Now and Forever ..OKT..
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
29 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
ครั้งนั้น..... เมื่อวันวาน....

>
"เพื่อน" คำนี้ให้ความรู้สึกอะไรกับคุณได้บ้างค่ะ
แน่นอน..ทุกคนย่อมมีเพื่อน แต่คำว่าเพื่อนของแต่ละคนอาจมีคำจำกัดความที่ไม่เหมือนกัน
เราจะนับใครคนนึงที่เดินเข้ามาในชีวิตเรา ว่าเค้าจะเป็นเพียงคนรู้จัก หรือจะเป็นเพื่อน ได้จากอะไรบ้าง ทุกคนคงมีคำตอบที่ต่างกัน
แล้วตั้งแต่เล็กจนโต เรามีเพื่อนกันมากี่คน ใครนับได้บ้าง

ตอนเป็นเด็ก เราถูกเลี้ยงให้เติบโตในสถานที่ที่เรียกว่า บ้าน ครั้งเมื่อจำความได้ เริ่มพูดรู้เรื่อง เริ่มเดินได้ เพื่อนสมัยนั้น ก็คงเป็นเด็กๆในละแวกบ้านเดียวกัน
ในตอนนั้น เพื่อนเหล่านั้น ก็คงจัดได้ว่าเป็น เพื่อนเล่น เจอหน้ากัน เพื่อจะเล่นซน เล่นสนุก ตามประสาๆเด็กๆ

เมื่อถึงเวลาเข้าโรงเรียน เราได้เจอเพื่อนมากขึ้น เพื่อนเหล่านั้น เป็นทั้งเพื่อนร่วมห้องเรียน เพื่อนร่วมชั้นเรียน กระทั่ง เพื่อนร่วมโรงเรียน
และในหน่วยที่เล็กที่สุดที่เรียกว่า ห้องเรียน เพื่อนสนิท ก็จะเกิดจากที่นี่ หลายคนคงจะมีกลุ่มเพื่อน อาจจะมีสมาชิกแค่ 2-3 คน หรือ มากกว่านั้น
ณ ตอนนั้น เพื่อนกลุ่มนี้ คงจะเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลกับชีวิตเรามากที่สุดกลุ่มหนึ่ง และเรื่องราวหลายๆเรื่อง ก็เกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า "เพื่อน" นี่แหละค่ะ


ตั้งแต่เริ่มจำความได้ เพื่อนที่สนิทที่สุดในตอนนั้น ก็คงเป็นเพื่อนในละแวกบ้าน ด้วยความที่อายุไล่เลี่ยกัน โตมาด้วยกัน
เราเลยได้ทำอะไรๆด้วยกันมาตลอด เข้าโรงเรียน ก็ที่เดียวกัน เรียนพิเศษ ก็ที่เดียวกัน กิจกรรมหลายๆอย่าง ก็ทำคล้ายๆกัน
แต่เราก็ไม่เคยได้อยู่ห้องเดียวกันเลย แต่ตอนนั้น ชั้นรู้สึกว่า เพื่อนคนนี้แหละ ที่ชั้นสนิทที่สุด

ความทรงจำเกี่ยวกับเพื่อน ที่ค่อนข้างเลวร้ายเรื่องนึง ที่เกิดขึ้นสมัยประถม คือ ตอนนั้นชั้นเรียนอยู่ป. 3 เด็กมากนะคะคุณ
ด้วยความที่สมัยนั้นค่อนข้างเป็นเด็กกิจกรรม ทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด ครั้งนั้น ไม่แน่ใจว่าโรงเรียนจะมีงานอะไร
ทำให้ช่วงพักเที่ยง ชั้นจะต้องไปซ้อมรำ การซ้อมครั้งนั้น ใช้เวลาค่อนข้างนาน นานจนเลยเวลาพักเที่ยง นานจนผ่านคาบเรียนแรกของช่วงบ่าย
หลังจากซ้อมเสร็จ ชั้นกลับขึ้นห้องเรียนด้วยใจหวั่นๆ ก็มันเลยเวลาเริ่มต้นของคาบเรียนที่สองไปแล้วนี่คะคุณ ตอนนั้น ชั้นรู้สึกแปลกๆ และเริ่มกลัว
เพราะคุณครูประจำชั้นตอนนั้น ท่านไม่ค่อยพอใจกับการทำกิจกรรมอะไรแบบนี้เท่าไหร่นัก ท่านชอบให้นักเรียนของท่านสนใจแต่การเรียน
ท่านบอกว่าการทำกิจกรรมพวกนี้ จะทำให้เด็กเสียการเรียน
และเมื่อชั้นขออนุญาตคุณครู เดินเข้าห้อง ชั้นก็พบกับบรรยากาศแปลกๆ ทั้งห้องเงียบกริบ หันไปทางไหน ไม่มีเพื่อนคนไหนยอมคุยกับชั้นเลย
ชั้นไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พอรู้สึกได้ว่า ครั้งนี้ คุณครูคงไม่พอใจเอามากๆ เลยส่งผลให้เพื่อนทั้งห้อง กลายเป็นแบบนั้นไป ตกลง ชั้นผิดรึเปล่าเนี่ย
แล้วชั้นจำไม่ได้ว่าเหตุการณ์วันนั้น มันผ่านไปได้ยังไง แต่ที่แน่ๆภาพบรรยากาศวันนั้น ยังติดตาชั้นมาจนทุกวันนี้

โตขึ้นมาอีกหน่อย ตอนนั้นเรียนชั้นประถมปีที่ 6 ชั้นเริ่มมีกลุ่มเพื่อนสนิทที่คิดว่าสนิทกันอย่างจริงๆจังๆ ในกลุ่มเราจะมีอยู่ 6 คน
จำไม่ได้ว่าเรามาสนิทกันได้ยังไง เพราะก่อนหน้านี้ เราอยู่กันคนละห้องมาตลอด และ 2 คนในกลุ่ม ก็เป็นนักเรียนที่ย้ายมาจากต่างจังหวัดด้วยซ้ำ
การสนิทกันสมัยนั้น ก็เป็นแบบสนิทกันในโรงเรียนซะมากกว่า ในห้องเรียน เราจะนั่งติดกันเป็นกลุ่ม หรือไม่ก็นั่งใกล้กันมากที่สุด แต่ก็ยังต้องเป็นคู่ๆ
ทำงานกลุ่ม ก็ต้องอยู่กลุ่มเดียวกัน แต่ถ้าต้องแยกกลุ่ม ยังไง เราก็ต้องไปเป็นคู่ ให้อุ่นใจไว้ก่อนว่ายังมีเพื่อนสนิทอยู่ด้วยกัน
ครั้งนึง เคยมีเพื่อนๆทักว่า กลุ่มนี้ ทำไมลายมือคล้ายกันทั้งกลุ่ม ชั้นพอจะจำได้ว่า แรกๆ ลายมือพวกเรา ไม่ได้คล้ายกันเลยนะ
แต่คบกันไปเรื่อยๆ ไม่รู้ทำไม มันคล้ายกันไปเอง ก็แปลกดีเหมือนกัน
จนกระทั่งจบชั้นป. 6 พวกเรา 5 คน ก็เข้าเรียนชั้น ม. 1 ที่โรงเรียนเดียวกัน แต่ก็อยู่กันคนละห้อง ส่วนอีก 1 คน ย้ายไปเรียนที่ต่างจังหวัด
เรา 5 คน ยังรู้จักกัน แต่ความสนิทอาจจะมีไม่เท่าเก่า คงเพราะความห่างที่เกิดขึ้น

ชั้นม.1 กับชุดนักเรียนแบบใหม่ ในโรงเรียนใหม่ ที่เป็นโรงเรียนหญิงล้วนในชั้นม.ต้น ชั้นตื่นเต้นน่าดู แต่เปิดเรียนได้ไม่กี่วัน ชั้นก็ไม่สบาย ไม่ได้ไปโรงเรียนเป็นสัปดาห์
กลับมาเรียนอีกครั้ง ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นคุยกับเพื่อนยังไง เพราะไม่ได้เห็นหน้าเห็นตากันมาตั้งแต่แรก ตอนนั้น ก็หวั่นๆอยู่เหมือนกันว่าชั้นจะมีเพื่อนกับเค้ามั้ย
แต่แล้ว ชั้นก็มีกลุ่มเพื่อนสนิทกะเค้าอีกจนได้ ครั้งนี้ 6 สาวอีกแล้วค่ะ
สำหรับชั้น ความทรงจำเรื่องระหว่างพวกเราตอนม. 1 อาจจะไม่ชัดนัก ผ่านมาได้แบบงงๆค่ะ แต่มีเพื่อนกลุ่มนี้แหละ ที่อยู่ด้วยกันมาตลอด
ขึ้นชั้นม.2 พวกเราสนิทกันมากขึ้น ผ่านเรื่องราวทั้งดี ทั้งแย่ และทั้งแปลกๆ กันมาก็หลายเรื่อง เรื่องราวที่เกิดขึ้นในกลุ่มเอง ก็มีให้ปวดหัวกันไม่น้อย
ก็แหม สาวๆ ตั้ง 6 คนนะคะ มันจะเข้าใจกันไปซะทุกเรื่อง ก็ดูจะเหมือนรวมพลังสาวๆพาวเวอร์พัฟเกิร์ล 2 แกงค์เกินไป มันต้องมีไม่เข้าใจ น้อยใจ หรืองอนๆกันบ้าง ตามประสาสาวๆ
เรา 6 หก มีที่นั่งประจำในห้องเรียน และต้องนั่งด้วยกันตลอด คู่ใคร คู่มัน ครั้งนึง ชั้นไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หนึ่งสาวซี้ปึ้กที่นั่งคู่ชั้นตลอด เธอไม่ยอมพูดไม่ยอมจากับชั้นค่ะ
ถามเท่าไหร่ เธอก็บอกว่าไม่มีอะไร ไม่ได้เป็นอะไร อ้าว.... ก็เห็นๆกันอยู่ว่าเธอไม่พูดกับชั้น หน้าตาบูดบึ้ง เฮ้อ...เอาเหอะ เพื่อนว่าไม่ ชั้นก็ไม่ แต่.......ไม่ใช่ไม่สนนะคะ
ไม่กลั้นแล้วต่างหาก ทำนบพังเจ้าข้า บ่อน้ำตาแตก วิญญาณเจ๊ใหม่เข้าสิง ร้อง.......อยากจะร้องไห้......ร้อง.....จนไม่เหลือน้ำตา ก็คนมันแคร์เพื่อนนี่นา
555 แต่ร้องยังไง เพื่อนก็ไม่สน งงมั้ยละคะ เอาเป็นว่า ร้องไห้จนเหนื่อย จนเลิกร้อง แล้ววันนั้น มันก็ผ่านไป แต่เราก็ยังไม่ได้เคลียร์อะไรกันค่ะ
แล้วจำไม่ได้ด้วยว่าเรามาคุยกันได้ตอนไหน แต่พอได้มาคุยกัน ถามย้อนกลับไปเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้น ก็พอจะเข้าใจเพื่อนค่ะ
ว่าบางครั้ง คนเราก็คงอยากมีช่วงเวลาส่วนตัวกันบ้าง ดังนั้น ถือเป็นการเรียนรู้เพื่อนไปในตัวค่ะ คิดจะคบกันไปยาวๆ ก็ต้องเรียนรู้นิสัยกันให้ถ่องแท้ จริงมั้ยคะ
3 ปีที่พวกเราอยู่ด้วยกัน ก็ผ่านอะไรๆกันมาเยอะเชียวค่ะ ทั้งเรื่องในกลุ่มกันเอง เรื่องระหว่างกลุ่ม เรื่องนอกโรงเรียน อ๊ะๆ ไม่ใช่มีเรื่องกับต่างโรงเรียนนะคะ
เจ้าเรื่องนอกโรงเรียนที่ว่าน่ะ ก็เรื่องหนุ่มๆละค่า ก็แหม สาวๆทั้งนั้น จะขาดเรื่องนี้ไปได้ยังไง
ชั้นอยู่กับเพื่อนกลุ่มนี้จนกระทั่งจบชั้นม.3 ก็มีอันต้องแยกย้ายกันอีกแล้วค่ะ 3 ใน 6 สาวเลือกที่จะเรียนต่อม.ปลายที่โรงเรียนเดิม
ส่วนชั้น กับอีก 2 สาว เลือกที่จะเปลี่ยนบรรยากาศไปเรียนอีกโรงเรียน ที่ไม่ห่างกันเท่าไหร่ แต่บรรยากาศต่างกันลิบค่ะ
ก็ที่ใหม่เป็นโรงเรียนที่ถึงแม้ม.ปลายจะเป็นแบบสหศึกษา คือมีทั้งหญิงและชาย แต่ม.ต้น ชายล้วนค่ะ ดังนั้น ทั้งโรงเรียน นักเรียนชายย่อมมากกว่านักเรียนหญิงเป็นแน่
สนุกละค่ะงานนี้


แค่วันประกาศผลสอบเข้าชั้นม. 4
ก็ทำเอางงแล้วค่ะว่าชีวิตตัวเองจะเป็นยังไงต่อไป
ชื่อชั้น
ดันไปอยู่ในอันดับที่จะต้องเรียนร่วมชั้นกับเด็กประเภทที่เค้าเรียกกันว่า "เด็กเรียน"
โฮฮฮฮ สวรรค์กลั่นแกล้ง ชั้นรู้ตัวดีว่าระดับหัวสมองมีแค่ไหน
เรียนม.ต้นมาแบบสบายๆ ไม่ได้เก่งขนาดเคยเป็นตัวแทนโรงเรียนไปสอบแข่งขันใดๆ ทั้งสิ้น
แล้วไงเนี่ย ชั้นจะเป็นยังไงล่ะ มิโดนเหยียบจมดินไปเลยเหรอ โอยยยย
คิดแล้วกลุ้ม แต่ก็ยังอุ่นใจอยู่เรื่องนึงคือ ครึ่งนึงของนักเรียนหญิงทั้งชั้น
มีหนึ่งสาวเท่านั้นที่ชั้นไม่รู้จักมาก่อน เพราะเธอย้ายมาจากต่างจังหวัด
นอกนั้น เราเรียนม.ต้นที่เดียวกันหมดค่ะ ถึงแม้จะต่างห้องกัน
แต่เราก็พอรู้จักกันบ้าง
เอาล่ะ ยังไงก็ต้องเริ่มต้น ลองดูซักตั้งละกัน

ชั้นม.4 สายวิทย์-คณิต ในโรงเรียนที่มีสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป
เด็กเรียน ใครๆก็คงคิดว่าพวกนี้คงเรียนกันเป็นบ้าเป็นหลัง
แต่หลังจากชั้นเข้ามาอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ได้พักใหญ่ เลยได้รู้ว่า
จริงๆแล้ว เพื่อนๆชั้นก็ไม่ได้คร่ำเคร่งกับการเรียนอย่างเดียว
กิจกรรมหลายๆอย่างของโรงเรียนพวกเราก็เข้าร่วม
โดยมีตัวตั้งตัวตีเป็นพวกเราสาวๆนี่แหละ
หนุ่มๆเค้าคงเครียด ยัยพวกนี้ อะไรกันนักหนา ครั้งนึง
ต้องขึ้นร้องเพลงคริสต์มาสบนเวที โหหหหหห กว่าจะผ่านงานนั้นได้
เล่นเอาเครียดกันทั้งห้องไปหลายรอบค่ะ
แต่หลังงานนั้น เหมือนพวกเราทั้งห้องจะเข้าใจกันมากขึ้น
และสนุกด้วยกันมากขึ้น

เรียนที่นี่ ชั้นมีเพื่อนสนิทกลุ่มนึงที่มีทั้งสาวแท้ และหนุ่มเทียม
สนุกค่ะ ได้ทำอะไรแปลกๆเยอะดี
ถึงแม้ชั้นจะไม่มีเวลาอยู่กับเพื่อนกลุ่มนี้มากนัก
(เพราะเอาเวลาบางส่วนไปให้กับใครบางคนอยู่บ้าง) ผ่านปีแรกที่นี่ไปได้
แววเริ่มออกค่ะ อย่างที่บอกตอนแรก ชั้นไม่ใช่คนเรียนเก่งอะไรเล้ย
ก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะมาเลือกเรียนสายนี้ทำไม
เพราะลึกๆแล้ว ชั้นรู้สึกว่าตัวเองเหมาะที่จะเรียนสายศิลป์มากกว่า ดังนั้น
แววที่ว่าเริ่มออก คือเกรดเทอมแรกออกมาแบบดูไม่ได้เลยค่ะ 555
เล่นเอาเศร้าไปหลายวันอยู่
เริ่มชั้นม. 5 ก็ได้เพื่อนๆในกลุ่มและนอกกลุ่ม รวมทั้งนอกห้องบางคน
ช่วยผลักและดัน แต่.... ไม่สามารถค่ะ มันไม่ทำให้ชั้นเรียนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ผ่านฉลุย
ครั้งแรกในชีวิตที่เรียนได้เกรด "ศูนย์" วิชานั้นคือ...... ฟิสิกส์...
ชั้นไม่เข้าใจเอาเลยว่าทำไมชั้นถึงไม่เคยชอบวิชานี้
และไม่เคยรู้เรื่องมันเลย ช่างมันเถอะ ผ่านไปแล้ว
ให้มันผ่านไปดีกว่า

เรื่องเศร้าของชั้นอีกเรื่องเมื่อจบชั้นม. 5 คือ เพื่อนบางคน
สามารถสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ทำให้ในห้องเหลือกันอยู่ไม่กี่คน
ช่วงนั้นรู้สึกกดดันมาก เหมือนตัวเองเป็นคนประหลาด
อะไรกัน เรียนห้องนี้ ทำไมสอบเอนท์ไม่ติด เศร้าหนักเลยค่ะช่วงนั้น
เลยต้องพยายามให้มากกว่าเดิม ประกอบกับชั้นเลือกสอบในสายที่เพื่อนๆไม่ได้เลือกกัน
เลยต้องสู้เองสุดฤทธิ์
แต่ในที่สุดก็ผ่านไปได้ด้วยดี จำได้ว่า วันประกาศผลสอบ
พวกเราอยู่รวมกันหมด ดีใจกันมาก มีความสุขมากจริงๆค่ะ

ทุกวันนี้ เพื่อนสมัยเด็กๆ บางคน ห่างหายกันไปตามหน้าที่ความรับผิดชอบ
และระยะทางที่ห่างกัน แต่ก็ยังได้ยินข่าวคราวกันบ้างเรื่อยๆ
หนึ่งสาวสมัยม.ต้น ข่าวว่าเธอแต่งงานกับหนุ่มต่างชาติ
และใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ เราไม่ได้เจอกันมานานมากแล้ว ดีใจกับเพื่อนด้วยนะ
อีกหนึ่งสาวสมัยป.6 ที่เราได้เรียนด้วยกันอีกครั้งในมหาวิทยาลัย
เธอแต่งงานไปเมื่อปลายปีที่แล้ว คงจะมีข่าวดีเร็วๆนี้

เพื่อนหลายคน เราอาจจะไม่ได้เจอกันเลยเป็นปีๆ แต่หลายครั้งที่เราได้เจอกัน
ก็ยังรู้สึกได้ถึงความเป็นเพื่อนที่เรามีให้กัน


ชั้นเชื่อนะ ที่ใครเค้าว่า "เพื่อนกัน ไม่ต่อก็ติด" ......





Create Date : 29 สิงหาคม 2548
Last Update : 5 กันยายน 2548 8:08:56 น. 6 comments
Counter : 205 Pageviews.

 
เพื่อนทำให้เราไม่เหงางัยคะ


โดย: แม่จัสติน (Baby I love you ) วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:1:29:41 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ
เพื่อนทำให้เราไม่เหงาจริงๆ


โดย: หมูกระปุก วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:1:36:19 น.  

 
พี่มีแต่เพื่อนผู้ชายซะส่วนมาก อิอิ
ก็เลย ห้าวๆ มาจนทุกวันนี้ ติดเป็นนิสัย

แต่ไม่ใช่สันดาน ฮ่าๆๆ


โดย: แตนต่อย วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:4:40:55 น.  

 
มาดู



ว่าลืมกันไปหรือยัง


โดย: สงวนศรี IP: 58.136.97.216 วันที่: 30 สิงหาคม 2548 เวลา:14:22:26 น.  

 
เอามาฝาก
อย่ามองข้ามใครคนนึงไป..เพียงเพราะหาเหตุผลที่จะรักไม่ได้ *~๏

ถ้าเราเกิดมาเพื่อที่จะรักใครซักคน
คนๆ นั้นจะรักเราตอบ
แต่ถ้าเราเกิดมาเพื่อที่จะรักใครหลายๆ คน
เชื่อเถอะว่าจะไม่มีใครรักเราจริงเลย แม้แต่คนเดียว

บางครั้ง ความรัก
อาจเดินผ่านเข้ามาในชีวิตเราเพียงครั้งเดียว
และไม่หวนคืนกลับมาอีก
เราไม่อาจรู้ได้เลยว่า
ความรักครั้งนี้หรือครั้งไหน จะเป็นความรักครั้งสุดท้าย

มีหลายครั้งที่เราตามหา แต่ความรักกลับหนีไป
มีหลายครั้งที่เราไม่สนใจ แต่ความรักก็กลับเดินเข้ามา

อย่า...อย่ามองข้ามใครคนนึงไป
เพียงเพราะหาเหตุผลที่จะรักไม่ได้

อย่า...ถามหาเหตุผลเมื่อจะรักใคร
แต่ให้ถามสัมผัสจากหัวใจ ว่ารู้สึกอย่างไร

อย่า...มองหาความรักด้วยสายตา
แต่ให้มองหาความรักด้วยหัวใจ

อย่า...เชื่อคำว่ารักที่ได้ยินจากหูทั้งสอง
แต่ให้เชื่อคำว่ารักที่ดังก้องมาจากความรู้สึก
และส่วนลึกของหัวใจ

ความรัก เป็นสิ่งที่มีค่า
แต่มันจะไร้ค่า ถ้าไม่มอบให้ใคร

หากวันนึง เราพบใครซักคน
ที่มองเห็นคุณค่าความรักของเราแล้วหล่ะก็
มอบความรักให้เขาไปเถอะ
แล้วเราจะรู้ว่า... ความรักนั้น...มีค่า..
และมีความหมายเพียงใด

จากคุณ : Milo_B - [ 2 ก.ย. 48 14:12:57 ]


โดย: ไกรสีห์ IP: 58.136.102.86 วันที่: 2 กันยายน 2548 เวลา:16:32:12 น.  

 
มิตรภาพจากเพื่อน..เป็นสิ่งที่มีค่าและยั่งยืน


โดย: @@ IP: 203.188.15.16 วันที่: 4 กันยายน 2548 เวลา:11:44:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หมูกระปุก
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ท้องฟ้า" .. บอกอะไรได้หลายๆอย่าง คุณว่ามั้ย..
แล้วคุณล่ะ ..ชอบท้องฟ้าแบบไหน


Friends' blogs
[Add หมูกระปุก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.