อยู่เพือเรียนรู้ และไปให้ถึงที่สุด

Group Blog
 
All blogs
 

ทิปสู่ผมสวยสุขภาพดี

ผมสวยสุขภาพดีเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็อยากได้ใช่ไหมล่ะคะ

1. ไม่ว่าคุณจะไว้ผมทรงใดก็ตามสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมคุณดูเข้าทรง และสุขภาพดีอยู่เสมอคือการเล็มปลายผม ให้ไปเล็มผมทุก ๆ 4 - 10 สัปดาห์ หรือเมื่อพบว่าปลายผมเริ่มเรียวเล็กลงหรือแตกปลาย การเล็มผมจะทำให้ผมได้รับสารบำรุงที่พอดีและมีน้ำหนักมากขึ้นด้วย

2. การใส่น้ำมันเคลือบผมหลังการเซ็ททรงจะช่วยให้เส้นผมดูมีสุขภาพขึ้น ถ้าผมของคุณดูแห้งกรอบก็ให้หยดเซรั่มลงไปหลังการเซ็ททรง จะช่วยให้ผมคุณเงางามยิ่งขึ้น แต่แนะนำว่าให้ใส่แต่ส่วนปลายผม เพราะถ้าใส่ใกล้โคนผมจะทำให้ผมลีบแบนและผมมันได้

3. เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม สูตรที่ทำให้เส้นผมเงางามโดยเฉพาะ เพราะเป็นวิธีลัดสู่ผมสวยแบบรวดเร็วค่ะ

4. ไม่แปรงผมขณะเปียกเด็ดขาด เพราะผมเปียกจะเปราะบางและขาดหักง่าย ที่สุดแล้วจะทำให้เส้นผมอ่อนแอและไม่ได้ทรง ทางที่ดีให้ใช้หวีไม้ซี่ห่าง ๆ ค่อย ๆ สางผมจากปลายผมไล่ขึ้นไปข้างบนจะดีกว่าค่ะ

5. มองหาผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูเส้นผมที่มีส่วนผสมของน้ำมันดอกทานตะวันและว่านหางจระเข้ มาใส่ก่อนการสระผม โดยหวีให้ซึมซับเข้าสู่เส้นผมประมาณ 3 นาทีเป็นอย่างน้อย เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูเส้นผมได้ล้ำลึก จากภายในสู่ภายนอกเลยทีเดียว

6. ถ้าคุณชอบสระผมพร้อม ๆ กับการอาบน้ำไปด้วย ขอบอกว่าให้ล้างผมด้วยน้ำสะอาดจากฝักบัวไปเรื่อย ๆ ดีกว่าการตักน้ำราดศีรษะ เพราะจะทำให้ชะล้างได้ไม่สะอาดเพียงพอ แถมยังอาจทิ้งสารตกค้างที่ตกตะกอนอยู่ในอ่างน้ำบนเส้นผมเราได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นที่มาของปัญหาเส้นผมได้ในที่สุดค่ะ

7. การรวบมัดผมไว้ด้านหลังตลอดวันทุกวัน มีผลให้เส้นผมอ่อนแอ และมีแนวโน้มที่จะขาดง่ายอีกด้วย ดังนั้น ถ้าไม่จำเป็นก็ปล่อยผมไปตามธรรมชาติดีกว่าค่ะ แต่ถ้ารำคาญมาก ๆ ให้ใช้ที่หนีบผมหนีบไว้แบบหลวม ๆ ดีกว่าการรัดด้วยยาง หรือไม่ก็ตัดผมสั้นไปเลยค่ะ

8. ถ้าผมของคุณต้องโดนความร้อนจากการเป่าไดร์บ่อย ๆ ก็ควรใส่น้ำมันปกป้องเส้นผมจากความร้อนก่อนไดร์ผมทุกครั้ง แล้วยิ่งใครที่ชอบรีดผม ก็ควรใส่ผลิตภัณฑ์กันความร้อนสำหรับการรีดผมโดยเฉพาะนะคะ

9. วิตามินบีและซีเป็นสารอาหารจำเป็นต่อเส้นผม ดังนั้นจึงต้องพยายามทานอาหารประเภทผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ ให้มาก ๆ เข้าไว้นะคะ

10. หมักผมด้วยคอนดิชั่นเนอร์สูตรเร่งรัด (Intensive Conditioner) อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง หรือมากกว่านั้น ถ้าผมคุณแห้งมากค่อย ๆ นวดจากรากผมสู่ปลายและปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีเป็นอย่างน้อยแล้วค่อยล้างออก หรือถ้าจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ให้นำผ้าเช็ดตัวชุบน้ำอุ่นบิดพอหมาด ๆ มาโพกศีรษะไว้ขณะหมักผม จะช่วยให้เกล็ดผมเปิดรับสารบำรุงได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

11. พยายามปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติบ่อยครั้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายเส้นผมจากความร้อนของไดร์ แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้ไดร์เป่าแห้ง ก็ให้ใช้ลมเย็นดีกว่า อาจต้องเสียเวลาหน่อยกว่าผมจะแห้ง แต่ก็ดีกว่าทำให้ผมเสียไม่ใช่เหรอคะ

12. ใครที่ผมบาง ผมเส้นเล็ก หรืออ่อนแอ ขาดง่าย สามารถแก้ไขได้โดยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่บ่งบอกว่าช่วยฟื้นฟูและสร้างผมใหม่จากโครงสร้างเส้นผม และใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหลักเป็นวิตามินบี 5 จะทำให้เส้นผมแข็งแรงและดกหนายิ่งขึ้นได้

13. หวีและแปรงสกปรกเป็นที่มาของผมเสีย ผมมัน และผมสกปรก จัดทรงยาก ดังนั้น การล้างหวีเป็นประจำจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ควรล้างหวีสัปดาห์ละครั้งด้วยการขูดเส้นผมที่ติดอยู่ที่หวีออก แล้วนำไปแช่น้ำแชมพูผสมน้ำอุ่น อาจใช้แปรงมาขัดก็ได้เพื่อความสะอาดยิ่งขึ้น จากนั้น นำไปตากให้แห้งโดยธรรมชาติ

14. เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมที่บ่งว่าสามารถป้องกันรังสี UV ได้ เพราะรังสี UV นี้จะทำให้เส้นผมแห้งและกัดให้สีผมอ่อนลงได้ ดังนั้น จึงควรใส่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทุกวันที่ต้องออกแดด โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่อากาศแห้งและฟ้าเปิด แต่ถ้าไม่รู้ว่าผลิตภัณฑ์อันไหนที่ช่วยปกป้องได้ ก็ให้เลือกที่มีส่วนผสมของชาเชียวไว้ก็ได้ค่ะ

15. เหล่ามลภาวะอย่างควันพิษในถนนหรือควันบุหรี่ เป็นตัวการทำลายเส้นผมให้เยินดูไม่มีชีวิตชีวา ดังนั้น ใครที่มีภาวะเสี่ยงในสภาพแวดล้อมอย่างนี้ แนะนำให้เลือกใช้แชมพูที่บ่งว่า Clarifying อาทิตย์ละครั้งหรือมากกว่านั้น จะทำให้เส้นผมสะอาดและจัดทรงได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ

16. ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะน้ำจะเข้าไปขับไล่ของเสียที่สั่งสมอยู่ในร่างกายออกไป ถ้าคุณไม่สะดวกตามคำแนะนำนี้ ให้วางขวดน้ำสะอาดไว้ใกล้ตัวเสมอ และดื่มทุกครั้งที่มองเห็นมัน รับรองว่าจะเห็นผลเร็วทันใจแบบไม่เกินอาทิตย์ ผมคุณจะเงางามมีสุขภาพดี แถมผิวพรรณก็จะกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย

17. จัดผมให้เข้าที่เข้าทางด้วยการหยดเซรั่มสักหยด ลูบบริเวณปลายผมเพื่ออำพรางการแตกปลาย แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการฟื้นฟูผมจริง ๆ ก็ตาม แต่จะทำให้เส้นผมเป็นระเบียบมีน้ำหนักและดูสุขภาพดี ได้อย่างน่าอัศจรรย์เชียวล่ะ

18. พยายามนวดหนังศีรษะทุกวันเพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนเลือด และทำให้ผมสุขภาพดีขึ้น แถมบางตำรายังบอกว่าจะช่วยกระตุ้นให้ผมขึ้นเร็ว เร็วกว่าปกติด้วยนะ

19. จะว่าไปแล้วเรื่องผมร่วงเป็นเรื่องธรรมชาติของทุก ๆ คนแต่ใครเกิดร่วงผิดปกติแล้ว ทางที่ดีควรไปปรึกษาแพทย์ค่ะ บางทีอาจเกิดจากความผิดปกติภายในร่างกายก็ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อกันเหมือนหยินกับหยาง ดังนั้น ถ้าเกิดความผิดปกติกับเส้นผมก็ควรระวังไว้บ้างก็ดีนะคะ

20. ถ้าคุณรู้สึกว่าระหว่างวันเส้นผมแห้งไม่สดใสแวววาว ให้พกสเปรย์น้ำมันเล็ก ๆ สักขวดไว้คิดกระเป๋าคอยลูบเวลาที่ต้องการให้ผมดูดี แล้วทีนี้ผมของคุณก็จะกลับมามีมนต์เสน่ห์อีกครั้ง!

21. ทรีทเมนท์ออยเประเภทแค็ปซูลช่วยให้สุขภาพผมดีขึ้นได้จริง เพราะจะทำให้ผมเงางามและจัดทรงง่าย ถ้าใครรู้ตัวว่าผมแห้งและต้องการความชุ่มชื้นก็ไปหามาใช้ซะนะ

22. ใครผมร่วง ผมขาดง่าย จนดูผมบางและสุขภาพไม่ดี ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้วอลลุ่มแก่เส้นผม และช่วยกระตุ้นรากผมให้ผมเกิดใหม่ โดยทุกครั้งที่ไดร์ผมให้ใส่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก่อนที่โคนผม รับรองว่าเห็นผลแน่นอน

23. ผมเปราะ ผมขาด และผมแห้ง บางทีอาจเกิดจากการขาดไขมันในร่างกายเพราะการลดความอ้วนก็ได้ สาวไดเอ็ตจึงต้องทานน้ำมันจากปลา อย่างพวกปลาแม็คเคอเรียล ปลาทูน่า ปลาแซลมอน อย่างน้อย 3 - 4 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ ให้ทานอโวคาโดทุกวัน วันละครึ่งผล จะได้เข้าไปทดแทนสารอาหารที่ขาดไป คราวนี้ผมก็สวย หุ่นก็ดีด้วยล่ะค่ะ

24. การลดความอ้วน อาจทำให้เราขาดธาตุที่จำเป็นต่อเส้นผมอย่างสังกะสีและเหล็ก เหล่านี้มีผลให้ผมร่วงและสุขภาพไม่ดี แหล่งอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล่านี้ได้แก่ เนื้อแดง ผัก ใบเขียว และพวกธัญพืชทั้งหลายค่ะ

25. ส่วนใครที่วุ่นวายใจกับปัญหาผมมัน ก็อย่าไปกระตุ้นต่อมน้ำมันบริเวณหนังศีรษะ ด้วยการไม่เกาศีรษะแรง ๆ หรือนวดแรง ๆ เวลาสระผม และเลือกใช้หวีไม้หรือนิ้วมือดีกว่าแปรงต่าง ๆ ในการจัดทรงผม

26. เรื่องของอาหารการกินก็ช่วยให้ผมสวยได้เหมือนกัน ควรเลือกทานอาหารประเภทโปรตีนอย่างเนื้อ ไข่ ชีส แต่ใครไม่อยากอ้วนก็เลือกประเภท ปลา ถั่ว จะดีกว่า

27. ซิลิกอนเป็นธาตุสำคัญที่จะทำให้เส้นผมเงางาม ซึ่งประกอบอยู่ในอาหารผม ดังนั้นจึงควรใส่อาหารผมทุกวัน วันละหยดจะช่วยให้เส้นผมเงางาม หนาขึ้น และเหยียดตรงด้วยค่ะ

28. เลิกเป่าผมด้วยการส่ายไดร์ไปมา จนทั่วศีรษะ แล้วเปลี่ยนเป็นค่อย ๆ เป่าเป็นช่อ ๆ ไล่ลงไปตามแนวความยาวของเส้นผม วิธีนี้จะทำให้ผมเรียบไม่ชี้ฟูและดูเงางามค่ะ

29. ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมแต่ละชนิดจะเวิร์คกับสภาพผมที่ต่างกัน เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่าเพื่อนของคุณใช้ยี่ห้อนี้ดีแล้วคุณจะดีด้วย ทางที่ดีควรศึกษาสภาพเส้นผมตัวเอง และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผมตัวเองจริง ๆ

30. ท้ายที่สุดสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือ ควรรักเส้นผมของเราตามที่ธรรมชาติให้มาจะดีที่สุด ไม่ต้องพยายามไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผมด้วยการยืดหรือดัด ใครผมหยิกก็ใส่น้ำมันจัดทรงให้ผมไม่พองฟู ส่วนสาวผมตรงก็หมั่นลูบน้ำมันให้ผมเรียบและเงางามก็พอแล้วค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก Hair & Beauty




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2554 14:33:29 น.
Counter : 382 Pageviews.  

พ.

โดย….ภญ.อรุณวรรณ วัฒนพงศ์ชาติ (โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี)

ทุกบ่ายของวันพุธเป็นวันคลินิกพบเพื่อน (คลินิกรับยาต้านไวรัส) ของรพ. วันนี้ก็เหมือนเช่นทุกๆอาทิตย์ที่ต้องเตรียมกำลังทั้งกายและใจให้พร้อมเพื่อที่จะเริ่มการทำงาน หมายเลข…

เสียงเรียกจากเภสัชกรที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาประจำคลินิก
ชายไทยรูปร่างผอมสูง
ผิวคล้ำ ท่าทางอิดโรย ไม่มีเรี่ยวแรง คนหนึ่งเดินเข้ามานั่งหน้าโต๊ะให้คำปรึกษา “สวัสดีคะ ชื่อคุณอะไรคะ”
คำถามพื้นฐานอันดับแรกของเภสัชกร พร้อมกับการกวาดสายตาดูประวัติในหน้าชื่อของเขาถูกพิมพ์คำนำหน้าไว้ว่า นช.พ….พร้อมกับมีรอยขีดฆ่าด้วยปากกาแต่ยังสามารถอ่านออกได้ว่าเคยพิมพ์ไว้ว่าอะไร ช่างเป็นการประทับตราอย่างไม่ได้ตั้งใจไว้ให้กับเขาเสียเหลือเกิน “ผมชื่อ พ…ครับ”
“วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่า”
คำถามพื้นฐานอันดับสอง
พร้อมกับความคิดลำดับต่อมาว่า
อ้าว ขาดยาไปตั้งหลายเดือนนี่นาทำไมถึงขาดยาก็พร่ำบอกกันอยู่ทุกครั้งแล้วว่าอย่าขาดยา
“ผมขาดยาไปประมาณ 4 เดือน ตอนอยู่ในเรือนจำเจ้าหน้าที่มารับยาให้ได้กินยาตลอด
แต่พอพ้นโทษ ญาติเอาชื่อไปเข้าในทะเบียนบ้านของเขา
แต่ไม่ได้อยู่ที่เพชรบุรีเลยไม่มีสิทธิบัตรที่นี่มารับยาไม่ได้ วันนี้จัดการเรื่องสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้วก็เลยมาขอรับยาต่อ”
เฮ้อปัญหาโลกแตกมาอีกแล้ว “เดี๋ยวเดินไปยื่นบัตรที่โต๊ะด้านหลังนะแล้วก็รอพบหมอกอ่นเสร็จแล้วค่อยมารับยา ได้ยาไปแล้วก็กินยาเหมือนเดิมวันละ 2 ครั้ง กินให้ตรงเวลานะ แล้วมีปัญหาอะไรก็มาบอกที่คลินิกอย่าหนีหายไปเฉยๆ” แล้วเขาก็จากฉันไป……


… ส่วนฉันก็เริ่มเรียกคนไข้คนถัดไป

ถัดจากนั้นมาได้ประมาณ 2 สัปดาห์คุณพ…..มานอนโรงพยาบาลด้วยอาการ ขาอ่อนแรง เดินไม่ไหว ฉันได้รับรู้ข้อมูลนี้พี่เภสัชกรประจำหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย ซึ่งพี่เภสัชกรได้ปรึกษากับคุณหมอให้เปลี่ยนยาของเขาจากที่เคยรับประทาน lastavirและEFV เป็น zilavir และ EFVคุณ พ….ได้นอนโรงพยาบาลอยู่ไม่กี่วัน คุณหมอก็อนุญาตให้กลับไปพักต่อที่บ้านได้

ต่อมาอีก 1 สัปดาห์คุณ พ……..มานอนโรงพยาบาลอีกครั้งด้วยอาการ ไอมาก ลิ้นเป็นฝ้าขาว ครั้งนี้คุณหมอตรวจพบว่าเขาเป็นวัณโรค เขาจึงต้องได้รับยาวัณโรคเพิ่มจากยาต้านไวรัสที่ต้องกินอยู่ประจำ ฉันได้รับทราบข้อมูลของเขาจากนักศึกษาเภสัชกรฝึกงานที่ต้องนำเสนอกรณีศึกษาประจำสัปดาห์

อีกไม่กี่วันถัดมาคุณ พ…..มาโรงพยาบาลอีกครั้งก่อนกำหนดเพราะเข้าใจผิดเรื่องวันนัด ฉันก็เลยได้มีโอกาสได้คุยกับเขาอีกครั้ง ฉันสอบถามเรื่องการกินยาของเขาทำให้ได้รู้ว่าเขากินยาผิด ไม่ครบตามที่แพทย์สั่ง คิดว่าคุณ พ….คงจะสับสนเพราะต้องกินยาหลายอย่าง อธิบายกันอยู่นานทั้งเภสัชและน้องชมรมพัฒนาคุณภาพชีวิต สุดท้ายต้องจัดยาให้คุณ พ….กลับบ้าน 1 ชุดเพื่อเอาไว้ดูเป็นตัวอย่างพร้อมกับนัดให้นำยามาด้วยทั้งหมดในวันนัดครั้งต่อไป ถึงวันนัดคุณพ….ก็มาพร้อมกับยาทั้งหมดของเขาน้องชมรมพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ช่วยหาตลับสำหรับใส่ยาได้เป็นวันๆมาให้ ส่วนนักศึกษาเภสัชฝึกงานก็ช่วยจัดยาเป็นชุดๆให้เขานำกลับไปกินต่อที่บ้าน

คุณพ….หายหน้าไปได้พักหนึ่งก็ต้องกลับมานอนโรงพยาบาลอีกครั้งด้วยอาการตับอักเสบจากยาวัณโรค แพทย์จึงต้องเปลี่ยนยาให้
ถึงเวลาต้องกลับบ้านปัญหาก็เกิดอีกจะไปฉีด streptomycin ได้ยังไง แต่เขาก็รับปากกับพี่เภสัชกรประจำหอผู้ป่วยว่าจะไปฉีดยาที่อนามัยใกล้บ้าน จะไม่ขาดยา


ปัญหายังไม่จบแค่นี้ชีวิตของคุณ พ…..ก็วนเวียนมานอนโรงพยาบาลอีกครั้งด้วยอาการซีด ไม่มีแรงคุณหมอพบว่าเขามีอาการเป็น pancytopenia
เนื่องจากยา AZT จึงต้องเปลี่ยนสูตรยาต้านไวรัสใหม่เป็น tenofovir lamivudineและ EFV เมื่ออาการดีขี้นพอจะกลับบ้านได้คุณ พ….ก็เริ่มเล่าถึงความยากลำบากในการต้องไปฉีดยา streptomycin ที่อนามัย พร้อมกับเริ่มท้อแท้ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อเขาเปรยให้พี่เภสัชกรฟังว่า ไม่อยากมาเอายาต่อแล้ว อยากจะขอไปตายที่วัดพระบาทน้ำพุ ตอนนั้นพี่เภสัชกรก็บอกว่ากับเขาว่าอย่างพี่งท้อแท้รักษาต่อก่อนเดี๋ยวอาการจะดีขึ้นเอง ฉันได้รับรู้ข้อมูลนี้พี่เภสัชกร เดือนนั้นเป็นเวรที่ฉันต้องไปออก PCU ซึ่งเป็นอนามัยที่คุณ พ……ต้องไปฉีดยาพอดี ฉันคิดไว้ในใจว่าเดี๋ยวจะลองคุยกับเจ้าหน้าที่ที่นั่นดูว่าจะช่วยเหลือคุณ พ……..ได้ยังไงบ้างนะ
พอถึงวันที่ไป PCU ฉันถามกับพี่เจ้าหน้าที่ประจำอนามัยว่ามีคนไข้ชื่อคุณ พ…..มาฉีดยา streptomycin รึเปล่า พี่ที่อนามัยบอกว่าเห็นมาฉีดอยู่เหมือนกันแล้วก็หายไปเป็นพักๆตอนมาฉีดยาเห็นว่าต้องจ้างมอเตอร์ไซด์นั่งมา ขากลับก็ต้องรอรถมอเตอร์ไซด์ตั้งนานกว่าจะได้กลับ ฉันก็เลยบอกกับเจ้าหน้าที่ที่อนามัยว่าเขาไม่ได้หายไปไหนหรอก เขาไปนอนโรงพยาบาลถ้าเขากลับบ้านมาพี่ช่วยไปฉีดยาให้เขาที่บ้านได้รึเปล่า ตอนนั้นพี่เค้าก็ไม่ได้รับปากอะไรว่าได้หรือไม่ได้
ถัดมาอีก1เดือนที่คลินิกพบเพื่อนคุณ พ……..กลับมาพบแพทย์ตามนัดพร้อมกับมาเล่าให้ฟังว่าเจ้าหน้าที่อนามัย

มาฉีดยาให้ที่บ้านไม่ต้องจ้างรถไปส่งที่อนามัยแล้ว
ตอนนี้ตัวเขาเองก็เริ่มแข็งแรงดีขึ้นแล้ว
ขอบคุณพี่ที่อนามัยที่ช่วยไปฉีดยาให้กับเขา

ครั้งล่าสุดที่คุณ พ…….มาที่คลินิกพบเพื่อน เขามีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 7 กิโลกรัม อาการดีขึ้น แข็งแรงดี

สามารถกลับไปทำงานได้ น่าดีใจด้วยกับชีวิตที่เริ่มต้นใหม่อีกครั้งของเขา ถึงแม้ว่ากว่าจะมีวันนี้ได้ต้องมีอาศัยความร่วมมือจากคนตั้งหลายๆคนก็ตาม




 

Create Date : 02 เมษายน 2553    
Last Update : 2 เมษายน 2553 15:29:36 น.
Counter : 221 Pageviews.  

กล้วยหอม

กล้วยหอม ยอดผลไม้มหัศจรรย์

กล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิดคือ ซุคโคส ฟรุคโตสและกลูโคส (sucrose, fructose and glucose) รวมทั้งเส้นใยอาหาร มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันทีเลยครับ

เขาวิจัยมาแล้วว่ากล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอให้เราทำงานถึง 90 นาที

นักกีฬาระดับโลก

(เคยเห็นในสนามเทนนิส…พอพักเบรกบางคนหยิบกล้วยหอมมากัดกินสัก 2-3 คำ)

ยังไม่หมดนะ…เจ้ากล้วยยังมีคุณอนันต์ ป้องกันโรคภัยและภาวะต่างๆของร่างกายได้อีกด้วย…มาดูกันครับ



ความเศร้าซึม
จากการสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซึม พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม เพราะว่ามัน tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนโปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายสามารถแปลงเป็น serotonin สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย

pms (premenstrual syndrome)
สำหรับสุภาพสตรีแล้วก่อนที่จะมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย ไม่อยู่กับร่องรอยและก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย…เช่นปวดท้อง ปวดหัว…ฯลฯ รีบกินกล้วยหอมซะดีๆ…ยาแก้ปวดลืมไปได้เลย…

โรคโลหิตจาง (Anemia)
ธาตุเหล็กในกล้วยหอมสามารถที่จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิต Hemoglobin (ฮีโมโกลบิน)

ความดันโลหิต (Blood Pressure)
กล้วยหอมมีเกลือโปแตสเซียมเหลืองอยู่เยอะ เป็นตัวช่วยความดันเลือดจนกระทั่ง US Food and Drug Administration อนุมัติให้กล้วยหอมยอดผลไม้มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ยงความดันได้จริง

เสริมสร้างพลังสมอง (Brain Power)
เขาได้วิจัยพบว่าโปแตสเซียมในกล้วยช่วยนักเรียนให้ตื่นตัวอยู่เสมอ

อาการท้องผูก (Constipation)
เส้นใยอาหารในกล้วยหอมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกายทำงานได้ดี

เมาค้าง (Hangovers)
วิธีแก้เมาค้างที่เร็วและดีอีกวิธีหนึ่งก็คือกินกล้วยหอมปั่น banana milkshake
ด้วยสรรพคุณของน้ำผึ้งและสารวิตามินในกล้วยจะช่วยให้ปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด

จุกเสียดแน่นท้อง (Heartburn)
กล้วยหอมมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่ ดังนั้นการกินกล้วยก็จะช่วยให้ลดอาการดังกล่าว

Morning Sickness

บรรเทาแผลยุงกัด
ก่อนที่จะใช้ยาทา ลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด จะช่วยลดอาการคันหรือบวมได้…คนส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้นจริงๆ

ระบบประสาท (Nerves)
วิตามินบีที่มีอยู่มากในกล้วยหอมจะช่วยลดความเครียด…อ่อนล้าได้

ลดความอ้วน
กินกล้วยหอมตอนเช้ากับน้ำเปล่า จากหนังสือ กล้วยหอมลดความอ้วน

ที่สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียได้ศึกษาและพบว่า ความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแล็ตและพวกโปเตโตชิปส์มากเกินไป ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น จากที่กล่าวมาแล้วถ้ากินกล้วยหอมสักเล็กๆน้อยๆประมาณทุกๆ 2 ชม. มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจุกจิก

แผลในลำไส้และกระเพาะอาหารรวมทั้งผิวหนังพุพองเป็นแผล (Ulcers)
สารและเส้นใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยอาหารของลำไส้เล็กดีขึ้น รวมทั้งกรดต่างๆที่มีอยู่ทำให้มีการเคลือบผิวของกระเพาะ ลดการเป็นแผลในกระเพาะได้

ปรับระดับอุณหภูมิในร่างกาย (Temperature Control)
ในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรที่มีอากาศร้อน ผู้คนชอบกินกล้วยหอมดับร้อนกันครับและเชื่อว่ามันเป็นผลไม้เย็นฉ่ำชนิดหนึ่ง อย่างเช่นในไทยมีความเชื่อกันว่าผู้หญิงท้องควรกินกล้วยหอมเป็นประจำ เพื่อเด็กที่เกิดมาจะมีอารมณ์เยือกเย็นเช่นดังป๋าคูล เป็นต้น……so cool…

ลดความอยากสูบบุหรี่
สำหรับท่านที่ต้องการเลิกบุหรี่ กล้วยหอมอาจช่วยท่านได้เพราะมีวิตามิน B6, B12 โปแตสเซียมและแม็กนีเซียม ที่มีอยู่มากจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วจากการขาดสารนิโคติน

เห็นไหมครับว่ากล้วยหอมนั้นเป็นยอดผลไม้จริงๆ เปรียบเทียบกับแอปเปิลแล้ว กล้วยหอมมีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า
มีคาร์โบไฮเดรทมากกว่า 2 เท่า ฟอสฟอรัสมากกว่า 3 เท่า วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า วิตามินและเกลือแร่ต่างๆมากกว่า 2 เท่า

ที่ฝรั่งเคยพูดกันว่า “An apple a day keeps doctor away.”
ต่อไปคงจะต้องเปลี่ยนเป็น “A banana a day keeps doctor away.” http://www.thaihealth.info/





 

Create Date : 30 กันยายน 2551    
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2553 19:40:59 น.
Counter : 212 Pageviews.  


เภสัช
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เภสัชจุฬ่า รุ่น 57
ออนไลน์ขณะนี้
Friends' blogs
[Add เภสัช's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.