เมษายน 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
19 เมษายน 2552
All Blog
รถตำรวจ ถูกเผาคันหนึ่ง

สถานที่ตั้ง หน่วยราชการสามอย่าง โรงพัก หรือสถานีตำรวจ อำเภอ และโรงพยาบาล อำเภอ หรือสถานีอนามัยชั้นหนึ่งที่เปลี่ยนป้ายขึ้นมา รวมทั้งสำนักงานที่ดิน สำนักงานประถมศึกษา ไปรษณีย์ ที่อยู่ในระหว่างถนนสองสายหน้าหลัง

ด้านหน้าจากซ้ายมือ เป็นโรงพัก ครึ่งหนึ่ง อำเถอครึ่งหนึ่ง ที่มีซีขวาสุดเนสำนักงานประถมศึกษา และที่ดิน และไปรษณีย์ เรียงต่อกันมา ส่วนครึ่งหลังท้ายอที่ว่าการอำภเอเป็นโรงพยาบาล และท้ายส่วนหนึ่งของโรงพักเป็นโรงปั่นไฟ ที่ใช้เฉพาะกลางคืน ที่เคยเล่ามาแล้ว

จากสถานที่แบบนี้ไม่ใช่ชัยภูมิที่ดีเลย สำหรับบ้านเมืองยุคนั้น

จากที่ได้มาอยู่ไม่นาน ก้ได้ไปทัศนศึกษา อำเถอ ลานสกา ที่ห่างตัวจังหวัดไปราวสามสิบกม มีลักษณะพื้นทีอณาบริเวญเช่นอำเถอที่อยู่ ได้รับการบอกเล่าว่าเมื่อคอม โจมตีโรงพักในตอนนั้น มีรั้วกั้นแข็งแรง คอมไม่ได้เข้ามาทางเขตโรงพยาบาลเลย

แต่เหตุที่อยู่ชิดกันมาก ตอนนั้นเสียงปืนและระเบิดดังระงมจับทิศทางไม่ถูก เหมือนผ่านบริเวณโรงพยาบาลไปเป็นห่าฝนยามที่อาร์ก้ารัวออกมาแต่ละครั้ง และเสียงเอ็มเจ็ดสิบเก้า จะดังหวีดก่อนแล้วตูม ตามมา

ขณะนั้นเจ้าหน้าที่คนที่เล่า เป็นผดุงครรภ์ ก็บอกว่าอยู่ที่บ้าน ที่เป็นฝากระเบื้องแผ่นเรียบ มีแต่ห้องน้ำที่มีผนังหนาก่อด้วยอิฐ จึงวิ่งไปหลบในห้องน้ำ น่าจะเป็นที่ปลอดภัยที่สุด

ครั้งนั้นดูเหมือนไม่มีใครได้รับอันตราย เพราะดูแล้วเจตนาพวกนั้นเพียงแต่ออกมา สั่งสอน อบรมหน้าแถวเสร็จแล้วก็ กลับไป อำเภอก็ไม่ได้ถูกเผา

อยู่ต่อมา วันหนึ่ง หมอก้ได้รับจดหมายขู่ฆ่า มีถ้อยคำว่า " ถ้าไม่ออกไปจากอำเภอ ขนอมภายในเจ็ดวันจะต้องตายลูกเดียว"

จากจดหมายที่ฉีกอ่านมีตราประทับเฉพาะที่อำเภอนี้ ซองสีฟ้า ภายในบอกยี่ห้อว่าเบนเฮอร์ มีรูปเบนเฮอร์ กำลังควบม้าศึก

จึงให้เงินสามเสือ ที่อยู่ด้วย ไปหาซื้อซองจดหมายสีฟ้า ให้ทั่วขนอม ได้มาสองซอง

ซองหนึ่งสีซีดกว่า อีกซองหนึ่งสีใก้ลเคียง

ซองสีซีดเจ้าของร้านบอกว่าไม่ได้ขายมานานแล้ว ร้านอยูเลยตลาดไปทางโรงเลื่อยไม้

อีกซองเจ้าของร้านว่ามีคนมาซื้อเมื่อวานนี้ เอาลุกอมฮอล์ไปหนึ่งลูกแทนตังทอน 25สตางค์ ซองละ75สตางค์ บอกชื่อมาว่าเป็นพนักงานอนามัย ที่อยู่อำเภอ ขับรถให้นายอำเภอ

จึงบอกให้เด็กไปถามที่ไปรษณีย์ ว่าคนคนนี้มาที่ไปรษณีย์ ไหม นายไปรษณีย์ ก็บอกว่ามาทิ้งจดหมาย แล้วยังบ่นว่า ลืมไปน่าเอาไปทิ้งที่จังหวัด

ผมก็บึ่งรถไปหาสารวัตร พบที่ตลาดไม่อยู่โรงพัก ใต้ถุนโรงแรม พร้อมท่านนายอำเภอ ก็ได้เข้าไปหาท่าน แล้วเรียนปรึกษา ว่าได้รับจดหมาย ควรจะทำไงดี

ท่านอ่านแล้วส่งต่อให้ท่านนายอำเภอ ท่านนายอำเภออ่านแล้วก็ถามว่า

" หมอมีเรื่องราวอะไรกับใครบ้าง"

."ไม่มีครับท่าน"

"กับพวกหมอเถื่อนละ"

.ไม่มีครับท่าน'

"แล้วพวกร้านขายยาละหมอมาอยู่เขาขาดรายได้ไปมาก "

"ไม่มีครับ ผมยาขาดก็ต้องมาขอซื้อจากเขาเสมอ ผมก็เป็นลูกค้าเขา"

"งั้นหมอลองกลับไปทบทวนดูอีกครั้งนะครับว่าจะเป็นใคร ทางผมจะส่งตำรวจไปอารักขาหมอ24ชั่วโมงหนึ่งคนก่อน "ท่านสารวัตรกล่าว บอกในที่สุด ผมก็ขอลากลับ

แล้วไม่นานก็มีตำรวจทราบภายหลังว่าเป็นคนบ้านเดียวกันกับผม มาอยู่อารักขา รวมทั้ง พรรคพวกมอเตอร์ไซด์รับจ้าง และพ่อค้าขายไอสครีมก็รับอาสามานอนเป็นเพื่อนกันสี่ห้าคน

หลังจากการได้รับจดหมายแล้วระบบทางโรงพยาบาลก็ต้องเปลี่ยนไปพอสมควร มีอาการเครียดจากการต้องระมัดระวังเรื่องราวพอสมควร จากที่คนไข้ไปเรียกหมอได้ กลายเป็นมีหมอเวรตรวจขั้นต้นก่อนแล้วนักการภารโรงต้องเป็นคนเดินไปตามหมอ

บอร์ดหน้าตึกเป็นที่ประกาศ ถึงความไม่สดวกครั้งนี้จากสาเหตอะไร คนที่ทราบก็แช่งชักหักกระดูกคนทำกันใหญ๋

วันรุ่งขึ้นตอนเช้าหลังจากทบทวนดูดีแล้ว ก็ไปตลาดที่ร้านกาแฟที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขคนนั้นชอบไปนั่งทานกาแฟ ก็พบพอดี

"สวัสดีหมอ วันนี้มาร้านน้ำชาได้นะครับ"

" พอดีมีเรื่องอยากปรึกษาครับ" พูดเบาๆๆแล้วนั่งด้านตรงข้าม แล้วล้วงเอากระดาษและซองจดหมายขึ้นมาส่งให้

"ไม่ทราบว่าใครส่งมา "

เขาอ่านสักพักแล้วเงยหน้าถาม

"แล้วหมอคิดว่าเป็นใครละครับ'

"ผมคิดว่าเป็นคุณนั่นแหละ"ผมลดเสียงลงให้เบา " อย่าโกรธผมนะผมให้เด้กไปซื้อซองข้างอำเภอสีเดียวกันที่โรงเลื่อยคนละสี เขายังบอกคุณเอาลุกอมฮอล์ ไปแทนตังทอน แล้วไปรษณีย์ ก็บอกว่าคุณไปทิ้งจดหมาย แล้วยังบ่นว่าน่าไปทิ้งในเมือง '

'ผมไม่รู้เรื่องครับ"เขากล่าวไม่ค่อยเต็มเสียงปกติเขาเป็นคนเสียงดัง

"ผมจำเป็นต้องบอกสารวัตรไว้ และเล่ารายละเอียดไว้แล้ว คุณต้องคอยระวังผม กันอย่าให้โดนยิงเพราะคุณจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก "

แล้วผมก็ขอตัวลุกออกมา

แล้วคืนนั้นผมก็ชวนตำรวจ นพ ออกไปดูหนัง พร้อม พรรคพวกมอเตอร์ไซด์รับจ้างและพ่อค้าไอสครีม เพื่อให้คนเห็นว่าผมยังมีกิจวัตรได้ปกติไม่ได้หวาดกลัวอะไรจนเกินเหตุ

แต่ตอนนั้นทุกคนรอบข้างผมทราบหมดแล้วว่าใครคือผุ้ประสงค์ร้ายและทำให้ใคร แต่ที่ยังไม่ทราบคือสาเหต

ต่อมาอีกสองวัน ทางโรงพักก็สร้างผลงานจับรถบรรทุกแร่ดีบุกมาได้เต็มคันรถ แต่ทางเราไม่ค่อยมีใครทราบเรื่องเพระวันวันหนึ่งของเราหมดไปกับงานประจำและฉุกเฉิน เพราะผ่าตัดทำหมันหญิง มีเกือบทุกบ่าย ใส้ติ่งก็พบมากจริงๆๆ เจอใส้ติ่งชนิดปลายม้วนเข้าไปหลบใต้ลำใส้ใหญ๋ที่ผ่ายาก ใส้ติ่งที่กำลังจะแตกเต็มที่ รวมทั้งที่แตกแล้วก็บ่อย ที่คนไข้ต้องเสี่ยงกับการที่เชื้อเข้ากระแสร์ เลือด ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ ฉีดทุกสี่ชั่วโมงจนกว่าจะหลุดพ้นขีดอันตรายดึงกลับมาจากพญายม ได้

รายละเอียดมาได้จากตำรวจที่มาอยู่อารักขาว่า ทางพวกขนแร่เถื่อนนะได้มาขอสารวัตร เอาลงท่าเรือในเขตพื้นที่ เพราะทางพวกเขาต้องหาเงินด่วนไปช่วยพรรคพวกที่ถูกจับยาบ้า อยู่

แต่สารวัตรปฏิเสธ ทางนั้นเลยเปลี่ยนแผนไปอีกอำเภอหนึ่ง แต่สารวัตร ก็ได้สั่งการให้ด่านตรวจที่ถนนใหญ่ที่ผ่านเขตอำเภอไปอีกอำเภอ ก่อนทางเข้าตัวอำเภอนี้ ให้ทำงานให้เข้มแข็งอาจจะมีการขนย้ายแร่เถื่อน

นาย นพ ก็ได้ไป)ฏิบัติงานด้วยกับเขา ก็ได้พบกับรถบันทุกแร่ ปิดผ้าใบมามิดชิด ถูกเรียกให้จอด ไม่ยอมจอด นายนพกับนายตำรวจอีกคน เป็นหมวด ได้ขับรถตามไปปาดหน้าจนรถบรรทุกแร่ลงไปจอดข้างทางที่ไม่ชันนัก แล้วคนขับก็วิ่งหนีไป นายนพก็ลงไปจัดการต่อสายไฟตรงจนสตาร์ทรถเอาขึ้นมาบนถนนได้ก็ขับกลับมาด้วยความเร็วสูง แต่นั่นแหละรถหนักจะเร็วได้เท่าไร

ไม่ช้าก็มีรถกะบะของฝ่ายพรรคพวกคุ้มกันคนขนแร่ ขับตามมาจะแซง ด้วยรถที่เร็วกว่า นายนพก็เอามือกุมลูกระเบิดมือเงื้อให้คนร้ายเห็นว่าถ้าตามแซงขึ้นมาถูกระเบิดแน่คนร้ายก็ไม่กล้าแซง จนรถเข้ามาในโรงพักได้ รถกะบะคันนั้นก็พ้นเลยหายไป

ก็มีการขนแร่ลงมานับทำบันทึกการจับกุม มีการแจ้งไปยังหน่วยเหนือ รุ่งเช้า ข้างโรงพยาบาลเขตด้านหลังโรงพักก็โกลาหล ที่มี ฮ ทหารมาจอด แล้วได้ไปที่โรงพัก ระดับบิ๊กมาฟังผลการจับกุมจากตำรวจและดูของกลาง นายนพได้ถูกเรียกเข้าพบด้วย แล้วถามว่าอยากย้ายไปไหมหรือเปล่า นายนพรีบตอบอยากย้ายกลับบ้านครับท่าน

(แล้วต่อจากนั้นไม่นานนายนพก็ได้ย้ายสมใจ นายทหารนั่นใหญ่จริงๆๆ)

ช่วงนั้นทางโรงพยาบาลจะมีคนไข้กลางคืนน้อยมาก และไม่ค่อยได้สั่งคนไข้น้อย กะให้พ้นเจ็ดวันวิกฤษต์ ไปเสียก่อน

ช่วงเย็นวันที่จับแร่มา แถวโรงพยาบลาเริ่มผิดสังเกต มีรถมอเตอร์ วิ่งผ่านไปด้านหลังบ่อยผิดปกติ นายนพว่า หมอคืนนี้ระมัดระวังกันหน่อยกลิ่นไม่ค่อยดี วันนั้นทุกคนก็เข้าบ้านไวทานข้าวอาบน้ำนอน โดยอาสาสมัคร ยังนั่งเล่นดำมี่แก้เซ็ง ส่วนนายนพเข้าไปนอน นอกชานด้านหน้า เพรามองไปเห็นบ้านพักตำรวจที่ลูกเมียยังนอนที่นั่น

"หวี๊ดดดดดดดด ตูม มมมมมมม" ปลุกผมสะดุ้ง มารู้อีกทีเข้ามาอยู่ในห้องน้ำแล้ว

จากประสาทที่รับรู้มาก่อนว่า ที่ปลอดภัยของบ้านคือห้องน้ำ ตามที่ได้ไปดูงานโรงพยาบาลที่เคยถูกผกคโจมตี เด็ กอยู่ไหนไม่ทราบไม่เห็นใครไม่ทราบว่าใครอยู่ไหน

เสียงเรียกหมวดดำ วิ่ง มีเสียงคนวิ่งไม่ไกลจากบ้านนัก มีเสียงอาร์ก้ารัวเป็นชุดๆๆสลับไปมา มีเสียงปืนจากทางโรงพัก ดังตอบโต้บ้างปะปรายดูจะไม่ใช่เอ็มสิบหก ราวครึ่งชั่วโมงท่ายกลางเสียงจากสมรภูมรอบๆๆก็ดูจะเงียบไป ก็จะพยายามลุกขึ้นมองกระจกข้างห้องน้ำ ก็มีเสียงอาร์ก้า รัวพรืดก็หดหัวลงไปตามเดิม แล้วมีเสียงกระทืบสตารท์ รถมอเตอร์ไซด์ไม่ติดอยู่ข้างบ้าน สักพักก็ย่องจะปีนขึ้นมองอีก เสียงอาร์ก้าก็รัวมาอีก ก็หดหัวกลับลงไปอีก เป็นแบบนี้พักใหญ่ ทุกอย่างก็สงบ

พริบตานั้นก็มีเสียงเคาะประตูเรียก ด้วยเสียงของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล

ทุกคนรีบวิ่งลงมาเปิดประตู แล้วผดุงครรภ์แจ้งว่ามีหน่วยปจว ของตำรวจที่บ้านพักถูกทำร้ายไม่มาก อยู่ห้องฉุกเฉิน ก็เลยยกขบวนวิ่งกันขึ้นไปที่ห้องฉุกเฉิน มีแผลมีเลือดออก บาดแผลไม่สาหัสสี่คน

จัดการให้นอนพักที่เตียงเสร็จ ก็เกือบเเจ้ง มีคนมาบอกว่าพบสารวัตรที่วัด เขา ก็บอกเจ้าหน้าที่ขึ้นรถไปดูสารวัตร ปรากฏว่าไม่เป็นอะไรจากการตั้งด่านก่อนเข้าตลาด แล้วคนร้ายตอนกลับออกไปปะทะกัน

ตำรวจสู้ไม่ได้ต้องเปิดทางหลบซ่อนตัว

รุ่งเช้าก็มีคนมาเต็มโรงพยาบาลมาเยยี่มคนเจ็บและไปเดินเล่นดูสถานที่ราชการที่ไม่ได้ถูกเผาแต่เอกสารถูรื้อค้นกระจัดกระจาย มีรองเท้ายางทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า เพราเเปลี่ยนเอาผ้าใบและรองเท้าหนังไป

มอเตอร์ไวด์ และรถจี๊ปอำเภอ ส่วนรถตำรวจถูกเผาหนึ่งคัน

เป็นความวุ่นวายอีกวันหนึ่ง ไม่เป็นอันทำงานจนได้เคลื่อนย้ายตำรวจไปจังหวัดหมดแล้วโดย ฮ มารับไป ทุกอย่างก็เริ่มกลับเข้าสู่ปกติ

ลืมเรื่องถูกขุ่ฆ่าไปเลย ต่อไปจนครบเจ็ดวันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น




Create Date : 19 เมษายน 2552
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2557 16:45:04 น.
Counter : 211 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมอสัจจะ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 99 คน [?]



:จำนวนคนกำลังอ่าน