เมษายน 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
19 เมษายน 2552
All Blog
สอบตกครั้งแรก ไม่มีน้ำตา แต่ได้

พักเรื่องงานหนักๆๆ และเรื่องเครียดในเขตพื้นที่สีชมภูไว้ก่อน เวลาหลังเลิกงานยังมีอะไรให้ทำและได้เรื่องราวอีกมากมาย จนถึงเวลานอน

นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สร้างวีรกรรมไว้

บ้านพักผอ จะเป็นทางผ่านไปหลังอำเภอและมีประตูด้านหลังต่อเขตกับเอกชนที่มีถนนผ่านด้านแนวหลังโรงพยาบาลและโรงพักไป จากลักษณะแผนที่ตั้งเป็นแบบนี้แหละภาคใต้ ส่วนราชการจะได้รับเนื้อที่บริจาคแล้ว แยกกันทำงานแต่อยู่ในเขตบริเวณเดียวกันในสมัยนั้น เกือบทุกที่

ทุกเช้าเย็นจะมีเด้กนักเรียนเดินหรือขี่จักร์ยานผ่าน มีเด็กหลายๆๆขนาด แต่ส่วนใหญ่มีแค่เด็กประถมต้น (ป1/2/3/4) ประถมปลาย(ป5/6/7 ) ยังไม่เริ่มมี มัธยมต้นเลย (ม1/2/3) เพราะสมัยผมเรียน

มีประถมปลาย แล้วต่อด้วย มัธยมศึกษาตอนต้น เรียก มศ. 1/2/3 แล้วมัธยมศึกษาตอนปลายเรียก มศ.4/5 มศ. 5จะเป็นข้อสอบพร้อมกันทั้ง ประเทศ แล้วมีติดบอร์ด เกิน 80เปอร์เซนต์ ทั้งประเทศ จะมีชื่อเสียงมากสำหรับคนทำได้ แล้วมีสองสาย คือสายวิทย์ กับสายศิลป์ ศิลป์ จะแยกไปอีก เป็น อังกฤษ ฝรั่งเศส

ผมเข้าไปเรียน มศ4/5 ที่กทม เพียงเพราะว่า ที่โรงเรียนประจำจังหวัดชาย จังหวัดที่ผมเกิดนั้น ขอบันทึก ไว้ให้เลยว่า เพิ่งจะเปิดได้ไม่กี่ปี อาจารย์ มีจบ จากจุฬาคนเดียว เป็นหลัก ที่พอจะทราบบ้าง ดูแลทั้งสองห้องสายวิทย์ มศ4และมศ5 มีอย่างละห้อง

ปัญหาที่ผมขอสาบานว่าต้องไปตายดาบหนัเพราะเหตุว่า มีการตกยกชั้น ในปีแรก และมีขึ้นไปได้คนเดียวในปีต่อมา ไม่มีใครเอนติด

ผมคิดว่าอาจารย์ไม่พอแน่ กับคนเดียวเป็นหลักเช่นนี้ และโดยที่ก่อนหน้าไม่ทราบเรื่องกทม หรือการสอบคัดเลือก ที่ต่างๆๆไม่ว่าของเตรียมอุดมหรือเอกชน เพราะไม่มีใครกลับไปเล่าให้ฟัง พ่อแม่ก็ทำมาหากิน ขนาดผมเป็นคนที่ห้าแล้ว แต่จากที่พี่ไม่ค่อยได้กลับบ้านกัน จึงไม่ค่อยมีความรู้รอบตัว

พอจบมศ3 ในอันดับที่ห้าของรุ่น ก็เข้ากทม มาพักบ้านป้า เพราะพี่พี่ ยังพักหอพัก สองคน พี่สาวคนโตยังอยู่กับน้าที่ฝั่งธน มาอยู่กับป้าโดยพาไปสมัครเรียนกวดวิชาที่ยศเส สอนวิธีขึ้นรถเมล์ ให้แล้วก็หายไป หลายวัน การไปเรียนในสภาพที่ไม่มีคนอธิบายเรื่องราวข้างหน้าให้ทราบบ้างว่าจะพบอะไรจะไปสอบคัดเลือกที่เตรียมอุดมจะต้องเตรียมมากกว่าการสอบอย่างไร

จนถึงวันเปิดรับสมัครเข้าเตรียมอุดม ก็มาพาไปสมัคร เป็นครั้งแรกที่เห็นนักเรียนเยอะๆๆกว่าที่บ้าน ได้สถานที่สอบที่จุฬาลงกรณ์ กระมัง

พอวันสอบมาถึง มือไม้สั่นไปหมด คนอะไมนมากมายขนาดนี้ แล้วรับเพียงไม่กี่ร้อยคน จากทั่วประเทศนี่นะ พุ่งมาที่นี่กันเป็นจุดเดียว จนโรงเรียนของหลวงอื่นต้องมาขอฝากให้คัดตัวคนที่ไม่ได้ให้เขาด้วย เพราะเป็นการสอบพร้อมทั่วประเทศ ถ้าไม่ได้คือหมดสิทธิเรียนโรงเรียนรัฐบาลแล้ว แต่ทุกคนก็พร้อมเพชิญชตากรรมอันนี้ น่าจะมีแบบผมที่ไม่ทราบกฏเหล้กอันนี้ จะได้ประเมินตัวเองถูกว่าคงไม่มีหวังตั้งแต่ก่อนทำข้อสอบ เพราะ ที่นี่คือหัวกะทิของทุกจังหวัดมาแข่งกัน

การที่เตรียมอุดมดังขึ้นมาแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีแต่เด็กเก่งและขยัน

ผลสอบคงคาดเดากันได้เป็นการสอบตกครั้งแรกในชีวิต กับสนามสอบใหญ๋ (ตอนป 4ก็เป็นการสอบพร้อมกันทั้งจังหวัด เรียนสอบติดทอปเทนมาตลอดไม่ว่าสนามไหน )

จากตรงนั้นเริ่มถามพี่สาวแล้วว่าจะเอาไงต่อ มีที่ไหนเข้าได้อีกบ้าง

เพิ่งจะได้คำอธิบายที่เป็นเรื่องราวครั้งแรก ว่ามีสอบ สมาคมโรงเรียนราษฏร์ อีก แล้วไปสอบ โรงเรียนเอกชน อำนวยศิลป์ แล้วถ้าไม่ได้เรียนำนวยศิลป์ ตามพี่ชายคนที่สาม คือตกหมด ก็ไปเรียนอำนวยศิลป์ ธนที่พี่ชายคนที่สี่ ที่พี่สาวพาไปฝากเพราะสอนที่นั่นเป็นอันดับสุดท้าย

ผมเลยขอเลือกอันดับเอกชนอำนวยศิลป์ ที่พอรู้จากพี่ชายคนที่สามว่า เป็นโรงเรียนที่ปั้นให้เด็กแข่งกับเตรียมอุดม

โดยมีเป้าหมายในใจว่าจะเรียนแข่งกับเด็ก ที่มาจากอำเภอหนึ่งที่จังหวัดแล้วติดเตรียมอุดมไปแล้ว (ทราบว่าเขาเก่งภาษาอังกฤษ )

การไปสอบสนามใหญ่หนที่สองนี้ตอนสมัคร มีการให้กรอกด้านท้ายว่าถ้าได้จะบริจาคให้โรงเรียนหรือสมาคมศิษย์เก่าเท่าไร

พี่ชายรีบเขียนว่าหนึ่งร้อย เองต้องสอบให้ได้เพราะเราไม่ได้เขียนเงินบริจาคเยอะๆๆเช่นคนรวย ที่เขาจะได้พิจารณาเอาเข้าไปเพราะข้อสอบทำไม่ได้แต่บริจาคเงินเยอะดี

ผมยิ้มแบบมั่นใจ รับปากพี่ชาย สบายมาก ถ้าผมรู้ตัวแบบนี้ ผมไม่ตกใจแล้ว เพราะข้อสอบเตรียมผมกลับมาย้อนทำผมทำได้ แต่ผมไปตื่นสนามเพราะไม่เคยเจอเหตุการณืแบบนั้นมาก่อน ตอนนี้ผมพร้อมกับทุกแห่งแล้วไม่ว่าที่ไหน ผมต้องแข่งกับตัวเองเท่านั้น กับข้อสอบ ใครก็ขวางผมไม่ได้แล้วถ้าผมทำข้อสอบได้
แล้วผมก็ผ่านข้อสอบมาอย่างสบาย ได้อยู่ ตอน 30

ตอนประกาศผมไม่ได้สนใจว่าห้องไหนสำคัญอย่างไร แค่มีทีเรียน ผมทราบว่ามีกวดวิชามากมาย ผมเอาเวลาเสาร์อาทิตย์ และตอนเย็นไปเรียนเสริมได้สบาย วางแผนไว้อย่างนั้น

แต่ตื่นเต้นวันมาเรียนวันแรก เจอเพื่อนห้องละห้าสิบคนกระมัง แน่นหาทางเดินยาก นี่แหละเอกชนต้องการเงินค่าเทอมมากๆๆ แล้วเอาอาจารย์ ฝึกสอนมาสอน ใครไม่ผ่านก็เสียค่าบริจาคมากๆๆจะได้ผ่าน ตกยกชั้นเขายิ่งชอบทำนองนั้นเลย เพราะฉะนั้นจากวันแรกที่คุยกับเพื่อนที่รู้เรื่องก็เริ่มวางแผนที่จะไม่ยอมโง่รอเสียเงินขึ้นมศ5แน่นอน แล้วทราบจากเพื่อนอีกว่าการนับตอน(ห้องของอำนวยศิลป์ ) เริ่มนับห้อง30ย้อนกลับลงมา คือที่เราอยู่นะห้องเด็กเก่ง บราโว เราทำได้แล้ว ได้อยู่ห้องเด็กเก่งอย่างน้อยเจ้าของโรงเรียนก็ใส่ใจหน่อยเพราะพวกเราจะเป็นคนทำชื่อเสียงให้โรงเรียน โดยเฉพาะพวก มศ 5 ที่ต้องสอบทำชื่อเสียงแล้ว การสอบผ่านปลายปีพร้อมกันทั่วประเทศ เป็นสิ่งที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ เขามีเป้าหมายเพื่อโปรโมทนักเรียนใหม่ให้อยากเข้ามาได้ปีหนึ่งสอบมศ5ได้เป็นพันคนแล้ว และเมื่อเอนเทนก็ติดวิศวค่อนข้างมาก ที่เขาเน้น แข่งกับเตรียมที่เน้นติดแพทย์ ค่อนข้างมาก

สนามสอบคือการแข่งกับตัวเอง กับข้อสอบ ใครก็ขวางอะไรเราไม่ได้ถ้าเราทำถูก และเยอะกว่าเขา ถายในเวลาที่กำหนด



Create Date : 19 เมษายน 2552
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2557 16:43:46 น.
Counter : 340 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมอสัจจะ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 99 คน [?]



:จำนวนคนกำลังอ่าน