<<
กันยายน 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
12 กันยายน 2555
 
 

จากใจนักศึกษาแพทย์คนหนึ่ง

ขอออกตัวก่อนว่า เป็นนักศึกษาแพทย์

และเรื่องที่จะเขียน เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ


จากเหตุการณ์ที่กำลังเป็นกระแสโด่งดังในช่วงนี้

บอกตามตรงว่าเรียนหมอมา ตอนนี้เป็นปีที่3 เหนื่อยก็เหนื่อย ขนาดยังไม่ได้เข้ารพ.จริงๆจังๆเลยนะ

เหนื่อยแค่ไหน เราบ่น เรียนหนักก็ทน เพราะเรารู้ว่าในอนาคตเราต้องเติบโตขึ้นไปเป็นแพทย์ที่ดี มีความรู้

หนักแค่ไหน เราเหนื่อย เราท้อ แต่ไม่มีสักครั้งที่รู้สึกว่าอยากเลิกเรียนเลยจริงๆ ไม่เคยเลย

ยิ่งเรียน เรายิ่งอยากรู้ สนใจ แม้ว่าเราจะไม่ใช่คนเรียนเก่งมากนัก(เทียบกับเพื่อน)

เกรดออกทีเสียน้ำตาทุกที การเรียนหมอ มันไม่ง่ายเลย

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทำให้รู้สึกแย่มาก รู้สึกแย่ในมุมมองและทัศนคติของใครหลายๆคน

บ้างก็บอกว่า หมอนี่แตะไม่ได้ ด่าไม่ได้เลยใช่ไหม หรือด่าหมอด้วยถ้อยคำหยาบคายต่างๆนาๆ

ทั้งๆที่ข้อมูลความเป็นจริงหลายอย่างที่พวกเขาไม่เข้าใจ และดูเหมือนหลายๆคนก็ไม่คิดที่จะพยายามเข้าใจด้วย

เรียนมาตั้งแต่ปี1 อ.จะชอบพูดเสอมว่าในทางการแพทย์ ไม่มีอะไร100% ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

เราเข้ามายืนตรงนี้เพราะความใฝ่ฝัน ยอมรับว่าเคยนึกด่าตัวเองเล็กๆว่าจะฝันอะไรลำบากขนาดนี้ เหนื่อยก็เหนื่อย สุขภาพก็แย่

นอนก็ไม่ค่อยพอ เพราะต้องอ่านหนังสือ

ตอนอยู่ม.ปลาย เพื่อนที่มีพี่เรียนหมอเคยพูดว่า เนี่ยพี่เราอ่านหนังสือทุกวันเลย

ซึ่งตอนนั้น บอกตรงๆว่าเราไม่เชื่อ คนบ้าอะไรนั่งอ่านหนังสือได้ทุกวัน

แต่พอเข้ามายืนในจุดนี้จริงๆ เราเองก็อ่านเกือบทุกวัน เพราะมันไม่ทัน

บอกตามตรงว่าก่อนสอบ ไม่เคยมีครั้งไหนที่พูดได้เต็มปากว่า "อ่านหนังสือจบ"

เพราะมันไม่มีทางจบ ถ้าจบอย่างมากก็จบแค่เลคเชอร์ที่อาจารย์สอน ซึ่งมันแค่พอสอบได้

แต่มันยังมีอีกหลายอย่างที่เรายังไม่รู้ ยังไม่ได้ศึกษาแท้จริง

ตามความรู้สึกนะ รู้สึกว่าสมัยนี้แพทย์โดนสังคมบีบเข้าไปทุกทีทุกที

คนในสังคมคอยสร้างภาพพวกเราจากมุมมองของตัวเองตลอด

เมื่อก่อนก็คิดว่าแพทย์ต้องหน้าตาคร่ำเครียด อยู่กับแต่หนังสือ แต่จริงๆ เราก็มนุษย์ปกติที่คนนึง ทำกิจกรรม เล่นกีฬา เดินห้างได้เหมือนคนอื่นๆ แต่อาจจะน้อยกว่าหน่อย

บ้างก็ว่าหมอต้องใจเย็น อารมณ์เย็น ใครพูดอะไรมาก็ต้องใจดี แล้วถ้าเค้าด่ามาเราก็ต้องเฉยหรอ ถามจริง นี่หมอหรือก้อนหิน

คนภายนอกคาดหวังว่าแพทย์จะต้องรักษาได้ทุกอย่าง ทั้งๆที่จริงๆแล้ว บนโรคใบนี้โรคที่แพทย์สามารถรักษาให้หายขาดได้ มีไม่ถึง30%ของโรคทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกด้วยซ้ำ

หมอไม่ใช้เทวดามีเวทย์มนต์ เสกให้หายได้

ทุกๆคนรู้ไหม จริงๆ คุณนั่นแหละคือหมอที่แท้จริง แค่คุณ"รักษา"สุขภาพด้วยเอง หลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ คุณแทบไม่ต้องมาให้หมอรักษาก็ได้

อยากให้คนในสังคมเปิดใจกว้างๆสักนิดนึง มีคำพูดหนึ่งที่ว่า "หมอทุกคนเคยเป็นคนไข้ แต่คนไข้ไม่เคยเป็นหมอ"

มันยากจริงๆที่จะให้คนภายนอกเข้าใจหมอ เพราะเค้าไม่เคยเป็นหมอ

เรายอมรับว่า ถ้าเราไม่ได้มาเรียนหมอ ในเหตุการณ์หนึ่งๆที่เกิดขึ้น เราก็อาจจะมีความคิดเห็นต่างไปจากนี้


เมื่อคืนเราเข้าพันทิปนี่ล่ะ แล้วก็อยากรู้กระแสภายนอก เลยเปิดห้องสวนลุม ดูกระทู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งอาจจะเป็นอะไรที่ผิดพลาดมาก

ยอมรับว่าทั้งหดหู่ ทั้งท้อแท้

เรียนมา3ปี เพิ่งมีความคิดนี้เป็นครั้งแรก "หรือเราจะเลิกเรียนหมอดีว่ะ"

และก็มีความคิดนี้เกิดขึ้นในหัว "คนมาเรียนหมอ มาเป็นหมอ เป็นคนที่ฉลาดนะ (การจะสอบติด การจะเรียนได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย) แต่พวกนี้โง่อยู่อย่างเดียว โง่ที่เลือกเรียนหมอ"

คิดในใจแล้วเราก็หัวเราะ แต่ไม่ได้หัวเราะด้วยความตลกหรือขำ แต่มันหัวเราะด้วยความสมเพชตัวเอง

มันก็เป็นอารมณ์ เฟลๆ นอยด์ของเรา

เพราะสุดท้าย เมื่อสติกลับมา ความเจ็บหายไป สุดท้ายเราก็ยังเลือกเดินในเส้นทางนี้ต่อ

แม้ว่าในอนาคตวันนึงเราอาจจะต้องเข้าไปนอนในคุก เพราะทำพลาดด้วยความไม่ตั้งใจ หรือเราอาจจะทำตามตำราและคำแนะนำที่ถูกต้องทางการแพทย์ทุกอย่าง แต่มันอาจจะขัดกับความรู้สึกและกระแสสังคม

ก็เพิ่งจะรู้ชัดวันนี้ ว่าเป็นหมอ มือข้างนึงรักษาผู้ป่วย มืออีกข้างอยู่ในคุก

ตลกดีนะ สังคมของเรามันกำลังเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

อ่านข่าวมามีหลายเคสเลยที่ทำให้ระบบการแพทย์มันเพี้ยนๆไปจากคำตัดสินของศาล ก็ใช่สิ ทนาย ผู้พิพากษามันไม่ได้เรียนหมอนี่ แล้วจะมาเข้าใจอะไรเราได้

แอบนึกอยากให้มีศาลสำหรับแพทย์โดยเฉพาะไปเลยด้วยซ้ำ สงสารแพทย์หลายคนที่ทำหน้าที่ด้วยความตั้งใจ แต่คนในสังคมไม่เข้าใจ


อยากเขียนอะไรถึงพี่หมอที่เป็นเจ้าขอวเคสนี้สักหน่อย ถึงเราจะไม่รู้ว่าพี่เป็นใคร

แต่จากสายตาของนศพ. จากรุ่นน้องร่วมสายอาชีพ พี่ทำได้ดีมาก

พี่ห่วงคนไข้ถึงขั้นตามขึ้นรถฉุกเฉิน หนูรู้ว่าพี่ทำดีที่สุดแล้ว พวกเราเข้าใจ

ต่อให้มีคนอีกมากมายที่ไม่เข้่ใจก็เหอะ

อยากส่งกำลังใจให้พี่ แต่ไม่รู้มันจะถึงรึเปล่า ถ้าใครรู้จักพี่คนนี้ก็ฝากไปบอกด้วยแล้วกัน


รักษาสุขภาพกันด้วยค่ะ

ปล. ไม่ได้เรียกร้องความเห็นใจนะค่ะ แต่เรียกร้องความเข้าใจค่ะ เคสนี้ถ้าอยากเข้าใจจริงๆ หลังไมค์มาถามได้ จะตอบเท่าที่รู้ ที่ไม่รู้ก็จะไปถามให้




 

Create Date : 12 กันยายน 2555
1 comments
Last Update : 12 กันยายน 2555 19:00:35 น.
Counter : 6644 Pageviews.

 

เหนื่อยนัก ก็พักหน่อย...ในช่วงหนึ่งของชีวิตคนเรามันต้องมีเรื่องราวที่แย่ๆ ผ่านเข้ามาบ้าง แต่ไม่นานเดี๋ยวมันก็จากเราไป สิ่งที่เราพบ สิ่งที่เราเห็น มันก็เป็นบทเรียนบทหนึ่งที่เราได้เรียนรู้ ได้ทดสอบ ว่าเราสามารถใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้ม้๊ย..? "...เก็บสิ่งที่ดีไว้เป็นกำลังใจ จำสิ่งที่เลวร้ายไว้เป็นบทเรียน..."

ท้อได้แต่อย่าถอย..สู้ สู้ พี่เชื่อว่าน้องจะต้องเป็นคุณหมอที่ดีในอนาคตแน่ๆ...

 

โดย: จุมปุ๊ก 12 กันยายน 2555 20:36:05 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

 

*SantaRedHat*
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add *SantaRedHat*'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com