Group Blog
 
All Blogs
 
วิธีปลูกเลี้ยงรองเท้านารีเหลืองกระบี่ ประสาลิง

อารัมภบท

ช่วงนี้กระแส รองเท้านารีเหลืองกระบี่มาแรงมาก อาจเป็นเพราะช่วงฤดูออกดอก ประกอบกับมีเหตุปัจจัยอื่นเข้ามาเสริม โดยเฉพาะเมื่อรังใหญ่กรุแตก กระบี่ต้นสวยๆดีๆออกมาสู่ตลาดอินเตอร์เนตกันหลายต้น

หลายๆต้นที่ว่ามาก็ตกอยู่ในมือผู้ที่สามารถปลูกเลี้ยงได้อยู่แล้ว ตรงนี้ผมสบายใจ แต่บางครั้งผมอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า ต้นสวยๆนั้นจะตกอยู่กับมือของผู้ที่มีเงินแต่ยังขาดประสบการณ์การปลูกเลี้ยงและทำให้มันตายไป สูญเสียทรัพยากรพ่อแม่พันธุ์ที่จะใช้ในการพัฒนารองเท้านารีเหลืองกระบี่ในอนาคต

ท่านที่อ่านบทความในย่อหน้าก่อน ก็อย่าเพิ่งด่าหรือหมั่นไส้ผม
หากท่านมีความรู้ในการปลูกเลี้ยงอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องอ่านบทความต่อไป
ผมเองก็ใช่จะเก่งอะไร ผมไม่ใช่เซียน หรือ ผู้รู้ กูรู เป็นแต่เพียงคนคนหนึ่งซึ่งสนใจเหลืองกระบี่และตามล่าสะสมเท่านั้น สิ่งที่ผมจะบอกกล่าวก็เป็นเพียง ประสบการณ์เล็กๆน้อยๆ ที่สะสมมา บ้างจากพบเห็นเอง บ้างก็สอบถามจากผู้รู้เพื่อนฝูง และผู้อาวุโสทั้งหลาย นำมาเรียบเรียงให้อ่านกัน พอเป็นแนวทาง

หากผิดพลาดผมรับผิดชอบด่าผมคนเดียว หากใช้ได้ผล ก็ให้ประโยชน์เกิดแก่ท่านและบรรดา ผู้รู้ เพื่อนฝูง และผู้อาวุโสทั้งหลายที่ชี้แนะแนวทางให้ผม



Create Date : 13 มีนาคม 2552
Last Update : 13 มีนาคม 2552 10:21:49 น. 27 comments
Counter : Pageviews.

 
บทที่ 1 เครื่องปลูกรองเท้านารีเหลืองกระบี่ เท่าที่พบเห็นหรือเคยใช้

1.1 ดินทุกชนิด

หลายๆท่านคงเคยเห็น หรือเคยปลูกรองเท้านารีเหลืองกระบี่ด้วยดินมาก่อน เช่น ดินใบก้ามปู ดินขุยไผ่ ฯลฯ จริงๆแล้วการปลูกเหลืองกระบี่ด้วยดินก็พอจะใช้ได้ หากจังหวะตอนที่ปลูกมีช่องว่างอากาศอยู่บ้าง ก็มักไม่ตาย แต่ส่วนใหญ่แล้ว พอนานวันเข้า เมื่อรดน้ำบ่อยๆดินจะเริ่มแน่น เมื่อแน่นมากเข้าการระบายน้ำจะไม่ดี จะขังน้ำนานและจะเกิดปัญหาเน่าตามมา และจะเน่าตายมากในฤดูฝน เรียกว่าเน่าตายจนใจหายกันเลยเชียวหละ

หลายๆท่านที่ปลูกเลี้ยงเหลืองกระบี่ด้วยดินจึงมักใช้โฟมหักก้อนโตๆใส่รองก้นกระถางประมาณ 1 ใน 3 ของเครื่องปลูก ซึ่งช่วยการระบายน้ำได้มากขึ้น ลดอัตราการเน่าตายลงได้มาก และท่านอาจารย์อ้น เจ้าของเหลืองกระบี่ต้นพังงา AM. และต้นไตรมารค AM. จะใช้วิธีบีบกระถางเมื่อเข้าฤดูฝนเพื่อช่วยการระบายน้ำ

อย่างไรก็ตาม ผมเองก็เคยพบเจอเหลืองกระบี่บางต้นที่เลี้ยงกับดินล้วนๆมาแล้วหลายปี และออกดอกด้วยต้นงามดีอีกต่างหาก ตรงนี้ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมประกอบ เช่น ดินชุดนั้นมีก้อนหินปะปน ทำให้เกิดช่องระบายน้ำดี หรือกระถางนั้นๆมีการระบายน้ำดี ที่เจอก็ เช่น กระถางมีรูเยอะ หรือ กระถางพลาสติกแตก หรืออุปนิสัยการให้น้ำของเจ้าของที่ให้ไม่มากไม่บ่อย การจัดวางกระถางที่มีแสงช่วยให้น้ำไม่ขังนาน หรืออยู่ในที่ไม่โดนฝน เป็นต้น

ข้อสังเกต

* หากรองเท้านารีเหลืองกระบี่ต้นใดเลี้ยงด้วยดิน จะมีลักษณะใบสีเขียวเข้มออกไปทางดำ เมื่อรื้อกระถางจะพบว่า รากไม่มีขน ผอมเล็กแกรน ซึ่งไม่เป็นผลดีซะเท่าไหร่นัก เพราะขนของรองเท้านารีนั้นหละ เป็นตัวออกหาอาหาร

ดังนั้น หากออกดอกมาไม่โตขนาดประกวด หรือฟรอม์ยังไม่จัด ก็อย่าเพิ่งคัดทิ้งนะครับ มันยังไปได้ไกลกว่านั้น
หากท่านเปลี่ยนเครื่องปลูก

** เลี้ยงกับดิน มักตายด้วยเน่าโคนต้น เพราะเชื้อมันมักสะสมบนหน้าดินนั้นหละ


1.2 ถ่านทุบ (ขนาดประมาณหัวแม่มือ)

หากเลี้ยงเหลืองกระบี่ด้วยถ่านทุบ (ที่แช่น้ำแล้วประมาณ 2-3 วัน) เรียกง่ายๆว่า เลี้ยงแบบแคทหละ จะส่งผลดีในระยะแรก เนื่องด้วยถ่านจะช่วยอุ้มความชื้น แต่ไม่ขังน้ำ และไม่ทำให้แฉะเพราะการระบายน้ำดี

อย่างไรก็ตามเมื่อผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งมักจะเลี้ยงผ่านได้นานกว่าเลี้ยงด้วยดิน(อายุยืนกว่า) ถ่านจะเป็นสิ่งที่สะสมเชื้อโรคโดยเฉพาะราขึ้นขาวๆให้เห็นเชียวหละ นอกจากนี้ถ่านจะสะสมพิษจากบรรดาปุ๋ยและยาที่ฉีดพ้นลงไป เกิดปัญหาเครื่องปลูกเป็นพิษ เน่าตายอีกแระ

ข้อสังเกต

* หากท่านเลี้ยงรองเท้านารีด้วยถ่าน มักจะอายุยืนกว่า เลี้ยงด้วยดิน ไม่ว่าท่านจะใส่โฟมหักรองก้นกระถางหรือไม่ อัตราการเน่าโคนจะน้อยกว่าเลี้ยงด้วยดิน แต่เลี้ยงด้วยถ่านจะเน่าจากรากมากกว่า ยังไรก็ตามเมื่อมันลามก็ถึงโคนอยู่ดี

** เมื่อท่านรื้อกระถางออกมา (ถ้ารากไม่เน่าซะก่อนนะ) ระบบรากจะดีกว่าเลี้ยงด้วยดิน รากจะอวบกว่า มีขนมากกว่า


โดย: ลิงเล วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:11:30:07 น.  

 
1.3 กะลาปาลม์เผา

เมื่อผมได้ทดลองด้วยถ่านทุบมาแล้ว ในช่วงหลังผมจึงลองด้วยกะลาปาลม์เผาบ้าง ด้วยความคิดจินตนาการประสาลิงได้ตั้งสมมุติฐานว่า "ถ่านเป็นก้อนมีพื้นที่ให้ราหรือปุ๋ยยาจับเกาะมากกว่ากะลาปาลม์เผาที่มีขนาดเล็กกว่า อีกทั้งกะลาปาลม์เผาเมื่อรดน้ำลงไปมันจะร่วนกว่า มีเปลื้อกที่กลมเกิดการเสียดสีช่วยขัดเปลือกกันเอง ปุ๋ย ยา รา แบ็ค.... คงจะหลุดร่วงลงก้นกระถางไป อีกทั้งกะลาปาลม์เผา ไม่อุ้มน้ำ ไม่ทำให้แฉะ แต่ช่วยรักษาความชื้นได้ด้วยเป็นถ่านชนิดหนึ่งเหมือนกัน" แน่นอนครับ รองก้นกระถางด้วยโฟมหัก 1 ใน 3 ของกระถางเหมือนกัน

ผลการทดลอง ได้ผลที่ดีกว่าถ่านทุบมากนัก อายุยืนกว่า น่าจะเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ เชื้อราขาวๆมีจับกะลาปาลม์เผาบ้างแต่ไม่มากเท่าถ่านทุบ ส่วนปุ๋ย ยา ที่เราฉีดลงไป มันก็คงจะโดนชะล้างไปเหมือนกัน อันนี้ผมบอกไม่ได้เพราะไม่มีห้องแล็ป ไม่ได้รับทุนสนับสนุนจากใครนอกจากศรีภรรยา

ข้อสังเกต

*ระบบรากดีกว่าเลี้ยงด้วยถ่านทุบ รากอวบกว่ามีขนมากกว่า อัตราการเน่าโคน หรือเน่าราก เกิดน้อยมาก

**กะลาปาลม์เผา มีอินทรีวัตถุน้อย เช่นเดียวกับถ่าน มันไม่ได้มีอินทรีวัตถุแบบดิน เลี้ยงแบบนี้ต้นมันไม่ตายหรอกครับ แต่มันไม่งาม หากท่านไม่ใส่ปุ๋ยสมำเสมอ ใบจะแคบ
ไม่ยาว


โดย: ลิงเล วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:11:51:01 น.  

 
..ขอบคุณครับ..


โดย: na_nin วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:13:30:07 น.  

 
ขอบคุณ อยากได้กระลาปามล์เผาที่ใช้ปลูกกระบี่ในรูป เผื่อที่ปลูกไว้จะมีอย่างนี้บ้าง
ปล.รอข้อมูลเพิ่มเติมครับ


โดย: สมพงษ์ IP: 117.47.99.53 วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:19:31:41 น.  

 
รอตอนต่อไป... ขอบคุณครับ


โดย: huyoyo IP: 118.174.194.143 วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:22:12:09 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูล อยากทราบเรื่องปุ๋ยใช้ pH 6.5 และ EC 1.4 ได้หรือไม่ เพราะผมทำปุ๋ยปลูกผักกาดหอมอยู่


โดย: jjjivorasak IP: 124.120.120.166 วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:23:22:16 น.  

 
ขอเก็บความรู้หน่อย


โดย: B/W วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:9:06:29 น.  

 
มาเก็บตวงความรู้คับ แบบนี้ถึงไม่ออกตัวว่าเป็นกูรูขอขอยกให้อะคับ ขอบคุณสำหรับความรู้ต่างๆที่นำมาเผยแพร่และเป็นประโยชน์แก่สาธารณะคับ


โดย: akarawat IP: 61.19.67.207 วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:9:25:26 น.  

 
*คุณna_nin ขอบคุณครับ

*คุณสมพงษ์ กะลาปาลม์เผาผมซื้อเป็นกิโลละ 5 บาท แต่กระบี่ในรูปโดนไปหลายตังค์

*คุณhuyoyo ขอบคุณครับ

*คุณ jjjivorasak ปกติผมก็ใช้ปุ๋ยทั่วไปครับ แต่ใช้น้อยๆ ปุ๋ยพวกชีวภาพก็ดีแต่มีข้อเสียคือ วัสดุปลุกจะขึ้นตะไคร่ ใบมะกรูดเร็วไปหน่อย อิอิ

*คุณ B/W ขอบคุณที่แวะมาชมครับ

*คุณอัครวิทย์ ขอบคุณที่แวะมาชมครับ


โดย: ลิงเล IP: 118.173.61.216 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:9:46:35 น.  

 
ปลูกด้วยถ่านแกลบผสมกรวดได้ไหมค้า


โดย: ป้าตุ้ม IP: 118.173.63.220 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:14:02 น.  

 
คุณป้าตุ้ม ได้ครับ แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับถ่านและแกลบเท่าไหร่นัก มันใช้ได้ช่วงหนึ่งและรากจะชะงัก ใช้อิฐมอญทุบดีกว่ามั้ยครับ อายุใช้งานนานกว่า


โดย: ลิงเล IP: 118.173.59.154 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:24:37 น.  

 
มีผู้ขายบางราย (ขายกล้วยไม้ป่าโดยเฉพาะ) บอกว่าให้ปลูกด้วยเปลือกถั่วลิสง จะได้ผลดีหรือผลเสีย ตอบด้วยคะ angsana_nuna@hotmail.com ขอบคุณค่ะ


โดย: พีรีย์วรินทร์ IP: 58.10.0.233 วันที่: 28 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:00:29 น.  

 
คุณ พีรีย์วรินทร์ ขออภัยด้วยนะครับที่ผมตอบช้า เปลือกถั่วลิสง ดีครับ ให้ไนโตรเจนสูงตามแบบฉบับพืชตระกูลถั่ว แต่คุณต้องหมั่นสังเกตและดูแลบ่อยๆ อาจต้องเปลี่ยนเครื่องปลูกบ่อยตามสภาพเครื่องปลูกที่ย่อยสลายและออกอาการไม่ค่อยดี (เปลือกถั่วลิสง มันเป็นอินทรียวัตถุที่ย่อยสลายง่ายและอาจขึ้นราสะสมเชื้อโรคได้ง่ายเช่นกัน)

การเปลี่ยนเครื่องปลูกบ่อยๆมันก็ไม่ดีต่อระบบรากนัก มันหลีกเลี่ยงการกระทบรากไม่ได้หรอก มากน้อยก็ตามความชำนาญของแต่ละคน

แต่ส่วนใหญ่เมื่อใช้จะใช้แบบผสมและหักให้เป็นชิ้นย่อยลงหน่อยจะไม่ใช้ล้วนๆ เพราะถ้าไม่หักเปลือกมันก็จะขังน้ำทำให้เน่าได้ การผสมเครื่องปลูกตัวอื่นๆเช่นพวกหินภูเขาไฟ อิฐมอญทุบ ไฮโดรตรอน ก็พอจะยืดอายุเครื่องปลูกไปได้บ้าง

เซียนรองเท้าหลายๆท่านก็ใช้เปลือกถั่วลิสงเป็นส่วนผสมในเครื่องปลูก แต่ก็มีหลายท่านไม่ใช้ จริงๆเรื่องพวกนี้มันสูตรใครสูตรมันหนะครับ

มันมีหลักอยู่ 3 ข้อที่สัมพันธ์กันคือ

1.เครื่องปลูก
2.อุปนิสัยการให้น้ำให้ปุ๋ยและการดูแลของเจ้าของ
3.สภาพโรงเรือนและอากาศทำเลที่ตั้งโรงเรือน

หลัก 3 ข้อ สัมพันธกัน เช่น

1. หากท่านเป็นคนที่ขยันฉีดปุ๋ยอยู่แล้ว(ข้อ 2) ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปลูกที่มีอินทรีย์วัตถุ(ข้อ 1) ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของการเน่าตายและเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคตัวอื่นๆ และหากโรงเรือนของท่านกันฝนมีลมโกรกดี(ข้อ 3) มันก็ช่วยป้องกันเรื่องเน่าได้ได้ส่วนหนึ่งหละ

2. หากท่านเป็นคนขยันรดน้ำวันละ 2 ครั้ง(ข้อ 2) เครื่องปลูกของท่าน (ข้อ 1) ก็ต้องแห้งเร็ว ไม่อุ้มน้ำมากเกินไป ต้องโปร่ง และไม่มีอินทรียวัตถุมากนัก เพราะน้ำช่วยให้ย่อยสลายเร็วขึ้น เครื่องปลูกก็หมดอายุเร็วขึ้น และถ้าในขณะเดียวกันโรงเรือนของท่าน(ข้อ 3) ไม่ชื้นเกินไปมีลมโกรกมันก็เกื้อหนุนกัน

นั้นหละครับเป็นตัวอย่างความสัมพันธ์กัน ยังไงถ้าถามผมทางนี้ผมตอบช้าก็เมลล์มาถามได้นะครับเพราะผมเข้าเมลล์ทุกวัน a_linglay@yahoo.com





โดย: ลิงเล IP: 118.173.55.246 วันที่: 8 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:11:51 น.  

 
ขอเข้ามาเอาความรู้ด้วยคนนะครับ



โดย: ป้อม IP: 114.128.203.27 วันที่: 24 กันยายน 2552 เวลา:20:47:52 น.  

 
หลงมาอย่างตั้งใจค่ะ...อิอิ


โดย: ภัสสรา วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:15:33:36 น.  

 
ขอเก็บความรู้ด้วยนะคับ แบบว่าที่บ้านปลูกอยู่เหมือนกันคัฟ


โดย: หริรักษ์ IP: 118.173.75.249 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:22:53 น.  

 
สุดยอดเลยคัฟ คุงพี่ ลิงเล ของผมรอชมดอกอยู่คัฟ ได้ความรุ้จากพี่ละคัฟ...อิอิ(ขอชมจากจัยคัฟ)


โดย: รองเท้านารี IP: 118.173.79.35 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:52:58 น.  

 
สุดยอดเลยคัฟ คุงพี่ ลิงเล ของผมรอชมดอกอยู่คัฟ ได้ความรุ้จากพี่ละคัฟ...อิอิ(ขอชมจากจัยคัฟ)


โดย: หริรักษ์ IP: 118.173.79.35 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:54:16 น.  

 
เหลืองตรังของผมรอชมดอกอยู่คัฟ อยากให้ดอกโตจัง ทำไงดีอะ คุงพี่ลิงเล ช่วยบอกทางเมล์หน่อยได้ไหมคัฟ dagorn9@hotmail.com


โดย: หริรักษ์ IP: 118.173.79.35 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:57:01 น.  

 
ขอบคุณมากเลยครับ สำหรับความรู้ดี ๆ ผมพึ่งซื้อเหลืองกระบี่มาจากงานเกษตรฯ ใบออกเหลืองแล้ว (ตั้งแต่ซื้อ) รดน้ำเช้าเย็น โดยปลูกไว้ในกระถาง (ที่มาตั้งแต่ซื้อ) หลังห้องครับ ไม่ทราบว่าจะต้องดูแลอย่างไรบ้างครับ


โดย: มือใหม่ IP: 203.144.211.230 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:13:53:34 น.  

 
ผมเลี้ยงเหลืองกระบี่ประมาณ 50 กระถางใช้วัสดุหินภูเขาไปผสมอิฐมอนทุบและถ่าน รดน้ำวันครั้ง เป็นโรงเรือนแบบเปิด มีปัญหาอยู่ที่ว่าพอมีซองดอกออกมาให้เห็นไม่ยาว มากนัก ซองดอกจะฝ่อและเน่าดำในที่สุด ใครมีวิธีแก้ ช่วยแนะนำผมหน่อยครับ จะขอบพระคุณยิ้ง


โดย: ไพโรจน์ IP: 223.206.153.147 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:52:26 น.  

 
กลว้ยไม้ในไทย


โดย: สมชาย ชุทอง IP: 223.207.188.143 วันที่: 16 มิถุนายน 2554 เวลา:23:54:45 น.  

 
… 11-11-(20)11 …
.
สวัสดียามสาย ๆ ค่ะ...
เค้า(โหร)ว่า วันนี้ 11-11-11 ไม่ใช่วันหายนะ ...อย่าแตกตื่น เผยว่าเป็นวันฤกษ์ดีอีกต่างหาก
.
.
เตรียมตัวรอรับสิ่งดี ๆ ในวันนี้กันได้เล้ยยยย!!!
.
.
..✫¸.•°*”˜˜”*°•.✫
* _Π_____* ˚ ˚✰˚ ˛★*
/______/~\ ˚ ✰* ★♥♥
| 田田 |門| ♥♥ :"))" Happy Day Na Ka !!!


โดย: Lika ka วันที่: 11 พฤศจิกายน 2554 เวลา:10:03:15 น.  

 
ขอบคุณมากครับ ได้อะไรไปเยอะเลย ผมมือใหม่ครับชอบมานานแล้วอยากลองปลูกเองสักครั้งครับ แต่ดูท่าทางเลี้ยงยากอยู่น่ะครับ ขอบคุณครับ


โดย: กัต ภูเก็ต IP: 118.173.80.60 วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:8:07:10 น.  

 
ลองปลูกหินอย่าเดื่ยวพอเเล้วงอกงามดี


โดย: จอร์น IP: 182.52.217.68 วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:19:53:05 น.  

 
แวะมาเยี่ยม


โดย: teayneverdie วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:05:36 น.  

 
ใส่ popper อย่างเดียวเลี้ยงได้ไมค่ะ


โดย: เอี้ยง IP: 171.99.177.129 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2555 เวลา:20:44:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
ลิงเล
Location :
กระบี่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add ลิงเล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.