ภาคภาษาอังกฤษ English Version

เลี้ยงลูกตาบอด จนทำให้คนอื่นเห็นโลกกว้างขึ้น


เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทางกองบรรณาธิการ หนังสือ ชีวิตจริง
ได้ติดต่อกับคุณ ดวงตา ถาวรรัตน เพื่อขอนำประวัติชีวิต
ไปลงตีพิมพ์เป็นสกูปพิเศษ ในหนังสือของเขา เกี่ยวกับการเลี้ยงดู
ลูกพิการ

ผมเห็นว่าบทความดังกล่าว เกี่ยวข้องกับน้องโรส และอาจจะเป็น
กำลังใจให้กับผู้ที่มีลูกพิการอื่น จึงได้คัดลอกบทความนั้นมาลงใน
ที่นี้ ครับ







พ่อผู้เสียสละ แม่ผู้ประเสริฐ
เลี้ยงลูกตาบอด จนทำให้คนอื่น เห็นโลกกว้างขึ้น


ครอบครัวไหนที่กำลังเกิดความท้อแท้ใจ เมื่อมีลูกพิการ
ประสบการณ์ของครอบครัว “ถาวรรัตน์”
ซึ่งประกอบไปด้วย คุณดวงตา ถาวรรัตน์ คุณทวีศักดิ์ ถาวรรัตน์
“น้องโรส” หรือ ด.ญ.นุ่นนิจ ถาวรรัตน์ และ “น้องริน”
เมื่อได้อ่านการดำรงชีวิต ของครอบครัวนี้แล้ว เราเชื่อว่า
อาจทำให้คุณเกิดแง่คิด และกำลังใจมากขึ้นอย่างแน่นอน

เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งต้องเผชิญกับภาวะ ครรภ์เป็นพิษ
จนทำให้ลูกต้องตาบอด แต่เธอยังโชคดีที่มีสามีที่แสนดี
ยอมเสียสละลาออกจากงานประจำเพื่อมาเลี้ยงดูลูกสาวที่ตาบอด
อย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่ามีความรักเท่าไร มอบให้ลูกอย่างหมดหัวใจ

“ดิฉัน ดวงตา ถาวรรัตน์ เกิดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
มีพี่น้อง 3 คน ดิฉันเป็นคนสุดท้อง ครั้งที่ดิฉันยังเด็กๆ
ครอบครัวของดิฉันมีอาชีพทำนา ดิฉันเรียนจบ ป 3 จากวัดทวยเทพ
จากนั้นก็เรียนต่อที่จังหวัดยะลา ในระดับ ป. 4 โรงเรียนสามัคคีศึกษา
เรียนในระดับ ป.4 – 7 จากนั้นก็เรียนต่อ ม.ศ.1 – 3 โรงเรียนสตรียะลา
ม.ศ. 4 -5 จากโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง จังหวัดยะลา

พอเรียนจบแล้วก็เอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คณะสังคมสงเคราะห์ จุดมุ่งหมายที่ดิฉันเลือกเรียนในคณะนี้
เพราะดิฉันถือว่า ดิฉันก็เป็นลูกหลานเกษตรกรคนหนึ่ง
ซึ่งมีใจอยากที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคม ให้กับประเทศชาติ

ในขณะที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดิฉันมีความสุขมาก
เรามีเพื่อนๆ ที่เป็นคนใต้มากมาย ซึ่งก็ได้ตั้งเป็นชมรมชาวใต้
ชื่อว่า ชมรมโดมทักษิณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรารักกันมาก เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ก็คืออยากเข้าใจชีวิตคน
อยากช่วยเหลือคน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส
อยากเห็นใจในความรู้สึกของเขา”

จุดมุ่งหมายของ คุณดวงตา ถาวรรัตน์ คือต้องการที่จะช่วยเหลือสังคม
โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส ทันทีที่คุณดวงตาเรียนจบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก็สอบเข้าทำงานที่โรงพยาบาลนครนายกทันที


“ภายหลังจากที่เรียนจบ ดิฉันก็ได้สอบบรรจุเข้ามาทำงาน
ที่โรงพยาบาลนครนายกเป็นคนแรก ที่เลือกทำงานที่
โรงพยาบาลนครนายกก็เพราะเห็นว่าใกล้กรุงเทพฯ
ได้ทำงานตรงกับเป้าหมาย

ได้ศึกษางาน ขอดูงานที่โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลชลบุรี
ที่ละ 1 วัน จากนั้นก็มาประจำที่โรงพยาบาลนครนายก
แผนกสังคมสงเคราะห์ สมัยนั้นบัตรทองยังไม่มี

หน้าที่ของดิฉันก็คือจะต้องให้คำปรึกษาทางด้านปัญหาครอบครัว
กับคนไข้ ทางด้านจิตใจขอผู้ป่วย
ดิฉันทำงานอยู่ 14 ปี มีความสุขดี มีเพื่อนร่วมงานที่ดี
อีกทั้งยังมีผู้อำนวยการให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี
และก็มีน้อง ทรงโปรด อุปถัมภ์ ซึ่งเป็นน้องที่นิสัยดี น่ารักมาก
ร่วมงานกับดิฉันมาโดยตลอด”

ภายหลังจากที่คุณดวงตา ทำงานเพื่อสังคมมาตลอดหลายปี
คุณดวงตาก็ได้แต่งงาน มีครอบครัวจนกระทั่งตั้งครรภ์
คุณดวงตาก็ยังอุทิศให้กับงานตลอดเวลา
จึงส่งผลทำให้มีผลกระทบ กับสุขภาพโดยไม่รู้ตัว


“ดิฉันแต่งงาน กับคุณทวีศักดิ์ ในปี พ.ศ. 2530
หลังจากนั้น 4 ปี ก็ตั้งท้อง ในขณะที่ครรภ์ได้ 5 เดือน
ดิฉันก็มีอาการ ครรภ์เป็นพิษ จนกระทั่งอายุครรภ์ได้ 7 เดือนจึงผ่าออก
ซึ่งดิฉันก็ได้ลูกสาว เราตั้งชื่อกันเองว่า นุ่นนิจ ถาวรรัตน
ชื่อเล่นว่า น้องโรส


คุณหมอผ่าออกมา น้องโรสตอนนั้นมีน้ำหนักเพียง 900 กรัม
จึงต้องอยู่ในตู้อบเป็นเดือนๆ ส่วนดิฉัน ขณะที่ผ่าน้องโรส
ออกมานั้น ดิฉันก็มีอาการมองไม่เห็น เพตุเพราะเยื่อสมองบวม
เยื่อตาบวม ดิฉันจึงมองไม่เห็นถึง 2 อาทิตย์ ซึ่งก็ต้องนอนรักษาตัว
ที่โรงพยาบาลราชวิถี คุณหมอก็รักษาให้จนกระทั่งอาการหายเป็นปกติ
ก็ต้องขอชื่นชมคุณหมอมากๆ ที่ให้การรักษาดิฉันเป็นอย่างดี
น่าประทับใจมาก ทั้งยังมีเพื่อนๆจากโรงพยาบาล
นครนายกมาให้กำลังใจมากมาย “

“ขณะที่ดิฉันนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถีอยู่นั้น
น้องโรสก็นอนรักษาตัวอยู่ในตู้อบที่โรงพยาบาลเด็ก
ดิฉันก็ส่งกระแสจิตภาวนาให้ลูกรอด ซึ่งดิฉันก็ได้ทำใจไว้อยู่แล้วว่า
การที่มีการคลอดก่อนกำหนด เด็กก็มีสภาวะที่เสี่ยงต่อการตาบอด
หูหนวก ซึ่งทุกอย่างมันก็เป็นไปตามที่ดิฉันคิดเอาไว้
คุณหมอบอกกับดิฉันว่า ลูกสาวตาบอด
เมื่อดิฉันได้ฟังถึงกับช้อกไปเลย สงสารลูกมาก”

เหตุการณ์เช่นนี้ สังคมสมัยนี้ส่วนใหญ่ ถ้าเกิดขึ้นกับ พ่อ แม่บางคน
ก็ถึงกับยอมรับสภาพลูกพิการไม่ได้ จึงต้องทิ้งลูกตามที่ต่างๆ
หรือไม่ก็รู้สึกอับอาย ไม่กล้าพาลูกไปไหน มาไหน
สำหรับครอบครัวนี้ ตรงกันข้าม กลับเลี้ยงดูลูก ให้ความรักอย่างเต็มที่
ดูแลลูกเป็นอย่างดี ให้ลูกได้ใช้ชีวิตเหมือนกับเด็กปกติมากที่สุด
ให้โอกาสลูกได้แสดงความคิด ความสามารถอย่างเต็มที่
จนลูกสาวมีความสมบูรณ์ ไม่แตกต่างจากเด็กสาวคนอื่นๆเลย แม้แต่นิดเดียว


“ตอนที่น้องโรสอายุได้ 11 เดือน ดิฉันก็ทำเรื่องย้ายที่ทำงาน
มาอยู่ที่ นครศรีธรรมราช สามีก็ทำหน้าที่เลี้ยงดูลูกเอง
ดิฉันประทับใจสามีของดิฉันมาก สามีของดิฉันลาออกจากงาน
เพื่อมาดูแลน้องโรส ทั้งๆที่ตอนนั้นสามีมีเงินเดือนถึง 17,000 บาท
เมื่อปี พ.ศ. 2534 กำลังทำงานกับโรงแรมต่างประเทศ
คือโรงแรมเชอราตัน ในกรุงเทพฯ

ทางญาติๆก็คัดค้าน แต่เรามีความคิดตรงกันว่า สามีทำงานเอกชน
ส่วนดิฉันทำงานราชการ เรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
สามารถเบิกได้ สามีมีความคิด สังคม กว้างขวาง คล่องตัวมาก
ภาวะทางอารมณ์เหมาะสมในการดูแลดีกว่า

ครอบครัวของเรามีความคิด มีวิธีคิดที่คล้ายๆกัน
เราให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวมาก ๆ ดิฉันคิดว่า
ถ้าจ้างพี่เลี้ยงให้เลี้ยงดูลูกของเรา เกรงว่าลูกอาจจะติดบางสิ่งที่ไม่เหมาะสม
จากพี่เลี้ยงได้ ดิฉันกับสามีจึงช่วยกันเลี้ยงลูกอย่างเต็มที่ให้มากที่สุด
ลูกของเราจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากเรา”

“ดิฉันให้ความรักกับลูกอย่างเต็มที่ ลูกสาวของดิฉันไม่ขาดสิ่งใดเลย
ตรงกันข้าม น้องโรสเป็นเด็กที่มีความจำเยี่ยมมาก
ตอนที่น้องโรสอายุได้ 1 ขวบกว่าๆ เขาสามารถออกเสียงภาษาอังกฤษ A-Z
ดิฉันคิดว่า น้องโรสเป็นเด็กที่ฉลาด และมีความจำดีมากๆ ค่ะ”

“ปัจจุบันนี้ น้องโรสอายุได้ 14 ปี มีพัฒนาการที่ดีมาก
ขณะนี้เรียนอยู่ ม 1 ที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกัลยา



การเรียนอยู่ในระดับดี น้องโรสเป็นเด็กที่มีวินัยมาก
ตื่นเช้ามาเขาก็ช่วยเหลือตัวเองเลย เป็นเด็กที่ขยันทำงาน
ช่วงหลังเลิกเรียน หรือเสาร์ อาทิตย์ น้องโรสสามารถจะทำอะไรได้
เขาก็จะทำ อย่างเช่น การทำการบ้าน น้องโรสสามารถรีดผ้าเองได้
ซักผ้า ถูบ้าน กวาดบ้าน ขี่จักรยานช่วยเอาขยะไปทิ้ง ที่ปากซอยได้
สามารถช่วยงานได้ เช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ”

น้องโรสได้เล่าให้กับเราฟังถึงกิจวัตรประจำวัน
หน้าที่ที่น้องโรสรับผิดชอบในบ้าน ด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงว่า

“หนูช่วยคุณแม่ ล้างจาน ซักผ้า กวาดบ้าน ทิ้งขยะ ได้หมดค่ะ
เพราะหนูอยากแบ่งเบาภาระคุณพ่อ คุณแม่ ไม่ให้เหนื่อย
มีคนมองว่า คนที่ตาบอดจะทำอะไรไม่ได้ แต่หนูอยากจะบอกว่า
ถึงหนูตาบอด แต่หนูก็สามารถทำงานได้ทุกอย่างนะคะ
ถ้าให้เวลาฝึกฝน ค่ะ “



ครั้นถามถึงความฝันในอนาคตของน้องโรสว่า โตขึ้นอยากจะเป็นอะไร
น้องโรสก็ตอบขึ้นมาทันทีว่า

“หนูมีความใฝ่ฝัน อยากเรียนจบปริญญาตรีค่ะ ตั้งใจอยากจะเป็นครูค่ะ
ครูสอนคนตาบอด หนูอยากให้เด็กๆที่ตาบอด ได้รับการศึกษา มีความรู้
และมีอนาคตกันทุกคนค่ะ “

เมื่อคุณแม่ ดวงตา ได้ฟังถึงความฝันของน้องโรส
ก็ถึงกับน้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน ถึงเจตนาของน้องโรส ที่มีความตั้งใจที่ดี
ไม่เสียแรงที่ให้ความรัก เอาใจใส่ตลอดมา

คุณ แม่หลายๆคน คงอยากจะทราบถึงเคล็ดลับในการเลี้ยงดูลูกพิการ
ให้เป็นเด็กดีอย่างน้องโรส ซึ่งคุณดวงตาให้คำตอบถึงเรื่องนี้ว่า

“สิ่งแรกก็คือ ความรัก ค่ะ เราต้องรักลูกอย่างสุดใจ
ต้องเอาใจใส่ให้เขามีความสุขให้มากที่สุด
ไม่เคร่งครัดในเรื่องการเรียนมากเกินไป
ครอบครัวจะต้องมีกิจกรรมกันให้มาก
เมื่อว่างจากการงานเมื่อไร ก็หากิจกรรมทำร่วมกัน
เช่น ไปปลูกต้นไม้ อยู่กับธรรมชาติ
เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทั้งสามีและลูกๆ
สำหรับน้องโรส ดิฉันก็จะอ่านนิทานให้ฟังก่อนนอนทุกคืน
พยายามหาโอกาส ให้เวลากับครอบครัวให้มากที่สุด
เพียงเท่านี้ ครอบครัวก็มีความสุขแล้วค่ะ”

ก่อนจะจบบทสนทนา น้องโรสได้เปิดใจพูดถึงความประทับใจ
ในการเลี้ยงดูของคุณพ่อ คุณแม่ว่า

“หนูประทับใจ คุณพ่อ คุณแม่มากๆ ค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ อบอุ่นมากๆ
อ่อนโยน และใจดี ทั้งสองคนเลยค่ะ คุณแม่เล่านิทานให้หนูฟัง
ก่อนนอนทุกคืน หนูชอบฟังนิทานเรื่อง ราชสีห์กับหนู
และหนูประทับใจคุณพ่อที่ทำท่าแสดงเป็นเสือสมิง
ตอนที่ดูละครเรื่อง อังกอร์ ให้หนูดู แล้วทำเสียงคำราม ตลกมากๆเลยค่ะ
หนูดีใจที่เกิดมาเป็นลูกของ คุณพ่อ คุณแม่ ที่แสนดีเช่นนี้
หนูจะตอบแทนคุณพ่อ คุณแม่ด้วยการเป็นเด็กดี
เชื่อฟังคุณพ่อ คุณแม่ทุกอย่างเลยค่ะ
และหนูก็ยังมีน้องสาวที่น่ารักอีกคนหนึ่ง ชื่อ น้องริน ด้วยค่ะ “

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ครอบครัว “ถาวรรัตน์” จะมีความสุข
สมบูรณ์เช่นนี้ได้ กว่าจะผ่านจุดยาก ลำบากมาได้นั้น
ผู้ที่เป็นคุณพ่อ และคุณแม่ ต่างก็ต้องนำพาน้องโรสไปตามสถานที่ต่างๆ
เพื่อให้น้องโรสมีพัฒนาการที่ดี สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ให้มากที่สุด
นี่แหละคือหน้าที่ของความเป็นคุณพ่อ คุณแม่ที่ดี
ซึ่งไม่ว่าลูกจะเกิดมาพิการ หรือปกติ ก็ยังทุ่มเทความรัก
ทั้งกาย และใจให้อย่างเต็มที่

ไม่แปลกใจเลยที่ตลอดระยะเวลาการสัมภาษณ์คุณดวงตาผู้เป็นแม่
น้องโรสมีท่าทีร่าเริงตลอดเวลา พูดจาไพเราะ มีความคิดอ่านที่ดี
ฉลาด ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา มีอัธยาศัยดี กล้าแสดงออก
เพราะสิ่งเดียวเท่านั้น ที่คุณพ่อ คุณแม่ได้มอบให้ คือ
“ความรัก”










 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2551
13 comments
Last Update : 15 พฤษภาคม 2551 14:52:46 น.
Counter : 1529 Pageviews.

 

ขอให้มีความสุขมากๆนะค่ะ....

 

โดย: ลักขณา IP: 203.144.139.34 15 พฤษภาคม 2551 12:51:57 น.  

 

เก่งมากเลย

ขอให้มีความสุขตลอดไปนะคะ

 

โดย: macopolo5704 15 พฤษภาคม 2551 13:36:53 น.  

 

ถึงแม่จะเริ่มต้นด้วยความลำบากกาย แต่เชื่อว่าสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่มอบให้แก่น้องโรสเป็นความสุขใจ และผลจากสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่น้องโรสทำก็ทำให้น้องโรสเป็นเด็กที่เปี่ยมล้นด้วยความรักที่พร้อมจะมอบให้กับคนอื่นด้วยอะคะ ฟังเรื่องเล่าแล้วทั้งซึ้งทั้งชื่นชมเลยคะ

 

โดย: eeh (คิตตี้น้อยสีชมพู ) 15 พฤษภาคม 2551 14:46:01 น.  

 

 

โดย: CrackyDong 15 พฤษภาคม 2551 17:37:46 น.  

 

 

โดย: ริวคิ-mawin-maji-minic 15 พฤษภาคม 2551 18:05:28 น.  

 

น่าชื่นชมคุณพ่อคุณแม่ของน้องโรสทั้งสองท่านเลยนะครับ
อ่านแล้วคงทำให้คนตาบอดอีกหลายๆครอบครัวนำไปเป็นแนวทางได้ดี

 

โดย: ลุงแอ๊ด 15 พฤษภาคม 2551 21:58:50 น.  

 

ขอเป็นกำลังใจให้ทครอบครัวที่น่ารัก โดยเฉพาะน้องโรส
ชื่นชมในความคิดอ่าน และทัศนคติของน้องโรสมาก
คุณพ่อและคุณแม่น้องโรส เยี่ยมมากๆๆค่ะ

 

โดย: BFR IP: 82.235.55.246 16 พฤษภาคม 2551 2:58:38 น.  

 

ขอให้มีความสุขมากๆเลยนะค่ะครอบครัวถาวรรัตน์

 

โดย: นู๋แนน3/2ปี50 IP: 118.173.148.157 20 พฤษภาคม 2551 16:23:33 น.  

 


ขอบคุณมากครับคุณทวีศักดิ์ที่ช่วยกรุณาพิมพ์ให้อ่าน พิมพ์ยาวทีเดียว คงจะเหนื่อยไม่น้อย

น้องโรสเธอพิมพ์สัมผัสได้ คุณทวีศักดิ์เคยพิมพ์แบบน้องโรสเหรอ? ผมเองยังทำไม่ได้เลย


ปกติ นิตยสารแนวนี้ ผมจะไม่ค่อยอ่านครับ เพราะผมไม่ได้ซื้อ ห้องสมุดที่กรมก็ไม่มีให้อ่าน หากจะอ่านก็ต้องไปโน่น ..อ่านตามร้านเสริมสวย แต่ปกติผมจะเข้าตัดผมพวกร้านบาร์เบอร์ครับ ไม่ใช่เข้าร้านร้านพวกซาลอน


เนื้อหาของเรื่องประทับใจมาก


 

โดย: yyswim 21 พฤษภาคม 2551 20:07:55 น.  

 



ตามมาทักทายอีกครั้งค่ะ

ประทับใจทุกคนในครอบครัว ...ถาวรรัตน์ .....ค่ะ


 

โดย: ยายกุ๊กไก่ 22 พฤษภาคม 2551 20:55:02 น.  

 

มาติดตามอ่านเรื่องราวของน้องโรสทุกตอน ไม่พลาดค่ะ
ชื่นชมเสมอ และพร้อมกำลังใจค่ะ

 

โดย: นายกุหลาบ 23 พฤษภาคม 2551 14:12:15 น.  

 

พี่ขอร่วมเป็นกำลังใจให้น้องโรส อีกคนค่ะ ขอให้น้องเข้มแข็ง และเป็นเด็กดี สมกับความทุ่มแทแรงกาย และแรงใจของคุณพ่อและคุณแม่ค่ะ ขอฝากชมคุณพ่อกับคุณแม่น้องโรสมาก ๆ เลยท่านทั้ง 2 เป็นบุคคลตัวอย่างแห่งปีจะว่าได้ ยอมรับในความรักและการดูแลลูก เพราะพี่ก็เป็นคนหนึ่งที่มีบุตรน้อย พี่เข้าในความรักระหว่างพ่อกับแม่ดี

 

โดย: อิงฟ้า IP: 202.91.23.4 24 พฤษภาคม 2551 15:24:13 น.  

 

ไม่ได้มาอ่านตั้งนาน
blogนี้ดูไฮโซขึ้นเยอะเลยนะคะ
ทำกันด้วยพลังรักล้วนๆเลยนะเนี่ยะ

เป็นกำลังใจให้น้องโรสและครอบครัวเสมอค่ะ

นู๋หนึ่งเอง

 

โดย: ธัญพร IP: 158.108.210.208 14 มิถุนายน 2551 23:09:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
คนตาพิการ
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




คนตาพิการ

ชื่อจริง นุ่นนิจ ถาวรรัตน์
ชื่อเล่น โรส

ปัจจุบัน อายุ 23 ปี ตาพิการทั้ง 2 ข้าง กำลังเรียนหนังสือ ณ สถาบันราชภัฏ สงขลา คณะ ครุศาสตร์ ปีที่ 3 โปรแกรมภาษาไทย

โรส ชอบเขียนเรื่องราวต่างๆที่ได้ประสบ พิมพ์เป็นตัวอักษรปกติบนคอมพิวเตอร์ แล้วพ่อจึง copy นำมา Post ที่นี่

ข้อความต่างๆส่วนใหญ่เป็น ความคิด
ความเข้าใจ และจินตนาการ บนพื้นฐานของความเป็น คนตาพิการ ของ น้องโรส ทั้งหมด


E-mail คุยกับน้องโรส คนตาพิการ
Your Link HTML Free Code

english version
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2551
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
15 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add คนตาพิการ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.