เมษายน 2557

 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
เปิดกรุดอกไม้ ตอน ดอกททานตะวัน
ดอกทานตะวัน

เปิดกรุดอกไม้ครั้งนี้เราจะพาไปรู้จักกับ “ดอกทานตะวัน” ค่ะ จริงๆเจ้าดอกไม้ชนิดนี้จะปานตอนช่วงปลายปีค่ะแต่ว่าพอพูดถึงความร้อนของพระอาทิตย์ในช่วงนี้ เรากลับนึกถึงดอกทานตะวันทุกที


ดอกทานตะวัน(Sunflower) หรือชื่อน่ารักๆในภาษาญี่ปุ่นว่า“ฮิมาวาริ” เป็นพืชล้มลุกค่ะ ดอกมีสีเหลืองขนาดใหญ่ (มาก) ลำต้นตรง สูงประมาณ ๓-๔ฟุต ทานตะวันถือว่าเป็นพืชที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมกับภูมิประเทศเขตร้อนได้ดีทีเดียวค่ะ


ถิ่นกำเนิดของทานตะวันนั้นคือทางอเมริกาตะวันตกแต่พันธุ์ที่เรานำเข้ามาในไทยนั้นมาจากญี่ปุ่นในสมัยอยุธยาหรือในรัชสมัยของพระนารายณ์มหาราช ประมาณปีพ.ศ. ๒๑๙๙ โดยนำมาปลูกไว้แถวคลองเตียน


ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีเทศกาลชมดอกทานตะวันด้วยค่ะจะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม หรือในช่วงฤดูฝนเนื่องจากชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าตนเองเป็นบุตรของพระอาทิตย์ดอกทานตะวันจึงเป็นดอกไม้ที่มีความหมายดีๆว่า “ความหวังของลูกพระอาทิตย์”


นอกจากนี้ยังมีตำนานกรีกที่เล่าถึงดอกทานตะวันอยู่หลายสำนวนค่ะ


สำนวนแรกเล่าว่าไคลตี เป็นสาวงามนางหนึ่งค่ะแม้จะมีผู้ชายมาเกี้ยวเท่าไรนางก็ไม่สนเพราะว่านางหลงรัก สุริยเทพ “อพอลโล” แต่ไม่ว่าอย่างไรเทพหนุ่มก็ไม่เคยมีเธออยู่ในสายตาค่ะไคลตีได้แต่เฝ้าภาวนาให้สุริยเทพหันกลับมามองตนบ้างจนนางตรอมใจ บรรดาทวยเทพเห็นอย่างนั้นก็สงสารเลยเสกให้ไคลตีกลายเป็นดอกทานตะวันเพื่อเฝ้ามองดวงตะวันด้วยความรักตลอดไป


สำนวนที่๒ บอกกว่าไคลตีเป็นนางพรายน้ำ ธิดาของเทพไตตันโอเชียนีสกับเทวีธีทิส ไคลตีอาศัยอยู่ในมหาสมุทรมาตลอดค่ะนางไม่เคยเห็นโลกเหลือผิวน้ำเลย วันหนึ่งเกิดพายุขึ้นพายุนั้นได้พัดไคลตีให้ขึ้นมายังชายฝั่ง เมื่อนางเห็นแสงสว่างจากอพอลโลนางก็ตกหลุมรักเทพหนุ่มรูปงามของเราทันที นางได้แต่เฝ้ามองแสงทองของดวงตะวันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแต่องค์สุริยเทพไม่ได้รับรู้ถึงความรักที่นางมีให้เลยแม้แต่น้อยหลังจากที่ไคลตีเฝ้ามองอพอลโลอยู่ที่ชายฝั่งร่างกายของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นลำต้นสีเขียวและผมสีทองสลวยไปแปรเปลี่ยนเป็นกลีบดอกสีเหลืองเจิดจ้าอย่างดอกทานตะวันในที่สุด


สำนวนสุดท้ายที่เราเคยได้ยินมาอันนี้เกิดในยุคก่อนเทพโอลิมเปียนค่ะ ส่วนนางไคลตีก็ไม่ใช่นางเอกผู้แสนดีอย่าง ๒เรื่องข้างบนค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า ไคลตีหลงรักเฮลิออส (สุริยเทพองค์ก่อนอพอลโลค่ะ)แต่เฮลิออสดันไปหลงรักลูโคเทียซึ่งเป็นพี่สาวของไคลตี ตามแบบฉบับของเทพค่ะรักใครให้ฉุดเฮลิออสก็ฉุดลูโคเทียตามระเบียบ ไคลตีรู้เข้าก็อิฉาพี่สาวตัวเองค่ะนางเลยไปฟ้องกษัตริย์ออร์คาร์มัสผู้เป็นบิดาพอกษัตริย์รู้เข้าแทนที่จะสงสารลูกตัวเองกลับกริ้ว (ซะงั้น)จึงนำตัวลูโคเทียไปฝังทั้งเป็น พอเฮลิออสรู้จึงเปลี่ยนหญิงที่ตนรักเป็นกำยานให้กลิ่นนางหอมถึงสรวงสรรค์เพื่อระลึกถึงนางไคลตีพอกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจได้แล้วก็คิดว่าผู้ชายจะหันมาเล่นด้วยแต่กลายเป็นว่าสุริยเทพก็ยังไม่มีไคลตีในสายตาอยู่ดี นางร้องห่มร้องไห้ถึง ๙ วัน ๙คืนจนกลายเป็นดอกทานตะวันในที่สุด


เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นสำนวนไหนไม่ว่าไคลตีจะรับบทเป็นนางเอกหรือนางร้ายแต่สิ่งที่เด่นชัดที่สุดในเรื่องคือความรักมั่นคงที่นางมีต่อสุริยเทพค่ะดังนั้นดอกทานตะวันจึงมีความหมายในภาษาดอกไม้ว่า “มั่นคง รักเดียวใจเดียว”เหมือนดั่งความรักของไคลตีนั่นเองค่ะ






Create Date : 06 เมษายน 2557
Last Update : 6 เมษายน 2557 21:54:01 น.
Counter : 130 Pageviews.

1 comments
  
เราชอบดอกทานตะวันมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับเรื่องราวดีๆ
โดย: ทะเลใจ ณ ปลายฟ้า IP: 1.47.64.18 วันที่: 13 เมษายน 2557 เวลา:14:49:24 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
night song
Location :
นครปฐม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]