จักรวาลอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ ยังมีดาวเคราะห์สีฟ้าสวยที่สุด ภายใต้ผืนแผ่นฟ้า ยังมีน้ำใสสีครามและพื้นแผ่นดิน ชีวิตได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้..."โลกใบสุดท้าย"
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
17 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
ถาม-ตอบ เรื่องความรัก (เนื้อคู่ ในทางธรรม)

ข้อความทั้งหมดได้รับมาจาก forward mail
ซึ่งมีที่มาจาก : ดังตฤณ ฉบับ รู้จักรัก
โดยข้าพเจ้าต้องขออนุญาตเพื่อเป็นธรรมทาน ความรู้สำหรับเพื่อน ๆ ชาว blog โดยมิได้หวังผลประโยชน์ทางธุรกิจใด ๆ
ขอบพระคุณยิ่งครับ
_____________________________________________
ถามเราจะทราบได้อย่างไรคะว่า คนที่เราคบอยู่นี่ใช่เนื้อคู่เรารึเปล่า วัดจากอะไรคะ กรรมและบุญมีผลต่อการเกิดมาเป็นคู่กันยังไง

ตอบ

เนื้อคู่ในแบบที่ชาวโลกเพ้อว่าเป็นไปตามอุดมคติ
ชนิดที่ติดตามกันไปทุกภพทุกชาติ ไม่พรากจากกันเลยนั้น
ไม่มีหรอกครับ
ดูจากในชาดกก็ได้
บางชาติพระนางพิมพา คู่บารมีของพระโพธิสัตว์
ยังเป็นมเหสีของพระอานนท์เลย

สิ่งที่ควรดู คือเมื่อเข้าคู่กันแล้ว
1) รู้สึกว่าใช่หรือเปล่า (เป็นเรื่องของสัญญาณที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกล้วนๆ)
2) เกิดแต่เรื่องดีๆเมื่ออยู่ด้วยกันหรือเปล่า (วัดผลของอดีตกรรมที่ให้เป็นวิบากฝ่ายดี)
3) ร่วมกันเปลี่ยนอุปสรรคหรือเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีได้หรือเปล่า
(ดูปัจจุบันกรรมที่เอื้อให้เกื้อกูลร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้แค่ไหน)
4) เกิดแรงบันดาลใจให้คิด พูด ทำดีๆต่อกันและต่อคนรอบข้างหรือเปล่า
(ปัจจุบันกรรมที่จะให้ผลเป็นวิบากอนาคตที่สดใสหรือไม่
เท่าที่ผมพบมา คู่ที่จรรโลงใจกันด้วยบุญ
เลี้ยงใจกันด้วยบุญไม่ขาดสายเท่านั้น ที่ไม่เบื่อ ไม่แห้งแล้งต่อกันเสียก่อนตาย)

สรุปคือเข้าคู่กันแล้วรู้สึกดีๆ เกิดเรื่องดีๆ ก็ใช่เลยครับ
และไม่ต้องไปหมายมั่นเอาว่านั่นคือเครื่องแสดงความถาวร
เป็นเนื้อคู่นิรันดร์ เพราะสังสารวัฏไม่มีอะไรอย่างนั้นให้
มีแต่เปลี่ยนกับเปลี่ยนครับ
จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือเลวลงเท่านั้น

อ่านทางนฤพานน่าจะได้คำตอบใกล้เคียงตรงนี้แล้วนะครับ :-)

การที่มีอัตภาพได้มาเจอกันแล้วรู้สึกดี
ก็ถือว่าเป็นบุญเก่าที่ให้ผลเป็นกุศลวิบากอยู่แล้ว
นั่นเป็นของในอดีตล้วนๆ
นับแต่วินาทีแรกที่พบกัน
แม้ว่าวิบากเก่าอาจจะยังให้ผลไม่หมดสิ้น
มีแรงหนุนให้อยากคบหา
หรือมีความหนุนเนื่องให้เกิดเหตุการณ์ดีๆ ปัจจัยประกอบดีๆ
ก็ต้องถือว่าทั้งสองต้องเลือกเอาเอง กำหนดเอาเอง
ว่าจะทำปัจจุบันให้เป็นอย่างไร
ถางทางอนาคตให้ดีร้ายแค่ไหน

จะเลี้ยงความรู้สึกดีต่อกันไว้ได้นั้น
บุญเก่าอาจมีส่วนในแง่ของการเอื้อปัจจัย
แต่ไม่ได้เป็นประกันชัดเจนเหมือนบุญใหม่แน่นอน
ทำนองเดียวกันกับที่เราอาจใช้ชีวิตตอนต้นเร่งสร้างเงินทอง
เมื่อมีฝากธนาคารหลายๆล้านแล้ว
ก็เรียกว่าเป็นปัจจัยหนุนเนื่องที่ดี ที่จะสร้างความสุขสมบูรณ์ให้ชีวิต
แต่ใครจะรู้ คนบางคนพอมีเงินมาก แทนที่จะใช้ในทางดี
กลับเอาไปเล่นพนัน ลงขวดเหล้า ลงอ่างน้ำ
เป็นพิษสุราเรื้อรังก็ได้ เป็นเอดส์ก็มี
หรือแย่น้อยกว่านั้นหน่อยก็อาจเอาแต่กินๆนอนๆ
เงินทองไม่สั่งสมเพิ่มขณะที่ต้องจ่ายมากตามฐานะที่รวยมาก
ในที่สุดก็หมดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเมื่อเวลาผ่านไป

ทำนองเดียวกัน สมมุติว่าสองคนสร้างบุญมาด้วยกัน
ชาติใกล้ชักชวนกันทำทานเป็นงานอดิเรก
ต่างฝ่ายต่างก็ได้แดนเกิดร่ำรวยไม่ขัดสน
พอมาเจอกัน คบกัน อยู่ด้วยกันไม่ทันไร
อยากทำธุรกิจค้าขาย ก็อาจรวยไม่รู้เรื่อง
ชาติใกล้เตือนกันและกันตั้งใจรักษาศีลให้บริสุทธิ์
ต่างฝ่ายต่างมีรูปร่างหน้าตาต้องใจเพศตรงข้าม
พอมาเจอกัน ก็เอ็นดูเสน่หา หลงใหลในกันและกันรุนแรง
ชนิดที่ใครอื่นหมื่นแสนก็ทำให้หลงไม่ได้เท่า
ชาติใกล้อาจจูงมือกันเข้าวัดเข้าวา
ฝึกภาวนาให้เกิดความตั้งมั่นทางจิตใจ
เจริญปัญญาให้แก่กล้าหวังความหลุดพ้นในที่สุดด้วยกัน
ตั้งความปรารถนาว่าจะพบเพื่อเกื้อกูลกันให้ถึงที่สุดทุกข์
ไม่ขวางกันและกันในเส้นทางมรรคผล
พอมาเจอกัน ก็เกิดความผ่องใส เย็นรื่น
แค่อยู่ด้วยกันเฉยๆก็อาจเป็นแรงสะกิดอีกฝ่ายให้สงบลงจากทุกข์
และโน้มน้าวกันให้ใฝ่แต่เรื่องแสนดี งดงาม ไม่เป็นที่ระคายต่อกัน
เจอพระสงฆ์องค์เจ้าก็แต่ที่ดีๆ
ไม่ลุ่มหลงประเภทพาญาติโยมลงเหว เป็นต้น

หน้าที่ของวิบากฝ่ายกุศลเป็นอย่างนั้น ให้ผลตามเหตุปัจจัยเป็นเรื่องๆ
ผมเคยพบคู่ตัวอย่างที่วิบากเก่าให้ผลดีรุนแรงพรั่งพร้อมมาบ้าง
ในลานธรรมนี่ก็มีอยู่สองสามคู่
(อยู่ในสังคมพุทธขนาดใหญ่ก็ดีหน่อย ตรงที่มีตัวอย่างให้ดูทุกชนิด)
ประเภทนี้จะได้เปรียบตรงที่เจอกันปุ๊บจะรู้สึกว่าเข้ากันได้ปั๊บ
และเกิดแรงบันดาลใจจะทำกุศลชนิดล้นๆร่วมกันแต่แรก

อย่างไรก็ตาม มีอีกมากนัก ที่ทำบุญมาด้วยกันแค่ระดับทาน
อาจรวยร่วมกัน เจอกันยิ่งรวยมหารวยเป็นบ้าเป็นหลัง
แต่ปัญญาที่จะประคองรักร่วมกันอาจขาดไป
ได้กันแล้วก็เบื่อกัน ไม่ต่างกับเสพสมบัติชนิดอื่นๆ
ฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงอาจมักมากในกามจนต้องออกไปเลอะเทอะข้างนอก
และคนมีเงินนั้น ผิดศีลได้มากข้อนัก คงไม่ต้องขยายความ

มีอีกมากนัก ที่ชวนกันรักษาศีลมาก่อน
จะโกหกนั้นไม่เอา บี้มดตบยุงก็ไม่ยอม
แต่ขาดทานบารมีร่วมกันมา ชวนกันอดออม ชวนกันตระหนี่เสียมาก
เพราะไม่รู้ค่าของทาน ไม่เชื่อผลของทาน
เกิดมาเจอกันอาจจะรักกันดูดดื่มปานจะกลืน
เพราะรูปสวยด้วยกันทั้งคู่ แต่ขอโทษ ต้องกัดก้อนเกลือกินจนตาย
ถึงสัญญาเก่าที่เจือด้วยความบริสุทธิ์ของศีลจะดึงรั้งไม่ให้นอกใจกัน
ก็อยู่ร่วมกันอย่างอัตคัดขัดสน ผอมแห้งแรงน้อย เจ็บออดๆแอดๆ
ก็เป็นเหตุให้เกิดความเบื่อหน่ายกันและกันอันเนื่องจากความเป็นอยู่ได้อีก

โดยความไม่สมบูรณ์ของ ทาน ศีล ภาวนา ที่บำเพ็ญมาร่วมกัน
คู่รักที่เป็นปุถุชนทั่วไปจึงมักขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือหลายสิ่ง
ที่จะเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงตามวิถีทางธรรมชาติ ให้มั่นคงในรักต่อกัน
หรือให้มีความสุขสดชื่นบำรุงจิตใจกันและกัน
ฉะนั้นถ้าหากอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีปัจจัยปรุงแต่งชนิดที่เป็นกุศล
หล่อเลี้ยงให้เกิดความชุ่มชื่นใหม่ๆ ทวีขึ้นทุกๆวัน
ก็เป็นธรรมดาที่ความรักจะโรยราลงตามธรรมชาติใจ
ที่เบื่อหน่ายของเก่าซ้ำซากจำเจ

เท่าที่เคยเห็นคู่ที่ติดใจกันและกันโดยเนื้อหนัง
เวลาเบื่อจะหน่ายยิ่งกว่าเห็นปลาทูเค็ม
เล็บยังไม่อยากจะแตะ เงาก็ไม่อยากจะเห็น
นี่คือธรรมชาติเสื่อมโทรมทางความรู้สึกในกาม

เท่าที่เห็นคู่ที่ทำบุญร่วมกันทุกวัน
(ครั้งที่ผมบวชเมื่อครบอายุ จะมีโอกาสเห็นตัวอย่างมากรายในละแวกวัด)
จะสัมผัสได้ถึงกระแสชนิดหนึ่ง เยือกเย็น อ่อนโยนเป็นธรรมชาติ
กระแสชนิดนี้เหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณทั้งฝ่ายชายและหญิง
ให้เกิดความรู้สึกด้านดีต่อกัน
แม้เบื่อกันทางเนื้อหนังแล้ว ก็ยังน่าจะอุ่นใจ เย็นกาย
ไม่รู้สึกรังเกียจอีกฝ่ายเลย เหมือนแต่ละฝ่ายเป็นส่วนเติมความเย็นให้แก่กัน
เข้าใกล้กันแล้วไม่ร้อน อยู่ร่วมกันนานแล้วไม่จืด
เพราะคอยเติมความเย็นให้ทวีขึ้นเรื่อยๆ
(ต้องดูปัจจัยภายในเช่นเจตนาและความใจบุญแท้จริงด้วยนะครับ
หลายคนเลย ชาวพุทธเรา ที่ทำบุญแบบส่งๆ
หรือทำสักแต่หวังแลกความรักแบบง่ายๆ อันนั้นก็ทำบุญแบบไม่ฉลาดนัก)

และเท่าที่มีโอกาสสัมผัสจริง
คู่ที่หมั่นชวนกันภาวนาร่วมกัน ตะลอนๆหาวัดด้วยกัน
จะมีสายสัมพันธ์อีกลักษณะหนึ่งให้สัมผัสรู้สึก
มีความละเอียดอ่อนลึกซึ้งยิ่งกว่าคู่รักประเภทที่กล่าวมาข้างต้นมาก
คือนอกจากกระแสความเยือกเย็นที่สื่อเป็นสายสัมพันธ์เหนียวแน่นแล้ว
ยังมีความอบอุ่นมั่นคงอีกชนิดหนึ่ง ให้ความรู้สึกโปร่งเบา ปลอดภัย
และมีความแน่นอนกว่ากันมาก
อยู่ร่วมกันนานๆแล้วเมื่อกระแสจิตจูนตรงกัน
ทั้งในระดับของการมีใจเปิดเป็นทาน
ช่างให้ทั้งทรัพยทาน อภัยทาน วิทยทาน ธรรมทาน
ทั้งในระดับของการมีใจสะอาดเป็นศีล
บริสุทธิ์สว่าง ห่างจากการคลุกกิเลสหยาบหนา
ทั้งในระดับของการมีใจตั้งมั่นเป็นสมาธิ
มีความมั่นคงแน่วแน่ในภายใน เป็นที่พึ่งให้แก่กันและกัน รวมทั้งตัวเองได้
ทั้งในระดับของการมีใจปล่อยวางอย่างเป็นพุทธิปัญญา
ไม่ยึดมั่นถือมั่นแม้ในกันและกันรุนแรง
แบบนี้นะครับ ไปไหนก็เป็นความชุ่มฉ่ำ สุกสว่างให้กับทุกที่ ทุกคนที่ใกล้ชิด

พูดแล้วเหมือนนิยาย ;-) แต่ก็คือความจริง
มีจริง เป็นไปได้จริง ขอให้มีพื้นฐานธรรมะอยู่ในใจของทั้งฝ่ายชายฝ่ายหญิง
เมื่อมาพบกัน รู้จักกัน ก็เกิดเรื่องจริงที่เหมือนอิงนิยายได้ทั้งนั้น
เผลอๆนักประพันธ์จะคาดไม่ถึง จินตนาการไปไม่เจอด้วยซ้ำ
เนื่องจากนักประพันธ์ส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจที่แท้จริง
ว่าคู่อุดมคติตามแนวพุทธแท้ๆนั้น มีองค์ประกอบ มีปัจจัยอุดหนุนมาอย่างไร
_____________________________________________



Create Date : 17 มิถุนายน 2552
Last Update : 18 มิถุนายน 2552 10:00:45 น. 5 comments
Counter : 1133 Pageviews.

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
ความรัก เข้าใจย๊ากส์สสสสส


โดย: หนูดำจำมัย วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:19:09:02 น.  

 
อ่านทีแรกนึกแปลกใจ นึกว่า จขบ เขียนเองน่ะหนิ


โดย: phaclam วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:19:46:22 น.  

 
ชาตินี้จะมีให้พินิจวิเคราะห์กับเขาบ้างไหมเนี่ย...

คำว่า "เนื้อคู่" เนี่ย



โดย: อนัญชนินทร์ วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:17:53:31 น.  

 
เราเชื่อเรื่องนี้อ่ะ หนังสือเล่มนี้เราอ่านจบไปสองรอบละ


โดย: murmur (murmur072 ) วันที่: 20 มิถุนายน 2552 เวลา:19:33:01 น.  

 
แวะมาทักนะค่ะ

และก็แวะมาขอบคุณที่.....ส่งเมลไปให้นะค่ะ ดีมาก เลย

อิอิ....

ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ


โดย: ค๊อปเตอร์ใบไม้ (arlendil ) วันที่: 13 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:57:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

boonblue
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




สวัสดีชาวโลก.....
ยินดีอย่างยิ่งที่ท่านได้เข้ามาทักทาย
เราคือผู้ที่จะร่วมเดินทางไปกับทุกท่าน
บนโลกที่กำลังหมุนอยู่ใบนี้
เราเฝ้าดูและรายงาน...สรรค์สร้าง..
..เพื่อโลก..เพื่อเรา....
ก้าวเดินไปด้วยกันสิ เราจะเล่าให้ฟัง...

ขอบคุณท่านผู้เจริญ....
bluesky_planet@hotmail.com
Friends' blogs
[Add boonblue's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.