เรื่องวุ่นวายของชีวิตในแต่ละวัน
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
2 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 

วังวน SMEสายพันธุ์ไทย

คำพูดของท่านอาจารย์ทำให้ฉันฉุกใจคิด บางครั้งเรามัวแต่มองไปข้างหน้า เพื่อจะให้ได้ดีที่สุด ดีกว่า ดียิ่งขึ้น โดยไม่ตระหนักภายในตนเอง ว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงเราคืออะไร ฉันขวนขวายทำทุกอย่างเพื่อให้เหนือกว่าผู้อื่น โดยลืมไปว่า จุดมุ่งหมายดั้งเดิมของฉันคืออะไร

ถ้าเรามัวแต่คลุกวงในกับตัวเอง เรื่องตัวเอง ปัญหาตัวเอง เราจะไม่รู้ว่าปัญหาที่เราคิดว่าเป็นปัญหา อาจจะไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริง หากเราก้าวออกมา มองด้วยสายตาคนภายนอก เราอาจจะเห็นความจริงที่เป็นความจริงเบื้องหลังภาพมายาก็ได้

หลังจากงานวันสัมนานั้น ฉันหยุดและมองทุกอย่างรอบๆตัวด้วยสายตาใหม่ ไม่ใช่ผู้ประกอบการตัวเล็กๆที่รอความช่วยเหลือจากภาครัฐ ในฐานะ SMEs ฉันได้ข้อสรุปดังนี้

1. ภาครัฐมีเงินสนับสนุน SMEs เยอะมาก ตั้งแต่ สสว.(ช่วยไปหาชื่อเต็มเองนะคะ กลัวบอกชื่อเต็มผิด) NIA NFI กรมส่งออกฯ สวทช. ฯลฯ องค์กรเหล่านี้เป็นประหนึ่งขุมทรัพย์สำหรับนักธุรกิจ นักอุตสาหกรรม มือใหม่ เข้าหากลุ่มองค์กรเหล่านี้เพื่อหาลายแทง ตาดีได้ ตาร้ายเสีย เพราะบางครั้งก็เสียเวลาเปล่าๆ ไปอย่างน่าเสียดายเหมือนกัน

2. อย่าหลงทางตามๆกันไป ขุมทรัพย์ที่ฉันเอ่ยถึงข้างบนนั่น มักมีโครงการคล้ายกัน เหมือนกันราวแพะกะแกะ เช่น พัฒนาผลิตภัณฑ์ แพ็กเกจจิ้ง และที่ขาดไม่ได้คือ แผนธุรกิจ ที่ก๊อปปี้กันมา หน้าตาข้อความที่ต่างกันแค่ชื่อ ที่อยู่ เท่านั้นเอง แล้วทั้งหมดนี้ใช้จริงไม่ได้!!!
ฟังดูใจร้ายเนอะ แต่เชื่อฉันเถอะ มีแผนน่ะดี แต่แผนนั้นต้องเป็นแผนที่คุณวางไว้ ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับคุณ อย่าวิ่งวุ่นวายตามแผนที่มันไม่ใช่ตัวคุณ เพราะคุณจะเสียเวลาและพลังงานเป็นอันมาก

3. ไม่มีใครแคร์ว่าคุณจะเจ๊ง เจ๊า หรือร่ำรวยเท่าตัวคุณ ที่ปรึกษาทั้งหลายทำตามตำราที่กางมาตั้งแต่ที่บ้าน คำพูด หัวข้อที่พวกเขาพูดถึงอยู่ในตำราที่บางครั้งในชีวิตจริง อาจต้องฉีกมาเช็ดอ้วก แหวะๆ
จงเรียนรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคุณให้มากที่สุด อย่าหวังพึ่งใคร นอกจากตัวเอง แต่ไม่ใช่ปิดกั้นไม่ฟัง จงเงี่ยหูฟังทุกเสียงแต่พิจารณาด้วยหัวใจคุณเองว่า อะไรที่ใช่สำหรับคุณ

ตรงนี้ฉันขอบอกว่า ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ มีอะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่มี นั่นคือ ลางสังหรณ์ มนุษย์แบบพวกเราจะมีจมูกพิเศษที่จะได้กลิ่นของความสำเร็จ กลิ่นของโอกาส แล้วมาผสมรวมกับความกล้าบ้าบิ่นกว่าคนอื่น แต่ที่หลายๆคนไม่ประสบความสำเร็จอาจเป็นเพราะเราลืมตัวตนเราไป หลงทางไปกับสิ่งที่เป็นแค่เปลือก เช่น การทำแผนธุรกิจที่ใช้ไม่ได้จริง การทำตามๆกัน จนลืมหนทางของตัวเอง

ดังนั้นฉันจึงคิดว่า หนทางที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ตัวตน เรียนรู้ธุรกิจตัวเองให้มากที่สุดและที่สำคัญ เรียนรู้ที่จะนำทุกสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง ได้อ่าน มากลั่นกรองให้ตกผลึก แล้วมาขยำรวมให้เป็นตัวเราเองมากที่สุด

4. ทุกคนคิดเหมือนกันคือ ต้องทำของให้ออกมาเก๋กว่า (เจ้าที่ออกมาก่อน) สวยกว่า (เจ้าแรก) ถูกกว่า(คนอื่น) ฯลฯ เพราะสุดท้ายคุณก็วางขายที่เดียวกัน สู้สงครามราคากันและวนเวียนเจอกันในทุกงาน อย่าเสียเวลาแบบนั้น จงสร้างแนวทางของตัวเองและวิถีแห่งตัวเอง ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ในตัวเองได้ โดยไม่ต้องตามก้นใคร แล้วที่สุด ไม่มีใครเหนือใคร เราต่างเท่าเทียมกัน อย่าคิดว่าคุณทำไม่ได้ หล่อหลอมทุกอย่างออกมาเป็นตัวตนของคุณ

อย่าหวังพึ่งใคร ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็นผู้ที่น่าจะเชี่ยวชาญ จงฟังและตัดสินจากสัญชาตญาณของคุณเอง
อันนี้เล่าตามประสบการณ์นะคะ มีโครงการหนึ่งของภาครัฐ ที่มีนโยบายพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยมีทีมงานจากมหาวิทยาลัยด้านศิลปะ หนึ่งเดียวของประเทศสารขัณฑ์นั่นละ บังเอิญฉันอยู่ในกลุ่มอาหารเครื่องดื่ม ที่มีกันอยู่ประมาณ 4-5 ราย

สิ่งที่ฉันได้เห็นคือ หลายคนเอาสินค้าในประเภทเดียวกันกับตัวเอง ที่เขาขายดีกว่า สวยกว่า มาเป็นโจทย์
"จะเอาแบบนี้ แต่ขอให้มีสีสันกว่านี้ แล้วคงความเป็นไทยมากกว่านี้ ใช้กล่องราคาถูกกว่านี้ แต่เอาแบบดูพรีเมี่ยมอะค่ะ อาจารย์" เสียงเจ้าของลำไยอบแห้งเจ้าหนึ่งดังเข้าหู ขณะที่เข้าับการปรึกษา เธอควักกล่องลำไยอบแห้งเจ้าหนึ่งขึ้นมา ให้ตายเหอะ ฉันรู้จักเจ้าของกล่องนั้นและรู้ว่าเค้าออกแบบเองด้วย ฉันเฝ้ามองอย่างจดจ่อ

"เอาแบบนี้เลยเหรอครับ" อาจารย์หนุ่มหล่อ โก้ ทำท่าเพลียใจ ใช่ เป็นฉันก็เพลียแทน "เดี๋ยวผมออกแบบให้ใหม่ ดูสวยเหมาะสมกับแบรนด์พี่ดีกว่า อย่างอันนี้เขาชื่อออกฝรั่ง ออกแบบแบบนี้ก็เข้ากัน แต่ของพี่เป็นชื่อลำไยอบแห้งภูฟ้าสายหมอกพันรุ้งแสง มันก็ไม่เข้ากัน". อาจารย์บอกด้วยน้ำเสียงผู้เชี่ยวชาญ"สิ่งสำคัญที่นักออกแบบต้องคำนึงคือ แพ็กเกจจิ้งต้องช่วยให้สินค้าขายให้ได้ด้วยตัวมันเอง"

ใช่ นี่ละคือหัวใจแพ็กเกจจิ้ง หัวใจฉันเต้นแรง ฉันน่ะตามหานักออกแบบผู้เชื่อมั่นและภาคภูมิใจในวิชาชีพตนเองมานานแล้ว

หลังจากนั้นอีกประมาณ 2 เดือน ทั้งอาจารย์และโครงการก็เงียบหายไปกับสายลม จนวันหนึ่งฉันได้รับสายจากคุณลำไย
"พี่คะ พี่ได้งานออกแบบจากอาจารย์รึยังคะ" คุณลำไยส่งเสียงมาตามสาย แบบไม่ต้องเสียเวลาทักทาย
แอ๊บแบ๊วนะเธอว์ ชิ มาเรียกพ่งเรียกพี่ ยังไงฉันก็ว่าหน้าเด็กกว่า เด้งกว่านะยะ ฉันเข่นเขี้ยวในใจ แต่ก็ตอบไปตามเรื่องราว
"เงียบสนิทค่ะ"
"นั่นสิคะ หนูนะอุตส่าห์หาทุกอย่างที่อาจารย์อยากได้ จะให้ส่งของไปถ่ายรูปให้ จะเอาแบบที่เราชอบสิบแบบเพื่อดูแนวทาง จะเอาอะไรหนูก็วิ่งไปหาให้ แล้วก็เงียบหาย" ปลายเสียงคุณลำไยแผ่วประหนึ่งครึ่งหนึ่งของชีวิตหายไป
แล้วผู้หญิงอย่างฉันจะทำอะไรได้เล่า นอกจากปลอบใจไปตามเรื่องตามราว "อีกไม่กี่วันก็จะมีการประชุมสรุปแถลงผลงานแล้ว คงจะให้เซอร์ไพรส์น่ะ".
พูดไปใจฉันเริ่มประหวั่น ช่วงนั้นงานยุ่งเลยไม่ได้ตาม จริงด้วยสิ ฉันยังไม่เห็นงานเลย ฉันไม่ต้องการเซอร์ไพร์สนะ

ฉันรีบโทรหาอาจารย์ที่เคยบอกฉันว่าเราเป็นญาติกันแล้วจากการทำงานร่วมกัน โทรหาได้ทุกเมื่อ
"อ้อครับน้ำซุปเปอร์แก๊ค แหมจำได้สิครับ อร่อยแบบนี้ ผมกำลังทำอยู่เลย เห็นว่าส่งออกญี่ปุ่นใช่ไหมครับผมน่ะรู้จักตลาดญี่ปุ่นเป็นอย่างดี ผมจบด๊อกจากที่นั่น" อาจารย์ทำน้ำเต่ำกว่าตอนท้าย แบบกลั้นความภูมิใจไว้ไม่อยู่

บุญใดไม่รู้หนุนนำฉันให้ได้มาเจอ พ่อเจ้าประคุณเอ้ย! ทั้งหล่อทั้งปากหวานทั้งเก่ง ครบเครื่องเลยเชียวตัวเอง
แล้วฉันได้รับเมล์แบบร่างเย็นนั้น มือไม้สั่นตอนที่รอภาพโหลด
ตึง... ฉันตาค้าง ไม่ใช่เพราะมันสวยจนเหวอ แต่ว่า...มันคือการก๊อปปี้แบบทั้งดุ้น จากงานน้ำผลไม้

ฉันแทบจะทุ่มตัวลงไปนอนร้องไห้บนเตียงให้สาแก่ใจ อกหัก ปวดร้าวฯลฯ
ฉันปล่อยตัวเองจมความทุกข์ 1680 วินาที ก่อนจะคิดว่า ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำแบบนี้กับฉัน
ฉันส่งเมล์ตอบกลับ "ได้รับงานแล้วค่ะ แต่อันนี้เป็นงานก๊อปของยี่ห้อ...นี้ ไม่ใช่เหรอคะ ยี่ห้อนี้วางตลาดที่ประเทศเดียวกับที่เราจะไปวาง มันคงไม่ได้หรอกค่ะ เราไม่สามารถนำงานลอกเลียนคล้ายคลึงไปวางได้"

"อันนี้เป็นแบบร่างเท่านั้น เพื่อดูสไตล์และความชอบ ถ้าชอบแบบนี้ เราจะได้ออกงานสไตล์นี้"

ความรู้สึกฉันดีขึ้น อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง มืออาชีพน่ะ เขาไม่ทำงานเบเบ แบบออกแบบมาเลยหรอก เขาต้องใช้แนวทาง คอนเซปต์ บลาๆๆ

ฉันเฝ้ารองานออกแบบใจจดใจจ่อ ในงานจะมีการวางโชว์แบบ Before& After ของผลิตภัณฑ์ด้วย วันนั้นฉันไปสายเล็กน้อย เนื่องจากหุ้นส่วนผู้แสนดีของฉันไป กทม. ฉันเลยต้องจัดการงานแทนหลายๆเรื่อง แต่ก็มาถึงในที่สุด ฉันรี่เข้าไปที่ตู้โชว์ผลิตภัณฑ์ฉันทันที แล้วอี้งตลึงตไล 12. วินาที

ในตู้โชว์มีขวดคล้ายคลึงขวดฉัน แต่ติดสติกเกร์แบบบ้านๆ ชื่อของฉัน แล้วขวดafter คือ ขวดของฉันที่ห่อด้วยพลาสติคยับย่น หน้าตาเลียนแบบยี่ห้อเมืองนอก แถมแท็กห้อยคอที่ฉันออกแบบเองห้อยต่องแต่งอย่างไม่แคร์สื่อ

ฉันหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ทำใจยอมรับและเริ่มเชื่อว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะภูมิใจในวิชาชีพของตน ยังมีคนมากมายไม่ได้ให้ความสำคํญกับ pride and dignity

ฉันเดินไปดูงานทั่วๆ แล้วแอบไปดูงานคุณลำไย กล่องที่ตั้งโดดเด่นในตู้สู้สายตาฉันคือ งานก๊อปปี้ร้านดังชื่อช้างสีฟ้าๆ อะไรสักอย่าง คุณลำไยที่ยืนอยู่ข้างตู้ทำสีหน้าปลื้มปริ่ม "งานสวยมาก". หล่อนบอกคนที่มาเกาะตู้ดู "คงความเป็นไทยแล้วเหมาะกับชื่อ นี่อาจารย์ออกแบบโลโก้ให้ใหม่ด้วยนะ"

ฉันถอยออกมาก่อนที่จะเผลอพูดอะไรไม่เข้าหูคนไป ในช่วงแถลงผลงาน ที่มาของการออกแบบ ฉันแทบน้ำตาไหลเมื่ออาจารย์ไม่ละอายใจที่จะบอกว่า ขวดที่ติดสติกเกอร์เห่ยๆนั่นเป็นของเก่าแล้วเขามาออกแบบตัวใหม่ที่ยับย่นก๊อป แถมยังบอกว่าเพื่อเพิ่มพื้นที่โฆษณาฟรีในเชลฟ์ เขาเลยออกแบบแท็กห้อยคอมาด้วย ระหว่างที่พูด เขากล้าที่จะสบตาฉันที่นั่งแบ๊วฟังอยู่ นับว่าเขาเลือดเย็นและเป็นนักปล้นมืออาชีพ ถ้าเขาแน่จริงต้องกล้าเอาของเดิมฉันมาตั้งโชว์สิ ไปเสียเวลาออกแบบสติกเกอร์เห่ยๆทำไม

ฉันลุกเดินหนีกลับบ้านทันทีที่เขาพูดจบ พร้อมกับนึกถึงนักศีกษาที่จะเรียนจากเขา เวรกรรมสารขัณฑ์




 

Create Date : 02 สิงหาคม 2556
0 comments
Last Update : 2 สิงหาคม 2556 22:14:01 น.
Counter : 471 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สาวช่างถาม
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add สาวช่างถาม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.