@ เด็กชายภูมิใจ แอนด์ มั๊มม๊ะจอมเปิ่น @
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
15 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 

แบกเป้ตะลุยเนปาล 1

วันนี้ขอพาเพื่อนๆแบกเป้ตะลุยเนปาล ไปกับไกด์สาวแสนสวย (อิ อิ เขียนไปได้ตู) ขอบอกกล่าวเก้าสิบเกี่ยวกับประเทศเนปาลคร่าวๆนะค่ะ แมนมันเป็นพวกเอาฮาอย่างเดียวค่ะ ส่วนสาระน่ะ ไว้ไปตามอ่านกับนักวิชาการทีหลังนะค๊า.....

เนปาลมีอะไร....เนปาลเป็นประเทศที่องค์การยูเนสโก ยกให้เป็นเมืองมรดกโลก คือ กาฐมาณฑุ ลลิตาปูร์(ปาทัน) บัตตาปูร์(ภักตปูระ) และ กีรติปูร์ เมืองทั้งสี่นี้เป็นเมืองที่งดงามสถาปัตยกรรม ปฏิมากรรม งามไม้แกะสลักและจิตรกรรม มีอายุกว่าหลายร้อยปี แต่ปัจจุบันก็ได้รับความร่วมมือจากหลายๆฝ่ายบูรณะให้อยู่ในสถาพที่ยังคงงดงาม เสน่ห์และมนต์ขลังของทุกๆเมืองอยู่ที่ความกลมกลืนกันกับวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัย อยู่รายล้อมเมืองทำให้เมืองเก่าดูมีชีวิตชีวา ไม่ได้ตายกลายเป็นตึกธรรมดาเหมือนเวลาเราไปดูพิพิธภัณฑ์

เนปาลเป็นประเทศเล็กๆ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทิเบตและอินเดีย หลายครั้งหลายคราที่ทั้งทิเบตและอินเดียพยายามที่จะเข้ามาแย่งชิงและครอบครองดินแดนหิมาลัยแห่งนี้ แต่เนปาลก็ยังคงรักษาเอกราชไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร แม้ต้องแลกด้วยดินแดนบางส่วนเพื่อรักษาเอกราช (ดินแดนผืนนั้นคือ ดาจีลิ่ง ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินเดีย) ด้วยเหตุนี้เองคนเนปาลจึงรักศักดิ์ศร๊ของตัวเองยิ่งนัก และเนื่องจากภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่างทิเบตและอินเดีย ทำให้คนเนปาลเองหน้าตาคมขำแบบแขกแต่ผิวเหลืองขาวแบบทิเบต (หล่อนะจะบอกให้) ปัจจุบันมีประชากรประมาณ 20ล้านคน แต่มีเทพเจ้าถึง 23 ล้านพระองค์ คาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จำนวนประชากรจะแซงหน้า.... เมืองหลวงของประเทศคือ เมืองกาฐมาณฑุ แหล่งท่องเที่ยวใหญ่ของประเทศคือที่เมืองหลวงแห่งนี้ และเมืองโภครา และสุดท้ายที่จิตวัน ส่วนลุมพินี ขอยกให้เป็นพื้นที่สำหรับผู้แสวงบุญ

80% ของประชากรทั้งประเทศนับถือศาสนาฮินดู ที่เหลือก็เป็นพุทธ คริสต์ และอิสลาม ถึงแม้กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์จะนับถือฮินดูแต่พุทธศาสนาก็ยังเป็นศาสนาที่สำคัญของประเทศ ปัจจุบันทั้งสองศาสนาต่างผสมกลมเกลียวจนแยกกันแทบไม่ออกระหว่างฮินดูและพุทธ วิถีชีวิตของชาวเนปาลดำเนินไปตามความเชื่อทางศาสนาที่เริ่มตั้งแต่เกิด จนกระทั่งตาย หากจะแยกออกจากกันคงจะเป็นเรื่องที่ลำบาก

มาเริ่มเที่ยวชมเมืองกันเลยนะค่ะ

จตุรัสกาฐมาณฑุ ดูร์บาร์ หรือ พระราชวังหนุมานโดก้า อาคารแบบยุโรปสีขาว มีหอสูง 9 ชั้น เรียกว่า หอพสันตปุร์ พระราชวังนี้ใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญของราชวงศ์ และพระมหากษัตริย์เนปาล ออกเสด็จมาชมการสวนสนาม ด้านหน้าพระราชวังมี หนุมานโธกา รูปปั้นหนุมานตั้งบนแท่นสูง ทำหน้าที่ทวารบาล รักษาประตูทางเข้าพระราชวัง



เจดีย์พระสวยัมภูวนารถ หรือที่ชาวเนปาลเรียกว่าวัดลิง เป็นวัดที่มีความสำคัญวัดหนึ่งของเนปาลและเป็นเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในจุดที่สูงที่สุด ด้วยเนื่องจากองค์เจดีย์อยู่บนภูเขาแดง ซึ่งมีลิงอาศัยอยู่มากมาย และเป็นสถานที่ที่สามารถชมทัศนียภาพเมืองและชีวิตชาวกาฐมาณฑุจากเจดีย์แห่งนี้ และเอกลักษณ์ความงามของสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธและฮินดู





กงล้อภาวนา ชาวพุทธนิกายมหายาน ได้สร้างกงล้อภาวนาขึ้นมา เพื่อใช้เป็นส่วนประกอปในการสวดมนต์ ทำวัตรเช้าและเย็น โดยการหมุนกงล้อภาวนาพร้อมกับวนมนต์ว่า " โอม มณี ปัทเมหุม " ภายในกงล้อภาวนาบรรจุคัมภีร์ 84,000 พระธรรมขัณท์ เชื่อกันว่าเมื่อหมุนหนึ่งรอบ หมายความว่า เราได้สวนมตต์ตามพระคัมภีร์ 84,000 พระธรรมขัณท์ไปด้วย



วัดปศุปฎินารท หรือ วิหารพระศิวะ เป็นวัดที่สำคัญในศาสนาฮินดู ตั้งอยู่ริมแม่น้ำภัคมาติ วัดนี้เข้าได้เฉพาะชาวฮินดูเท่านั้น ชาวฮินดูถือว่าแม่น้ำแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำคงคา สร้างในสมัยพระเจ้าภูบาลสิงห์แห่งราชวงศ์มัลละเพื่อถวายแด่พระศิวะในภาคขององค์ปศุปฏิ มีหลังคา 2 ชั้น ทำด้วยทองคำ และประตูวัดทำด้วยเงิน สังเกตุดูจากในรูป ตรงบันได จะเห็นห่อยาวๆสีเหลือง นั่นก็คือศพของชาวฮินดูที่รอทำพิธี สำหรับคนฮินดูแล้วจะมีความผูกพันกับวัดแห่งนี้มากตั้งแต่เกิดจนตายเลยทีเดียว เกิดมา ก็ต้องพามาทำพิธีที่วัดแห่งนี้ เมื่อตายไปก็ต้องมาเผากันที่วัดแห่งนี้ พิธีศพก็ไม่ยุ่งยากอะไร แต่ก็ต้องเผาภายใน 24 ชั่วโมง ญาติๆก็จะแต่งตัวแต่งหน้าให้แล้วห่อด้วยผ้าเหลืองผ้าส้ม จากนั้นก็นำศพผูกติกกับแคร่ไม้ไผ่สองท่อนเพื่อทีจะแห่ร่างผู้ตายมาทำพิธีต่อที่วัดแห่งนี้ โดยการนำร่างมาวางไว้ใกล้ศิวลึงค์องค์ที่อยู่ใกล้กับแม่น้ำ จากนั้นก็เอาปลายเท้าศพแช่ลงในน้ำ ญาติๆก็จะใช้มือกวักน้ำขึ้นมารดจากศรีษะไปจนถึงเท้า จากนั้นก็จะแห่ศพไปยังเชิงตะกอนสี่เหลี่ยม ฝ่ายพราหมณ์ผู้ทำพิธี จะเตรียมจัดวางฟืนท่อนไม้ก่อเป็นแท่นสี่เหลี่ยมบนเชิงตะกอนสำหรับเผาศพผู้ตาย นำแคร่ไม้ไผ่วางบนเชิงตะกอน แล้วจึเผาศพ เผากันให้เห็นชัดๆ ไม่มีอะไรปิดบังเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อเหลือแต่เถ้าถ่านก็จะกวาดเศษเถ้าถ่านเหล่านั้นลงสู่แม่น้ำ... หลายร้อยปีก่อนเผากันยังไง ปัจจุบันก็เผากันอย่างนั้น ดูแล้วปลง อนิจจัง สังขารา สำหรับตัวแมนเองแล้วได้มีโอกาศไปที่วัดแห่งนี้นับครั้งไม่ถ้วน ไม่เคยเห็นเปลวไฟที่วัดแห่งนี้มอดดับเลยซักครั้งเดียว

ส่วนผู้คนที่เราเห็นลงลุยอยู่ในน้ำนั้นเป็นผู้แสวงบุญชาวอินเดียที่เดินเท้ามาจากอินเดีย เพื่อที่จะมาสัการะพระศิวะ และอาบน้ำที่แม่น้ำ ภัคมาติแห่งนี้ ดูดีๆนี่แหละคือแม่น้ำศักดิสิทธิ์ต้นสายของแม่น้ำคงคา.....



ทุกๆวันเสาร์จะเป็นวันที่ทุกๆครอบครัวจะไปทำบุญกันที่วัด พ่อแม่จูงลูกหลาน ปู่ย่าตายายหอบหิ้วกันมาทำบุญ เป็นภาพที่เราเห็นได้ยากเหลือเกินสำหรับบ้านเราที่เป็นชาวพุทธแท้ๆ



ปาทัน เมืองโบราณ ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำบัคมาติ ปาทัน หรือ ลาลิตปูระ นครรัฐใหญ่ในยุคต้นของเนปาล ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งความงาม สิ่งก่อสร้างที่เห็นในปัจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมสมัยกษัตริย์ราชวงศ์มัลละที่ 16-18 ถือว่าเป็นยอดศิลปะแห่งเนปาล





ยังไม่หมด เดี๋ยวมาต่อจ้า




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2550
1 comments
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2550 3:54:01 น.
Counter : 1280 Pageviews.

 

ตามมาเก็บข้อมูลเนปาล ขอบคุณมาก ๆ นะคะ
น่าไปจริง ๆ เลย อยากไปสักครั้ง

 

โดย: มิลเม 22 เมษายน 2555 16:48:50 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
Meza i Sverige
Location :
Södertälje, Sweden

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Me คือตัวข้าพเจ้าและลูกชายจอมซน
Za คืออาการซ่า แสบ สารพัดที่เราสองคนแม่ลูกได้สร้างวีรกรรมไว้
i คือ in
Sverige คือ ประเทศสวีเดน
Friends' blogs
[Add Meza i Sverige's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.