Group Blog
 
All Blogs
 
วิธีปลูกเลี้ยงรองเท้านารีเหลืองกระบี่ ประสาลิง ภาค 3 ภาคปลูกหละ

จากการที่ดูเครื่องปลูกแต่ละตัวมาในภาค 1 และ 2
ผมได้บทสรุปใน 2 ประเด็น คือ

1. เครื่องปลูกที่เป็นอินทรีย์วัตถุ มีข้อดีตรงที่ให้สารอาหาร แต่มีข้อเสียคือ ทำให้เน่าง่าย หากงามก็งามไปเลย ทั้งต้นและดอก แต่หากพลาดซึ่งส่วนใหญ่พลาดก็เน่ายกกอหละ

2.เครื่องปลูกที่ไม่ใช่อินทรีย์วัตถุ มีข้อดี คือ ไม่ตาย ไม่เน่า หรือหากเกิดก็น้อยมาก แตกกอได้ดี โดยเฉพาะเมื่อหน้าเครื่องปลูกแห้ง แต่มีข้อเสีย คือ แม้หน่อแตกเร็วแต่หน่อเล็กไม่อวบใหญ่ ดอกที่ได้ขนาดเล็กลง แต่ฟรอม์และสีไม่เปลี่ยนไปมาก

สมมุติฐานก็ คือ เราจะทำยังไงให้ข้อดีทั้ง 2 อย่างมารวมกัน คือ แตกกอดี ไม่เน่าตาย ดอกโต สีและฟรอม์ขึ้นเต็มที่ตามสภาพของแต่ละต้นที่มันเป็น

ในประเด็นนี้ ผมขอแยกออกเป็น 3 แนวทาง ตามที่ไปพบเห็นบรรดาเซียน
ที่ผมยกย่องเป็นระดับเทพเลี้ยงกัน

1. เลี้ยงแบบ เอาต้นรอด ปลอดโรคเน่า เอาปุ๋ยใส่ ได้ความงาม

พี่ท่านนี้ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม เพราะไม่ได้ขออนุญาตท่านมาก่อน
แต่หากท่านได้อ่าน ผมก็ขอขอบคุณท่าน และหากท่านใดนำไปใช้ได้ผลดี ก็ขอให้เป็นบุญกุศลวิทยาทานตกได้กับพี่ท่านนี้

จริงๆที่พี่ท่านนี้เลี้ยงไม่ใช่เหลืองกระบี่นะครับ แต่เป็นพวกเหลืองตรัง พวกใบลายอะไรพวกนี้ แต่ผมเห็นว่า มันใช้ได้เลยหละ เพราะเลี้ยงแบบนี้ผมลองมาแล้วเหมือนกัน แต่ผมไม่มีวินัยพอในการให้ปุ๋ยเท่านั้นเอง

เครื่องปลูก ชั้นล่างสุด โฟมหัก ขนาดเท่าหัวแม่โป้งมือ ใส่ลงไปประมาณ 1ใน 3 ของกระถาง ส่วนที่เหลือ ไฮโดรตรอนล้วนๆ (จะประยุกษ์เอาตัวอื่นที่ไม่ใช้อินทรีย์วัตถุมาใช้ก็ได้นะ)

อย่างที่ได้ว่ามาหละครับ เครื่องปลูกแบบนี้ไม่มีสารอาหาร แต่มันปลอดเชื้อ มันแห้งเร็ว หน่อใหม่เกิดง่าย ไม่เน่า ไม่ตาย วัชพืชไม่มี

ส่วนเรื่องความงามของต้นและดอก ก็ใช้ปุ๋ยช่วยหละ ท่านใช้ปุ๋ยทุกอาทิตย์ไม่มีขาด แต่ให้ในอัตราส่วนอ่อนมากกกกกก ให้ปุ๋ยแบบรดน้ำ คือราดลงไปแบบรดน้ำเลยหละ

ผลดีเยื่อมเลยครับ งามมากกกกกกก

*** หลักสำคัญในการเลี้ยงตรงนี้ คือ อย่าขาดปุ๋ย จำไว้ว่า ทำอย่างนี้ตลอดการเลี้ยงดู ทุกอาทิตย์ (ยกเว้นวันนั้น ครึ้มๆ ฝนตกไม่ต้องให้ปุ๋ย) ทำตลอดไปทั้งเดือน ทั้งปี ทำไปตลอดการเลี้ยงดู นั้นหละ คือ ปัญหา ท่านทำได้หรือเปล่า ตอบตัวเองนะครับถ้าจะใช้วิธีนี้

2. เลี้ยงแบบ ผสมผสาน ของท่านอ้น

จริงๆผมก็ไม่ได้ขออนุญาตท่านอ้นมาก่อนว่า จะนำเทคนิคที่ท่านได้กรุณาแนะนำมาเผยแพร่ แต่ผมเห็นว่าท่านเป็นพระ และคงมีเมตตาให้ผมเผยแพร่เป็นวิทยาทาน ท่านอ้นก็ไม่ได้ทำในเชิงธุระกิจ ก็คงไม่เป็นไร (ส่วนที่ท่านบอกราคา ไตรมารคกระถางละ 140,000 บาท 7 หน่อ ก็ด้วยคนไปถามซื้อท่านเอง ไม่ใช่ท่านไปเสนอขายใคร)

เครื่องปลูก ชั้นล่างสุด โฟมหัก อัตราส่วน 1 ใน 3 ของกระถางเหมือนกัน ชั้นต่อมา เปลือกสน หรือ ใบก้ามปู อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว ใส่ลงไป 2 ข้อนิ้วชี้ แล้วโรยทับด้วยหินทุบ หรือเครื่องปลูกที่ไม่ใช่อินทรีย์วัตถุ

การให้ปุ๋ย ถ้าให้ได้แบบวิธีแรกก็คงดีเยื่อมหละครับ แต่ท่านให้แบบปกติที่ทั่วๆไปทำกันหละ คือ ลืมบ้าง ให้บ้าง ไม่ให้บ้าง

ผลดีเยื่อม การันตีด้วย เหลืองกระบี่ AM.ทั้ง 2 กระถาง ในการขอครั้งเดียว ครั้งแรก และเป็นการขอแบบไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนด้วย

ปล. ผมไปเห็นต้นอื่นๆของท่านงามกว่า 2 ต้นนั้นอีก คิดว่าในอนาคต AM. เหลืองกระบี่ของท่านอ้นคงมีร่วม 10 กระถางหละ ถ้าท่านคิดจะขออีก

***หลักสำคัญในการเลี้ยงวิธีนี้ คือ ระมัดระวังเรื่องเน่าให้ดี เพราะแม้ท่านอ้นเองที่เฝ้าเวียนดูแล ก็โดนต้นดีๆมาแล้ว 2 กระถาง เล่นซะเกือบยกกอไป ที่ช่วยทันก็เหลือแค่ 2 หน่อ

3. เลี้ยงแบบลิงเล
ผมแยกออกเป็น 2 แบบตามวัตถุประสงค์ของการเลี้ยงนะครับ

แบบที่ 1 เลี้ยงเอาหน่อ

วัตถุประสงค์บอกชัดครับ เอาหน่ออย่างเดียว ไม่คิดจะไปประกวด ไม่คิดจะไปขอ AM. แต่จะเอาหน่อให้มากที่สุด เรื่องดอก เรื่องก้านไม่สนใจ ไม่ใช่วัตถุประสงค์

เหลืองกระบี่ที่ผมเลี้ยงด้วยวิธีนี้ จะเป็นเหลืองกระบี่ที่ไม่จำเป็นต้องไปประกวดหรือขอ AM.แล้ว เพราะ ชนะการประกวดมาก่อน หรือได้ AM. มาแล้ว (การซื้อเหลืองกระบี่ที่ชนะการประกวด ก็ต้องดูให้ดีนะครับ ไม่ใช่ว่า
ต้นที่ได้ที่ 1 หรือยอดเยื่อมจะสวยเสมอไป มันมีปัจจัยหลายอย่างในการพิจารณาเลือกซื้อ ไว้ว่างๆจะเขียนนะครับ)

คราวนี้เมื่อมันเป็นไม้ AM. หรือไม้ชนะประกวด หรือไม้ขอแบ่งซื้อหน่อ ปัญหาก็คือ พวกนี้ มักได้หน่อมาน้อย บางทีก็ 2 หน่อ บางทีก็หน่อเดียว
ก็มันแพงหงะ เราก็ต้องทำหน่อให้เยอะ เผื่อแบ่งขายขอทุนคืนบ้าง เผื่อแยกกระถางกันตายบ้าง ผมใช้วิธีนี้ครับ

เครื่องปลูก ชั้นล่างสุดโฟมหักขนาดหัวแม่โป้งมือ 1 ใน 3 ของกระถาง เครื่องปลูกชั้นถัดมา ลุยเลยครับ บรรดาเครื่องปลูกที่ไม่ใช่อินทรีวัตถุทั้งหลาย จะผสมหรืออย่างเดียวก็ตามใจอะไรใกล้มือก็ใส่ลงไป ไม่ใส่ถ่านนะ และไม่ใส่อินทรีย์วัตถุเด็ดขาด ชั้นบนสุดสำคัญมาก หินกรวดแม่น้ำเม็ดกลมๆ หรือหินเกร็ด โรยทับให้มิดเครื่องปลูกชั้นกลาง แต่อย่าให้โคนจมนะเอาแค่เสมอหรือลอยขึ้นมานิดพอ

การให้ปุ๋ย นานๆที บางทีเดือนนึง แล้วแต่อารมย์ความพอใจหรือว่าง
แต่การให้น้ำห้ามขาดเด็ดขาด ให้ทุกเช้ารดจนชุ่มและให้ครั้งเดียว ยกเว้น
วันฝนตกจะไม่ให้น้ำ

อ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านคงด่าว่า ไอ้นี้บ้า ให้ปุ๋ยตามความพอใจหรือว่าง ผมไม่ว่าท่านหรอกครับ เพราะผมไม่บังคับให้ท่านทำ แต่ผมทำของผมอย่างนี้หละ ก็แค่เล่าให้ฟังเฉยๆ

ผลตอบรับ การแตกกอแตกแหลกราญเลยหละ หนึ่งหน่อเดิมปกติได้ 2 หน่อใหม่ซ้ายขวา อันนี้มันแตกหน่อแทรกเข้ามาในกาบใบอีก แทงหน่อจากไหลเปล่าๆก็มี เรียกว่าแทงหน่อจนไม่รู้จะไปออกตรงไหนแล้วหละมันก็จะหยุดแทงหน่อ

ผมเลี้ยงกฤชโกศล AM. ด้วยวิธีนี้ จาก 2-3 หน่อ ได้มาพร้อมๆเพื่อน ของผมไป 13 หน่อแยกเป็น 2 กระถางแล้ว ของเพื่อน ประมาณ 5-6 หน่อเป็นอย่างมาก

ทำไมมันแตกหน่อขนาดนั้นหรือครับ อันนี้คือ ข้อสันนิษฐานของผมนะ ผิดถูกก็ไม่ว่ากันนะ

1. ท่านเคยสังเกต รองเท้านารีที่ระบบรากเสีย แล้วหาอาหารทางรากไม่ได้หรือเปล่าครับ มันแตกหน่อแหลกราญเลย เพื่อความอยู่รอดของมัน มันต้องแตกหน่อให้มากที่สุด เพื่อออกใบมาช่วยหาอาหารจับไนโตรเจนในอากาศให้มากที่สุด ทดแทนการหาอาหารจากราก นั้นหละครับหลักการเดียวกัน

เราเอาวิกฤตที่เคยเห็นมาเป็นโอกาศนำมาประยุกษ์ใช้
แต่ของเรา มันแตกหน่อมากแบบนั้น ไม่ใช่เพราะระบบรากเสียแล้วหาอาหารจากรากไม่ได้ ของเราระบบรากยังเดินอยู่ แต่มันหาไม่เจออาหาร มันก็เดินไปเรื่อยๆ มันก็ไม่มีอาหาร เพราะเครื่องปลูกมันไม่มีอินทรียวัตถุปุ๋ยก็ไม่ค่อยให้มันกิน แต่มันไม่ตาย เพราะมันได้กินน้ำตลอด มันหาอาหารจากรากไม่ได้ มันก็เร่งแตกหน่อหาอาหารจากปากใบจากหน่อใหม่

2. ที่ผมเน้นย้ำว่า เครื่องปลูกชั้นบนสุดต้องเป็นหินเกร็ด หรือหินกรวด เท่านั้นและต้องโรยจนทับเครื่องปลูกชั้นกลาง โคนต้องไม่จมมากเกินไป ก็เพราะว่า
หินเกร็ดหรือหินกรวด มันไม่อุ้มน้ำ มันให้ความเย็นเฉยๆ มันแห้งเร็ว มันไม่มีสารอาหารให้วัชพืชขึ้น ไม่มีพื้นที่มากๆให้เชื้อโรคเกาะ เวลารดน้ำมันสีกันเอง นั้นหละครับ ถึงต้องใช้มัน

*เมื่อมันไม่อุ้มน้ำ มันแห้งเร็วเมื่อรดน้ำ มันให้ความเย็นเฉยๆ หน้าเครื่องปลูกท่านก็จะแห้งเร็ว หน่อใหม่เล็กๆที่เกิดจะไม่ชื้นเกินไปจนเน่าเสีย เป็นการอนุบาลหน่อใหม่ที่ดี

**โคนต้น ไม่ปลูกให้จมมาก ลอยขึ้นมานิดหนึ่ง เพื่อเปิดทางให้หน่อใหม่เพราะถ้าจมมากหน่อใหม่มันจะแทงออกมาก็ลำบาก บางทีมันก็เน่าไปซะ

***โรยกรวดทับชั้นกลางให้มิด เพราะ ชั้นกลางของท่านแม้จะไม่ใช่อินทรีย์วัตถุ แต่บางทีมันก็มีวัชพืช ตะไคร่ขึ้นมาจับพวกอิฐมอญทุบหรืออะไรพวกนั้นได้ และนั้นคือที่สะสมเชื้อโรคเชื้อราทำให้หน่อใหม่เน่าได้

ข้อสังเกต

1.การปลูกเลี้ยงด้วยวิธีนี้ ท่านจะได้หน่อใหม่มากก็จริง แต่หน่อที่ได้จะเล็กกว่าหน่อเดิมครึ่งหนึ่ง เพราะมันไม่มีสารอาหารมากพอที่จะให้หน่อใหม่ใหญ่เท่าหน่อเดิม และพอมันโตได้ระยะนั้น มันจะแตกหน่อใหม่ขึ้นมาอีก

วิธีนี้ เมื่อท่านได้หน่อพอสมควรให้แยกเอาไปปลูกด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งข้างต้น
หรือวิธีที่ผมจะเล่าให้ฟังในข้อถัดไป เพื่อโด๊ปใบ โด๊ปต้นหละ อย่าไปทรมานมันนานเดี๋ยวมันแคระแล้วจะหาว่าไม่เตือน

2.หากช่วงที่เลี้ยงทำหน่อมันออกดอก ท่านทำใจได้เลย ว่าดอกไม่ถึงระดับที่ท่านต้องการแน่นอน

3.การที่ท่านเลี้ยงแบบนี้ ท่านต้องให้บี 1 ช่วยในช่วงแรกนะครับ ใส่น้อยๆนะแต่ให้บ่อยๆ ช่วยเพื่อให้มันมีราก ให้รากมันเดินเยอะๆ เดินจนมันรู้ตัวว่า มันเดินไปก็หาอาหารกินไม่ได้ สู้แตกหน่อดีกว่า ไม่งั้นเหลืองกระบี่ท่านจะตายตอนแรกๆเลยนะครับ ก็รากไม่เดินอาหารหาไม่ได้ หน่อช่วยหาอาหารทางใบก็เกิดไม่ทันหงะ จะเอาที่ไหนมารอด

4.เมื่อแยกกระถางเอากระถางหนึ่งไปปลูกเพื่อโด๊ปแล้ว อีกกระถางก็ควรจะถึงเวลาบำรุงต้นด้วยปุ๋ยบ้าง แต่เครื่องปลูกเหมือนเดิม เพื่อเอาความปลอดภัยเป็นกระถางสำรองต่อไป

แบบที่ 2 เลี้ยงเอางาม เลี้ยงเอาประกวด

อันนี้ หลังจากเรามีกระถางสำรองที่ทำตามวิธีเลี้ยงเอาหน่อแล้วนะ ไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังตอนว่างๆอีกทีนะครับ ตอนนี้เมื่อยมือแล้ว






Create Date : 01 เมษายน 2552
Last Update : 1 เมษายน 2552 14:00:51 น. 7 comments
Counter : Pageviews.

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

มาดูวิธีปลูกรองเท้านารีครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:21:48:47 น.  

 
สุดยอดเลย..ขอบคุณครับ


โดย: na_nin วันที่: 3 เมษายน 2552 เวลา:10:16:22 น.  

 
ดอดมาเก็บฟามรุ้เพิ่มเติมคับพระอาจาร์ย แน่นจริงๆคับเรื่องรายละเอียด เจ๋งอะ


โดย: akarawat (tussawat ) วันที่: 7 เมษายน 2552 เวลา:14:15:20 น.  

 
ขอบคุณครับ จะลองนำไปใช้ดูนะครับ น่าจะได้ผล


โดย: Dendmax วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:41:59 น.  

 
เคยปลูกค่ะ ตายเกลี้ยงเลย


โดย: redclick วันที่: 10 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:30:34 น.  

 
มีแบบเป็นสูตรอาหารเพาะฝักป่าวคะ..


โดย: ภัสสรา วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:13:36:00 น.  

 
กำลังจะปลูกอยู่เลยครับ
ฝากข่าว ราคาทองคําวันนี้ ลดลงพันกว่าบาท เหลือ 24850 ราคาทองคำ ในวันนี้ยังลดลงอย่างต่อเนื่องครับ


โดย: Polball วันที่: 25 สิงหาคม 2554 เวลา:13:07:16 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ลิงเล
Location :
กระบี่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add ลิงเล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.