The Pillow Book : เส้นทางสู่การบันทึกอนุทินข้างหมอน
มีรุ่นพี่ที่ทำงานคนหนึ่งเอาหนังเรื่องนี้มาให้ยืมค่ะ บอกว่าเป็นนักเขียนให้ลองดูหนังเรื่องนี้ 555 ไอซ์ก็ดองๆ เอาไว้ จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ เน็ตที่บ้านเดี้ยง เลิกทำงานทำการ หยิบหนังเรื่องนี้ขึ้นมาดู ดูแล้วก็อยากเขียนถึงสักหน่อย ในมุมมองของคนที่ทำงานเป็นนักเขียนด้วยคนหนึ่ง



The Pillow Book (1996)

Directed by Peter Greenaway
Writing credits : Sei Shonagon (book) , Peter Greenaway (written by)



The Pillow Book บอกเล่าเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง...Nagiko ที่เกิดขึ้นมาในราวช่วงปี 1970s ที่ประเทศญี่ปุ่น พ่อของเธอเป็น calligrapher และนักเขียน

ทุกวันเกิดของ Nagiko พ่อของเธอจะพู่กันเขียนคำต้อนรับลงบนใบหน้าของเธอ

ไอซ์จำแม่นๆ ไม่ได้ค่ะ ขี้เกียจไปเปิดดูใหม่ ประมาณว่า

God creates human by giving eyes, lips and sex, then gives name;
And if god satisfies with his creation, he'll give life by signing his name.

Nagiko (( Vivian Wu)) จึงเติบโตมากับความรู้สึกที่ถ่ายทอดความรักผ่านตัวอักษรลงบนผิวหนังของเธอ เมื่อเติบโตขึ้น เธอจึงมองหาคนรักที่สามารถเขียนตัวอักษรเป็นเรื่องราวลงบนตัวของเธอได้

เธอลองเขียนตัวอักษรลงบนร่างผู้ชาย และเอาไปเสนอต่อสำนักพิมพ์ แต่ปรากฎว่าไม่ได้รับความสนใจ

จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้พบกับ Jerome ((Ewan McGregor)) ซึ่งเป็นนักแปล นอกจาก Jerome จะเป็นนักแปลแล้ว เขายังเป็นชายคนรักของเจ้าของสำนักพิมพ์ด้วย เขาเสนอให้เธอใช้ร่างเขาเป็นกระดาษ และเขาจะนำเรื่องราวที่เธอเขียนไปเสนอสำนักพิมพ์เอง

ทุกอย่างประสบความสำเร็จด้วยดี ... ประสบความสำเร็จเกินไป อารมณ์ที่เกิดขึ้น ความรัก ความหึงหวง ทำให้เกิดโศกนาฎกรรม อันเป็นหนทางทำให้ Nagiko เรียนรู้ความหมายของการถ่ายทอดความรู้สึกเป็นตัวอักษร



....

ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า มันเป็นหนังที่เก๋และดูยากพอสมควรเลยค่ะ การถ่ายทอดด้วยการซ้อนภาพซ้อนเหตุการณ์ อุปมาอุปมัย ทำให้ต้องใช้สมาธิดูมากพอสมควร

ดูจบแล้ว ถามว่าชอบไหม ... ง่ะ ไม่ชอบอะค่ะ แต่เป็นหนังที่รู้สึกว่า มีสัญลักษณ์อะไรซ่อนเอาไว้เยอะ ดูจบแล้ว ต้องขบคิดต่ออีกเยอะเลยทีเดียว

....



ต่อไปนี้จะ spoil แหลกแล้วค่ะ



....

ขอวิเคราะห์หนังเรื่องนี้ในมุมมองของคนที่เป็นนักเขียนหน่อยนะคะ อาจจะไม่ได้ตรงกับสิ่งที่หนังหรือผู้เขียนอยากถ่ายทอดออกมาก็ได้ แต่ดูแล้วรู้สึกอย่างนี้น่ะค่ะ...


หนังใส่สัญลักษณ์ในการถ่ายทอดหนทางของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เติบโตกับการอ่าน และต้องการเป็นนักเขียน ... จนเธอได้เรียนรู้ และสามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นตัวอักษรได้


Nagiko เติบโตมากับการถูกเขียนลงบนผิวหนัง และมีแม่อ่าน The pillow book ที่เขียนโดยนางในวังเมื่อพันปีก่อนให้ฟัง
...เหมือนกับเด็กสาวคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นมากับการอ่าน เธอซึมซับมันเข้ามาในวิญญาณ


Nagiko วัยสาวพยายามหาคู่รักมากมาย แต่ไม่มีใครที่สามารถเขียนตัวอักษรลงบนผิวของเธอได้อยากดีและสามารถให้ความสุขด้านเพศสัมพันธ์ได้ในขณะเดียวกัน
...การอ่าน การแสวงหาสิ่งที่ตัวเองชอบ


Nagiko เขียนเรื่องราวลงบนชายคนหนึ่ง ถ่ายรูปและส่งไปให้สำนักพิมพ์ แต่ถูกปฎิเสธ เพราะบอกว่า เป็นเรื่องราวไร้ค่าบนกระดาษไร้คุณค่า
...การเสนองานเขียน จะต้องคำนึงถึงโอกาสและรูปลักษณ์ด้วย


Jerome บอกให้ Nagiko เขียนลงบนตัวเขา เขาเองจะเป็น massenger ให้เธอ
...จากการอ่านมามาก แต่ไม่พบหนังสือถูกใจ หญิงสาวจึงเริ่มเขียนถ่ายทอดเรื่องราวออกมา


ฉากหึงหวง ฉากทำลาย ฉากเมินเฉย
...Nagiko หลงใหลในงานเขียน เธอคิดว่า "มัน" เป็นของเธอ


Jerome พิสูจน์ตัวเองจนตัวตาย และหลังจากนั้น Nagiko ก็เขียนหนังสืออกมาจนครบ 13 เล่ม เพื่อขอแลกกับ "อนุทินหนังมนุษย์" ที่ทำจากหนังของ Jerome จากสำนักพิมพ์
...มันเป็นการเดินทาง สร้างสมประสบการณ์ของการเป็นนักเขียน


ตอนจบ Nagiko เขียน Pillow Book เวอร์ชั่นของตัวเอง ในหัวข้อเดียวกับ Pillow Book ที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อหนึ่งพันปีก่อน "Things that make your heart beats faster" ถึงแม้ว่า "หัวข้อ" จะเหมือนกัน แต่ประสบการณ์ของคนที่ต่างกัน จะถ่ายทอดออกมาได้ต่างกัน
...ประสบการณ์ของนักเขียน เป็นตัวบ่มเพาะนักเขียนแต่ละคน ที่จะถ่ายทอดผลงานออกมา ซึ่งถึงแม้ว่าจะให้หัวข้อเดียวกัน แต่นักเขียนสองคน ไม่มีทางที่จะตีความหมายออกมาเหมือนกันได้



หนังเปรียบเทียบการเขียนหนังสือกับการสร้างมนุษย์ของพระผู้เป็นเจ้าด้วย การที่พระผู้เป็นเจ้าต้องเซ็นชื่อ มนุษย์ถึงจะมีชีวิต ก็เหมือนกับหนังสือเล่มหนึ่ง จะเป็นเล่มได้ ก็ต้องมีผู้เขียน



นอกจากนั้นหนังเรื่องนี้ยังเปรียบเทียบการเขียนหนังสือกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างชัดเจนด้วย เอิ๊กส์

การเขียนคือการถ่ายทอดอารมณ์ของผู้เขียน มันเป็นศิลปะและความสุขอย่างหนึ่ง

มีการเปรียบเทียบตอนหนึ่งในหนังว่า

Skin = Paper
Penis = Quill

มันเป็นคีย์เวิร์ดในหนังเรื่องนี้เลยล่ะค่ะ เซ็กส์และการเขียนเป็นสิ่งที่ควรจะทำด้วยความสุข ไม่สามารถฝืนได้ และไม่ควรหวังอะไรไปมากกว่าความสุข ไม่อย่างนั้น จะทำให้เกิดโศกนาฏกรรมได้ ^^"


.....




ทั้งหมดนี้คือมุมมองต่อหนังเรื่องนี้ของไอซ์นะคะ ผิดถูกยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะมั่วก็ได้ ฮา เหมือนกับหนัง/หนังสือหลายๆ เรื่อง ที่คนสร้างคนเขียนอาจจะไม่ได้คิดอะไร แต่คนดูตีความเองตามประสบการณ์ของตัวเอง ฮา ^^



Create Date : 09 มกราคม 2550
Last Update : 9 มกราคม 2550 10:24:19 น.
Counter : 3940 Pageviews.

3 comments
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - โจน :: กะว่าก๋า
(8 ม.ค. 2564 06:29:08 น.)
10 มค 64 นางพญาเสือโคร่ง - Wild Himalayan Cherry mcayenne94
(10 ม.ค. 2564 21:47:42 น.)
ขนมปังอบ "เนย &กระเทียม" สมาชิกหมายเลข 3661152
(14 ม.ค. 2564 13:12:12 น.)
10 มค 64 นางพญาเสือโคร่ง - Wild Himalayan Cherry mcayenne94
(10 ม.ค. 2564 21:47:42 น.)
  
หนังที่ดูไปคิดตามไปเนี่ยคงไม่สามารถเท่าไหร่อะ
ความสามารถไม่ถึงอะ

แต่เท่าที่นำเสนอมา เนื้อหาก้อน่าสนใช่ย่อยอะนะ ดูดีไม๊เนี่ยเรา จะรู้เรื่องป่าวหนอ เอานะ ถ้าไม่รู้เรื่องเด๋วมาถามป้าอีกหนแระกันนะ
โดย: err_or วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:11:08:51 น.
  
หวัดดีค่า...คุณไอซ์
แวะมาทักทายช่วงค่ำคืนของวันค่ะ
มีความสุขมากๆนะค่ะ
โดย: fonrin วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:19:43:13 น.
  
งื่อ ยากจัง
โดย: สายลมโชยเอื่อย วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:23:25:24 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Clear-ice.BlogGang.com

Clear Ice
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]