ลูกสาว ชาวไร่
Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
29 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
เรื่องจริง..พ่อคนใหม่..จากเหตุไม่คาดฝัน

เรื่องจริง..พ่อลิกเหล้าถาวร เหตุเกิดแบบไม่น่าเชื่อ...



เรื่องนี้กล่าวถึงพ่อของผู้เขียนเอง ทุกวันนี้ เราทุกคนในครอบครัวยังไม่สามารถหาคำตอบหรือคำอธิบายสำหรับเรื่องนี้ได้ คือ พ่อเป็นคนที่ติดเหล้ามานานมาก เรียกว่าตั้งแต่เกิด แทบจะไม่เคยเห็นวันไหนที่พ่อไม่กินเหล้า..ไม่ใช่กินเหล้าตามปกติ แต่พอกินเข้าไปแล้ว เรารู้สึกว่าเค้าเป็นเหมือนคนบ้า..คนที่เราไม่รู้จัก..เวลามีงานแต่ง งานบวช งานสังสรรค์ต่างๆ ที่ไหนในหมู่บ้าน ทุกๆ คนจะรู้ว่า..ในคืนนั้น พ่อจะกินเหล้าเข้าไปมากมาย เมาอาละวาดส่งเสียงดัง และเป็นภาระให้ลูกหลานญาติพี่น้องจะต้องหอบหิ้วกลับบ้านแบบทุลักทุเลกันทุกครั้งไป เมื่อกลับมาถึงบ้าน..ก็จะมีปากเสียงทะเลาะกับแม่ซะแทบทุกครั้งไป หนักๆ เข้า..ก็กลายเป็นคนที่แยกกันอยู่ ถึงแม้จะต้องอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน..เวลาจะกินข้าว พ่อก็จะแยกตัวไปกินคนเดียว เพราะเค้าไม่สามารถปรับตัวให้กินข้าวกับครอบครัวแบบสบายใจเหมือนปกติได้ เวลาจะทำอะไร พ่อก็เหมือนทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว แม่เป็นคนที่ลำบากมาก ชีวิตพบอุปสรรคมาตลอด ทำงานเลี้ยงลูกสามคนก็เหนื่อยมากแล้ว ไหนต้องมาทนกับความเมามายไม่ได้สติของพ่ออยู่เสมอ..ตอนเด็กๆ จำได้ว่าหลายครั้งที่แม่หนีพ่อขึ้นไปทำงานอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯ ชีวิตช่วงนั้น เราเป็นเด็ก..ก็ไม่ค่อยรู้อะไร..มารู้เยอะก็ตอนโตขึ้นมานี่เอง





ปีที่แล้ว พ.ศ.2554 พ่ออายุย่าง 59 ปี เริ่มกินเหล้าตั้งเมื่อไรไม่รู้..แต่แม่บอกว่ากินตั้งแต่เป็นหนุ่มอายุยังไม่ถึง 20 ด้วยซ้ำ..จนกระทั่งวันหนึ่งในเดือน ม.ค.54 กลางคืนพ่อกินเหล้าและมีเรื่องทะเลาะกับแม่อีกแล้ว (ตามปกติ)...รุ่งขึ้น พ่อก็บ่นว่าปวดหัว เดินหายากินตั้งแต่เช้า ทุกคนก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร เพราะคิดว่าคงแฮงค์เหมือนปกติเช่นเคย..ช่วงนั้นผู้เขียนก็กลับบ้านพอดีช่วงปีใหม่..พอตอนกลับมาทำงานที่กทม.ไม่นาน ก็ได้รับข่าวจากทางบ้านว่าให้รีบกลับไปดูพ่อ เพราะป่วยเป็นโรคติดเชื้อในกระแสเลือด...อยู่ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก..เราก็ตกใจ! เพราะตั้งแต่เกิดมา แทบจะไม่เคยเห็นพ่อเข้าโรงพยาบาลเลย ตอนนั้นแม่และพี่ๆ อีกสองคนก็ดูร้อนรนมาก เหมือนว่าอาการเข้าขั้นรุนแรง..เราก็ลางานกะทันหันและนั่งรถประจำทางกลับบ้าน ระหว่างทางก็คิดว่าคงไม่เป็นไรหรอก..คงไม่มีอะไร..แต่ที่ไหนได้..พอไปถึงโรงพยาบาล เดินเข้าไปในห้องไอซียู มองเห็นพ่อเท่านั้นแหละ..น้ำตาไม่รู้มาจากไหน ร้องไห้ออกมาเลย มันเป็นความรู้สึกของความเป็นลูกที่สงสารและรักพ่ออย่างจริงใจ..สภาพพ่อดูน่าสงสารและคงทรมานมาก มีสายที่เจาะคอ ให้น้ำเกลือ สายปัสสะวะ สายชีพจรและสายอื่นๆ (ไม่รู้สายอะไรมั่ง) โอ้โห..ทุกอย่างดูพันกันทุลักทุเลไปหมด
พ่อมองเห็นเรา แต่เค้าพูดไม่ได้ ขยับตัวไม่ได้..พี่สาวเห็นผู้เขียนร้องไห้ ก็ดุว่ามาร้องไห้ต่อหน้าคนไข้ทำไม..ก็ตอนนั้นมันตกใจและเสียใจนี่นา ช่วงนั้นผู้เขียนก็ต้องคอยเฝ้าไข้อยู่ที่โรงพยาบาลหลายวัน อาการพ่่อก็ไม่ดีขึ้น ทุกคนกำลังอยู่ในช่วงทำใจ เพราะหมอบอกว่า อาการ 50/50 แล้วแม่ก็ไปหาพ่อแก่อีกหมู่บ้าน (คนที่คอยทำพิํธีต่อชะตา) ให้พ่อแก่ทำพิธีให้พ่อ..ปรากฎว่าพ่อแก่ก็ทำน้ำมนต์และทำพิธี เสร็จแล้ว พ่อแก่ก็เดินออกมาและบอกว่า..ชะตาของพ่อนั้นต่อไม่ได้แล้ว ถือว่า ชะตาขาดหมดอายุไข เบื้องบนให้ต่อชะตาไม่ได้ และมีผีเจ้ากรรมนายเวรที่คอยกำกับอยู่ สรุปว่าต่อชะตาไม่ได้..แต่พ่อแก่สงสารแม่และพวกเรา จึงให้ด้ายสายสิญจน์มาเส้นนึงและบอกว่าให้นำไปผู้ที่ร่างกายของพ่อ เพราะจะได้เอาไว้ไล่ผีที่มากวนพ่ออยู่ขณะนี้....พวกเราก็ำทำตาม โดยเอาสายสิญจน์ไปผู้ที่ข้อมือของพ่อ (ต้องแอบทำเพราะอยู่ในห้องไอซียู) ระหว่างเวลานั้น นับเป็นช่วงที่ทรมานมากว่าพ่อจะอยู่หรือจะไป

ตอนกลางคืน เรานอนอยู่ที่บ้านกับแม่สองคน ก็แทบจะไม่ได้คุยอะไรกัน รู้สึกได้เลยว่า เวลาที่ครอบครัวกำลังจะเสียบุคคลที่รักไป มันอาจจะกำลังมาถึงแล้วในไม่ช้านี้ เราทำทุกอย่างที่คิดว่าจะช่วยชีวิตของพ่อได้ เช่น ทำบุญตักบาตรแล้วอธิษฐานบุญให้พ่อ..กลางคืนสวดมนต์อิติปิโสครบรอบอายุของพ่อ..สวดมนต์บทโพฒชังคปริตรต่ออายุ..มีคนแนะนำให้เอาเสื้อผ้าของพ่อไปบริจาคให้คนแก่ที่ยากไร้ ก็ทำตาม..นิมนต์พระไปทำบุญสังฆทานในห้องไอซียู จับมือพ่อให้อธิษฐานเงินและสิ่งของตรงนั้นเลย..ไหว้พระขอพร..เรียกว่าทำทุกอย่างจริงๆ ..ช่วงนั้น น้าอยู่ที่สมุทรปราการก็โทรมาบอกว่าที่นู่นมีคนเข้าทรง เจ้าแม่อะไรจำไม่ได้ แต่ที่นู่นเค้านับถือและบอกว่าแม่นมากๆ ให้เอาชื่อและวันเดือนปีเกิดไปให้เค้าเข้าทรงดูว่ามันเป็นอะไรกันแน่..ก็ทำตาม อีกวันน้าก็โทรมาและบอกว่า คนทรงเค้าดูให้แล้ว มีการติดต่อกับเจ้าดวงชะตะ เจ้ากรรมนายเวรและบอกว่า พ่อชะตาขาดหมดอายุไขแล้วจริง และยังบอกลักษณะนิสัยของพ่อได้ถูกต้องตรงมากๆ ขนาดน้ายังไม่ค่อยรู้เลย เรานี้ก็ช็อคไปนิดหน่อยเพราะเค้าพูดตรงกับพ่อแก่ แล้วยังบอกอีกว่า..ตอนมีชีวิตอยู่ก็ใช้แต่บุญเก่าที่เคยทำ ไม่เคยได้มีการเติมบุญใหม่ให้ตัวเอง ดังนั้น เรื่องจะไปขอต่ออายุไขจึงเป็นเรื่องยากเสียแล้ว และวันนั้นเค้ายังบอกอีกว่า หากอีกสองวันซึ่งเป็นวันพระใหญ่ ถ้าหากไปก็ไปเลย แต่ถ้าหากยังอยู่ก็อยู่่ต่อ คือเป็นคืนตัดสินชะตะเลย...เรางี้ร้องไห้เลยตอนฟังเสร็จ คืนมันเหมือนกับว่าเรากำลังจะต้องเสียพ่อไปจริงๆ คนทรงบอกว่าเห็นใจแม่ที่ลำบากลำบนมานาน ก็เลยแนะนำให้ไปทำบุญสังฆทานสดกับพระ โดยให้ทำอาหารที่เป็นเส้นยาวๆ ไปถวายและอธิฐานบุญให้พ่อ วันต่อมาแม่กับผู้เขียนก็จัดการทำทันที แล้วก็ไปเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลเหมือนทุกวัน พ่อก็ยังอาการทรงๆ ทรุดๆ อยู่เหมือนเดิม แถมดวงตาก็หม่นหมด ดูเหมือนโคมไฟที่กำลังริบหรี่ลงทุกที และในคืนถัดมาที่คนทรงบอกว่าจะเป็นคืนตัดสินชะตา เราทุกคนก็ทำใจอย่างเต็มที่ เพราะคิดว่าได้ทำดีที่สุดแล้วจริงๆ...





รุ่งขึ้นก็มาพร้อมกันที่โรงพยาบาล ตอนนั้นโทรเรียกพี่อีกสองคนมาด้วยเลย กะว่าพ่อคงไม่อยู่กับเราแล้ว...แต่..ไม่เป็นดังคาด ในวันนั้นจำได้ว่าพ่อยังคงอาการโดยปกติอยู่ และไม่นานต่อมาหมอก็บอกว่าตรวจพบเชื้อที่ติดในกระแสเลือดแล้ว และหายาฆ่าเชื้อได้ถูกต้องกับโรค หลังจากที่อยู่มาเกือบสิบวัน หาเชื้อไม่พบว่าเป็นเชื้ออะไร (แปลกไหม?) หลังจากวันนั้นสองวัน ผู้เขียนก็ต้องกลับมาทำงานที่กทม. เนื่องจากลามานานมากแล้ว ก็ให้แม่กับพี่มารับช่วงเฝ้าไข้ต่อ จำำได้ว่ากลับมาที่กทม.ได้สามวันเอง พ่อก็ได้ออกจากโรงพยาบาล มาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน และอาการดีขึ้นจนเป็นปกติ กินข้าวได้ ทำอะไรได้ทุกอย่างเหมือนปกติ...ผู้เขียนนี่ก็งงไปเลย ทำไม่มันกลับตาลปัตรได้ แต่มันก็เป็นเรื่องดีที่สุดเลยในขณะนั้น...



เราทุกคนในครอบครัวต่างก็ดีใจที่พ่อหายเป็นปกติ แต่สิ่งที่มหัศจรรย์มากกว่านั้นก็คือ...พ่อ..คนที่กินเหล้ามานานตั้งแต่เรายังจำความไม่ได้..สามารถเลิกกินเหล้าได้แบบถาวรและเด็ดขาด โดยที่ไม่มีใครคาดฝัน มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนอื่น แต่มันคือสิ่งทีไม่คาดฝันสำหรับครอบครัวเรา อะไรคือสิ่งที่ทำให้พ่อเลิกได้เด็ดขาด ...จากการป่วยเข้าโรงพยาบาลเพียงครั้งเดียว หรือสาเหตุใด? จากช่วงนั้นจนถึงช่วงนี้ก็ปีกว่าแล้ว พ่่อยังคงเลิกเหล้าเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยแตะแม้แต่นิด ใครชวนไปสังสรรค์ ไปเที่ยวที่ไหนก็ไม่ไป...กลับกลายเป็นว่า พ่อตั้งใจช่วยแม่ทำงานในไร่ ช่วยกันทำทุกอย่าง ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันเหมือนเมื่อก่อน และกลับมาคุยกันเหมือนสามีภรรยาที่กลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง...ทุกวันนี้คนในหมู่บ้านยังงงกับเรื่องนี้อยู่เลย และยังล้อเลียนแม่ว่ามีสามีใหม่เป็นคนขยันขันแข็งไม่กินเหล้า..ไม่เหมือนคนก่อนที่เอาแต่เมาเหล้าไม่ไหวเลย...ผู้เขียนได้ยินยังรู้สึกขำเองเลย แต่มันก็เป็นเรื่องจริงและอดภูมิใจไม่ได้ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้..มันรู้สึกว่า พ่อเรานี้เก่งจังเลย หักดิบได้แบบถาวรไปเลย น้อยคนนักที่จะทำได้แบบนี้ แต่พ่อก็ไม่เคยพูดหรืออธิบายให้ฟังเลยว่า เพราะอะไรหรือคิดอะไรอยู่ เพราะเค้าเป็นคนไม่พูดอะไรเลย..





อยู่ต่อมาไม่กี่เดือน ผู้เขียนก็ได้มีโอกาสไปพบและตรวจดวงชะตะกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านเป็นคนไต้หวัน มีความสามารถในการดูลายมือ โดยวาดเป็นภาพบนฝ่ามือเรา ซึ่งลายเส้นเมื่อเชื่อมต่อกันเป็นภาพแล้ว จะสื่อถึงชีิวิตของเราในด้านต่างๆ ซึ่งเราได้รับคำแนะนำมาจากเพื่อนสนิทคนหนึ่งให้ลองมาดู...ปรากฎว่าเรางี้ต้องบอกว่า amazing มากๆ เพราะดูได้ตรงมาก และยังสามารถบอกวิธีแก้ไขให้เราด้วย จนเรียกว่าเปิดหูเปิดตาให้เราได้จริงๆ บางสิ่งเราเองมองไม่เห็น ต้องให้คนที่สามารถมองเห็นช่วยชี้แนะ บ้านอาจารย์ท่านอยู่ซอยลาดพร้าว จะไปต้องโทรจองคิว เพราะคนไปดูกันเยอะมาก ตอนสุดท้ายที่จะจบการดู อาจารย์ก็ถามว่าอยากถามอะไรเป็นพิเศษไหม..เราก็เลยนึกถึงเรื่องพ่อ..ก็เลยถามอาจารย์ว่าทำไมพ่อถึงเลิกเหล้าได้เด็ดขาด แถมยังกลับเนื้อกลับตัวมาเป็นคนดีได้อีก..อาจารย์ก็เอียงหูเหมือนฟังเสียงใครมากระซิบอยู่และหันมาบอกว่า โอ้โห!..นี่พ่อเราไปถึงยมโลกโน่นมาแล้วน๊ะ!...รู้หรือเปล่า เค้าเจออะไรที่ไม่สามารถจะพูดหรืออธิบายได้ เราฟังแล้วก็รู้สึกขนลุก เพราะที่อาจารย์พูดว่ามันมีเค้าจริงๆ ด้วย..ก็ถามว่าไปถึงโน่นแล้วไปเจออะไร..อาจารย์ก็บอกว่า พ่อเรานี้หมดบุญ หมดอายุไขที่จะอยู่บนโลกนีี้้แล้วจริงๆ แต่เค้ามีวาสนาดีที่มีเมีย มีลูกที่ดี เป็นคนดี ความที่คนใกล้ชิดเป็นคนดีและมาขอให้สิ่งศักสิทธิ์ช่วยเหลือ จึงทำให้สิ่งศักสิทธิ์ให้ความช่วยเหลือได้จริงๆ และบุญทุกอย่างที่เรากับแม่ช่วยกันทำช่วงที่เค้าป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลก็ส่งผลไปจริงๆ อาจารย์บอกว่า..ท่านยมบาลผู้เป็นใหญ่ได้บอกกับพ่อเราว่า..เกิดเป็นคนที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่กลับไม่เคยได้ทำบุญทำทานเพื่อเติมต่อวาสนาบารมีให้กับชีวิตเลย หากได้โอกาสกลับไป ขอให้ใช้ชีวิตแบบเกิดใหม่ อะไรไม่ดีก็ขอให้เปลี่ยนใหม่ ให้ทำตัวเป็นคนดี เป็นผัวที่ดี..แล้วท่านยมบาล ก็ให้โอกาสพ่อได้ต่ออายุและกลับมามีชีิวิตเพื่อเสริมสร้างบุญเป็นครั้งสุดท้ายอีกครั้ง..อาจารย์บอกว่า ถ้าหากไม่มีบุญที่อุทิศขึ้นไปช่วงนั้น ก็คงไม่มีโอกาศที่พ่อจะได้กลับมามีชีวิตใหม่เหมือนในวันนี้ บอกว่าถ้าไม่เชื่อ ก็ให้ลองไปถามพ่อดูว่าช่วงที่ป่วยไปพบเจออะไรมา...แต่ใครจะกล้าไปถามล่ะ ผู้เขียนได้แต่รีบไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอกว่า ก็นึกอยู่แล้ว ถ้าเป็นจริงดังนั้น ก็เป็นเรื่องดีที่ยังมีโอกาสได้กลับมาอีกครั้ง..เรื่องนี้เราสองคนแม่ลูกก็รู้ด้วยกัน และยังไม่เคยถามไถ่พ่อเลยซักครั้ง..เพราะไม่ว่าอะไรก็ตามที่ดลใจพ่อ นั่นก็คือสิ่งที่ดีทีทำให้ครอบครัวของเรา..พ้นจากคำสาปของคำว่าเหล้า..อบายมุขที่นำแต่ความเสื่อมเสียมาให้ทุกครอบครัว..





จากวันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของพ่อไม่ได้เปลี่ยนเพียงคนเดียว แต่เป็นชีวิตของแม่ด้วย จากที่ไม่เคยเชื่อเรื่องผลของการทำบุญและตักบาตร แม่ตื่นเช้ามาตักบาตรแทบทุกวัน เริ่มไปวัดทำบุญทุกโอกาสที่ไปได้ ไม่นิ่งนอนใจในเรื่องการทำบุญและทำทานเหมือนเมื่อก่อนที่ท่านมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระและไม่มีจริง..ตอนนี้แม่เชื่อแล้ว..และคงจะเชื่อตลอดไปเหมือนกับตัวผู้เขียนเอง..ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่่านเรื่องนี้มาจนจบ ผู้เขียนคิดว่าอาจจะเป็นตัวอย่างและข้อเตือนใจให้กับใครหลายๆ คนได้คิดและเตือนใจในเรื่องบาปบุญคุณโทษไ้ด้ไม่น้อย...สาธุ!








++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
คาถาบูชาพญายม

ปะโตเมตัง ปะระชีวินัง สุขะโตจุติ จิตะเมตะ นิพพานัง สุขะโตจุติ

ใช้สวดภาวนาป้องกันภัยพิบัติต่างๆ ใช้ช่วยคนที่อยู่ในภาวะใกล้ตายหรือป่วยหนักที่ยังไม่สิ้นอายุขัย


Free TextEditor



Create Date : 29 มกราคม 2555
Last Update : 29 มกราคม 2555 14:23:01 น. 2 comments
Counter : 1067 Pageviews.

 
อื่ม สาธุ


โดย: sticker-dicut (เสี่ยวเฟย ) วันที่: 29 มกราคม 2555 เวลา:14:13:41 น.  

 
ขอบคุณสำหรับเนื้อหาสอนใจดีๆคะ สาธุ


โดย: grit IP: 202.28.180.202 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:23:28:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
Melove_253
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add Melove_253's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.