จักรวาลอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ ยังมีดาวเคราะห์สีฟ้าสวยที่สุด ภายใต้ผืนแผ่นฟ้า ยังมีน้ำใสสีครามและพื้นแผ่นดิน ชีวิตได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้..."โลกใบสุดท้าย"
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
ข้อคิดจาก ลิง กับ ลา

หญิงชาวบ้านคนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อม ด้วยความเหงานางจึงหาสัตว์มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัวคือ ลิงและลา

วันหนึ่งหญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร ก่อนออกจากบ้านเธอได้เอาเชือกมาผูกคอลิง
แล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้งสองตัวเดินย่ำไปมาในกระท่อมจนทำให้ข้าวของต่างๆ ได้รับความเสียหาย

ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซนเป็นคุณลักษณะประจำตัว ก็ค่อยๆ คลายปมเชือกออกจากคอของมัน อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้แก่ลาอีกด้วย หลังจากนั้นเจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้นห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อมจนทำให้ข้าวของต่างๆ ล้มระเนระนาดกระจัดกระจายไปทั่ว อีกทั้งยังซุกซนรื้อค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านมาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดี ในขณะที่ลาได้แต่มองดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉยๆ

สักครู่หนึ่ง หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาด เจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลจากทางหน้าต่างก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบนิ่ง

ฝ่ายหญิงชาวบ้าน เมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามาเห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้น กระจุยกระจายเช่นนั้น ก็เกิดโทสะขึ้นทันที หันมองลิงและลาเพื่อดูว่าใครเป็นผู้ก่อเรื่อง และเห็นว่าลาไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม เธอก็คิดเอาเองว่าเจ้าลานี่เองคือตัวปัญหา ทำให้กระท่อมของเธอมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บขยะ
ดังนั้นหญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมา ทุบตีลาอย่างรุนแรง ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสารก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนสิ้นใจโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย


ข้อคิดในการทำงาน
เธอทั้งหลาย...
เธอหลายคนคงไม่ค่อยชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นัก เพราะสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำความผิดอะไร
แต่กลับถูกเจ้าของทำโทษจนตาย ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นต้นเหตุแท้ๆ กลับรอดพ้น และไม่ได้รับผลกรรมใดๆ

แต่แท้ที่จริงแล้วนิทานเรื่องนี้ต้องการชี้ให้เห็นถึง ความเป็นผู้นำ ของหญิงชาวบ้านที่ไม่พิจารณาเหตุการณ์ให้ถ่องแท้ เชื่อแค่สิ่งที่ตนเห็นแล้วลงโทษไปตามความรู้สึกและประสบการณ์ส่วนตัว เธอมองเห็นข้าวของเสียหายและมองเห็นลาที่หลุดออกมาจากเชือก แล้วตัดสินว่าลาคงเป็นผู้กระทำ แต่ไม่ได้มองว่าลาไม่มีปัญญาจะแก้เชือก และไม่มีนิสัยชอบรื้อทำลาย

เธอมองเห็นลิงยังถูกเชือกล่ามอยู่ ก็คิดว่าลิงคงไม่ใช่ผู้กระทำ แต่มองไม่ออกว่าผู้น่าจะแก้ปมเชือกได้และมีนิสัยชอบรื้อทำลายนั้นคือ ลิง
ความจริงถ้าเธอรู้จักสำรวจร่องรอยความเสียหายเสียสักเล็กน้อย เธอก็จะพบรอยเท้าและฟันของลิงกระจายไปทั่วห้อง แต่ไม่พบรอยเท้าของลาเลย
เพราะลาไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน

เหตุที่องค์กรของเราต้องเหน็ดเหนื่อยทรมานกันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะความสะเพร่าของผู้นำที่ "ปล่อยให้ลิงสร้างปัญหา แต่ลารับเคราะห์"

ลา ก็เหมือนกับคนที่ปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่ แต่ไม่ค่อยมีปากมีเสียง พูดจาตรงไปตรงมา แต่ไร้เล่ห์เหลี่ยม

ลิง ก็เหมือนกับคนที่ฉลาดแกมโกง พูดมาก พรีเซ็นต์เก่ง อ้างอิงตำราได้สารพัด แต่ไม่เคยทำงานจริง


นายที่ดีไม่ควรปล่อยให้ลิงหลงระเริงว่าทำผิดเท่าไหร่นายก็ไม่?ีทางรู้ ผู้เป็นนายไม่ควรยึดติดความสบาย นั่งขึ้นอืดรอฟังแต่รายงานในห้องประชุม รู้จักยอมเสียสละตน สละเวลาอีกเล็กน้อยเพื่อค้นหาความจริง เพื่อควบคุมเจ้าลิง เพราะไม่เช่นนั้น องค์กรก็จะทุกข์ทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ถ้าลิงสงบได้องค์กรก็จะพลอยสบายและมีความสุขอย่างยั่งยืนไปด้วย

อีกหนึ่งข้อคิดในการควบคุมจิตใจตนเอง
นิทานเรื่องนี้ต้องการชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและจิตใจ ลิงก็เปรียบเหมือนจิตใจของคนเรา ส่วนลาก็คือร่างกาย ลิงที่ซุกซนต้องการนั่นต้องการนี่ อยากทำอะไรก็ต้องได้ทำตามใจตน ก็เหมือนจิตใจของคนเราที่ไม่รู้จักสงบนิ่ง คิดกระทำเรื่องไม่ดีมากมาย สุดท้ายความยากลำบากทั้งหมดก็ตกอยู่ที่ร่างกายที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหา แต่กลับต้องมารับเคราะห์กรรมเพราะอยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใจ

ทุกวันนี้ที่ร่างกายของเราเหน็ดเหนื่อย ก็เพราะจิตใจของเราที่มัวแต่สร้างปัญหา มีความอยากได้อยู่ตลอดเวลา มีกิเลสฝังลึกอยู่ในจิตใจ ฉะนั้นเราจึงไม่ควรปล่อยให้ลิงในใจแสดงความเหิมเกริมออกมาเช่นนั้น เราต้องควบคุมเจ้าลิง ต้องยับยั้งชั่งใจห้ามไม่ให้เจ้าลิงแสดงตัวตนออกมา ไม่เช่นนั้นร่างกายก็จะทุกข์ทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ถ้าจิตใจของเราสงบ ร่างกายของเราก็จะพลอยสบายและมีความสุขไปด้วย


Create Date : 21 กรกฎาคม 2552
Last Update : 21 กรกฎาคม 2552 10:21:04 น. 5 comments
Counter : 507 Pageviews.

 
โดนใจสุดๆๆๆไปเลย เห็นด้วย


โดย: นงลักษณ์ IP: 114.128.110.106 วันที่: 21 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:19:26 น.  

 
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ
สบายดีมั้ยค่ะพี่
รัตเเวะไปทิ้งข้อความเอาไว้ในกล่องน่ะค่ะ
ช่วงนี้พี่หายไปไหนหรอค่ะ
ไม่ค่อยได้เล่นเนตหรอ

ดูแลสุขภาพให้ปลอดจากหวัดนะค่ะ อิอิ


โดย: fordear วันที่: 2 สิงหาคม 2552 เวลา:14:06:05 น.  

 
ชอบเรื่องนี้มากเลยค่า .. ขอบคุณๆ


โดย: blueschizont วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:22:37:36 น.  

 
ชอบจัง.......
ได้ข้อคิด....


โดย: olikung@nerijung วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:16:56:57 น.  

 
เยื่ยมมากๆ เลยครับ อ่านแล้วหนุกดีครับ


โดย: ต้น (บังเอิญมีหัวใจ ) วันที่: 5 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:42:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

boonblue
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




สวัสดีชาวโลก.....
ยินดีอย่างยิ่งที่ท่านได้เข้ามาทักทาย
เราคือผู้ที่จะร่วมเดินทางไปกับทุกท่าน
บนโลกที่กำลังหมุนอยู่ใบนี้
เราเฝ้าดูและรายงาน...สรรค์สร้าง..
..เพื่อโลก..เพื่อเรา....
ก้าวเดินไปด้วยกันสิ เราจะเล่าให้ฟัง...

ขอบคุณท่านผู้เจริญ....
bluesky_planet@hotmail.com
Friends' blogs
[Add boonblue's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.