Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
19 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
Review รถ BigBike จาก ค่าย Honda @ Motorshow 2009

ค่าย Honda

ภายใต้คอนเซปป์งานว่า "C'mon Everybody Let's have Fun!"


ได้นำรถ Concept Bike มาเยอะกว่าเพื่อน


ได้ รับ โบรชัวร์ ของ Honda เป็นสีน้ำตาล พรีเซนเตอร์ ค่อนข้างเยอะกว่า ค่ายอื่น โบรชัวร์ ชิ้นนี้เท่านั้น มี การแนะนำ Big Bike ค่ะ

กับหน้าปก มี Big Scooter ZAION-X





EVO6 อยู่ในระหว่าง Prototype หมายถึง รถต้นแบบที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำสู่ตลาดในอนาคต

"Evo6 Exhibition Model เป็น การนำเสนอ Automatic Sport Cruiser Concept

สมบูรณ์แบบแห่งสมรรถนะ ต้นแบบความดุดัน น่าเกรงขาม ดีไซน์เข้ม หรูหราสง่างาม องอาจล้ำยุค

ควบอัตราเร่งเต็ม 1,866 CC 6 สูบ 4 จังหวะ OHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบหัวฉีด PGM-F"

ความจริงแล้ว. จากข้อมูลแหล่งเว็บไซต์ มอเตอร์ไซค์ ชื่อดัง และ หลาย ๆ เว็บ บอกตรงกันว่า

เคยเป็น Concept bike มาตั้งแต่ปี 2007 นี่ผ่านไปได้ 2 ปีแล้วค่ะ


EVO 6 ได้รับพัฒนาจากรุ่น Rune (มีรูปประกอบข้าง ให้ ดูเปรียบเทียบ) เป็นรถ Cruiser บ้านเรา ไม่ค่อยได้เห็นหรอกค่ะ เนื่องด้วย ราคาแพง และ เครื่องยนต์โคตร..ใหญ่โต น้ำหนักมาก เหมาะกับฝรั่งไซส์ยักษ์ค่ะ Rune มีเครื่องขนาด 1,800 CC ! และน้ำหนัก กว่า พันปอนด์

ที่นี้ได้ไอเดียแปลนเครื่องยนต์ มาจาก GoldWing ซึ่งใช้ระบบเพลาขับเคลื่อน และ มีเครื่องยนต์ใหญ่โตที่น่าเกรงขาม เอามาใส่กับ EV06 ที่พัฒนาต่อเนื่อง ด้วยการทำรถย่อขนาดลง ดีไซน์ใหม่.. ให้ดูล้ำยุค และ เข้ากับแฟชั่นใหม่ ทำน้ำหนักให้เบาลง


ดีไซน์รูปทรงที่ได้ออกแบบมานั้นของ EVO6 Honda หวังจะเจาะกลุ่มผู้ขับขี่ได้ทุกวัยทุกเพศ ที่จะออกแบบให้เหมาะกับ ผู้ขับขี่ได้มีโอกาสขับขี่คันนี้ เพราะทรวดทรง แนว Sport ผสม Cruiser กลายเป็น Sport Nake Bike บวกด้วย เครื่องยนต์อันทรงพลัง ดุดัน ทำให้ มอเตอร์ไซค์ยุคใหม่ เน้น เท่ สวย แรง ขี่ง่ายด้วยตะหาก.. สีขาวชวนให้น่าขี่มากขึ้น

เนื่องด้วยเป็นระบบออโตเมติก ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เป็นระบบเกียร์ออโต หรือไม่ ? หรือ มีคลัทช์ ? ต้องรอดูกันต่อไปค่ะ

ใครชอบขี่รถ Big Bike แบบออโต้ ไม่กล้าบีบคลัทช ต้องรอ รถต้นแบบคันนี้ กว่าจะพัฒนา เป็นรถที่ป้อนเข้าตลาดได้ อย่างน้อย 2 -3 ปีข้างหน้าค่ะ เป็นระยะเวลาที่เป็นมาตรฐาน ของโครงการ R&D ของอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ค่ะ


โดยความคิดส่วนตัวแล้วนั้น เป็นมอเตอร์ไซค์ต้นแบบที่หล่อที่สุด ในงานค่ะ ^^

แต่ ยังมีคำถามนะคะ สำหรับ รถ Big Bike เกียร์ออโต้ มันจะเร็ว แรง ได้จริงเหรอคะ ? อัตราเร่ง ถึง 100 Mph ภายใน กี่วินาที เพราะเราถือว่า มันคือ มาตรฐานวัดความเร็ว ด้วย วินาที ใครคิดว่า ปิ่นพูดผิด เถียงได้นะคะ จะได้แลกเปลี่ยนความรู้กันได้ค่ะ

ดูไฟ หน้าของ EV06 ให้ความรู้สึก ที่ไม่ค่อยแตกต่างจาก Nake Bike ทั่วไป เห็นข้างหน้าแล้ว นึกถึงหนังเรื่อง Transformers มาทันใด

เพราะจากประสบการณ์ที่เคยขี่รถออโต้ กับ Big Scooter Skywave 650 มันค่อย ๆ ไต่ระดับ ลากรอบไปเรื่อย ๆ น่ะค่ะ คง ไม่ได้เร็วนัก.. แต่นี่..ตั้ง 1,800 CC up

สำหรับคนที่ขับรถ ยนต์แรง ๆ อาจจะพอไปนึกถึง กับ Mitsubishi Lancer Evolution หรือชอบเรียกกันสั้น ๆว่า "EVO" เนอะ ล่าสุด EVO8 แล้ว

คงต้องรอดูกันต่อไปค่ะ สำหรับ EV06


ด้านตัวเครื่องของ EV06 ดูหนาปึก แต่ยังไม่เห็นที่พักเท้าที่เป็นทางการ คือ ทั้งสองข้าง ยังไม่ได้ที่วางเท้า ในข้างซ้าย





CB1100R Exhibition Model (Prototype)

"Prestige Sport CB Concept สมรรณะแห่งอนาคต ภายใต้โฉมคลาสสิค CB750 สุดฮิต ในยุค 70s กลับมาพร้อมหัวฉีด PGM- FI
ในพิกัด 1,140 CC 4 สูบ DOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ เพื่อนเก่าแต่ลุคใหม่"


ด้วยความเคยชิน เคยเห็นแต่ CB400 กับ CB1300 ชี่รี่ส์ CB ได้รักษาประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของ โมเดลนี้
ยังคงมีอยู่ให้ขี่ ทุกยุคสมัย ตั้งแต่ ปี 1970 ในญี่ปุ่น แรกสุดก็ CB50 อื้อหืม.. 50 50

รวมเป็น เกือบ 40 ปีได้ และยังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

CB1100R คันนี้ กลับได้ออกแบบให้ย้อนยุค และเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ เป็น หัวฉีด แต่เดิม คาร์บูเรเตอร์ที่เคยให้ควันขาว แค่ก ๆ ไฟหน้า กับ แฟริ่ง ข้างหน้า ให้ความรู้สึกกับเรา ที่ชวนให้ย้อนรำลึกอตีด ที่เคย กุ๊กกิ๊กกับแฟน สมัยก่อน (นึกภาพเอาเอง) เบาะนั่ง ก็ยังไม่มีให้ สาว ๆ ซ้อน ซึ่งจริง ๆ แล้ว โมเดล CB1100R นี้ ไม่เคยออกแบบให้มีเบาะคนซ้อน มาตั้งแต่ปี 1981 แล้วค่ะ ด้วยให้แนวคิดว่า เป็นการรักษารูปทรงของรถ ที่เคยลงแข่งในอตีด ไม่งั้น จะมี "R" ต่อท้าย ชื่อรุ่นทำไมละคะ ^^ ดูรูปของ CB50 ได้ ใน GOOGLE ดูได้ไม่ยากเลยค่ะ

เดิมที.. CB1100R รุ่นแรกสุด ได้ถูกออกแบบขึ้นในประเทศออสเตรเลีย บางคน อาจจะแอบนึกถึง คนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ HONDA ก็เป็นได้ ใช่ไหมคะ จริง ๆ เป็น Global Brand ย่อมมีคนออกแนวคิด มีหลายเชื้อชาติ จากทั่วโลก เพื่อป้อนตลาดในภูมิภาคนั้น ๆ ค่ะ


ส่วน CB1100R เคยเป็น Concept Bike ที่นำมาแสดงโชว์ใน งาน โตเกียว มอเตอร์โชว์ เมื่อปี 2007 เช่นเดียวกับ EVO6

คงมีโอกาสได้เข้าสู่ตลาด ในจังหวะเดียวกับ EVO6


จึงได้มีการใส่ แฟริ่งส่วนบน ให้ดูดีขึ้น ดูมีคลาสด้วยค่ะ สำหรับ แรงบิด คนที่มีรถ CB1100R ที่อยู่ในครอบครอง อาจจะ ตอบเหมือนกันได้หมดว่า ฟิลลิ่งเหมือนเดิม แต่รู้สึกดีขึ้น ไปตามผลลัพธ์ที่คล้ายๆ กัน จากการใช้เครื่องยนต์ หัวฉีด ทำให้เครื่องยนต์ มีการขับเคลื่อนอย่างสม่ำเสมอ อาจจะดีกว่า เครื่องคาร์บู เดิม ได้ค่ะ ต้องถามความเห็น คนที่ ขี่ CB1100R ปีก่อน ๆ นะคะ ปิ่นอธิบายไม่ถูก เพราะไม่เคยขี่ค่ะ





ต่อมา ขอ CBR 600 RR 2009


"รถ super Sport ที่อัดเทคโนโลยี จากสนามแข่ง ไว้แน่น เครื่องยนต์ 600 CC 4 สูบ 4 จังหวะ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบหัวฉีด PGM-DSFI (หัวฉีด2 ชุด ต่อหนึ่งสูบ) และระบบคอมมายเบรก ABS โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว น้ำหนักเบา ควบคุมง่าย"

สำหรับ CBR600RR คงไม่ต้องสาธยายสรรพคุณแล้วสินะคะ.. ในเว็บ Honda bigbike ได้เขียนบทความนี้ไว้แล้ว ไม่อยากไปแย่งซีนเขาค่ะ haha


ยังคงโมเดมเดิม มาตั้งแต่ปี 2007 ปีนี้ ไ้ด้ใส่ระบบ PGM-DSFI พร้อมระบบเบรก ABS ซึ่งเป็นออฟชั่นเสริม

แต่ปิ่นชอบคันนี้ เพราะความเบา และเพรียว เหมาะกับคนเอเชียไซส์เล็กมากค่ะ ขี่ดูดี และ เท่ ได้ ทั้งเพศชาย เพศหญิง

เคย ได้รับรางวัล Best Middleweight Sport Bike จาก ทั่วโลก อตีดแชมป์ก็คือ Triumph Daytona675 ค่ะ ผลัดกันแย่งแชมป์ไปเรื่อย ๆ เป็นอย่างนี้มา 8 ปี

ให้ Link ไว้ไปอ่านเพิ่มเติมได้ค่ะ

//www.aphonda.co.th/superbike/scoop_cbr600_22012008.asp?id=10




CBR1000RR Fire blade

"รถ Super Sports สายพันธุ์นักแข่ง MotoGP การันตีความแรง ด้วยโฉม HRC ใหม่ อัดเทคโนโลยีเต็มพิกัด 1,000 CC 4 สูบ 4 จังหวะ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบ หัวฉีด PGM-DSFI และระบบคอมบายเบรก ABS"

โมเดลนี้ ยังเหมือนเดิม จากปี 2008 ที่บอกว่า "HRC" เป็นชื่อแฟรริ่ง ใหม่ อย่างเดียวค่ะ เหมือนกับ แฟรริ่ง Repsol แหละค่ะ

สองคันนี้ ได้ติดตั้ง ระบบ Combined ABS ซึ่งเป็น Option เสริม ที่ต้องจ่ายแยกต่างหากค่ะ

Honda Bigbike ได้เขียนบทความเกี่ยวกับ ระบบเบรก ที่ติดตั้งกับ CBR600RR กับ CBR1000RR

//www.aphonda.co.th/superbike/2008_scoop008.asp?id=0056


มิติของตัวรถ 1000RR นี้ ใหญ่กว่า 600RR ค่ะ นี่คือมุมมองมือใหม่อย่างปิ่นค่ะ ^^ ฮา..

ก็คือ เป็นลูกพี่ลูกน้องกันค่ะ

จริง ๆ อยากจะนำเสนอข้อมูลมากกว่านี้ แต่ เผอิญมีคนเขียนไว้แล้ว คงไม่มีคำถามใด ๆ แล้ว นอกจาก ควักตังค์ซื้อออกไปขี่ อย่างเดียว




จบโชว์ของ Superbike!

มากันต่อ

Premium FUN!


มาแล้ว กับ Big Scooter ยกให้เจ้าอุ้ม ! "babyfresh"

ZAION-X (Concept Bike)

"Deluxe Automatic Cruiser จาก คอนเซปป์ไบค์ที่ถอดแบบความหรูหราของ Honda Forza ไว้ครบถ้วนเมื่อปี 2006 (ZAION) สู่วันนี้ที่จินตนาการปรากฎเด่นชัดและพัฒนาให้สมบูรณ์แบบที่สุดกับความ หรูหราแต่คล่องตัว ด้วยรูปลักษณ์ที่กะทัดรัด ผสานความสะดวกสบายของท่านั่งขับขี่สไตล์ครุยเซอร์กับความโฉบเฉี่ยวของโฉมดี ไซน์ได้อย่างลงตัว ที่คุณจะผ่อนคลายไปกับ เส้นทางไกล หรือปราดเปรียวในเมือง"


จากที่อ่าน โบรชัวร์แนะนำรถ คันนี้แล้ว.. ได้เจอตัวเป็น ๆ แล้ว นึกถึงเจ้าอุ้มเลย อย่าให้ถามราคานะ 555+ เพราะพี่ปิ่นคนนี้ไม่ได้ถาม ลืมถามมาให้ แต่ด้วยความสนใจของปิ่นที่ทุ่มไปกับ Superbike (Sport , Nake bike) มากกว่า ทำให้ขาดรายละเอียดของแนว Big Scooter ไปบ้าง..

หลักฐานที่เห็นได้ชัด คือ ปิ่นลืมถ่าย เจ้า ZAION-X !!! มาค่ะ จึงได้ทำการขออนุญาต ใช้รูปของ น้อง Trobot มาแทนนะคะ

อย่าเพิ่งน้อยใจนะคะ.. ถ้ามีใครชอบ หรือ อยากให้ถ่ายมาเพิ่มอีก เดี๋ยวไปถ่ายให้ใหม่ คงไปอีกรอบ กับ คุณพ่อค่ะ


เนื่อง ด้วย ZAI0N-X ยังไม่ีมีข้อมูลใด ๆ ใน อินเตอร์เน็ต คาดว่า บ้านเราคงเป็นที่เปิดตัวที่แรกสุดเลยน่ะค่ะ .. เราโชคดีแล้ว ที่ได้เห็นตัวนี้ก่อนใคร ๆ

เคยขี่ skywave ครั้งเดียว รู้สึก สบายก้น ควบคุมง่ายดี.. โฉบเฉี่ยว เพราะล้อเล็ก แต่ไม่ค่อยชอบนะ เวลาถอยหลัง เนี่ย.. ที่ต้องกางขาสุด ๆ เพื่อถอยหลัง

จะบอกเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่าที่รู้มาทั้งหมด คือ ประเทศญี่ปุ่น อิตาลี ฝรั่งเศส นอร์เวย์ สวีเดน พวกประเทศที่พัฒนาแล้วนั้น นิยมขี่ Big Scooter มากที่สุด เพราะเน้นความสะดวกสบาย ดู หรูหรา ไว้ก่อน ความกว้างของตัวรถ เทียบกับ รถซีดาน ขนาดเล็ก แล้ว ต่างกันเล็กน้อย..

และ จุดประสงค์ของผู้ใช้ Big Scooter ไว้ใช้เน้นงาน ไปมาระหว่างเมือง สำหรับคนที่เดินทางไกล ก็สามารถทำได้ ทุกเมื่อ ปิ่นยังไม่เคยเห็น Big Scooter ขี่ทางไกลเกิน 100 กิโลเมตรเลยค่ะ ในบ้านเรา คงได้เห็นเจ้าอุ้ม ขี่ทางไกลเป็นคนแรกเป็นแน่ แท้

สำหรับ ชื่อ รุ่นว่า "ZAION" เป็นภาษาฮิบรู ซึ่งมีความหมายว่า "สวรรค์" ในศาสนาคริสต์ คิดชื่อได้ดีนี่..คนที่ออกแบบรถคันนี้

ตัว จริงของรถต้นแบบ ZAION ดูหรูหรา สมฐานะค่ะ ถ้าจะให้นึกภาพ ผู้หญิง กับ ผู้ชาย ใส่ชุดออฟฟิศ ออกไปทำงาน ดูดีมาก ไม่แพ้ ขับ BMW , BENZ หรือ รถซีดาน ทุกยี่ห้อ จริง ๆนะคะ เดี๋ยว ยกภาพ นายแบบนางแบบให้ดูเลย


ไฟ หน้าของ ZAION ดู ดีมาก ดูทันสมัย ไม่เชยเกินไป เข้ากับ แฟชั่น สไตล์ยุโรป ที่ฉีกแนว ไปกับ แนวคิดที่เน้นทันสมัย แต่ยังคงเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมยุโรป อย่างดั้งเดิม


ไฟเลี้ยว ก็เช่นกัน ส่งผลให้เกิดความรู้สึก ผ่อนคลายกับมันอย่างดีเลยล่ะ ดีต่อ ผู้ขับขี่สวนทางไปมา ต้องแอบยิ้มในใจว่า ไฟเลี้ยวสวยแฮะ


เนื่อง ด้วย เป็น Concept Bike เรายังต้องดูต่อไป ว่า มีโอกาสป้อนเข้าตลาด ในอนาคต หรือไม่? ต้องดูแนวโน้มตลาดผู้ขับขี่แนว Big Scooter ซึ่งตอนนี้ ยังคงทำตลาดได้ดี ในแถบยุโรป

Forza Z (ABS)

"Automatic Stylish Scooters สุดเนี๊ยบ ลุคโดดเด่น บนเครื่องยนต์ 250 CC 4 จังหวะ OHC ระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบขับเคลื่อน S-matic 7 speed ที่ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้พียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมระบบคอมบายเบรก ABS เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ชัวร์...ความสนุกแบบคูล!"

คันนี้ คือ รถต้นแบบ ของ ZAION นี่เอง .. ดูจากรูปทรง ของเจ้าตัวนี้แล้ว เอาไปต่อยอดกับ ZAION แล้ว แทบไม่ได้ต่างกันเท่าไร

ลืมถ่ายรูปมาค่ะ.. -*-“ จึงขอใช้รูปในอินเตอร์เน็ตที่ หาได้ใน GOOGLE มานะคะ


สำหรับชื่อรุ่น Forza นั่น.. เป็นภาษาอิตาเลี่ยน อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นแล้วนั้น ว่า คนอิตาลีเขาชอบขี่ สกู๊ตเตอร์กันนะคะ หมายถึง "ความแข็งแรง" สมจริง ๆ สายเลือด อิตาเลี่ยน แรงมากค่ะ ตั้งแต่สมัยโรมัน ยังเรืองอำนาจอยู่

ความจริงชื่อนี้ น่าจะไปใช้กับ superbike น่าจะเข้าท่าว่า อย่างเช่น Forza600RR 555+

ที่ นี้.. Forza ตัวนี้ มีวางขาย ด้วยโมเดลเดิม นี้ ตั้งแต่ปี 2007 ยังวางขายอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันค่ะ เน้นส่งออกไปยุโรป ค่ะ และเปลี่ยนเครื่องยนต์ถูกแทนที่ด้วย PGM-FI

ขออ้างอิงข้อมูล จากไซต์ Topspeed ที่เขียนไว้อย่างละเอียด ตรงกับความเป็นจริงที่สุด ..

การประหยัดน้ำมันของคันนี้ อยู่เฉลี่ยที่ 43 กิโลเมตร ต่อ ลิตร

กำลังอัดอยู่ที่ 10.2

แรงม้าสูงสุด อยู่ที่ 16/7,500 รอบต่อวินาที

แรงบิดสูงสุด ที่ 22/6,000 รอบต่อวินาที

น้ำหนัก 204 กิโลกรัม

ส่วนระบบ เบรก ABS คาดว่า เป็นออพชั่นเสริมนะคะ

คันนี้ ยังไม่เจออะไรที่น่าสนใจ อาจจะเป็นเพราะว่า มันชวนมองให้เป็น Scooter ที่ให้ความสะดวกสบาย และ หรูหรา ไว้ก่อน เป็นได้

โครงสร้างเฟรม ทำด้วย เหล็กชั้นดี และบอดี้ ได้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด "Rich Variety of Body Colors"

ปี 2008 ได้เสริมระบบเบรก ABS และ ปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่เพื่อรองรับมาตรฐานวัดไอเสีย



สุดท้าย แต่ยังไม่สุดท้าย..

นี่อาจจะเป็นทีเด็ดของ Honda ที่อาจจะชักชวน ให้ลองข้ามสายพันธุ์ใหม่!


DN-01 2009

"Automatic Sport Cruisers สายพันธุ์แท้ สง่างาม ไม่เหมือนใครด้วย Concept Relax & Coolเร้าใจเต็ม 680 CC 4 จังหวะ หัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ OHC ตอบสนองการขับขี่ที่หลากหลายด้วยระบบขับเคลื่อน 2 ระบบ จะสมูทแบบ รถ ออโต้ หรือ แรงดั่งใจแบบ Manual (เกียร์ธรรมดา) ก็เลือกสนุกกันได้ตามใจ ความมันส์ที่คุณ Control เอง"

นี่คือ.. Big Scooter แบบ American Styles !! เป็นคันแรกของโลก ที่ ข้ามสายพันธุ์ !

ตอน เดินลงมาหลังจากถ่ายรูปเจ้า GOLDWING เสร็จ ได้ชำเลืองมอง เจ้า DN-01 เดินปรี่เข้าไปทันที กับความคิดที่แว่บเข้ามาในหัว ว่า รถสวยนี่หว่า.!! ออกแนว sport ถูกใจเรามาก แถมยัง แฟริ่ง ที่ได้แนวคิด จาก หัวปลาฉลาม และ กระจก กับ ไฟเลี้ยว ดีไซน์ เข้ากันได้อย่างลงตัว ทำให้ เกิดถูกใจกับ คนที่รักความเนี๊ยบ อย่างเรา..

เข้าไปนั่ง คร่อมดูแล้ว นั่งสบายดี.. ตอนแรก นึกว่า เป็นเกียร์ออโต้ ! แต่พอลงจากรถแล้ว ไปดู ป้ายรายละเอียด ที่แนะนำรถคันนี้ อ่าว .. มี 2 ระบบเหรอเนี่ย ?? กลับไปดูรถใหม่ ปรากฎว่า ไม่ได้อยู่ที่แป้นพักเท้านะคะ

แต่มันอยู่ที่ แฮนด์ ! สังเกตดี ๆ นะคะ อยู่ซ้ายมือ กับ ขวามือ โฮ่ ๆ โฮ่ ๆ ทำให้ เรารู้สึกสนใจเจ้ารถคันนี้มากขึ้นไปอีก แต่เมื่อไปถามราคากับทางบูธ ทำให้ความสนใจตกลงไปทันที เมื่อรู้ราคาของมัน

14,000 US$ !!! เท่ากับ 5 แสนบาท ! แต่ช้าก่อน ราคานี้ยังไม่รวมภาษี โหด ในบ้านเรานะคะ เมื่อนำเข้ามาเอง ดูจาก 600 CC เบ็ดเสร็จแล้ว เก้าแสนกว่าบาท อ๋อย..

อิจฉา ชาวอเมริกัน ที่ เป็นประเทศเดียว ที่ส่งออก รถคันนี้ ไปขายอยู่ค่ะ ในราคานี้เท่านั้น

ได้ลองนั่งดูแล้ว ได้จับความรู้สึก 3 อย่างรวมกัน คือ Sportbike , Sport Touring และ Cruiser !

ทำให้เราได้นึกภาพเมื่อได้ขับขี่คันนี้ ออกเที่ยว คงได้ฟิลลิ่ง ที่แตกต่างออกไปแน่นอน

มาเข้าเรื่อง เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของมันกันดีกว่านะคะ ในด้านเทคนิค

รถคันนี้ ใช้ เครื่อง V-twin ตามมุมองศา ของแนวลูกชัก อยู่ที่ 54 องศา

ความลับของระบบเปลี่ยนเกียร์ ได้ท้งระบบ Auto กับ Manual คือ.. ค่าย Aprilia !

หลาย ๆ ท่าน อาจจะ สงสัย ว่า ทำไม ค่าย Aprilia ยอมแลก ข้อมูลของ Transmission ที่สามารถสร้างรถ Auto & Manual ให้กับ Honda ?? คือ.. โดยทั่วไปแล้วนั้น ไอเดีย หรือ แปลนเครื่องยนต์ ในตลาดแล้วนั้น.. ยังสามารถจดลิขสิทธิ์ไว้ได้ จึงมีการซื้อขายลิขสิทธิ์เกิดขึ้น ค่ะ ใครเป็นนักธุรกิจ หรือ เรียนด้านธุรกิจมาแล้ว คงเข้าใจในจุดนี้ดีนะคะ ไม่ขออธิบายเพิ่มเติม เพิ่มความยุ่งยากไปอีกนะคะ

เดิมที Aprilia ได้ คิดค้นเครื่องนี้มาก่อน ใคร ในโลก กับรถ Aprilia Mana 850 (ในรูป)

คันนี้ ลุค คล้าย ๆ กับ Gladius 650 ใช่ไหมคะ ^^

จริง ๆ แล้ว มันมีวางขาย ตั้งแต่ ปี 2006 แล้วค่ะ

Honda DN-01 ได้นำเสนอ รถคันนี้ ในงาน Tokyo Motor Show ปี 2005 และได้เล็งตลาด อเมริกาเหนือ เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก จึง ขับเคลื่อน DN-01 ออกวางขายในเดือนมีนาคม 2008

เพราะฉะนั้น จึงไม่ค่อยคุ้นตา บ้านเราเท่าไรนัก จนกระทั่งได้เห็นคันนี้เข้ามาในงาน Motor Show ครั้งนี้ (ขออภัยด้วย ถ้า มีเข้ามาแล้ว เมื่อปีที่แล้ว ปิ่นไม่ได้ไปงาน Motor Show มา 5 ปีแล้วค่ะ)


มาต่อ ที่ เจ้าเครื่อง Transmission HFT continuously variable, hydromechanical two-mode automatic with six-speed manual mode. หรือ.. ตัวนี้ มีหน้าที่ ที่สามารถเปลี่ยนโหมด ขับขี่ เป็น Auto หรือ Manual ค่ะ แปลตรงๆ หรือแปลให้สละสลวย ๆ มันดูทะ:-) นะ

HFT ย่อมาจาก Human-Friendly Transmission ช่างตั้งชื่อชวนให้น่าขี่จริง ๆ ค่ะ แต่มันก็จริง คือ ไม่มีคลัทช์ ไม่มีการกระแทกเกียร์ !

สำหรับ คนรุ่นใหม่ สามารถตอบสนองได้ทันที เมือ นำไปใช้จ่ายตลาด รถติด ก็ใช้โหมด Auto หรือ เวลาออกทริปเที่ยว เอามันส์ ก็ ใช้โหมด Manual ครบทุก ฟิลลิ่ง เลยค่ะ

ระบบเกียร์ ของ DN-01 มี 6 เกียร์ ค่ะ เอาให้มันส์เลยอ่ะจิ.. กับการเปลี่ยนเกียร์แฮนด์ อยู่ในตำแหน่งที่พอเหมาะมาก บน แฮนด์รถ กับ หน้าปัด LCD ดิจิตอล

มองดูดี ๆ เหมือนปลาฉลามนี่เอง

ได้อ่านจาก Review ของต่างประเทศ ได้ผลตอบรับ เป็น บวก ! ทุกสำนัก

เนื่อง ด้วยความสวยงามของบอดี้ ที่ผสมผสาน ไป ทั้ง 3 อย่าง ทำให้ได้ครบฟิลลิ่ง สำหรับคนหลายใจ ที่ขี่สลับเปลี่ยน ระหว่าง Sport กับ Cruiser ท่าจับแฮนด์ ให้ความรู้สึกเหมือนขี่ Scooter ท่านั่ง ก็ ได้แนว Cruiser ปนกับ Scooter ที่ให้ความสบายกับ ก้น ! ตำแหน่งวางเท้า ก็ Cruiser

ตำแหน่งความสูงของที่นั่ง ถูกจัดอยู่ในตำแหน่งที่สร้างความผ่อนคลาย แก่ ผู้ขี่ด้วย ถึงว่า ได้แต้มไปหลายแต้ม ปิ่นได้ลองนั่งดูแล้ว ได้ฟิลลิ่ง 3 อย่างจริง ๆ ด้วย

สวิงอาร์ม ก็ ใช้ โปรอาร์ม ที่มีโช้คอัพเดี่ยว ให้ความนุ่มนวล แก่ผู้ขับ และสามารถปรับตำแหน่งฟรีโหลด ได้ถึง 7 ตำแหน่ง ให้ความรู้สึก เหมือน ขี่ CBR ค่ะ เป็นเทคโนโลยีสวิงอาร์มใหม่ เห็นเขาว่างั้น

ความสะดวกสบาย เมื่อขี่เข้าไปในเมืองแล้ว เปลี่ยนโหมด Auto ได้อย่างง่ายดาย จอดเฉย ก็ง่าย เพียงกดปุ่มเดียว

เครื่อง ยนต์ ที่เงียบ.. เดินเบา แต่แรง อัตราเร่ง อาจจะช้าหน่อย.แต่ชัวร์ ! ไปกับ 60 แรงม้า จริง ๆ สามารถทำได้ถึง 100 แรงม้า ค่ะ ถ้า มีความสามารถ ที่จะรีดพลัง จากรถคันนี้นะคะ อยู่ที่ตัวคนขี่

กับ ความจุน้ำมัน ได้เพียง 4 แกลลอน ! เท่ากับ 15 ลิตร มากพอที่จะขี่ทางไกล มากกว่า 200 กิโลเมตร แน่นอน ตำแหน่งวางถังน้ำมัน อยู่ในฟิลลิ่ง sport มากค่ะ แต่ยังมีทีเด็ด คือ มีโหมด HFT ที่มากับ เครื่อง Transmission คุณสามารถปรับโหมด เป็น "Economic" ช่วยซดน้ำมันให้น้อยลง เมื่อเข้าไปในเมือง

ล้อรถ ใช้ยาง 17 นิ้ว อย่างนี้ ก็ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับ อะไหล่ยางสินะคะ หาได้ทั่วไปอยู่

โอย..อธิบายไม่หมดเลยค่ะ คือ มันดีไปหมดเลยค่ะ ในเชิงสเปกเครื่องยนต์ ยกเว้น ยังไม่ได้ลองขับขี่

สรุป คันนี้ น่าขี่มาก สำหรับ ทุกวัย ทุกเพศ ที่ขี่ได้ทุกที่ ดึงสายตา ผู้ขับขี่ที่ผ่านเราไปได้ทุกทิศทาง

ท่านที่ใช้ภาษาอังกฤษ ได้อย่างไม่มีปัญหา ลองค้นหาเพิ่มเติมได้ใน Google นะคะ มีข้อมูลเยอะแยะมากค่ะ




สามารถอ่าน ต้นฉบับเต็ม ๆ ได้ที่ //www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V7679032/V7679032.html


Create Date : 19 เมษายน 2552
Last Update : 19 เมษายน 2552 0:12:37 น. 1 comments
Counter : 4983 Pageviews.

 
คันแรก สวยมากเลย ชอบๆ


โดย: FreakGirL วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:13:01:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Pin_Two_Ride
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Drive by ,Miami Styles

***ใครอยากสอบถามข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติม อันเนื่องจากอ่าน blog แล้วนั้น สามารถส่งหลังไมค์ได้ เพราะเราไม่ค่อยได้เห็น คอมเมนต์ นะ หรือบางทีไม่เห็นเลยก็มี

ยินดีเสมอ
New Comments
Friends' blogs
[Add Pin_Two_Ride's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.