row-row-row your boat,life is but a dream.

คุโรซากิ สมาคมรับส่งศพ(ไม)่จำกัด



ล่าสุดเพิ่งคลอดเล่ม 4 ออกมา หลังจากรอมาเกือบครึ่งเดือน
การ์ตูนกึ่งไสยศาตร์กึ่งผจญภัย ปนตื่นเต้นแนว thriller ที่โชว์ฝีมือกราฟิคสุดเท่ไว้บนหน้าปก
ต้องยกเครดิตให้อิลลัสเตรเตอร์ชื่อเหมือนขนมปัง Housui Yamazaki
เมื่อบวกกับเรื่องราวโลดโผนร่วมสมัยของ Eiji Dtsuka จึงเป็นส่วนผสมที่สนุกจนวางไม่ลง
ตอนล่าสุดที่เล่าถึงตุ๊กตาล้มลุกสาวญี่ปุ่นในหมู่บ้านเล็กๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่
โหย..สยองโคตร
ชวนให้นึกถึงหนังเรื่องล่าที่ดู Hostel(2)แหวะพอกัน เพียงแต่การ์ตูนมีการนำเสนอที่สะอาดตากว่าเท่านั้น
หลังๆ อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นแนวนี้เยอะอยู่
ทำให้นึกๆ เอาเองว่า ไอ้ความสร้างสรรค์แบบไร้เบรคทำนองนี้มันก็ดีอยู่หรอกนะในความเป็นงานศิลปะ
แต่มันก็สะท้อนถึงความเครียดและความโหดของผู้คนได้อีกเหมือนกัน
เป็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจทีเดียว




 

Create Date : 17 ธันวาคม 2550    
Last Update : 17 ธันวาคม 2550 13:51:25 น.
Counter : 135 Pageviews.  

แด่ความงี่เง่าอันเป็นนิรันดร์



ในที่สุดก็สำเร็จโทษ "เพียงเรามีกัน แค่นั้นพอ"(Ensemble, c'est tout)ถึงหน้าสุดท้ายเสียที หลังจากวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงมาร่วมเดือน
ความหนาของหนังสือเล่มนี้ ทำให้ท้อตั้งแต่แรกเห็น นี่ถ้านักเขียนไม่ใช่ Anna Galvada เจ้าเก่า ที่เคยติดใจมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นของเธอก่อนหน้านี้(อยากมีใครซักคน รอฉันอยู่ที่ไหนซักแห่ง)คงจะถอดใจไปตั้งแต่แรกแล้ว

อีกอย่างดีไซน์หน้าปกที่เรียบแต่เจ๋งเวอร์ชั่นภาษาไทยของสำนักพิมพ์วงกลม ทำให้หนังสือมีเสน่ห์ขึ้นอีกโข
พอเปิดเข้าไปก็เห็นคำโปรยที่จิ๊ดใจอย่างแรง บอกว่า
"สิ่งที่ทำให้คนเราอยู่ด้วยกันไม่ได้คือความงี่เง่า ไม่ใช่ความแตกต่าง"
โหย..เห็นด้วยคร้าบพี่น้อง ผมจะซื้อไปอ่านเดี๋ยวนี้ล่ะคร้าบ

นักเขียนสาวใหญ่คนนี้ เธอมีเสน่ห์จริงๆ จังๆ เลยแหละ กาลวาดาคนนี้เธอคุมตัวหนังสืือซะอยู่หมัด เล่นกันมัน กั๊กเอาไว้แล้วค่อยๆ ปล่อยออกมา รู้จักตัวละครของตัวเองอย่างถ่องแท้ และเล่าถึงพวกเขาอย่างเยาะเย้ยแกมเอ็นดู ปล่อยให้คนอ่านอย่างฉันอ่านไปเพลินๆ แล้วน้ำตาก็ไหลไม่รู้ตัว(บังเิอิญว่าฉันเป็นนักอ่านเชื่องๆ คนหนึ่ง ที่ชอบจังกับเรื่องราวของคนตัวเล็กๆ พวกชายขอบ แล้วก็คนแ่ก่)
กาวาลดาเธอจับเอาชีวิตพิลึกกึกกือของคนสี่คนที่ต่างกันสุดขั้ว นำพาพวกเขามาผูกพันกันด้วยชะตากรรมพื้นๆ
จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องรักในเมืองใหญ่อีกเรื่องหนึ่งเท่านั้นแหละ
แต่มันไม่ธรรมดาที่ภาษาของเธอ
ที่มุมมองของเธอ และั"วิธี" เล่าของเธอ ที่ทำให้ตัุวละครทั้งสี่โลดเต้นไปตามความบ้าของแต่ละคน
จนน้ำหนักของความโรแมนติกแบบหนุ่มสาว แทบจะกลายเป็นพล็อตรอง

อาจจะเป็นเพราะฉันอ่านเรื่องสั้นของเธอมาก่อน และติดใจนักหนากับบางเรื่องในนั้น
ความยาวของเล่มนี้จึงทำให้วิจารณญาณของฉันสั่นไหว และท้อระหว่างทางอยู่หลายรอบ
เหมือนกาวาลดาเองก็คงเหนื่อยไม่น้อย
นิยายเล่มนี้จึงแพรวพราวมากมายอีตอนครึ่งแรก และแผ่วๆ เนือยๆ ในช่วงครึ่งหลัก
(นี่เป็นความเห็นของฉันเท่านั้น)

นิยายเรื่องนี้คงจะดังมากทีเดียวในภาคพื้นยุโรปและส่วนอื่นๆ ของโลก เพราะมันกลายเป็นหนังไปซะละ
ได้แม่สาว Audrey Tautou หน้าเป็นคนนั้นมาเล่นเป็นตัวเอกซะด้วย
ผู้กำกับจะทำยังไงกับส่วนที่เป็น "บุคลิก" ของกาวาลดานะ ฉันว่ายากเอาการ
แต่เขาอาจจะคิดว่า แค่สาวเอมิลี่คนเดียวก็เอาอยู่แล้ว..ก็ได้

อ้อ..อธิชา มัญชุนากร นักแปลที่จองงานของกาวาลดามาสองเล่มแล้ว(เท่าที่ฉันได้อ่าน) เธอทำได้ดีทีเดียวแหละ กลมกล่อมไม่ขาดไม่เกิน
คู่บุญกันจริงๆ สองคนนี่
จะรออ่านเล่มใหม่ๆ ของทั้งคู่ด้วยใจระทึก




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2550    
Last Update : 29 ตุลาคม 2550 15:30:49 น.
Counter : 81 Pageviews.  

จดหมายถึงเมา



มีหนังสือของคุณมกุฎ อรดี อยู่สองสามเล่น และชอบทุกเล่ม
ไล่ตามความใหม่คือ ปีกนางฟ้า , เพลงนกเหยี่ยว และ จดหมายถึงเมา
เล่มหลังนั้น คุณมกุฏคงเขียนราวๆ พ.ศ. 2514-2516 ในยุคที่ประชาธิปไตยและกระบวนการเคลื่อนไหวของนักศึกษากำลังเบ่งบานเต็มที่
หนังสือปกสีแดงแช้ดเล่มนี้บางนิดเดียว
เขียนในรูปแบบจดหมาย ที่เนื้อความนั้นบอกเล่าถึงอุดมการณ์ของคนหนุ่มสาวในยุคนั้นอย่างชัดเจน
มันดูอินโนเซนต์ ซื่อๆ แต่ก็น่าอิจฉาจริงๆ ที่ได้ "เชื่อ" ในบางสิ่งบางอย่างถึงเพียงนั้น

จาก พ.ศ. แห่งการแสวงหา และความบริสุทธ์จริงใจของคนหนุ่มสาวในยุคนั้น
จนถึง พ.ศ. แห่งความสับสนของหนุ่มสาวในวันนี้
ฉันคิดถึงคนหนุ่มอย่างเมา
ถ้าเขามีตัวตนและยังติดตามความเคลื่อนไหวของเพื่อนพ้องในวันที่ 14 ตุลา 2516
ถ้าเขารู้ว่าคนเหล่านั้นได้ "กลายเป็น" อะไรอยู่ในแวดวงการเมือง
เมาจะว่าอย่างไร?

หวังว่าเขาจะเป็นเพียงตัวละคร ในหนังสือของมกุฎ อรดี
และไม่ต้องรับรู้อะไรเกี่ยวกับความจริงที่เป็นไป ในวันที่ 14 ตุลาคม 2550
ขอให้เขางดงามอยู่ตรงนั้น ให้ได้รำลึกถึงด้วยความศรัทธา




 

Create Date : 14 ตุลาคม 2550    
Last Update : 14 ตุลาคม 2550 15:24:06 น.
Counter : 155 Pageviews.  

การ์ตูนผู้หญิง



การ์ตูนญี่ปุ่นเหมือนขนมหวานที่กินอร่อยไม่มีวันเบื่อ
ทั้งๆ ที่พล็อตมันก็ร้อยเนื้อทำนองเดียว นางเอกเป็นสาวโก๊ะๆ ไปหลงรักรุ่นพี่ชมรมบาสฯ แล้วกว่าจะรักกันได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ แต่ในที่สุดเขาก็หันมามองเราซะที (เฮ้อ..ลุ้นจนเหนื่อย)
หรือปมริษยาอาฆาตระหว่างผู้หญิงด้วยกัน เอาเทพนิยายคลาสสิคมาเปลี่ยนตอนจบได้ประมาณหมื่นตอน เช่น สโนว์ไวท์ที่ร้ายกาจสุดๆ ฆ่าทุกคนที่ขวางหน้า แถมยังได้แอ้มเจ้าชายในตอนจบอีก เก่งโคตรๆ
หรือเบื้องหลังชีวิตของพี่สาวสองคนของซินเดอเรลลาที่ออกมาแฉความดัดจริตของนางซินซะงั้น
ครีเอทจริงๆ
พอมายุคหลังยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ เริ่มมีการเล่นกับชีวิตของสาว OL (Office Lady) ด้วยเลิฟสตอรี่แบบต่างๆ สาวญี่ปุ่นนี่เอาเข้าจริงๆ กล้าหาญชาญชัยกว่าที่คิดเยอะมาก ประมาณว่าหน้าใสๆ แต่ก้นไวเป็นบ้า อาโหน่เนะ...แต่ไม่ใส่กุงเกงลิง 555+
ไหนจะการ์ตูนฮาๆ แบบ "คุณหนูเรโกะ" หรือ "คันนะจัง" ที่เสียดสีชีวิตผู้หญิงยุคใหม่ได้ดีจนแทบจะเทียบชั้นวรรณกรรมแนวโป๊ดโมเดิร์นได้สบายๆ

การ์ตูนผู้หญิงไม่ค่อยมีฉากโป๊(แต่หลังๆ ก็เริ่มหนักข้อขึ้นเหมือนกัน)
เวลา xxx กัน จะโชว์ให้เห็นแต่มือขยุ้มฟ้าปูเตียง พร้อมกับกลีบกุหลาบโปรยเต็มหน้ากระดาษ
ดูเมื่อไหร่ก็ฮาทุกที
มีคตินิยมเก่าๆ และทัศนคติแบบที่พวกเฟมินิสต์จะต้องเบือนหน้าหนี
แต่ฉันชอบว่ะ
สนุกดี




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2550    
Last Update : 6 ตุลาคม 2550 12:11:27 น.
Counter : 97 Pageviews.  

ปีแห่งความคิดสุดวิเศษ



เมื่อวานเพิ่งคุยกับเพื่อนเกี่ยวกับความแก่เฒ่า โรคร้ายที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น แล้วก็สัญญาขำๆ ที่บอกว่าต่างฝ่ายต่างจะช่วยฆ่าอีกคนให้ตาย ถ้าหากเราเป็นโรคร้ายแรงจนต้องนอนเป็นผักหมดสภาพอยู่บนเตียง
มันก็แค่ความคิดของคนเพี้ยนๆ สองคน
..................................
อ่าน "ปีแห่งความคิดสุดวิเศษ" ฉบับแปลของสำนักพิมพ์มติชนมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว
แต่เพิ่งจะมาคิดถึงหนังสือเล่มนี้ หลังจบบทสนทนากับเพื่อน
Joan Didion เขียนเรื่องราวนี้จากชีวิตจริงของเธอ
ในวันวัยที่เปลี่ยวเหงาที่สุดของชีวิตมนุษย์ ช่วงเวลาที่น่าจะได้แก่เฒ่าไปพร้อมๆ กับคนที่เรารัก บทสนทนาอันคุ้นเคย และสิ่งละอันพันละน้อยที่ควรจะได้รำลึกถึงไปด้วยกัน
แต่เรื่องราวไม่ได้จบลงแบบนั้น
เมื่ออีกฝ่ายลับล่วงไปอย่างปัจจุบันทันด่วน ไม่มีแม้คำอำลา
ที่นั่งฝั่งตรงข้ามที่เคยคุ้น อยู่ๆ ก็เริดร้างไออุ่นไป..เหมือนฝันร้ายที่กลายเป็นจริง
ซ้ำร้ายลูกสาวเพียงคนเดียวก็ตามพ่อไปในปีเดียวกันนั้นเอง

Didion เขียนถึงเรื่องนี้อย่างที่ผู้หญิงฉลาดๆ คนหนึ่ง จะเขียนถึงเคราะห์ร้ายของตัวเอง
ไม่ฟูมฟาย ไม่ตัดพ้อ ไม่แต่งเติมให้ตัวเองดูน่าสงสารมากไปกว่าที่เป็น
แต่เรากลับรู้สึกถึงความเศร้า ที่อบอวลอยู่ตั้งแต่บรรทัดแรก จนหน้าสุดท้ายที่ปิดหนังสือลง

ต้องใช้ความกล้าหาญมากเท่าไหร่หนอ ในการเกิดมาเป็นมนุษย์
และยิ่งต้องใช้ความกล้าอีกมากเท่าใด ในการสร้างความรักและความผูกพัน
.........




 

Create Date : 22 กันยายน 2550    
Last Update : 22 กันยายน 2550 13:13:50 น.
Counter : 130 Pageviews.  

1  2  3  

หนำใจ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add หนำใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.