Why Love? โอบกอดด้วยรัก? ตอนที่ ๕ (YURI)






สองวันต่อมา แองเจิลแวะไปรับอลิษาจากอาคารกรีนไดมอนด์ในช่วงบ่าย เพื่อไปพบกับสถาปนิกสาวของ Finest Corp. ตามที่นัดไว้ สองพี่น้องนั่งสนทนากันในรถเบนซ์คันงามของนายหญิง ซึ่งมีคนขับและกริชนั่งไปด้วย

“ไม่ยักรู้มาก่อนว่า อาคารไดมอนกรุ๊ปส่วนใหญ่ให้ที่นี่ออกแบบ” อลิษาพูดขึ้นอย่างแปลกใจ

แองเจิลยิ้มน้อยๆ กับความไม่รู้ของน้องสาว

“พ่อรู้จักกับน้ามนรดาตั้งแต่ก่อนตั้ง Finest Corp. พอเห็นฝีมือก็เลยติดใจ ขอให้ออกแบบมาเรื่อย”

“เก่งขนาดนั้นเชียว?” หล่อนทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ เพราะคิดว่าบริษัทนี้เป็นแค่บริษัทเล็กๆ

คนเป็นพี่หัวเราะเบาๆ ออกมา

“เก่งไม่เก่งก็ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ด้านออกแบบยอดเยี่ยมปีที่แล้ว ส่วนปีก่อนๆ ก็ได้นะ แต่รางวัลอะไรพี่จำไม่ได้”

“โห! สาวน้อยเผลออุทานออกมา พร้อมทำตาโต

“ออฟฟิศของกรีนไดมอนด์ที่คุณน้องทำงาน ก็ฝีมือน้ามนรดากับน้องนัทนะคะ คุณน้องขา”

“เหรอคะ อลิษาไม่รู้จริงๆ”

หญิงสาวทำหน้าจ๋อยๆ ไป ดูท่าคงต้องศึกษาหาข้อมูลรอบตัวให้เยอะกว่านี้เป็นเท่าตัว หลังพบว่า ‘มีเรื่องที่ตนไม่รู้อีกมหาศาล’

แม้ไม่อยากจะยอมรับว่า ตนเป็นแค่กบน้อยในโลกกว้าง แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ต่างจากนั้นนัก

“แล้วพี่ฟ้ารู้จักประวัติคุณนัทชาบ้างไหมคะ?”

อืม!

แองเจิลนั่งคิดเรียบเรียงคำพูดอยู่อึดใจหนึ่ง

“น้องนัทเป็นนักเรียนนอกจบตรีโทจากอเมริกา พอกลับมาไทยผลงานชิ้นแรกก็คือ ออกแบบโรงแรมเลิฟ ริเวอร์ไซด์ ชลบุรี ที่สร้างเสร็จสองปีที่แล้วมั้ง”

“โหย! งานแรกก็ใหญ่เลยนะคะนั่น” อลิษาพูดแบบทึ่งๆ

“ใช่ เพราะงานนั้นทำให้ Finest Corp. ดังมาก และโตแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว”

“พี่ฟ้าสนิทกับคุณนัทชา?”

“เคยร่วมงานกันบ่อยๆ แต่พี่สนิทกับคนรักของน้องนัทมากกว่า” คนเป็นพี่ตอบ

หล่อนไม่แปลกใจที่ได้ยินว่า สถาปนิกสาวคนนั้นมีคนรักแล้ว

“คนรักของคุณนัทชา หล่อไหมคะ?”

“ฮ่า...”

นายหญิงหลุดขำพรืดออกมาเสียงดัง และหัวเราะลั่นอยู่นานเป็นนาที

'ฉันพูดอะไรผิดเหรอ?'

คุณหนูของไดมอนด์กรุ๊ปไม่เข้าใจสาเหตุที่ทำให้พี่สาวขำกลิ้ง

“อลิษาถามอะไรตลกเหรอคะ?”

แองเจิลที่กำลังขำท้องแข็งส่ายหน้า แล้วยิ้มกว้าง

“คุณนัทชามีคนรัก ‘สวยมาก’ ต่างหากครับ” กริชที่นั่งฟังอยู่เบาะหน้าหันมาตอบแทน

'สวย?'

นึกทวนคำในใจอย่างสงสัย

“คุณนัทชามีคนรักเป็นผู้หญิง?” ถามอ้อมแอ้มออกไป

คนเป็นพี่ผงกหัวน้อยๆ

“ใช่ สวยมากเสียด้วย” แองเจิลยอมรับว่า ชนากานต์เป็นคนสวยมากจริงๆ แถมเก่งอีกต่างหาก

ทั้งสองไม่ทันพูดอะไรต่อ รถคันงามก็จอดเทียบยังหน้าอาคารที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ สะดุดตาชวนมองเหมือนยุคโรมันโบราณ

'โห! สวยจัง'

คนเป็นน้องนึกชมในใจ

“พร้อมไหม?” นายหญิงถามน้องสาว

“ค่ะ” หล่อนรับคำ ขยับกระเป๋าเอกสารในมือ

สองพี่น้องก้าวลงจากรถอย่างสง่างาม เคียงคู่กันเข้าไปด้านในของบริษัทรับออกแบบชื่อดัง เรียกความสนใจของผู้พบเห็นให้หันมองตามแบบเหลียวหลังคอเอียงกันเลย

แองเจิลก้าวเท้าไปสอบถามจากพนักงานต้อนรับคนหนึ่ง ซึ่งรู้ว่านายหญิงเป็นใคร ก็รีบนำทางแขกพิเศษขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนทันที

ภายในห้องทำงานของนัทชา ที่ตกแต่งเรียบง่ายแต่สะดวกสบาย สามสาวนั่งสนทนาอยู่ที่โซฟาชุดใหญ่ โดยมีแปลนคอนโดวางแผ่เต็มอยู่ที่โต๊ะกระจก

สาวแว่นกวาดตามองพิมพ์เขียวตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา จนครบทุกแผ่น พร้อมดูตารางการคำนวณค่าต่างๆ ขณะฟังอลิษาอธิบายไปด้วยจนกระทั่งจบ

“พี่นัทคิดว่างานชิ้นนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ?”

“โดยรวมแปลนนี้โอเคมากนะ” นัทชาพูดชมขึ้น แล้วถามต่ออย่างสงสัย “แล้วอลิษามีปัญหาตรงไหนเหรอคะ?”

“คือหัวหน้าของอลิษาบอกว่า ฐานรากที่คำนวณไม่ถูกต้อง อาจทำให้ผิดพลาดจนทำให้โครงการนี้ขาดทุนค่ะ”

สถาปนิกสาวหยิบแปลนฐานราก ที่แสดงขนาดของเสาเข็มขึ้นมาไว้ด้านบนสุด เพื่อดูอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนเงยหน้ามองสาวน้อย

“ที่หัวหน้าพูดแบบนั้น อาจจะถูกหรือไม่ถูกก็ได้ค่ะ”

คนอายุน้อยกว่าทำหน้าไม่เข้าใจ

“แปลว่าอะไรคะ?” หล่อนต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม

สาวแว่นชี้นิ้วไปยังแผ่นกระดาษตรงหน้า

“ที่อลิษาวาดเป็นขนาดเสาตรงตามมาตรฐานที่เรียนทุกอย่าง ใช่ไหมคะ?”

“ค่ะ” สาวน้อยพยักหน้า

“เรื่องน้ำหนักอาคาร พี่คิดว่าไม่น่ามีปัญหา”

“แล้ว?” ยังไม่เข้าใจว่า อีกคนต้องการจะบอกอะไร

นัทชาขยับแว่นสายตา

“ปัญหามีอยู่เรื่องเดียวคือ เรื่องชั้นดิน ทำให้เราไม่รู้ว่า ต้องตอกเสาเข็มลึกเท่าไหร่กันแน่ ใช่ไหมคะ?”

อลิษาผงกหัวหลังคิดตาม

“ถ้าอยากให้ได้ตัวเลขแบบเป๊ะๆ ต้องขุดแล้ววัดค่ะ”

“แล้วจะประชุมอีกสองอาทิตย์ ก็ไม่มีทางทำทันน่ะสิ” หล่อนบ่นเบาๆ เหมือนปรารภกับตัวเอง แต่ดังพอที่อีกสองสาวที่นั่งอยู่ด้วยจะได้ยินชัดเจน

“ไม่มีทางอื่นเลยเหรอน้องนัท” แองเจิลที่นั่งฟังตั้งแต่ต้นถามบ้าง เพราะวิธีนี้ดูจะยุ่งยากเกินไป

“ก็มีค่ะพี่ฟ้า วิธีที่สถาปนิกส่วนใหญ่ใช้ คือประมาณขนาดจากอาคารสูงที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ที่เราจะสร้าง แล้วบวกเพิ่มอีกนิดหน่อยสักสิบเปอร์เซ็นต์ก็พอ” นัทชาหันไปตอบคำถามคนอายุมากกว่า “แต่จะให้บอกตัวเลขออกมาตรงๆ เลยทีเดียวคงเป็นไปไม่ได้”

“แบบนี้ค่อยเป็นไปได้เนอะ” นายหญิงเห็นด้วยกับวิธีที่สอง ซึ่งสามารถหาข้อมูลได้จากหน่วยงานราชการ

“ขอบคุณค่ะพี่นัท”

อลิษายิ้มกว้าง หลังเห็นหนทางสว่าง ไม่อับจนหนทางเหมือนหลายวันที่ผ่านมา

“ยินดีค่ะ” สาวแว่นพูดด้วยรอยยิ้ม ยินดีที่ได้ช่วยเหลือมือใหม่หัดออกแบบ “ส่วนการคำนวณอื่น ควรปรับเพิ่มราคาอีกนิดนะคะ เพราะกว่าโครงการจะเสร็จ ต้นทุนบางตัวอาจจะสูงกว่าปัจจุบัน” เธอแนะนำอย่างจริงใจ หลังรู้สึกถูกชะตากับคุณหนูแห่งไดมอนด์กรุ๊ป

“ได้ค่ะพี่นัท” สาวน้อยรับคำอย่างว่าง่าย

“ถ้ามีอะไรสงสัย ก็โทรมาถามได้นะคะ นี่นามบัตรพี่ค่ะ” เธอยื่นนามบัตรจากกระเป๋าส่งให้หญิงสาว

“ขอบคุณค่ะพี่นัท” หล่อนยิ้มกว้าง รับกระดาษแผ่นน้อยมาอ่าน ก่อนเก็บไว้ในกระเป๋าถือ

“มีอะไรสงสัยอีกไหมอลิษา?” แองเจิลถามน้องสาว

“ตอนนี้ไม่มีค่ะ” สาวน้อยตอบอย่างร่าเริง

“ถ้างั้นก็กลับกันเถอะ รบกวนเวลาน้องนัทมาเป็นชั่วโมงแล้ว จะได้ทำงานต่อ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ฟ้า วันนี้นัทว่างแล้ว” สาวแว่นรีบบอก

“ยังไงก็ฝากทักทายน้องกานต์ด้วยนะ พี่แวะไปกินข้าวที่โรงแรมทีไร ไม่เจอสักที”

“ได้ค่ะพี่ฟ้า” นัทชายิ้มกว้างเต็มหน้า เมื่อคิดถึงคนรักที่เขียนไลน์มาอ้อนชั่วโมงก่อน บอกว่า ‘งานยุ่งมาก’

“ขอบคุณค่ะพี่นัท”

ทั้งสองร่ำลาสถาปนิกสาว อลิษาเดินออกจาก Finest Corp. ด้วยรอยยิ้ม หล่อนรู้สึกสบายใจมาก เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยทีเดียว ก่อนหันไปขอบคุณพี่สาว

“ขอบคุณมากค่ะพี่ฟ้า”

แองเจิลยกมือแตะไหล่บางของอีกฝ่ายพลางบีบเบาๆ เหมือนให้กำลังใจ

“พยายามเข้าล่ะ พี่จะคอยดูผลงาน”

“ค่ะ” อลิษารับคำด้วยความมั่นใจ


กันทิมาที่เพิ่งว่างจากการตรวจลูกค้ารายสุดท้าย เดินออกจากห้องทำงานมายืนตรงหน้าเคาน์เตอร์ซึ่งยามนี้ไม่มีแขก มีแต่ผู้ช่วยสาวคนหนึ่งกำลังง่วนกับการพิมพ์อะไรสักอย่างในคอมพิวเตอร์

“เย็นนี้มีตารางนัดของพี่อีกหรือเปล่า?”

“ขอเช็คแป๊บค่ะ” ผู้ช่วยที่ชื่ออุ้มละสายตาจากจอคอมฯ ไปพลิกเปิดแฟ้ม ‘ตารางนัด’ ก่อนเงยหน้าตอบ “ไม่มีค่ะพี่มา”

หมอสาวพยักหน้า

“ถ้างั้นพี่กลับก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน ฝากบอกอิฐด้วยนะ” สาวร่างสูงบอกเสียงนุ่ม วางใจที่จะปล่อยให้หมอรุ่นน้องอีกคนทำงานแทน ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระไปได้มากเลยทีเดียว

“ค่ะ บายค่ะ” อุ้มร่ำลา

กันทิมายิ้มสวยให้ลูกน้อง ก่อนเดินกลับไปห้องทำงาน เพื่อถอดเสื้อกาวน์ หยิบกุญแจ มือถือ กับกระเป๋าสตางค์ แล้วเดินออกหลังร้าน ลัดเลาะกลับบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งตอนนี้มีเพียงสาวใช้คนหนึ่งอยู่ ส่วนพ่อกับแม่ไปบ้านสวนกว่าจะกลับคงค่ำๆ

เธอเปิดประตูรั้วกว้าง แล้วเลื่อนรถยนต์เพื่อออกไปข้างนอก โดยไม่ลืมล็อครั้วตามเดิม ก่อนขับออกไปตามถนนที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี


เมื่อคืนตอนหัวค่ำ

กันทิมาไปนั่งคุยกับละเอียดมารดาเหมือนทุกครั้งที่เจอกัน ซึ่งแน่นอนว่า เธอมักจะรับบทเป็นผู้ฟังที่ดี

“ตั้งแต่อลิษาไปทำงานกับนายใหญ่ ดูเครียดยิ่งกว่าตอนเรียนซะอีก” ผู้เป็นแม่เล่าตามที่สังเกตเห็น

'หืม?'

ลูกสาวทำหน้าฉงนฉงาย ไม่อยากเชื่อนัก เพราะหล่อนไปทำงานที่บริษัทของพ่อตัวเอง ไม่น่าจะมีเรื่องยุ่งยากอะไรให้ปวดหัวนัก

...ร่างบางเป็นทายาทคนเล็กของประธานเครือไดมอนด์กรุ๊ป ใครจะกล้าแตะ?

แต่พอคิดถึงคืนที่ไปทานข้าวเย็นกับสองพ่อลูก เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่า สาวน้อยดูเครียดจริงๆ ก็นึกเป็นห่วงขึ้นมา

“ถ้าว่างลูกก็แวะไปคุยกับน้องบ้างสิ” ละเอียดบอกลูกสาวเหมือนสั่งกลายๆ “ตั้งแต่คุณฟ้ามีคุณณิ แถมยังต้องทำงานแทนตานพอีก เธอก็ยุ่งหัวปั่น อลิษาคงเหงาไม่รู้จะคุยกับใครดี”

ตั้งแต่ไหนแต่ไร นมเอียดจะดูแลลูกทั้งสามของนายใหญ่ไม่ต่างจากเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง แต่จะตามใจอลิษามากที่สุด เพราะเล็กกว่าคนอื่น บางครั้งก็ประคบประหงมมากจนไม่ต่างจากไข่ในหิน แต่เธอก็เข้าใจเรื่องนี้ เพราะละเอียดจะพูดย้ำกับหมอสาวบ่อยๆ ว่า

“น้องไม่มีแม่นะลูก เอ็นดูน้องมากๆ หน่อย”

ที่ผ่านมา หมอสาวจึงคอยให้ท้ายหล่อนมากกว่าแองเจิลกับกริช น้องชายแท้ๆ ของตนด้วยซ้ำ เธอรู้ว่าภายใต้สีหน้าเอาจริงเอาจังของสาวน้อย มีความอ่อนไหว และความหวาดหวั่นซ่อนอยู่ไม่น้อย

...อลิษาไม่ได้เข้มแข็งเป็นหญิงเหล็กเหมือนที่แสดงออกมา อาจแข็งแกร่งไม่ได้ครึ่งของแองเจิลเลยด้วยซ้ำ

ซึ่งเรื่องนี้กันทิมา กริช และแองเจิลรู้ดีที่สุด

'เป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยจะคล้ายกันเอาเสียเลย'

สาวร่างสูงคิดเปรียบเทียบสองสาวในใจ

วงหน้าของแองเจิลเป็นรูปไข่ คิ้ว จมูก และริมฝีปากดูเป็นฝรั่งเหมือนมารดา ขณะที่อลิษาสวยหวาน มีเสน่ห์แบบสาวไทย โดยเฉพาะเวลาแย้มยิ้มจะดูสวยดึงดูดใจมาก

หากแต่ทั้งสองสาวกลับมีนัยน์ตาที่ดุคมกริบไม่ต่างกันนัก ละม้ายคล้ายนัยน์ตานายใหญ่ของไดมอนด์กรุ๊ป

“นี่แม่กำลังทำคุกกี้อยู่ พรุ่งนี้มาแวะเอาไปให้น้องด้วยนะ แม่ไม่ว่างมีนัดไปดูสวนกับพ่อ” ละเอียดกำชับลูกสาว

หมอสาวลอบถอนใจกับคำบัญชาของมารดา ที่ดูจะเอาใจหล่อนเหมือนตอนเป็นเด็กไม่ผิดเพี้ยน เอาใจมากกว่าทุกคน แม้แต่ลูกตัวเอง

'สุดยอดแม่นมแห่งปีเลยจริงๆ'

แอบประชดในใจ แต่ไม่กล้าพูดออกมาดังๆ ปากก็ได้แต่ตอบรับเช่นเคย

“ได้ค่ะแม่”

กันทิมาเดินไปมองตู้อบที่มีกลิ่นคุกกี้หอมกรุ่นโชยออกมา ขนมฝีมือแม่เอียดอร่อยอย่าบอกใครเชียว

“ขอมาบ้างได้หรือเปล่าคะ?”

“เราน่ะทำได้ แต่ขี้เกียจซะงั้น”

คนเป็นแม่บ่นแบบไม่จริงจัง ด้วยรู้ว่า หมอสาวมีฝีมือทำขนมพอตัว สืบทอดจากเธอไปทั้งหมด ชนิดเปิดร้านขายได้เลย หากไม่เป็นสัตวแพทย์ ก็คงเป็นเจ้าของร้านขนม

กันทิมาเดินไปสวมกอดมารดา แล้วพูดแบบอ้อนๆ

“ก็แม่ทำอร่อยนี่คะ”

“ทำมาปากหวานนะเรา” คนอายุมากกว่ายกมือลูบหัวลูกสาวที่สูงกว่าเกือบสิบเซนติเมตร “แล้วเมื่อไหร่มาจะเอาแฟนมาโชว์แม่สักที? แม่รอจนเบื่อแล้วนะ”

ละเอียดรู้ถึงรสนิยมของกันทิมามานานแล้ว ซึ่งเธอก็เปิดใจกว้างไม่ได้รังเกียจในเรื่องหญิงรักหญิงแต่อย่างใด ขอแค่รักกันจริง ไม่ทอดทิ้งกันก็พอแล้ว

หมอสาวหุบยิ้มแทบจะทันที ทำหน้าเศร้า ก่อนตอบออกไปตรงๆ

“มายังหาไม่ได้สักคนเลยค่ะแม่”

'หาไม่ได้เหรอ?'

แม่นมดันตัวลูกสาวให้ออกห่าง แล้วจ้องหน้าสวยของอีกฝ่ายที่แทบจะหลุดออกมาจากพิมพ์เดียวกันกับเธอ

“ลูกแม่ทั้งสวยทั้งเก่ง แม่เชื่อว่าสักวันลูกต้องเจอใครคนนั้น อย่าเพิ่งหมดหวังนะลูก” เธอพูดปลอบใจ ทั้งที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า อนาคตของกันทิมาจะมีคู่แท้หรือไม่

คนฟังฝืนยิ้ม

“ขอบคุณค่ะแม่”

“จำไว้นะลูก พ่อกับแม่ แล้วก็กริชรักลูกเสมอ” ละเอียดพูดย้ำกับคนตรงหน้า

เธอไม่ชอบเลยที่ก่อนหน้านี้ กันทิมาดื่มจัดมากและไม่ค่อยกลับ มานอนบ้าน หมกตัวอยู่แต่ที่ร้านหลายอาทิตย์ แม้อีกคนจะปากแข็งไม่ยอมปริปากบอกถึงสาเหตุสักคำ แต่นึกเดาว่า ลูกสาวของตนคงถูกใครหักอกมา คนเป็นแม่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ซักถามตรงๆ แต่ไปไล่เรียงเอากับกริชลูกชายแทนจึงรู้ความเป็นมาเกือบทุกอย่าง

สุดท้ายกันทิมาก็กลับมาเป็นคนที่เกือบเหมือนเดิม แม้นัยน์ตาคู่สวยจะเผลอฉายแววเศร้าหมองอยู่บ้าง แต่เธอเชื่อว่า ลูกสาวของตนต้องผ่านเรื่องทุกข์ใจคราวนี้ไปได้

...หัวอกคนเป็นแม่ จะไม่ให้ใส่ใจเลือดในอกของตนได้อย่างไร?

“ค่ะแม่”

หญิงสาวรับรู้ได้ถึงความรักความห่วงใยของบุพการี ที่มีให้เต็มเปี่ยม ซบหน้าเข้ากับไหล่บอบบางที่แสนคุ้นเคย และตั้งใจว่าต่อไปเธอจะไม่ทำตัวเหลวไหลเสเพลอีก

'อย่างน้อยชาตินี้ ก็มีคนรักฉันตั้งสามคน...ใช่ไหมกันทิมา?'


หมอสาวก้าวขายาวๆ ไปยังห้องรับแขกของคฤหาสน์หลังใหญ่ พร้อมถุงใส่คุกกี้ข้าวโอ๊ตแสนอร่อยสองขวดโหล

“คุณอลิษากลับมาหรือยัง?” สาวร่างสูงเอ่ยถามสาวใช้

“กลับมาแล้วค่ะ ตอนนี้อยู่ที่สระว่ายน้ำกับคุณฟ้าและคุณณิค่ะ”

“ขอบใจนะ”

กันทิมาผ่านห้องนั้นไปยังด้านหลัง เพื่อไปยังสระว่ายน้ำอย่างคุ้น เคย เธอรู้จักแทบจะทุกตารางเมตรของบ้านหลังนี้ ให้หลับตาเดินก็ยังได้ไม่มีปัญหาอะไร

เมื่อไปถึงขอบสระกว้าง เห็นเพียงณิชากรในชุดทำงานนั่งเล่นอยู่ที่เก้าอี้ยาวเพียงลำพัง ส่วนสองพี่น้องกำลังว่ายฟรีสไตล์แข่งกันในสระอย่างเอาเป็นเอาตาย หมอสาวจึงเดินตรงไปหานักข่าวสาว

“น้องณิ”

คนถูกเรียกเอียงคอมอง ก่อนส่งยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย

“พี่มาเพิ่งมาถึงเหรอคะ?”

“ค่ะ ถ้ารู้ว่ามีศึกสายเลือดให้ดู พี่คงมาเร็วกว่านี้” สาวร่างสูงพูดติดตลก ทรุดตัวนั่งเก้าอี้ว่างที่อยู่ใกล้ๆ

ณิชากรหลุดขำกับคำพูดกวนๆ ของอีกคน ที่ดูจะเข้าใจธรรมชาติและนิสัยใจคอของสองสาวเป็นอย่างดี เธอไม่ค่อยเข้าใจเลยว่า ทำไมสองพี่น้องของสองบ้านยกเว้นอรรณพ ชอบแข่งขันกันในแทบจะทุกเรื่อง แต่ดีตรงที่พอใครมีปัญหา คนที่เหลือจะยื่นมือเข้าไปช่วยอย่างไม่ลังเลใจ

...นี่ใช่ไหมที่เรียกว่า ‘สายสัมพันธ์’

“คราวนี้แข่งเดิมพันอะไรกันอีกล่ะ?” กันทิมาถาม เพราะรู้ว่าเรื่องว่ายน้ำเป็นกีฬาที่อลิษาค่อนข้างเก่งสูสีกับแองเจิลมากกว่ากีฬาชนิดอื่นหากเปลี่ยนเป็นยูโดหรือปืน สาวน้อยจะแพ้ราบคาบเนื่องจากฝีมือต่างชั้นกันเกินไป

“ชุดทำงานสองชุดค่ะ”

หมอสาวส่ายหัว เพราะรู้ว่าชุดทำงานที่หล่อนหมายตาคงมีราคาหลายพันบาท ไม่งั้นคงไม่มาท้าแข่งกับพี่สาวแบบนี้

“เชื่อเขาเลย ลูกเศรษฐีนี่ขี้เหนียวจริงๆ” พึมพำกระซิบเหมือนพูดกับตัวเอง

ณิชากรหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่ไม่พูดต่อ เพราะเธอก็คิดไม่ต่างจากกันทิมานัก

และแล้วผลการแข่งขันก็ออกมา อลิษาแตะขอบสระก่อนแองเจิลเฉียดฉิว สาวน้อยยิ้มร่าในชัยชนะ ขณะที่คนแพ้หน้าบึ้งนิดๆ

“อลิษาชนะแล้ว อย่าลืมสัญญานะคะพี่สาวคนสวย”

'เฮ้อ! นิดเดียวเอง ไม่น่าเลยเรา'

นายหญิงบ่นในใจ แต่เธอเป็นพวกมีน้ำใจนักกีฬาสูง เมื่อแพ้ก็ยอมรับว่าแพ้

“เจ้าค่ะคุณน้อง” คนเป็นพี่รับคำ ก่อนชวนเลิก “ขึ้นกันเถอะ วันนี้ว่ายเยอะไปแล้ว”

“ค่ะ” หล่อนเห็นด้วย เริ่มหมดเรี่ยวแรงแล้วเหมือนกัน

ทั้งสองขึ้นจากสระ แล้วเดินไปหาณิชากรที่นั่งคุยอยู่กับหมอสาว

ร่างบางในชุดว่ายน้ำวันพีซสีน้ำเงินเข้ม ไม่ได้โป๊เปลือย แต่โชว์ส่วนโค้งเว้าที่มีไม่น้อยกว่าสาวอื่น แม้จะไม่ใช่นางแบบ แต่หุ่นได้สัดส่วนดึงดูดสายตาไม่น้อย ชวนมองไม่แพ้แองเจิลนัก

“พี่มา อลิษาว่าจะโทรไปหาอยู่เชียว” หล่อนเอ่ยกับหมอสาวเมื่อเดินเข้าไปใกล้ รับผ้าเช็ดตัวที่อีกฝ่ายยื่นให้มาเช็ดหน้า “ขอบคุณค่ะ”

“มีอะไรเหรอ?” คนถูกเรียกชื่อถามอย่างสงสัย

“พรุ่งนี้เย็น ว่างไปช็อปปิ้งกันไหมคะ? อลิษาเป็นเจ้ามือมื้อเย็นเอง พี่มาอยากทานร้านไหนเลือกเลยค่ะ”

“ว้าว! หิมะตกแน่เลย เจ้าหญิงจะเลี้ยงข้าวพี่” กันทิมาแสร้งทำหน้าตกใจ ก่อนกระเซ้าออกมาพร้อมยิ้มระรื่นเกลื่อนหน้า พลอยทำให้แองเจิลกับณิชากรที่กำลังใช้ผ้าเช็ดผมให้คนรัก หัวเราะออกมาด้วย

“แหม! พี่มาอ่ะ พูดซะอลิษาเสียหายเลยนะคะ” สาวน้อยตัดพ้อต่อว่า พร้อมย่นจมูกให้คนอายุมากที่สุดในกลุ่ม “ถ้าไม่อยากไป อลิษาไปคนเดียวก็ได้ เชอะ”

“โหย! ได้ไงกัน พี่ไม่ยอมพลาดเด็ดขาด นานๆ จะได้ถล่มเสียที จะให้ไปรับกี่โมงที่ไหน บอกมาเลยค่ะ” สัตวแพทย์สาวทำหน้าจริงจังสุดๆ

“สักห้าโมงเย็นนิดๆ ที่ชั้นล่างกรีนไดมอนด์ ได้ไหมคะ?”

“ได้ค่ะเจ้าหญิง” กันทิมารับคำ ก่อนยื่นถุงขนมที่เอามาให้อีกฝ่าย “นี่คุกกี้ของนมเอียดค่ะ แม่ฝากเอามาให้”

“ขอบคุณค่ะพี่มา” หล่อนยิ้มกว้าง รีบรับถุงใส่ขวดขนมไปทันที

“นี่ไม่กะแบ่งพี่ กับพี่ณิเลยใช่ไหม?” นายหญิงถามขึ้น เพราะเธอเองก็ชอบเหมือนกัน

คนอายุน้อยกว่าส่ายหน้า ก่อนตอบอย่างเร็ว

“ไม่แบ่งค่ะ ของอลิษาคนเดียว”

แล้วหล่อนก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที

แองเจิลส่ายหัวกับพฤติกรรมของน้องสาว ที่ดูเหมือนเด็กไม่ค่อยโตเท่าไหร่

“แก่นกะโหลกแบบนี้ ใครได้เป็นแฟนปวดหัวตายเลย”

ณิชากรยิ้มมุมปาก ขยับสองมือใช้ผ้าเช็ดผมของคนรัก แล้วเปรยสิ่งที่คิดออกมา

“ณิว่าอีกไม่นานจะมีคนมาจีบ หัวบันไดไม่แห้งมากกว่านะคะ”

กันทิมานิ่งฟังคำสนทนาของคู่รัก ก่อนเฉมองไปยังทางเข้าบ้านที่หล่อนเพิ่งหายเข้าไป แล้วคิดตามคำพูดของนักข่าวสาว

'คนมาจีบเหรอ? ก็น่าจะใช่...ตอนนี้อลิษาไม่ใช่เด็กๆ แล้วนี่'

หมอสาวปรายตาแอบกลับมามองแองเจิล ที่ปล่อยให้ณิชากรเช็ดผมยาวให้อย่างสนิทสนม ด้วยความรู้สึกเจ็บหน่วงๆ ในทรวง แม้จะไม่เจ็บแปลบมากนักเหมือนก่อนหน้านี้

...แต่ก็ยังอดที่จะอิจฉาไม่ได้

ขอสักคน
โอ้อกเราอ่อนช้ำละเหี่ยจิต
เฝ้าแต่คิดพบรักแท้แม้สักหน
เจอกี่ครั้งทุกข์ใจสุดจะทน
ขอสักคนที่รักแท้ได้ไหมเอย.

OoXoO

ตอนนี้กำลังแก้ไขงานช่วงท้ายๆ แล้วค่ะ คาดว่าอีบุ๊กน่าจะคลอดได้เร็วๆ นี้

สำหรับท่านที่สนใจหนังสือสั่งจองได้นะคะ ถึง 8 สิงหาคม จะอีเมล์หรือแฟนเพจนิ้วนาง หรือหน้าสินค้า แล้วแต่สะดวกค่ะ

https://www.facebook.com/Nuinang321/

ขอบคุณที่กรุณาติดตามค่ะ

นาง

OoXoO



Create Date : 23 กรกฎาคม 2559
Last Update : 25 กรกฎาคม 2559 17:38:18 น.
Counter : 602 Pageviews.

1 comments
The Stoirin Ban by John Larchet ปรศุราม
(26 พ.ย. 2564 13:28:32 น.)
ช่างตัดผมเม้าท์ Alex on the rock
(26 พ.ย. 2564 20:03:20 น.)
♥♥ I'm Running to You ♥♥ ทูน่าค่ะ
(26 พ.ย. 2564 10:56:24 น.)
ชวนไปชิมอาหาร ร้าน VP park ค่ะ อาจารย์สุวิมล
(25 พ.ย. 2564 21:38:47 น.)
  
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:13:29:17 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nuinang.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]

บทความทั้งหมด