✿Primpinky✿
Group Blog
 
All blogs
 

Trip Korea-Taipei 9-15 Apr ผจญภัยสุดมันส์ สนุกสุดเหวี่ยง (ไม่นับตกรถ นอนโมเตล แถมกระเป๋าถูกขโมย)

Korea-Taipei Trip during Songkran's Day 9-15 Apr 09

(Taipei - Seoul - Namisum - Sokcho - Mt.Soraksan - Dongdaemun - Yeoido - Gyeongbokgung - Mt.Namsan - Insadong - Chongkaecheon - Myeongdong - Busan - Gyeongju - Bulkuksa Temple - chomseongdae = 첨성대- Busan Bridge - Beach해운대 - Seoul - BKK)



ในที่สุดรูปอันมากมายก้อได้ฤกษ์คลอดออกมา นี่แค่เสี้ยวเดียวจากทั้งหมดหลายพันรูป 555
ดิช้านใช้เวลานานหลายวันเลือกอยู่นาน จิงๆยังมีอีกหลายส่วนที่ยังไม่ได้จากป่านกะแฟร์
แต่...คันไม้คันมืออยากเอามาลง คิคิ



ทริปนี้เดิมทีคือ Backpacker สาวผจญภัยในต่างแดน แต่หลังจากผจญภัยอยู่นาน เกิดเหตุไม่คาดฝันหลายครั้งเลยมีอัศวินขี่ม้าขาวจัดเที่ยวให้ ^_^

มีหลายคนถามว่า ไปเกาหลีไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมไปใต้หวันได้หล่ะ แถมมีรูปเยอะเหมือนไปหลายวัน 555

จิงๆ พยายามหาตั๋วไปเกาหลีช่วงสงกรานต์ วันที่ 11-19 แต่..ตั๋วเต็มหมดเลย ของการบินไทย ว่างก้อวันที่ 14 หรือ 15 ไปแล้ว ซึ่ง อย่างงั้นก้อได้ไปแวปเดียว มะคุ้มๆ

และไม่ติดสงกรานต์อีกตะหาก....ตั๋วเครื่องบินก้อแพงมากมาย ราคา 21K-30K สารการบินไทย และ เกาหลี

บังเอิญไปเจอะกะสารการบิน CI china airline promotion 16,665 THB (via Taipei)

เอาวะ ถูก แถมได้เที่ยวสองประเทศอีก ช่วงนี้ promotion Visa Taipei Free 3 months

ไม่มีอะไรต้องเสียเลย 555555555 เพิ่มตังค์ค่าสนามบินอีก 335บาท เท่านั้น ...

เริ่มจากวันแรก ที่สายการบิน CI ไปยัง Taipei ขึ้นเครื่องแปดโมงกว่าๆ ประเดิมที่ ป่านกะออฟ เกือบตกเครื่อง เพราะเดินหา gate ไม่เจอ
ตอนแรกนึกว่า เรากะแฟร์ เป็นสองคนสุดท้าย เพราะว่า ตม.มัวแต่จ้องกะเอกสาร จ้องแล้วจ้องอีก กว่าจะให้อิช้านออกนอกประเทศได้ เฮ่อ พอไปถึงบนเครื่อง อ้าว เพื่อนหายไปสอง
ซักพัก วิ่งกระหืดกระหอบมา บอกว่า ไป gate ผิดฝั่งหว่ะ 5555

ยังมะจบแค่นั้น หลังจากหลั่นล้าถ่ายรูปกินข้าวบนเครื่องเสร็จ แล้วลงจากเครื่องมุ่งไปยังไทเป ... เพื่อนออฟ ลืม MP3 ไว้บนเครื่องซะงั้น หรือว่าทำหายที่ไหนซักที่ ไม่ทราบได้
อะๆ ถือว่าฟาดเคราะห์ละกัน....ไปเที่ยวรอบๆเมืองดีก่า



หลังจากลงเครื่อง อิช้านก้อยังมะมีประสบการณ์การใช้เงินใต้หวันดอลล่าร์อะนะฮะ ประเดิมร้านนี้เรย ... pancake ใส้ custard และถั่วแดง ที่หน้าตาหน้ากินสุดๆ
แต่รสชาติมะได้เรื่อง ทั้งแป้งที่แข็งสุดโต่ง สากๆ กะ ใส้ที่ไม่ผ่าน ๅQC เราก้อให้ตังค์เค้าไปพันนึง แต่เค้าดันทอนมาให้แบงค์ 100 แค่สามใบกะเหรียญ อิช้านก้อเครียดคร้า ดูหน้าสิ !!!
เถียงกันอยู่นาน เพราะท่านพูด English มะด้ายเร้ย หน้าที่บูดอยู่แร้ว ยิ่งแย่ไปใหญ่ ดีที่มี ญ ใจดีผ่านมา ช่วยแปร สรุปว่า หนูขอโทดนะคร้า..มะรุ่นี่นามันมีเหรียญห้าสิบ นึกว่าอารมณ์ 50เซนต์ width=300 hight=225>_<"
...ตาลุงนี่คงคิดว่า ซวยเจรงๆ กรูพิดมะเนี่ย ที่ทอนตังค์ถูก แต่อีกะเหรี่ยงพวกนี้ ยืนเถียงอยู่ได้ 5555

พามาเข้าที่พัก ก่อนจะไปผจญภัยสุดโหด หน้าตาที่พักอยู่ในตึกชั้น 22 ชื่อว่า Taipei travellers hostel (Holo Family) อารมณ์ Backpacker มาก
ในนั้นมีร้านอาหารญี่ปุ่นด้วย แล้วก้อ ห้องพักเต็มไปหมด และห้องพักจะมีประตูตั้ง 2 ชั้นที่ไขยากมากมาย
มันมีหลายชั้นก้อจริง แต่ตอนแรกได้ห้องแบบว่า ไม่น่าอยู่เอาซะเลย โชคดีที่ห้องนั้นยังไม่ทำความสะอาด เลย move พวกเราไปไว้อีกห้อง ดูดีกว่ามากมาย

ราคา 2,500 $NT นี่พักในไทยได้แบบโรงแรมอย่างหรูแล้วนะเนี่ย แต่ก้อเอาเถอะ มีเตียงนอน แล้วก้อน้ำอุ่น กะอ่างอาบน้ำก้อโอแร้ว เนาะๆ



เพื่อนแฟร์ ได้จัดเตรียมทริปตลาดบนเขาไว้เรียบร้อย จากรูป ดูได้ว่า น่าไปโคด....แต่...การเดินทางอันทรหดเนี่ย เกือบไม่ได้กลับเมืองไทยซะแร้ว
เริ่มจาก นั่งรถไฟ ไปลงผิดสถานีแบบไม่รู้ตัว ตามโพยบอกว่าต่อบัสไปแค่ 15 นาที นี่นั่งแบบว่า 45 นาทียังมะถึง แถมบัสปีนเขาสูงชัน
นึกค่ะๆๆ แม่ฮ่องสอน ปายซะอย่างงั้น แคบๆรถวิ่งคันเดียวเต็ม ทางโค้งเกือบ 360 องศา โอ้วแม่เจ้า ทุ่มก่าๆแร้วยังมะได้เที่ยว พวกเราก้อถอดใจเกือบลงกลางทางไปหลายครั้ง
แต่ก้อใจดีสู้เสือ ประเด็นคือไม่รุ่ว่าอีกนานแค่ไปนจะถึง จิ๋วเฟิ่น คนที่นั่นไม่พูดภาษาอังกฤษแม้แต่คำเดียว กรูจะบ้าตาย (เสียวแค่รถตกเขานี่สิ คนขับชอบหันมาคุยแบบไม่มองทาง)







เย้...ถึงแร้ว สวยโคดๆ ดูรูปๆๆ เป็นเวิ้งหุบเขา ประดับไปด้วยโคมไฟและไฟ อากาศหนาวๆเย็นๆเข้ากั้นเข้ากัน พอลงรถได้ รีบมุ่งไปยังตลาดกะจะกินซะหนำไจ
แต่....ไหงร้านต่างๆทยอยปิดไปเกินครึ่ง แงๆๆๆ กรูหิว~~~ แต่พวกเราถูกสถานที่สีแดงสดใสของโคมไฟ กะ บรรยากาศจีนๆเก่าๆเหมือนหลุดมาอีกโลกนึงดูดไว้ถึงสองชะโมง
ทั้งๆที่หิวๆอยู่นี่แหล่ะ ถ่ายรูปกันอย่างหนำใจ ก้อกลับ ... ตอนกลับ พบว่า ตอนมาอ่ะ ลงรถไฟผิดสาย มิน่า นั่งกันตูดบานไม่ถึงซะที ดีนะที่ข้างทางก่อนกลับ มีคนขายก๋วยเตี๋ยวหน้าตาดี
(ดูได้จากที่ไอ่ป่านทำเนียนซ๊า) พวกเราเรยได้หม่ำข้าว แต่...ช้าก่อนนี่ไม่ใช่ข้าวเย็นของเราหรอกนะ
เพราะยังงัยๆก้อต้องไป Shilin night market อันเลื่องชื่อซะก่อน เด๋วเค้าจะหาว่ามาไม่ถึง

ก่อนไปขอแวะไปถ่ายรูปที่ตึก 101 ที่สูงที่สุดในโลกซะก่อน (แต่ขี้เกียจเดินกัน) ถ่ายตรงนี้แทนก้อได้หน่า เนาะๆ นี่จะห้าทุ่มแร้ว เด๋วไปตลาดมะทัน


นี่งัย ตลาด night market เป็นตลาดเสื้อผ้า ที่ราคาแพงกว่าบ้านเราเห็นๆ และ design ประตูน้ำสุดๆ (สู้เกาหลีมะด้ายเร้ย) ส่วนอาหารนั้น เยอะแยะมากมาย ส่วนมากก้อจะเป็นของทอด
ซาลาเปาทอดใส้ผัก มีซุปชีส ไก่ชุปแป้งทอด อร่อยมากมาย (นี่เที่ยงคืนก่า แร้ว พวกเราก้อยังกินมะหยุด)


กลับมาตายรัง พร้อมบุกเกาหลีพรุ่งนี้

เนื่องจาก เหนื่อยกันมาทั้งวัน กินพุงกาง ตาก้อปิดได้อย่างง่ายๆ ผ้าห่มนุ่มๆกะเตียงสบายๆ หลับเป็นตาย

อิช้านเปิ่นอีก ลืมปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชะโมง ตั้งปลุกมา ไม่ตื่น พอออฟปลุกอิช้านตกใจสุดขีดมือไม้ใส่ ตายๆๆๆ ตีห้าแร้วเพื่อนๆ ทุกคนสะดุ้ง เพราะว่า เครื่องออกตอน 7.45am ซึ่ง
อยู่ห่างจากที่พักประมาณชะโมงกว่า แงๆๆๆ จะตกเครื่องอดไปเกาหลีมั๊ยอ่า....

รีบกันแทบตาย เรียก Taxi มา พูด English มะได้อีก เรยบอกว่า Airport quick quick quick ฝนเริ่มเทลงมา หนักมากๆๆๆๆๆๆๆ พี่ก้อพยายามเหยียบสุดชีวิต (100km/h T_T)


ในที่สุด ก้อทัน (แต่สิ้นเปลืองค่า Taxi แบบไม่จำเป็นอีกแร้ว แพงโคด)

โย่ว!! ถึงเกาหลีแร้ว ใจยังตึกๆตักๆ สั่นไม่หาย

ช่วงที่เราไปเนี่ย อยู่ในช่วง Spring ดอกไม้กำลังบาน โดยเฉพาะ ซากุระนะ ถ้าใครอยากมาชม ต้องมาให้ถูกช่วง ช่วงสงกรานต์เนี่ย ใช่เลย
มันบานแค่ 10 วันเองนะ นับให้ดีๆหล่ะ


อันนี้คือนมรสกล้วยหอมที่พลาดไม่ได้เลยทีเดียว ขอบอกว่าอร่อยมาก มีให้เลือกหลายยี่ห้อ ราคาเท่ากัน 1,000 วอน แต่ยี่ห้อนี้ pop สุดๆ (แอบถามเด็กหนุ่มแถวร้านมา คิคิ)

เกาะนามิ สุดโรแมนติก รออยู่ข้างหน้า.....แต่กว่าจะได้ไป ต้องนั่งรอรถบัสกันถึงสองชะโมง ระหว่างนี้ ก้อไปถามทางและวางแผนการท่องเที่ยวไปพลางๆ
วันแรกว่าจะไปนอนที่ซกโช (Mt.Soraksan วันรุ่งขึ้น) แล้วค่อยกลับมาเดินเล่นในโซล จากนั้นค่อยไป พูซาน และ เกียงจู และใช้เวลาวันสุดท้ายเก็บตกในโซล

แต่...Plan is just a plan as you know 555 มันไม่เป็นไปอย่างที่จัดไว้ 100% แต่นี่ผิดแผนกัน 100% 555

เพราะว่า ทริปที่เกาะนามิ ที่ทุกคนว่าไม่มีอะไร แต่กลุ่มเราใช้เวลาทั้งวันถ่ายรูปอยู่กะต้นไม้ใบหญ้าแถวนั้น จนตกรถบัสเที่ยวสุดท้ายที่ชึนชอน(เดินมะครบอีกตะหาก)








เสียค่า Taxi เกือบ 40,000 วอน (25km เท่านั้น) รู้สึกว่าทริปนี้ เราจะหาเงินมาเลี้ยง Taxi กันอีกแร้วคับท่านผู้ชม คนที่นี่พูดอังกิดมะด้ายเรยง่า
ดีนะ ที่จำบางคำไปได้บ้าง มะงั้น แย่แน่ๆ หลังจากวันนี้ดิช้านตั้งใจจดภาาษาเกาหลี และหัดพูด จน เริ่มคล่องเรยทีเดียว พอถึงสถานีรถบัสปรากฏว่ารถเที่ยวสุดท้าย ออกไปแร้ว T_T


ทำงัยดีหล่ะทีนี้ ต้องหาโรงแรมแถวๆนี้อยู่ ไม่มีใครพูดกะเรารู้เรื่องเรย นอกจาก Taxi ที่พยายามเข้ามาถามาว่าจะไปไหน คุยกันไม่รุ่เรื่อง มันจะพาไปหา motel แพงๆทุกรายไป
จนพวกเราต้องเดินหนี ไปพึ่ง Taxi อีกคัน ซึ่งดูเหมือนจะดี พาไป Love motel 5555 Taxi ทีดูเหมือนว่าดี ดันจีบกรูซะงั้นไล่เพื่อนอิช้านลง
บอกช้านว่า อิบุน อิบบุน ??? ตอนแรกก้องง .. อารัยวะ อิบบุน ... แล้วมันก้อพูดออกมาว่า บิว ตี้ พู้.. (โคะ !!ควรจะดีใจดีปะเนี่ย) พยายามชวนตรูไปกินข้าวอิก
T_T รีบลงจากรถแทยไม่ทัน (ไม่น่าไปคุยภาษาเกาหลีกะมันเร้ย)

ทีมงานไปสำรวจมาแร้ว พบว่าสะดวกสบาย และสะอาดกว่า ที่เราพักที่ไทเปกันซะอีก เลยตกลงใจเช่าที่นี่อยู่
โอ้ว ชุด Anna Sui เรยทีเดียว ไปชมรูปกันเรย อุปกรณ์ทุกอย่าพร้อม ขนาดชุดฮันบกกะผ้าเตี่ยวยังมี 555 แถม hi-speed internet และ Screen จอยักษ์พร้อมหนังโป้ให้ดู 5555



ในที่สุดข้าวมื้อแรกในเกาหลีก้อ ได้ชิม ทักคาลบี้ หรือ ไก่ผัดซอส นะเอง คนที่นี่เค้านิยมกินกะ โซจู ซึ่งเพื่อนป่านก้อไปหยิบมาโดยมะถาม อึ้ก กินเข้าไป ... เป็นงัยหล่ะ มึน ... เหล้าขาวดีๆนี่เอง
หลักการกินนะคร้า..ห้ามกลืมถูกลิ้น ให้ซัดลงคอเรย แล้วมันจะนุ่มๆหอมๆที่คอ ถ้ากินโดนลิ้น..จบข่าวกินยังงัยก้อไม่อาหร่อย ^____^



วันนี้สายอีกเช่นเคย พลาดรถบัสเที่ยวแรก ต้องรออีกชะโมงกว่าๆ ทุกคนง่วงกันมากมาย หลับกันหมด รุ่ตัวกันอีกที กระเป๋าใบโตๆของไอ่แฟร์หายไปเมื่อไหร่ก้อไม่รุ่




ที่แย่กว่านั้น ... กว่าจะตาม ตำรวจได้ เล่นเอามือเมื่อยทีเดียว ขอร้องหล่ะ ช่วยส่งใครก้อได้ที่พูดภาษาอังกฤษมาให้นู๋ทีได้ป่าว T_T



ไหนจะต้องแบกหน้าไปพูดภาษาใบ้กะคนขายตั๋วให้เค้าเลื่อนตั๋วให้อีก นี่ถ้าเป็นเมืองไทยนะ ขึ้นรถไม่ทันก้อช่าง...เรื่องของแก
(ที่นี่ อาจจะขี้เกียจพูดกะ กะเหรี่ยงอย่างช้านก้อได้ เรยเลื่อนตั๋วให้ไม่จำกัดเวลา 555)

หลังจากคุยอยู่นาน กว่าจะได้ขึ้นรถรอบต่อไปก้อ เก้าโมงเข้าไปแร้ว นั่งจนเมื่อยตุ้ม ในที่สุดก้อถึง Sokcho ซะที
แต่ความโชคร้ายยังไม่จบ ว่าจะขึ้น Taxi ไปหาซาชิมิสดๆแถวนั้นหม่ำซะหน่อย แต่พี่แทกซี่ดันเข้าใจผิด บอกว่า ให้เดินไป ใกล้ๆเอง T_T
เดินลากกระเป๋า แครกๆๆๆ อยู่หลายกิโล ท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็นและลมที่พัดแรงจัด หิวก้อหิว แถมมีญี่ปุ่นบ้าสองคน มายุ่งด้วยอีก พูดอังกฤษก้อไม่ได้
เพื่อไร ฟระ >_<"



โอ้ว ซาชิมิที่รอคอย สุดจะเอื้อม ราคา 190,000 วอน ... กรูขอกินอย่างอื่นดีก่ามะ สรุปสั่งซุปปลาตัวบะเริ่ม พร้อมปลาซาบะย่าง กะชุดเซ็ตกิมจิเล็กๆอีกสิบจาน ในราคา 44,000 วอน
จัดได้ว่าถูกและอร่อยมาก

ได้เวลาไป Mt.Soraksan แล้ว คิคิ ทุ่งดอกซากุระบานสะพรั่งข้างทางน่าลงไปเดินมาก ติดที่มารบบัสนะเนี่ย ไม่รุ่ว่าลงแล้วจะได้ขึ้นมารึเป่า ไม่เปงรัยๆข้างบนคงสวยไม่แพ้กัน



ระหว่างทาง ดิช้านได้เป็น miss world ด้วย 555 งง อะดี้..งงเหมือนกาน ก้ออยู่ๆคนขับรถบัสก้อทำตูกลุ้มใจ อายเค้าทั้งคันรถ ส่งภาษามืออะไรก้อมะรุ่
พอเราไม่เข้าใจเอามากๆ ก้อบอกว่า you!! w-o-r-l-d ? M-I-S-S....
Miss world เนี่ยนะ กร๊ากกกกกกกก!!!! อยากจะหัวเราะออกมาเปงภาษาเกาหลี คิดได้งัยเนี่ย 5555 แต่ลึกๆก้อชอบอยู่นะ ถ้าไม่ใช่ บิว ตี้ พูล~~ 555

ถึงตอนนี้ เริ่มเชื่อแระ ที่เค้าบอกว่า สเปคเกาหลี ญี่ปุ่น เนี่ย 555 unbelievable งั้นขอให้มีหนุ่มเกาหลีหล่อๆมาจีบทีเถ้อะ คริคริ แต่มะเอา บิวตี้พู้ นะ 555

นี่เป็น ขนม Hot & Hit ของที่นี่ เดินผ่านไปผ่านมา ก้อมีคนถือกินอ้างหน้า หน้าตามันน่ากินๆๆ แต่..มันคือ แป้งอย่างหนาถึงหนามาก หุ้ม ฮอตดอก อันเล็กๆ กะข้าวโพดชุปน้ำเชื่อมปิ้ง



ต่อๆ ... แล้วก้อลงจากรถ ไปยัง locker นี่ก้อบ่ายสามจะครึ่งแล้ว ที่นี่เค้าให้เช่าได้ถึง ห้าโมง มีเวลา ชะโมงกว่าๆ จะเดินทันมั๊ยเนี่ย แต่ยังงัยก้อต้องทัน ใครอยากจะถือกระเป๋าแบกขึ้นเขาเล่า
แต่พอไปซื้อบัตร Cable Car ได้รอบ 16.30pm มา เอ้า แร้วจะทันได้งัยฟระ...T_T เฮ้ย งานนี้ หน้าตามีไว้ใช้ประโยชน์ ... ไม่ใช่ความสวยนะ เหอะๆๆ แต่

หน้ามึน !!~ เอาไว้ ถ้าเค้าทักมา ก้อทำเปงไม่รุ่เรื่อง ทั้งภาษาเกาหลี และ อังกฤษ เอาแบบกะเหรี่ยงไปเต็มๆเลย แล้วเราก้อรอดมาได้ 5555555


แต่...ขึ้นไป ไม่มีอารัยเร้ย...ส่งไอ่ป่านกะไอ่ออฟปีนเขาต่อไปบนยอดแทนแระกาน 555 ส่วนเรากะแฟร์ก้อไปตามเก็บรูปที่วัด ชินอึงชา แล้วก้อรีบกลับมารับกระเป๋า


ทุกสิ่งทุกอย่างรีบร้อนไปซะหมด...ตอนกลับเนี่ยวิ่งตามรสบัส เค้าเกือบมะรอ ต้องขึ้นบัสไปที่ซกโช แล้วต่อรถไปยังโซล ดีนะที่เจอคนไทยอีกคนที่เค้าเคยมาแล้ว เลยเกาะเค้า
แลับไปโซลเที่ยวนั้นเร้ย ไม่ต้องรอ..หลังจากสะเดาะเคราะห์กระเป๋าไอ่แฟร์แล้ว พวกเราทุกคนเลยสบายไปตามๆกัน ไม่มีตกรถ ไม่ตกระกำลำบากอีกต่อไป 555

นี่...ของอร่อย Walnut cake ไส้ถั่วแดงร้อนๆ เค้าขาย 200g = 2,000 วอน กรอบๆนุ่มๆ คิดแล้วอยากกินอีกจัง


ในที่สุดก้อถึง กรุงโซล ...เมืองในฝันของอิช้าน เย้ๆ เริ่มจากตะลุยตลาด Dongdaemun night market ตลาดเสื้อผ้าที่เปิด 24 ชะโมง ด้วยราคาที่ไม่แพงของเค้า
คล้ายๆประตูน้ำบ้านเรา แต่ design สวย ราคาเริ่มจาก 5,000 วอน ไปจนถึง 90,000 วอน ตาอิช้านลายเยิ้มไปหมด อยากได้จัดๆ แต่ต้องออมเงินไว้ก่อง เด๋วมะพอกลับบ้าน
ช๊อบตั้งแต่ห้าทุ่มถึงตีสี่


เริ่มจากวันพรุ่งนี้ พี่ชาย (oppa) ได้ส่งคนมาขับรถเที่ยวโซลให้คนนึง เราก้อเริ่มจาก ไปงาน Sakura Festival ที่ Yoido ต้นซากุระเรียงรายสวยงามมากมาย
ผู้คนมาเที่ยวเยอะมาก ทั้งคนท้องถิ่นเองและคณะทัวร์ ถือว่าทริปนี้ไปได้จังหวะพอเหมาะเลยทีเดียว เพราะเค้าว่ากันว่าซากุระเนี่ย บานแค่ 10 วันเท่านั้นช่วงต้นเดือนเมษายน


สถานที่ต่อไปก้อเป็นพระราชวันคยองบกกุง ที่ๆ ใครก้อตามถ้าไปโซลแล้วพลาดไม่ได้ เป็นพระราชวังใจกลางเมือง ที่สวยและใหญ่มาก เค้ามีแสดงขบวนทหารให้ดูด้วย ไปทันพอดี คริคริ
ข้างหลังวังเป็นภูเขา มีทะเลสาบตรงกลางเหมือนที่ในรูปถ่ายที่เราดูเลย อลังการงานสร้างจิงๆ







ตกบ่าย ก้อไปภูเขานัมซาน แต่หมดแรง เดินต่อมะไหว (สงสารแต่เฮีย ที่อุตส่าห์ฝ่าฟันรถติด ขึ้นมาถึงที่นี่ได้) พอมาถึง...ก็ หิวข้าวกัน นั่งเล่นชิวๆแถวๆนั้น แป๊บนึงให้หายเหนื่อย (มันเหนื่อยตรงไหนมะรุ่)

แล้วก้อลงมาเดินที่อินซาดง แหล่งศิลปะ โดยเฉพาะวันอาทิตย์ มีวัยรุ่นเยอะมากๆ ไปนั่งประดิษฐ์ของใช้ และ
ซื้อของ handmade เก๋ๆกลับบ้าน รวมทั้งของฝาก ที่เราขนกันมาฝากท่านเพื่อนๆทั้งหลาย...



แล้วก้อนั่งหม่ำข้าวเช้าเที่ยงเย็นที่นั่น (รวบมันมือเดียวซะ) เนื้อย่างเกาหลี อร่อยสุดๆ ใครไปอินซาดงก้ออย่าลืมไปแวะร้านนี้นะ อยู่ในตึกศิลปะชั้นล่าง





งานนี้อิช้านนั่งประดิษฐ์กระจกอยู่นาน น่าสงสาร พี่ที่เค้าพามา กะพนักงาน 555
กว่าจะเป็นรูปเป็นร่าง ดูรูปดิ ... ยังเละได้อีก T_T ไม่น่าเร้ย (15,000 วอน)




มืดแร้ว ก้อถึงคิว คลองชองเกชอน คลองนี้สวยมากมาย ตกแต่งประดับไปตอนกลางคืน มีน้ำตกอยู่ข้างหน้า ที่นี่วัยรุ่นชอบมาพลอดรักกัน เห็นแล้วตาร้อนด้วยความอิดฉา




แล้วก้อต้องไปแวะเมียงดง ย่านของกินและ shopping อีกที่ แต่ที่นี่ปิด สี่ทุ่มครึ่งนะ (ถ้าไปให้รีบไปไวๆ)

วันนี้หมดแค่นี้ ... พักที่ Seoul Backpacker เล็กกว่า love motel เมื่อคืนตั้งแยะ เนตมีก้อจริงแต่ต้องออกมาแย่งกันใช้ข้างนอก มีเครื่องเดียวอีกตะหาก
เลยไม่ได้ใช้เนต..มะเปงรัย

คราวนี้ตกรถไม่ได้แล้ว เพราะต้องนั่งรถไฟ hi-speed KTX ไปยังพูซาน (ไปหาพี่ชาย คริคริ) งานนี้ พี่เค้าเป็นห่วงมากตั้งแต่ทำกระเป๋าหาย
จัดคนพาเที่ยวให้ทันที ทั้งที่โซล พูซาน และเคียงจู เมืองเก่าแก่ที่สุด



มื้อเช้า Bulgoki แบบดั้งเดิม ร้านสมัยเด็กของ oppa อร่อยมากมาย พร้อมอาหารจานเล็กจานน้อยอีกหลายสิบจาน 555 อาจุนม่าก้อใจดี เติมเนื้อให้อีก อร่อยจิงๆ



จากนั้นพี่ก้อจัดคนพาเที่ยวเคียงจูมาให้ คนนี้ รุ่นเดียวกะพวกเรา ..เลยสนุก..
ที่แรกก้อวัด ฺBulkuksa เป็นวัดที่เก่าแก่มากๆ อยู่บนเขา ดูรุปกันเอาเองละกันนะ



ที่เคียงจูเนี่ย มีขนมชื่อดัง คือ เคียงจูบัน เป็นขนมเปี๊ยะใส้ถั่วแดง เนื้อนุ่มๆ คู่กะ ถั่วแดงไม่หวานมาก อร่อยกันอย่างลงตัว

และมีดอก cherry blossom สีชมพูเต็มไปหมด ส่วนซากุระนั้นร่วงไปหมดแร้ว เพราะที่นี่เริ่มจะหมดหนาวแร้ว

....เสียดายที่สุด เพราะ ดงซากุระที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่นี่ สังเกตต้นไม้สีเขียวๆที่เราถ่ายรูปมาดิ แหมถ้ามันยังไม่ร่วงนี่นะ
แหล่ม!!!






ปะ..ได้เวลาทานข้าวเที่ยงแร้ว วันนี้ Antony คนนำเที่ยวของเรา ถามว่าอยากหม่ำอารัย ดิช้านเรยสนองซ๊า...จาจังเมียน งะ ยังมะได้หม่ำเร้ย

เค้าก้อถามว่า Are you sure to have only Jajanmyeon? Yes!!! และแล้ว อาหารจานโคดโต สามสี่จานก้อวางอยู่ข้างหน้า
ใครจะกินหมดฟระ เล่นสั่งมาอย่างงี้ (เค้าบอกว่าปกติเนี่ยจานนึงเค้ากินกันสองคน นี่มากันสี่คนก้อต้องสั่งสองจาน) จานที่ว่าของมันเนี่ย ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างพวกเรากินกันได้ 6 คน



ดูซะ ... เหลือบานตะไท หน้าแต่ละคน 555 บ่งบอกถึง ความม่ายไหวแร้ว......สิ่งที่วางข้างหน้า นั้นมีไก่ป๊อบ ราดซอสเปรี้ยวหวาน คล้ายอาหารจีน แต่อร่อยดีนะ
ส่วนที่เป็นก๋วยเตียวซ๊อสแดงๆนั่นก้ออร่อย

เสร็จแร้วก้อไปรีสอร์ท อะไรซักอย่างจำชื่อไม่ได้ มีบอลลูนให้ลูกทัวร์ขึ้น ... แต่..เรามะขึ้น ไปที่อื่นกานดีก่า




ป้อมชอมซองแด กะดงดอกไม้จิ่วๆสีเหลืองน่ารักมากมาย..^__^ โรแมนติกสุดๆ





ส่วนบริเวณนี้ เป็นแหล่ง Shopping ของที่ระลึกต่างๆ รวมถึง Gyeongju bung ที่ขึ้นชื่อนี่ด้วย



จากนั้นก้อไปชมวิวเมืองพูซาน ที่ Bridge สวยมากมาย แล้วพี่ชายก้อพาไปกินเนื้อย่างอีกแร้ว หมูสามชั้น กะ เนื้อย่าง ทานคู่กะ Plum wine เข้ากั้นเข้ากัน คิคิ
มึนครับ...ฝนเริ่มตก พี่เข้าโหมดชิวๆ เรยไปกินพับพิ่งซู หรือ น้ำแข็งใสถั่วแดง ริมน้ำ รับลมและฝน ตรงช้าม Bridge สวยที่สู้ด....





จากนั้นก้อร้านเนื้อย่างดั้งเดิมอีกแร้วคับท่านผู้ชม แบบว่า ไม่กระทะนึงเป็นหมูสามชั้นย่าง กะอีกอันเป็นเนื้อย่าง

คิดแล้วน้ำลายสอขึ้นมาอีก อร่อยดีจัง วิธีทานเนื้อย่างของที่นี่เค้าจะเอาผักสลัดมาห่อหมูที่ย่างแล้ว ใส่กิมจิ หรือ น้ำพริก ต่างๆ

มีแบบว่าเอากิมจิมาย่างด้วย อร่อยไปอีกแบบ



คนเกาหลีเค้านิยมย่างให้สาวๆหม่ำ นี่พวกพราไม่ต้องแม้แต่จะคีบมาที่จาน เนื้อต่างๆมันก้อมากองอยู่ตรงหน้า คริคริ

เมื้อนี้แทบคลานกลับบ้าน ...

ฝนเริ่มตกลงมา พี่เราก้อติสสคร้า...อยากกินเบียร์กลางสายฝน ส่วนเราก้ออยากตบท้ายด้วยไอติม

เค้าก็เลยพาไปนั่งกินร้านนึง อยู่ตรงข้ามกะ Bridge....Romantic มากมาย

ดูด้วยไอติมๆ เค้าเรียกว่า PuppingZu หรือน้ำแข็งใสใส่เครื่องถั่วแดงต่างๆ ถ้วยนึงใหญ่มาก ต้องกินกันสองคน (ยังจะไม่หมด)



จิงๆอยากต่อด้วยผับ แต่ว่า ... พี่ไม่แนะนำเพราะเป็นวันจันทร์ ไม่ค่อยมีใครเที่ยว อีกอย่าง เค้าว่า ผับที่เกาหลี แตกต่างจากไทยนะ
ตรงที่ เค้าไม่ค่อยนิยมไปเต้นสนุกๆกัน ประเด็นหลักคือหาคนคู่กาย 555

ส่วนเพื่อนพี่แก ตามมาทีหลัง ตอนแรกนึกว่าเมาดิบ ที่ไหนได้เค้าเพิ่งกินเหล้ากะเพื่อนมา พอมาถึง คุยๆขำๆได้แว้ปเดียว สลบไปเรย



จากนั้นพี่ก้อจัดให้ชุดใหญ่ พาซิ่งรถเที่ยวรอบพูซาน รู้สึกยังกะเหาะแหน่ะ 5555

(ปล. ทริปนี้ ฟรี!!! ตลอดรายการ หุหุ รวมทั้งที่พักสุดหรู ริมทะเล) เสียอย่างเดียว original culture ต้องนอนพื้นอุ่นๆ แต่นอนกันเป็นตาย




ตื่นมาก้อไปเดินเล่นริมทะเล ที่นี่มีเด็กๆมาเล่นเต็มเลย คุณครูพามา น่ารักดีเนาะ...ขอลดวัยไปเล่นด้วยคนน๊า..คิคิ





หลังจากเล่นกันเหนื่อยแระ ไปหาอะไรหม่ำกัน จะได้กลับ โซล (จิงๆมะอยากกลับเร้ย...)

จบทริปที่พูซาน อย่างเป็นปลื้ม ก้อกลับโซล แต่ก่อนกลับ แวะกิน dokbokki original หน้า bus termimal ก่อง ผ่านรถขาย Strawberry น่ากินสุดๆ
พี่เรยสอยมาให้ถาดนึง ถาดละ 5000 วอน อร่อยเหาะ จิงๆ ละลายในปาก และหวานมากมาย

ใครไปห้ามพลาดเด็ดขาด (ซื้อตามรถเท่านั้นนะ พี่บอกว่า ถ้ากินตามที่เค้าขายแบบ pack มันไม่สด และไม่อร่อยเท่า)



YO!!! KTX to Seoul 3 hours เท่านั้น....แล้วเราก้อกลับมายังโซล

ภาพถ่ายข้างหน้า Busan Terminal



แวะตลาดนัมแดมุน ซื้อของฝาก พวกสาหร่าย กะกิมจิ ที่นี่เราว่าแพงนะ ทั้งๆที่พี่บอกแล้วว่าให้ไปซื้อที่ Lotte mart หรือ supermarket นั้นอ่ะ ถูกกว่ามากมาย แต่...
ด้วยความอยากเดินดูว่ามันเป็นยังงัย พวกเราก้อหอบสังขารมาเดินเล่นกัน ^_^ เหมามาทั้งตลาด หุหุ



รูปข้างล่างนี้ คืออะไรก็ไม่รู้หน้าตาน่ากลัวมาก แต่เราก็เห็นเค้านิยมกินกัน ตั้งแต่ Sokcho แล้ว ... ใครรู้บอกทีนะ

ส่วนซุ้มข้างล่างเนี่ย คอหนังเกาหลีไม่บอกก็คงรู้อยู่แล้ว ว่าคือซุ้มโซจู (ยังไม่มีโอกาสได้นั่งเลยอ่ะ)



ตบท้ายด้วย ซัมเกทัง หรือ ไก่ตุ๋นโสม รสชาติประหลาดๆ เค้าเอาไวน์โสมมาให้ดื่มคู่กันด้วย รสชาติ แบบว่า นู๋อยากอ้วก ~~~ T_T ไม่มีอะไรอร่อยก่านี้แร้วเหรอเนี่ย
แล้วก้อมีเป็ดย่างทานคู่กะ custard และ วาซาบิผัดหอม?? อร่อยดี อีกอันก้อเป็นไก่ผัดซอสเปรี้ยวหวาน อันนี้ work สุด แต่ก้อสุ้ไก่ป๊อบบนเขาไม่ได้



ณ เวลานี้ ทุกคนเริ่มเอียน กิมจิ ไปแร้ว แถมมีน้ำพริกอันนึง รสชาติเหมือนปลาร้า บ้านเราด้วย ...โอ้ว ... อยากกินส้มตำ 555

ตอนนี้ต้องแยกวงแร้ว เนื่องจากเพื่อนชายดิช้านสมัยที่เคยเรียนภาษาด้วยกันที่เมลเบริน เมลมาหาพอดี เรยต้องไปเจอกัน ส่วนเพื่อนๆก้อแยกไปตกระกำลำบาทที่ Seoul Tower ไว้จะมาเล่าให้ฟัง
เห็นเพื่อนบอกว่า ไปตอนกลางคืนขาไปก้อดีอ่ะนะ เพราะรถ Taxi เริ่มต้นปกติ 1,800 แต่ขากลับ คือมันดึกอ่ะนะ รถมันไม่ค่อยขึ้นไป ดังนั้น Taxi ที่รอๆอยู่ก้อกะฟันทั้งนั้น ตั้งเหมามิเตอร์เริ่มต้นที่ 20,000 วอน
แพงมากๆๆๆ เพื่อนสาวก้อเลยพากันเดินลงจากเขา มาขึ้น 10,000 แทน



ส่วนเรา นัดเพื่อนที่เมียงดง วันนี้มี concert ของวง Big Bang มาด้วย จิงๆอิช้านก้อม่ายรู่จักหรอกนะ แต่ว่าคุ้นๆว่าเพลงนี้เหมือนฟังบนรถ Antony เมื่อวันก่อน
กลับมารู้และว่าคือเพลง Haru Haru เพลงแนวดี K-Pop แถมเต้นเก่งอีกตะหาก

เดินซื้อของพวก Laneige เนี่ยซื้อในร้านเหมือน Boot/Watson เนี่ยถูกกว่า shop อีก แถมมีของแถมตรึม เราเรยสอยมาซะเยอะเชียว 555

ในที่สุดก้อได้กิน ถั่วแดง ชาเขียว หรือที่เค้าเรียกว่า พัพพิ่งซู Pupping Zu ที่คาดหวังไว้ อร่อยมากๆๆๆๆๆ ที่เมียงดง ราคา 15,000 วอน ห้ามพลาดนะ ในจานมีถั่วแดงกวนพูนๆเยอะมาก
แล้วก้อมี rice cake สอดใส้ถั่วแดง ตักลงไปเป็น Green Tea milk shake น้ำเข็งใสปั่น แล้วก้อไอติมชาเขียว ลึกลงไปอีก กัดเจอ ถั่ว Mccademia และพุทราเชื่อม กะถั่วแดงเม็ดๆ
โอ้ย..อยากกินอีกๆๆ

ตบท้ายด้วย Krispycream Donut ที่แถวยาวมากๆๆๆๆๆๆๆ แต่ อร่อยเหาะ สมคำร่ำลือ แบบว่าเนื้อโดนัทแทบละลายในปาก ^_^




คืนนี้ ติดใจนอนที่ motel อีกแร้ว ทีนี่อยู่ใกล้ Seoul Station มาก ตรงทางขึ้น Exit 3 สะดวกที่สุด ยกเว้นไฟของห้อง โอ้ว สีแบบว่า อย่างว่ามาก ปวดตาโครด...แต่ก้อสบายกว่า Backpacker อ่ะนะ
ราคาคืนละ 60,000 วอน ต่อ 4 คน ก้อโอเคอ่ะนะ




ดึกๆ ดูละครอยู่ดีๆ ก้อมีหนังโผล่มา เป็นเกาะนามิ ที่ๆไปมานั่นเอง ซักพักก้อมีผู้หญิงหน้าตาน่ารักมาวิ่ง แต่ไหง ใส่สั้นขนาดน้าน ซักพัก มีคนมาฉุดเข้าข้างทาง xxxx เซนเซอร์ เปลี่ยนช่องแทบไม่ทัน
ข้อดูของที่นี่คือ ใกล้ subway มาก มีของให้ครบทุกอย่าง โลชั่น แปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัว แถมห้องน้ำกว้างมากมาย ครึ่งนึงของห้องนอนได้เลย และที่สำคัญ มี internet และคอมให้ใช้ในห้อง
แย่ตรงที่ไฟ วาบหวามนี่สิ อยู่นานๆแล้วถึงกับมึน 555

ได้เวลากลับกรุงเทพบ้านเรา T_T ยังมะอยากกลับเรยง่า ...ติดใจเกาหลี ตอนนี้ชักพูดได้แร้ว ขนาดคนเกาหลียังบอกเรยว่าสำเนียงผ่าน คริคริ

ขากลับได้นั่ง สายการบินของเกาหลีด้วย ^_^ ...แอบดีใจ แต่..มารู้ทีหลังว่า สายการบินจีนที่คิดว่าแย่...ของเกาหลีแย่ก่า ที่นั่งแคบกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น อาหาร...ไม่ไหวๆๆ ของ CI ให้หรูกว่าเห็นๆ ดูรูปดิ มีทั้งของคาวของหวาน อาหารก้ออาหร่อย

ของเกาหลี เป็น ไก่ตุ่นโสม แงๆๆ อีกแร้ว (ไม่หร่อย) กะ อีกอย่างเป็นหมูทอด เทียบกะของสายการบินจีน เป็น pasta อย่างแหล่ม มีสลัดกุ้ง แล้วก้อของหวาน ผลไม้ หนมปัง

ปล.ที่ไหนก้อสู้ Thai airway มะด้าย >_<



บะบาย เจอกันทริปหน้านะ ส่วนรูป ยังมีอีกตรึม ไว้จะเอาส่วนเก็บตกมาลงใหม่

แถมๆๆ อันนี้ ถ้าอยากดูรูปแบบ Art Art อาร์ตสุดๆ
More photos..."Click" คลิกโลด by Fair




 

Create Date : 24 เมษายน 2552    
Last Update : 18 มิถุนายน 2554 15:12:18 น.
Counter : 1747 Pageviews.  


prim_pm
Location :
Seoul Korea

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Welcome to -->
โลกแห่งการกิน 555 ไม่ใช่ๆ มันคือ Diary ตะหาก
&gblog

ไปเที่ยวกับเรามั๊ย?
:: New Updated ::
+Korea-Taipei Trip

+Beijing China trip

+Melboune&Sydney

+สนามไดร์ฟกอล์ฟ
สีชมพูของเรา


+สรุป Diary Australia
:: ใครชอบชุดลูกไม้ระบายโบว์เหมือนเราบ้าง? ::

:: มองหาชุดเก๋ๆอยู่รึป่าว ::

:: ชุดคู่รัก Pre-wedding เก๋ๆ ::

:: เสื้อกันหนาว/Jacket มั๊ย ::

:: Family Set Korean Style ::

:: ชุดเด็กสไตล์เกาหลี ::

:: เสื้อผ้าผู้ชายสไตล์เกาหลี :: กระเป๋าแนวเกาหลี

Google

MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
New Comments
Friends' blogs
[Add prim_pm's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.