

หลายปีหลังจากนั้น ชิวเทียนเริ่มพูดเก่งขึ้น แต่ก็ยังไม่ชอบพูดกับคนแปลกหน้า อยู่ดี เพราะนึกเริ่มบทสนทนาไม่ค่อยเก่งเหมือนเดิม จนกระทั่งวันหนึ่งชิวเทียนจับพลัดจับผลู
ได้ไปทำงานกับกลุ่ม ๆ หนึ่ง มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการออกหนังสือ (แจกสมาชิก) ต้องคอยหาคนเขียนคอลัมน์ในเล่ม ต้องคอยตามจิกเอางาน มาลงเล่มให้ทัน ต้องโทรหาคนนั้นคนนี้ทั้งรู้จักและไม่รู้จัก

แล้วโทรไปปุ๊บจะใช้งานให้เค้าเขียนเรื่องให้เลยตั้งแต่คำทักทายแรกก็ ไม่ค่อยสวยนัก ดังนั้นชิวเทียนเลยต้องหัดโม้เรื่องโน้นเรื่องนี้ ชวนคุยจิปาถะ ก่อนจะเข้าเรื่องใช้งาน ทำงานนั้นอยู่นานพัฒนาขึ้นเยอะในหลาย ๆ ด้าน ที่สำคัญตั้งแต่คราวนั้นชิวเทียนก็เลยเปลี่ยนไปกลายเป็นคนคุยเก่งขึ้น พูดน้ำไหลไฟดับแม้คนฟังหลับก็ยังไม่เลิกพูด
เสียดายอยู่อย่างเดียว ตอนนี้นะเวลาบอกใครว่าสมัยก่อนเป็นคนไม่ช่างพูด เค้าต้องคิดว่าชิวเทียนเล่นมุกทุกทีไป =.= ไม่มีใครเชื่อเล้ยยยย




5. ชิวเทียนเคยไว้ผมยาวสองครั้งเท่านั้นในชีวิต
เนื่องจากชิวเทียนเป็นเดะภูธร ^^ โรงเรียนแถวบ้าน จะเป็นอะไรที่ไม่เหมือนใคร สมัยอยู่อนุบาลหรือประถมโรงเรียนห้ามไว้ผมยาว แต่ตอนนั้นก็ไม่เป็นปัญหาแก่ชิวเทียนแต่ประการใด เค้าให้ไว้ทรงไหนก็ไว้ พอเข้าม.ต้นนี่ซิ ชิวเทียนเริ่มอยากสวย ฮ่า! เห็นญาติลูกพี่ลูกน้อง เค้าถักเปียมัดผมมัดแกละกันก็อยากทำไปแข่งสวยกะเค้าบ้าง แต่โรงเรียน อนุญาตให้เด็กม.ต้นไว้ผมได้แค่ยาวเท่าติ่งหูเท่านั้น ถ้าเป็นเด็กม.ปลายให้ไว้ ผมได้ยาวหน่อย คือยาวเท่ามุมปาก (ยาวขึ้นมากกว่าติ่งหูเย๊อะ)

พูดง่าย ๆ ก็คือโรงเรียนห้ามไว้ผมยาว ห้ามมัดผมใด ๆ ทั้งสิ้น ผมเผ้าต้องติดกิ๊บสีดำให้เรียบร้อย ห้ามสีสันฉูดฉาด ชิวเทียนก็เลย อดไว้ผมยาว ต้องทนตัดผมสั้นกุด ๆ หน้าเด๋อ ๆ โชว์คอยาว ๆ
(เด็ก ๆ ง่ะ เพื่อนเคยล้อว่ายีราฟคอยาว แต่ชิวเทียนไม่ยอม บอกว่าแบบนี้เรียกคอยาวงามระหง กั่กๆ)

ก็เพราะเหตุผลข้างต้นชิวเทียนเลยโตมาแบบไม่เคยไว้ผมยาวเลย จนมาอยู่เยอรมันนี่หล่ะ ได้มีโอกาสทำแบบที่ฝัน ได้ไว้ผมยาว สลวยครั้งแรกในชีวิต โอ้ จ๊อร์ชมันยอดมากกก อ่ะ ไม่ช่ายยย ... ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก มันมีเหตุผลเบื้องหลังที่ไว้ผมยาวหน่ะ เนื่องจากตอนนั้น งกรู้สึกว่าร้านตัดผมที่เยอรมันแพงมาก ยิ่งถ้าคูณเป็นเงินบาทแล้วสยอง
ที่สำคัญไม่รู้จะไปอธิบายให้ร้านตัดผมเข้าใจได้ยังไง อิอิ กลัวเค้าตัดออกมาแล้วจะไม่กล้าออกจากบ้าน ชิวเทียนก็เลยปล่อยเลย
ตามเลยไม่ตัดผมซะงั้นทิ้งไว้เกือบสองปีแหน่ะ เพราะเป็นคนผมยาวช้า ผมเลยยาวประมาณกลางหลังได้ พอกลับเมืองไทยเท่านั้นหล่ะ ชิวเทียนกับผมยาวครั้งแรกก็ต้องพัดพรากจากกัน คาดว่าเนื่องเพราะ สภาพและทรงผมคงน่าเกลียดเกินม่ามี๊ชิวเทียนจะทนดูได้ ม่ามี๊เลยไม่พูดพร่ำทำเพลงพาเข้าร้านตัดผมตั้งแต่วันแรกที่ไปถึงเลย (ฮ่า!)

หลังจากตัดผมที่เมืองไทยคราวนั้น ชิวเทียนก็ไม่รู้เกิดอาการอะไร ประหนึ่งบรรลุหลักธรรม เพิ่งค้นพบมั้งว่าอยากสวยด้วยผมยาวต้องบำรุง ขืนปล่อยเฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลยมันไม่มีทางสวยหรอก (เอ่อ ถ้าคนผมสวยจริง ๆ ก็อาจไม่ต้องทำอะไรก็ได้ แต่ชิวเทียนผมไม่สวยง่ะ) เลยกลายเป็นว่าตั้งแต่คราวตัดผมที่ม่ามี๊พาไปตัด ชิวเทียนก็ไว้ แต่ผมสั้นซอยทำสีผมไปตามเรื่อง แล้วก็ไม่เคยยอมปล่อยให้ยาวเกินต้นคอ ต้องเข้าร้านตัดผมทุก 5-6 เดือน ตัดให้สั้นตลอด (เริ่มสื่อสารกับช่างผมรู้เรื่อง ฮ่า เลยร้อนวิชา ต้องไปฝึกภาษาบ่อย ๆ) ชิวเทียนไว้ผมสั้นอยู่หลายปี ไม่เคยเบื่อชอบมาก สบายสุด ๆ ไม่ต้องดูแล ยิ่งช่วงที่หนังเรื่องกุมภาพันธ์ฮิต ๆ คนหันมาตัดผมสั้นกัน ยิ่งรู้สึก วิ๊ววว เราก็อินเทรนด์นะนี่ ^^

จนเมื่อไม่นานมานี้ (เอ๊ะ หรือนานแฮะ) อยู่ ๆ ชิวเทียนก็ตัดสินใจ ไว้ผมยาวอีกครั้ง แถมคราวนี้ด้วยเหตุผลบางอย่างเลยแน่วแน่มากว่า จะไว้ผมยาวไม่ยอมตัด ไม่กลับไปไว้ผมสั้นอีกแล้วปัจจุบันเลย ผมยาวสลวยสวยเก๋ (อนุญาตให้อ๊วกกันได้ค่าาา) ก็ถือเป็นการไว้ผมยาว ครั้งที่สองในชีวิตและก็ยาวมาก/ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยไว้เลยหล่ะ

++++

เฮ้อ ยาวมั่ก ๆ กว่าจะจบ อ่านกันเหนื่อยไหมคะ จขบ.เขียนเองยัง เหนื่อยเลย เรื่องโม้ไร้สาระเนี่ย ถนัดจริงจิ๊ง อิอิ
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ดูรายชื่อ 5 คนผู้โชคดีต่อไปที่ต้องเขียน blog tag เลยค่า
1.so-coke
2.K.Ruan
3.xzelder
4.takiendeutsch
5.aiyazawa9051

ใครว่างมากก็เขียนได้เลยทันที ใครไม่ว่างมากก็เขียนช้าหน่อย ไม่ว่ากัน เน้นฤกษ์สะดวกเลยนะคะ จะรออ่านค่า เรื่องชาวบ้านเนี่ยชอบนัก



Create Date : 18 มกราคม 2550
Last Update : 18 มกราคม 2550 9:21:23 น. 40 comments
Counter : 365 Pageviews.

 
คุณชิวเจ้าคะ

160 ข้อของ ดาริ ไม่เป็นความลับหรอก
แต่ความลับข้อที่ 1 ที่จะบอกคุณชิวก็คือ

เรากลัวการเสียบปลั๊กมากๆ เพราะเราเคยเสียบ
แล้วสายมันเก่า มันก็ช้อต ไฟมันสปาร์ค แชะๆ
สองสามที แล้วก็ลุกพรึ่บ....

หลังจากนั้นมา
ทุกครังที่จะเสียบปลั๊ก ต้องใช้ผ้าหุ้มมือ ก่อน
หรือไม่ก็เสียบปลั๊กราง ทิ้งไว้ แล้วค่อยกดเปิด-ปิดเอาน่ะค่ะ ^^"

(ปล. นี่ความลับนะ แล้วอย่าบอกใครล่ะ อิอิ)


โดย: ดาริกามณี วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:9:17:09 น.  

 
บ้า CSI มากๆ เหมือนกันเลยค่ะคุณชิวเทียน
ช่วงนี้โบว์ก็ไม่ค่อยว่างเลยค่ะ



...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:9:20:28 น.  

 
เอิ๊ก ๆๆ ขำเรื่องใส่รองเท้าผิดข้าง
แม่พีก็เป็นบ่อยค่ะ มีอยู่ครั้งต้องรีบไปส่งลูกไปโรงเรียน เพราะว่าวันนั้นสายมากเลย ก็รีบสวมรองเท้าวิ่งเลย ก็วิ่งแบบขาไม่เท่ากันนะคะ แต่ก็ยังดั้นไปถึงรถที่จอดอยู่ข้างบ้าน เหอะ ๆ ประชาชีก็เดินเล่นกันไปมา ไปถึงโรงเรียน พอจะลงจากรถถึงมารู้ว่า เราใส่รองเท้าคนละข้างมา แล้วยังสูงไม่เท่ากัน แต่คีบเหมือนกัน ข้างนึงเป็นแตะคีบ อีกข้างส้นสูง3นิ้วคีบ (ทำไปได้...) แต่ก็รอให้ครูลูกเดินมารับลูก ไม่กล้าลงจากรถ


โดย: 1girlshow วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:13:01:50 น.  

 
โดนแทกซะแล้ว
อุตส่าห์ซุ่มเงียบอู้ไม่เขียนบ๊อกตั้งนานเผื่อจะลืมๆปอไปบ้าง
คุณชิวยังตามมาแทกจนด้ายยย
แปลว่าปอต้องเขียน ความลับ5ข้อ แล้วส่งแทกให้เขียนต่อไปอีก5คนหรอค่ะ? ยังงงๆอยู่

เดี๋ยวนึกความลับก่อนนะ อิอิ


โดย: aiyazawa9051 วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:14:32:15 น.  

 
1.ชิวเทียน ชื่อเพราะนะคะ
2.เรื่องนี่ปอไม่ชอบอ่ะ ไม่ใช่แนว
3.สวมรองเท้าผิดข้างนี่ยังไม่เคยแฮะ
4.การพูดมันปั๊ดทะนากันได้เนอะ
5.ตอนนี้ปอก็ผมยาวที่สุดในชีวิตแล้วล่ะ


โดย: aiyazawa9051 วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:14:40:46 น.  

 






เราก้อชอบCsiจ้าเหมือนกันเลย





โดย: icebridy วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:23:16:49 น.  

 
เจ๊ๆ ไหนบอกว่าไม่มีเวลาเขียนไง ไหงเขียนซะยาวเหยียด

เราว่าเราโก๊ะมากแล้ว ก้อยังไม่เคยใส่รองเท้าคนละสีนะเนี่ย
แปลว่าเจ๊นี่โก๊ะสุดๆจริงๆ


โดย: Aimar ฮอบบิทน้อย วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:23:31:58 น.  

 

#ดาริกามณี
แหะ แหะ ชิวก็กลัวการเสียบปลั๊กเหมือนกันค่าคุณดาริ ยิ่งทุกวันนี้เวลาจะเสียบโน๊ตบุ๊คที่เป็นปลั๊กสามขามีสายดิน
ชิวจะต้องทำใจนานมาก เพราะมันมักมีประกายไฟแว๊บ ๆ ให้เสียวสยองตลอดเลย
นอกจากเอาผ้าจับชิวก็จะต้องใส่รองเท้าในบ้าน ก่อนเสียบปลั๊กด้วยหล่ะค่ะ
คิดเองว่า ถ้าไฟช็อตมันจะได้ไม่วิ่งผ่านตัวลงพื้นง่ะ



#ขอบคุณที่รักกัน
ชิวก็ไม่ว่างเหมือนกันเลยค่าคุณโบว์ อย่าหักโหมงานหนักน้าาา
ว่าง ๆ เราเม้าท์กันเรื่อง csi ดีก่าเนอะ



#1girlshow
แอบดีใจ แฮ่ ไม่ใช่ชิวคนเดียว(ในโลกนี้)ที่เคยใส่รองเท้าผิดข้าง อิอิ
แต่่ของชิวเป็นผ้าใบทั้งคู่สูงต่างกันไม่มากนัก แต่ก็รู้สึกได้นะ(ถ้าตั้งใจดู)ว่า
มันไม่เท่ากันอย่างแรง ไม่สู้ใส่ไปได้ยังไง



#aiyazawa9051
ใช่แล้วค่าคุณปอ เขียนเรื่องตัวเองห้าเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนรู้ คนส่วนมาก นิยมเขียนความลับหรือเรื่องหน้าแตก
แต่คนมาดดีไม่มีความลับอย่างชิว เขียนไม่ได้ง่ะ
(((อิอิ กล้าพูดเนอะ เพิ่งเขียนอยู่ว่าโก๊ะใส่รองเท้าสลับข้าง
)))



# icebridy
ยินดีต้อนรับสมาชิก csi อีกคนค่า
เด๋วว่าง ๆ ชิวจะเอาที่เคยเขียนเนื่องจากดู csi แล้วอินสุดฤทธิ์ มาลงให้อ่านกันขำ ๆ ค่ะ



# Aimar ฮอบบิทน้อย
ง่ะ เจ้าโมโม่ คนเรามันก็ต้องมีกันบ้างจิ แบบว่าวันนั้น มันไม่ช่ายวันของเรา ทำอะไรก็พลาดก็ผิด
เหมือนคนบางคน ตั้งใจรอดูพี่ม๋ามาก ดูทีไรแพ้ทุกที :P
คิดดูนะว่า ตอนนั้นก็ก้มพับขากางเกงยีนส์ตั้งสองครั้ง
แต่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
(ลอยไปเรื่องที่จะสอบหมด-ข้ออ้างสุด ๆ)
เลยมองไม่เห็นซะงั้นว่า มันรองเท้าคนละคู่
เสียดายคู่น้ำตาลเข้มเอาไปทิ้งเมื่อปีก่อน ส่วนคู่ น้ำตาลอ่อน เลิกใส่แล้วเลยเอาไปบริจาคง่ะ ไม่งั้นจะถ่า่ยรูปให้ดูว่า มันไม่เหมือนกันเลยแม้แต่นิดเดียว แต่อิชั้นก็สามารถใส่ไปพร้อมกันได้ซะงั้น



โดย: ชิวเทียน วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:3:08:28 น.  

 
แวะมาดูเพราะชื่อล็อกอินแท้ ๆ เลยนะเนี่ย เหอๆๆๆๆ

ฤดูใบไม้ร่วงงงง ^^


โดย: :D keigo :D วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:9:30:39 น.  

 
...

โดดงานมาอ่านไปได้ 2 ข้อ
ไว้จะแว่บมาอ่านใหม่ครับ

ผมเคยติดดูซีรี่ส์เหมือนกัน
ทั้ง ER, Friends, X-file, The Practice, Felicity, NYPD Blues, Ally Mcbeal และอื่นๆ...เยอะแฮะ



โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:16:57:44 น.  

 
ผมยาวแล้วล่ะซี่
ส่วนเรื่องรองเท้าอ่ะ เช้ามืดๆ มันก็มองไม่เห็นหรอกชิวเอ๊ย 555 มันสลัว


โดย: xzelder (xzelder ) วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:21:39:57 น.  

 
ง่า ..มารู้ตัวว่าโดนแท็กก็เมื่อสองวันผ่านไป นึกว่าถูกลืมไปแย้ว...โดนจนได้สิน่า เด๋วกลับไปนึกก่อนนะคะ ว่าจะแฉอะไรตัวเองดี (ไม่ถึงกะเรียบเป็นผ้าพับ แต่ก็ไม่ซ่าจนเป็นเรื่องฮาๆกับใครเขาสักเท่าไหร่น่ะ)คิดไม่ค่อยออกแฮะ..


โดย: takiendeutsch วันที่: 22 มกราคม 2550 เวลา:15:26:51 น.  

 
ปอทำแทกเสร็จแล้วค่า
คุณชิวตามมาอ่านได้เล้ย อิอิ
แต่ปอแอบแทกไว้ ที่บ๊อก ETC. นะคะ
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=aiyazawa9051&group=7


โดย: aiyazawa9051 วันที่: 23 มกราคม 2550 เวลา:21:25:14 น.  

 
ผมก้อโดน แทก อ่ะครับ


โดย: แมท (everything on ) วันที่: 24 มกราคม 2550 เวลา:20:38:58 น.  

 
...

กลับมาอ่านต่อ

ข้อ 4 นี่คล้ายๆผมเลย

ป.ล.อ่านข้อ 5 แล้วอยากรู้ว่าผมยาวสักแค่ไหน



โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 25 มกราคม 2550 เวลา:14:21:41 น.  

 
มาอ่านแว้วววว อย่าใส่รองเท้าผิดมาเจอเค้านะ

พี่ไม่เคยใส่ผิดคู่อ้ะ เคยแต่ใส่สลับข้างซ้าย ขวา เป็นรองเท้าแตะอ้ะ สมัยเรียนม.ปลาย ไปกวดวิชา นั่งไขว้ขา แล้วถอดรองเท้า พอเอาขากลับปกติ ดันไม่เอารองเท้ากลับไปด้วย ใส่ออกไปเดินแร่ดๆ

เพื่อนเห็นแล้วนะ แต่มานไม่เตือน มันแกล้งอ้ะ ไปเห็นว่าใส่สลับข้างที่มาบุญครองแน่ะ แต่พี่ไม่ผิด เพราะไม่รู้ ไอ้เพื่อนที่รู้แล้วยังกล้าเดินด้วยเนี่ย สุดยอดดดด


โดย: so-coke วันที่: 25 มกราคม 2550 เวลา:19:19:13 น.  

 

ง่า คนเข้ามาเยี่ยมเพียบเลย ชิวพยายามทำฟิตอ่านหนังสือสอบอยู่ค่า เลยหายเงียบไปไม่ได้เข้า blog

# :D keigo :D
ยินดีที่ได้รู้จักค่า เข้าไปอ่านที่มาของชื่อคุณ keigo แล้วนะ น่ารักดี
ฟังแล้วอยากหาหนังเรื่องนั้นมาดูบ้างจัง


#The Legendary Midfielder
ติดซีรีย์เยอะเหมือนกันเลยค่าคุณนัท
ชอบ AllyMcbeal แต่แค่ปีแรก ๆ นะ ปีหลัง ๆ เริ่มไม่เข้าใจ แหะแหะ
เรื่องความยาวของผม ผมชิวซอย ๆ สไลด์ ๆ ยาวไม่เท่ากัน
ดู ๆ แล้วผมเส้น(เอ๊ะ หรือเรียกกระจุกผม)ที่ยาวที่สุดเนี่ย อิอิ ยาวเลยหลังไปเยอะเกือบถึงเอวแล้ว
ฮ่าฮ่า ไม่ได้ผมยาวมากมายอะไรหรอก ความจริงตัวไม่สูง (เขียนอ้อมไปมะ เตี้ยนั่นหล่ะ อิอิ)ผมเลยยาวจนเกือบถึงเอวเร็วมาก


#xzelder
ถูกต้องเอ็กซ์ พูดจาดีมาก เด๋วมารับซองหลังไมค์นะ อิอิ
เรื่องรองเท้าชิวไม่ได้โก๊ะ แค่มันมืดดดดดดดดดด
เลยพลาด หยิบผิดเท่านั้นเองเนอะ ๆ คนเราพลาดกันด๊ายยย
ตามไปอ่านแถกจากเอ็กซ์แล้วนะ มีประสบการณ์เถื่อนโหด
ในห้อง lab เหมือนกันเลย ชิวนะยิ่งถ้าเป็น OC-lab ด้วย นับไม่ถ้วน เยอะจัด -*-


#takiendeutsch
ไม่พ้นหรอกค่าคุณต้น โรคแถกมันระบาดหนัก โดนทุกคน
ชิวตามไปอ่านที่คุณต้นเขียนแล้ว อิอิ แอบชอบป๋าเดปป์เหมือนกันเลย ตอนนี้รอดู Pirate of the Caribean3 อยู่
อยากให้เข้าฉายเร็ว ๆ จัง


# aiyazawa9051
หวัดดีค่ะปอล่า อิอิ ไปอ่าน tag มาแล้วววว
ชิวก็เกือบมีชื่อจริงเป็น ด.ญ.ลูกหญิง ง่ะ ในใบเกิดมีวงเล็บชื่อลูกหญิงไว้ด้วยนะ
ดีใจมากที่ท่านพ่อตั้งชื่อใหม่ให้ ไม่งั้นโตขึ้นมาเป็น
นางสาวลูกหญิง แหะ แหะ ฟังแปลก ๆ ดีแท้


#แมท
ตามไปอ่าน tag แล้วค่า แล้วก็แวะอ่านคำทำนายเดือนเกิดด้วย
อิอิ เกือบตรงนะเนีย


# so-coke
โห เรื่องรองเท้าคุณน้อง มันเป็นอุบัติเหตุนาาาา ไม่ได้ตั้งใจง่า
ยังไงเวลาคุณน้องจะไปเจอคุณพี่ จะพยายามใส่รองเท้าสีดำ ๆ ไปละกัน (มีรองเท้าดำเยอะมากกกก)
เวลาใส่ผิดคู่ผิดข้าง จะได้ไม่น่าเกลียดมาก เพราะก็สีดำเหมือนกัน


โดย: ชิวเทียน วันที่: 28 มกราคม 2550 เวลา:20:47:27 น.  

 
...

ผมซอยสไลด์เหมือน เจนนิเฟอร์ อนิสตัน อ๊ะป่าว?

ป.ล.อยากให้ ริเบรี่ มาเสือใต้จัง...ที่มีอยู่ตอนนี้ไม่ค่อยมีทีเด็ดเลยครับ



โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 29 มกราคม 2550 เวลา:10:04:14 น.  

 
แวะมาเยี่ยมอีกรอบค่า ...


โดย: :D keigo :D วันที่: 29 มกราคม 2550 เวลา:14:35:15 น.  

 
มาเชิญไปอ่านเรื่อง สาวๆอ่ะครับ


โดย: แมท (everything on ) วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:7:36:12 น.  

 
เจ้าของบล็อคสบายดีป่าวเอ่ยยย^^





...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:8:02:12 น.  

 
แวะมาวิ่งเล่นหน่อยนึง

มะเคยฟังอะ คุณชิวเพลงที่บอกมาอะ
ส่งมาให้หน่อยดิค้าบ


โดย: K.Ruan วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:39:09 น.  

 
Tag เสร็จแล้วเชิญไปทัศนาได้ค้าบ


โดย: K.Ruan วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:59:58 น.  

 
...

Where are you?



โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:31:35 น.  

 
...

เสือใต้ชนะเป็นแล้ว



โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:01:37 น.  

 
แว่บมาทักทายค่ะ
สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะ


โดย: CeYLoN วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:27:15 น.  

 





มีรักดีๆ ทุกวันนะคะคุณชิว
คิดถึงเสมอค่ะ^^...



โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:38:30 น.  

 
เลยกลายเป็นว่าชื่อปอล่าไปซะล่ะ
แต่พี่ที่ออฟฟิตชอบเรียกว่า
น้องปอล่ำ
อืม ขำไม่ออก

ชื่อคุณชิวก็ขำนะ ลูกหญิง
เพื่อโตขึ้นจะได้โดนเรียกว่าคุณหญิงงัย


โดย: aiyazawa9051 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:13:33 น.  

 
อีกไม่กี่วันจะขอลาไปตะลอนทัวร์ 1 เดือน แล้วจะมาคุยด้วยค่ะ


โดย: ป้านิด (ป้านิด ) วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:08:26 น.  

 
...

แวะมา "ซินเจียหยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้" ล่วงหน้าครับผม





โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:23:27 น.  

 
มาอวยพรปีใหม่ค้าบ

新年快乐
恭喜发财
歲歲平安
年年有餘



โดย: K.Ruan วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:41:26 น.  

 
กลัวคุณน้องงานยุ่งไม่พอ เลบเอาแท็กอันใหม่มาฝาก ด้วยความปรารถนาดีจากหัวใจ เหอๆๆๆ

แท็กชาวไกลบ้าน เกี่ยวกับอาหารการกิน เฉพาะของกินเน้อ เครื่องดื่มของมึนเมาไม่เกี่ยว


โดย: so-coke วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:3:47:58 น.  

 
...

ยังดีที่พี่บอมบ์ยิงสวยๆให้ตามแค่ลูกเดียว

อนาคตพี่เสือช่างเลือนเหลือเกินครับ



โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:47:54 น.  

 
เป็นคนชอบไว้ผมสั้นเหรอคะ ดีจัง เราไม่ค่อยกล้าไว้อ่ะค่ะ ชอบแบบ ผมยาวๆปิดหน้ามากกว่า จนเพื่อนเรียกเป็นผีญี่ปุ่นซะแล้ว


โดย: Toon16 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:59:16 น.  

 
...

คุณชิวฯโดน "แถ่ก" อีกรอบแล้วนะครับ



โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:53:38 น.  

 
มาเยี่ยมเยียนค่ะ มาบอกว่าได้อัพบล๊อคอีกแล้วเพราะพี่เสือชนะนี่ละ ...(ชนะอีกสิบนัดรวดไปเล้ย..เหนื่อยแค่ไหนก็ยินดี..) คุณชิวสบายดีนะคะ..ต้นได้ดูดีวีดีฝันฤดูร้อนของหนุ่มๆแล้วละ ฟังไม่ออกเลยค่ะ แต่ก็สนุกไปได้ด้วย ซึ้งด้วยค่ะ


โดย: takiendeutsch วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:29:51 น.  

 
คุณชิวหายปายยยยยยยยยยยยยยยยยยย....
คิดถึงนะคะ...
โดนแท็กอีกแล้วต้องมาชดใช้อีกรอบนะคะ..


โดย: takiendeutsch วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:18:55:21 น.  

 
จขบ หายไปไหนอ่ะ


โดย: แมท (everything on ) วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:20:01:10 น.  

 
...

กลับมาอัพบล็อกได้แล้วคุณชิวฯ


โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:8:49:45 น.  

 
Image Hosting by PictureTrail.com

หวัดดีคร๊า เจ้าของบ้านไปเล่นสงกรานต์ยังไม่กลับมาแน่เลยเนี่ย..


โดย: ladysamui วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:22:08:03 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ชิวเทียน
Location :
NRW Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Autumn Leaves - Ri...
Powered by eSnips.com
Friends' blogs
[Add ชิวเทียน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.