Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
30 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 

Beating agian

ฤดูฝนเวียนมาครบอีกรอบแล้ว

ราวกับน้ำฟ้าพร่างพรมใจทุกดวงที่แหบแห้งให้ฉ่ำชุ่ม

ตระกองสองมือรองรับหยดน้ำฝน

อยากกักเก็บมันให้ได้มากกว่านี้

แต่ก็ทำไม่ได้ ... สุดท้ายก็จบลงที่มือที่เอ่อน้ำล้นทุกที

............................................................

ความสุขใจยามที่เอามือสัมผัสหน้าท้องที่กลมนูนของตัวเอง

ความสุขที่ได้สัมผัสอีกชีวิตใต้ผิวท้องที่กลมนูนของตัวเอง

ความสุขที่ได้รับรู้ว่ามีหัวใจอีกดวงค่อยๆเติบโตใต้เนื้อบางของตัวเองนั้น

ช่างทำให้เธออิ่มเอิ่บหัวใจเหนือสิ่งใด

รอยขีดฆ่าเลขวันที่บนปฏิทินยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้น หัวใจเธอก็ยิ่งพองโตมากขึ้นเท่านั้น

และยิ่งทำให้เขากระวนกระวายเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ก่อนนอนทุกๆค่ำคืน เป็นไปไม่ได้เลย ที่เขาจะหลุบสายตานอนก่อนเธอเลย

มือที่กว้างและอบอุ่นนั้นมักเกาะกุมมือของเธอที่วางไว้บนหน้าท้อง

แววตาที่เข้มแข็งและอบอุ่นนั้นมักจ้องมองเข้าไปลึกๆในดวงตาของเธอ

พร้อมทั้งอารมณ์ความรู้สึกที่เอ่อล้น ไม่จำต้องเอ่ยคำใดอีกต่อไป

ความรู้สึกที่สุขอุ่น.....ชักนำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและหลับสบายทุกๆค่ำคืนจนถึงยามเช้าเมื่อฟ้ากระจ่างเสมอ

ความสุขของการได้สรรสร้างชีวิตร่วมกันของเธอและเขาทำให้ชีวิตของทั้งสองคนเพียงพอและสุขใจยิ่งนัก

กาลล่วง ในฤดูฝนที่ลมเย็นพัดฉ่ำ น้ำฝนยังคงเฉียบเย็น

กำหนดคลอดของกล่องดวงใจดวงน้อยถึงแล้ว

ขั้นตอนทุกอย่างดำเนินไปตามที่มันควรจะเป็น

เขากุมมือเธอพลางมองตาเธอด้วยแววตาที่ปริ่มแรงใจ

เธอใช้สายตาที่ยิ้มกว้างส่งคืนให้เขา พลางกระชับมือที่เกาะกุมกันให้แน่บแน่นกว่าเดิม

จนกระทั่ง วินาทีที่หัวใจดวงเล็กๆดวงนั้นค่อยๆเคลื่อนตัวจากภายในออกสู่ภายนอก

แทนที่จะมีเสียงที่ร่ำร้องของทารก กลับ ปรากฎความเงียบขึ้นแทนที่

ความตระหนกในแววตาของหมอ เพียงแว่บเดียวที่หันมาสบตาเขาและเธอ

ทำให้หัวใจที่เหมือนจะพองโตทั้งสองหยุดขยับไหวไปเลย

ตามมาด้วยความโกลาหลของทีมแพทย์พร้อมความหวั่นหวาดใจของเธอเขา

ช่วงเวลายี่สิบห้านาทีที่ล่วงผ่านราวกับกาลล่วงผ่านนับแสนกัลฤ์สำหรับทั้งสอง

ก่อนที่เสียงร่ำร้องของทารกในมือแพทย์พร้อมรอยยิ้มผ่านดวงตา

จะทำให้หัวใจทั้งสองพองโตขึ้นมาอีกครั้ง พลางเต้นร่ำด้วยใจสุขพร้อมกัน

.................................................................................

"อาการสำลักน้ำคล่ำของทารกเมื่อคลอด เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้

แต่โอกาสน้อยมาก ซึ่งบางครั้งก็ทำให้ทารกเสียชีวิตได้"

เป็นคำบรรยายของแพทย์ถึงอาการตอนทำคลอดเด็กให้เขาและเธอฟัง

ความกังวลใจสลับความโล่งอกเป็นพักๆปรากฏขึ้นกลางดวงใจเขาเธอตลอดเวลาที่ฟังแพทย์บรรยายสรุป

ก่อนสุดท้ายจะได้ยินว่า ตอนนี้ทารกปกติและปลอดภัยแล้วนะครับ

ซึ่งเป็นคำพูดที่เขาทั้งสองภาวนาที่จะได้ยินจากปากของผู้เชี่ยวชาญที่สุด

ความปิติเอ่อล้นกลางสองใจเมื่อทารกตัวแดงๆนั้นอยู่ในอ้อมกอดของเขาและเธอ

สำหรับทั้งสองแล้ว ... ความสุขอยู่ในกำมือของตัวพวกเขาเองแล้ว ณ วินาทีนั้น

........................................................

สายฝนยังสาดสายไม่ขาดช่วง ใต้นภาไม่มีสิ่งไหนหลีกพ้นไอชื้นได้เลย

ยามเธอกอดทารกตัวน้อยในอ้อมกอด ค่อยๆถ่ายทอดสายน้ำนมให้เด็กน้อย

มันคือความสุขที่สุดในชีวิตของเธอเหนือสิ่งอื่นใดจริงๆ

เวลาค่อยๆกลืนผ่านไปพร้อมหยดน้ำที่เริ่มซาฟ้า

แต่ความสุขของเธอและเขากับการต้อนรับชีวิตใหม่เพิ่มพูนขึ้นทุกๆวัน

รอยยิ้มพร้อมเสียงหัวเราะเต็มทุกพื้นที่ของบ้านอุ่น

.................................................................................

ในวันที่สายฝนไม่ขาดสายก่อนสิ้นฤดูของมันไป

ราวกับเป็นฝนสุดท้ายก่อนจะเหือดแห้งฟ้า

กลางห้องนอนที่อบอุ่นจากไอเย็นแห่งสายฝน

เด็กน้อยหลับตาสนิท ปากช่องเล็กๆประทับอยุ่บนหน้าอกของเธอ

ค่อยๆกลืนดื่มนมอุ่นจากแม่

ตามลำพังสองคน.......เวลาแห่งความสุขค่อยๆผันผ่าน

ช้าๆ ...... ณ ขณะที่เธอกำลังจินตนาการถึงอนาคตของลูกน้อยอีกหนึ่งปี สองปี และปีต่อๆไป รอยยิ้มตรงริมฝีปากของเธอเผยอเล็กน้อย

ณ วินาทีนั้นเอง ที่เด็กน้อยเกิดอาการ " ผิดปกติ "

ราวกับมีอะไรติดอยู่ในลำคอ ...

ความตื่นตกใจพลุ่นพล่านถึงขีดสุด เธอจับทารกตัวน้อยมาเขย่าเบา

แต่ทารกยังไม่หยุดสำลัก.... อาการสับสน ตื่นตกใจพูนขึ้นทุกวินาที

ก่อนทารกตัวน้อยจะหยุดนิ่งและ นิ่งสงบลง

ความกลัวเพิ่มถึงขีดสุด .... เธอหยิบ กระเป๋าใบเล็ก พร้อมความหวาดหวั่นใจ

ไปโรงพยาบาล

.......................................

กลางห้องโถงที่สว่างไหวด้วยแสงไฟ เธอร่ำน้ำตากับแผงอกของเขาตลอดเวลา

หน้าห้องปฏิบัติการของแพทย์ชุดเดิม.........

ทุกวินาทีที่ผ่านพ้น ความเจ็บปวดในใจทั้งสองราวแส้โบยไร้ภาพที่มองไม่เห็น

กำลังโบยดวงใจทั้งสองดวงอย่างไร้ความปราณี

ความเจ็บปวดเอ่อล้นเกินทนรับกัดกิจความรู้สึกทั้งสองจนชาด้าน

........................................

เมื่อแสงไฟห้องปฏิบัติการดับลง........ ความสับสนและหวั่นหวาดยังคงปริ่มดวงใจทั้งสองดวง

แต่พลันเมื่อสบสายตากับแพทย์ที่เดินก้าวออกมา

ก็ทำให้เธอทรุดตัวลงอย่างไม่อาจยับยั้งก่อนสิ้นสติไปกลางอ้อมกอดของเขา

..................................................

สายฝนยังคงกระหน่ำเมื่อเธอตื่นขึ้นมา ..... โลกทั้งใบราวกับกดทับอยู่บนดวงใจของเธอ

น้ำตาไม่อาจชงักรั้ง ค่อยๆพลั่งพรูลงราวตาน้ำที่ไม่มีวันเหือดแห้ง

ความจริง ... มักโหดร้ายกับผู้อยู่ในเหตุการณ์

ความจริง ... มักเจ็บปวดสำหรับผู้ที่รับรู้มัน

ความจริง ....มักจริงแท้เกินกว่าจะหลีกหนี

ความจริงที่ว่าเขาสูญเสียดวงหัวใจของเธอไปแล้ว อย่างไม่มีวันหวนกลับ

"เด็ก ขาดอากาศหายใจ เพราะน้ำนมจากแม่ไปปิดหลอดลม หรือที่แพทย์เรียกมันว่าอาการ สำลักน้ำนม ครับ ผมขอแสดงความเสียใจจริงๆครับ "

แพทย์เดินจากไปพร้อมหยดเลือดที่หลั่งไหลในจิตใจของทั้งสองคน

ความจริงที่ว่า ลูก ตายเพราะน้ำนมแม่ ยากเกินจะทนรับได้จริงๆ

ความโศกศัลย์ครอบงำใจของเธอยิ่งกว่าเขาเพราะเธอเชื่อว่าเธอเป็นต้นเหตุให้ลูกตัวเองต้องจากไป

แต่เขาไม่เคยโทษเธอเลย............ เขามักกระชับโอบรั้งเธอเข้าสู่อ้อมแขน

พลางกอดด้วยไออุ่น กระซิบปลอบโยนเธอ

บอกเธอว่า ...... ขอบคุณที่เธออุ้มเขามาและคลอดเขามาให้เป็นความสุขของเขา แม้จะช่วงสั้นๆ

และขอบคุณเธอที่ทำให้เขาสัมผัสถึงความสุขของการเป็นพ่อคนจริงๆซักที

แม้จะไม่อาจช่วยเธอให้หายโศกได้ทันที ก็ทำให้เธอรู้สึกบรรเทาความรวดร้าวลงไป

พร้อมกับเวลาๆที่ค่อยผันผ่านเยียวยาแผลแห่งดวงใจที่ร้าวรานกลับมาเต้นแข็งแรงอีกครั้ง

.................................................................................................

สายฝนยังพร่างพราวกลางแสงขาวแห่งฟ้าฟาก

ตระกองสองมือรับหยดน้ำฝนเต็มชุ่มก่อนสลัดน้ำ

สัมผัสกับหน้าท้องที่กลมนูนของตัวเอง

กลางสายฝนที่ที่หยดหยาด พวงแก้มที่อ่อนโยนปรากฎหยดน้ำตาหยดเล็กๆไหลลงหยดสู่หน้าท้องของตัวเอง

เป็นน้ำตาแห่งความยินดี หรือ หวาดหวั่น ??

แต่เมื่อเธอสัมผัสมือกับหน้าท้องของตัวเองอีกครั้ง

เสียงหัวใจดวงน้อยๆที่เต้นช้าๆ อ่อนใต้ผิืวบางนั้น

รอยยิ้มน้อยริมฝีปากเธอ วาดขึ้นช้าๆ กลางสายฝน แ่ห่งฤดูที่ฟ้าหม่น

อีกครั้ง.........................................

.........................................................................

ปล. เรื่องนี้อุทิศให้กับน้องเก้า เด็กชายที่ออกมาสูดอากาศบนโลกเพียง 21 วัน ก่อนจากไปเพราะอาการสำลักน้ำนม ทั้งที่รอดมาได้จากอาการสำลักน้ำคล่ำของแม่ตอนคลอดแล้ว เป็นกำลังใจเล็กๆให้คุณแม่ของน้องเก้าก้าวต่อไปนะครับ แม้จะผ่านไปหลายปีแล้ว แต่เรื่องนี้ก็ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเสมอ ขอบคุณครับ




 

Create Date : 30 มิถุนายน 2552
1 comments
Last Update : 30 มิถุนายน 2552 23:39:27 น.
Counter : 329 Pageviews.

 

สบายดีนะครับผมมาทักทายสวัสดีปีใหม่ครับ

 

โดย: ปฐพีหอม 10 มกราคม 2553 19:09:05 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


เจ้าชายเท้าเปล่า
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Happy Together









หลังไมค์



Friends' blogs
[Add เจ้าชายเท้าเปล่า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.