ท่องเที่ยวโครงการหลวง 36 ดอย 365 วัน


"แม่ฮ่องสอน"เป็นเป้าหมายที่ผู้เขียนพร้อมเพื่อนมุ่งหน้าไปเยือนความสนุกสนานจากการไปเที่ยวครั้งนี้ยังคงให้สาระความรู้ด้วยเนื่องจากแวะเข้าเยี่ยมชมโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ "ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ" ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองในปี 2522  มีหน้าที่ในการผลิตและส่งเสริมการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เมืองหนาวให้แก่หมู่บ้านเป้าหมายของโครงการพัฒนาตามพระราชดำริซึ่งอยู่โดยรอบและใกล้เคียง ในหลวง ร.9 ยังได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้ดำเนินงานโครงการด้วยความเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ประหยัด

ภาพในศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ

3 - 5  มีนาคม 2549 สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริและมีพระราชเสาวนีย์เกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นที่สูงสรุปว่า การจัดที่ทำกินและส่งเสริมอาชีพให้ราษฏร์ปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์และปลูกข้าวให้พอเพียงกับการบริโภค "ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง" เป็นพื้นที่หลักในการบริการความรู้แก่เกษตรกรบนพื้นที่และพัฒนาพื้นที่เป็นจุดเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร 

เจ้าหน้าที่นำชมศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ

"โครงการนี้จะเน้นการพัฒนาและจัดการให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างผาสุกและยั่งยืน ได้เกิดเป็นวิสัยทัศน์โครงการ "ปางตอง แหล่งเรียนรู้สู่การขยายผล เพื่อชุมชน คนและป่า" ซึ่งพันธกิจหลักนั้นมุ่งสู่ การสร้างแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับประชาชนบนที่ราบสูง ผลิตปัจจัยที่จำเป็นให้เกิดการวิจัยเชิงพัฒนา พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อสร้างเครือข่ายสู่ชุมชน ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงกระจายตัวตามดอยต่าง ๆ ทางภาคเหนือตอนบนถึง 36 แห่ง  มีสถานีวิจัย 4 แห่ง  จากสภาพพื้นที่โครงการหลวงที่ส่วนใหญ่อยู่บนเทือกเขาสูงอากาศเย็นสบายตลอดปี ทิวทัศน์สวยงาม วัฒนธรรมชนเผ่าต่าง ๆ ที่น่าสนใจ โครงการหลวงจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่"

"ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง"นี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายโครงการหลวงที่ยกตัวอย่างมาให้เห็นว่า นอกจากจะเป็นสถานที่อบรมให้ความรู้แล้วยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย

มีหนังสือเล่มหนึ่งว่าด้วยการท่องเที่ยวในโครงการหลวง"ท่องเที่ยวในโครงการหลวง 36 ดอย 365 วัน "เป็นหนังสือที่รวบรวมเส้นทางท่องเที่ยวในโครงการหลวงที่สามารถเดินทางได้ทั้งรถส่วนตัวและรถประจำทาง และสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดปี ยกตัวอย่างเส้นทางแรก  โครงการหลวงอินทนนท์ - ขุนวาง - แม่สะป๊อก - ทุ่งหลวง - วัดจันทร์ , เส้นทางที่สองโครงการหลวงหนองเขียว - อ่างขาง - หมอกจ๋าม - ห้วยลึก , เส้นทางที่สามแม่ริม - สะเมิง - หางดง - เส้นทางที่สี่ เส้นทางสายจอมทอง - ฮอด - แม่ลาน้อย - ขุนยวม , เส้นทางที่ห้า เส้นทางตามทางหลวงหมายเลข 118เชียงใหม่ - เชียงราย  , เส้นทางที่ 6 เส้นทางศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า , เส้นที่ 7 เส้นทางศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม......

ภาพในศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ

บางส่วนจากความสนุกสนานที่ปางอุ๋ง

ภาพหลังจากนี้ขอบคุณจากหนังสือท่องเที่ยวในโครงการหลวง 36 ดอย 365 วัน

วีดีโอโครงการหลวง




Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560 20:41:57 น.
Counter : 136 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ทรายเม็ดแรกของอ่าวไทยที่แหลมผักเบี้ย... เพชรบุรี


ช่วงบ่ายวันพักผ่อนคณะของเราลงเรือเพื่อไปที่ปลายแหลมผักเบี้ย เพื่อดูทรายเม็ดแรกที่เกิดขึ้นในทะเลอ่าวไทย ชายหาดแหลมผักเบี้ยเป็นจุดเริ่มต้นของหาดทรายในฝั่งทะเลตะวันออกของทะเลอ่าวไทยทอดยาวลงมาประมาณ 2,000 เมตรก่อนจะจรดกับชายหาด หาดเจ้าสำราญ

สถานที่นี้ถือเป็นจุดสำคัญของแหลมผักเบี้ย กำลังพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่

บริเวณปลายแหลม หาดทรายขาวที่ทอดตัวเป็นแนวยื่นแหลมออกไปในทะเล ยาวเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร

จุดทรายแหลมผักเบี้ยแห่งนี้นี่เองถูกชาวบ้านขนานนามให้เป็นจุดชม"ทรายเม็ดแรก"ที่บริสุทธิ์และสมบูรณ์ที่สุดขออ่าวไทยเป็นทรายเนื้อละเอียดเบียดตัวกันอย่างหลวม ๆ เพียงเหยียบลงไปจะรู้สึกถึงความนุ่มเท้าในทุกย่างก้าว

ตอนเช้าและยามเย็น ณ จุดนี้สามารถเห็นรอยต่อระหว่างหาดโคลนก้นอ่าวไทยกับหาดทราย และด้วยความอุดมสมบูรณ์บนเส้นทรายตลอด 2 กม.รวมทั้งอุดมไปด้วยสัตว์น้ำปลาเล็กปลาน้อยทำให้ บริเวณปลายแหลมผักเบี้ยนี้กลายเป็นแหล่งหากินของนกท่องน้ำหลากชนิด โดยเฉพาะนกเค้าดิน นกยางกรอกชวา นกหัวโตมลายู นกนางนวล แกลบฯลฯที่จะพบห็นได้ง่าย

สถานที่แห่งนี้ยังเหมาะต่อการนั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกในมุมมองที่สวยงามในบรรยากาศบนหาดทรายกลางน้ำ

นักท่องเที่ยวนอกจากจะชมทรายเม็ดแรกแล้วเรายังสามารถ  นั่งเรือล่องคลอง เพลิดเพลินและศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนกับการนั่งเรือจากท่าเรือสู่ปลายแหลมฯ(ปากคลองอีแอด)

การเดินทางต้องเช่าเรือจากท่าเรือแหลมผักเบี้ย ล่องตามคลองอีแอดรวมระยะทางประมาณ2.2 กิโลเมตร ใช้เวลาชม โดยการล่องเรือประมาณ 1-2 ชั่วโมง และควรตรวจสอบระดับน้ำก่อนการเดินทาง

เส้นทางการศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนคลองอีแอด เป็นแหล่งกำเนิดและอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน สร้างความอุดมสมบูรณ์ ให้แก่ท้องทะเลอ่าวไทย จึงเป็นป่าที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์อย่างยิ่งป่าผืนนี้ได้รับการอนุรักษ์โดยชาวแหลมผักเบี้ยเป็นอย่างดี

ทั้งนี้มีสัตว์อาศัยอยู่หลายชนิด อาทิ ค้าวคาวแม่ไก่ นกชายเลนชนิดต่าง ๆ ปูทะเล ปลาตีน (เล็ก-ใหญ่) ปูก้ามดาบ นับพันตัวโชว์ก้ามอวดสีสันละลานตา มีสะพานไม้ทอดยาว เลียบป่าชายเลนถึงชายหาดรวมระยะทางทั้งสิ้น 680 เมตรเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ร่มรื่นและ ปลอดภัย

การเดินทางเริ่มต้นจากท่าเรือแหลมผักเบี้ยนักท่องเที่ยวควรเตรียมหมวก น้ำดื่มกล้องส่องทางไกลและแต่งกาย ด้วยสีสันกลมกลืนกับธรรมชาติ เพื่อไม่ทำให้นกและสัตว์ตื่นตกใจ

เส้นทางศึกษาธรรมชาติภายในโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการศึกษาวิจัยการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบธรรมชาติ กล่าวคือ การบำบัดน้ำเสียโดยใช้แสงแดด ใช้ระบบบ่อผึ่ง หญ้ากรองด้วยการรวบรวมน้ำเสียจากเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ส่งผ่านท่อมาสู่โครงการ รวม ระยะทาง18 กิโลเมตร รวมถึงศึกษาสารตกค้างในตะกอนหลังการบำบัด ซึ่งผลการศึกษาปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างดีไม่พบสารพิษตกค้างในตะกอนในพืชและสัตว์นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าศึกษา เรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนั้นแล้วยังเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจเพราะ มีนกหายากได้แก่ นกรัฟ นกทะเลเขาแดง ลายจุด นกทะเลเขาเขียว นกชายเลนบึง นกปากงอน และนกอื่นๆ อีกมากมาย มารอกินปลาในบ่อผึ่ง รวมถึงมีเส้นทาง การดูนกป่าชายเลนด้วย

ใกล้กันชายหาดวัดสมุทรธาราม เป็นหาดทรายที่ทอดยาวติดกับหาดเจ้าสำราญมีความลาดชันพอเหมาะต่อการลงเล่นน้ำ มีร้านอาหารให้บริการหลายร้าน มีสวนสนร่มครึ้มให้นั่งพักผ่อนหรือแวะสักการะพระพุทธรูป ในอุโบสถเพื่อความเป็นสิริมงคล สามารถเดิน-วิ่งไล่จับปูลมยามน้ำลงริมชายหาดได้

ในยามพลบค่ำเป็นจุดชม ค้างคาวแม่ไก่ออกหากินได้ดีอีกด้วยการเดินทางนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่อจากหาดเจ้าสำราญได้ โดยใช้ถนนเลียบชายหาด ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร

การเดินทางไปชมทรายเม็ดแรก ต้องนั่งเรือเครื่องหางยาวล่องออกไปใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงจะมีชาวบ้านประมงอาสาเป็นไกด์นำเรือออกมาให้บริการตลอดวัน ถือเป็นอาชีพผู้นำเที่ยว ให้เป็นอาชีพเสริมของคนตำบลแหลมผักเบี้ยไปในตัว จากการส่งเสริม ของอบต.แหลมผักเบี้ย และททท.เขต 2 ชะอำ

ไกด์คนเก่งของเรา ส.อ.สมทรง พูลทัศน์

ดูก็รู้ว่าเริงร่าขนาดไหน




Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560 14:18:26 น.
Counter : 278 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  

สมาชิกหมายเลข 3402302
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]