Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
29 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 

เก็ง 15 หุ้นเด่นช่วงดัชนีผันผวน แรงซื้อกองทุนยังหนุน เทรดดิ้งตามรอบ ขึ้นขาย-ลงซื้อ

ที่มา ข่าวหุ้นออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 31.85/87 บาท/ดอลลาร์ ยังคงอ่อนค่าตามทิศทางค่าเงินในภูมิภาค ด้านตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจว่าการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปครั้งนี้จะสามารถคลี่คลายวิกฤตหนี้ได้ ขณะที่รายงานตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐที่ออกมาไม่มีผลต่อตลาดมากนัก เนื่องจากตลาดยังคงพุ่งเป้าไปที่เรื่องของยุโรปเป็นส่วนใหญ่ กลยุทธ์การลงทุนการลงทุน “ขึ้นขาย ลงซื้อ” เน้นหุ้นกลุ่มแบงก์ซึ่งมีโอกาสปรับขึ้นตามแรงซื้อของกองทุน รวมถึงหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/55 ออกมาดี เช่น อสังหาฯ และนิคมฯ เก็งกำไรระยะสั้นหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี โดยมี 15 หุ้นเด่น ได้แก่ CPF, TISCO, DTAC, CK, SIRI, AP, HEMRAJ, GLOBAL, TCC, BH, PTTEP, PTT, PTTGC, TOP และ BCP

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ดังนี้ แนวโน้มตลาดวันนี้ : ผันผวนในกรอบ 1160-1180

กลยุทธ์การลงทุน : ขึ้นขาย ลงซื้อ

คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้จะกลับมาผันผวนในกรอบมากขึ้น อาจอยู่ทั้งในแดนบวกและลบ ระหว่างจับตาความคืบหน้าจากการประชุมผู้นำอียู ซึ่งยังพบความขัดแย้งระหว่างผู้นำหลายประเทศในเรื่องมาตรการแก้ไขวิกฤติหนี้ยูโรทำให้ตลาดมีความกังวลต่อแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ขณะที่การทำราคาปิดบัญชีก่อนสิ้นไตรมาสยังเป็นไปด้วยดีในกรอบสัปดาห์ที่จะติดแนวต้านแถว 1180 ก่อน แม้อาจไม่ใช่กำลังหลักที่จะผลักดันการฟื้นตัวอย่างจริงจังของตลาดก็ตามที สำหรับการกลับมาสะสมหุ้นในปริมาณมากของต่างชาติทั้งในตลาดหุ้นและอนุพันธ์วานนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนที่ช่วยประคองการอ่อนตัวของตลาดในระหว่างวันได้ มองกรอบผันผวนวันนี้ระหว่าง 1160-1180

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น : กลับมาเก็งกำไรแบบ “ขึ้นขาย ลงซื้อ”  ในกรอบที่วางไว้ระหว่างรอความชัดเจนของปัจจัย

แนวต้าน : 1175-1180 แนวรับ : 1166-1158

การจัดพอร์ตระยะสั้น* - หุ้น 30% : เงินสด 70%

ถือต่อในพอร์ต : CPF, TISCO, DTAC, SIRI

หุ้นที่ปรับออก : SAT

หุ้นที่แนะนำ : CK เก็งกำไร FV 8.30 บาท กรอบเทรดระยะสั้น ต้าน 7.15 รับ 6.90 Cut loss 6.80

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า แรงซื้อกองทุนยังหนุนตลาดบวกต่อ : มองตลาดหุ้นวันศุกร์ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ปรับตัวขึ้น เนื่องจากสถาบันในประเทศมีแนวโน้มซื้อหุ้นใหญ่เพื่อทำราคาปิดงวดบัญชีไตรมาส 2/55 ซึ่งเป็นไตรมาสที่ไม่สดใสนักของตลาดหุ้น อย่างไรก็ดีความไม่ชัดเจนต่อมาตรการช่วยเหลือจากที่ประชุม EU Summit จะส่งผลให้การปรับขึ้นไม่มากนัก โดยยังคงมีการถกเถียงกันว่าจะสามารถให้กองทุนถาวร ESM เข้าซื้อพันธบัตรในตลาดแรกและ/หรือเข้าเพิ่มทุนธนาคารพาณิชย์ในยุโรปโดยตรงได้หรือไม่อย่างไร ส่วนราคาน้ำมันดิบที่ถอยลงมาปิดค่อนข้างต่ำมากในช่วงสิ้นไตรมาสนั้น จะยังคงกดดันจิตวิทยาการลงทุนในหุ้นพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ต่อไป สำหรับปัจจัยในประเทศค่อนข้างดี โดยเครื่องชี้ภาคการผลิตเดือน พ.ค. แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดมาก (ดูข่าวด้านล่าง) และ นสพ.เช้านี้ลงข่าวว่าประธานสภาฯ ชงเรื่องให้ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลินถอน พรบ. ปรองดองออกจากการพิจารณาสมัยหน้า ซึ่งแน่นอนว่าคงยังไม่มีข้อสรุปได้ในระยะใกล้ แต่หากเป็นจริงจะลดความเสี่ยงทางการเมืองและการชุมนุมได้อย่างมีนัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ผลของสถาบันทำราคาปิดจะหมดลง และนักลงทุนควรติดตามผลการประชุม ECB ในวันที่ 5 ก.ค. ซึ่งตลาดเริ่มมีการคาดการณ์ว่า ECB อาจจะลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ดีนักเศรษฐศาสตร์ KGI มองว่าตัวเลขเงินเฟ้อยุโรปที่คาอยู่สูงนั้นจะทำให้ ECB ไม่ลดดอกเบี้ยในทันที แต่น่าจะไปลดดอกเบี้ยในช่วงกลางถึงปลายไตรมาส 3/2555 ส่วนฝ่งั สหรัฐฯ จะมีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ ISM ภาคการผลิตในวันที่ 2 ก.ค. ISM ภาคบริการในวันที่ 5 ก.ค. และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันที่ 6 ก.ค.

กลยุทธ์ : เลี่ยงหุ้นกลุ่มพลังงานต่อไป และเน้นซื้อหุ้นที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 2 ดีกว่าไตรมาส 1 เช่นอสังหาฯ และนิคมฯ เช่น SIRI, AP, HEMRAJ เป็นต้น สำหรับหุ้นธนาคารวันนี้น่าจะขึ้นต่อตามแรงซื้อกองทุน แนะถือหุ้น ไว้ก่อนเพื่อรอประเมินสถานการณ์ต่างประเทศในสัปดาห์หน้าอีกครั้ง

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่าถ้าเทรดดิ้งตามรอบแนะนำขายทำกำไรบางส่วน… แต่มีเหลือไว้ถือลุ้นต่อได้

แนวโน้ม ข้อมูลเศรษฐกิจด้านแรงงานของสหรัฐเมื่อคืนนี้ออกมาไม่ดีนัก ขณะที่การประชุม EU Summit วันแรก (28 มิ.ย.) ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรปและยังมีการแสดงความเห็นที่ขัดแย้งกันในระหว่างการประชุมอยู่ ซึ่งแม้ว่าช่วงแรกจะมีข่าวบวกว่าเยอรมนีอาจจะปรับเปลี่ยนจุดยืนในการคัดค้านการออกพันธบัตรยูโรโซนร่วมกัน จนทำให้ตลาดหุ้นหลายแห่งขยับตัวดีขึ้น แต่สุดท้ายกระทรวงการคลังของเยอรมนีได้ออกมาปฏิเสธ และยืนยันว่าการออก Euro Bond จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการประสานนโยบายการคลังเข้าด้วยกันจนเสร็จแล้วเท่านั้น ทำให้ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงต่อ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ยังแกว่งผันผวนเพื่อรอดูข้อสรุปของการประชุมดังกล่าวในเย็นวันนี้ ซึ่ง FSS คาดว่า SET ก็จะยังอยู่ในลักษณะแกว่งตัวผันผวนมีทั้งบวกและลบในกรอบใกล้เคียงกับเมื่อวานนี้ เนื่องจากคาดว่าเมื่อ SET ปรับลงก็จะมีแรงซื้อเก็งกำไรจากความหวังเรื่องการทำปิดงบสิ้นไตรมาส (window dressing) และลุ้นผลประชุม EU ว่าจะออกมาดีเข้ามาช่วยหนุนตลาด รวมทั้งการที่นักลงทุนต่างประเทศกลับมามียอดซื้อสุทธิมากขึ้นก็ช่วยหนุนความมั่นใจด้วย อย่างไรก็ตามความไม่ชัดเจนในยุโรปจะยังกดดันให้กรอบการดีดขึ้นของตลาดหุ้นไทยมีกรอบจำกัดอยู่ในระยะนี้

แนวรับ  1165-1160 , 1156-1150 จุด    แนวต้าน  1175-1178 , 1182-1185  จุด

กลยุทธ์ : สำหรับการถือเพื่อลงทุนยังแนะนำให้ถือต่อเนื่อง แต่ในส่วนของการเทรดดิ้งตามรอบสามารถหาจังหวะขายทำกำไรบางส่วนเพื่อรับรู้กำไรก่อนได้ แต่ก็น่าจะแบ่งส่วนถือเพื่อลุ้นเทรดดิ้งในกรอบที่กว้างมากขึ้นไว้ด้วย ขณะที่ถ้าจะเข้าซื้อเพิ่มควรรอดูความชัดเจนของแนวทางการแก้ไขวิกฤติหนี้ยูโรโซน หลังการประชุม EU Summit ก่อนดีกว่า

หุ้นเด่นทางเทคนิค : GLOBAL, TCC และ BH (SBL)

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ : SET Index จะผันผวนวันนี้ ...แม้ Window Dressing ช่วยหนุน

สำหรับวันนี้เราเห็นว่า ประเด็นสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของ SET Index ก็คือ ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวต้านระยะสั้นที่ระดับ 1,180 จุด ซึ่งตัวหนุนหลักที่จะทำให้ SET Index ปรับตัวขึ้นทะลุกรอบดังกล่าวไปได้จะต้องมาจากทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ, ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สามารถปรับตัวขึ้น, ความต่อเนื่องในการทำ window dressing รวมทั้งการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป (EU Summit) ที่ก่อให้เกิดผลสรุปที่ดีเกินความคาดหมาย แต่เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปที่ยังไม่ได้เป็นบวก ผนวกกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อ่อนตัวลงเมื่อคืนนี้ ทำให้เราเห็นว่า ตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวผันผวนและมีโอกาสอ่อนตัว เราแนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนด้วยเช่นกันในระยะสั้น เนื่องจากเห็นว่า ความเสี่ยงในการขายทำกำไรระยะสั้นที่อาจตามมา หลัง SET Index ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 3 วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เรายังคงมีความเชื่อมั่นสูงว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศของไทยยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง สอดคล้องกับล่าสุด กระทรวงการคลังปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP growth ในปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น 5.7% (จากเดิม 5.5%) ส่วนวันนี้ เราให้กรอบ SET Index เคลื่อนไหวในช่วง 1,165-1,175 จุด (ไม่เกิน 1,180 จุด)

กลยุทธ์การลงทุน : นักเก็งกำไร แนะนำ “ขึ้นขาย ... ลงซื้อ” โดยยึดกรอบ SET Index รายวันที่ให้ไว้ (ไม่เล่น หาก SET หลุดกรอบล่าง) ส่วนนักลงทุนระยะกลาง-ยาว ยังคงให้ทยอยซื้อหุ้นปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เมื่อหุ้นเป้าหมายมีราคาอ่อนตัว ส่วนหุ้นพื้นฐานดี ต้นทุนต่ำ ยังแนะนำถือต่อไป

หุ้นเด่นวันนี้ : แนะนำซื้อ-ขายแบบเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้น PTTEP, PTT, PTTGC, TOP และ BCP เราเห็นว่า ราคาหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีในวันนี้มีความเสี่ยงที่จะอ่อนตัวลง เนื่องจากการอ่อนตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเมื่อคืนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในระยะต่อไป เราคาดว่าสมาชิกกลุ่มโอเปกอาจเตรียมมาตรการใหม่ ๆ เพื่อให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีเสถียรภาพมากขึ้น จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในลักษณะเก็งกำไร (ขึ้นขาย-ลงซื้อในช่วงนี้) โดยมีราคาเป้าหมายเท่ากับ 204, 420, 85.50, 78 และ 24 บาท ตามลำดับ




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2555
0 comments
Last Update : 29 มิถุนายน 2555 22:01:50 น.
Counter : 1580 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


NEWSU_CHADA
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add NEWSU_CHADA's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.