คิดถึงโอ๊ต ตอนที่ 3 - - ครั้งสุดท้าย
เราแต่ละคนอาจเคยคิดว่า ก่อนตายอยากจะขอทำอะไรบางอย่างเป็นครั้งสุดท้าย บางคนอาจอยากไปสถานที่บางแห่ง บางคนอาจอยากอยู่กับลูกหลานพร้อมหน้าพร้อมตา หรือทำความฝันบางเรื่องให้สำเร็จ บางคนก็อยากให้คนที่โกรธเคืองอยู่ยกโทษให้

แต่ใครจะรู้ล่ะ ว่าเราจะมีโอกาสทำอย่างที่คิดไว้รึปล่าว เพราะเราไม่รู้นี่ว่าความตายจะมาถึงเราเมื่อไหร่ ถึงเราอาจอยากแก่ตายตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่แน่เสมอไป บางทีความตายอาจอยู่ใกล้เรามากกว่าที่เราคิดก็ได้ และเรื่องธรรมดาสามัญที่เราทำๆกันอยู่ทุกวันนี้แหละอาจเป็น "ครั้งสุดท้าย" ของเรา

โอ๊ต น้องชายของผม จากไปเพราะอุบัติเหตุ แน่นอน ไม่มีใครเตรียมตัวไว้ก่อนหรอก มันอาจเกิดขึ้นเร็วเกินไป แต่เราก็ต้องทำใจรับให้ได้ ยังไงก็ตาม ผมก็ยังรู้สึกว่า โอ๊ตจากไปพร้อมกับความทรงจำดีๆ จากไปในช่วงเวลาที่เขามีความสุข จากไปโดยทิ้งความทรงจำ "ครั้งสุดท้าย" ไว้ให้เราคิดถึง ที่อย่างน้อยก็ทำให้เรายอมรับได้ว่า โอ๊ตจากเราไปตรงเวลา

ครั้งสุดท้ายของโอ๊ตกับแม่
(แม่เล่าให้ผมฟัง)

ตั้งแต่โอ๊ตเข้ามหา'ลัย ก็อยู่บ้านน้อยลง ชีวิตอยู่กับเพื่อนเป็นส่วนใหญ่ ทั้งๆที่บ้านอยู่ห่างมหา'ลัยแค่ 10 นาที โอ๊ตก็ยังไปอยู่หอ อันนี้ผมเองก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่นที่มักอยากทำกิจกรรมกับเพื่อนมากกว่า แต่ความเป็นแม่ก็ห่วง ไม่อยากให้โอ๊ตกลับบ้านดึกๆ กลัวจะเกิดอันตราย เพราะขี่มอเตอร์ไซค์กลางคืนไม่ค่อยปลอดภัย ดังนั้นแม่ก็จะบ่นตามธรรมดาของแม่น่ะแหละ บางครั้งโอ๊ตดื้อนัก ไม่เชื่อฟัง แม่ก็เอาไม้ตีเลย ยังไงก็ตาม เรารู้ว่าโอ๊ตก็ไม่ไปทำอะไรเสียๆหายๆ

เรื่องหนึ่งที่แม่ไม่อยากให้โอ๊ตทำคือ กินเหล้ากับสูบบุหรี่ ก็อาจเพราะไปอยู่กับเพื่อน ไกลหูไกลตา กลัวว่าเมาๆขี่มอเตอร์ไซค์จะอันตราย

จริงๆโอ๊ตเองก็ไม่ได้อยากกินเหล้ากินเบียร์เท่าไหร่หรอก แต่คงเพราะขัดเพื่อนกับรุ่นพี่ไม่ได้ เห็นแต่ละคนขี้เหล้าเมายาไม่ใช่เล่น วันหนึ่งโอ๊ตกินเหล้ามึนๆเมาๆกลับมา แม่ก็รออยู่

แม่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ ถามโอ๊ตว่า เมื่อไหร่จะเลิกกินเหล้า

โอ๊ตมานั่งคุกเข่ากราบที่ตักแม่ บอกว่า โอ๊ตจะเลิกแล้ว ขออีกแค่ครั้งเดียว เพราะรุ่นพี่จะพาไปเลี้ยงที่โอ๊ตช่วยงานที่มหา'ลัย

วันนั้นโอ๊ตจริงจังมาก ในจำนวนพี่น้องสี่คน ผมไม่เคยเห็นใครจริงจังเท่ากับโอ๊ตในวันนั้นเลย

ผมรู้ว่าโอ๊ตเป็นคนรักมาก รักเพื่อนมาก รักครอบครัวมาก ที่เขากราบแม่แบบนั้นก็เพราะเขารักแม่มาก

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นประมาณเดือนกว่าๆ ก่อนที่โอ๊ตจะจากเราไป

หลังเสร็จงานศพโอ๊ต แม่ก็ยังเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง

เมื่อเดือนก่อนผมลางานไปเกือบเดือนเพื่ออยู่เป็นเพื่อนพ่อกับแม่

คืนวันที่ 6 กุมภา แม่เข้าไปอาบน้ำ อยู่ๆแม่ก็ร้องไห้ดังลั่นห้องน้ำ พ่อเดินไปเคาะประตูถามว่าเป็นอะไร เป็นห่วงว่าแม่จะแย่ แม่ไม่ตอบอะไร เอาแต่ร้องไห้

ตอนนั้นผมได้แต่อธิษฐานกับพระเจ้า ขออย่าให้แม่เสียใจจนเกินไป ให้ทำใจได้

แม่ออกจากห้องน้ำมานั่งซึมอยู่คนเดียว ผมเองก็ปล่อยให้แกนั่งคิดทบทวนของแกไปคนเดียวก่อน รอให้แกดีขึ้นสักนิด ค่อยเขาไปคุย

วันต่อมา 7 กุมภา ผมจัดฉลองวันเกิดให้แม่ พอทุกคนกะลังครึกครื้น ช่วงชุลมุน ผมก็ถามแม่ว่า เมื่อคืนคิดอะไร ทำไมร้องไห้อีก

แม่บอกว่า....

"แม่คิดถึงวันที่โอ๊ตมากราบแม่....แม่ไม่คิดว่าโอ๊ตจะกราบแม่เป็นครั้งสุดท้าย"
..........................................

หลังงานศพโอ๊ตผ่านไป เรื่องหนึ่งที่ผมจริงจังมากขึ้นก็คือ

คิดจะทำอะไรก็รีบทำ

รักให้มาก

ดูแลคนที่เรารักให้มาก

...บางครั้งอยากแสดงความรักกับคนในครอบครัว แต่ก็ไม่กล้า เขิน ทั้งๆที่ใจอยากทำ ยอมให้ความเขินเป็นอุปสรรค

ทั้งๆที่การแสดงความรักของเราอาจต่อชีวิตใครบางคนให้ยืดยาวออกไปได้อีกหลายปี

อาจทำให้คนที่เคยท้อถอย มีใจฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้งได้

ถ้าผมแสดงความรักกับพ่อมากกว่านี้ พ่ออาจมีพลังใจมากจนเลิกเหล้าเลิกบุหรี่เลยก็ได้.....แล้วทำไมไม่ทำล่ะ

....คืนดีกัน อย่าเก็บความโกรธเคืองกันไว้

หัดพูดขอโทษ หัดยอมให้คนอื่นบ้าง หัดมีน้ำใจบ้าง..

เผื่อว่าวันหนึ่ง ความตายมาถึงแบบไม่รู้ตัว

เราจะได้ตายไปพร้อมความทรงจำที่ดี...

และยังทิ้งความทรงจำที่ดีไว้ให้คนข้างหลังด้วย...

ทำทุกอย่างให้ดี เหมือนเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ทำ

...............................


พรุ่งนี้มาต่อ "ครั้งสุดท้ายของโอ๊ตกับพี่โอและเอก" นะครับ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอยู่นะครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วย ผมโอเคขึ้นมากแล้วครับ อาจจะมีคิดถึงเขาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ย่ำแย่ครับ ที่มาเขียนเรื่องโอ๊ตเพราะอยากเก็บความทรงจำดีๆไว้น่ะครับ ใครรู้สึกอ่านแล้วเครียดก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมค่อนข้างซีเรียสกับชีวิตน่ะครับ แหะแหะ

เจอกันครับ..







Create Date : 04 มีนาคม 2548
Last Update : 4 มีนาคม 2548 21:48:47 น.
Counter : 284 Pageviews.

7 comments
ชาลีไดอารี่ ... แมวก็มีหัวใจ* ฟ้าใสวันใหม่
(11 ม.ค. 2564 14:18:16 น.)
ทนายอ้วนพาเที่ยวเหนือสุดแดนสยาม - เชียงราย - วัดกลางเวียง เชียงราย ทนายอ้วน
(11 ม.ค. 2564 13:36:28 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - รัก โลก :: กะว่าก๋า
(10 ม.ค. 2564 06:40:54 น.)
ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังวิ่ง The Kop Civil
(4 ม.ค. 2564 21:15:48 น.)
  
ไม่เป็นไรจ้า เพราะวันนี้พี่ก็หมดน้ำตาไปเป็นปิ๊บแล้ว ....เข้าใจความรู้สึกของคนที่สูญเสียคนที่รักไปนะคะ
โดย: น้องหมาบีเกิ้ล วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:22:09:27 น.
  
มันเป็นสัจธรรมค่ะ

เกิด แก่ เจ็บ ตาย

...

นอนหลับฝันดีนะ ...
โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:23:56:12 น.
  
HI NIKE take care your self.
โดย: NOSEBOOK IP: 210.86.130.105 วันที่: 4 มีนาคม 2548 เวลา:23:59:00 น.
  
a....this blog is no sound???
โดย: NOSEBOOK IP: 210.86.130.105 วันที่: 5 มีนาคม 2548 เวลา:0:00:50 น.
  
อื้มม อ่านแล้วเศร้า อะครับ

แล้วหลายประโยค ก้อโดน จัง เหะๆ ^^' ..

โดย: เด็กชายหัวหอม วันที่: 5 มีนาคม 2548 เวลา:1:48:32 น.
  
คิดถึง...นึกถึงเค้าเถอะค่ะ...ถ้ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขในความทรงจำ แต่อย่าเศร้าเลยนะ...เป็นกำลังใจให้ค่ะ
โดย: jayjayกะน้องถ้วยฟู วันที่: 10 มีนาคม 2548 เวลา:17:11:37 น.
  
"คิดจะทำอะไรก็รีบทำ

รักให้มาก

ดูแลคนที่เรารักให้มาก

เพราะว่า ความตายมาถึงแบบไม่รู้ตัว

เราจะได้ตายไปพร้อมความทรงจำที่ดี..."


...

คิดเหมือนกันเลยครับ
โดย: หอย IP: 202.149.114.164 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:34:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Nike.BlogGang.com

นิเค
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]