พฤษภาคม 2556

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
13 พฤษภาคม 2556
กราฟ ครั้งที่ 3 16/03/13

ก่อนจะเริ่มต้น เรื่องกราฟ
เราจะต้องถามตัวเองก่อนครับว่า
จะเป็นนักลงทุนประเภทไหน

ปกติก็ 2 ประเภทใหญ่ๆ
1.
แนว VI หรือลงทุนรับเงินปัยผลเป็นหลัก เรื่อง capital gain หรือส่วนต่างราคาเป็นรอง แบบนี้ต้องเน้นเรื่อง งบการเงินครับกราฟอาจจะดูพอเป็น เพื่อหาจังหวะเข้า ออกในรอบใหญ่ๆ นะครับ

2.
แนว นักเก็งกำไร speculator หรือเน้นส่วนต่างเป็นหลักนักลงทุน
ประเภทนี้ ควรต้องทราบเรื่องกราฟ เพื่อความปลอดภัยซึ่งยังแบ่งเป็น

-
เก็งกำไรระยะสั้นๆ ภายในวัน ประเภท net settlement แบบนี้ต้อง
ขั้นเซียนระดับหนึ่งถึงจะเอาตัวรอดได้ตลอด โดยเฉพาะถ้า trend ตลาดเป็นขาลง ส่วนขาขึ้นจิ้มไปส่วนใหญ่ก็ถูกครับ 555

-
เก็งกำไรระยะวัน day trader แบบนี้ช้ากว่าหน่อยอาจจะต้องถือข้ามวัน หรือ ระยะ 2-3 วัน แล้วแต่จังหวะเข้า ออกหรือขายทำกำไร
กราฟก็ต้องแม่นระดับหนึ่งครับ

-
เก็งกำไรระยะกลาง หรือระยะสัปดาห์ แบบนี้จะเน้นรอบการขึ้นลง
ในรอบใหญ่ๆ อาจจะเป็นสัปดาห์ หรือ 1-2 เดือน

อันดับแรก ต้องหาตัวเองให้เจอก่อนนะ ว่าคุณคือคนประเภทไหน
สำหรับผม ประเภท day trader ครับ

เมื่อคุณหา ตัวตนเจอแล้วสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน หรือ นักเก็งกำไร
ทีควรปฎิบัติคือ การวางแผน การลงทุน และการเก็งกำไร

นั่นคือ
การแบ่งเงินลงทุน เพื่อกระจายความเสี่ยงนะครับหรือที่เรียกว่า การแบ่งไม้

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ เงินทุนที่มีและความสามารถในการดูแลพอร์ตของคุณ
โดยทั่วไป จะต้องกำหนดจำนวนหุ้นที่จะเข้าซื้อก่อน เช่น
ตั้งใจจะซื้อ 5 ตัว คุณก็ต้องแบ่งแล้ว 5 ส่วน
และในแต่ละตัว คุณอาจจะซื้อแพงไปก็ได้ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย
คุณควรจะ เผื่อ เงินในการซื้อหุ้น ตัวละ 3 ส่วนหรือ 3 ไม้

สรุป ถ้าจะซื้อหุ้น 5 ตัวคุณต้องแบ่งเงินเข้าซื้อทั้งหมด 5x3 = 15 ไม้ครับ ประมาณนี้มากน้อยแล้วแต่ฝีมือคุณ บางคนเผื่อแค่ 1 ไม้ก็พอสำรองไว้เวลาเข้าซื้อ

ในที่นี้ เราจะพูดถึงการลงทุนแบบเก็งกำไรเป็นหลักนะครับ

เมื่อคุณค้นหา ตัวตนเจอ และวางแผนการลงทุนรวมถึงเงินทุนแล้ว
ต่อไปก็คือการ คัดเลือกหุ้น ซึ่งทำได้หลายทาง
ทั้ง ข่าวหนังสือพิมพ์ ข่าวลือ gozzip ต่างๆ 555
แต่ สำหรับผมจะเน้น ดูกราฟเป็นหลักครับ

เพราะข่าวอะไรก็แล้วแต่ มันมีทั้ง sales on fact / buy onfact เลือกไม่ถูกครับ แต่ที่แน่ๆ พฤติกรรมการซื้อขาย
จะฟ้องออกมาเป็นกราฟ ถ้าเราเข้าใจ ก็จะตามเจ้าภาพทันครับ

image byfree.in.th

กราฟ ข้างบน เป็นตัวอย่างในการ set หน้าตากราฟเพื่อการใช้งาน
ซึ่งผมเลือก indicator ที่ดูง่ายและใช้ได้ผลมากมาให้ครับ

ต่อไปจะอธิบายการใช้งาน indicator ต่างๆรวมถึงการ
วิเคราะห์ ความหมาย และการประยุกต์ใช้งานนะครับ

ความหมาย โดยสรุปของ indicator ต่างๆ

EMAV(CLOSE,5)
หรือ EMA5 เป็นเส้นค่าเฉลี่ยราคา5 วันทำการ
ปกติราคาหุ้นที่แนวโน้มขึ้น จะต้องยืนเหนือเส้นนี้ได้ครับโดยเฉพาะระยะ day

EMAV(CLOSE,10)
หรือ EMA10 เป็นเส้นค่าเฉลี่ยราคา10 วันทำการ
ปกติราคาหุ้นที่แนวโน้มขึ้น จะต้องยืนเหนือเส้นนี้ได้ครับโดยเฉพาะระยะ week หรือสำหรับระยะกลาง หรือหุ้นบางตัวราคาอาจจะต่ำกว่า
ema5
ได้ แต่ควรจะยืนเหนือ ema10 ครับถึงจะยังเป็นแนวโน้มขึ้นอยู่

EMAV(CLOSE,20)
หรือ EMA20 เป็นเส้นค่าเฉลี่ยราคา20 วันทำการ
ปกติราคาหุ้นที่แนวโน้มขึ้น จะต้องยืนเหนือเส้นนี้ได้ครับโดยเฉพาะระยะ week หรือระยะกลาง หรือหุ้นบางตัวราคาอาจจะต่ำกว่า
ema5 / ema10
ได้ แต่ควรจะยืนเหนือ ema20 ครับถึงจะยังเป็นแนวโน้มขึ้นอยู่

อย่าเพิ่ง งง นะครับ นี่แค่ตัวแรกเท่านั้น

INDICATORตัวถัดไปของกรอบด้านบน ซ้ายมือ BB / Bollinger band

ประกอบด้วย

BB TOP
ใน blog ผมจะเรียกว่า กรอบบนเครื่องมือนี้ช่วยให้เรามอง trend ของราคาว่าแนวโน้มขึ้นหรือลงได้ดีครับและหุ้นส่วนใหญ่ ถ้าวิ่งขึ้นมาชน bb top แล้วถ้าไม่แรงจริงจะย่อลงครับ จึงมองเป็นแนวต้าน
หรือเป้าหมายราคาได้ระดับหนึ่ง

BB Avg
เส้นนี้ถ้าเล่นระยะกลางถึงยาวจะใช้เป็นเส้นแนวรับ trend ที่ดีเลยครับ
โดยที่ถ้าราคายืนเหนือ bb avg ได้ก็จะยังคง trend ขาขึ้นอยู่สำหรับระยะกลางขึ้นไป แต่ถ้ารคาตกไปต่ำกว่าเส้นนี้ ก็ขาลงแน่นอนครับ

BB Btm
จะตรงข้ามกับ BB Top ครับเหมือนเป็นกรอบล่าง โดนเป็นเด้ง ซะส่วนใหญ่ จึงเป็นจุดวัดใจการกลับตัวของราคาได้ดี
แต่ถ้าทะลุเส้นนี้ลงไปอีก ก็เอวัง ไม่ต้องถัวไม่ต้องมองครับลงต่อได้เรื่อยๆ

Indicatorถัดไป

MOF / Money flow indicator
จะช่วยดูในเรื่องของแรวซื้อแรงขายได้ดีครับ ปกติหุ้นที่ขึ้น เส้นนี้ก็ควรปรับขึ้นเช่นกัน หรือถ้าลงก็ทิ่มหัวลงไปถ้าขัดแย้งกัน ก็อาจจะขึ้นหรือลง หลอกตาเราได้ครับ

slow sto
จะช่วยยืนยันการขึ้นลงราคาครับ โดยมีเส้น %K และ%D บอกทิศทาง ถ้า %K อยู่เหนือ %D ทิศทางขาขึ้นถ้ากลับกันก็ขาลงครับ
จุดที่สองเส้นตัดกัน ก็ดูเป็นจะกลับตัวหุ้นขึ้นลงได้เช่นกัน


Macd
คล้ายๆ slow sto ซึ่งจะช่วยยืนยันสัญญาณขึ้นลงอีกทีได้
macd
เส้นเหลือง ตัดขึ้น เส้น signal สีแดงได้เป็นขาขึ้น ไม่ได้ก็ trend ลง แต่มีวิธีดูง่ายๆก็ แท่งแดง แท่งเขียวจะบอกถึง
สัญญาณ positive / negative เขียว / แดงตามลำดับ
ถ้าวันไหน เริ่มแท่งแดงๆ ก็ระวังแสดงว่าเริ่มจำหน่ายแล้ว
หรือถ้าแท่งเขียวๆก็เป็นสัญญาณเก็บของเตรียมวิงขึ้นได้เช่นกัน
ง่ายไม๊ครับ

volumn
ก็เช่นกันครับ ดูประกอบการตัดสินใจว่าแรงซื้อขายเป็นอย่างไร เช่น volumn น้อยลง ราคาลดลงก็ไม่น่ากลัว กว่า volumn มากขึ้นแต่ราคาลดลงนะครับปกติจะใช้ในการตัดสินใจเข้าซื้อ เมื่อราคากลับตัวขึ้น
พร้อมกับ volumn เพิ่มขึ้นมากกว่า 2-3 เท่า หรือตัดสินใจขาย
เมื่อ ราคาลดลงหลุดแนวรับ พร้อมด้วย volumn ที่เพิ่มขึ้นมากมาย

แค่นี้เอง basic ไม่ยากเลยนะครับอ่าน สัก 2-3เที่ยวก็น่าจะพอเข้าใจครับ

ต่อไปจะเป็นการประยุกต์ใช้งานนะครับ
เริ่มจากการหาแนวรับ-ต้านก่อน

image byfree.in.th

LIVE

กราฟด้านบนเป็นกราฟ day เหมาะกับการเล่นรอบระยะสั้น

สมมุติว่าคุณเห็น live เมื่อวันที่ 7/03/56 ทำแท่งเขียวใหญ่ขึ้น
แล้วสนใจจะซื้อ สิ่งที่ต้องดูก็คือ indicator ต่างๆ ที่บอก

MOF
วิ่งขึ้น
slow sto %K
อยู่เหนือ %d และมีค่าเพิ่มขึ้น
macd
แท่งเขียว
volumn
เพิ่มขึ้น มากกว่า 100%
การเรียงตัวสำหรับหุ้นขาขึ้น ema5 > ema10 ถือว่าน่าเข้าแต่ยังไม่ 100%
หุ้นขาขึ้นที่ดี ต้องมีการเรียงตัวแบบนี้ครับ
ema5 > ema10 > ema20 > BB avg
ถ้าเจอแบบนี้ลุยได้
อีกจุดที่ต้องดู BB top ครับต้องมีค่าเป็นบวก หรือเพิ่มขึ้น

เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว คุณว่าซื้อได้หรือเปล่าถ้าทำสอบก็ได้ 95% ครับ ต่อไปจะซื้อราคาเท่าไหร่ ยังไงดี แนวรับ-ต้านเป็นไง

จากกราฟ day

แนวรับ ปกติในตำรา จะบอกให้รับ ที่ ema5 / ema10 อะไรประมาณนั้น แต่หลักปฎิบัติ ยากครับ ของดีราคาถูก ไม่มีครับ

สิ่งที่ผมใช้ประจำคือ ถ้าเราเป็นนักเก็งกำไรเราจะไม่เก็บหุ้นถูกขาลง เพราะใจร้อน ไม่อยากรอ และไม่รู้ว่ารอนานแค่ไหนครับ
ถ้าเราเจอ สาวงามก็จีบเลยครับ เห็นว่าใช่ ก็จัดไปก่อน 1 ไม้

แต่ถ้ากราฟแม่น คุณก็ดูกราฟ 5min ประกอบตอนเช้าถ้าราคาเปิดอยู่แนวรับก็จัดไปก่อน แต่ถ้าเปิดหล่นแนวรับ คุณอาจจะต้องรอให้นิ่ง
แล้วรับเมื่อยืนแนวรับ 5min ได้

ส่วนแนวรับ ที่ใช้อยู่จะยึดเส้น ema5 เป็นหลัก โดยใช้ส่วนต่าง ของ ema5 วันนี้กับวันก่อนหน้าบวกเพิ่มเป็น แนวรับ B1 แล้วค่า ema5 ก็จะเป็น B2

จากกราฟ 07/03/56
B1 = (0.75 - 0.74) + 0.75 = 0.76
B2 = ema5 = 0.75

พอวันที่ 08/03/56 ราคาเปิด 0.78 แล้วไม่ย่อเลยครับ ถ้าคุณไม่เข้าไม้ 1 ไปก่อน ก็อดครับ
แต่ถ้าเข้าไปแล้ว B1 จะเป็นไม้สำรองเวลาย่อตัวลงมาครับ
B2
อาจจะเป็นจุดตัดสินใจขายทิ้งก็ได้ หรือรับอีกก็ได้กรณีที่คุณใช้
ema10
เป็นจุดเปลี่ยน trend

ส่วนแนวต้าน

สำหรับระยะ day ให้ดูราคาที่สูงถัดไปจากแท่งเทียนของวัน
เช่น วันที่ 07/03/56 จากแท่งเทียนของวันราคาปิด 0.77แต่แท่งเทียน ยอดบนอยู่ที่ 0.78
ดังนั้น 0.78 ตรงนี้จะเป็นแนวต้านที่ 1 ต้านที่2 จะเป็น highถัดไปจากตรงนี้ จะไปเจอ 0.81 วันที่08/02/56 ซึ่งเป็นhigh ถัดไปครับ

แต่ถ้าเล่นรอบใหญ่ขึ้น อาจจะถือรอไปจนกว่าจะเปลี่ยนเป็นขาลงหลุด ema5/ ema10 ค่อยขายก็ได้ ซึ่งจากวันที่ซื้อ 8/03/56
ก็ยังไม่มีวันไหน หลุด ema5 / 10 เลยครับ

ต่อไปเป็นการหา แนวรับ- แนวต้าน รอบใหญ่นะครับ
เหมาะกับหุ้นที่แรงๆ ทำ new high โดยใช้Fibo ในการช่วยหาครับ

มาดู รอบใหญ่ ของ live ที่ผ่านมาครับ

image byfree.in.th

จากรูปด้านบนนะครับ

เราเห็นว่า Live จากที่เลี้ยงๆเรื่อยๆมา เริ่มขึ้นเป็นแท่งเขียวใหญ่ๆ
ประมาณ 30/11/55 ที่ผ่านมา

ถ้าเราสนใจ แล้วถือทำรอบใหญ่ๆ ก็สามารถใช้ fibo ช่วยหาแนวต้าน-รับ ด้านบนได้ กรอบกราฟ จากซ้ายมือนับมา ตัวที่ 18 จะเขียนว่า
fibonacci projections

ก่อนอื่น คุณต้องดูรอบช่วงเวลานั้นก่อน ว่ารอบที่เราจะหามันมาจากจุดต่ำสุด ตรงไหน แล้วขึ้นมาจนถึงจุดสูงสุด แล้วกำลังปรับฐานลง
จากช่วงเวลานั้น จะเห็นว่าเริ่มมาจาก วันที่ 23/11/56 ต่ำสุด 0.16
แล้วไต่ขึ้นมาถึงวันที่ 6/12/56 สูงสุด0.41 แล้วย่อตัวลง
เราก็กดไปที่ fibo ก่อนแล้วมาจิ้มจุดต่ำสุด โดยคลิ๊กซ้ายที่เม๊าซ์
ค้างไว้ ลากไปที่จุสูงสุดที่ต้องการ คือ 0.41 แล้วคลิ๊กซ้ำไปอีก 2 ที
จะได้เส้น fibo ครับ ลองดู

หลักการเข้าซื้อหุ้น ทำกำไรภายในวันหรือหุ้นแรงๆ นะครับ

หลักการเข้าซื้อหุ้น ทำกำไรภายในวันหรือหุ้นแรงๆ นะครับ

เมื่อคุณเจอหุ้นวิ่ง เร็วๆ แรงๆ ก่อนที่คุณจะเคาะซื้อต้องดูอะไรบ้าง

อย่างแรก เปิดกราฟ day ก่อนว่าราคาตอนนี้อยู่ขาขึ้นหรือขาลง
ถ้าเป็นขาลง หรือไม่เข้าข่ายที่บอก อาจจะแค่เด้งคุณเข้าไปก็อาจจะติด ขายไม่ได้ครับ

หรือ คุณต้องดูว่า กราฟ day หุ้นตัวนี้เพิ่งขึ้นวันแรกหรือเปล่า ถ้าเป็นวันแรกจากที่นิ่งๆ มา แล้วยังอยู่ขาขึ้นก็โดดร่วมวงได้โอกาสพลาดน้อย

แต่ถ้าหุ้นตัวนั้น ขึ้นเป็นแท่งเขียวมาเป็นวันที่ 2 ขึ้นไปคุณต้องเผื่อไม้ย่อไว้ด้วย ยิ่งถ้าเป็นแท่งเขียวใหญ่เกิน 2 วันอาจจะเสี่ยงเกินไปครับ

เมื่อเช็คกราฟ day แล้วใช่ สิ่งต่อไปคือเปิดกราฟ 5minครับ

เมื่อเช็คกราฟ day แล้วใช่สิ่งต่อไปคือ เปิดกราฟ 5min ครับ

ราคาที่ไล่ๆ กันอยู่ อย่างแรกต้องอยู่เหนือ ema5 และการเรียงตัว ema5>ema10>BB avg
ถ้าใช่ ราคาที่วิ่งอยูนี้ ห่างจาก ema10 มากไม๊ ถ้าไม่เกิน 4-5 ช่องก็น่าจะเข้าซื้อได้ครับแต่ถ้ามากกว่านั้นรอย่อก่อน

ถ้าราคาไต่ได้เรื่อยๆ ไม่หลุด ema10 หรือ bbavg คุณก็ถือรอ profit run จนกระทั่งราคาหลุดema10 และ indicatornegative

ถึงจะขายออกไปได้ การดูแบบนี้ จะขายได้ราคาค่อนข้างสูงและไม่ถูกทิ้งให้เฝ้าดอยครับ ถ้าผิดอย่างมากก็โดนไป 2-3 ช่อง แต่ถ้าได้ก็ยาวครับ

เดี๋ยวจะยกตัวอย่าง ให้ดู

เปิดกราฟ live ครับ เลือก time frame 5 minutes ดูของวันที่ 15/03/56 ล่าสุด

ลักษณะราคาของ live เหมาะกับการใช้ bb avg นะครับสำหรับ 5 min
เนื่องจาก ราคาต่ำกว่า 1 บาท ช่วงกราฟห่างราคาถ้าใช้ ema10จะแคบไป

จากกราฟเมือราคาเพิ่มสูงขึ้น ในเวลา 10.25 เราอาจจะเข้าซื้อไว้ราคาตอนนั้น 0.87-0.88
โดยกำหนด จุดขายเมื่อต่ำกว่า bb avg
จะเห็นว่าราคาไต่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง 15.20 ราคาปิด 0.91ต่ำกว่า
bb avg
ที่ 0.92
หลักการคิดคือ ถ้าราคาช่องถัดไป หรือ 5 นาทีถัดไปทำ new low
หรือ 0.90 ผมจะเผ่นนะ
ปรากฎว่า เวลา 15.25-15.30 ไม่ทำnew low พอ 15.35ราคากลับขึ้นไป 0.93
แล้วยืนเหนือเส้น bb avg ได้อีกไม่หลุดจนปิดตลาด
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ถ้าคุณถือไม่ได้ ต้องขายก็ขายตอนปิดไปซะ 0.98
เห็นไม๊ครับ กำไร




Create Date : 13 พฤษภาคม 2556
Last Update : 13 พฤษภาคม 2556 10:50:31 น.
Counter : 5320 Pageviews.

3 comments
  
อาจารย์คะ ลองดูกราฟของamata เป็นขาลงใช่ไม๊คะเนื่อจาก
mof วิ่งลง
ssto % k ต่ำกว่า % d
macd ดูเหมือนเป็นแท่งแดง
ema20 ทับกับเส้น bb average
ไม่ทราบว่าทำข้อสอบได้สักกี่ % คะอาจารย์
ขอบคุณคะ
โดย: pim IP: 58.9.115.227 วันที่: 16 มีนาคม 2556 เวลา:15:59:57 น.


case amata ถ้าวิเคราะห์ตามนี้ก็ถูกต้องครับ แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อันนี้คือ สิ่งที่บอกได้ไม่หมด ถึงแม้ว่าอยากจะบอกให้หมด เพราะเป็นประสบการณ์ ทำให้เราต้องฝึกฝน
ต่อเนื่องครับ ผมจะอธิบายให้ฟัง รบกวนดูกราฟประกอบนะครับ

AMATA

ก่อนอื่นเราต้องจัดประเภทหุ้นออกมาก่อนครับ คร่าวๆนะ
หุ้นเกรดดี เช่น big cap หรือหุ้นใหญ่ๆ amata ก็เข้าข่ายครับ
หุ้นเกรดปานกลาง เช่นหุ้นแฟชั่นทั่วไป ไม่ใหญ่ ไม่เล็ก มาเป็นรอบๆ อย่าง live
หุ้นปั่นแปะ มาเร็วไปเร็ว ไม่มีพื้นฐานที่ดีรองรับ เช่น warrant / aim
หลุดแนวรับต้องทิ้ง ถ้าเจอรอบใหญ่ขาลง ถึงกับหมดตัวก็มีครับ

หุ้นเกรดดีๆ อย่าง amata การเข้าซื้อจะ มองแนวรับที่ ema 10 และ BB avg เป็นหลักครับ แนวต้านพวกนี้จะแพ้ bb top เป็นหลัก ชนทีไร ย่อกลับตลอด ถ้าจับทางให้ดี ก็เล่นรอบได้ ถ้าลงก็ไม่จำเป็นต้องคัต
เว้นแต่ หลุด bb avg โดยเฉพาะ กราฟ ระยะสัปดาห์

อย่าง case amata สังเกตกราฟนะครับ เข้าซื้อ เมื่อมา ema5 / ema10 ขายเมื่อใกล้ bb top ก็น่าจะได้กำไรตลอดครับ

ลักษณะที่บอก amata จะใช้ได้ในกรณี ที่มีการเรียงตัวของเส้นค่าเฉลี่ย ตามนี้นะครับ

ema5 > ema10 > bb avg
ถ้าไม่เป็นตามนี้ เราต้องดู indicator อื่นๆ ประกอบด้วยครับ ถึงจะเข้าซื้อตามแนวรับได้
โดย: แก๊บแก๊บ วันที่: 13 พฤษภาคม 2556 เวลา:11:16:29 น.
  
อ่านเข้าใจดีมากครับ ขอบคุณมากครับ
โดย: ชลสินธ์ุ เห่ลาไพบูลย์พิพัฒน์ IP: 27.55.164.198 วันที่: 23 กรกฎาคม 2556 เวลา:13:43:54 น.
  
กำลังเรียนรู้คะ
โดย: นิปปอน IP: 223.206.246.59 วันที่: 29 กรกฎาคม 2559 เวลา:10:58:07 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

แก๊บแก๊บ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]