Why Love? โอบกอดด้วยรัก? ตอนที่ ๖ (YURI)




อลิษาขลุกอยู่ในห้องทำงานตั้งแต่เช้า หล่อนมาถึงออฟฟิศก่อนเจ็ดโมงครึ่งพร้อมกับบิดาเหมือนทุกวัน โดยค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาคารสูงในพัทยาที่ใกล้เคียงกับพื้นที่โปรเจคที่หล่อนออกแบบ เพื่อเอาข้อมูลมาเปรียบเทียบกับพิมพ์เขียวของตน

...พูดน่ะง่าย แต่กว่าจะค้นหาสิ่งที่ต้องการก็ปาไปเกือบครึ่งวัน

หล่อนทำงานเพลินจนลืมไปเสียสนิทว่า เที่ยงวันนี้นายใหญ่ไม่ว่างมาทานข้าวด้วย มีนัดไปทานข้าวกับเพื่อนนักธุรกิจหลายคน แล้วนัดออกรอบตีกอล์ฟต่อตอนบ่าย

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“เชิญค่ะ” เจ้าของกล่าวอนุญาต ละสายตาจากโน้ตบุ๊คตรงหน้ามองไปยังประตู

“คุณอลิษาไปทานข้าวกันเถอะค่ะเที่ยงแล้วนะคะ” สายฝนชะโงกหน้ามาเตือนเจ้านายของตน

หล่อนก้มมองเวลาที่ข้อมือ ๑๒.๐๓ น.

“เร็วจัง” พูดเบาๆ กับตัวเอง ก่อนเอ่ยชวนลูกน้องที่อายุมากกว่าอย่างไม่ถือตัว “วันนี้นั่งทานข้าวด้วยกันนะคะพี่ฝน?”

“จะดีเหรอคะ?” เลขาฯ ย้อนถามอย่างลังเล

“วันนี้อลิษาคงต้องทานข้าวคนเดียว นายใหญ่ไม่ว่างค่ะ” หล่อนพูดเบาๆ อย่างเกรงใจ แต่ไม่รู้ว่าจะชวนใครดี

'ไม่มีเพื่อนสินะ'

เธออดสงสารสาวน้อยไม่ได้ จึงรับปาก

“งั้นก็ได้ค่ะ”

อลิษาเดินคู่ไปกับเลขาฯ สาวของตนด้วยอาการนิ่งๆ และเลือกที่จะนั่งทานในโซนพนักงานธรรมดา เพื่อไม่ให้สายฝนต้องอึดอัดลำบากใจ โดยที่ร่างบางไม่ได้สังเกตเลยว่า มีสายตาหลายสิบคู่มองจ้องอย่างสนใจและแอบชื่นชม

หล่อนบริการตัวเองโดยเลือกทานสลัดน้ำใส ขณะที่สายฝนเลือกข้าวราดแกง ขณะรับประทานนั้นทั้งคู่แทบไม่ค่อยคุยกันนัก

'นิสัยกับรสนิยมค่อนข้างคล้ายกับคุณฟ้า แต่ไม่น่ากลัวเท่า'

ลูกน้องสาวนึกเปรียบเทียบเจ้านายคนพี่กับคนน้อง ที่ดูสง่างามทุกกระเบียดนิ้ว สุภาพอ่อนโยน และช่างสังเกตเหมือนกัน

หลังทานอาหารเสร็จ หล่อนเริ่มเปิดประเด็นการสนทนาขึ้นโดยไม่คิดจะรีบกลับห้องทำงานเร็วนัก

“ต้องขอบคุณคำแนะนำเมื่อวานนะคะ ทำให้อลิษาพอเห็นวิธีแก้แบบแล้ว” หล่อนพูดขึ้น “ว่าแต่พี่ฝนมีอะไรจะแนะนำอีกไหมคะ?”

“อย่างเช่นเรื่องอะไรคะ?” คนฟังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายต้องการรู้อะไร เธอต้องการคำถามที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น

“เรื่องคนค่ะ...คนของที่นี่”

สายฝนกลอกตามองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นว่ามีคนอื่นนั่งใกล้ๆ จึงสบตากับคนถามด้วยสายตาอ่อนโยน

“ไม่ว่าที่ไหนก็คล้ายกันค่ะ ทุกที่มีทั้งคนดีและไม่ดี” เธอพูดตอบเสียงเรียบจริงจัง “แต่ที่ต้องระวังที่สุดคือ คนที่มาเพราะหวังผลประโยชน์จากเราค่ะ”

ร่างบางหรี่ตาเอียงคอจ้องหน้าคนตรงข้าม

“ทำไมคะ?”

“ตราบใดที่เรายังมีประโยชน์ คนพวกนั้นจะมองเราดีเลิศยกยอปอปั้น แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่กลายเป็นตรงข้าม ก็พร้อมจะถล่มเหยียบเราให้จมธรณี โดยไม่เลือกวิธีการ”

“ค่ะ” พยักหน้า เข้าใจในคำเตือนของเลขาฯ สาวที่ดูเหมือนจะรู้อะไรดีๆ มากพอสมควร

'พูดเหมือนที่พี่ฟ้าเคยพูดเลย'

“ถ้าคนแบบนี้มาใกล้อลิษา ช่วยเตือนด้วยนะคะพี่ฝน”

'นิสัยน่ารักคล้ายๆ กับคุณฟ้า'

สาวแว่นยกยิ้มมุมปาก พอใจกับความใสซื่อ ตรงไปตรงมาของคุณหนูแห่งไดมอนด์กรุ๊ป และรู้สึกถูกอัธยาศัยที่หล่อนไม่ถือตัวว่า ฉลาดหรือเก่งกาจเหมือนลูกผู้มีอันจะกินส่วนใหญ่

“ไม่มีปัญหาค่ะ เป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้วค่ะ”

“งั้นเราขึ้นไปทำงานกันเถอะค่ะ ใกล้หมดเวลาพักแล้ว” สาวน้อยเอ่ยชวน หลังมองเวลาเหลืออีกสิบนาทีจะบ่ายโมง

หล่อนพอเข้าใจแล้วว่า ทำไมแองเจิลถึงส่งสายฝนมาเป็นเลขาฯ ให้กับตน

การอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง จำเป็นต้องมีคนคอยระวังหลัง มีคนเป็นหูเป็นตาให้ ที่สำคัญคือต้องฉลาด มีปฏิภาณไหวพริบ และซื่อสัตย์ ซึ่งดูเหมือนสายฝนจะเป็นคนที่มีคุณสมบัติครบหมดทุกข้อ สมเป็นอดีตเลขาฯ ของนายหญิงจริงๆ

“ค่ะคุณอลิษา”

ขณะที่ทั้งคู่ยืนรอลิฟต์เฉกเช่นพนักงานทั่วไป เพื่อจะขึ้นไปยังชั้นบนก็บังเอิญเจอกับวีระศักดิ์ซึ่งเดินมาพร้อมกับลูกน้องสองคน

“คุณอลิษาทำไมถึงมารอลิฟต์ตรงนี้ล่ะครับ ลิฟต์ผู้บริหารต้องตรงโน้นต่างหาก” หัวหน้าโครงการถามเสียงค่อนข้างดัง เรียกความสนใจจากคนรอบข้างให้หันมามองหล่อนอย่างพร้อมเพรียงกัน ดุจดั่งเห็นสิ่งแปลกปลอมหลงเข้ามา

ร่างบางไม่แน่ใจว่า การแสดงออกของเขาทำแบบใสซื่อบริสุทธิ์ใจหรือมีเจตนาเคลือบแคลงแอบแฝง

'ตกลงนายวีระศักดิ์นี่ เป็นคนอย่างไรกันแน่?'

ได้แต่แอบตั้งคำถาม และรอวันพิสูจน์ ไม่คิดจะทำอะไรบุ่มบ่ามผลีผลามให้เสียหาย

แองเจิลเคยให้ข้อคิดสาวน้อยเอาไว้ว่า

“อย่ามองคนอื่นในแง่ลบ อย่าก่อศัตรูโดยไม่จำเป็น จนกว่าอีกฝ่ายจะแบไพ่ออกมาก่อน ถึงตอนนั้นค่อยเอาคืนทบต้นทบดอกก็ไม่สาย”

หล่อนจึงไม่ใช่คนหัวอ่อน ที่ใครบอกอะไรก็จะหลับหูหลับตาเชื่อหมด มีดีกรีความดื้อรั้นในตัวเองเต็มเปี่ยม ไม่ใช่ความถือดีหรือทรนงตัวแบบโง่ๆ ...หากแต่เชื่อมั่นในตัวเองว่ามีดีมีสมองไม่น้อยกว่าใคร

หญิงสาวเคยโดนเพื่อนถามทำนองว่า

“แกดื้อไปหรือเปล่า? ดูสวยเรียบร้อยขนาดนี้”

อลิษาก็แค่ยักไหล่แบบไม่แคร์ แล้วตอบเสียงเรียบเย็นไปว่า

“บังเอิญฉันสวย และมีสมอง คิดเองได้”

“ดิฉันขึ้นตัวนี้ได้ค่ะคุณวีระศักดิ์” ร่างบางยืนกรานความคิดของตัวเอง ไม่คิดจะเชื่อฟังคำพูดของเขา แม้ว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นหัวหน้าของตนก็ตาม

วีระศักดิ์เลิกคิ้วหนาขึ้น หรี่ตาเล็กน้อย หลังได้ยินคำปฏิเสธออกจากปากพนักงานใหม่ แม้จะไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงในที่สาธารณะให้เสียภาพลักษณ์ จึงส่งยิ้มแกนๆ ให้หล่อน

'หยิ่งให้ตลอดนะคุณหนู หึหึ'

“ถ้ามีปัญหาเรื่องโปรเจคปรึกษาผมได้นะครับ แล้วเจอกันข้างบนคุณอลิษา” เขาพูดเหมือนห่วงใย แต่เจือไปด้วยยาพิษที่ไร้สีไร้กลิ่น ที่คนทั่วไปยากจะรับรู้

ใครที่ได้ยินจะเข้าใจว่า วีระศักดิ์เป็นหัวหน้าแสนดีที่หาได้ยากยิ่ง

...แต่หล่อนรู้ และดูเหมือนจะมีอีกคนที่รู้ไม่ต่างกัน

'พูดเอาดีเข้าตัวเก่งจริงๆ'

วีระศักดิ์สืบเท้าไปยังลิฟต์ที่จัดไว้สำหรับบริหาร โดยมีผู้ติดตามสองคนไปด้วย

การแสดงออกของหัวหน้าโครงการ ทำเหมือนไม่เห็นหล่อนอยู่ในสายตาเลยสักนิด ทำให้อลิษานึกขุ่นเคืองไม่น้อย จนเผลอกำมือที่อยู่ข้างตัวแน่น

'คิดว่าตัวเองเก่งอยู่คนเดียวหรือไง?'

ร่างบางคิดอย่างหงุดหงิดไม่สบอารมณ์

“คุณอลิษาคะ” สายฝนเรียกชื่อเจ้านายตัวเองเบาๆ

สาวน้อยหันไปมองหน้าคนเรียกพร้อมเครื่องหมายคำถามตัวโต

“คะ?”

เลขาฯ สาวยิ้มกว้างเกลื่อนหน้า ยกมือข้างหนึ่งขยับกรอบแว่นสายตา ก่อนพูดเสียงนุ่มแต่แฝงความเชื่อมั่นไว้ไม่น้อย

“เราไปทำงานกันต่อเถอะค่ะ”

อลิษารับสารได้ถึงสิ่งที่ผู้ช่วยของตนต้องการบอก

'ทำไมฉันต้องไปแคร์ คนขี้เต๊ะแบบนั้นด้วย?'

หล่อนถามตัวเอง ก่อนสูดหายใจยาวๆ ความรู้สึกไม่พอใจจางหายไปกว่าครึ่ง

“ค่ะพี่ฝน”

หญิงสาวเริ่มเข้าใจกลยุทธ์ด้านจิตวิทยา ที่กำลังโดนกดดันอยู่ในยามนี้...วีระศักดิ์พยายามปั่นหัวโดยใช้ทั้งการตบหัวและลูบหลัง ให้หล่อนสับสน ลังเล ซึ่งจะมีผลกับความเชื่อมั่นในตัวเอง ถ้าเผลอเต้นไปตามเกม ตามจังหวะของเขา ร่างบางจะมีโอกาสพลาดพลั้งไม่ช้าก็เร็ว

นึกเดาจุดประสงค์แรกที่เขาต้องการ น่าจะเป็น ‘การดิสเครดิต’ หล่อน ทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือในสายตาของเหล่าผู้บริหารกรีนไดมอนด์

วีระศักดิ์อาจนึกหมั่นไส้ ที่นายใหญ่อนุญาตให้หล่อนรับผิดชอบโครงการคอนโดที่พัทยา เหมือนไปแย่งงานของเขา แย่งเงินค่าแบบก้อนโตของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ...เงินเกือบล้านบาทเลยทีเดียว

แต่ไม่ว่าหัวหน้าโครงการจะคิดยังไง อลิษาไม่คิดจะยอมแพ้ง่ายๆ นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น

'ฉันอาจแพ้ศึก แต่จะชนะสงครามนี้ให้ได้'

คุณหนูแห่งไดมอนด์กรุ๊ปมองเลขาฯ ของตน ที่ดูจะรู้เท่าทันเกมของเขา และนึกขอบคุณสายฝนในใจ ที่ช่วยทำให้ตนไม่พลั้งพลาดสติแตกไปกับหลุมพรางของเขา

อลิษาส่งยิ้มหวานให้กับพนักงานชายหญิงหลายสิบคน ที่มองมาอย่างสนใจ แต่ไม่มีใครกล้าซักหรือคุยด้วย เดาว่าทั้งหมดรู้แล้วว่าหล่อนเป็นใคร แต่สาวน้อยก็วางตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉันคงต้องระวังรอบคอบให้มากกว่านี้


ช่วงบ่าย

อลิษาโทรติดต่อขอข้อมูลที่ต้องการมาได้จากหลายแห่ง ทั้งจากหน่วยงานของรัฐซึ่งให้บริการดียิ่ง รวมถึงได้สอบถามไปยังบริษัทที่ออก แบบอาคารชุดใกล้เคียงบริเวณพื้นที่โครงการด้วย โดยจดข้อมูลทุกอย่างที่ได้มาอย่างละเอียด

หล่อนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงาน พลางหมุนดินสอในมืออย่างใช้ความคิด เท่าที่รวบรวมข้อมูลจากหลายแห่ง ขนาดเสาเข็มกับความลึกของเสาเหล่านั้น ไม่ได้ต่างจากที่ตนคำนวณมากนัก

'หมอนั่นลักไก่เก่งจริงๆ กวนประสาทชะมัด!'

นึกขุ่นเคืองนายหล่อขี้เก๊กอีกรอบ หลังรู้ว่าตนพลาดท่าเสียทีให้เขาอย่างจังหนับในที่ประชุม

ใครจะไปคิดว่าวีระศักดิ์ สถาปนิกชื่อดังของกรีนไดมอนด์จะเป็นคนแบบนี้ ดูภายนอกเป็นคนน่าเคารพเลื่อมใส แต่ภายในจิตใจคับแคบเหลือเกิน พร้อมจะพูดกลับกลอกปลิ้นปลอนสุดๆ เพื่อให้ตนเป็นฝ่ายถูกได้ตลอดเวลา คนอย่างวีระศักดิ์สมควรได้ตุ๊กตาทองกลับบ้าน ตีบทแตกกระจุย

หากหล่อนเอาข้อมูลที่หาได้ไปโต้แย้งกับเขา เชื่อว่าหมอนั่นก็คงจะเถียงแถหน้าแหกหน้าด้านไปได้แบบน้ำขุ่นๆ

'สงสัยต้องแก้แบบตามที่พี่นัทบอก'

หล่อนคิดในใจ หลังมองหาวิธีอื่นแล้วยุ่งยากเกินไป การคำนวณเผื่อไว้จึงดูเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด

ส่วนเสาเข็มจะลึกจริงเท่าไหร่ ค่อยไปว่ากันตอนตอก แต่รับรองว่ายังไงตึกไม่ถล่มแน่


กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!

เสียงมือถือเครื่องบางของหล่อนดังขึ้น หญิงสาวกดรับหลังเห็นชื่อคนโทรเข้า

“สวัสดีค่ะพี่นน” เอ่ยทักทายเสียงหวาน

“สวัสดีครับอลิษา แบบของคอนโดที่เสนอไปมีปัญหาหรือเปล่า?” เสียงทุ้มนุ่มของคนในสายถามอย่างเป็นห่วง

ชานนเป็นพี่รหัสของหล่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัย คอยแนะนำเรื่องเรียนมาตลอดจนกระทั่งจบ

“ก็นิดหน่อยค่ะ”

“มีอะไรจะให้พี่ช่วยไหม? ตอนนี้พี่อยู่ใกล้ๆ อาคารกรีนไดมอนด์ เพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จ”

“จริงเหรอคะ อลิษาอยากได้คนช่วยดูแบบอยู่เลย” หล่อนกล่าวอย่างร่าเริง

“แปลว่าอยากให้พี่เข้าไป?”

“ถ้าพี่นนสะดวกค่ะ” หญิงสาวพูดเสียงแผ่วเกรงใจ

“ไม่เกินสิบห้านาที”

“อลิษาจะไปรอที่ชั้นล่างนะคะ”

“โอเคครับ เดี๋ยวเจอกัน”

“ขอบคุณค่ะ”

แล้วทั้งคู่ก็วางสายไป

หล่อนรู้สึกโล่งใจมากกว่าเดิม หลังกองหนุนกำลังจะมาถึง ซึ่งมีผลทำให้จิตใจฮึกเหิมขึ้นมากเลยทีเดียว ไม่ต่างจากสมัยเรียนที่ชานนจะมาช่วยติวและแนะนำเรื่องเรียนให้เสมอๆ รุ่นพี่คนนี้เป็นคนหน้าตาดี สูงโปร่ง เรียนเก่งมาก ครอบครัวมีฐานะปานกลาง จึงมีเพื่อนร่วมห้องแอบถามอยู่บ่อยๆ ว่า

“พี่นนแจกขนมจีบขนาดนี้ แกไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ?”

“บ้า! จีบที่ไหนกัน พี่เขาน่าจะมีคนที่ชอบแล้ว” บอกปัดเพราะไม่เคยรู้สึกว่าเขาจีบ

หญิงสาวรู้ว่า เขาเป็นคนอบอุ่นมาก เป็นคนที่พึ่งพาได้ แต่น่าแปลกตรงที่ไม่เคยเห็นเขาคบกับใครสักคน จึงอดที่จะถามไม่ได้

“พี่นนไม่มีคนที่ชอบเลยเหรอคะ?”

คนฟังยิ้มน้อยๆ ก่อนตอบเสียงจริงจัง

“มีสิ แต่พี่ยังไม่พร้อมจะบอกเธอคนนั้นน่ะ”

ตอนนั้นร่างบางบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร ได้แต่แอบสงสัย แต่ก็ไม่คิดถามไถ่กับเรื่องส่วนตัว...ทุกคนมีความลับที่อยากเก็บไว้

“น่าอิจฉานะคะ คนโชคดีคนนั้น”

“ไม่รู้เหมือนกันว่า เธอจะคิดแบบอลิษาหรือเปล่า?”

เขาหัวเราะออกมา นัยน์ตาสีเข้มเป็นประกายแจ่มใส ดูมีความสุขเหลือเกิน

'ท่าทางพี่นนจะชอบผู้หญิงคนนั้นมาก'

หล่อนเดาในใจ พลอยมีความสุขไปกับเขาด้วย และหวังว่าเขาจะสมหวังในความรักกับเธอคนนั้น

อลิษามองเวลาก่อนลุกขึ้น แล้วก้าวออกจากห้องทำงาน เมื่อเจอกับสายฝนที่นั่งทำงานอยู่หน้าห้อง

“เดี๋ยวอลิษามานะคะ จะลงไปรับแขกที่ชั้นล่างน่ะค่ะ”

“ค่ะ งั้นพี่จะเตรียมกาแฟกับขนมให้ แขกกี่คนคะ?”

“คนเดียวค่ะ ขอบคุณค่ะพี่ฝน”

หญิงสาวก้าวเดินอย่างสง่างาม เพื่อลงลิฟต์ หล่อนชายตามองประตูห้องของหัวหน้าโครงการที่ปิดสนิทแวบหนึ่ง ก่อนก้าวผ่านไปโดยไม่คิดจะทักทาย

'ไม่สำคัญหรอกนะว่าคุณจะเก่งขนาดไหน ถ้าวันหนึ่งฉันขึ้นเป็นผู้บริหารที่นี่...ฉันอาจไม่เก็บคุณเอาไว้'

ร่างบางไม่ได้คิดรังเกียจวีระศักดิ์เป็นการส่วนตัว หากแต่ไม่ชอบธาตุแท้ของเขาเท่าไหร่ หล่อนถูกนายใหญ่ฝังหัวมาว่า

“ในการเลือกใช้คน จงเก็บคนดีไว้ก่อน ส่วนคนเก่งค่อยเลือกทีหลัง เพราะเราสอนคนให้เป็นคนดียากกว่า สอนให้เป็นคนเก่ง...แต่หากเจอคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจไม่ได้ จงรีบตัดทิ้ง”

เมื่อหล่อนลงไปถึงชั้นล่าง ก็เจอชานนเดินเข้าประตูมาพอดี จึงสาวเท้าไปหา แล้วยกมือไหว้ตามธรรมเนียมรุ่นน้องที่ดี ซึ่งเขาก็รับไหว้ด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณที่แวะมานะคะพี่นน”

“ยินดีครับ เพื่อรุ่นน้อง รุ่นพี่พร้อมเสมอ” เขาตอบติดตลก

ทั้งคู่เดินไปคุยไปในเรื่องจิปาถะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ จนกระทั่งถึงหน้าห้องทำงานของหล่อน อลิษาจึงแนะนำให้ชานนรู้จักกับสายฝน ก่อนเข้าไปคุยต่อในห้องทำงาน โดยเลือกนั่งสนทนาตรงโซฟา

“ห้องทำงานผู้ช่วยโครงการที่นี่ หรูกว่าห้องทำงานของพี่เสียอีก” เขาแกล้งบ่นออกมา

ร่างบางอมยิ้มในหน้ากับคำพูดล้อเล่นของเขา

“ถ้างั้นย้ายมาทำงานกรีนไดมอนด์สิคะ รับรองพี่นนได้ห้องแบบนี้แน่” แกล้งยื่นข้อเสนอให้เขามาทำงานด้วย

ชานนส่ายหัวไปมา เขาชอบทำงานที่ Finest Corp. มาก เพราะมนรดาเป็นเจ้านายใจดีมาก แถมได้นัทชาเป็นพี่เลี้ยงคอยสอนงาน...เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

“พี่ทำที่ Finest Corp. ดีแล้วล่ะครับ พี่คงไม่เหมาะกับที่นี่หรอก” เขาตอบเสียงนุ่มทุ้ม

“ถ้างั้นก็ห้ามบ่นค่ะ เพราะอลิษาถือว่าชวนพี่นนแล้ว” หล่อนตอบเสียงหวานชวนฟัง

“โอเคครับคุณหนู” ชายหนุ่มทำท่ายอมแพ้ “ว่าแต่แบบตรงไหนที่มีปัญหา ขอพี่ดูหน่อยสิ?”

หญิงสาวลุกไปหยิบพิมพ์เขียวทั้งหมดมากลางเต็มโต๊ะกระจก ให้ชายหนุ่มได้ดูชัดๆ พลางเล่าถึงเรื่องวันประชุมที่ผ่านมาว่า โปรเจคนี้มีจุดอ่อนตรงไหนตามความเห็นของวีระศักดิ์

แต่ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไร ก็ถูกขัดจังหวะขึ้น

ก๊อก! ก๊อก!

“เชิญค่ะ” อลิษาร้องบอก ก่อนเอียงคอมองไปยังประตูที่ถูกเปิดโดยสายฝน ซึ่งมาพร้อมกับถาดใส่กาแฟกับขนม

“จะให้วางตรงไหนคะ?” เลขาฯ สาวถาม หลังมองไม่เห็นพื้นที่จะวางเครื่องดื่มกับของว่างเลยสักตารางนิ้วเดียวบนโต๊ะตรงหน้า

“เอ่อ บนโต๊ะทำงานก็ได้ค่ะ” หล่อนบอกพร้อมยิ้มจางๆ

สายฝนวางถ้วยกาแฟกับขนมที่มุมโต๊ะใหญ่เรียบร้อย ก็หันไปบอกเจ้านายตัวเอง

“อยากได้อะไรเพิ่มก็บอกนะคะ”

“ขอบคุณค่ะพี่ฝน”

“ขอบคุณครับ” ชานนกล่าวอย่างสุภาพ

“ขอตัวค่ะ” เลขาฯ สาวบอก แล้วก้าวออกไปจากห้องนั้น ด้วยรู้ว่าทั้งคู่กำลังปรึกษาเรื่องงานกันอยู่

“แล้วอลิษาทำอย่างไรต่อ?” ชานนวกถามเข้าเรื่องงาน

“พี่ฟ้าพาไปคุยกับพี่นัทชาค่ะ พี่นัทบอกทางแก้ไขมา” หล่อนบอกแบบย่อๆ

ชายหนุ่มพยักหน้า เพราะรู้มาว่า แองเจิลคุ้นเคยกับสองน้าหลานของ Finest Corp. มาก หากจะบอกว่า เครือไดมอนด์กรุ๊ปเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทนี้ก็ไม่ผิด

“แก้เสร็จแล้วเหรอครับ?”

“ยังค่ะ เพิ่งเช็คข้อมูลเสร็จก่อนพี่นนโทรมาแป๊บเดียว”

“ลองแก้ดูแล้วกัน พี่ว่าเชื่อพี่นัทโอเคสุด” เอ่ยปากยกย่องนัทชาออกมา ด้วยรู้ฝีมือของสาวแว่นคนนี้เป็นอย่างดี เขาชอบหลายอย่างในตัวเธอคนนี้ ยกเว้นเรื่องคู่รักที่เป็นเพศเดียวกันที่ดูขัดตาขัดใจ แต่ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์อะไร ไม่คิดล้ำเส้นและเคารพในสิทธิส่วนบุคคล อย่างน้อยเขาก็รู้ดีว่า...อะไรควรพูดไม่ควรพูด

“ค่ะ” หล่อนผงกหัวเห็นด้วยกับเขา แล้วชี้ไปยังจุดที่จะแก้ไขทีละจุด พร้อมบอกสิ่งที่คิดไว้

ชานนพยักหน้าเป็นระยะ พร้อมเสนอความเห็นแย้งบ้าง แต่โดย รวมเขาเห็นด้วยกับความคิดของรุ่นน้อง

หญิงสาวนั่งจดใส่สมุดบันทึกไปด้วยกันหลงลืม

“แก้แบบนี้ น่าจะใช้ได้แล้วนะ” ชานนพูดสรุปขึ้น หลังอลิษาบอกครบทุกจุด

“ขอบคุณค่ะพี่นน ที่มานั่งติวให้เหมือนตอนเรียนเลย”

เขาหัวเราะเบาๆ ออกมา

“นั่นสิเนอะ”

หญิงสาวม้วนกระดาษทั้งหมดเก็บ เพื่อให้โต๊ะมีพื้นที่ว่าง ก่อนลุกหยิบถ้วยกาแฟกับของว่างมาวางแทน

“ขอบคุณครับ” ชานนยกกาแฟที่ยังอุ่นๆ อยู่ขึ้นดื่ม ก่อนเอ่ยชมออกมา “อร่อยนะ ยี่ห้ออะไรเนี่ย?”

“บลูเม้าเทนส์ค่ะ” หล่อนชอบยี่ห้อนี้มากกว่ายี่ห้ออื่น

“แล้วคุกกี้นี่ล่ะ? อย่าบอกนะว่าทำเอง” เขาเอ่ยดักคอ

“เปล่าค่ะ นมเอียดทำมาให้”

ชานนเผลอถอนหายใจยาวเหยียด ดูเหมือนว่าจะมีคนคอยเอาใจสาวน้อยคนนี้มากมายเหลือเกิน มากจนสิ่งที่เขาทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยจนแทบไร้ค่า

หลายต่อหลายครั้งที่เขาเฝ้าถามตัวเองว่า จะเดินหน้าต่อไปไหวไหม? แต่คำตอบที่ได้ยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน อลิษาเปรียบเสมือนดอกฟ้าดอกสวรรค์ ที่ชานนไม่อยากให้โน้มต่ำลงมา ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจนักว่า จะปีนป่ายขึ้นไปเด็ดถึงกิ่งได้หรือเปล่า?

...หญิงสาวอยู่สูงมากเหลือเกิน สำหรับคนธรรมดาอย่างเขา

“พี่นน พี่นนคะ...” หล่อนเรียกชื่อเขาหลายครั้ง หลังเห็นรุ่นพี่นิ่งเงียบไปเฉยๆ เหมือนมีความในใจ

ชานนหลุดจากภวังค์ความคิดของตนเอง มองหน้าสวยที่จ้องเขาอยู่ก่อน

“ครับ?”

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? อลิษาเรียกตั้งหลายหน”

เขาส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนยิ้มฝืดๆ แล้วตอบติดตลกออกไป

“พี่คงเมากาแฟน่ะ รสชาติดีมากเกิน”

หล่อนหัวเราะคิกออกมา มองเขาหยิบคุกกี้เข้าปาก

“นี่ก็อร่อยเกิน” ชายหนุ่มชมกึ่งประชด หลังกลืนขนมแสนอร่อยลงลำคอ

“อร่อยเกิน นี่ดีหรือไม่ดีคะเนี่ย?” หล่อนเอียงคอถามอย่างติดใจสงสัยในคำพูดของคนตรงหน้า

'ตอบยังไงดี?'

ชายหนุ่มหยุดคิด เพื่อรวบรวมคำพูดไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจอะไรคนฟัง

“สำหรับบางคนดี แต่สำหรับบางคน อาจจะไม่ดีก็ได้ครับ”

'แปลว่าอะไรกัน?'

ร่างบางงงปริศนาธรรมของรุ่นพี่ ที่ชอบพูดเข้าใจยากเสมอตั้งแต่ไหนแต่ไร หล่อนกลอกตาไปมาเหมือนจะค้อนน้อยๆ ให้เขา

ชานนนึกขำกับท่าทางชวนมองของสาวน้อย ที่ดูแสนงอนเสมอเวลาถูกขัดใจ

'ยิ่งงอนก็ยิ่งน่ารัก...คนอะไร!'

ชายหนุ่มอดที่จะคิดแบบนั้นไม่ได้ แต่แล้วเวลาแห่งความสุขอันน้อยนิดของเขาก็หมดลง

อลิษาพลิกข้อมือดูเวลา ๑๖.๕๕ น. แล้วหญิงสาวก็ทำหน้าตกใจเมื่อเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน

'แย่แล้ว! เกือบลืมไปเลย'

“พี่นนคะเดี๋ยวอลิษาต้องไปธุระต่อ มีนัดกับพี่สาวค่ะ” หล่อนบอกเขาตรงๆ

ชายหนุ่มอดใจหายไม่ได้ แต่ยังโล่งอกตรงที่สาวน้อยบอกว่า นัดกับพี่สาว...ไม่ได้นัดกับหนุ่ม

“จริงๆ พี่ว่าจะชวนอลิษาไปฉลองได้งานใหม่ซะหน่อย อดเลย” ชานนพูดเสียงเศร้า

“ไว้โอกาสหน้านะคะ นัดวันเวลามาเลยค่ะ” หญิงสาวกล่าวเสียงจริงจัง ไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง ขณะพูดก็เก็บของไปด้วย เพื่อไม่ให้เสียเวลา

“วันนี้วันพฤหัสฯ...งั้นเป็นวันอังคารหน้าแล้วกัน มื้อกลางวันพี่จะมารับตอนเที่ยง”

ร่างบางหยิบปฏิทินตั้งโต๊ะมาดู ก่อนวงกลมแล้วเขียนชื่อผู้นัดกับเวลาลงไปกันลืม

“โอเคค่ะ”

เขายิ้มกว้างอย่างมีความสุข นั่งรอจนอีกคนเก็บของเสร็จ ทั้งคู่เดินออกมา เจอกับสายฝนที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะทำงาน

“ไปค่ะพี่ฝน” หล่อนเอ่ยชวนเหมือนทุกวัน

เลขาฯ สาวลุกขึ้นยืน

“เมื่อกี้คุณมาโทรมาบอกว่า รออยู่ข้างล่างแล้วค่ะ”

'มาเร็วจัง'

อลิษาบ่นอุบอิบในใจ แต่ปากก็ตอบไปว่า

“ขอบคุณค่ะ”

ขณะที่ชานนนึกสงสัยว่า ‘คุณมา’ นี่ใคร? แต่ไม่กล้าถาม

เมื่อทั้งสามลงไปถึงชั้นล่าง สายฝนเอ่ยขอตัว เธอไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเจ้านาย...หากมีกันทิมาอยู่ใกล้ๆ

“พี่กลับก่อนนะคะ”

“ค่ะ พรุ่งนี้เจอกัน”

อลิษากวาดสายตามองหา แล้วเจอหมอสาวในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงขายาว นั่งไขว้ห้างอ่านนิตยสารอยู่ที่ชุดรับแขก จึงตรงรี่ไปหาโดยเร็ว เพราะเกรงคนอีกคนจะไม่พอใจที่ต้องมาเสียเวลารอ

“ขอโทษค่ะพี่มา”

หมอสาวเงยหน้าขึ้นมองสาวน้อย วางหนังสือบนโต๊ะ ก่อนลุกขึ้นเต็มความสูง

“ไม่เป็นไรหรอก พี่เพิ่งมาถึง”

กันทิมามองไปยังชายหนุ่มที่เดินมายืนด้านหลังอลิษาอย่างสงสัย

'ใครกัน?'

อลิษาหมุนตัวมองตาม ก่อนรีบแนะนำให้สองฝ่ายรู้จักกัน

“นี่พี่มา เป็นสัตวแพทย์ค่ะ” แล้วมองไปยังชายหนุ่ม “นี่พี่นน รุ่นพี่ที่มหาลัยค่ะ”

ชานนมองผู้หญิงร่างสูงโปร่งตรงหน้าที่สูงไล่เลี่ยกันกับเขา แถมดูสวยเท่มีเสน่ห์ไม่น้อย ก่อนยกมือไหว้ในฐานะที่อ่อนอาวุโสกว่าหลายปี

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะ” หมอสาวรับไหว้อย่างนุ่มนวล

“ไม่ทราบว่าร้านพี่มา อยู่แถวไหนเหรอครับ เผื่อผมจะพาหมาที่บ้านไปเป็นลูกค้า?” เขาหาเรื่องชวนคุยแบบเนียนๆ

“ไม่ไกลจากที่นี่ค่ะ” สาวร่างสูงบอกตำแหน่งร้านอย่างเป็นกันเอง ขณะสำรวจอีกฝ่ายอย่างละเอียด

“ไว้ผมจะแวะไปนะครับ” ชานนพูดตามมารยาท เพราะร้านของอีกคนอยู่ไกลจากบ้านของเขามาก

'ไม่ไหว...ไกลเกิน'

“ค่ะ” กันทิมาซ่อนยิ้มในหน้า เหมือนล่วงรู้ความคิดของเขาที่กลบเกลื่อนได้ไม่มิด

“ถ้างั้นผมกลับก่อน” ชายหนุ่มเอ่ยปากขึ้น หลังเห็นรุ่นน้องทำท่าเหมือนอยากไปธุระต่อเต็มทน

“ขอบคุณนะคะพี่นน ไว้วันอังคารเจอกัน” อลิษาเอ่ยอำลากับเขา

ชานนพยักหน้า ก่อนส่งยิ้มให้สองสาวแล้วเดินออกไปก่อน

กันทิมายืนมองตามแผ่นหลังของเขาจนหายลับ ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ทำไมเธอจะมองสายตาของเขาไม่ออกว่าคิดอะไรกับอลิษา? ซึ่งลึกๆ เธอไม่ชอบสายตาแบบนี้นัก ให้ความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจ

'ไม่ใช่แค่ชอบธรรมดา...แต่หลงหัวปักหัวปำเลยทีเดียวนะนั่น'

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” คนอายุน้อยกว่าถามอย่างสงสัย

หมอสาวหันไปส่ายหน้าให้สาวน้อย

“จะไปกันหรือยัง?”

“ค่ะ” หล่อนตอบเสียงใส

“ให้พี่ช่วยถือไหมคะ?” ถามเหมือนอีกคนเป็นน้องสาวตัวเล็กๆ ที่ต้องมีพี่เลี้ยงคอยถือของให้

“ก็ได้ค่ะ”

อลิษายิ้มกว้างส่งกระเป๋าหนังสีดำให้กันทิมาถือ แต่ถือกล่องกลมใส่แบบไว้เอง แล้วทั้งสองก็เคียงคู่กันเดินออกจากกรีนไดมอนด์ ไปยังรถยุโรปคันหรูของหมอสาวที่จอดในลานจอดรถ

ชานนที่นั่งอยู่ในรถญี่ปุ่นอีโคคาร์ จ้องมองสองสาวเขม็งที่คุยกันอย่างชิดเชื้อเกินธรรมดา หลายปีที่รู้จักอลิษา เขาไม่เคยเห็นรุ่นน้องคนนี้แสดงความสนิทสนมกับใครนัก

จึงแอบสงสัยไม่ได้ว่า กันทิมาเป็นใคร?

'ตกลงพี่มาคนนี้...เป็นแค่พี่สาวจริงๆ เหรอ?'

OoXoO

เรื่องนี้ใกล้คลอดอีบุคแล้วนะคะ อดใจกันอีกนิด สำหรับหนังสือจองได้ถึงวันที่ 8 สิงหาคมค่ะ

ใครอยากรู้ตอนหน้า ติดตามข่าวสาร หรือทักทายกับไรท์ ได้ที่แฟนเพจ อย่าลืมกดถูกใจ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

https://www.facebook.com/Nuinang321/

ขอบคุณค่ะ

นาง

OoXoO



Create Date : 25 กรกฎาคม 2559
Last Update : 25 กรกฎาคม 2559 17:40:57 น.
Counter : 567 Pageviews.

1 comments
ภพผูกรัก บทที่ 8/1 lovereason
(19 พ.ย. 2564 00:10:33 น.)
:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 290 :: กะว่าก๋า
(19 พ.ย. 2564 06:07:26 น.)
17 พย 64 ดอกปีบ - บ้านเกิดเมืองนอน mcayenne94
(17 พ.ย. 2564 19:53:52 น.)
Waldeinsamkeit Op 76 No 3 by Max Reger ปรศุราม
(16 พ.ย. 2564 19:36:13 น.)
  
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:13:29:11 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nuinang.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]

บทความทั้งหมด