bloggang.com mainmenu search
*สุดยอดรายการเสวนาสำหรับผู้บริหารไอซีที แห่งปี 2008ในหัวข้อ “Top 10 – ICT Trend 2008” กับการปรับตัวขององค์กรในยุคเศรษฐกิจพอเพียง
พบกับสุดยอดรายการเสวนาสำหรับผู้บริหารไอซีที แห่งปี 2008
ในหัวข้อ “Top 10 – ICT Trend 2008” กับการปรับตัวขององค์กรในยุคเศรษฐกิจพอเพียง
พร้อมกับจับเข่าคุยกับผู้บริหารกลุ่ม CIO Program รุ่นที่ 1
ในประเด็น 'องค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการบริหารงานในองค์กร เพื่อเพิ่มคุณภาพในงานบริการ และสร้างความได้เปรียบในการทำธุรกิจ'
@@ ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงาน @@

กลุ่มเป้าหมาย: ผู้บริหารไอซีที, ผู้บริหารงานในองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 300 ท่าน
วันและเวลา: วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ 2551 ระหว่างเวลา 13.00-16.30 น.
สถานที่: ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 3 อาคารซอฟต์แวร์พาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด นนทบุรี

วัตถุประสงค์:
เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและวิสัยทัศน์ ของนักวิชาการ และผู้บริหารด้านไอซีทีจากองค์กรชั้นนำของประเทศ เพื่อให้เกิดแนวคิดในการปรับปรุงองค์กรให้รองรับการ
เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่สวนทางกับการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ละท่านจะต้องใช้วิทยายุทธ์เพื่อฝ่าด่านเศรษฐกิจอย่างไร ในยุคที่ต้องรัดเข็มขัด แต่ขณะเดียวกัน
ต้องสร้างองค์กรให้มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น
เนื้อหาในงานสัมมนา:
นำเสนอ Top Ten ด้าน ICT Trend 2008 ที่มีการศึกษา ค้นคว้าวิจัยจาก Research House ชั้นนำของโลก เช่น Gartner, IDC, SANS
นำเสนอการปรับตัวของหลักสูตรในการพัฒนาบุคลากรด้านไอซีที ที่ไทยเราถูกกดดันจากแรงงานต่างประเทศ ของมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของไทย
และสถาบันฝึกอบรม
บทบาทขององค์กรต่างๆ ในการช่วยตนเองในการเพิ่มความสามารถของบุคลากร ICT ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมืออาชีพ
ถ่ายทอดกลยุทธ์จากประสบการณ์ตรงของหน่วยงานชั้นนำจากภาค Critical Infrastructure กับการนำพาองค์กรก้าวไปข้างหน้าภายใต้เงื่อนไขภาวะ
เศรษฐกิจที่ซบเซา
แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับแนวทางประยุกต์ใช้ ภายใต้การไล่ล่าของเทคโนโลยี
กำหนดการสัมมนา:
12.30 - 13.00 ลงทะเบียน
13.00 - 13.15 กล่าวต้อนรับและเปิดงาน
โดย...คุณสุวิภา วรรณสาธพ
ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย
13.15 - 15.00 เสวนาในหัวข้อ 'TOP ICT 10 2008 กับการปรับตัวขององค์กรในยุคเศรษฐกิจพอเพียง' ร่วมเสวนาโดย
ดร.วัชรา จันทาทับ Director, IT in Business Operation Center, Faculty of Commerce and Accountancy, Chulalongkorn University
คุณจิระวรรณ เจียสกุล Director, Products and services Information systems Department, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
คุณดอน นิกันติ, Managing Director, GoIPNow Co., Ltd.
อ.ปริญญา หอมเอนก ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งบริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด
ดำเนินรายการโดย ...
อ.กำพล ศรธนะรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
15.00 - 15.15 พักรับประทานอาหารว่าง

15.15 - 16.15 จับเข่าคุย กับผู้บริหารที่เข้าร่วมโครงการ Strategic IT Governance and Information Security Mangement for Executives รุ่นที่ 1
ซึ่งจะร่วมเสวนาในประเด็น 'องค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการบริหารงานในองค์กร เพื่อเพิ่มคุณภาพในงานบริการ และสร้างความได้เปรียบในการทำธุรกิจ'
อ.กำพล ศรธนะรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
อ.ปริญญา หอมอเนก ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งบริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด
นายแพทย์ สุธี ทุวิรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายสารสนเทศ โรงพยาบาลรามคำแหง
คุณสุพร เตไชยา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมทางหลวงชนบท
16.15 - 16.30 ถาม-ตอบ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายถ่ายทอดเทคโนโลยี เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย
โทร. 02 583 9992 ต่อ 1423 http://www.swpark.or.th email: training@swpark.or.th




*ส. ศิวรักษ์ ฟ้องศาลปกครองกลาง ทวงคืน ‘ค่อนศตวรรษ ประชาธิปไตยไทยฯ’ / ประชาไทโพสท์ 15/1/2551
อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ผู้เขียนหนังสือ ‘ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม’ จะยื่นฟ้อง พลตำรวจตรี สมบัติ ศุภชีวะ ในฐานะเจ้าพนักงานการพิมพ์สำหรับกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และพลเอก สุรยุทธ จุลานนท์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ในวันที่ 16 ม.ค. นี้ เวลา 15.00 น.
ทั้งนี้ เพื่อเพิกถอนคำสั่งของพลตำรวจตรีสมบัติ ศุภชีวะ ที่มีคำสั่งห้ามขายหรือจ่ายแจก และยึดหนังสือ “ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม” ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ตั้งแต่เดือนเมษายน 2550
โดยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 พลตำรวจตรีสมบัติ ศุภชีวะ ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ในฐานะเจ้าพนักงานการพิมพ์สำหรับกรุงเทพมหานคร ได้มีคำสั่งที่ 5/2550 เรื่องห้ามการขายหรือจ่ายแจกและให้ยึดสิ่งพิมพ์ คือหนังสือชื่อ “ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม” ที่เขียนโดยอ. สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ ซึ่งเขียนวิพากษ์วิจารณ์ประชาธิปไตยไทยที่ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด 80 ปี หนังสือดังกล่าวจัดพิมพ์และเผยแพร่โดยสำนักพิมพ์ศึกษิตสยาม โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลเพียงสั้นๆ ว่า หนังสือดังกล่าว ได้ลงโฆษณาข้อความอันอาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พร้อมทั้งได้ยึดหนังสือดังกล่าวไปเป็นจำนวนมาก
อ.สุลักษณ์ ได้อุทธรณ์คำสั่งของสันติบาลไปยัง พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2550 จนถึงเวลานี้ก็ล่วงเลยมากว่า 90 วันแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด ดังนั้นอ.สุลักษณ์ จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่ง และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 1,094,000บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.50 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป
อ.สุลักษณ์ระบุไว้ในคำฟ้องว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลได้ออกคำสั่งยึดหนังสือ “ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม” โดยไม่ชอบธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่แจ้งแสดงเหตุผลและข้อเท็จจริงใดๆ เลยว่ามีข้อความใดในหนังสือหนาขนาด 272 หน้าดังกล่าว ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนอย่างไร ทั้งไม่ให้โอกาสแก่ อาจารย์ ส. สิวรักษ์ ได้ชี้แจงก่อนจะออกคำสั่งด้วย
การอ้างอำนาจตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 9 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเพื่อห้ามขาย จ่ายแจก และยึด หนังสือ “ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม” เป็นการอ้างและใช้อำนาจกฎหมายที่ล้าหลัง ที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์และการโฆษณา ซึ่งเป็นหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย และขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 45 อ.สุลักษณ์จึงขอให้ศาลปกครองกลางส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในประเด็นดังกล่าว




*โครงการ 'เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ' ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2551
'พุทธปัญญาชมรม' ในกลุ่มบมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ขอเรียนเชิญร่วมปฏิบัติธรรมครบวงจรสไตล์ ซี.พี. กับ โครงการ 'เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ' (ปีที่ 12) ทุกเที่ยงวันศุกร์ ณ อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 11 ถนนสีลม
โดยมีรายการดังต่อไปนี้
1 ก.พ. 51 การเปลี่ยนแปลงของชีวิต โดยพระครูนันทชัยคุณ เจ้าอาวาสวัดรัชดา จ.น่าน
15 ก.พ. 51 จริยธรรมที่น่ารู้จัก โดยคุณทวี บุตรสุนทร ประธานกรรมการ ธนาคารไทยธนาคาร
22 ก.พ. 51 เมื่อโลกนี้มีความรัก โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เสถียรธรรมสถาน กรุงเทพฯ
29 ก.พ. 51 รู้ลึกเรื่องปฏิบัติ โดย พระครูวินัยฑรจรูญวราโภ เจ้าอาวาสวัดดอนพุทธ จ. สระบุรี

กำหนดการ
11.30 น. เครื่องดื่ม+อาหารว่าง
12.05 น. ทำวัตรสวดมนต์+นั่งสมาธิ
12.25 น. ฟังธรรมบรรยาย+ซักถามปัญหา
13.25 น. แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศล
หมายเหตุ :
-ท่านสามารถรับชมเทปบันทึกภาพโครงการดังกล่าวได้ในรายการ 'พุทธปัญญาภิรมย์' ทุกวันอาทิตย์ 07.05 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 16.05 น. และซ้ำอีกครั้งในวันเสาร์ถัดไป เวลา 07.05 น. ณ ช่อง TRUE VISIONS TNN 24 (UBC7)
-ขอเชิญร่วมสวดมนต์กับรายการ 'ทำวัตรเช้า' ออกอากาศทุกวัน เวลา 05.30-06.00 น. ณ ช่อง TRUE VISIONS TNN 24 (UBC7)
-ห้องประชุมใหญ่ชั้น 11 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ (สีลม) ได้รับการอนุมัติเป็นสนามสอบธรรมศึกษาจากแม่กองธรรมสนามหลวง ท่านใดสนใจสมัครเรียนและสอบธรรมศึกษา ติดต่อได้ที่พุทธปัญญาชมรม 0-2677-1901 (จันทร์-ศุกร์ 09.00-17.00 น.)
สอบถามรายละเอียดได้ที่ :
อัมภาพันธุ์ พยัคฆ์แสง
สำนักสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์
บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น
โทร. 0-2677-1921, 089-488-1400


*ขอองค์กรอิสระดู‘สปส.’ - โพสต์ พับลิชชิง จำกัด
เมื่อปีกว่าๆ ที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศ ประชาชนยินดี และมั่นใจว่าจะมีการกวาดล้างทุจริตในโครงการต่างๆ ที่มีการกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดที่แล้วทำให้เกิดความเสียหาย หลายโครงการยังไม่มีความคืบหน้าในการสอบสวน โดยเฉพาะโครงการทุจริตของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่มีการสั่งสอบสวนถึง 9 โครงการ คิดเป็นวงเงินเหยียบหมื่นล้านบาท
สำหรับ 9 โครงการฉาวของ สปส. ประกอบด้วย
1.โครงการจัดซื้อที่ดินและอาคารวัฏจักร จำนวน 500 ล้านบาท
2.โครงการเช่าระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ OS/390
3.โครงการจัดทำบัตร ส่วนลดซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า จำนวน 25 ล้านบาท
4.โครงการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ กรณีคลอดบุตรและทำฟัน
5.โครงการติดตั้งระบบสารสนเทศด้านแรงงาน 2.8 พันล้านบาท
6.โครงการนำเงินกองทุนประกันสังคมไปลงทุนในต่างประเทศ
7.ซื้อหุ้นธนาคารไทยธนาคาร 63 ล้านหุ้น
8.โครงการบ้าน 1506 และ
9.โครงการเดินทางไปต่างประเทศของคณะกรรมการประกันสังคม

โครงการทั้งหมด ผลการสอบสวนออกมามีความคืบหน้าน้อยมาก ซึ่งผิดจากความคาดหวังของผู้ใช้แรงงานผู้เป็นเจ้าของเงินกองทุนประกันสังคม ที่ยอมอดออมจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนตามกฎหมาย เพราะหวังว่าจะได้รับเงินคืนหรือได้รับสวัสดิการที่ดีจากการทำประกันสังคม
ในช่วงแรกผู้ใช้แรงงานดีใจ หลังจากที่ รมว.แรงงาน จากรัฐบาลชั่วคราว ได้สั่งให้ทบทวนหลายโครงการที่คณะกรรมการ สปส.อนุมัติไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการเต็มที่เพราะเกิดมีปัญหามาก่อน เท่ากับเป็นการระงับความเสียหายที่กองทุนประกันสังคมจะได้รับ
แต่เมื่อเวลาผ่านไปการสอบสวนต่างๆ คล้ายจะเป็นมวยล้มต้มคนดู เพราะดูแนวโน้มแล้วว่าอาจจะไม่สามารถหาคนผิดมาลงโทษได้เลยสักโครงการ ทั้งที่บางโครงการได้สร้างความเสียหายแก่กองทุนประกันสังคมไปแล้ว
เมื่อเงินที่สมทบเริ่มมากขึ้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินกองทุนประกันสังคมเป็นเป้าหมายของฝ่ายการเมือง ที่จ้องจะเข้ามาแสวงหาประโยชน์ โดยไม่ได้สนใจว่าวัตถุประสงค์ของกองทุนตั้งขึ้นมาเพื่อใคร และเพื่ออะไร ควรหรือไม่ที่จะทำให้กองทุนได้รับความเสียหาย
กองทุนประกันสังคมนั้น มีสถานะไม่แตกต่างจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) โครงสร้างของการบริหารงานก็เหมือนกัน มีการคานอำนาจกันในกรรมการ แต่เมื่อนานวัน สปส.กลับมีแต่ข่าวไม่ดีออกมา ในเรื่องการถูกแทรกแซงและการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ของนักการเมืองและข้าราชการรู้เห็นเป็นใจ
ดังนั้น การที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เสนอผลการศึกษาให้โยก สปส.ไปอยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรอิสระ เมื่อไม่นานมานี้ ก็เป็นเรื่องที่น่าจะนำมาทบทวนดูอีกครั้ง หากยังปล่อยให้ สปส.อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงแรงงาน ก็อาจจะหนีไม่พ้นการแทรกแซงและแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบเดิมๆ
แม้เรื่องนี้ทางกระทรวงแรงงานคัดค้านเต็มที่ จนเรื่องไม่เดินหน้าไปถึงไหน แต่ก็เป็นเรื่องที่ควรนำขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง หากต้องการให้ สปส.หลุดพ้นจากวังวนของการแสวงหาประโยชน์ซึ่งจะมาสร้างความเสียหายให้กองทุนประกันสังคมในอนาคต
อย่างไรก็ดี หากต้องการให้แยก สปส.ออกมาเป็นอิสระ อาจจะต้องให้ผู้ใช้แรงงานทั้งหมด ซึ่งเป็นเจ้าของเงินแสดงความจำนงและกดดันให้รัฐบาลหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังถึงผลดีและผลเสีย หากรอให้รัฐบาลหยิบยกเรื่องขึ้นมาพิจารณาฝ่ายเดียวคงจะไม่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้
นอกจากนี้ อาจจะต้องมีการเสนอเปลี่ยนโครงสร้างของคณะกรรมการใหม่ เพื่อให้มีการคานอำนาจกันเองให้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการร่วมตรวจสอบการบริหารงานให้โปร่งใส เชิญฟังบรรยาย นัดพิเศษสุดเรื่อง 'กลยุทธ์ในการบริหารชีวิตและธุรกิจ' โดย 2 ผู้บริหารระดับสูงของประเทศ 'ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์' ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ และ 'ทวี บุตรสุนทร' ประธานกรรมการ ธนาคารไทยธนาคาร ในวันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2551 เวลา 14.00-16.30 น. ที่ชั้น 11 อาคารซีพี ทาวเวอร์ ถ.สีลม จัดโดย Executive Go Club ผู้สนใจเข้าฟังฟรี สำรองที่นั่งได้ที่ คุณสุจารี หงส์จินดาพงศ์ 02-677-9035 (จำนวนจำกัด)



*การทำหมันสตรีพิการทางสติปัญญาในประเทศไทย
Sterilization of girls with intellectual disabilities in Thailand
การทำหมันสตรีพิการทางสติปัญญาในประเทศไทย
By Nagase Osamu
Council Member
Inclusion International

โดย นายนากาเซ่ ซามุ (สมาชิกสภาของ Inclusion International)
I have learnt about this very disturbing practice during my recent assignment as a Japan International Cooperation Agency (JICA) expert for Asia Pacific Development Center on Disability (APCD), based in Bangkok, Thailand from mid-November to mid -December 2007. I worked on the promotion of self-advocacy and family-advocacy in Cambodia, Lao and Vietnam.
ผมได้ทราบเรื่องนี้ตอนที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เชี่ยวชาญของ JICA ให้กับศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD) ในกรุงเทพ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2550 ผมทำงานเกี่ยวกับการส่งเสริมเรื่องพิทักษ์สิทธิ์ทั้งของคนพิการและครอบครัวในกัมพูชา ลาวและเวียดนาม

This sterilization issue is particularly surprising since Thailand was a very positive and progressive participant of the negotiations of the United Nations Convention on the Rights of Persons with Disabilities. The Convention was adopted December 2006 and Thailand was one of the first countries to sign the Convention on 30 March 2007. The article 23 of the Convention, on home and family life, stipulates that “persons with disabilities, including children, retain their fertility on an equal basis with others” and prohibits “discrimination against persons with disabilities in all matters relating to marriage, family, parenthood” and guarantees the right to marriage, reproductive and family planning education. Female sterilization is one of the common means of family planning in Thailand but if it is done widely for girls with intellectual disability based on their intellectual disability, it is considered as a violation of the Convention.
ปัญหาการทำหมันนี้เป็นเรื่องน่าแปลกใจมากสำหรับประเทศไทย ซึ่งให้ความร่วมมือในการร่างอนุสัญญา (สนธิสัญญา) ว่าด้วยสิทธิของคนพิการแห่งองค์การสหประชาชาติ ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ลงนามอนุสัญญานี้เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2550 ในมาตราที่ 23 ของอนุสัญญานั้นกล่าวไว้ว่า “คนพิการรวมทั้งเด็กพิการ มีสิทธิ์ในการมีบุตรอย่างเท่าเทียมกับบุคคลอื่น ๆ และห้ามไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตสมรส ครอบครัวและการเป็นบิดามารดา และต้องมีมาตรการในรับรองสิทธิของคนพิการในการมีชีวิตสมรส การสืบพันธ์และการวางแผนครอบครัว การทำหมันในเพศหญิงนั้นเป็นวิธีการวางแผนครอบครัวในประเทศไทยอย่างหนึ่ง แต่ถ้าหากนำมาใช้กับสตรีที่ความพิการทางสติปัญญา ต้องถือว่าเป็นการละเมิดต่ออนุสัญญา

Many persons with intellectual disabilities around the world do get married, form a family and have children, with or without proper support. It is a real tragedy if their potential is denied because of their intellectual disability early in their adolescence. It is true women with intellectual disabilities often have been victims of sexual abuses. Semi-automatic sterilization of girls with intellectual disabilities, however, is taken to be a serious human rights violation. It is encouraging to note there are Thai voices that consider this practice as a discrimination. Inclusion International is prepared to work with those who respect the reproductive rights of persons with intellectual disabilities in and outside of Thailand, which is a beautiful country คนพิการทางสติปัญญาหลายคนในโลกนี้แต่งงาน มีครอบครัวและมีลูก ไม่ว่าจะได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสมหรือไม่ คงเป็นเรื่องน่าเศร้าทีเดียวหากพวกเขาต้องถูกปฏิเสธไม่ให้มีสิทธิเช่นนี้เพียงเพราะมีความพิการทางสติปัญญาในช่วงวัยหนุ่มสาว เป็นความจริงที่ว่าสตรีที่มีความพิการทางสติปัญญามักเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศ อย่างไรก็ตาม การทำหมันกึ่งอัตโนมัติ (Semi-automatic sterilization) ของสตรีพิการทางสติปัญญา ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง มีคนไทยหลายคนที่เห็นว่ากระทำนี้เป็นการเลือกปฏิบัติ องค์กร Inclusion International เตรียมการแผนการที่จะทำงานกับหน่วยงานที่ให้ความเคารพต่อสิทธิในการสืบพันธ์ของคนพิการทางสติปัญญาทั้งในและนอกประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่สวยงาม




*FBI เสนอให้ใช้ฐานข้อมูลเก็บข้อมูลบุคคลในสหราชอาณาจักร - IT NEWS - Pantip.com 17 มกราคม 2551
ตำรวจในสหราชอาณาจักรได้มีการปรึกษาหารือกับทาง FBI ในการสร้างฐานข้อมูลที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลแบบสากลที่ใช้อ้างอิงได้ทั่วโลก เพื่อใช้ติดตามอาชญากร และผู้ก่อการร้ายข้ามประเทศ
โดยระบบฐานข้อมูลนี้มีชื่อเรียกว่า server in the sky ซึ่งจะใช้เก็บข้อมูลประเภทลายนิ้วมือ และรูปแบบม่านตาของอาชญากร และผู้ก่อการร้ายระหว่างประเทศต่างๆ ซึ่งหนังสือพิมพ์ The Washington Post ได้รายงานข่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า ทาง FBI ได้ใช้งบประมาณจำนวนเงินถึง 1พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อใช้ในการสร้างฐานข้อมูลบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งทาง FBI ได้เสนอให้มีการใช้ฐานข้อมูลนี้ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, แคนาดา, นิวซีแลนด์, สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยตัวแทนจากองค์กรพัฒนาความมั่นคงของสหราชอาณาจักร หรือ NPIA ได้กล่าวว่า ได้รับทราบถึงข้อเสนอที่ทาง FBI ได้เสนอไว้ ซึ่งมีบางส่วนที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับกฎหมายที่ใช้อยู่ได้ อาทิ ฐานข้อมูล Ident1 ที่เก็บข้อมูลอาชญากรกว่า 7 ล้านชิ้น โดยในตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา


*ทุกครั้งที่ท่าน รับ-ส่ง อีเมล์ กรุณาใช้วิจารณญาณ
เรียนท่านผู้ใช้ อีเมล์ และ อินเทอร์เน็ต ที่เคารพทุกท่าน ทุกครั้งที่ท่าน รับ-ส่ง อีเมล์ กรุณาใช้วิจารณญาณด้วยว่า ข้อความ หรือ ภาพ นั้น จะเท็จ จะจริง หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่

1. อาจก่อความเสียหายให้ ผู้หนึ่งผู้ใดหรือไม่
2. อาจสร้างความตื่นตระหนก ตกใจกลัว แก่คนทั่วไปหรือไม่
3. อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ สถาบัน หรือเป็นความผิดด้านการก่อการร้าย หรือไม่ 4. มีเนื้อหา ภาพ อันเป็นลามก หรือไม่

หากท่านคิดว่าใช่ แต่ก็ยัง เผยแพร่ ส่งต่อ (Forward) ยังไปพรรคพวก เพื่อนฝูง ญาติมิตร ด้วยกลัวว่า บุคคลเหล่านั้น อาจตกข่าว และท่านเองอาจคิด ภูมิใจ ไปว่าเป็นคนแรกๆที่รู้ข่าว และเอื้อเฟื้อต่อ ญาติมิตร หรือท่านอาจนำ ข้อความ หรือ ภาพ ที่ได้รับมานั้น นำไปเผยแพร่ลงใน เว็บบอร์ด ในเว็บไซต์ต่างๆ นั้น
ท่านทราบหรือไม่ว่า ท่านอาจทำผิดกฎหมาย โดยรู้เท่าไม่ถึงการ และด้วยความไม่รู้ทางเทคนิค อาจนำภัย ไปสู่ พรรคพวก เพื่อนฝูง ที่ได้ส่งข้อความ ภาพ นั้น มายังท่านด้วย เพราะสามารถตรวจสอบได้ว่าง่ายว่า ใครส่งต่อไปหาใคร ใครได้รับ แล้วส่งต่อไปหาใครต่อ.... อาจต้องรับโทษ จำคุก ไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะ ตามกฎหมายใหม่ ' พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ ' ได้กำหนดโทษเกี่ยวกับ การนำเข้า/เผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสม ไว้ดังนี้
มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
(๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
(๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ
อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก
และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)

สรุป

ดังนั้น ทุกครั้งที่ท่านได้รับ อีเมล์ ข่าว เนื้อความ หรือ ภาพ มาจากอินเทอร์เน็ต ก่อนที่ท่าน จะ เผยแพร่ ส่งต่อ(Forward) ยังไปพรรคพวก เพื่อนฝูง ญาติมิตร หรือท่านจะนำ ข้อความ หรือ ภาพ ที่ได้รับมานั้น ไปเผยแพร่ลงใน เว็บบอร์ด ในเว็บไซต์ต่างๆ นั้น กรุณาใช้วิจารณญาณ ก่อนด้วยว่า ไม่ว่า ข้อความ/ ภาพ นั้น จะเท็จ จะจริง หรือไม่อย่างไรก็ตาม

1. อาจก่อความเสียหายให้ ผู้หนึ่งผู้ใดหรือไม่
2. อาจสร้างความตื่นตระหนก ตกใจกลัว แก่คนทั่วไปหรือไม่
3. อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ สถาบัน หรือเป็นความผิดด้านการก่อการร้าย หรือไม่ 4. มี เนื้อหา/ภาพ อันเป็นลามก หรือไม่
ถ้าคิดแล้ว เห็นท่าจะไม่ค่อยดี ก็อย่า Forward ไปเลยครับ ไม่เช่นนั้นแล้ว ท่านและพรรคพวก เพื่อนฝูง ของท่าน อาจกระทำความผิดโดย รู้เท่าไม่ถึงการ ตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา 14 (5)
ด้วยความเคารพ
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน
ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงยุติธรรม


*iTunes ทำส่วนแบ่งตลาดสูงกว่า RealPlayer แล้ว - Pantip IT News 01/02/2008
มีการสำรวจพบว่าส่วนแบ่งตลาดซอฟท์แวร์ประเภท media player นั้น iTunes ของ Apple มียอดส่วนแบ่งตลาดที่สูงกว่า RealPlayer ได้แล้วเป็นครั้งแรก
จากผลสำรวจของ Nielsen ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเปิดเผยว่าซอฟท์แวร์ iTunes ของ Apple นั้นมียอดจำนวนผู้ใช้ 35.7ล้านราย ขณะที่ RealPlayer มียอดผู้ใช้ 27.6ล้านราย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ iTunes มีส่วนแบ่งตลาดสูงกว่า RealPlayer ทำให้ iTunes กลายเป็นซอฟท์แวร์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากเป็นอันดับ 2รองจาก Windows Media Player ของ Microsoft แล้ว โดย Windows Media Player นั้นมีผู้ใช้ 75.9ล้านราย ซึ่งในช่วงจากเดือนธันวาคมปี 2006 ถึงธันวาคมปี 2007 นั้น iTunes มียอดใช้งานสูงขึ้น 26.8เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ RealPlayer นั้นลดลงไป 17.5เปอร์เซ็นต์ ส่วน Windows Media Player นั้นยอดค่อนข้างจะคงที่เปลี่ยนแปลงลงเพียง 1เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่ Quicktime ของ Apple เองนั้นจำนวนผู้ใช้ก็ลดลงไป 8.6เปอร์เซ็นต์ในช่วงเดียวกันเช่นกัน

*ออกหมายจับ ผช.ผู้ใหญ่บ้านฝ่ายคัดค้านโรงถลุงเหล็ก แกนนำชี้บริษัทเร่งถมดินกลัวอีไอเอไม่ผ่าน - ประชาไท
เมื่อวันที่ 26 ม.ค.51 ความคืบหน้ากรณีกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึงที่คัดค้านโครงการก่อสร้างโรงงานถลุงเหล็กของบริษัทสหวิริยาสตีล กรุ๊ป จำกัด ปะทะกับกลุ่มผู้สนับสนุนและคนงานของบริษัทในพื้นที่ก่อสร้าง หมู่ 1 ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา จนเป็นสาเหตุให้มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 1 รายคือนายรักศักดิ์ คงตระกูล อายุ 36 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 48 หมู่ 7 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน ถูกยิงด้วยปืน .38 เข้าที่หน้าอก
ล่าสุด พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิ์วงษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้เดินทางไปควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ด้วยตนเอง พร้อมตั้งกองอำนวยการร่วมขึ้นที่โรงเรียนบ้านดอนสำราญ อ.บางสะพาน และสั่งระดมกำลังเข้าพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อจัดชุดออกบลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจจุดสกัดป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะขึ้นอีกขณะเดียวกันก็ได้ประสานให้ทั้งสองฝ่ายมาพบปะเจรจากันเพื่อยุติปัญหา แต่ไม่มีฝ่ายใดตอบรับ
ส่วนคดีที่มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตนั้น พล.ต.ต.โสภณ กล่าวว่า ล่าสุดทราบชื่อผู้ต้องสงสัยแล้วโดยเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์เผชิญหน้า จึงสั่งการไปยัง ผกก.สภ.บางสะพาน เร่งสอบปากคำพยานต่างๆ ให้รอบคอบที่สุดก่อนจะขออนุมัติหมายจับจากศาลต่อไป
อย่างไรก็ตาม นายธวัชชัย ดิษยนันทน์ นายอำเภอบางสะพาน เปิดเผยว่า ทราบว่าศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้อนุมัติออกหมายจับนายบำรุง สุดสวาท อายุ 33 ปี ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน ในข้อหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะ ซึ่งหากได้รับรายงานทางคดีจากตำรวจ ก็จะสั่งปลดจากตำแหน่งทันที
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา นายบำรุง มีพฤติกรรมอยู่ในกลุ่มที่คัดค้านการก่อสร้างโครงการของสหวิริยา ซึ่งก่อนหน้านี้หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2551 ตนพยายามติดต่อประสานงานให้นายบำรุง มาเพื่อขอทราบข้อมูลเบื้องต้น ก่อนที่ตำรวจจะออกหมายจับ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ คาดว่าน่าจะหลบหนีออกจากพื้นที่ไปแล้ว
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานจากแหล่งข่าวระดับสูง ระบุว่า ตำรวจ สภ.บางสะพาน ได้จับกุมตัว นายบำรุง สุดสวาท ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ผู้ต้องหาในคดียิงชาวบ้านกลุ่มสนับสนุนโครงการฯแล้ว จากนั้นได้นำตัวมาสอบปากคำที่เซฟเฮาท์แห่งหนึ่ง เพื่อป้องกันปัญหาการประท้วงล้อมโรงพักเพื่อกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่
ด้านนายวิทูรย์ บัวโรย ประธานกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนไม่พบนายบำรุงเข้าไปทำกิจกรรมคัดค้าน และล่าสุดหลังเกิดเหตุนายบำรุงไม่ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมการคัดค้านที่ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ 1 บ้านดอนสำราญ แต่ก่อนเกิดเหตุประมาณ 3 วัน นายบำรุงได้เดินทางมาพุดคุยกับชาวบ้าน ส่วนตัวยังไม่ปักใจเชื่อว่านายบำรุงจะเป็นผู้ยิงกลุ่มผู้สนับสนุน เพราะจากการร่วมทำกิจกรรมไม่เคยเห็นนายบำรุงมีพฤติกรรมก้าวร้าว และหลังจากเกิดเหตุการยิงมีผู้เสียชีวิต ขณะนี้มีชาวบ้านที่เป็นแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้หายไป 7 คน เบื้องต้นทราบว่าออกนอกพื้นที่ เนื่องจากถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลข่มขู่เอาชีวิต
นายวิทูรย์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวยอมรับว่ามีความกลัวเพราะมีผู้เสียผลประโยชน์จากการถมดินและขุดคลองระบายน้ำหลายพันล้านบาท แต่การต่อสู้ก็จะดำเนินต่อไปให้ถึงที่สุดอย่างมีเหตุผล
แกนนำม๊อบแม่รำพึงจี้เครือสหวิริยา อบจ.ชี้แจงกรณีเช่าที่ดินในพื้นที่แก้มลิง
นายสุพจน์ ส่งเสียง แกนนำกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง เปิดเผยว่า กรณีที่เจ้าหน้าที่สหวิริยาอ้างว่าการขุดร่องระบายน้ำจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบางสะพาน เป็นเพียงข้ออ้างที่บริษัทฯ ต้องการเดินหน้าสร้างโรงถลุงโดยไม่รอผลการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ อีไอเอ. เพราะหากมีการประกาศขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ การถมหรือขุดร่องน้ำในที่ดินบริเวณดังกล่าวจะส่งผลให้ป่าชุ่มน้ำแม่รำพึงเสื่อมสภาพ อีไอเอ.จะผ่านการพิจารณายาก บริษัทต้องเร่งถมดินก่อนและจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 5 เดือนเพื่อหนีน้ำท่วมเพราะพื้นที่ที่ถมคือพื้นที่แก้มลิงก่อนจะระบายน้ำออกทะเลทางคลองแม่รำพึง
'หากเครือสหวิริยาต้องการให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาน้ำท่วมบางสะพานอย่างจริงใจ ในเบื้องต้นขอเรียกร้องให้เครือสหวิริยา,องค์การบริหารส่วนจังหวัด ( อบจ.) ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันชี้แจง เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดต่อสาธารณะว่า มีการอนุญาตให้นำพื้นที่แก้มลิงธรรมชาติซึ่งอยู่ในความดูแลของ อบจ.ประจวบฯ กว่า1,000ไร่ ในเขตตำบลแม่รำพึง ไปให้เอกชนเช่าใช้เพื่อให้เอกชนแสวงหากำไรในธุรกิจ จนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแลงสภาพทำลายพื้นที่แก้มลิง สร้างปัญหาน้ำท่วมบางสะพานอย่างซ้ำซาก มีข้อเท็จจริงอย่างไร เราได้ทำจดหมายเปิดผนึกผ่านสื่อมวลชนขอให้มีการชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณะอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ และคงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง หากองค์กรท้องถิ่นจะนำที่ดินสาธารณะซึ่งเป็นของส่วนรวมต้องใช้ประโยชน์ร่วมกันไปให้เอกชนเช่าใช้เพียงรายเดียว แต่ชาวบ้านต้องเจอปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเศรษฐกิจเสียหายอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสิบที่ผ่านมา 'นายสุพจน์ กล่าว
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ที่ปรึกษาสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ป่าพรุแม่รำพึงร่วมกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ( กสม.) พบว่ามีความหลายหลายทางระบบนิเวศวิทยาสูงมาก เป็นแก้มลิงธรรมชาติส่วนกรณีที่บริษัทต้องการเร่งถมดินเนื่องจากตาม พรบ.ถมดินไม่ได้ระบุว่าจะต้องรอให้ อีไอเอ.ผ่านความเห็นชอบ เพียงแต่เอกชนเสนอความเห็นไปยัง อบต.และขอให้ผู้ควบคุมทำรายงานผลกระทบไม่ให้มีปัญหากับชุมชนใกล้เคียง ซึ่งผลจากการรถมดินหรือปรับสภาพพื้นที่ก็จะทำให้สภาพความเป็นธรรมชาติเสียความสมดุลย์ทันที
ขณะที่นายวิชิต กงภูเวช ตัวแทนบริษัทประจวบพัฒนา ดีวีลอบเมนท์ จำกัด เครือสหวิริยา เปิดเผยว่า ตนพร้อมเสนอข้อมูลในเวทีสาธารณะเพื่อตอบข้อข้องใจของนางสุนีย์ ไชยรส นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ รวมทั้งแกนนำกลุ่มคัดค้าน ในประเด็นที่ระบุว่ายังไม่ควรดำเนินขุดคลองในที่ดินที่บริษัทซื้อเอกสารสิทธิ์ และ ควรรอให้ อีไอเอ.ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากคณะกรรมการผู้ชำนาญงาน ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่มีผู้ใดมีอำนาจเข้าไปแทรกแซงหรือมีการชี้นำการตัดสินใจ ซึ่งตนต้องการทราบว่าหาก อีไอเอ.ผ่านการประเมินกลุ่มที่คัดค้านและผู้เกี่ยวข้อง จะหยุดการเคลื่อนไหวทันทีหรือไม่ หรือจะมีประเด็นใหม่เพิ่มเติม เพราะบริษัทมั่นใจในกระบวนการลงทุนและการนำเสนอใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
' ผมถามว่าหากบริษัทลงทุนถมดิน แล้ว อีไอเอ.ไม่ผ่านใครจะเป็นผู้เสียหาย เพราะฉะนั้นระบบการควบคุมหรือการจัดการสิ่งแวดล้อมต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเต็มที่ และมี มาตรฐานยืนยันว่ามาตรการที่กำหนดในรายงานอีไอเอ.จะไม่ส่งผลกระทบกับการดำเนินโครงการ สำหรับการเริ่มต้นขุดคลองแต่ถูกต่อต้าน ต้องชี้แจงว่าเป็นโครงการป้องกันน้ำท่วมอำเภอบางสะพาน ใช้เวลาขุด 2 เดือนและขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนการถมดินตามที่บางฝ่ายพยายามเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อน”นายวิชิตกล่าว
รมว.กระทรวงทรัพฯ ชี้สหวิริยาต้องรออีไอเอผ่าน
นางยงยุทธ ยุทธวงศ์ รักการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า เชื่อว่าฝ่ายที่สูญเสียอาจกำลังเตรียมการแก้แค้นหรือทวงคืน ซึ่งถ้าเป็ฯอย่างนั้นความขัดแย้งก็จะบานปลาย เพราะเป็นความขัดแย้งระหว่างคนในชุมชนเดียวกัน ส่วนบริษัทสหวิริยาฯ ที่ถือเป็นคนนอกชุมชน แต่ต้องกระทำประโยชน์ให้กับสังคมนั้น ก็ควรคำนึงถึงผลกระทบจากโรงงานที่มีต่อชุมชนและวิถีชีวิตของผู้คนด้วย ไม่ใช่แต่อ้างความชอบธรรมตามกฎหมายอย่างเดียว
'สหวิริยาฯ จะอ้างแต่เอกสารอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรอการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติจากสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม' นายยงยุทธ กล่าว
สหวิริยายันมีหลักฐานวีดิโอมัดมือปืน
ด้านนายไพโรจน์ มกร์ดารา ผู้อำนวยการโครงการพิเศษ บริษัทสหวิริยาสตีล กรุ๊ป จำกัด ได้เปิดแถลงข่าวโดยระบุว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค.กลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึงได้รวมตัวกันกว่า 100 คน บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ของบริษัท และได้ยั่วยุจนเกิดการโต้เถียงกับกลุ่มคนงาน จากนั้นจึงมีการใช้อาวุธ เริ่มจากปาก้อนหิน ยิงหนังสติ๊กด้วยลูกตะกั่วตอบโต้กันไปมาและรุนแรงขึ้นสุดท้ายก็ถึงขั้นยิงปืนเข้าใส่กลุ่มคนงานถึง 20 นัด ทำให้นายรักศักดิ์ คงตระกูล อายุ 36 ปี คนงานของบริษัทถูกกระสุนปืนเสียชีวิต
'เหตุการณ์ดังกล่าวบริษัทฯ ได้บันทึกภาพเอาไว้ด้วยกล้องวิดีโอ และได้นำส่งเป็นหลักฐานให้ตำรวจแล้ว คาดว่าจะสามรถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ภายใน 1-2 วัน ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการยิงกันเองของกลุ่มคนงาน เพราะไม่มีสาเหตุ' นายไพโรจน์ กล่าว และย้ำว่าบริษัทฯ ได้ยื่นเรื่องประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมกับ ทส.ไปแล้วตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ฉะนั้นจะดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนอย่างแน่นอน
ตรวจค้นบ้านผู้ต้องหายึดปืนมีทะเบียน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต่อมา ในเวลา 09.00 น. พ.ต.ต.วิเชษฐ์ สำเภามาตา สารวัตรสืบสวนบางสะพาน พร้อมชุดตรวจค้นกว่า20 นาย เดินทางไปยังบ้านนายบำรุง สุดสวาท อายุ 32 ปีบ้านเลขที่ 76 หมู่ 1 ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับหมายค้นที่ ค 30/2551 และหมายจับ ที่ จ.59/2551 ซึ่งออกโดยศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2551 โดยหมายจับได้ระบุว่า นายบำรุง สุดสวาท ข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา โดยมีนางสุภาพ สุดสวาท มารดาเซ็นรับทราบหมายดังกล่าว


*กรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดสัมมนาระดมความคิดเห็น “ร่างกฎหมายลิขสิทธิ์เกี่ยวกับการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์”
สถานที่จัดกิจกรรม
ห้องประชุม ชั้น 3/2 (30314) ชั้น 3 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมสัมมนาระดมความคิดเห็น “ร่างกฎหมายลิขสิทธิ์เกี่ยวกับการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์” เพื่อพิจารณาแนวทางการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ และสิทธินักแสดง และรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับใหม่จากผู้ที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ โดยมี นางพวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธาน และมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ ครูเพลง ผู้ใช้งานลิขสิทธิ์ ผู้บังคับใช้กฎหมาย และนักวิชาการ อาทิ เศรษฐา ศิระฉายา , จิตรดา เฮงยศมาก ผู้แทนจากแกรมมี่ , สุทธิศักดิ์ ประศาสน์ครุการ ผู้แทนจากอาร์เอส , ศรีสุภางค์ อินไทร นายกสมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย , ลมพจน์ สิงห์สุวรรณ เลขาธิการสมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย , ครูนคร ถนอมทรัพย์ และ กริส โทมัส

ในวันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2551
เวลา 09.00 น.
ณ ห้องประชุม ชั้น 3/2 (30314) ชั้น 3 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์


รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรมฯ อินทิรา ใจอ่อนน้อม
โทร. 02-547-4696 เอกภพ พันธุรัตน์
บริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่นส จำกัด (มหาชน)
โทร. 0-2662-2266


*อบรมฟรี!!!.. สัมมนาหัวข้อ : website ทางออกของธุรกิจแห่งอนาคต
เว็บไซด์ทางออกของธุรกิจแห่งอนาคต เว็บไซต์ช่วยอะไรกับธุรกิจของคุณได้บ้าง
ทำไมคุณถึงต้องมีเว็บไซด์

สามารถเปิดหน้าร้านได้ 24 ชั่วโมง
ลูกค้าสามารถเข้ามาชมสินค้าคุณได้จากทั่วโลก
ลดต้นทุนในการประชาสัมพันธ์
ลดต้นทุนในการติดต่อสื่อสารค่าโทรศัพท์และค่า FAX
เสริมอาวุธให้เว็บไซด์คุณ
การโฆษณาประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ของคุณ
ทำให้เว็บไซด์คุณชำระเงินอิเล็กทรอนิกได้ (E-Payment)
เข้าใจเรื่องความปลอดภัยในการทำระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Payment)
การขนส่งสินค้าและสิ่งที่ควรรู้
สุดท้าย
แนะนำเครื่องมือในการนำไปสู่การมีเว็บไซด์โดยไม่ต้องพัฒนาเอง ลดต้นทุนในการจ้างพัฒนาและเวลาในการจัดจ้าง (เครื่องมือ http://www.smewell.com)
พิเศษ สำหรับท่านที่มาร่วมสัมนา ช่วงท้ายการสัมนามีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล Package SMEWELL business Plan มูลค่า 3,990 ฟรี ..

สัมนาวันที่ : เสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2551
เวลา 9.00-12.00 น.
สถานที่ :ตึกช้างอาคารบีชั้น 21 บริษัทเอเชียมิเดียซอฟท์
ติดต่อสอบถาม : 02-9373790 , 02-9432436
ลงทะเบียนฟรี (กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน)

ตารางหัวข้อการสัมมนา
หัวข้อ
เว็บไซต์คืออะไร / ประเภทของเว็บไซต์
แบ่งตามคุณลักษณะ (Static website / Dynamic website)
แบ่งตามธุรกรรม (B2B, B2C, C2C, B2G, G2G)
แบ่งตามชนิดของเว็บไซต์ (HTML-DHTML, ASP-ASP.net, PHP, Flash, JAVA, etc.)

เว็บไซต์ช่วยอะไรกับธุรกิจของคุณได้บ้าง (ประโยชน์ของเว็บไซต์)
ประยุกค์ใช้เว็บไซต์กับองค์กรของท่าน (Concept)
ส่วนประกอบที่สำคัญในการทำเว็บไซต์

การเลือกชื่อโดเมนเนมที่ดี + การเลือก Web Server
6 ขั้นตอนการวางแผนสร้างเว็บไซต์
การโฆษณาประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ (Internet Marketing)
Search Engine Optimization (SEO)
Display Marketing
E-Mail Marketing
Affiliate Marketing
Interactive Advertising
Blog Marketing
Viral Marketing
แนะนำระบบเว็บไซต์สำเร็จรูป ที่ง่ายและหลากความสามารถจาก SMEWELL ผู้ให้บริการเว็บสำเร็จรูปที่คุ้มค่าที่สุด
ปัญหาคาใจภาคบ่าย


*กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จัดสัมมนา “การเจรจาความตกลงระหว่างประเทศด้านทรัพย์สินทางปัญญา”
สถานที่จัดกิจกรรม : ห้องพลาซ่า 1-3 ชั้น 4 โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล แกรนด์ ลาดพร้าว

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ขอเชิญสื่อมวลชนเข้ารับฟังการสัมมนา“การเจรจาความตกลงระหว่างประเทศด้านทรัพย์สินทางปัญญา”
เพื่อเตรียมความพร้อม และสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับนักประดิษฐ์ นักวิจัยผู้ประกอบการไทย รวมถึงผู้ประกอบการวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา
หน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมทั้งผู้สนใจทั่วไป ให้สามารถเตรียมคำขอ และยื่นคำขอรับสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยระบบ PCT เป็นไปอย่างถูกต้อง
และมีประสิทธิภาพ บรรยายโดย ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (WIPO) และ เปิดงานโดย นางพวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ในวันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2551
เวลา 09.30 น. – 16.30 น.

ณ ห้องพลาซ่า 1-3 ชั้น 4 โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล แกรนด์ ลาดพร้าว

รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ อินทิรา ใจอ่อนน้อม
กรมทรัพย์สินทางปัญญา คชภพ สงวนวงศ์
โทร. 0-2547-4649 บริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่นส จำกัด (มหาชน)
โทร. 02-662-2266


*ความในใจ'เอไอเอส' กรณีนำ'ไอโฟน'เจาะสาวกไทย
ด้วยความแรงกระแสไอโฟน โทรศัพท์มือถืออัจฉริยะจากค่ายแอปเปิ้ล ที่ผนวกฟีเจอร์เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อตและความสามารถในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตลงไปด้วยนั้น กำลังจะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดโทรศัพท์มือถือทั่วโลก ซึ่งก็เป็นไปตามที่ สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอของแอปเปิล คาดเอาไว้ว่าจะเป็นที่นิยมไม่แพ้ เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อด เนื่องจากไอโฟนของแอปเปิ้ล จะมีจุดดีในเรื่องของการเป็นเครื่องเสียงเคลื่อนที่ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีหน่วยความจำถึง 4GB และ 8GB แถมยังมีกล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล และเช็กอีเมล์ ได้อีก
ดังนั้นตลาดของแอปเปิลจึงเป็นอีกหนึ่งช่องว่างที่หลายค่ายมองไม่เห็นมาก่อน เพราะภายหลังวางจำหน่ายในยุโรป และ สหรัฐอเมริกายังไม่ถึงปี (เปิดตัว 29 มิถุนายน 2550) ทางแอปเปิ้ลอ้างตัวเลขว่าสามารถทำยอดขายได้แล้วถึง 2ล้านเครื่องจากเหล่าสาวกที่หวังเป็นเจ้าของเจ้าไอโฟนตัวนี้ รวมถึงสาวกในประเทศไทยมีการประเมินกันว่ายอดขายเครื่องหิ้ว ไอโฟน ที่ร้านค้าบนห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง แม้ว่าจะมีราคาไม่ย่อมเยานัก แต่ก็สามารถทำตัวเลขได้ถึง55,000 เครื่อง ซึ่งเป็นรายได้ก้อนโตที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่นต้องอิจฉา
จากความแรงของไอโฟนในตลาดเมืองไทยนี้เอง มีกระแสข่าวไหลมาจากค่ายเอไอเอส หรือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ว่าทางเอไอเอสกำลังเจรจากับค่ายแอปเปิ้ล เพื่อนำไอโฟน เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแล้วเพราะ เอไอเอส เชื่อว่าเป็นการต่อยอดทางธุรกิจ
งานนี้สำหรับเอไอเอสแล้ว ดูเหมือนจะหวังว่ามือถือไอโฟนจะช่วยดันช่วยต่อยอดธุรกิจเพิ่ม เพราะฟีเจอร์และความสามารถของไอโฟนที่ครบครัน อาจทำให้คนติดใจเพิ่มดีกรีความเป็นสาวกมากขึ้น 'และผู้ที่จะให้คำตอบที่มาที่ไปของกระแสข่าวดังกล่าวได้ดีที่สุด คือ 'สรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล' หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาดของค่ายเอไอเอส
แน่นอนว่าความนิยมของไอโฟนทำให้เราสนใจ ส่วนการเป็นพันธมิตรระหว่างเอไอเอสกับแอปเปิ้ลในกรณีการนำมือถือไอโฟนเข้ามาวางตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา ส่วนข้อสรุปจะได้หรือไม่ได้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง'
เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ 'สรรค์ชัย' ยืนยันว่ายังไม่บรรลุข้อตกลง เพราะแอปเปิ้ล ยังไม่มีนโยบายชัดเจนและอีกอย่างตลาดในเมืองไทยกับประเทศยุโรป และประเทศสหรัฐอเมริกาไม่เหมือนกันที่สำคัญ แอปเปิ้ล ได้กำหนดโมเดลสินค้าต้องขายผูกติดกับค่าแอร์ไทม์ (ค่าโทรรายนาที) โดยเครื่องไอโฟน ขายในราคา 399 ดอลล่าร์หรือประมาณ 13,965 บาท (เปรียบเทียบ 1 ดอลล่าร์เท่ากับ 35 บาท) บวกกับค่าแอร์ไทม์ปีละ 150 ดอลล่าร์หรือประมาณ 5,250 บาทหากรวมราคาทั้งหมดอยู่ประมาณ 23,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีในเรื่องโมเดลธุรกิจ ซึ่งหากการเจรจาเป็นผลสำเร็จ ทางแอปเปิ้ลต้องปรับรูปแบบการทำธุรกิจ ไม่ใช่เป็นการเรียกเก็บส่วนแบ่งรายได้จากค่าโทรศัพท์อย่างที่เคยเสนอมา เพราผู้ให้บริการมือถือแต่ละรายในไทย ต่างก็ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้คู่สัญญาสัมปทานเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นการแบ่งส่วนแบ่งรายได้แก่ไอโฟน จึงไม่น่าใช่รูปแบบธุรกิจที่เป็นไปได้
ทำไมถึงสนใจ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาดของค่ายเอไอเอส กล่าวตอบว่า เพราะไอโฟนเป็นเทรนด์ของโลก ทราบว่าขณะนี้ผู้ประกอบการเจ้าของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายทั่วโลกพยายามติดต่อกับทางแอปเปิล เพื่อนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายเพราะ มือถือไอโฟน ถือว่าเป็นความก้าวล้ำเหนือคู่แข่งไปอีกก้าวหนึ่งในปีนี้ ที่ใครๆ ก็อยากนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย เพราะนั้นหมายได้ขุมรายได้ก้อนใหญ่ ที่จะสร้างรายได้ให้กับโอเปอเรเตอร์
มองตลาดในประเทศไทยอย่างไร หากได้ไอโฟนมาวางตลาดอย่างเป็นทางการ 'สรรค์ชัย'บอกว่า ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น ความง่ายในการใช้งาน เชื่อว่าไอโฟน จะกระตุ้นผู้บริโภคหันมาใช้ไอโฟนมากขึ้น ดังนั้นประเด็นหลักๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องการตั้งราคา การทำตลาด เท่าที่เห็นขณะนี้มีไอโฟน หิ้วเข้ามาขายบนห้างมาบุญครองกันแล้วร่วม50,000เครื่อง โดยถอดซิมการ์ดของ AT&T ออก แล้วขายเฉพาะเครื่องเปล่า 20,000 บาทต่อเครื่อง ลูกค้าส่วนใหญ่ของ ไอโฟน ที่ขายได้ส่วนใหญ่เป็นสาวกของไอพ๊อด


H O M E
Create Date :25 กุมภาพันธ์ 2551 Last Update :22 กรกฎาคม 2551 23:05:36 น. Counter : Pageviews. Comments :131