row-row-row your boat,life is but a dream.

ใต้เงื้อมมือของความสมบูรณ์แบบ



โลกแห่งความสมบูรณ์แบบมีอยู่จริงรึเปล่าไม่รู้
เช่นเดียวกับรูปแบบชีวิตที่สมบูรณ์แบบเหมือนทองคำ 99.99% เหลือไว้ให้ข้อบกพร่อง 0.01 แค่นั้น
ใครเชื่อก็บ้าแล้ว
ไม่อีกที คนที่เชื่อว่าชีวิตแบบนี้มีอยุ่จริงคงมีอยู่สองประเภท ไม่บ้าก็หลงตัวเองขนาดหนัก
แต่โลกนี้กลับมีคนบ้ากับคนหลงตัวเองเยอะกว่าที่คิด!!

คนประเภทนี้ถ้าสังเกตอยู่ไกลๆ ก็ขำดี
ถ้าเป็นเพื่อนก็คงจะเตือน เฮ้ย..เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกนะเฟ้ย
ถ้าเป็นแฟน ไม่แน่อาจพิจารณาเลิกคบ
เป็นน้องเป็นนุ่งจะจับตีก้นซะให้เข็ด โทษฐานดื้อผิดเรื่อง

แต่แย่หน่อยถ้าคนประเภทนี้กลายเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ หรือผู้มีอำนาจในบ้านเมือง
เด็กที่โตมากับพ่อแม่ที่หวังความสมบูรณ์แบบเป็นที่ตั้งมีอยู่สองแบบ
ไม่บ้าไปเลยก็หลอกตัวเอง
แถมพกด้วยโรคเครียดที่ยาขนานไหนก็แก้ไม่มีวันหาย

ปีใหม่ใกล้จะมาแล้ว
ขอให้พ่อแม่ในขณะนี้ พ่อแม่ในอดีต และพ่อแม่ในอนาคต
หวังให้ลูกเป็นคนแจ่มใส มีความสุขกับการเป็นตัวเอง
มากกว่าอยากเห็นลูกเป็นคนเก่ง ดี สวย หรือวิเศษในรูปแบบของความสมบูรณ์แบบ
อย่า..อีกเลย
เพื่อเห็นแก่โรงพบาบาลบ้าที่ไหนก็ได้บนดาวเคราะห์ดวงนี้





 

Create Date : 22 ธันวาคม 2550    
Last Update : 22 ธันวาคม 2550 21:02:01 น.
Counter : 78 Pageviews.  

อาจเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์



หลังจากใช้ชีวิตแบบเบื่อๆ อยากๆ มาหลายปี
พร้อมๆ กับแอบสังเกตการณ์เพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ ไปพลางๆ ทำให้ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจบางอย่าง
ซึ่งอาจจะผิดก็ได้นะ
เราคิดว่างี้..
คนเราต่างกันได้เพราะเหตุผลหลายอย่าง เช่น ชาติกำเนิด การเลี้ยงดู สรีระ ฯลฯ อันนี้มันเห็นกันชัดๆ
แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยกำหนดความแตกต่างที่น่าสนใจที่สุด(ในความคิดของเรา)
คือความคิดสร้างสรรค์
ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสร้างสรรค์แบบอาร์ตติสท์สุดเซอร์ หรือนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง อะไรเทือกนั้นนะ แต่หมายถึงความสร้างสรรค์ในการใช้ชีวิตน่ะ
คนธรรมดาๆ อย่างเราๆ ท่านๆ นี่แหละ ที่อาจจะมีวิถีชีวิตต่างกันสุดขั้ว เพียงแค่เราคิดให้สร้างสรรค์ได้ต่างกัน
อ๊ะๆ อย่าเพิ่งคิดว่ากำลังลากเข้าหัวข้อ"อัจฉริยะสร้างได้" หรือการสร้างเซลสมองไปนู้นเลยนะ
แต่เราหมายถึงมุมมองต่างๆ ในชีวิต รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้แต่ละวันของคนเราต่างกัน และเมื่อแต่ละวันในชีวิตต่างกัน สะสมรวมแล้วจึงทำให้"วิถี" โดยรวมต่างกัน

เอาง่ายๆ เช่น ชีวิตของข้าพเจ้านี่แหละ
เราเคยคิด(เอาเอง)ว่าตูนี้แหม..ช่างแนวซะเหลือเกิ๊น สร้างสรรค์ไม่เป็นรองใคร
พยายามกบฎขวางโลกต่างๆ นานา แต่งตัวให้มันประหลาดๆ พูดคำประชดคำไฟแล่บ
ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น "เปลือก" ของความคิดสร้างสรรค์ทั้งสิ้น
ในขณะที่แก่นจริงๆ ของการใช้ชีวิตกลับ conservative สุดๆ
แล้วผลลัพธ์เป็นยังไง
เราก็ลงเอยกับชีวิตในกรอบเซ็งๆ แล้วได้แต่มองชาวบ้านที่เค้าสร้างสรรค์กว่าตาปริบๆ
ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าระหว่างคนที่สร้างสรรค์กับคนที่สร้างสรรค์น้อยกว่า ใครจะเจ๋งกว่ากัน
อันนั้นไม่ใช่ประเด็นนะ
แต่เรากะลังจะบอกว่า คนที่สร้างสรรค์กว่าจะมีชีวิตที่เปี่ยมสีสันและ"คุ้ม" กว่า
สำหรับเรามันน่าอิจฉา
ยิ่งพูดยิ่งวกวน คนไม่สร้างสรรค์ก็แบบเนี้ยแหละ
เฮ้อ
ถ้ายกตัวอย่างให้เป็นรูปธรรมได้ จะรีบมาอัพใหม่โดยด่วน
.................................




 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2550 15:21:57 น.
Counter : 139 Pageviews.  

คนแก่และคนบ้าในละแวกบ้าน



มีเหตุให้ต้องแวะเวียนไปยังที่ทำการเขตแถวบ้าน เขตที่สมัยอยู่บ้านนอกเรียกว่าอำเภอนั่นแหละ
เพิ่งจะรู้ว่าเดี๋ยวนี้เขามีจุดรวมบริการครบวงจรที่เรียกว่า One stop service มีบัตรคงบัตรคิวอย่างเก๋
น้องตุ๊ดตู่ที่แต่งหน้าอย่างเด้งทำหน้าที่บริการลูกค้าอยู่ด้านหน้าถามไถ่ว่าฉันมาทำธุระอะไร
"มีคนแก่แถวบ้านไม่มีใครดูแลค่ะ แกเลอะๆ เลือนๆ แล้วก็น่ากลัวจะถูกรถชนเข้าซักวัน โทรไปทางร่วมด้วยช่วยกันแล้ว เค้าก็บอกให้มาติดต่อกับเขตที่ลุงแกอยู่ เผื่อจะช่วยเหลืออะไรได้" เราพูดแบบเนื้อๆ เข้าประเด็น กลัวน้องจะหงุดหงิด
น้องขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ประมาณว่านังเจ๊คนนี้มาผิดงานรึเปล่า
"สงสัยต้องไปติดต่อที่โรงพยาบาลแล้วล่ะ เค้าจะมีฝ่ายสังคมสงเคราะห์"
"แต่ว่าทางศูนย์ที่ร่วมด้วยช่วยกันเค้าแนะนำมาว่าทางเขตอาจช่วยเหลือในรูปของเงินแต่ละเดือนได้" เรายังกัดไม่ปล่อย
ก่อนที่น้องตุ๊ดตู่จะเอื้อนวจีตอบโต้อะไรต่อไป พลันมีพลเมืองดีที่ยืนข้างๆ พูดขึ้นมาลอยๆ ว่า "ขึ้นไปชั้นสี่ตึกฝั่งโน้นสิ เขาดูแลเรื่องนี้โดยตรง"
รอดฝีปากและสายตาเชือดเฉือนของคนสวยมาอย่างหวุดหวิด เรารีบหอบกับข้าวที่ซื้อติดมือมาเดินตัวปลิวออกไปทันที
เดินหอบแฮ่กๆ ไปถึงชั้นสี่ที่ว่า ถึงเห็นว่ามีแผนกดูแลคนแก่ เด็ก และผู้หญิงในชุมชน อยู่จริงๆ เราเลยเล่าให้เจ้าหน้าที่ผู้ชายคนนั้นฟังอีกรอบ พร้อมกับให้ชื่อและที่อยู่ของลุงแกไป(พี่สาวไปสืบหามาให้) น้องหนวด(เจ้าหน้าที่คนนี้ไว้หนวด ยังหนุ่มอยู่) ฟังอย่างตั้งใจก่อนจะให้ความเห็นว่า
"คือถ้าจะช่วยลุงแกให้ไปอยู่สถานสงเคราะห์ ต้องให้ลุงแกยินยอมด้วยนะครับ"
"แต่แกโดนรถชน ตอนนี้ก็เลอะๆ เลือนๆ แล้วนะคะ ตอบโต้ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว ตอนนี้ที่บ้านเช่าที่แกอยู่ก็อยากให้แกออกไปเต็มที ในกรณีแบบนี้เจ้าหน้าที่น่าจะพาตัวแกไปได้หรือเปล่า เพราะสภาพแกตอนนี้ก็ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ตาเสียข้างนึง ขาเสียข้างนึง"
การสนทนาถูกขัดจังหวะด้วยการมาถึงของเจ้าหน้าที่สาวอวบอีกคน พอวางของบนโต๊ะเสร็จน้องหนวดก็หันไปปรึกษาด้วยท่าทางจริงจัง
"อ๋อ ลุงอุทัย เคสพี่เอง ตอนนี้ก็ช่วยแกอยู่เดือนละ 500"
"เหรอคะ ไม่ทราบเรื่องเลย เพราะป้าแถวบ้านบอกว่าแกไม่มีใครดูแลเลย"
"ช่วยอยู่ค่ะ ให้ลุงหิ่นหัวหน้าชุมชนเป็นคนรับเงินตรงนี้แล้วก็เอาไปให้แก"
"......เหรอคะ แต่ตอนนี้แกเหมือนป่วยๆ แล้วก็หลงๆ แล้วนะ ไม่มีใครดูแล"
"คงช่วยได้เท่านี้ล่ะค่ะ"
"..........."
"ค่ะ งั้นก็ขอบคุณค่ะที่ให้ข้อมูล"

เดือนละ 500 บาท แค่ค่าเช่าบ้านก็คงหมดตูดแล้วล่ะ ความคิดชั่วๆ พลันแล่นปรู๊ดปร๊าด แล้วเงินจะไปถึงแกจริงรึเปล่าหว่า แล้วถ้าแกเดินๆ งงๆ อยู่แล้วรถชนอีกรอบ ทีนี้จะทำยังไง แล้วถ้าแกไปยืนฉี่กลางตลาดเหมือนวันนั้นอีกก็ช่างแกเถอะใช่มั้ย..แล้ว.....
พวกนักการเมืองที่หาเสียงอยู่ตอนนี้ จะรู้เรื่องพวกนี้มั่งรึเปล่านะ
แล้วศูนย์ช่วยเหลือจากภาครัฐจะครอบคลุมคนเหล่านี้ได้มากน้อยแค่ไหนนะ
แล้วคนแก่ คนจน คนบ้า ที่มากขึ้นทุกทีตามละแวกบ้านต่างๆ พวกเขาอยู่ร่วมสังคมกับเรารึเปล่านะ หรือว่าไม่ต่างจากหมาข้างถนน
แล้ว.....
เฮ้อ..แล้วมึงเป็นใครวะ คิดจะมาแก้ไขเรื่องพวกนี้
หากินงกๆ ทุกวันนี้ยังไม่ค่อยจะพอกินเลย
แล้วถ้าทุกคนคิดแบบนี้ ต่อไปสังคมมันจะมีสภาพเป็นยังไงนะ
................




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2550 15:02:50 น.
Counter : 1049 Pageviews.  

จงอย่าสอนในสิ่งที่เจ้าไม่เชื่อ




สมอง : ทำอะไรอยู่เนี่ย เชื่อเหรอว่าเวลาสามสี่ปีในสถาบันจะเปลี่ยนให้คนธรรมดากลายเป็น "บัณฑิตย์" ได้ อย่าหลอกตัวเองไปหน่อยเลยน่า
ปากท้อง : แหม..น้อยๆ หน่อย กระแดะมากไปรึเปล่าเรา ตัวเองก็ผ่านระบบนี้มาเหมือนกันไม่ใช่รึ ถึงได้ลืมตาอ้าปากอยู่ถึงทุกวันนี้ไง
สมอง : ตรงนั้นน่ะไม่เถียงหรอก ยังกะมีทางเลือกนักหนานี่ ลูกชาวบ้านอย่างเรามันจะไปป่ายปีนทางไหนได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่ทางนี้ แต่ถึงวันนี้ก็น่าจะเป็นอิสระซะทีนะ จะต้องกลับเข้ามาสู่วงจรเดิมๆ ที่เกลียดนักหนาทำไม
ปากท้อง : ไม่เห็นมันจะต่างกันตรงไหนเลย สถาบันการศึกษา , สถาบันนักเขียน , สถาบันเซลแมน , สถาบัน NGO มันก็ระบบทุนทั้งนั้น แน่จริงก็ออกไปทำไร่ดิ ดีแต่พูด
สมอง เออ..ก็ดีเหมือนกันนะ กำลังฮิตอยู่พอดีด้วย เศรษฐกิจพอเพียง อินเทรนด์โดยไม่ได้ตั้งใจ
ปากท้อง : ทำไหวเหรอเราน่ะ ดีไม่ดีไปเจอสังคมบ้านนอกแคบๆ ที่ระบบทุนกินจนมิดหัวมิดหาง มันจะยิ่งแย่หนักกว่าเดิมนะ
สมอง : มันต้องมีทางที่ไม่สุดโต่งขนาดนั้นอยู่มั่งแหละ แต่ยังไงๆ ตอนนี้ก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าระบบมันสร้างเด็กยังไงออกไป จะทนหลอกตัวเองไปได้ซักกี่น้ำเชียว จะเหน็ดเหนื่อยเกินไปนะ ต้องมานั่งเถียงกันแบบนี้
ปากท้อง : ใครอยากเถียงด้วยล่ะ เลิกๆ คิดซะทีเถอะ แล้วอย่าทำบ้าๆ อีกล่ะ ลำบากแค่ไหนก็รู้อยู่ ปล่อยให้คนมีตังค์เหลือกินเหลือใช้เค้ามีความฝันไปเถอะ เรื่องนี้มันไม่หมาะกับเอ็งหรอก
สมอง : มันคงไม่จนไปกว่านี้อีกแล้วนะ แล้วทำแบบนี้น่ะยิ่งรู้สึกว่า "จน" ติดดินเลย
ขมขื่นน่ะ มันก็แย่พอๆ กับหิวข้าวนั่นแหละ
ปากท้อง : น่ารำคาญ แน่จริงก็ลองคิดอะไรดีๆ มาซักอย่างสิ พร่ำเพ้ออยู่ได้ ทำตัวเหมือนพวกนักการเมืองเข้าไปทุกทีแล้วนะเราน่ะ
สมอง : เอ่อ.....................




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2550    
Last Update : 27 ตุลาคม 2550 15:34:19 น.
Counter : 72 Pageviews.  

Depression



ิอิทธิพลของพายุเขตร้อนดีเปรสชั่น (depression) ทำให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองหมอกที่มีฝนพร่างพรำมาสองวันแล้ว
วันที่ไม่มีแสงแดด และเสียงเปาะแปะเบาๆ ของสายฝน
ทำให้เกิดดีเปรสชั่นในหัวจิตหัวใจได้เหมือนกัน
วันแบบนี้ อากาศแบบนี้ เหมาะกับการนั่งเขียนถึงบางคืนวันในชีวิต ทีี่ไม่มีวันลืมเลือน
บางบาดแผล
และบางคน ที่ยังคงฝันถึงแม้ไม่อาจอยู่ร่วมในชีวิตจริง




 

Create Date : 11 ตุลาคม 2550    
Last Update : 11 ตุลาคม 2550 9:13:15 น.
Counter : 98 Pageviews.  

1  2  3  4  

หนำใจ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add หนำใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.