Loatyty WebSpazEzz
 
 

ข้อคิดถึงน้องที่กำลังจะกลายเป็น intern ใหม่ เดือนหน้านี้นะครับ

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับน้องๆ และครอบครัวของน้องๆ ทุกคนนะครับ ที่จะได้มีคุณหมอใหม่ๆ ดีๆ มาบำบัดทุกข์ ให้กับคนเจ็บ คนทุกข์

พี่มีข้อคิดที่อยากจะบอกเล่าต่อให้น้องๆ นิดหน่อยนะ

อันดับแรกนี้พี่ขอให้ทุกคนระวังเรื่องอุบัติเหตุ ไม่ว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ หรืออุบัติเหตุจากการทำงาน โดนมีด โดนเข็มตำ เพราะอย่าลืมว่าชีวิตตัวเราเองสำคัญที่สุดนะครับ ก่อนที่เราจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ต้องทำให้ตัวเราเองมีความสุขก่อนนะครับ เรามักจะได้ยินกันอยู่เสมอว่ามีอุบัติเหตุกับบัณฑิตใหม่ อาจจะเป็นเพราะความคึกคะนองของวัยเรา หรือเป็นเพราะไม่เคยชินกับการขับรถทางไกลหรือในต่างจังหวัด หรือการที่เราต้องมานั่งทำงานอยู่เวรกันมากๆ อดหลับอดนอน ขอให้ทุกคนมีสติครับ

สองพี่อยากให้คิดว่าปีที่ใช้ทุน เป็นปีที่เรากำลังจะได้ประสบการณ์ในชีวิตแพทย์มากที่สุด มากกว่าตอนเป็นนักศึกษาแพทย์ และเป็นปีที่เราเริ่มมีความรับผิดชอบจริงจังในชีวิตคนไข้ เพราะฉะนั้นอยากให้เอาคนไข้เป็นหลักก่อน อย่าพึ่งคิดว่าเราเรียนมาตั้งนาน ถึงเวลาเริ่มทำงานหาเงินแล้ว แต่คนที่มีความจำเป็นพี่ก็ไม่ได้ว่านะ แต่อยากให้ทุ่มเทเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงจุดนี้ให้มากที่สุด ให้เราเติบโตเป็นหมอที่มีประสบการณ์เต็มที่ ทำเป็นทุกอย่าง ไม่กลัวไม่ว่าจะเจอเคสอะไร เพราะแนวโน้มทุกวันนี้การฟ้องร้องเกิดขึ้นเยอะมากครับน้อง ส่วนเรื่องสตาฟใช้เราทำงานแต่ตัวเองรับเงิน ก็แล้วแต่ที่นะครับอย่างที่บอกทุกที่มีทั้งคนดีและไม่ดี อันไหนที่เราคิดว่ามั่นใจทำได้ก็ทำครับ ส่วนอันไหนไม่มั่นใจก็ให้บอกปฏิเสธไปเลย ไม่ต้องกลัวครับ ไม่มีใครว่าอะไรเราได้แน่ๆ แต่ถ้าไม่แน่ใจแล้วทำเนี่ยความผิดอยู่ที่เราเต็มๆครับ แม้ว่าสตาฟจะบอกว่า cover เรา แต่พอถึงเวลายังไงเราก็ไม่พ้นเป็นจำเลยที่ 1 หรือ 2 แน่ๆ ครับ อย่างที่บอกให้คิดว่าคนไข้เหมือนเป็นญาติเราจริงๆ แล้วจะได้ไอเดียครับว่าตัวเราเองอยากที่จะรักษาแบบไหน

สามให้ท่องไว้ว่า อดทน อดกลั้นครับ ก็เหมือนตอนที่เราอยู่ในโรงเรียนแพทย์แหละครับ ทุกที่ไม่ว่าคนไข้หรือเพื่อนร่วมงานมีทั้งคนที่คิดดีและคิดไม่ดี คนที่ไม่ค่อยมีความรู้แล้วชอ่บ บ่นหรือชอบว่า ก็ฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไปนะครับน้อง โดยเฉพาะ scrub หรือ Anes หรือพยาบาลห้องคลอด ER อะไรก็แล้วแต่ ทนให้มันผ่านไปครับน้อง จากคนที่เค้าว่าๆหรือ เขม่น แพทย์ใช้ทุน ตอนหลังที่ให้เวลาพิสูจน์ตัวเรา เค้าจะเป็นฝ่ายที่มาเข้าหาเราเองครับ พี่คิดว่าพี่ใช้มาแล้วได้ผลเลยมาบอกต่อครับ

วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ ถ้าพี่นึกอะไรได้จะมาแก้ไขให้เพิ่มเติมครับ




 

Create Date : 07 เมษายน 2551   
Last Update : 7 เมษายน 2551 19:34:49 น.   
Counter : 151 Pageviews.  


การแพทย์ในประเทศไทยในปัจจุบัน

สำหรับ น้องๆ ที่มีกำลังจะเรียนจบมัธยมศึกษา และมีความสนใจในการเรียนต่อแพทย์ และน้องๆ ที่กำลังศึกษาแพทยศาสตร์อยู่

ก่อนอื่นขอแนะนำตัว เล็กน้อย
พี่จบจาก คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล (รหัส 44....)
เป็น ศิริราช รุ่น 112
ตั้งใจเรียนแพทย์ เพราะในครอบครัวไม่มีแพทย์ จึงเริ่มเห็นความจำเป็นที่สุขภาพคนที่เรารักนั้นสำคัญไม่แพ้เรื่องของเงิน จึงตัดสินใจตั้งแต่ตอนอยู่ ม.2 จึงเริ่มตั้งใจเรียน ตอน ม.ปลายได้ย้ายไปรร.เตรียมอุดม (เดิมอยู่เซนต์ดอมินิก)
สำเร็จการศึกษา ปี 50 ออกไปเป็นแพทย์ใช้ทุนที่ รพ.ระยอง

จากประสบการณ์ ที่ได้รับมาตลอดการเรียนและการทำงานมา 1 ปี
อาชีพแพทย์


เป็นอาชีพที่ดี คือได้ช่วยผู้ป่วย ผู้มีทุกข์ไม่ว่าทุกข์กายหรือใจ (จริงๆแล้งผู้ป่วยเกินกว่าครึ่งมักมีอาการทุกข์ในกลัวเป็นโรคมากกว่าอาการทางกายเสียอีก) เวลาเห็นคนป่วยหายทุกข์หายไข้ พี่เชื่อว่าทุกคนจะรู้สึกภูมิใจ และอิ่มใจ

เป็นอาชีพที่รายได้พอไปได้ พี่ขอเน้น คำว่าพอไปได้ เพราะพี่มีความรู้สึกว่าหลายๆ คนยังเข้าใจผิดว่าแพทย์เป็นอาชีพที่รายได้สูง ตรงนี้พี่จะขออธิบายคร่าวๆ ว่าแพทย์จบใหม่ เงินเดือน 10000 มีเงินพตส เหมือนเป็นเงินจากใบประกอบโรค อีก 5000 และ เงินไม่ทำคลินิกอีก 10000 ดังนั้นรายได้หลักจริงๆ จะประมาณ 25000 ส่วนรายได้เสริมได้แก่รายได้อยู่เวร จะได้อีกเฉลี่ย 10000-30000 แต่พี่จะพูดถึงการอยู่เวรต่อไปนะ

เป็นอาชีพแห่งการเรียนรู้ทั้งชีวิต เนื่องจากสายอาชีพนี้ยังมีการคิดค้น วิจับเพิ่มเติมตลอดเวลา แพทย์ที่จบไปถ้าไม่คอยตามจะกลายเป็นหมอหลังเขา หรือ หมอตี๋ได้ง่ายๆ ใน 5-10 ปี แต่พี่ว่าน้องที่จะมาเรียน ส่วนใหญ่เป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วนะ นอกจากนี้แล้วน้องๆ คงทราบว่าแพทย์มีหลักสูตร 6 ปี คือจบมาอายุประมาณ 24-26 ปี แล้ว หลังจากนั้นจะโดน มัดมือชกครับ ให้ใช้ทุนต่อ 3 ปี ที่บอกว่ามัดมือชกคือ จะใช้เงินคืนก็ได้แต่มักจะทำให้หมดสิทธิ์เรียนต่อในสาขาที่ไม่ขาดแคลนครับ สรุปคือเมื่อน้องใช้ทุนครบเนี่ยอายุก็จะประมาณ 27-29 ปีครับ ซึ่งพอถึงเวลานั้น น้องจะต้องเริ่มคิดถึงการเรียนต่อสาขาเฉพาะทางซึ่งใช้เวลาอีก 3-5 ปีครับ ถึงตอนนี้น้องคงพอนึกภาพกันออกใช่มั้ยครับว่า เป็นการเรียนทั้งชีวิตจริงๆ แล้วลองคิดดูถึงผู้หญิงสิครับ จะใช้เวลาไหนมาแต่งงาน หรือ ตั้งท้อง หรือ เลี้ยงลูก ลำบากมากครับ

เป็นอาชีพแห่งการเสียสละ(คุณสมบัติที่ดีที่สุดและควรมีที่สุด) นั่นก็คือการทำงานไม่เหมือนสาขาอื่นๆ ครับ ชีวิต ความทุกข์ ทรมาน คนไข้ ขึ้นอยู่กับเรา ถ้าเราทำงานโดยเห็นแก่ความสบายตัวเองเป็นหลัก เช่น คนไข้ปวดท้อง ปวดหัว ไม่ว่ากี่โมง เราต้องท่องเอาไว้ครับว่า คนไข้ต้องมาก่อน เค้าทุกข์อยู่ และที่เราเรียนมาก็เพื่อสาเหตุนี้นะ แต่พี่เข้าใจครับว่า แพทย์ทุกคนเหนื่อยมาก ไม่ค่อยมีเวลาพัก แต่ถ้าเรารักอาชีพนี้จริงๆ เราต้องทำได้ครับ

เป็นอาชีพในสายวิชาชีพ นั่นก็คือเราต้องทำงานด้วยฝีมือตัวเองไงครับ ไม่ใช่สายธุรกิจ หรือบริหาร ที่ใช้ศิลปะของการจัดการ แรงงาน ทรัพยากร แต่อาชีพแพทย์คือเราต้องดูผู้ป่วยด้วยตนเองครับ ดังนั้นน้องที่รักจะทำธุรกิจพี่ไม่แนะนำครับ ให้น้องไปเรียน วิศวะ หรือ BBA อะไรไปเลย คุ้มค่ากว่าครับ
คือพี่ไม่เถียงว่ามีคุณหมอที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจด้วย แต่จะมีซักกี่คนละครับ

เป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมีเวลา ครับเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการอยู่เวรและเรียนต่อเป็นส่วนใหญ่ กว่าจะมีเวลาให้ครอบครัวจริงๆ คงต้อง 30 ปลายๆ ครับ

เป็นอาชีพที่เสี่ยงต่อชีวิต คือ พวกเชื้อโรคทั้งหลายไงครับ ไม่ว่าเชื้อไข้หวัดธรรมดา เชื้อไวรัสตับอักเสบ เชื้อโรคเอดส์ เชื้อวัณโรค

เป็นอาชีพที่เสี่ยงต่อการถูกฟ้อง ครับอันนี้พี่รับประกันได้เลยว่าเกิดมาไม่มีคนที่ไม่เคยทำอะไรผิด แต่แพทย์เป็นอาชีพที่ปัจจุบันคนมองว่าห้ามผิดครับ เพราะผิดหมายถึงชีวิตได้เลย เดี๋ยวนี้ไม่มีคนมามองหรอกครับว่าเราไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น ถึงตอนนี้แพทยสภา พยายามที่จะมีมาตรการคุ้มครองอยู่ครับแต่ก็ยังไม่เห็นอนาคตซักเท่าไหร่ ข่าวล่าสุด ก็คือ มี พี่หมอถูกฟ้องคดี ให้ยาชาทางไขสันหลัง แล้วคนไข้เสียชีวิตไงครับ ศาลให้จำคุกเลย ขอบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ให้แพทย์ติดคุก ถามว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากความประมาทมั้ย แพทย์ทุกคนรู้แก่ใจครับว่าเกิดขึ้นได้ตลอด ไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้เลย

เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะครับ พี่ขอโทษที่โดยส่วนมากจะทำให้น้องๆ หลายๆ คนขวัญเสียนะ แต่พี่ขอเป็นกำลังใจให้น้องที่มีความตั้งใจจริง ประสบความสำเร็จกับสิ่งที่น้องเคยฝันไว้ ขอให้น้องๆ จำอุดมการณ์ที่ตั้งไว้ขณะนี้ไว้เตือนใจตลอดชีวิต ช่วยกันทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นครับ

ปล.ถ้ามีพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ คนไหนอยากคอมเมนท์เพิ่มเติม ตามสบายเลยนะครับ ผมแค่เขียนเพื่อเป็นวิทยาทานแก่น้องๆครับ




 

Create Date : 07 เมษายน 2551   
Last Update : 7 เมษายน 2551 14:54:54 น.   
Counter : 703 Pageviews.  



Doctor ตี้
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Loatyty SpaceZzEz


[Add Doctor ตี้'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com