Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
26 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
2017 New year in Taiwan : ขึ้นรถไฟสายผิงซี (Pingxi) และชมน้ำตกที่ Shifen



วันนี้ออกนอกเมืองกัน..

จะเรียกว่านอกเมืองหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ เพราะเดินทางไม่ไกล แต่เราต้องโดดขึ้นโดดลงรถหลายตุ้บหน่อย ดังนั้น เรียกว่านอกเมืองแล้วกันนะคะ Smiley


เราจะไปขึ้นรถไฟสายผิงซี (Pingxi) กัน เส้นทางรถไฟนี้เป็นเส้นทางสายประวัติศาสตร์มีแค่ 7 สถานีเท่านั้น เดิมสมัยนู้นนนนนนเคยเป็นเส้นทางขนถ่านหินของบริษัทอุตสาหกรรมเหมืองแร่  ปัจจุบันไม่ได้ทำเหมืองกันแล้ว แต่เส้นทางรถไฟก็ยังอยู่ และออกแนวฮ็อตฮิตไว้สำหรับชมธรรมชาติ ภูเขาแม่น้ำ และชมซากุระด้วย


การเดินทางออกจากไทเป ก็จะเป็นรถไฟ TRA ละ  ซึ่งรถไฟนี้เป็นรถไฟสายหลักที่วิ่งรอบประเทศไต้หวันเลย โดยเราจะเดินทาจาก TRA taipei ไปลงที่ Ruifang แล้วถึงจะเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายผิงซีแล้วแวะเที่ยวตามสถานีต่าง ๆ ซึ่งที่อิฉันไป เราไปแวะแค่ 3 สถานีเท่านั้น คือ สือเฟิน (Shifen) ผิงซี (Pingxi) และจิงถง (Jingtong)


เริ่มต้นกันที่ Taipei main station เรามาซื้อตั๋วกันที่นี่ ซึ่งซื้อได้ทั้งตั๋ว TRA ไป Ruifang และตั๋วสำหรับสายผิงซีด้วยเลย

มาแวะถ่ายรูปกะมาสคอตรถไฟ  หมีดำหน้าตี๋




เมื่อได้ตั๋วแล้ว ก็มายืนรอขึ้นรถไฟ TRA ที่สถานี  อีท่าไหนก็ไม่รู้สายที่เราจะขึ้นมันหายไป Smiley     หายไปได้ไงก็ไม่รู้ ทั้งที่ยืนถูกชานชาลา และยืนรอก่อนเวลาด้วย  ทำให้เสียเวลานั่งรอขบวนถัดไปอีกเป็นชั่วโมง

จากการนั่งเทียนคิดเอาเองของอิฉัน เข้าใจว่าตอนที่เราซื้อ คุณเจ้าหน้าที่ขายตั๋วบอกเราว่าให้ขึ้นอีสายนี้ ๆ สิ ซึ่งมันคงเป็นรถด่วนที่จุดหมายมันคงวิ่งไปลงที่อื่น แต่แวะที่รุ่ยฟางด้วยแหง ๆ  พอมันมาจริง ๆ และดันออกก่อนเวลาประมาณ 2-3 นาที  ทำให้เราไม่คิดว่าเป็นอีขบวนนั้น  

ซึ่งการที่เราตกขบวนนั้นไป ทำให้เสียเวลาไปเยอะเลย Smiley




หายไปไสฟระ พวกตรูยืนจ้องอยู่แท้ ๆ Smiley




เวลาเยอะ ถ่ายรูปเล่นเป็นสิบเลย






เมื่อรถมา ก็ขึ้นรถไฟสายหวานเย็นมาไกล๊ไกล  ที่ว่าไกลก็เพราะมันโคตรจะแน่น ต้องยืนมาตลอดทาง และแวะมันทุกสถานีเลยทีเดียว


ระหว่างสถานีก็จะมีเจ้าหน้าที่รถไฟหน้าตาน่าเอ็นดูให้ชื่นชมเป็นระยะ ๆ  Smiley




มาถึงรุ่ยฟางละ  เราเดินเป๋ลงมาจากรถไฟ คนเยอะจริงๆ ทำเอาชักหวาดเสียวกับเส้นทางรถไฟผิงซี

มาเดินเล่นรุ่ยฟางก่อน เผื่อมีของดี





เจอขนมอันนี้ ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าให้ลองกินดู  มีไส้คัสตาร์ดกับไส้ถั่วแดง




สั่งมากินรองท้องคนละอัน  ถู๊กถูก อันละ 15 หยวน (เอ๊ะ หยวนหรือเปล่า 15บาทไต้หวันอ่ะค่ะ)





ไส้เยอะมากกกกกก และไม่หวานจัด  อิฉันเฉย ๆ กะไส้ถั่วแดงนะ แต่อาเฮียกินคัสตาร์ด บอกว่าดีงามมาก   อิฉันจำได้แค่ว่ามันร้อนมาก ร้อนลวกเพดานปากอิฉันหลุดเป็นแผ่น ๆ มาอีก 3 วันเลยทีเดียว  Smiley




เดินวน 1 รอบ เพื่อหาของกิน  รุ่ยฟางเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ เอิ่มมมม...ไม่มีอะไรเลย Smiley  เป็นเมืองที่มีแต่ร้านเก่าแก่เหมือน ๆ ปากน้ำแถวบ้านอิฉันยังไงไม่รู้




เราเดินวนหาของกิน ก็ไม่เจอร้านไรที่น่ากินได้ เพราะมีแต่ร้านที่ไม่รู้ว่าเค้าขายอะไรมีแต่หม้อกับกองชาม ไม่มีเมนูและรูปภาพใด ๆ เราจึงคิดว่าไปตายดาบหน้าดีฝ่าตรู

ซึ่งจากจุดนี้ เราควรจะต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายผิงซีแล้ว แต่เนื่องจากเราหิวโซ และยังเข็ดจากรถไฟโคตรแน่นขามา เราจึงคิดถึง taxi ตรงไปสือเฟิน (Shifen) เลย  ก็เลยเรียก Taxi และอาจหาญชวนอาเจ๊แถวนั้นแชร์ค่ารถด้วยกัน ซึ่งเจ๊ก็ยอมไปด้วย  Smiley


มาถึงสือเฟินละ




ที่สือเฟินมีอะไร 

ที่นี่มีถนนโบราณ มีโคมลอย และมีน้ำตก


มีโคมลอยตรงทางรถไฟเลย  จะมีร้านค้าเล็ก ๆ หลายร้านขายโคม ซึ่งสามารถเขียนโน่นนี่นั่นลงโคมกันได้ด้วย  ที่นี่เรื่องการลอยโคมคงไม่วิกฤตกันแบบเมืองไทยที่ลอยกันแถวหลังคาบ้านชาวบ้านหรือลอยแถวสนามบิน









ลอยกันเยอะแยะไม่มีหยุดเลย แต่ยืนดูโคมลอยก็ไม่ทำให้อิ่มขึ้น เราจึงมุ่งหน้าต่อไปหาร้านอาหาร




เจอร้านขายขนมเปี๊ยะ เล็งไว้ว่าจะกลับมาลองกินขนมเปี๊ยะไต้หวัน




คนเยอะดีแท้




จากสถานี จะเป็นถนนสายเก่าสือเฟิน (Shifen Old street) ทั้งสองข้างทางถนนเลียบรางรถไฟจะมัร้านขายของที่ระลึก ร้านขายโคม

เราเดินมาเรื่อย ๆ จนมาเจอร้านอาหารละ มันเป็นร้านเล็กมากถึงมากที่สุด และมีเมนูด้วย พอจะรู้ว่าอะไรอยู่ในกล่อง อาเฮียจะได้สบายใจขึ้นหน่อย


บรรยากาศร้านเหมือนไปขอเค้านั่งกินในบ้านอาอึ้ม






ไก่ทอดโปะอยู่บนข้าว มีไข่พะโล้และกุนเชียงแนบมาด้วย  อิฉันว่ามันก็อร่อยดี




ของอาเฮียสั่งแบบน่องไก่  แต่เฮียไม่ค่อยปลื้ม  เรื่องมากจริง ๆ อีตานี่ Smiley






เราจึงแวะมากินขนมต่อในร้านถัดไปที่เจอ

โมจิกับชาผลไม้ 






เนื่องจากอยู่ในสถานะเกือบอดตายกัน เมื่อเจอของกิน เราจึงไม่หยุด Smiley


เจอไอติม






มาถึงสือเฟินแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือเดินไปดูน้ำตก ซึ่งใช้เวลาในการเดินจากสถานีประมาณ 30 นาที

ระหว่างทางไปน้ำตก มีเสาเหมือนหอนาฬิกาประจำเมือง แต่อันนี้เป็นเสาโคมลอยประจำเมือง




เดินมาเรื่อย ๆ ใกล้น้ำเข้าไปทุกทีละ














ทางเดินเข้าไปน้ำตก ทำไว้อย่างดี เดินสบาย









มีร้านกาแฟไว้นั่งพักเหนื่อยด้วย




เดินต่อไปเรื่อย ๆ จนเจอน้ำตก











มีทางเดินเลาะน้ำตกขึ้นไปด้วย














คนเยอะมากฮ่ะ สมกับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต





เมื่อถึงทางออกก็มีที่นั่งพักริมน้ำและของกินขายเต็มเลย Smiley

แวะซื้อวุ้นน้ำมะนาว  อร่อยสดชื่นมากอ่ะ Smiley




ไปนั่งริมน้ำ กินวุ้นมะนาวกับหอยทอด




ไม่อิ่ม เพิ่มไส้กรอกอีก 1 อัน






แล้วเราก็นั่งแท็กซี่ต่อมา (แล้วรถไฟสายผิงซีล่ะ Smiley)  
เอาน่า เป้าหมายเราคือมาดูเมืองเก่าตามเส้นผิงซีใช่ม๊า 

เราก็มาถึงสถานีผิงซี


ที่นี่มีอะไร..   


ที่นี่มีถนนสายเก่า Pingxi old street และมีลอยโคม

เอ๊ะ..เหมือนเมืองเมื่อกี้นี่หว่า  






เห็นป้ายไอติมมะม่วง   พวกเราเป็นพวกแพ้มะม่วง เห็นแล้วต้องกำจัดให้หมด

ส่งอาเฮียไปคุ้ยมา






เข้าไปเดินถนนสายเก่า คนเยอะเชียว




มีให้เขียนป้ายไม้ไผ่ไว้อธิษฐานด้วย




มีร้านตกแต่งน่ารัก ๆ ด้วย








มีแขวนป้ายไม้ไผ่เป็นหย่อม ๆ 




เดินมาจนสุดทาง






กลับมาที่สถานีตรงที่เค้าปล่อยโคม นั่งตัดสินใจว่าจะไปต่อสถานีสุดท้ายที่จิงถงดีหรือกลับบ้านกันดี เพราะเท่าที่ดูรีวิว จิงถงท่าทางจะเหมือน ๆ กับผิงซีและสือเฟินที่เราเพิ่งผ่านมา คือมีถนนสายเก่าและปล่อยโคม  แต่เวลายังพอมี เลยไปต่อละกัน เพราะวันนี้ยังไม่ได้นั่งรถไฟสายผิงซีเลยนะนี่




รอรถไฟ






แล้วเราก็นั่งมาจนถึงจิงถง เส้นทางรถไฟสายผิงซีที่เค้าว่าสวยโรแมนติคนั้น เราได้นั่งกัน 1 สถานีถ้วน ซึ่งจริง ๆ วิวมันอาจจะสวยงามโรแมนติคก็ได้นะ แต่โบกี้ที่อิฉันไปนั้นค่อนข้างแน่น ถึงแม้เราจะได้นั่งเป็นเวลาสั้น ๆ (เพราะสถานีผิงซีและจิงถงอยู่ใกล้กันมาก) ก็ไม่ทำให้เราเห็นวิวอะไรมาก เพราะนอกจากคนที่แน่นแล้ว กระจกรถไฟเจือกเป็นแบบขุ่นอีกตะหาก Smiley



เดินรอบถนน 1 รอบ มันเหมือน ๆ กะทีอื่น เราเลยแวะร้านกาแฟ



น่ารักดี

อิฉันสั่งชาเขียวร้อนกิน 1 แก้ว มันมาเป็นเหยือกเลย










เจ้าของร้านบอกเราว่ามีอีกทางที่กลับไทเปได้โดยไม่ต้องขึ้นรถไฟ คือรถบัส ซึ่งอยู่ใกล้ร้านเจ๊มาก เจ๊แนะนำค่ะ  

นี่เลยสาย 795




รถบัสขับเหวี่ยงพวกเราตลอดทางที่ลงเขามา อย่างโหดอ่ะ


จนมาถึงที่พักพวกเราก็หิวโซ จึงซื้ออาหารข้างถนนหน้าปากซอยกลับไปกิน

อาเฮียได้โรตีไปกิน 1 อัน  โรตีเมืองไทยอร่อยกว่าฮ่ะ 






ส่วนของอิฉันได้อะไรไม่รู้ เค้าวางขายเป็นกระจาด ให้ชี้ ๆ เลือกของที่อยากกิน คนขายเค้าก็จะเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่เราชี้ลวก ๆ ในน้ำซุป คลุก ๆ กะน้ำมันแล้วใส่ถุงให้หิ้วไปกินที่บ้าน  ดูแล้วเป็นการกินแบบไร้อารยธรรมมาก แต่ขอบอก อันนี้อร่อยสุดยอดนะคะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่







ออกมาหน้าตาเป็นอย่างงี้




บล็อกหน้าพาไปเดินเขาที่ Elephant mountain และหาของกินอร่อย ๆ ที่ตลาดกลางคืนซื่อหลินฮ่ะ


Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2560 20:13:57 น. 0 comments
Counter : 391 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนดีผีคุ้ม
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




อิฉันทำรีวิวเพื่อที่จะเก็บบันทึกการเดินทางไว้เหมือนไดอารี่ เอาไว้มาดูอัลบั้มการท่องเที่ยวของตัวเองที่ผ่านมา ดังนั้น จึงมีรูปตัวเองและอาเฮียเยอะแยะ ไม่ได้เป็นรีวิวเพื่อแนะนำการท่องเที่ยวซักเท่าไหร่ แต่ถ้าใครผ่านไปผ่านมาและอาจได้ประโยชน์จากบล็อกบ้าง ก็นับเป็นโชคดีของอิฉันที่ยังอุตส่าห์มีอะไรมาแบ่งปันนะคะ
Friends' blogs
[Add คนดีผีคุ้ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.