Raming Tea House Siam Celadon.... มุมสงบบนถนนท่าแพ เชียงใหม่
เกือบลืมร้านบรรยากาศดีๆอีกร้านในเชียงใหม่ไปแล้ว ตอนแรกตั้งใจว่า หลังจากเขียนบล๊อกร้านเวียงจุมออน แล้วจะลงร้านนี้ต่อ แต่ไหงลืมสนิทซะงั้น ดีว่ามานั่งจัดระเบียบระบบของรูปภาพที่ถ่ายเก็บไว้ ถึงได้เห็นว่ายังไม่ได้เอาร้านนี้ลงบล๊อกเลย และยังเจอทริปที่หายไปในอีกหลายๆที่.... สรุปว่ามีเรื่องอัพบล๊อกเยอะแยะเลยตอนนี้ แต่จะมีเวลารึเปล่านั่นอีกเรื่องนึง


ฉันเคยเห็นร้านนี้ผ่านตาในห้องบลู.... ร้านชาที่เจ้าของร้านเป็นผู้ผลิตชาระมิงค์ และสยามศิลาดล จำได้ว่าคนที่เขียนกระทู้เป็นน้องนักศึกษาแพทย์ที่เขียนรีวิวโรงแรมในเชียงใหม่ไว้มากมาย ภาพแต่ละภาพที่นำมาลง ทำเอาฉันอยากตามไปทุกที่ ร้านนี้ก็เช่นกัน แต่ฉันนึกยังไงก็นึกไม่ออก ว่าร้านนี้ทำเลอยู่บนถนนท่าแพ มันส่วนไหนของท่าแพนะ เพราะมีสวนร่มครึ้มน่านั่ง ผิดกับความจอแจบนถนนหน้าร้านเสียจริง


หนึ่งเดือนหลังผ่าตัดไส้ติ่งฉันเริ่มออกบ้านถี่ขึ้น หลังจากต้องนอนแซ่ว นั่งซมอยู่บ้านอย่างเบื่อหน่าย ออกบ้านไปทำบุญ ถ่ายรูปวัด เป็นกิจวัตรประจำปีที่ฉันมักทำเวลากลับไทย วันนึงหลังจากไปถ่ายรูปวัดโลกโมฬี ก็ตั้งใจว่าจะตามหาร้าน Raming Tea House Siam Celadon ให้เจอ จำข้อมูลได้ลางๆว่าอยู่ติดกับคลองแม่ข่า ซึ่งมันก็ต้นๆถนนท่าแพเลยนี่น่า ทำไมฉันไม่เคยเห็น แต่พอไปถึงและสังเกตุดีๆ ฉันเห็นบ้านสวยหลังนี้มาแล้วนี่ แต่ไม่คิดว่ามันเป็นร้านชา เลยนึกไม่ออกว่าร้านนี้อยู่ตรงไหน




Image Hosted by ImageShack.us

ขอคัดลอกประวัติบ้านหลังนี้ จากเวบของระมิงค์ทีเฮาส์มาให้อ่านกันนะคะ

Raming Tea House Siam Celadon เป็นบ้านไม้ติดลำน้ำแม่ข่า ถูกสร้างในปี พ.ศ. 2458 เป็นบ้านไม้สักใหญ่ 2 ชั้น ได้รับอิทธิพลตะวันตกแบบเรือนขนมปังขิงที่มีลวดลายไม้ฉลุต่างๆ ประดับตามองค์ประกอบอาคารทั้งภายในและภายนอก รองรับฐานรากด้วยซุงแพ และเทพื้นทับ กลางบ้านมีลักษณะเป็นโถงโล่งอยู่ตรงกลาง เนื่องจากคนโบราณ จะปลูกบ้านให้มีหลังคาสูงเพื่อให้ลมสามารถพัดผ่านได้ ด้านหลังของบ้านเป็นแบบสวนหลังบ้าน




Image Hosted by ImageShack.us

บ้านหลังนี้ เดิมเป็นของขุนอนุกรบุรี ต้นตระกูลนิมากร เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ได้บรรดาศักดิ์เป็นขุน ในสมัยรัชกาลที่ 6 บ้านหลังนี้เคยเปิดเป็นร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ชื่อร้าน “หนิ่มเฉี่ยวฉวด” หลังจากขุนอนุกรเสียชีวิต ในปี พ.ศ. 2495 จึงยกบ้านหลังนี้ให้ลูกชาย คือ นายบรรยงค์ นิมากร เปิดเป็นคลินิค ชื่อว่า “คลินิคหมอสมโพธิ” ภายหลังขายให้ คุณนิตย์ วังวิวัฒน์ เจ้าของกิจการชาระมิงค์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 29 หลังจากนั้นได้เปิดให้ผู้อื่นมาเช่า เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยน ก่อนจะดำเนินการปรับปรุงครั้งใหญ่อีกครั้ง ตั้งแต่ ก.พ. 2545 – ก.ค. 2546 สภาพก่อนปรับปรุง สภาพเสื่อมโทรมมาก คุณนิตย์ และ คุณเพ็ญพรรณ(ภรรยา) เล็งเห็นว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่า ควรจะรักษาไว้ จึงได้บูรณปรับปรุง โดยอาจารย์ศิริพร กรรณกุลสุนทร อาจารย์พิเศษ คณะออกแบบ ม. เทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา เป็นผู้ออกแบบ ส่วนที่เป็นไม้เก่าและผุพังก็ให้ช่างแกะสลักให้กลมกลืนกับของเดิมมากที่สุด ห้องน้ำมีการสร้างเพิ่ม เนื่องจากของเดิมมีเพียงห้องเดียว




Image Hosted by ImageShack.us

ระหว่างการปรับปรุงบ้าน เจ้าของก็ยิ่งผูกพันมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนบ้านหลังนี้มีชีวิต จึงคิดว่าน่าจะเปิดเป็นร้านชาระมิงค์ รวมกับ ธุรกิจศิลาดล ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำอยู่แล้ว และน่าจะนำมาผสมผสานกัน จึงใช้ชื่อร้านว่า “ Raming Tea House Siam Celadon” เปิดเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 46




Image Hosted by ImageShack.us

บ้าน Raming Tea House Siam Celadon ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะ สถาปัตยกรรมดีเด่น พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ปี 2547 และรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประเภทอาคารเก่า จากสมาคมสถาปนิกสยาม และเทศบาลนครเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2547

ที่มา ramingtea.com




Image Hosted by ImageShack.us




Image Hosted by ImageShack.us

สถานที่จริง สวยกว่าในรูปมากมาย เห็นแล้วอยากให้อนุรักษ์บ้านหลังนี้ไว้ตราบนานเท่านาน




Image Hosted by ImageShack.us

สวนหลังบ้าน ร่มรื่นชื่นใจเป็นที่สุด ทางร้านจัดชุดเก้าอี้ไว้ในสวนด้วยนะคะ สำหรับคนที่ไม่ชอบนั่งในบ้าน (ฉันถ่ายภาพมาเหมือนรกๆทึบๆนะ แต่จริงๆค่อนข้างโปร่งไม่ได้รกอย่างที่เห็น)




Image Hosted by ImageShack.us

เก่าอย่างมีคุณค่า




Image Hosted by ImageShack.us

ชาระมิงค์มีให้เลือกหลากหลาย เป็นชาที่คนไทยรู้จักกันดี.... ไม่ได้มีแค่ชา แต่ในส่วนของหน้าร้าน ยังมีของฝากน่ารักๆจากเชียงใหม่ให้เลือกซื้อหากันอีกด้วย




Image Hosted by ImageShack.us

ชมบ้านสวยๆกันแล้ว ทีนี้ก็ต้องชิมกันบ้าง.... แก้วนี้เป็นน้ำผลไม้รวม รึอะไรซักอย่างนี่แหละของหลานสาว




Image Hosted by ImageShack.us

ส่วนของฉันเป็นน้ำตะไคร้ เย็นชื่นใจ ในแก้วเป็นน้ำตระไคร้เพียวๆ น้ำเชื่อมจะมาในเหยือกจิ๋วที่เห็นอยู่ข้างๆ สดชื่นจริงๆแก้วนี้




Image Hosted by ImageShack.us

มาดูเมนูกันบ้าง ที่นี่ใช้ใบชาเป็นส่วนผสมของเครื่องปรุงด้วยค่ะ ถ้าเมนูไหนมีใบชา หน้าเมนูก็จะมีใบชาเขียวๆแปะไว้หน้าเลขเมนู




Image Hosted by ImageShack.us

ชุดนี้เป็น Combo platter รวมอาหารเรียกน้ำย่อยสี่เหล่าทัพไว้ด้วยกัน.... ทอดมันข้าวโพด ปอเปี๊ยะทอด ปอเปี๊ยะผักสดและใบชา ไก่สะเต๊ะ อร่อยทุกอย่างต้องสั่งเลยนะคะชุดนี้

ชอบถ้วยชามศิลาดลของที่นี่จริงๆ ถ้าไม่ติดว่าเพิ่งผ่าตัดหมาดๆ ลากกระเป๋าหนักๆกลับอิตาลี่ไม่ไหว ฉันคงจะซื้อถ้วยชามพวกนี้ติดมาบ้าง แต่ในเมื่อทำไม่ได้ ก็เลยตามล่าหาซื้อช้อนส้อมแบบที่เห็นกลับมาแทน ปรากฏว่ามันหนักไม่แพ้กัน ช้อนส้อมทั้งชุดหนักร่วมๆห้ากิโลได้มั้ง




Image Hosted by ImageShack.us

สังเกตุภาชนะที่ใส่ปอเปี๊ยะ น่ารักจริงๆ




Image Hosted by ImageShack.us

ทอดมันข้าวโพด จานนี้อร่อยมาก ฉันได้ชิมแค่ชิ้นเดียว นอกนั้นสาวน้อยผู้ติดตามจองหมด




Image Hosted by ImageShack.us

ปอเปี๊ยะทอดทานกับน้ำจิ้มเปรี้ยวๆหวานๆ อร่อยอีกแล้ว




Image Hosted by ImageShack.us

แต่ที่สุดต้องเป็นสะเต๊ะไก่ ทั้งนุ่มและหอม ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มหรืออาจาดก็เริ่ดแล้ว




Image Hosted by ImageShack.us

น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะกับอาจาด (ถ้วยใส่อาจาดน่ารักอ่ะ)




Image Hosted by ImageShack.us

ชุดข้างบนทานสองคนนี่อิ่มเลยนะคะ แต่ตอนสั่งอาหารไม่นึกว่าชุด combo จะใหญ่ขนาดนั้น เลยสั่งแกงเผ็ดเป็ดย่างลำใยไปด้วย สองคนป้าหลานกว่าจะช่วยกันจัดการจนหมด ก็จุกขึ้นมาถึงคอหอย.... จานนี้สำหรับฉันไม่ผ่านค่ะ เพราะว่าหวานเกิน หวานมากเลย(ชอบใครชอบมันนะคะ ส่วนฉันไม่โปรดแกงหวานๆ).... ภาพเบลอมากๆ ยังมีหน้ากล้าเอามาลงอีกนะ ฮ่า ฮ่า




Image Hosted by ImageShack.us

นั่งให้อาหารย่อยซักพัก สั่งไอศครีมมาล้างปากดีกว่า เป็นไอศครีมชาเขียวกับชาเย็น(มั้ง) จำไม่ได้แน่นอน มันผ่านมาสี่เดือนแล้วนี่ แต่จำแม่นว่าชาเขียวอร่อยมาก


ใครไปเที่ยวเชียงใหม่ก็ลองแวะไปดูนะคะ อยากให้ไปดูบ้านแบบเรือนขนมปังขิงซึ่งหาดูได้ยากแล้วทุกวันนี้ ฝั่งตรงข้ามเยื้องไปทางต้นถนนท่าแพ ก็มีอาคารไม้เก่าแก่ที่สวยงามไม่แพ้บ้านหลังนี้เหมือนกัน อยากให้ถนนท่าแพ เชียงใหม่ และทุกที่ในประเทศไทย อนุรักษ์อาคารเหล่านี้ไว้เหมือนกับถนนสายนึงในภูเก็ต เพราะกลับบ้านแต่ละปีฉันเห็นตึกใหม่ๆผุดขึ้นมากมาย อันนี้ก็ไม่ว่ากัน แต่อะไรที่มันดีๆและหายาก ช่วยกันเก็บไว้เถอะ วันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องสอนลูกหลานจากแค่เพียงในหนังสือหรือภาพถ่าย ให้เค้าได้เห็นของจริง เหมือนที่เราเห็นด้วยตาของเรานี่แหละค่ะ


((ใครที่เขียนคอมเม้นท์บล๊อกนี้ไม่ได้ กดตัวอีโมใส่ไปก่อนหนึ่งตัวนะคะ แล้วหลังจากนั้นถึงจะพิมพ์ได้ค่ะ....ขอบคุณ คุณกุ้ง amskye ที่แนะนำมาค่ะ))











Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2555 14:10:12 น.
Counter : 6962 Pageviews.

15 comments
Cp ram เปิดยุทธศาสตร์ 2564 เดินหน้านำอาหารปลอดภัยเคียงคนไทยสู่ภัยโควิด จากเพื่อนถึงเพื่อน
(19 ก.พ. 2564 10:24:45 น.)
ขนมโค วิธีทำขนมพื้นบ้านของทางภาคใต้ | อาหารใต้ jernnrej
(18 ก.พ. 2564 16:05:14 น.)
ข้าวหมูแดงสีมรกต & ชองกี่หมูสะเต๊ะ ตรอกโรงหมู เยาวราช แมวเซาผู้น่าสงสาร
(16 ก.พ. 2564 12:57:59 น.)
Food For Fun : #56 : Heartmade Food เมนู 3 -วุ้นกะทิ ตะลีกีปัส
(17 ก.พ. 2564 07:53:39 น.)
  
เจิม

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ปลาทอง9 เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 3 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ
โดย: Close To Heaven วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:0:25:27 น.
  
รูปสวยมากๆ ค่ะป้าแอ๊ก
บุ๊งชอบรูปสวนจัง ดูเขียวชอุ่ม สดชื่นดีค่ะ
แล้วรูปอาหารแต่ละรูปก็ชวนน้ำลายไหลทั้งนั้นเลย อิอิ
โดย: Close To Heaven วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:0:26:11 น.
  
สวัสดีค่ะป้าแอ๊ก
มาตอบข้อซักถามเรื่องปลากระบอกค่ะ อิอิ..
ปลากระบอกเป็นปลาทะเลค่ะ ร้านอาหารนิยมเอามาทำเมนูปลาต้มส้มค่ะ ส่วนนิโมโนเป็นเมนูญี่ปุ่นที่ป้าโอมาดัดแปลงใช้กับปลาไทยค่ะ

วัตถุดิบพวกซีฟู๊ดต่าง ๆ ทางบ้านป้าโอที่เมืองชลจะจัดส่งมาให้ที่กรุงเทพค่ะ เราจะได้ทานอาหารสด ๆ กันตลอด โดยก็จะขอดเกล็ดหรือเอาเครื่องในออหมดแล้วค่ะ มาเป็นตัว ๆ จ้า ปรกติก็จะใช้หมดตัวค่ะ แต่ตัวนี้ไม่ใหญ่ป้าโอก็เลยตัดหัวตัดหางออกไปซะเลยจะได้ดูเป็นญี่ปุ่นหน่อย อิอิ..
หายสงสัยแล้วเนอะ ถ้าป้าแอ๊กชอบเมนูสไตล์นี้รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ ป้าโอก็ชอบเหมือนกัน เราทำทานเองเป็นแล้วไม่คิดจะไปสั่งตามร้านอาหารญี่ปุ่นเลยค่ะเพราะแพงเว่อร์จริง ๆ

วันนี้ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ นอนหลับฝันดีค่ะป้าแอ๊ก
โดย: เนินน้ำ วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:1:11:26 น.
  
ร้านนี้อยากไปมากๆๆครับ ไปเชียงใหม่ทีไรต้องมีร้านนี้อยู่ในโผทุกที แต่ทำไมไม่ได้ไปซักทีก็ไม่รู้ อิอิอิ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:6:41:38 น.
  
รีวิวได้น่าทานมากๆ ค่ะ
อุ้มเลยโหวต Food Blog ให้ค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:28:01 น.
  
เห็นเชียงใหม่เป็นไม่ได้เลยช่วงนี้ รีบเข้ามาชม สวยมากคะ ปีหน้านัทต้องไปให้ได้เลย

มากราบขอบคุณเรื่องเกาะซานโตรินี่นะคะ ถ้าได้ไปนัทคงไปเกาะครีซนะคะ ซานโตรินี่อะสวยมากแต่ไม่เหมาะกับชาร์ลอตต์อะคะ นัทอะอยากไปทั้งสองเกาะเลยแหะ ๆ

เอาบล็อกดองเค็ม 2 - พาเที่ยวเมืองชายทะเลเบลเยียม เมือง Oostende/Ostend เบลเยียมมาฝากด้วยคะ

โดย: We Are FroM BeLGiUM วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:28:50 น.
  
น่าทานจริง ๆ
โดย: dum IP: 122.154.16.246 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:27:48 น.
  


แปะหัวใจดวงแรกของวันให้ป้าแอ๊กก่อนค่ะ

โอ้วววภาพสวยงามมากๆค่ะป้า เพลงประกอบเข้ากันมั่กๆด้วย สวยสไตล์เมืองเหนือเลยค่ะ


อ่านประวัติแล้วนึกถึงสมัยเรียนประวัติศาสตร์เลยนะคะ ทุกครั้งที่ป้าแอ๊กเขียนบล็อกสไตล์ป้าแอ๊ก นกชอบจังค่ะ

ร้านน่านั่ง บรรยากาศเยี่ยมยอดเลยค่ะ อาหารน่ากินมากๆค่ะ


เรื่องสาวน้อยที่โรงเรียน จริงๆที่นี่เค้าแยกเด็กพิเศษและเด็กปกติเหมือนกันน่ะค่ะ แต่เด็กคนนี้ยังเล็ก คงน่าจะดูๆไปก่อนค่ะ ถ้านกได้ย้ายบ้านภายในปีนี้สาวน้อยก็ต้องย้ายโรงเรียนใหม่อีกแล้วค่ะป้า แต่ตอนนี้ทุกอย่างไม่มีปัญหาแล้วค่ะ แล้วก็สาวน้อยเหมือนจะไม่ยอมแล้วนะคะ ถ้าใครมาทำอะไรจะฟ้องครูเลยค่ะ อิอิ เด็กหนอเด็ก

จัดบ้านเรียบร้อยแล้วบ้างนะคะป้าแอ๊ก เอาใจช่วยค่ะ

โดย: LoveParadise วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:29:48 น.
  
มาแล้วค่ะป้าแอ๊ก ตามมาชมร้านชาระมิงค์
ยี่ห้อนี้เรียกว่าคนไทยรู้จักกันแทบทุกคน สมัยก่อนพูดถึงชาอร่อย คุณภาพดี
หลายคนจะแนะนำชาระมิงค์นะคะ

เรือนไม้ลายลวดลายสวยงาม ยังได้รับการดูแลรักษาอย่างดี
น่าภูมิใจจัง ทำให้คนรุ่นลูกหลานมีโอกาสไปเยี่ยมชม

ชุด combo platter อาหารน่าทานทั้งนั้น
อยากลองชิม ปอเปี๊ยะทอด กับสะเต๊ะไก่ อร่อยๆๆๆ

ถ้ามีโอกาสกลับเมืองไทยคราวหน้า จะลองไป จ.เชียงใหม่ดูบ้าง
ปกติลงใต้ ติดเกาะตลอดค่ะ 555+ คุณสามีชอบเป็นชาวเกาะ
จริงๆ บ้านเรา ภาคเหนือมีสถานที่เที่ยวสวยๆ น่าชมมากมาย
คราวหน้าไม่พลาดแน่นอนค่ะ
โดย: diamondsky วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:48:09 น.
  

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

จขบ. นี้ถ่ายภาพได้สวยมาก ๆ เลยครับ ตอนแรก ๆ ดูไม่ออกเลยว่าจะเป็นร้านอาหาร นึกว่าเป็นบ้านพิพธภัณฑ์สวย ๆ โบราณมากกว่าครับ

เห็นอาหารของร้านนี้ก็น่ารับประทานมาก ๆ เลยครับ

อิอิ
โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:17:57 น.
  
มาบอกว่าแปะหัวใจให้อีกดวงคะป้าแอ๊ก ทะเลเบลเยียมคงไม่สวยเท่าทะเลใต้ของยุโรป (พูดตรง ๆ บางแสนสู้ได้คะ) แต่นัทก็แบบเอาน่า ดีกว่าไม่มีอะคะ


โบสถ์นี้สวยตระหง่านจริงคะ อาจจะสู้โดมที่โคโลญจน์ไม่ได้ แต่ก็ยังสวยอยู่
โดย: We Are FroM BeLGiUM วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:47:10 น.
  


น้องแอ๊ก ที่น่ารัก รีวิวได้ถูกใจมากๆ หากได้กลับไทยจะต้องไปดูอีกคน ประวัติก็ย่อได้สมน้ำสมเนื้อดีจ้ะ พี่ไม่ต้องไปอ่านอีก

ว่าแต่ว่าไส้ติ่งเก็บเรียบร้อยดีหรือยังจ๊ะ

อาหารที่เสริฟแบบนี้พี่ก็ชอยจ้ะ แต่ก็อย่างว่าเนอะ หาจานอย่างร้านอาหาร เราก็คงต้องแยกต้องขนกัน เมื่อ 3 ปีที่แล้ว กำนันก็ขนช้อนส้อม แถมแก้วน้ำอีกเหมือนกัน ไปเมืองไทยทีไรคนที่ช็อปคือกำนันไม่ใช่พี่อ่ะ

พี่เห็นเค้าแปะหัวใจกัน ยังไม่ได้ศึกษาเลย ว่าเค้าทำเพื่ออะไร พี่แปะด้วยใจก่อนแล้วกันเน้อ

ขอให้ติ่งเข้าที่ไวๆ จะได้กินอิ่มๆ อ้วนๆ นะ เพราะแอ๊กผอมเกิน
โดย: ลูกหมูตัวกลม วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:21:45:19 น.
  
สวัสดีค่ะพี่แอ๊ก

สบายดีหรือเปล่าคะ แวะมาแปะหัวใจให้ค่ะ

ร้านสวยมากค่ะ ถ้วยชามก็สวย อาหารก็น่าทานมากค่ะ

นอนหลับฝันดีนะคะ

โดย: กิ่งลีลาวดี วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:0:40:09 น.
  


ดีใจด้วยจ้ะ ที่ได้ย้ายแบบถาวรเสียที จะได้ซื้อของตั้งหลักอย่างที่อยากทำเนอะ

แอ๊กย้ายไปส่วนไหนของเยอรมันจ๊ะ พ่อกำนันเพิ่งเสียเมื่อ 13 ธันวา แบบกระทันหัน อุบัติเหตุไฟไหม้จ้ะ พี่ก็อยู่ในเหตุการณ์ เราช่วยพ่อออกมาได้ แต่ก็ไม่พ้นวิกฤต เพราะไฟไหม้มากเกินไปกว่าร่างกายจะทนไหวน่ะ เศร้ามากๆ พี่สนิทกับท่าน ร้องไห้แทบทุกวัน เห็นอะไรๆ ที่พ่อเคยให้ก็ร้องอีก ตอนนี้ค่อยยังชั่วแล้ว

เพราะพ่อเสียนี่แหละ เลยทำให้ทราบว่า พ่อมีน้องสาวอยู่เยอรมันจ้ะ พ่อเคยไปเยี่ยมสองครั้ง เค้าเขียนจดหมายมาพอดี

ไส้ติ่งตัดแล้วก็แล้วไปดีเนอะ ทีมันไม่งอกใหม่เหมือนหางจิ้งจกอ่ะ

พี่ไม่เชื่อหรอกว่าแอ๊กจะอ้วนตุ๊ต๊ะอ่ะ ของพี่ขนานแืท้ หนัก 125 ปอนด์แล้ว เพราะพี่สูงแค่ 5 ฟุุึีต 3 นิ้วเอง เมื่อวานไปงานแต่ง กว่าจะรูดซิปกระโปรงได้ โหย..เหนื่อย

คิดถึงแอ๊กเหมือนกัน มุ๊จุ๊
โดย: ลูกหมูตัวกลม วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:7:19:28 น.
  
มาแล้วๆๆ ตามมาบล็อกนี้มั่ง ที่เห็นแว้บๆ ..

อยากได้อ้ะะะะะ.. อยากได้บ้านแบบนี้ ชอบมวากกกก.. โอยยย ต้องมีความสุขมากๆเลย ป้าน้องรู้มะว่าป้าพี่น่ะ อยากย้อนยุค อิอิ รู้สึกว่าสมัยก่อนมีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ดูดี ชอบมั่กๆ จะให้ลากโจงกระเบนวิ่งตามรถเมล์ก็เอา

ไอ้ภาชนะที่ป้าน้องว่าน่ารักๆใส่ปอเปี๊ยะอย่างละครึ่งชิ้นน่ะ มันก็น่ารักอยู่หรอกในความรู้สึก แต่มันไม่พอกินนน กร๊ากกก .. ดูซิ ตาใหญ่กว่าท้องซะละ ป้าพี่เนี่ย..

เห็นเม้นท์ยัยลูกหมู เด๋วต้องแวะไปหาซะหน่อยละ

เทคแคร์นะจ๊าา ป้าน้อง..
โดย: ป้าโซ วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:21:59 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Lurano.BlogGang.com

ปลาทอง9
Location :
Hamburg  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 130 คน [?]