English Roses
Group Blog
 
All blogs
 

Time for Tea

เวลาน้ำชายามบ่าย วันนี้ทำเค้กโบราณมาฝากกันค่ะ



Victoria Sandwich Sponge Cake




















Time for Tea at home



























สามารถเข้าไปแอด Hamilton ได้ใน Facebook แล้วนะคะ
1. English Rose Lovers - เข้าร่วมกลุ่มโดยเข้าไปคลิก "Join"
2. English Tea Time - เข้าร่วมกลุ่มโดยเข้าไปคลิก "Join"
3. Cottage Rose Bakery - โดยเข้าไปคลิก "Like"


















 

Create Date : 21 มกราคม 2555    
Last Update : 19 มีนาคม 2555 2:16:46 น.
Counter : 2419 Pageviews.  

วิธีการต้มน้ำชาและการดื่มชา

การต้มชาให้ถูกวิธีนั้น สิ่งสำคัญจะต้องเริ่มจากการต้มน้ำ โดยให้เหมาะกับแต่ละประเภทของใบชา น้ำที่ใช้ต้มต้องสะอาด และควรใช้กาต้มน้ำ ต้มโดยตรงจากเตาไฟ ไม่ควรใช้น้ำที่ต้มจากหม้อไฟฟ้า

การต้มน้ำสำหรับใบชาดำ

น้ำที่ต้มสำหรับใบชาดำ ต้องต้มให้น้ำเดือดจัด อุณหภูมิประมาณ 100 -110 องศา เมื่อเทน้ำร้อนลงในใบชาดำแล้ว จะทำให้ใบชาออกสีและรสได้ดี ปริมาณของใบชานั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล โดยประมาณ ครึ่งช้อนชา ถึง 1 ช้อนชา สำหรับแก้ว และ 2-4 ช้อนชา สำหรับกา ชาใบดำนิยมดื่มคู่กับ นมหรือครีม หรือมะนาว และน้ำตาล



Black Tea













Black Tea with Milk









Black Tea with Lemon





การต้มน้ำสำหรับใบชาเขียว และชาสมุนไพร

น้ำที่ต้มสำหรับใบชาเขียว และชาสมุนไพร ต้องต้มไม่ให้น้ำเดือดจัด อุณหภูมิประมาณ 85- 95 องศา เมื่อเทน้ำร้อนลงในใบชาเขียว และชาสมุนไพรแล้ว จะทำให้ใบชาออกสีและรสที่นุ่มนวล ถ้าน้ำร้อนเกินไปจะทำให้ใบชาเสียรส และสีหมองไม่สวย ปริมาณของใบชานั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล โดยประมาณ ครึ่งช้อนชา ถึง 1 ช้อนชา สำหรับแก้ว และ 2-4 ช้อนชา สำหรับกา
ชาเขียว และชาสมุนไพร นิยมดื่มทั้งแบบใส่น้ำตาล และไม่ใส่น้ำตาล สามารถดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น



Dried flowers for herbal tea









Herbal Tea









Lemon Tea





Mint Tea





Green Tea





สามารถเข้าไปแอด Hamilton ได้ใน Facebook แล้วนะคะ
1. English Rose Lovers - เข้าร่วมกลุ่มโดยเข้าไปคลิก "Join"
2. English Tea Time - เข้าร่วมกลุ่มโดยเข้าไปคลิก "Join"
3. Cottage Rose Bakery - โดยเข้าไปคลิก "Like"














 

Create Date : 07 มีนาคม 2554    
Last Update : 19 มีนาคม 2555 2:16:35 น.
Counter : 4345 Pageviews.  

ประเภทของใบชาและชาอังกฤษ

อย่างแรกที่เป็นสิ่งสำคัญในการจัดเวลาน้ำชาคือ การทำความรู้จักกับใบชาชนิดต่างๆ เพื่อให้สามารถเลือกใบชาที่ตรงกับรสนิยมของตัวเรา หรือเลือกตามแบบฉบับของชาวอังกฤษดั้งเดิม

โดยหลักแล้วต้นกำเนิดของใบชามาจากทวีปเอเชีย ประเทศที่ส่งออกใบชามากที่สุดคือ จีน อินเดีย ศรีลังกา ตุรกี และ Kenya สายพันธุ์ ใบชาที่ปลูกคือ Tea plant (Camellia Sinensis) เป็นสายพันธุ์ใบชาโดยหลักที่ผลิต ชาดำ ชาเขียว ชาขาว และชา oolong

Tea plant (Camellia Sinensis)










ชาที่ชาวอังกฤษนิยมดื่มกันมากที่สุดคือ Black tea แบ่งเป็น 4 ชนิดดังนี้

1. English Breakfast Tea ชาใบดำที่มีสีเข้ม และรสเข้มข้น เหมาะสำหรับใส่นมและน้ำตาล

English Breakfast Tea (Whittard of Chelsea)




2. English Afternoon Tea ชาใบดำที่มีสีกลาง รสนุ่มนวล ให้ความสดชื่น

English Afternoon Tea (Ahmad Tea)



3. Earl Grey Tea ชาใบดำที่มีส่วนผสมของน้ำมันผล Bergamot และดอกไม้แห้ง เป็นชาที่ให้ความรื่นรม เพราะมีกลิ่นหอมสดชื่น

Earl Grey (Ahmad Tea)



4. Darjeeling Tea ใบชาที่มาจากประเทศอินเดีย เป็นชาดำที่มีสีอ่อนใส มีกลิ่นหอมคล้ายดอกไม้

Darjeeling (Twinings Tea)







ประเภทของชา

Blended Teas ชาที่มีหลากรส เข้ม กลาง และนุ่มนวล สามารถดื่มได้ทุกมื้อ เป็นชาที่ชนชั้นสูงนิยมดื่มตั้งแต่สมัยโบราณ จวบจนกระทั่งทุกวันนี้

Blend Tea (Harrods)



Ceylon Blend (Whittard of Chelsea)





Black Teas ชาดำมีต้นกำเนิดมาจากหลายประเทศ เป็นชาที่มีความหลากหลาย โดยการนำใบชาแต่ละชนิดมาผสมกัน หรือผสมกับผลไม้ ดอกไม้แห้ง จึงทำให้รส และกลิ่น หลากหลายแตกต่างกันไป

Vanilla Flavoured Black Tea (Twinings Tea)



Lemon Flavoured Black Tea (Whittard of Chelsea)





Fruits and Flavours ชาใบดำชนิดต่างๆที่นำมาผสมกับผลไม้แห้ง ดอกไม้แห้ง เครื่องเทศ และการอบแต่งกลิ่น ให้มีความหลากหลาย เช่นชากลิ่น Apple, lemon และ Vanilla หรือผสมผลไม้ ดอกไม้แห้ง เช่นชา Rosehips และ Strawberry

Black Tea with English Rose (Whittard of Chelsea)



Black Tea with Cinnamon, Apple and Raisin (Twinings Tea)





Herbal Tea ชาสมุนไพร เป็นชาที่ไม่มีส่วนผสมของใบชา แต่ชาชนิดนี้ทำจากใบสมุนไพรและดอกไม้ที่เป็นยา เหมาะกับผู้ที่รักษาสุขภาพ เช่นชา
ดอก Camomile ช่วยให้ครายเครียด นอนหลับ หรือชาดอก Lavender ที่ช่วยให้ผ่อนคลาย สดชื่น


Organic Camomile (Whittard of Chelsea)



Wild Cherry (Whittard of Chelsea)





Rooibos and Red Tea เป็นชาสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มากจาก South African นิยมดื่มในหมู่ของผู้หญิง เพราะมีกลิ่น รสที่หอมหวาน ช่วยในเรื่องสุขภาพ และการลดน้ำหนัก

Rooibos Red Bush (Twinings Tea)



Rooibos, Vanilla and Strawberry (Twinings Tea)





White Tea ใบชาขาว จริงแล้วเป็นชาชนิดเดียวกับ ชาใบดำ ชาเขียว และชา oolong แต่ขั้นตอนการผลิตนั้นแตกต่างกัน โดยที่ชาขาวจะเด็ดยอดอ่อนในเวลาเช้า และนำมาแตกแดดในเวลาที่สั้นกว่าชาชนิดอื่น

Pure White Tea (Twinings Tea)



White Tea with Cherry Blossom (Whittard of Chelsea)





Green Tea ชาเขียว มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนและญี่ปุ่น ที่นิยมดื่มกันมากว่าพันปี น้ำชามีสีเขียวใส ถึงน้ำตาลอ่อน กลิ่นเขียวอ่อน หรือกลิ่นผลไม้ มีคาเฟอีนต่ำ

Jasmine Green Tea (Twinings Tea)



Green Tea Peach (Whittard of Chelsea)







ยี่ห้อชาที่ชาวอังกฤษนิยมดื่ม

PG Tips





Typhoo





Twinnings of London





Whittard of Chelsea





Ahmad Tea





Harrods






สามารถเข้าไปแอด Hamilton ได้ใน Facebook แล้วนะคะ
1. English Rose Lovers - เข้าร่วมกลุ่มโดยเข้าไปคลิก "Join"
2. English Tea Time - เข้าร่วมกลุ่มโดยเข้าไปคลิก "Join"
3. Cottage Rose Bakery - โดยเข้าไปคลิก "Like"












 

Create Date : 07 มีนาคม 2554    
Last Update : 19 มีนาคม 2555 2:16:05 น.
Counter : 36644 Pageviews.  

ประวัติศาสตร์การดื่มชาในประเทศอังกฤษ

ประเทศอังกฤษในยุคสมัยของ Queen Elizabeth ที่ 1 (1533-1603) ได้มีการนำเข้าสิ้นค้าทางเรือจากทวีปเอเชีย และอินเดีย โดย British East India Company หรือ John Company (1600-1858) เริ่มแรกสิ้นค้าที่นำเข้าส่วนมากจะเป็นเครื่องเทศโดยหลัก และหลังจากนั้นได้เพิ่มสินค้านำเข้าเป็นจำพวก ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ดินประสิว และใบชา โดยของที่สั่งให้นำเข้ามาในแต่ละครั้ง จะขึ้อยู่กับความต้องการทางการเมือง และเหตุผลสำคัญในแต่ละกรณี นั่นทำให้ใบชา ไม่ได้นำเข้าอีกจนกระทั่งปี 1670

Queen Elizabeth I





หลังจากนั้น King Charles ที่สอง (1630-1685) ได้แต่งงานกับเจ้าหญิงชาวโปรตุกีส Catherine de Braganza โดยที่ประเทศโปรตุเกสได้นำของบรรณาการ เชื่อมความสัมพันธุ์ระหว่างสองประเทศเป็น เหรียญทอง สองล้านเหรียญ และให้ประเทศอังกฤษสามารถใช้ท่าเรือทั้งหมดของประเทศโปรตุเกส ที่มีอยู่ในทวีป Africa, Asia และAmericas และยังให้เมือง Tangier กับ Morocco (ในทวีป North Africa) และเมือง Bombay ในอินเดีย เป็นของกำนัล นั่นทำประเทศอังกฤษสามารถนำเข้าใบชาอย่างถูกต้องนับตั้งแต่ช่วงปี 1670 เป็นต้นมา ผู้ที่ริเริ่มนำวัฒธรรมการดื่มน้ำชามาสู่ประเทศอังกฤษคือ King Charles ที่สอง และ Queen Catherine de Braganza โดยทั้งคู่ หลงใหลการดื่มน้ำชาเป็นอย่างมาก จึงสั่งนำเข้าใบชาชั้นดี จากหลายประเทศมาสู่วังหลวง เริ่มแรกการดื่มน้ำชาเป็นที่นิยมกันมากในเฉพาะราชวงค์ ต่อมาขุนนาง และพวกผู้ดีที่มีฐานะร่ำรวย ได้เริ่มทำตามแบบอย่าง จนการดื่มน้ำชาเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในหมู่ชนชั้นสูง ทำให้ประเทศอังกฤษได้มีการเปลี่ยนเครื่องดื่มประจำชาติ โดยแต่ก่อนเป็น Ale (เหล้าเครื่องดื่มประเภท Beer) มาเป็นน้ำชาจนถึงทุกวันนี้
ศิลปะการดื่มชาของชนชั้นสูง จะใช้กาน้ำชา ที่ทำจากเงินแท้ และเสริฟด้วยถ้วย จาน Porcelain อย่างดีจากเมืองจีน ทานร่วมกับของว่างชิ้นเล็กๆ




King Charles II






Catherine de Braganza





Afternoon tea เริ่มในสมัยของ Queen Victoria (1819-1901) เมื่อนางสนองพระโอษฐ์ Anna Maria Stanhope (Duchess of Bedford) ได้คิดจัดเวลาน้ำชาในช่วงบ่าย ก่อนอาหารมื้อค่ำ ครั้งแรก Duchess of Bedford ส่งการ์ดเชิญเพื่อน มาร่วมรับประทานน้ำชายามบ่าย ที่ Belvoir Castle โดยให้คนงานจัดชุดของว่าง และน้ำชา เสริฟกับ แซนวิชชิ้นเล็ก เค้กขนาดเล็ก ขนมปัง scones และ pastries จากนั้นเมื่อ Duchess of Bedford ได้กลับไปที่ London เธอก็ยังคงจัดงานเลี้ยงน้ำชายามบ่าย และส่งการ์ดเชิญไปให้เพื่อนมาร่วมงานอยู่เป็นประจำ ในช่วงยุคนั้นงานเลี้ยงน้ำชายามบ่ายของ Duchess of Bedford เป็นที่นิยมกันมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน ที่จัดกันในสวน เดินชื่นชมดอกไม้ และดื่มด่ำกับน้ำชายามบ่าย ต่อมาไม่นาน(ช่วงปี 1840) การดื่มน้ำชายามบ่าย เริ่มเป็นที่รู้จักและนิยมกันมากในหมู่ของขุนนาง ชนชั้นสูง และพวกผู้ดีที่มีฐานะร่ำรวย สืบต่อกันจนเป็นวัฒธรรมของชาวอังกฤษจวบจนทุกวันนี้
Afternoon tea ในยุคแรก จัดเวลาบ่าย 4-5 โมง ส่วนในยุคสมัยใหม่ จัดเวลาบ่าย 3-4 โมง




High tea เริ่มในช่วงกลางของยุค Victorian หรือเรียกกันว่า Meal or Meat Tea โดยสังคมการดื่มน้ำชาแบบ Meal or Meat Tea จะอยู่ในกลุ่มครอบครัวคนใช้แรงงาน ที่ทำงานหนักมาทั้งวัน การดื่มน้ำชาแบบ Meal Tea จะมีในช่วงอาหารเย็น หรืออาหารมื้อค่ำ โดยจะทานน้ำชา ร่วมกับอาหารมื้อหลัก ทั้งคาวและหวาน เช่น ไก่อบ แฮม เนย ผักดอง ชีส ขนมปัง พาย และเค้ก ซึ่งในช่วงยุคนั้นจะแบ่งการเสริฟชา เป็น 2 ประเภท คือ High และ Low ที่เรียกแบบนี้ เพราะความหมายจากความสูง ต่ำของโต๊ะที่ใช้จัด (Low Tea Table) และ (High, Dining Table)

การดื่มน้ำชาแบบ Low Tea (Low Tea Table) จะมีในกลุ่มเฉพาะพวกชนชั้นสูง และคนร่ำรวย (Low Tea หมายถึงโต๊ะทรงต่ำ ที่นิยมใช้จัดเวลาน้ำชาแบบ Afternoon tea) ส่วนการดื่มน้ำชาแบบ High tea (High, Dining Table) จะมีในกลุ่มเฉพาะพวกคนใช้แรงงาน (High, Dining Table) จะจัดอยู่ในโต๊ะทรงสูง จึงเป็นที่มาของคำว่า High tea
High tea จัดในเวลา 6โมงเย็น ถึงเวลา 1 ทุ่ม




Queen Victoria





สามารถเข้าไปแอด Hamilton ได้ใน Facebook แล้วนะคะ
1. English Rose Lovers - เข้าร่วมกลุ่มโดยเข้าไปคลิก "Join"
2. English Tea Time - เข้าร่วมกลุ่มโดยเข้าไปคลิก "Join"
3. Cottage Rose Bakery - โดยเข้าไปคลิก "Like"













 

Create Date : 03 มีนาคม 2554    
Last Update : 19 มีนาคม 2555 2:15:48 น.
Counter : 2793 Pageviews.  

High Tea เวลาน้ำชาชั้นสูง หรือเวลาน้ำชามื้อค่ำของชาวอังกฤษ

ในสมัยเก่า High Tea (Meal or Meat Tea) เป็นเวลาน้ำชาของชนชั้นแรงงาน ที่ดื่มน้ำชา ร่วมกับอาหารมื้อค่ำ โดยต้นตำหรับอาหาร Meal or Meat Tea ของคนในยุคนั้นจะดื่มชาร่วมกับของคาวและของหวาน เช่น ไก่อบ เนื้ออบ ขนมปัง เนย ชีส พาย ของเย็นต่างๆ เค้ก และผลไม้

รูปแบบการจัดอาหาร High Tea (Meal or Meat Tea) ในสมัยเก่า

Cold Meat








Cheese & Fruit







Pate







Preserve Vegetables










Roast Meat
















Pie & Quiche

















Bread










Cake & Tea Cake











ในสมัยใหม่เมื่อความเป็นอยู่เปลี่ยนไป High Tea จึงเปลี่ยนเป็นเวลาน้ำชาชั้นสูง หรือเวลาน้ำชาที่เป็นทางการ จัดขึ้นเพื่องานเลี้ยงในโอกาสสำคัญต่างๆ ทั้งนี้อาหารที่ทานร่วมกับน้ำชา จึงปรับเปลี่ยนให้เป็นอาหารชั้นดี มีรูปทรงที่สวยงามมากขึ้น ชนิดชาที่นิยมนำมาดื่มก็มี Earl Grey Tea, Darjeeling Tea หรือชาจำพวก Blended Teas
High Tea เวลาน้ำชาชั้นสูงของชาวอังกฤษ จะจัดในเวลา 6 โมงถึง 1 ทุ่ม


รูปแบบการจัดเลี้ยง High Tea ในยุคสมัยใหม่








Sandwich





Pie & Quiche








Variety of Pate





Variety of Pastries





Cake & Tart

















สามารถเข้าไปแอด Hamilton ได้ใน Facebook แล้วนะคะ
1. English Rose Lovers - เข้าร่วมกลุ่มโดยเข้าไปคลิก "Join"
2. English Tea Time - เข้าร่วมกลุ่มโดยเข้าไปคลิก "Join"
3. Cottage Rose Bakery - โดยเข้าไปคลิก "Like"













 

Create Date : 28 ตุลาคม 2553    
Last Update : 19 มีนาคม 2555 2:15:31 น.
Counter : 1999 Pageviews.  

1  2  

Hamilton
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 126 คน [?]




Artist & Designer
New Comments
Friends' blogs
[Add Hamilton's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.