เมษายน 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
19 เมษายน 2552
All Blog
บันทึกประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ ผ่าตัดด้วยหมอคนเดียว ที่นี่เป็นครั้งแรก


รุ่งเช้าก็รีบขึ้นไปทำงานก่อน8.30 หลังดื่มกาแฟของโปรดมื้อเช้าเพียงแก้วเดียว

แต่มี จ่าโกย (ชื่อที่มาทราบภายหลัง ว่าเป็นชื่อ ปาท่องโก๋ ) ที่มีคนมาแขวนไว้ที่บนโต๊ะทานข้าวข้างล่าง พร้อมกระติกน้ำ และขวดกาแฟน้ำตาลนม (แต่ดื่มกาแฟดำใส่น้ำตาลเท่านั้น)

เดินดูคนไข้สองสามคนที่รับนอนไว้เมื่อวาน ถามอาการตรวจร่างกาย แล้วสั่งเปลี่ยนการรักษา และเพิ่มลดยาบางตัว

แล้วลงข้างตึก(ชั้นเดียว)อ้อมไปด้านหลังมีแม่ค้ามาปลุกเพิงขาย กันอยู่สามสี่คน ทุกคนยกมือไห้วและส่งเสียงทักทายมา ด้วยสีหน้าแบบดีใจ ที่ได้มาขายของอีกแล้ว เลยซักถามไปว่า

"ขายดีไหมครับ " "คิดว่าขายได้ค่ะ ไม่ได้ขายมาตั้งแต่หมอไม่มี "

เสร็จแล้วก็ขึ้นตึกพอดีมีเจ้าหน้าที่เริ่มมากันแล้วและคนไข้ที่มานั่งรออยู่ก่อนได้ทำบัตร์เสร็จแล้ว

"เรียกคนไข้ตรวจเลยนะ "

แล้วผมก็ก้มหน้าตาจัดการกับคนไข้ที่ผ่านเข้ามาในห้องรายหนึ่งสองสามสี่ไปเรื่อยๆๆ

ช่วงไหนต้องเดินออกไปตรวจปัสสาวะเองอีกห้อง ก็จะเห็นจำนวนคนไข้ มากพอๆๆกับเมื่อวาน

ช่วงไหนส่งคนไข้ไปตรวจภายใน เจ้าหน้าที่มาตามว่าพร้อมแล้วก็ออกไปอีกห้อง ก็เห็นคนไข้ดูท่าจะไม่ลดเลย

เลยสั่งเจ้าหน้าที่ว่าวันนี้ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวให้ผมมื้อเที่ยงนะครับ คงไม่ได้ไปหาอะไรทานข้างนอกแล้วละ ทานด้วยละกัน (คิดว่าเขาคงเอาปิ่นโตกันมาอีก)

แล้วก็จริงดังคาด พอเที่ยงเจ้าหน้าที่คนเดิมก็เดินมาบอกว่าไปทานข้าวก่อนค่ะ พอออกมาคนไข้ยังมีอยู่พอสมควร พอเราเดินไปเจ้าหน้าที่ก็แขวนป้ายหน้าห้องพักเที่ยง คนไข้ที่รอก็ลุกขึ้นขยับขยายกันเดินไปด้านหลังที่มีร้านอาหาร

ผมก็ได้ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า อืมมมมม อร่อยมากๆๆ หรือเพราะหิว เพราะเช่าดื่มกาแฟแก้วเดียว

สักสิบห้านาที ผมก็สกิด คนทำบัตร์ ว่าเราไปลุยกันก่อนเดี๋ยวตอนเย็นผมให้คุณกลับบ้านก่อนเวลาได้ แล้วตอนเย็นฝากซื้อรองเท้าแตะให้ผมด้วย เข้าออกห้องคลอดผ่าตัดเราต้องเปลี่ยนรองเท้า ซื้อรองเท้าแตะมาเพิ่มด้วยที่มีอยู่ก็เก่าแล้วละ

ช่วงบ่ายได้เรื่องแล้วละมีคนไข้ปวดท้อง และมีไข้ ตรวจแล้วได้ความว่าเป็นใส้ติ่งอย่างรุนแรง เพราะเจ็บมาสองวันแล้ว เลยเจาะเลือด ดูเม้ดเลือดขาว ย้อมแล้วมีโพลีหมอบ มาก เรียกญาติเข้ามาปรึกษาว่าคนไข้ต้องทำการผ่าตัดจะยินยอมให้ทำไหมครับ

เห็นท่าทางญาติอึกอักกันพอสมควรแล้วสกิดกันออกไปนอกห้อง ทราบว่าแอบไปถามเจ้าหน้าที่ด้วยว่าหมอนี้ผ่าตัดได้ม้าย

และที่สุดก็เดินเข้ามาแบบไม่มั่นใจ ว่าแล้วแต่ผม ถ้าคิดว่าทำได้แล้วจะทำให้คนไข้ปลอดภัยก็ยอมให้หมอทำ ผมก็บอกเจ้าหน้าที่ให้พาคนไข้ไปเตรียมแล้วให้ญาติเซ็นต์ยินยอมให้เรียบร้อย

หมดเวลาทำงานพอดี ผมก็สั่งเจ้าหน้าที่ว่าผ่าตัด หนึ่งทุ่ม ภารโรงก็บอกได้ครับผมจะคอยเตรียมไฟฉุกเฉินด้วย ในนี้ฝนไม่น่าตก ไฟคงไม่มีปัญหา

( สภาพสมัยนั้น มีโรงปั่นไฟฟ้าที่ใช้ในตลาด แค่ตอนกลางวัน อยู่หลังโรงพักข้างโรงพยาบาลนี่ และภารโรงบอกว่า ถ้าฝนตก ไฟฟ้ามักดับ แต่ของเรามีโรงไฟปั่นสำรองได้เครื่องคูโบต้า ลองสม่ำเสมอว่ายังปั่นได้ )

อาบน้ำ ฝากเขาไปซื้อข้าวห่อมาทานเสร็จ ก็นั่ง เตรียมผ่าตัดคนไข้หนึ่งทุ่ม พอหกโมงไฟฟ้าก็มา ก็รีบขึ้นไปบนตึก ดูเหมือนเจ้าหน้าที่จะมากันหมดทุกคน ญาติคนไข้ก็มากันเต็มไปหมด หน้าตึก ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่ของคนที่นี่เสียแล้วละ

อีกครึ่งชั่วโมง สูดหายใจลึกๆๆเดินยิ้มเข้าห้องผ่าตัดไป เห็นอาการเจ้าหน้าที่อึกอักกัน แต่เหมือนไม่กล้าถามอะไร ก็สั่งให้เขาเอาคนไข้เข้ามา แล้วจับนอนตะแคงไว้ หมอจะเจาะหลังใช้ยาชาฉีดเข้าไขสันหลัง

ก็ใส่ชุดลำลองของห้องผ่าตัดปิดปากปิดจมูก แล้วเข้าไปในห้องผ่าตัด อืมมม มีแอร์เย็นใช้ได้ ทีเดียว ก็อธิบายให้คนไข้ฟัง บอกเจ้าหน้าที่พูดภาษาใต้ให้ฟังอีกทีด้วย แล้วบอกให้เจ้าหน้าที่พนักงานอนามัยชายช่วยรัดคนไข้ไว้ มือซ้ายดึงต้นคอ มือขวาดึงก้นกบ ให้ตัวงอขดเข้าคาง จรด อก แล้วหลังคนไข้จะโค้งรอยแยกกันระหว่างกระดูกสันหลังจะมากแล้วแทงเข็มยาวๆๆผ่านเข้าไปหาช่องว่างที่มีน้ำไขสันหลังได้เมื่อดึงใส้ของเข็มยาวออก น้ำไขสันหลังต้องใสไม่มีเลือด ด้วยความมั่นใจก็แทงทีเดียวได้เลย

ก็บอกคนไข้ว่าว่าจะเริ่มเดินยาชาแล้วนะเวลาผ่าตัดได้ไม่เจ็บ ถ้ารู้สึกผิดปกติอะไรให้บอก

เดินยาเสร็จรีบให้คนไข้นอนหงายแล้วบอกว่าปลายเตียงให้หมุน ขึ้นปลายเท้าใก้ลระดับ เสมอศีรษะ ขณะที่เราถามคนไข้ว่าเท้าหนักไหม

แล้วใช้เล็บหยิกคนไข้จากปลายเท้าขึ้นไป ถามคนไข้ว่ารู้สึกไหม คนไข้ก็ตอบมาเรื่อยๆๆว่าไม่เจ็บ จนการชาถึงระดับสะดือก็พอการหมุนเตียง (ห้ามสูงกว่าหัวเป็นอันขาด ถ้ายาชาไหลไปทางทางพ้นอกไปแล้วคนไข้หยุดหายใจได้ )

เสร็จแล้วให้พยาบาลและผู้ช่วยจัดการทำความสะอาดด้วยน้ำยาที่บริเวณจะผ่าตัด ผมเดินไปจัดการล้างมือและแต่งชุดผ่าตัด

พอเข้ามาเจ้าหน้าที่ที่เต็มไปหมดก็ดูจะผิดปกติแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรพอเริ่มทำงานลงมีดก็ร้องเพลงปลอบใจตัวเอง ไปด้วย เพราะคิดว่าคนไข้ที่มีผ้าขึงกั้นส่วนอกกับส่วนผ่าตัดไว้ไม่ให้เห็นแต่เขายังได้ยิน เห็นสีหน้ากังวลของเขา แต่พอเราร้องเพลงไปทำไป ดูทุกคนจะผ่อนคลายลงมากๆๆ
ก็เร่งทำการผ่าตัดไป จนได้ใส้ติ่งออกมาด้วยเวลาไม่นานนัก เห็นลักษณะที่บวมแดง โตจากเดิมแค่นิ่งก้อยไปเป็นขนาด เกือบเท่าผลมะนาว

รีบตัดโคนและเย็บผูก ไว้เรียบร้อย ก็รีบปิดแผลเย็บ ด้วยเวลาไม่นานก็เสร็จ ด้วยการร้องเพลงไปตลอดการผ่าตัด มาทราบภายหลังว่าเจ้าหน้าที่และคนไข้รู้สึกมั่นใจมากเลย กว่าหมอคนก่อนๆๆที่เคยทำผ่าตัดให้เห็นที่นั่น

และหลังจากเจ็ดวันคนไข้ก็กลับบ้านได้โดยสวัสดิภาพ

แต่หลังจากผ่าตัด เจ้าหน้าที่ก็ได้มาที่บ้านแล้วเล่าให้ฟังว่า

เมื่อก่อน จะมีการผ่าตัด หมอจะต้องไปที่ไปรษณีย์ เพื่อถามหมออีกอำเภอว่าว่างไหม แล้วนัดหมายเวลากัน

แล้วต้องรอจนหมออีกอำเภอมา พร้อมกันแล้วจึงจะทำการผ่าตัด

และที่เจ้าหน้าที่มาครบหมดเพราะอยากเห็นเพราะเมื่อก่อนหมอที่เคยผ่านมาอยู่เวลาจะผ่าตัด การแทงหลังฉีดยาชาช้ามากๆๆเป็นชั่วโมงก็มี จนเจ้าหน้าที่ยืนหลับก็มี จนไม่มีใครอยากเข้าช่วยผ่าตัด
แล้วที่เห็นการผ่าตัดแล้วผ่าไปร้องเพลงไป เจ้าหน้าที่ทุกคนสบายใจมากที่ทำได้เร็วและปลอดภัย ดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับหมอไปเลย

ระหว่างผ่าตัดก็เดินออกไปรายงานญาติเขาตลอด ทุกคนเลยสบายใจมั่นใจกันกว่าตอนแรกมากๆๆ เพราะคิดว่าการผ่าตัดอันตราย มากๆๆ

ผ่านไปครับ กับเตียงผ่าตัดรุ่นใช้เท้ากระทืบให้ เตียงขึ้นลง และกระดกให้เอียงสูงต่ำหัวท้ายด้วยการหมุนรุ่นนั้น ( รับใช้ผมอยู่ตั้งห้าปีก่อนหมอคนใหม่เขาจะได้เตียงทันสมัย แล้วขายเศษเหล็กมาสองร้อย ผมยังซื้อเก็บไว้จนทุกวันนี้ อิอิ ของแท้รุ่น แรกจตุคามเลยละ เพราะ2520-2525)



Create Date : 19 เมษายน 2552
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2557 19:30:19 น.
Counter : 288 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมอสัจจะ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 99 คน [?]



:จำนวนคนกำลังอ่าน